LOGINหลังจากที่จบเรื่องราวจากบ้านหนิง หนิงเหมยจูและครอบครัวจึงกลับมาที่บ้านโดยไม่สนใจเลยว่าหลังจากที่หมอมาตรวจแล้วหนิงฮวนจะเป็นยังไง ขอเพียงแค่หลังจากนี้บ้านหนิงจะไม่มายุ่งหรือมาวุ่นวายกับพวกเธออีกก็พอ
“แม่กับน้องนอนที่ห้องนี่นะคะ บ้านอาจจะคับแคบไปหน่อย รอบ้านใหม่สร้างเสร็จก็คงสบายขึ้น” หนิงเหมยจูเมื่อกลับมาถึงบ้านเธอหอบเอาของใช้ของตัวเองมาไว้ที่ห้องของสามี เพราะบ้านนี้มีเพียงแค่สองห้องเท่านั้น เธอตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังใหญ่และหลังจากที่พาสามีไปหาหมอเธอคงต้องหาเงินเสียที
“ไม่เป็นการรบกวนลูกกับลูกเขยใช่ไหมเหมยจู” ฟู่เจียจิ่นยังคงมีความรู้สึกเกรงใจ แค่เห็นของมากมายในห้องนี้ก็รู้แล้วว่าลูกสาวกับลูกเขยนั้นแยกห้องกันนอน
“ไม่เลยครับแม่ยาย ไม่รบกวนเลย แม่ยายและฮุ่ยหมิน อยู่ให้สบายใจเถอะครับ เราครอบครัวเดียวกัน” ตงซีเฉินยิ้มให้
“จริงค่ะคุณยาย หนูจะได้มีคุณยายและคุณน้าเหมือนคนอื่นแล้ว คุณยายอยู่กับเสี่ยวลู่ที่นี่นะ” เสี่ยวลู่ตัวน้อยดีใจมากที่เธอมีครอบครัวใหญ่เหมือนคนอื่นเสียที เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักของยายด้วยท่าทางน่าเอ็นดู จนฟู่เจียจิ่นต้องอุ้มขึ้นมานั่ง เพราะกลัวว่าหลานสาวตัวน้อยกลิ้งตกเก้าอี้ไปเสียก่อน เสี่ยวลู่ซุบซิบคุยบางอย่างกับยาย ฟู่เจียจิ่นได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย ที่แท้หลานสาวคนนี้น่ารักและรู้ความไม่น้อย ช่างน่าเอ็นดูนัก
“เหมยจู แม่ว่าแม่จะไปขอจัดสรรที่ดินตรงพื้นที่ข้างๆ บ้านลูกดีไหม เราสร้างตรงที่ใหม่ตรงนั้น พอสร้างเสร็จเราค่อยทุบบ้านหลังนี้ทิ้งแล้วทำเป็นพื้นที่เดียวกัน หากสร้างตรงนี้เลยแล้วเราจะไปพักกันที่ไหน ลูกกับลูกเขยว่ายังไง” ฟู่เจียจิ่นบอกกับลูกสาว หากสร้างบ้านใหม่จริงๆ พื้นที่ตรงนี้คงต้องทุบบ้านเดิมทิ้งก่อน
“หัวหน้าหมู่บ้านจะยอมเหรอแม่”
“ยอมสิ อย่าลืมว่าแม่ก็เป็นชาวบ้านและมีทะเบียนที่ขึ้นตรงกับหมู่บ้านแห่งนี้ ตอนนี้แม่หย่าขาดกับหนิงฮวนแล้ว แม่สามารถขอพื้นที่สร้างบ้านใหม่ได้”
“แต่ไม่ว่ายังไงเราต้องอยู่ด้วยกันนะคะแม่ หนูไม่ยอมให้แม่กับน้องต้องอยู่ไกลจากหนูอีกแล้ว นอกเสียจากฮุ่ยหมินจะสอบเข้ามหาลัยได้หนูจึงยอมให้น้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”
“แม่ก็ยังอยู่ด้วยกันกับลูกนี่แหละ เพียงแค่จะไปขอที่ดินมาสร้างบ้าน ในเมื่อมันเป็นสิทธิ์ของเรา เราจะเสียสิทธิ์ทำไม ฮุ่ยหมินไปกับแม่ เสี่ยวลู่ไปกับยายไหมลูก” ฟู่เจียจิ่นถามหลานสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่ในตัก ส่วนเรื่องที่ดินสร้างบ้านนั้นมันเป็นสิทธิ์ของเธอที่จะได้รับ เธอไม่ยอมที่จะเสียสิทธิ์ตรงนี้ไปหรอก เสี่ยวลู่พยักหน้าหงึกหงัก ตอนนี้ยายไปไหนเธอไปด้วยรวมถึงน้าฮุ่ยของเธอ
“น้าฮุ่ยอุ้มหนูหน่อย โอ๊ะ หนูลืมว่าน้าฮุ่ยยังบาดเจ็บ” เสี่ยวลู่อยากไปแต่ปวดขาไม่อยากเดิน
“น้าอุ้มได้ ไม่เจ็บหรอกตัวเสี่ยวลู่นิดเดียวเอง แต่ถามหน่อยว่าทำไมถึงเรียกน้าว่าน้าฮุ่ยทั้งๆ ที่น้าชื่อฮุ่ยหมิน” หนิงฮุ่ยหมินไม่เข้าใจ เขาจะถามตั้งแต่ที่หลานสาวเรียกเขาว่าน้าฮุ่ยเฉยๆ แล้วแทนที่จะเรียกน้าฮุ่ยหมิน
“ยาวหนูขี้เกียจเรียก คิกคิก” เสี่ยวลู่พูดจบก็หัวเราะคิกคิก ทำเอาทุกคนหัวเราะตามเพราะคำตอบของเด็กน้อย
จากนั้นฟู่เจียจิ่น หนิงฮุ่ยหมินจึงพาเสี่ยวลู่ไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อที่จะขอจัดสรรที่ดินสร้างบ้าน
เมื่อทุกคนไปแล้วหนิงเหมยจูจึงอุ้มสามีกลับเข้ามาในห้องเพราะตอนนี้ของในห้องกองเต็มไปหมดเลยเอารถเข็นเข้ามาไม่ได้
“เหมยจูน้องเอากล่องในตู้เสื้อผ้าให้พี่หน่อยได้ไหม” ตงซีเฉินยื่นกุญแจส่งให้ หนิงเหมยจูรับมาและเดินไปไขตู้เสื้อผ้าที่ไม่มีเสื้อผ้านอกจากกล่องเหล็กใบน้อยที่มีอยู่กล่องเดียว จากนั้นจึงเอามายื่นให้สามีและเธอก็นั่งพับเสื้อผ้าของตัวเองต่อโดยไม่สนใจกล่องที่สามีกำลังถืออยู่
ตงซีเฉินมองภรรยาที่ยื่นกล่องมาให้ส่วนเธอกลับไปนั่งทำงานของตัวเองโดยไม่สนใจหรือคิดที่จะถาม ชายหนุ่มมองภรรยาไม่วางตาก่อนจะเรียกให้เธอเข้ามาหาใกล้ๆ “เหมยจูมานี่”
หนิงเหมยจูเงยหน้ามองสามีก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อย่างที่เขาต้องการ “พี่มีอะไรหรือเปล่า”
“พี่ให้ ต่อไปนี้ทุกอย่างในบ้านพี่ยกให้น้องดูแลทั้งหมด ส่วนเงินในนี้เอาไปเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านเถอะ อาจจะไม่มากมายแต่นี่เป็นเงินเก็บของพี่ทั้งชีวิต พี่ยกให้เราดูแล”
หนิงเหมยจูรับกล่องมาเปิดดูก็เจอเงินอยู่ในกล่องจากนั้นจึงเอาออกมานับดู อาจจะน้อยสำหรับคนมีเงินแต่สำหรับชาวบ้านเงินนี้สามารถทำให้อยู่ได้หลายปีอย่างไม่ลำบาก เพราะเธอนับได้มันเกือบหนึ่งพันห้าร้อยหยวนเธอจึงมองหน้าสามีด้วยความสงสัย ทำไมถึงกล้าเอามาให้เธอดูแล
“เอาไว้เป็นค่าสร้างบ้านและค่าหมอของพี่รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ หากพี่มีโอกาสหายพี่จะหาเงินให้ได้มากกว่านี้ พี่ไม่ยอมให้ลูกและภรรยาพี่ลำบากหรอก ต่อให้จะต้องนั่งรถเข็นไปตลาดชีวิต พี่ก็ต้องทำให้ตัวเองมีประโยชน์และไม่เป็นภาระของทุกคน ถึงแม้พี่จะไม่รู้ว่าน้องรู้ได้ยังไงว่าพี่ฝืนและลากตัวเองไปดูแลน้องกับเสี่ยวลู่ แต่พี่เชื่ออย่างหนึ่งว่าเหมยจูคนนี้ไม่มีทางทิ้งพี่และลูกไปไหนแน่นอน พี่เชื่อแบบนั้น”
ตงซีเฉินนั่งพิงเตียง เขาใช้มือลูบหัวภรรยาด้วยความรู้สึกเป็นสุข ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่เอาเงินให้กับภรรยาทั้งหมดเพราะเขาไม่เคยเชื่อใจเธอเลย แต่หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเธอต่อไป
“ขอบคุณมากนะคะ” หนิงเหมยจูมองสามีด้วยรอยยิ้ม
วันต่อมาหนิงเหมยจูและตงซีเฉินเตรียมที่จะเดินทางเข้าอำเภอ เช้านี้เธอเดินทางด้วยเกวียนรับจ้างทั่วไป ขากลับค่อยเหมาเกวียนกลับมาก็แล้วกัน เมื่อวานเธอลืมบอกน้องชายให้ไปว่าจ้างเหมาเกวียนไว้ วันนี้หนิงฮุ่ยหมินจึงได้เข้าอำเภอไปกับพี่สาวด้วย อีกอย่างคือต้องการไปซื้อของใช้ส่วนตัวของเขาและแม่ ส่วนฟู่เจียจิ่นและเสี่ยวลู่ขอเป็นคนเฝ้าบ้านเองเพราะที่บ้านตอนนี้มีสินเดิมของเธออยู่
เมื่อเข้ามาถึงในอำเภอหนิงเหมยจูจึงบอกให้น้องชายไปซื้อของส่วนเธอนั้นจะพาสามีไปโรงพยาบาล สองพี่น้องจึงได้แยกกันไปคนละทาง การที่หนิงเหมยจูนั้นเข็นรถพาสามีเดินไปตามทางที่จะไปโรงพยาบาลนั้น มีชาวบ้านหลายคนมองด้วยความสนใจ ก่อนจะมีป้าคนหนึ่งกล้าที่จะเดินเข้ามาถาม
“เดี๋ยวก่อนทั้งสองคน ป้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”
“ป้ามีอะไรหรือเปล่า” หนิงเหมยจูหยุดเดินและได้ถามกลับ พลางคิดในใจว่าเธอมาสร้างศัตรูถึงที่นี่เลยเหรอ
“คือป้าจะถามว่ารถเข็นคันนี้หนูซื้อมาจากไหน”
“ป้าอยากได้เหรอคะ” หนิงเหมยจูดูสีหน้าป้าคนนี้เหมือนสนใจในเก้าอี้ เธอจึงถามเพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องขายยังไง
“ใช่ ลูกชายป้าประสบอุบัติเหตุเดินไม่ได้ ป้าเคยสั่งเขาทำรถเข็นที่มีล้อแต่ไม่ได้ดูแข็งแรงและสะดวกน่าใช้แบบนี้” เธออยากได้จริงๆ ต่อให้แพงแค่ไหนเธอก็ยากซื้อไปให้กับลูกชายคนรอง เขาจะได้ไม่ต้องมีชีวิตที่หดหู่
แบบนี้อีก“ฉันตอบป้าไม่ได้ว่าซื้อที่ไหน แต่ถ้าป้าอยากจะได้ ฉันพอจะหาให้ได้ค่ะ แต่ราคามันออกจะแพงสักหน่อยนะคะ” หนิงเหมยจูไม่รู้ว่าที่นี่ขายยังไง ที่สำคัญไม่รู้ว่าที่ไหนขาย ในเมื่อรถเข็นคันนี้เธอเอามาจากยุคของเธอ
ตงซีเฉินอยากช่วยภรรยาหาเงินเขาจึงใช้มือตัวเองเข็นล้อใหญ่ทั้งสองข้างเพื่อให้ป้าคนนี้เห็นว่ามันสะดวกสบายแค่ไหน เมื่อเธอเห็นตงซีเฉินเข็นรถด้วยตัวเองดวงตาเธอจึงเป็นประกายก่อนจะเสนอราคาให้อย่างสูงลิ่ว“ห้าร้อยหยวน ป้าให้ห้าร้อยหยวนหนูหาให้ป้าได้ไหม”
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







