INICIAR SESIÓNสตั๊นท์เกิร์ลแสนสวยต้องทะลุมิติมาป็นภรรยาที่แสนจะร้ายกาจ ในปี1979 ที่สุดแสนจะลำบาก ยังต้องมาสู้รบกับแม่สามีปากร้ายและบรรดาสะใภ้แสนจะเห็นแก่ตัว รออะไรล่ะคะ ฟาดมาฟาดกลับ กลัวที่ไหน
Ver másบทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 8 ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านอยากรู้จริง ๆบ้านตง“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนังเหมยจูมันถึงกล้าแบบนี้” กู้หลันหรือแม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่พอใจ“นั่นสิ หรือว่าที่เราได้ข่าวว่าสะใภ้สี่ป่วยเกือบตายนั้นทำให้เธอมีสติขึ้นกว่าเมื่อก่อน” ตงก้านหรือพ่อเฒ่าตงเองก็คิดเหมือนภรรยา เขารู้สึกว่าสะใภ้สี่นั่นดูแปลกตา ถึง
บทที่ 7 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอดหนิงเหมยจูอยากให้ตงซีเฉินมีความหวังขึ้นมา เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่หาย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้คงไม่ดีแน่ๆ“ลำบากเธอหรือเปล่า มันต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ” ถ้าต้องซื้อรถเข็นมาให้เขานั่งคงต้องใช้เงินไม่น้อย อีกอย่างผู้หญิงคนนี้บอกเองว่าจะพาเขาไ
บทที่ 6 ฟาดกลับสิคะ รออะไรแม่เฒ่าตงได้ยินก็หน้าดำหน้าแดงแม้ว่าที่หนิงเหมยจูนั้นจะพูดเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ควรจะมาพูดต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แล้วบ้านตงของเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน“เธอเป็นแค่สะใภ้ไม่ควรจะมาพูดจาก้าวร้าวแม่สามีนะสะใภ้สี่” พ่อเฒ่าตงยืนฟังอยู่นานเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองเริ่มเจอทางตันจึงยื่น
บทที่ 5 ทวงไก่คืนตงซีเฉินทั้งโกรธทั้งอายที่ผู้หญิงคนนี้อุ้มเขาออกมาจากห้อง ทำเหมือนเขาคือลูกชายตัวน้อย แต่พอมานั่งเธอจึงยื่นโจ๊กที่ข้นบวกกับมีเนื้อแห้งใส่มายังมีไข่ต้มที่ไม่สุกมาอีกหนึ่งฟอง ทำให้เขาหันไปมองหน้าเธออีกครั้งด้วยความแปลกใจ“ไม่ต้องมองค่ะ สองพ่อลูกกินกันไปก่อน ฉันจะเข้าไปเก็บห้องของพี่

















