ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979

last updateHuling Na-update : 2026-03-18
By:  sanvittayamOngoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
120Mga Kabanata
2.2Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวยต้องทะลุมิติมาป็นภรรยาที่แสนจะร้ายกาจ ในปี1979 ที่สุดแสนจะลำบาก ยังต้องมาสู้รบกับแม่สามีปากร้ายและบรรดาสะใภ้แสนจะเห็นแก่ตัว รออะไรล่ะคะ ฟาดมาฟาดกลับ กลัวที่ไหน

view more

Kabanata 1

บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวย

 “หนึ่งเดือน เกรงว่าจะไม่ถึงหลังปีใหม่แล้ว”

 หมอดึงฟิล์มเอกซเรย์ลง มองอันหรานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “คุณอัน อาการทรุดเร็วกว่าที่เราคาดไว้ดีที่สุดคือให้ญาติมาสักคน มีหลายเรื่องที่ต้องคุยร่วมกัน ทั้งแผนการรักษาต่อจากนี้ การดูแลหลังรักษา คุณจัดการคนเดียวไม่ไหว”

 อันหรานเงยหน้าขึ้น

 “ฉันไม่มีญาติค่ะ” เธอพูด

 หมอชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ในประวัติระบุว่าสามีคุณคือจี้หวยอัน...”

 “นั่นมันเมื่อก่อน” อันหรานตัดบท “ตอนนี้ฉันอยู่คนเดียว”

 หมอนิ่งไปหลายวินาที เหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็หันไปพิมพ์บนคอมพิวเตอร์แทน

 “เพิ่มขนาดยาแก้ปวดเป็นสองเท่า ถ้าปวดมากก็กิน อย่าฝืนทน” เขายื่นใบสั่งยาให้ “อาหารเสริมวันละสองครั้ง เช้าเย็น อาทิตย์หน้าต้องมาตรวจอีก เราต้องปรับแผนรักษา”

 “ค่ะ”

 อันหรานพยักหน้า ก่อนผลักประตูเดินออกไป

 เธอก้มมองโทรศัพท์

 หน้าจอสว่างขึ้นมา แถบแจ้งเตือนสะอาดโล่ง มีแค่แจ้งเตือนสภาพอากาศหนึ่งรายการ

 ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีข้อความใหม่

 อันหรานขึ้นรถเมล์ เอนตัวพิงเบาะแล้วหลับตา

 ตอนรถวิ่งผ่านห้างกลางเมือง ท่ามกลางม่านฝนพร่า ป้ายร้านหม้อไฟชื่อดังร้านนั้นส่องแสงสีแดงอยู่

 ด้านในกระจกใสสว่างจ้า เต็มไปด้วยผู้คน

 ร่างของอันหรานแข็งค้าง

 โต๊ะติดหน้าต่างโต๊ะนั้น สี่คนนั้น เธอคุ้นเคยเกินไป

 จี้หวยอันสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาที่เธอเพิ่งรีดให้เมื่อเช้า กำลังเอียงตัวพูดอะไรบางอย่าง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

 ข้าง ๆ คือเมิ่งซูอี้ที่ไปต่างประเทศมาสามปี

 ฝั่งตรงข้ามคือพ่อกับแม่ของเธอ

 พ่อกำลังคีบอาหารให้เมิ่งซูอี้ ท่าทางเป็นธรรมชาติและชำนาญ แม่กำลังพูดอะไรบางอย่างพลางยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์

 รอยยิ้มแบบที่ออกมาจากใจโดยไม่ปิดบังแบบนั้น อันหรานไม่ได้เห็นมาสามปีแล้ว

 ทั้งสี่คนนั่งล้อมหม้อไฟร้อนฉ่า น้ำซุปสีแดงเดือดปุด ๆ ชามเล็กตรงหน้าเมิ่งซูอี้กองอาหารพูนสูง

 รถค่อย ๆ ชะลอ ก่อนหยุดตรงแยก ไฟแดงสว่างขึ้น

 อันหรานหยิบโทรศัพท์ออกมา ในรายชื่อผู้ติดต่อ ชื่อจี้หวยอันอยู่ลำดับแรก

 เสียงรอสายดังขึ้นในหู ตู๊ด—ตู๊ด—

 หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง

 ในร้าน หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะของจี้หวยอันสว่างขึ้น

 เขาก้มมองแวบหนึ่ง

 จากนั้นก็พลิกหน้าจอลงคว่ำไว้บนโต๊ะเบา ๆ

 แล้วหันกลับไปหาเมิ่งซูอี้ รับเครื่องดื่มที่เธอยื่นให้ ก่อนพูดอะไรบางอย่างจนเมิ่งซูอี้ยิ้มกว้างกว่าเดิม

 อันหรานวางสาย แล้วโทรใหม่

 นิ้วทำซ้ำอย่างเครื่องจักร วางสาย โทรใหม่ วางสายแล้วโทรใหม่อยู่แบบนั้น

 ไฟแดงเหลืออีก 30 วินาที

 ในร้าน พ่อกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูป

 ทั้งสี่คนขยับเข้าหากัน จี้หวยอันอยู่ซ้าย เมิ่งซูอี้อยู่ขวา พ่อแม่อยู่ด้านหลัง เมิ่งซูอี้ยกมือทำท่ากรรไกร ยิ้มสดใสราวดอกไม้

 “แชะ”

 อันหรานลดมือลงจากโทรศัพท์

 เธอน่าจะรู้ตั้งนานแล้ว

 ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนที่เจอแอ็กหลุมของจี้หวยอัน ตั้งแต่เขาเขียนว่า “วันแรกของการหวนพบกันอีกครั้ง” ตั้งแต่เขาเริ่มบันทึกทุกเรื่องราวระหว่างเขากับผู้หญิงอีกคนในแต่ละวัน

 ไฟเขียวสว่างขึ้น

 รถเริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ

 อันหรานเอนพิงกระจกรถ ความเย็นจากกระจกซึมเข้าผิว

 เธอยกมือขึ้น ซุกใบหน้าลงในฝ่ามือ

 เธอนึกถึงเมื่อสามปีก่อน วันที่บ้านล้มละลาย

 เย็นวันฝนตกแบบนี้เหมือนกัน พ่อแม่ยัดสมุดบัญชีเล่มสุดท้ายใส่มือเมิ่งซูอี้แล้วพูดว่า “ซูอี้ เอาไป ไปเรียนต่อต่างประเทศดี ๆ ไม่ต้องห่วงทางบ้าน”

 เมิ่งซูอี้ร้องไห้ กอดแม่ไว้ “แม่ หนูจะคิดถึงพวกแม่นะ”

 พ่อตบ ๆ ไหล่ของเธอ “เด็กโง่ ดูแลตัวเองดี ๆ”

 ส่วนเธอยืนอยู่ตรงประตู สะพายกระเป๋าเป้เก่า ๆ ใบหนึ่ง ข้างในมีแค่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไม่กี่ชุด ไม่มีใครมองเธอ ไม่มีใครพูดกับเธอสักคำ

 หลังจากนั้นฝนก็ตกหนักขึ้น เธอเดินออกจากบ้านที่อยู่มาสองสิบปีเพียงลำพัง ไม่ได้กางร่ม เปียกปอนไปทั้งตัว

 ตอนที่จี้หวยอันขับรถตามหาเธอเจอ เธอกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ที่ป้ายรถเมล์ หนาวจนตัวสั่น

 เขารีบลงจากรถ เอาเสื้อนอกคลุมให้เธอแล้วพูดว่า “อันหราน กลับบ้านกับผม”

 เสียงประกาศบนรถดึงอันหรานกลับจากความทรงจำ

 เธอลืมตาขึ้น ภายในรถโล่งเงียบ เหลือแค่คนขับที่หันกลับมามองเธอ

 “สาวน้อย ถึงป้ายแล้ว”

 เธอหยิบถุงยา ลุกลงจากรถ

 ในบ้านมืดสนิท แต่ไฟเซ็นเซอร์ตรงทางเข้ากลับสว่างขึ้น เธอเปลี่ยนรองเท้า วางถุงยาลงบนตู้รองเท้า สายตาหยุดอยู่ที่ผนังด้านข้าง

 รูปแต่งงานยังแขวนอยู่ตรงนั้น

 ในรูป จี้หวยอันโอบไหล่เธอ มุมปากยกยิ้ม สายตาอ่อนโยน

 อันหรานจ้องรูปนั้นอยู่นาน ก่อนเบือนสายตาออก

 ไฟในครัวยังเปิดอยู่

 เธอเดินเข้าไป และก็เป็นอย่างที่คิด ไฟอุ่นของหม้อหุงข้าวยังติดอยู่ พอเปิดฝาออก ข้างในคือโจ๊กขาวอุ่น ๆ เคี่ยวได้กำลังดี เม็ดข้าวนุ่มละมุน

 ข้าง ๆ มีโพสต์อิตแปะไว้ “ช่วงนี้ได้ยินคุณบ่นว่าปวดท้องบ่อย กินน้อย ๆ หลายมื้อ โจ๊กช่วย养胃 จำไว้ว่าต้องกิน อย่ารอให้เย็น ผมกลับดึกหน่อย”

 เธอตักใส่ชาม ก่อนยกไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

 ไอร้อนลอยขึ้นจากโจ๊ก กลิ่นข้าวอ่อน ๆ จางเบา

 ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา

 “กินโจ๊กหรือยัง ผมอยู่กับลูกค้า อาจกลับดึกหน่อย คุณกระเพาะไม่ดี อย่ากินของเย็น ในตู้เย็นมีแอปเปิลที่ผมหั่นไว้ วางไว้สักพักแล้วค่อยกิน”

 เธอมองข้อความนั้นอยู่นาน ก่อนกดดับหน้าจอ

 กินไปได้ครึ่งชาม จู่ ๆ ในท้องก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง

 เธอลุกพรวด วิ่งเข้าห้องน้ำ

 มือยันขอบชักโครก ก้มตัวอาเจียนอย่างทรมานแทบขาดใจ

 ผ่านไปพักใหญ่ถึงค่อยสงบลง

 เธอกดชักโครก เดินไปหน้าอ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำ

 น้ำเย็นสาดลงบนใบหน้า เย็นเฉียบ

 เธอเงยหน้ามองกระจก

 คนในกระจกใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากซีดเผือด เส้นผมยุ่งเหยิงแนบติดหน้าผากและแก้ม ดวงตาแดงบวม ใต้ตาคล้ำเข้ม

 เธอมองตัวเองแบบนั้นอยู่นาน

 จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

 ยังดี เหลืออีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
120 Kabanata
บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวย
บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวยพัชราสตั้นท์เกิร์ลสาวสวย เธอเป็นเด็กกำพร้าโตมาด้วยสองขาของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยลืมว่าตัวเองนั้นโตมาจากที่ไหน ทุกครั้งที่มีค่าจ้างหรือได้เงินจากการทำงาน พัชราหรือพัชจะแบ่งเงินให้บ้านเด็กกำพร้าเสมอ ทำให้เธอไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย ทรัพย์สินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงคงจะเป็นคอนโดที่เธออยู่ตอนนี้กับรถยนต์อีกหนึ่งคันที่ใช้สำหรับเดินทางไปทำงานเธอนั้นมีคนรักที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาลัย ทั้งสองคนตกลงกันว่าอีกสองปีค่อยแต่งงานกัน ไม่ว่ากฤษณ์ต้องการอะไรขอแค่เอ่ยปากพัชราก็จะคอยหามาให้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีคอนโดเป็นของตัวเองและผ่อนหมดแล้ว แต่เธอก็ยังคงต้องผ่อนคอนโดของคนรักและรถที่เขาใช้อยู่ แต่เธอก็ไม่โง่พอที่จะซื้อหรือผ่อนเป็นชื่อของคนรัก ทรัพย์สินทั้งสองอย่างยังคงเป็นชื่อของเธอเอง วันนี้เธอเลิกงานเร็วเพราะคิวของนางเอกที่เธอต้องแสดงแทนนั้นยกเลิกไป ทำให้ตอนนี้เธอว่างจึงเลือกที่จะไปหาคนรัก ช่วงนี้เธอได้รับข่าวสารมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และยังมีผู้ประสงค์ดีหรือร้ายไม่รู้ส่งภาพคนรักและเพื่อนสนิทที่เรียนมหาลัยมาให้ ทั้งสองคนเดินจูงมือขึ้นคอนโดหลายครั้ง และเหมือนเช่นวันนี้ที่เธอได้รั
Magbasa pa
บทที่ 2 อยากได้เหรอ เอาสิฉันยกให้
บทที่ 2 อยากได้เหรอ เอาสิฉันยกให้พัชราที่มองและเตรียมตั้งรับอยู่แล้วจึงได้จับแขนของเพื่อนสาวอย่างวีณาจากนั้นเหวี่ยงสุดแรงจนวีณากระเด็นไปกระแทกโต๊ะอาหาร“ตุ๊บ! โอ้ย! พี่กฤษณ์ขาวีเจ็บจังเลย นังพัชมันจะฆ่าวีแล้ว” วีณาส่งเสียงออดอ้อนให้กฤษณ์ชายหนุ่มที่เธอแย่งและมีความสัมพันธ์ด้วยให้ช่วยเหลือ แต่กฤษณ์กลับยืนเฉย หากต้องเลือกระหว่างวีณาที่ผ่านใครต่อใครมานับไม่ถ้วนและ พัชราคนที่สะอาดไม่เคยผ่านมือชายคนไหนและยังสามารถช่วยเหลือจุนเจือเขาได้เสมอ เขาขอเลือกพัชราดีกว่า“พัชพี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะ ต่อไปพี่จะไม่ทำแล้ว”กฤษณ์พยายามเดินเข้าหาคนรัก แต่มีเหรอพัชราจะยอม ในเมื่อรักกันมากยอมแม้กระทั่งหักหลังเธอ ในเมื่อกล้าขอโอกาสเธอก็จะให้แต่ไม่ใช่โอกาสนะ แต่เป็นต้องลอยในอากาศแทนพัชราจับแขนอดีตคนรักเหวี่ยงและทุ่มสุดแรงจนร่างของชายหนุ่มกระแทกกับกำแพงห้อง จนชายหนุ่มจุกจนลุกแทบไม่ไหว ผ้าขนหนูกับตัวคนอยู่คนละทิศคนละทาง“เฮ้อ... พัชดีแล้วที่แกตัดใจ ดูสิหนอนชาเขียวชัดๆ ไม่เข้าใจจะแย่งทำไม สู้หนุ่มไปบาร์โฮสต์ไม่ได้ จับนี่เต็มไม้เต็มมือเชียว”“ไอ้เก๋ แกพูดเหมือนเคยลอง ว่าแต่แกไปกับพี่ๆ ช่างแต่งหน้าบ่อยไม่ใช่หรือไง”
Magbasa pa
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นหนิงเหมยจู
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นหนิงเหมยจูเช้าวันต่อมา พัชรายังไม่ได้นอนตั้งแต่สะดุ้งตื่น ดีที่ช่วงนี้เธอไม่มีคิวงาน ทำให้ไม่ต้องโทรไปลาหรือว่ามีห่วงอะไร หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอจึงเตรียมไปห้างสรรพสินค้าที่มีสัญลักษณ์สีแดงก่อนเป็นอันดับแรก ช่วงเช้าแบบนี้คิดว่าคนไม่มากเท่าไหร่ เธอจึงขับรถมุ่งหน้าไปสถานที่แห่งนั้น ขอเพียงอย่างเดียวว่ากล้องวงจรปิดจะไม่เห็นว่าเธอทำอะไร ไม่อย่างนั้นแทนที่จะทะลุมิติไปแบบในนิยาย จะได้ไปอยู่ในคุกแทนนะสิ ดีไม่ดีขึ้นหน้าหนึ่งอีกต่างหากเมื่อมาถึงเธอจึงเดินตามชั้นวางของและเอามือแตะเข้าแตะออกแบบนั้นด้วยความรวดเร็ว เธอใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงทุกอย่างจึงเข้าไปอยู่ในมิติอย่างที่เธอต้องการ แต่เธอยังเลือกที่จะซื้อของออกมาหลายอย่างเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานจากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่ห้างที่ใหญ่ที่สุด พัชรายังคงทำแบบเดิม อยากได้อะไรเธอก็ใช้เพียงนิ้วแตะเข้าแตะออก จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเย็น เธอจึงเลือกที่จะกลับเพราะแค่นี้ก็เหนื่อยเหมือนกันเดินทั้งวันจะไม่เหนื่อยได้ยังไง แต่พอจะออกจากห้างสรรพสินค้า สายตาไปเห็นแผนกเครื่องสำอาง เธอจึงเดินเข้าไปทำเหมือนเดิม แม้แต่แผนกนาฬิก
Magbasa pa
บทที่ 4 พบหน้าสามีหรือว่าลูกชายคนโต
บทที่ 4 พบหน้าสามีหรือว่าลูกชายคนโตหนิงเหมยจูเดินเข้ามาหลังบ้าน ห้องครัวของบ้านหลังนี้แยกตัวออกมาอยู่ทางด้านหลัง ถึงแม้จะมีสองเตา แต่อุปกรณ์เครื่องครัวนี่โคตรจะเก่าและมีแต่รอยปะ แต่ช่างเถอะค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน หากเอาออกมาทีเดียวรับรองได้หากคนที่บ้านเห็นจะพลันช็อกตายเปล่าๆเรื่องสำคัญที่สุดคือสร้างบ้านใหม่และพาสามีไปหาหมอ จะปล่อยให้นอนบาดเจ็บไปแบบนี้ตลอด มีหวังได้พิการจริงๆ แต่ตอนนี้เธอต้องหาอาหารมาทำก่อนดูท่าทางแล้วบ้านนี้ไม่เหลืออะไรให้กินเลย ข้าวสารก็ไม่เหลือ ธัญพืชสักอย่างก็ไม่มี ไข่ก็หมด ไก่ตัวเป็นๆ ที่ควรมีก็ไม่มี“โอ๊ย มีอะไรให้กินบ้างไหมเนี่ย”หนิงเหมยจูที่ตอนนี้มีจิตวิญญาณของพัชราเกาหัวด้วยความมึน แต่เหมือนจะนึกอะไรได้จึงเดินกลับเข้าไปที่ห้องของตัวเอง เธอเปิดตู้เสื้อผ้าที่ล็อกกุญแจไว้ เมื่อเปิดออกมา กลับเจอข้าวสารหลายชั่ง ไข่ไก่อีกเกือบสิบฟอง เกลือ น้ำตาลทรายแดง ถั่วเขียวกลับมีมาแอบไว้ในนี้ ยังมีเนื้อตากแห้งอีกส่วนหนึ่ง“ไม่อยากจะด่า แต่เธอนี่โคตรเลวเลยเหมยจู ขนาดฉันยังรับไม่ได้เลย” หนิงเหมยจูหอบทุกอย่างเข้ามาในครัว เอาข้าวสารใส่ไว้ในถังและยังเอาออกมาจากมิติมาเติมไว้ นอกจ
Magbasa pa
บทที่ 5 ทวงไก่คืน
บทที่ 5 ทวงไก่คืนตงซีเฉินทั้งโกรธทั้งอายที่ผู้หญิงคนนี้อุ้มเขาออกมาจากห้อง ทำเหมือนเขาคือลูกชายตัวน้อย แต่พอมานั่งเธอจึงยื่นโจ๊กที่ข้นบวกกับมีเนื้อแห้งใส่มายังมีไข่ต้มที่ไม่สุกมาอีกหนึ่งฟอง ทำให้เขาหันไปมองหน้าเธออีกครั้งด้วยความแปลกใจ“ไม่ต้องมองค่ะ สองพ่อลูกกินกันไปก่อน ฉันจะเข้าไปเก็บห้องของพี่ อยู่ได้ยังไง ห้องอับแบบนั้นดีแค่ไหนที่หนอนไม่ขึ้น” หนิงเหมยจูบ่นตามประสาของเธอ แต่ตงซีเฉินลืมตัวมองค้อนเธอด้วยความไม่พอใจ“ฉันจะเอาแรงที่ไหนไปเก็บกวาดแค่เดินยังไม่ได้ มีแต่เสี่ยวลู่ที่ช่วยทำความสะอาดให้เท่านั้นเอง”“พี่อย่ามางอน ฉันก็พูดไปตามประสานั่นแหละ แต่ถามอะไรหน่อยได้ไหม ฉันจำได้ว่าบ้านเราเลี้ยงไก่ไว้สองตัว ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยทำอาหาร และฉันก็ไม่ได้เอาไปขาย แต่ทำไมวันนี้ฉันถึงไม่เห็นไก่อยู่ในเล้าล่ะ” เท่าที่เธอจำได้ บ้านนี้มีไก่เลี้ยงไว้สองตัวเพื่อเก็บไข่ไว้กิน แต่วันนี้กลับไม่มีไก่อยู่ หรือว่ามีขโมย แต่สภาพแบบนี้เนี่ยนะยังมีคนคิดที่จะเข้ามาขโมยของ“ป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองมาเอาไปค่ะ ย่าก็มาด้วย ตอนที่แม่นอนสลบอยู่” เสี่ยวลู่ก้มหน้าบอกเสียงเบา เธอห้ามแล้ว แต่เธอเป็นเด็ก สู้แรงทั้งสา
Magbasa pa
บทที่ 6 ฟาดกลับสิคะ รออะไร
บทที่ 6 ฟาดกลับสิคะ รออะไรแม่เฒ่าตงได้ยินก็หน้าดำหน้าแดงแม้ว่าที่หนิงเหมยจูนั้นจะพูดเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ควรจะมาพูดต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แล้วบ้านตงของเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน“เธอเป็นแค่สะใภ้ไม่ควรจะมาพูดจาก้าวร้าวแม่สามีนะสะใภ้สี่” พ่อเฒ่าตงยืนฟังอยู่นานเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองเริ่มเจอทางตันจึงยื่นมือเข้ามายุ่ง“ฉันรู้ค่ะ พ่อสามีคิดว่าฉันเป็นเพียงสะใภ้ที่บ้านสามีไม่ต้อนรับ แต่ฉันพูดในฐานะภรรยาของพี่ซีเฉิน และนั่นก็คือลูกชายของพวกคุณคนหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าทำไมทั้งพ่อสามีและแม่สามีไม่เคยสนใจพี่ซีเฉิน แต่คำว่าพ่อแม่ควรจะดูแลลูกหน่อย ต่อให้ไม่สนใจแต่ไม่ควรจะเบียดเบียนแบบนี้ฉันไม่ลืมว่าฉันเป็นเพียงลูกสะใภ้ แต่แม่สามีเป็นคนพูดเองว่าพี่ซีเฉินแยกบ้านออกไปแล้ว ดังนั้นแม่สามีไม่ควรจะมาเบียดเบียนอาหารการกินของพวกเราไม่ใช่หรือยังไง ตอนนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรู้ว่าพี่ซีเฉินไม่สามารถทำงานได้เป็นเดือนๆ แล้ว และไม่ต้องพูดถึงว่าจะหาอาหารหรือหาเงินมายังไงบ้านของเรามีอาหารเพียงเล็กน้อยแต่ยังมาโดนบ้านใหญ่มาขโมยไปอีกแบบนี้ พ่อสามีช่วยตอบสะใภ้ผู้โง่เขลาคนนี้ได้ไหมว่าแม่สามีและสะใภ้ทั้งสองคนท
Magbasa pa
บทที่ 7 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอด
บทที่ 7 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอดหนิงเหมยจูอยากให้ตงซีเฉินมีความหวังขึ้นมา เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่หาย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้คงไม่ดีแน่ๆ“ลำบากเธอหรือเปล่า มันต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ” ถ้าต้องซื้อรถเข็นมาให้เขานั่งคงต้องใช้เงินไม่น้อย อีกอย่างผู้หญิงคนนี้บอกเองว่าจะพาเขาไปโรงพยาบาลไปรักษา เรื่องนี้ก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน“ใช้เงินแล้วยังไง ก่อนหน้านี้พี่ทำงานได้เงินมา พี่ก็ให้ฉัน ไม่ต้องห่วงหรอกฉันยังพอมีเก็บอยู่ พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน รอให้พี่หายก่อนแล้วค่อยมาช่วยกันทำงาน อย่าลืมว่าเสี่ยวลู่สี่ขวบกว่าแล้วเทอมหน้าต้องเข้าโรงเรียนเรายังจะต้องใช้เงินอีกเยอะแต่ก่อนจะถึงตอนนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำหลังจากพาพี่ไปหาหมอแล้วคือสร้างบ้านใหม่ หน้าหนาวใกล้จะมาถึงอีกไม่นาน วันดีคืนดีหลังคาถล่มลงมาทับตายพอดี พี่ไม่ต้องกลัวพี่ได้ช่วยฉันทำงานแน่ๆ ต่อให้พี่ต้องนั่งรถเข็นฉันก็จะใช้งานพี่ ตกลงไหม รอก่อนนะ ไปทำความสะอาดห้องเดี๋ยวมา” หนิงเหมยจูพูดจบจึงหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าไปทำความสะอาดห้องให้สามีที่มีเสี่ยวลู่ตัวน้อยรออยู่สองแม่ลูกช่วยกันทำความสะอาดด้วยเสียงหัวเราะ ทำให้คน
Magbasa pa
บทที่ 8 ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านอยากรู้จริง ๆ
บทที่ 8 ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านอยากรู้จริง ๆบ้านตง“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนังเหมยจูมันถึงกล้าแบบนี้” กู้หลันหรือแม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่พอใจ“นั่นสิ หรือว่าที่เราได้ข่าวว่าสะใภ้สี่ป่วยเกือบตายนั้นทำให้เธอมีสติขึ้นกว่าเมื่อก่อน” ตงก้านหรือพ่อเฒ่าตงเองก็คิดเหมือนภรรยา เขารู้สึกว่าสะใภ้สี่นั่นดูแปลกตา ถึงแม้ว่าจะยังปากร้าย แต่ไม่น่าจะกล้าและเป็นคนฉลาดแบบนี้“สะใภ้สี่คงไม่มีทางเลือกแล้วหรือเปล่าคะ หลายเดือนก่อนฉันมีเรื่องกับเธอฉันก็โดนตบเหมือนกัน อาจจะเพราะบ้านน้องสี่ไม่มีอะไรกินแล้วจริงๆ เลยทำให้เธอบ้าได้ขนาดนั้น อีกทั้งฉันได้ข่าวมาว่าสะใภ้สี่เตรียมที่จะหนีไปกับชายหนุ่มที่ชื่ออาซ่างไม่ใช่เหรอ” สะใภ้ใหญ่ไม่คิดว่าหนิงเหมยจูหรือสะใภ้สี่ของบ้านนั้นแปลกเลยสักนิดเดียว เพราะความปากร้ายและมือเท้าหนักแบบนี้ยังเหมือนเดิม แต่ที่สะใภ้สี่ดูเหมือนจะรักลูกเลี้ยงหรือต้องการดูแลสามีนั้นเพราะต้องการทำให้น้องสี่ของสามีตายใจหรือเปล่า“ฉันเห็นด้วยกับพี่สะใภ้ใหญ่นะแม่สามี ฉันมองว่าสะใภ้สี่อาจจะทำให้พวกเราตายใจหรือเปล่า ฉันแอบเห็นหลายครั้งว่าเธอเคยแอบไปพบอาซ่าง บางทีก็มีแอบไปซื้อหนังสือแล้วเอาไปให้บางครั้งยังเคยเห
Magbasa pa
บทที่ 9 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอ
บทที่ 9 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอหนิงเพ่ยชิงด้วยความที่รับเอานิสัยแม่อย่างหวยซินมาเต็มๆ เธอจึงอยู่นิ่งไม่ได้เมื่อโดนหนิงเหมยจูมองด้วยสายตาแบบนั้น จึงได้พูดออกไปอย่างไม่ค่อยได้คิดให้ถี่ถ้วน“เหอะ ฉันเป็นลูกสาวที่พ่อรักมาก ไม่เหมือนแกและน้องแกหรอกที่...”“แล้วยังไง ผู้ชายคนนั้นจะรักหรือไม่รักฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าเธอต้องการที่จะจับพี่ซีเฉินไม่ใช่เหรอเพราะเขาหาเงินเก่ง แต่น่าเสียดายนะผู้ชายคนนี้ฉันเป็นคนได้ เขาทั้งเก่ง ทั้งหล่อและอร่อย เสียใจด้วยนะน้องสาวของพี่เธอพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว” เมื่อพูดคำว่าอร่อยหนิงเหมยจูเลือกที่จะเลียริมฝีปากเบาๆ เพื่อให้หนิงเพ่ยชิงนั้นเข้าใจว่าเธอกินสามีไปแล้วจริงๆ“นัง...นังหน้าด้าน หน้าไม่อาย พูดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ลูกสาวฉันยังเด็ก ใครจะเหมือนแกล่ะ ที่กร้านเรื่องพวกนี้ ใครอยากได้ไอ้ซีเฉินกัน แกเอาไปเถอะ คนพิการแบบนั้น” หวยซินชี้หน้าด่า“หน้าด้านแล้วยังไง หน้าไม่อายแล้วยังไง แต่ก่อนที่คุณจะพูดหรือด่าว่าอะไรฉัน ช่วยเดินไปที่ลำธารแล้วชะโงกดูนะว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นใช่คนที่คุณมองเห็นในน้ำหรือเปล่า ถึงฉันจะหน้าไม่อ
Magbasa pa
บทที่ 10 ความสุขเริ่มก่อตัว
บทที่ 10 ความสุขเริ่มก่อตัวหนิงเหมยจูเมื่อลงจากเกวียนเธอจึงเดินเข็นรถกลับไปที่บ้าน เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็ร้องเรียกลูกสาวเสียงดังให้มาเปิดประตู“เสี่ยวลู่ แม่กลับมาแล้วเปิดประตูให้แม่หน่อย” ก่อนไปอำเภอเธอบอกกับลูกสาวตัวน้อยไว้ว่าพอแม่ไปแล้วให้รีบปิดประตูและห้ามให้คนนอกเข้ามาจนกว่าแม่จะกลับ เสี่ยวลู่ก็ทำตามอย่างขะมักเขม้น เพราะเด็กน้อยกลัวว่าบรรดาป้าสะใภ้จะมาที่บ้านอีก“แม่กลับมาแล้ว” เสี่ยวลู่วิ่งยิ้มแป้นออกมาเปิดประตูให้แม่ เด็กน้อยดีใจมากที่แม่กลับมา ไม่ใช่แค่เสี่ยวลู่ที่ดีใจแม้แต่ตงซีเฉินยังยิ้มออกเพราะหินที่ถ่วงอยู่ในใจนั้นได้หลุดออกไปแล้ว“โอ้โห รถเข็นสวยจังเลย ของพ่อใช่ไหมคะแม่” เด็กน้อยทำตาโตเมื่อเห็นเก้าอี้ที่มีล้อ แบบนี้พ่อซีเฉินของเธอก็ไปไหนได้แล้ว ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน“ใช่แล้วคนเก่ง เราเอาเข้าไปอวดพ่อกันดีกว่านะ แม่ซื้อชุดมาให้หนูกับพ่อด้วย มีรองเท้าด้วยนะ ไปเถอะเข้าบ้านกัน” หนิงเหมยจูทำเสียงเล็กเสียงน้อยคุยกับลูกสาว จากนั้นสองแม่ลูกจึงจูงมือกันเข้าไปในบ้าน เพราะมีใครอีกคนที่รออยู่“พี่ซีเฉินมาลองนั่งเก้าอี้นี้ดูนะ มาฉันช่วย” หนิงเหมยจูเอารถเข้ามาในบ้านก่อนจะพาเข้ามาในห
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status