ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-18
Oleh:  sanvittayamOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
120Bab
2.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวยต้องทะลุมิติมาป็นภรรยาที่แสนจะร้ายกาจ ในปี1979 ที่สุดแสนจะลำบาก ยังต้องมาสู้รบกับแม่สามีปากร้ายและบรรดาสะใภ้แสนจะเห็นแก่ตัว รออะไรล่ะคะ ฟาดมาฟาดกลับ กลัวที่ไหน

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวย

บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวย

พัชราสตั้นท์เกิร์ลสาวสวย เธอเป็นเด็กกำพร้าโตมาด้วยสองขาของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยลืมว่าตัวเองนั้นโตมาจากที่ไหน ทุกครั้งที่มีค่าจ้างหรือได้เงินจากการทำงาน พัชราหรือพัชจะแบ่งเงินให้บ้านเด็กกำพร้าเสมอ ทำให้เธอไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย ทรัพย์สินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงคงจะเป็นคอนโดที่เธออยู่ตอนนี้กับรถยนต์อีกหนึ่งคันที่ใช้สำหรับเดินทางไปทำงาน

เธอนั้นมีคนรักที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาลัย ทั้งสองคนตกลงกันว่าอีกสองปีค่อยแต่งงานกัน ไม่ว่ากฤษณ์ต้องการอะไรขอแค่เอ่ยปากพัชราก็จะคอยหามาให้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีคอนโดเป็นของตัวเองและผ่อนหมดแล้ว แต่เธอก็ยังคงต้องผ่อนคอนโดของคนรักและรถที่เขาใช้อยู่ แต่เธอก็ไม่โง่พอที่จะซื้อหรือผ่อนเป็นชื่อของคนรัก ทรัพย์สินทั้งสองอย่างยังคงเป็นชื่อของเธอเอง

 วันนี้เธอเลิกงานเร็วเพราะคิวของนางเอกที่เธอต้องแสดงแทนนั้นยกเลิกไป ทำให้ตอนนี้เธอว่างจึงเลือกที่จะไปหาคนรัก ช่วงนี้เธอได้รับข่าวสารมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และยังมีผู้ประสงค์ดีหรือร้ายไม่รู้ส่งภาพคนรักและเพื่อนสนิทที่เรียนมหาลัยมาให้ ทั้งสองคนเดินจูงมือขึ้นคอนโดหลายครั้ง และเหมือนเช่นวันนี้ที่เธอได้รับภาพนั้นอีกแล้ว

“เก๋วันนี้ว่างหรือเปล่า” พัชราถามเพื่อนสนิทสตั้นท์เกิร์ลอีกคนที่ทำงานด้วยกัน

“ว่างสิ ว่าแต่แกมีอะไรหรือเปล่า” เก๋เพื่อนสนิทอีกคนในอาชีพถามด้วยความสงสัย

“ฉันจะชวนไปคอนโดของพี่กฤษณ์สักหน่อย ฉันได้ภาพพวกนั้นมาอีกแล้ว แกดูสิ” พัชรายื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนดู เก๋มองแล้วตาโต ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ไอ้วีเหรอ

“แกใจเย็นๆ นะโว้ยไอ้พัช ไอ้วีมันกล้าหักหลังเพื่อนขนาดนี้เลยเหรอ แกก็ช่วยมันมาเยอะ ยิ่งไอ้กฤษณ์หากมันทำจริงฉันว่ามันไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้ว เชี้ยแบบนี้เลิกไปเถอะ มันคงจะอ้างอีกแหละว่ามันพลาดมันเหงา เพราะแกไม่ยอมมันเสียที” ไม่ใช่ว่าแฟนของพัชไม่เคยทำผิด แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอยอมได้ยังไง หากเป็นเธอนะเลิกไปนานแล้ว

“บางทีคนเรามันก็มีความอดทนนะ ฉันเข้าใจผู้ชายมันต้องมีเรื่องอย่างว่า ในเมื่อฉันยังไม่พร้อมที่จะให้ กฤษณ์ต้องการก็ไปหาจากที่อื่น แต่ไม่ใช่กับเพื่อนสนิทของพวกเราแบบนี้ ในเมื่อกล้าที่จะทำ ทั้งสองคนก็ต้องพร้อมรับผลของการกระทำทั้งหมด”

“พัชฉันถามจริง แกรักไอ้กฤษณ์มันรึเปล่า ทำไมดูเหมือนแกไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้มันอีกแล้ว” เก๋มองไม่เข้าใจ ถ้าหมดรักทำไมไม่เลิกให้มันจบๆ ไป มีดารานักแสดงตั้งหลายคนตามจีบ พัชราเพื่อนของเธอ แต่ยายนี่ไม่สนใจใคร บางทีก็มีนักธุรกิจมาชอบมาตามจีบมันยังไม่สน แต่กลับมาปักใจไอ้รุ่นพี่กฤษณ์ที่คบกันมาตั้งแต่เรียนมหาลัย ไม่รวยไม่ว่า ทำงานแต่ละที่ไม่เคยเกินสี่เดือน แถมยังมาเป็นภาระเพื่อนของเธออีก

“ถามว่ารักไหม ฉันตอบแกไม่ได้เหมือนกันว่ะเก๋ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ตัดใจได้ไหม คงตอบว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนเลิกขอจัดหนักสักรอบ ไม่งั้นฉันจะชวนแกมาด้วยทำไม ฉันเอาแกมาห้ามไม่รู้เหรอ กลัวว่าจะหนักมือไปทั้งสองคนนั้นจะตายเสียก่อน”

พัชราหันมาหัวเราะร่า ถ้าถามว่ารักไหม เธอคงจะตอบว่าหมดใจไปนานแล้ว ดีเหมือนกันตัดขาดครั้งนี้เธอจะขายคอนโดขายรถเก็บเงินเข้ากระเป๋าสบายใจเฉิบดีกว่า

“อ้าว พาฉันมาเป็นกรรมการหรอกเหรอ นึกว่าจะให้ร่วมด้วย ถ้าไอ้วีมันกล้าหักหลังแก ฉันก็ขอสักตุบสองตุบก็แล้วกัน ยิ่งวันนี้เลิกกองโดยยังไม่ได้ทำงานคันไม้คันมือเหลือเกิน” เมื่อพูดจบสองสาวได้พากันหัวเราะ

ลั่นรถ ขับรถมาไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่หมาย

พัชราเดินขึ้นลิฟต์มาชั้นสิบสาม เมื่อมาถึงหน้าห้องเธอจึงไขประตูเข้าไป และไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงครวญครางของทั้งสองคน สงสัยคงจะรีบมากห้องนอนก็ไม่ได้ปิด

พัชราจึงเปิดโทรศัพท์โหมดวิดีโอแล้วยื่นมือไปอัดภาพไว้โดยที่ตัวเธอนั้นไม่ได้มอง แต่เชื่อเถอะทั้งภาพทั้งเสียงชัดแจ๋ว เธอยืนถ่ายประมาณสิบนาที คิดว่าได้ทั้งหน้าตาและท่าทางครบหมดแล้ว จึงเดินมานั่งรอกับเก๋ ทั้งสองคนนั่งเล่นเกมกันอย่างมีความสุข ไม่ได้สนใจเลยว่าในห้องนอน ทั้งสองคนเริ่มบรรเลงเพลงรักกันอีกครั้งแล้ว

จนในห้องพายุรักสงบลง สองสาวก็เล่มเกมจบพอดี กฤษณ์พันผ้าขนหนูมาผืนเดียวเดินออกมากินน้ำ แต่สายตากลับเห็นคนรักและเพื่อนของเธอส่งยิ้มมาให้

“พัช มาได้ไงไหนบอกว่าวันนี้มีงานไม่ใช่เหรอ” กฤษณ์ถามเสียงสั่นพร้อมกับหน้าซีดจนพัชราอดยิ้มมุมปากไม่ได้

“มาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ว่าแต่เสร็จแล้วใช่ไหม เราจะได้คุยกัน” พัชราไม่มีท่าทางว่าจะเสียใจกลับส่งยิ้มหวานไปให้

“มันไม่ใช่อย่างที่พัชคิดนะ”

“พี่กฤษณ์ขา ไหนบอกว่าจะมาเอาน้ำไงคะ ทำไมออกมานานจังเลย วียังกินพี่ไม่อิ่มเลยนะคะ หรือว่าวันนี้พี่ยอมแพ้แล้ว”

วีณาหรือวีเพื่อนสนิทของทั้งพัชราและเก๋ สุนิสา เดินออกมาด้วยน้ำเสียงยั่วยวน แต่พอเห็นเพื่อนสนิททั้งสองคนนั่งอยู่ที่โซฟา วีณาไม่มีท่าทางตกใจแต่กลับเดินไปคล้องแขนของกฤษณ์อย่างผู้ชนะ กฤษณ์เองพยายามแกะมือของวีณาออก เพราะเขายังไม่ได้เคลียร์กับคนรัก แต่ในใจนั้นคิดว่าคนอย่างพัชรายังไงก็ต้องยอม ผู้หญิงคนนี้ง้อไม่ยาก

“เอาล่ะ ในเมื่อออกมาพร้อมหน้าพร้อมตา แบบนี้ เราก็มาคุยกันเสียที พี่กฤษณ์ช่วยเก็บของออกไปจากที่นี่ด้วยนะ เก๋แกไปหากุญแจรถให้หน่อย ฉันจะเอารถไปขายเหลืออีกสองงวดก็ผ่อนหมดแล้ว ไปปิดที่เหลือแล้วได้เงินก้อนมาฉันจะพาแกไปเที่ยว”

“จัดไปเพื่อนรัก แกน่ารักที่สุดเลย” สุนิสารับคำเพื่อน ก่อนจะรีบเดินไปหยิบกุญแจรถในห้องนอนและเอามายื่นให้เพื่อนรักของเธอ

“พัช พัชทำแบบนี้หมายความว่ายังไง พัชจะไล่พี่แล้วยังยึดรถของพี่ได้ยังไง คอนโดพี่ก็ช่วยผ่อนเหมือนกันนะ”

“เหรอ ผ่อนเท่าไหร่ต่อเดือน เดือนละห้าร้อยเดือนละพันว่างั้น แต่ไม่ว่าจะช่วยเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าคอนโดและรถนั้นชื่อฉัน ทุกครั้งพี่ก็ให้เงินสดตลอด แล้วมีหลักฐานอะไรว่าพี่ช่วยผ่อน”

“ส่วนเธอยายวี เงินที่เธอยืมฉันไปเจ็ดแสนช่วยคืนมาด้วยภายในสามวัน ไม่งั้นฉันแจ้งความ อย่าลืมนะว่าแกทำสัญญาและเอาบ้านของน้าชายแกมาค้ำไว้ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าน้าชายแกจะรู้เรื่องหรือเปล่า แต่มีทั้งสัญญาและคลิปเสียงที่ฉันอัดไว้ รับรองคุกอย่างเดียว ถ้าคิดว่าฉันทำอะไรไม่ได้ก็ลองดู”

“แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไงยายพัช เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ” วีณาเมื่อคิดเรื่องหนี้สินและโฉนดบ้านที่แอบขโมยของน้ามาเธอกลัวจนตัวสั่น

“แกกับฉันคงไม่ใช่เพื่อนกันมานานแล้ววี แกอย่าคิดว่าภาพของแกและพี่กฤษณ์ที่ส่งมาในเครื่องฉันนั้น ฉันจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น แต่ที่ฉันปล่อยผ่านฉันอยากรู้ว่าพวกแกทั้งสองคนจะมีจิตสำนึกบ้างไหม แต่เปล่าเลย ยังเลือกที่จะทำผิดซ้ำซากเหมือนเดิม

ในเมื่อแกไม่เห็นฉันเป็นเพื่อน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเห็นแกเป็นเพื่อนเช่นกัน อย่าลืมนะฉันให้เวลาแกสามวันเท่านั้น” พัชราบอกเสียงเรียบ เธอไม่โกรธแต่ขยะแขยงมากกว่า ส่วนวีณาเมื่อได้ยินคำพูดทั้งหมดจึงพุ่งเข้าไปหาพัชราจนลืมไปว่าเพื่อนสนิทคนนี้ของเธอนั้นทำงานอะไร

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
120 Bab
บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวย
บทที่ 1 พัชรา สตั๊นท์เกิร์ลแสนสวยพัชราสตั้นท์เกิร์ลสาวสวย เธอเป็นเด็กกำพร้าโตมาด้วยสองขาของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยลืมว่าตัวเองนั้นโตมาจากที่ไหน ทุกครั้งที่มีค่าจ้างหรือได้เงินจากการทำงาน พัชราหรือพัชจะแบ่งเงินให้บ้านเด็กกำพร้าเสมอ ทำให้เธอไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย ทรัพย์สินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงคงจะเป็นคอนโดที่เธออยู่ตอนนี้กับรถยนต์อีกหนึ่งคันที่ใช้สำหรับเดินทางไปทำงานเธอนั้นมีคนรักที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาลัย ทั้งสองคนตกลงกันว่าอีกสองปีค่อยแต่งงานกัน ไม่ว่ากฤษณ์ต้องการอะไรขอแค่เอ่ยปากพัชราก็จะคอยหามาให้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีคอนโดเป็นของตัวเองและผ่อนหมดแล้ว แต่เธอก็ยังคงต้องผ่อนคอนโดของคนรักและรถที่เขาใช้อยู่ แต่เธอก็ไม่โง่พอที่จะซื้อหรือผ่อนเป็นชื่อของคนรัก ทรัพย์สินทั้งสองอย่างยังคงเป็นชื่อของเธอเอง วันนี้เธอเลิกงานเร็วเพราะคิวของนางเอกที่เธอต้องแสดงแทนนั้นยกเลิกไป ทำให้ตอนนี้เธอว่างจึงเลือกที่จะไปหาคนรัก ช่วงนี้เธอได้รับข่าวสารมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และยังมีผู้ประสงค์ดีหรือร้ายไม่รู้ส่งภาพคนรักและเพื่อนสนิทที่เรียนมหาลัยมาให้ ทั้งสองคนเดินจูงมือขึ้นคอนโดหลายครั้ง และเหมือนเช่นวันนี้ที่เธอได้รั
Baca selengkapnya
บทที่ 2 อยากได้เหรอ เอาสิฉันยกให้
บทที่ 2 อยากได้เหรอ เอาสิฉันยกให้พัชราที่มองและเตรียมตั้งรับอยู่แล้วจึงได้จับแขนของเพื่อนสาวอย่างวีณาจากนั้นเหวี่ยงสุดแรงจนวีณากระเด็นไปกระแทกโต๊ะอาหาร“ตุ๊บ! โอ้ย! พี่กฤษณ์ขาวีเจ็บจังเลย นังพัชมันจะฆ่าวีแล้ว” วีณาส่งเสียงออดอ้อนให้กฤษณ์ชายหนุ่มที่เธอแย่งและมีความสัมพันธ์ด้วยให้ช่วยเหลือ แต่กฤษณ์กลับยืนเฉย หากต้องเลือกระหว่างวีณาที่ผ่านใครต่อใครมานับไม่ถ้วนและ พัชราคนที่สะอาดไม่เคยผ่านมือชายคนไหนและยังสามารถช่วยเหลือจุนเจือเขาได้เสมอ เขาขอเลือกพัชราดีกว่า“พัชพี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะ ต่อไปพี่จะไม่ทำแล้ว”กฤษณ์พยายามเดินเข้าหาคนรัก แต่มีเหรอพัชราจะยอม ในเมื่อรักกันมากยอมแม้กระทั่งหักหลังเธอ ในเมื่อกล้าขอโอกาสเธอก็จะให้แต่ไม่ใช่โอกาสนะ แต่เป็นต้องลอยในอากาศแทนพัชราจับแขนอดีตคนรักเหวี่ยงและทุ่มสุดแรงจนร่างของชายหนุ่มกระแทกกับกำแพงห้อง จนชายหนุ่มจุกจนลุกแทบไม่ไหว ผ้าขนหนูกับตัวคนอยู่คนละทิศคนละทาง“เฮ้อ... พัชดีแล้วที่แกตัดใจ ดูสิหนอนชาเขียวชัดๆ ไม่เข้าใจจะแย่งทำไม สู้หนุ่มไปบาร์โฮสต์ไม่ได้ จับนี่เต็มไม้เต็มมือเชียว”“ไอ้เก๋ แกพูดเหมือนเคยลอง ว่าแต่แกไปกับพี่ๆ ช่างแต่งหน้าบ่อยไม่ใช่หรือไง”
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นหนิงเหมยจู
บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นหนิงเหมยจูเช้าวันต่อมา พัชรายังไม่ได้นอนตั้งแต่สะดุ้งตื่น ดีที่ช่วงนี้เธอไม่มีคิวงาน ทำให้ไม่ต้องโทรไปลาหรือว่ามีห่วงอะไร หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอจึงเตรียมไปห้างสรรพสินค้าที่มีสัญลักษณ์สีแดงก่อนเป็นอันดับแรก ช่วงเช้าแบบนี้คิดว่าคนไม่มากเท่าไหร่ เธอจึงขับรถมุ่งหน้าไปสถานที่แห่งนั้น ขอเพียงอย่างเดียวว่ากล้องวงจรปิดจะไม่เห็นว่าเธอทำอะไร ไม่อย่างนั้นแทนที่จะทะลุมิติไปแบบในนิยาย จะได้ไปอยู่ในคุกแทนนะสิ ดีไม่ดีขึ้นหน้าหนึ่งอีกต่างหากเมื่อมาถึงเธอจึงเดินตามชั้นวางของและเอามือแตะเข้าแตะออกแบบนั้นด้วยความรวดเร็ว เธอใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงทุกอย่างจึงเข้าไปอยู่ในมิติอย่างที่เธอต้องการ แต่เธอยังเลือกที่จะซื้อของออกมาหลายอย่างเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงานจากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่ห้างที่ใหญ่ที่สุด พัชรายังคงทำแบบเดิม อยากได้อะไรเธอก็ใช้เพียงนิ้วแตะเข้าแตะออก จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเย็น เธอจึงเลือกที่จะกลับเพราะแค่นี้ก็เหนื่อยเหมือนกันเดินทั้งวันจะไม่เหนื่อยได้ยังไง แต่พอจะออกจากห้างสรรพสินค้า สายตาไปเห็นแผนกเครื่องสำอาง เธอจึงเดินเข้าไปทำเหมือนเดิม แม้แต่แผนกนาฬิก
Baca selengkapnya
บทที่ 4 พบหน้าสามีหรือว่าลูกชายคนโต
บทที่ 4 พบหน้าสามีหรือว่าลูกชายคนโตหนิงเหมยจูเดินเข้ามาหลังบ้าน ห้องครัวของบ้านหลังนี้แยกตัวออกมาอยู่ทางด้านหลัง ถึงแม้จะมีสองเตา แต่อุปกรณ์เครื่องครัวนี่โคตรจะเก่าและมีแต่รอยปะ แต่ช่างเถอะค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน หากเอาออกมาทีเดียวรับรองได้หากคนที่บ้านเห็นจะพลันช็อกตายเปล่าๆเรื่องสำคัญที่สุดคือสร้างบ้านใหม่และพาสามีไปหาหมอ จะปล่อยให้นอนบาดเจ็บไปแบบนี้ตลอด มีหวังได้พิการจริงๆ แต่ตอนนี้เธอต้องหาอาหารมาทำก่อนดูท่าทางแล้วบ้านนี้ไม่เหลืออะไรให้กินเลย ข้าวสารก็ไม่เหลือ ธัญพืชสักอย่างก็ไม่มี ไข่ก็หมด ไก่ตัวเป็นๆ ที่ควรมีก็ไม่มี“โอ๊ย มีอะไรให้กินบ้างไหมเนี่ย”หนิงเหมยจูที่ตอนนี้มีจิตวิญญาณของพัชราเกาหัวด้วยความมึน แต่เหมือนจะนึกอะไรได้จึงเดินกลับเข้าไปที่ห้องของตัวเอง เธอเปิดตู้เสื้อผ้าที่ล็อกกุญแจไว้ เมื่อเปิดออกมา กลับเจอข้าวสารหลายชั่ง ไข่ไก่อีกเกือบสิบฟอง เกลือ น้ำตาลทรายแดง ถั่วเขียวกลับมีมาแอบไว้ในนี้ ยังมีเนื้อตากแห้งอีกส่วนหนึ่ง“ไม่อยากจะด่า แต่เธอนี่โคตรเลวเลยเหมยจู ขนาดฉันยังรับไม่ได้เลย” หนิงเหมยจูหอบทุกอย่างเข้ามาในครัว เอาข้าวสารใส่ไว้ในถังและยังเอาออกมาจากมิติมาเติมไว้ นอกจ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ทวงไก่คืน
บทที่ 5 ทวงไก่คืนตงซีเฉินทั้งโกรธทั้งอายที่ผู้หญิงคนนี้อุ้มเขาออกมาจากห้อง ทำเหมือนเขาคือลูกชายตัวน้อย แต่พอมานั่งเธอจึงยื่นโจ๊กที่ข้นบวกกับมีเนื้อแห้งใส่มายังมีไข่ต้มที่ไม่สุกมาอีกหนึ่งฟอง ทำให้เขาหันไปมองหน้าเธออีกครั้งด้วยความแปลกใจ“ไม่ต้องมองค่ะ สองพ่อลูกกินกันไปก่อน ฉันจะเข้าไปเก็บห้องของพี่ อยู่ได้ยังไง ห้องอับแบบนั้นดีแค่ไหนที่หนอนไม่ขึ้น” หนิงเหมยจูบ่นตามประสาของเธอ แต่ตงซีเฉินลืมตัวมองค้อนเธอด้วยความไม่พอใจ“ฉันจะเอาแรงที่ไหนไปเก็บกวาดแค่เดินยังไม่ได้ มีแต่เสี่ยวลู่ที่ช่วยทำความสะอาดให้เท่านั้นเอง”“พี่อย่ามางอน ฉันก็พูดไปตามประสานั่นแหละ แต่ถามอะไรหน่อยได้ไหม ฉันจำได้ว่าบ้านเราเลี้ยงไก่ไว้สองตัว ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยทำอาหาร และฉันก็ไม่ได้เอาไปขาย แต่ทำไมวันนี้ฉันถึงไม่เห็นไก่อยู่ในเล้าล่ะ” เท่าที่เธอจำได้ บ้านนี้มีไก่เลี้ยงไว้สองตัวเพื่อเก็บไข่ไว้กิน แต่วันนี้กลับไม่มีไก่อยู่ หรือว่ามีขโมย แต่สภาพแบบนี้เนี่ยนะยังมีคนคิดที่จะเข้ามาขโมยของ“ป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองมาเอาไปค่ะ ย่าก็มาด้วย ตอนที่แม่นอนสลบอยู่” เสี่ยวลู่ก้มหน้าบอกเสียงเบา เธอห้ามแล้ว แต่เธอเป็นเด็ก สู้แรงทั้งสา
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ฟาดกลับสิคะ รออะไร
บทที่ 6 ฟาดกลับสิคะ รออะไรแม่เฒ่าตงได้ยินก็หน้าดำหน้าแดงแม้ว่าที่หนิงเหมยจูนั้นจะพูดเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ควรจะมาพูดต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แล้วบ้านตงของเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน“เธอเป็นแค่สะใภ้ไม่ควรจะมาพูดจาก้าวร้าวแม่สามีนะสะใภ้สี่” พ่อเฒ่าตงยืนฟังอยู่นานเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองเริ่มเจอทางตันจึงยื่นมือเข้ามายุ่ง“ฉันรู้ค่ะ พ่อสามีคิดว่าฉันเป็นเพียงสะใภ้ที่บ้านสามีไม่ต้อนรับ แต่ฉันพูดในฐานะภรรยาของพี่ซีเฉิน และนั่นก็คือลูกชายของพวกคุณคนหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าทำไมทั้งพ่อสามีและแม่สามีไม่เคยสนใจพี่ซีเฉิน แต่คำว่าพ่อแม่ควรจะดูแลลูกหน่อย ต่อให้ไม่สนใจแต่ไม่ควรจะเบียดเบียนแบบนี้ฉันไม่ลืมว่าฉันเป็นเพียงลูกสะใภ้ แต่แม่สามีเป็นคนพูดเองว่าพี่ซีเฉินแยกบ้านออกไปแล้ว ดังนั้นแม่สามีไม่ควรจะมาเบียดเบียนอาหารการกินของพวกเราไม่ใช่หรือยังไง ตอนนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรู้ว่าพี่ซีเฉินไม่สามารถทำงานได้เป็นเดือนๆ แล้ว และไม่ต้องพูดถึงว่าจะหาอาหารหรือหาเงินมายังไงบ้านของเรามีอาหารเพียงเล็กน้อยแต่ยังมาโดนบ้านใหญ่มาขโมยไปอีกแบบนี้ พ่อสามีช่วยตอบสะใภ้ผู้โง่เขลาคนนี้ได้ไหมว่าแม่สามีและสะใภ้ทั้งสองคนท
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอด
บทที่ 7 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอดหนิงเหมยจูอยากให้ตงซีเฉินมีความหวังขึ้นมา เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่หาย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้คงไม่ดีแน่ๆ“ลำบากเธอหรือเปล่า มันต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ” ถ้าต้องซื้อรถเข็นมาให้เขานั่งคงต้องใช้เงินไม่น้อย อีกอย่างผู้หญิงคนนี้บอกเองว่าจะพาเขาไปโรงพยาบาลไปรักษา เรื่องนี้ก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน“ใช้เงินแล้วยังไง ก่อนหน้านี้พี่ทำงานได้เงินมา พี่ก็ให้ฉัน ไม่ต้องห่วงหรอกฉันยังพอมีเก็บอยู่ พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน รอให้พี่หายก่อนแล้วค่อยมาช่วยกันทำงาน อย่าลืมว่าเสี่ยวลู่สี่ขวบกว่าแล้วเทอมหน้าต้องเข้าโรงเรียนเรายังจะต้องใช้เงินอีกเยอะแต่ก่อนจะถึงตอนนั้นสิ่งแรกที่เราต้องทำหลังจากพาพี่ไปหาหมอแล้วคือสร้างบ้านใหม่ หน้าหนาวใกล้จะมาถึงอีกไม่นาน วันดีคืนดีหลังคาถล่มลงมาทับตายพอดี พี่ไม่ต้องกลัวพี่ได้ช่วยฉันทำงานแน่ๆ ต่อให้พี่ต้องนั่งรถเข็นฉันก็จะใช้งานพี่ ตกลงไหม รอก่อนนะ ไปทำความสะอาดห้องเดี๋ยวมา” หนิงเหมยจูพูดจบจึงหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าไปทำความสะอาดห้องให้สามีที่มีเสี่ยวลู่ตัวน้อยรออยู่สองแม่ลูกช่วยกันทำความสะอาดด้วยเสียงหัวเราะ ทำให้คน
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านอยากรู้จริง ๆ
บทที่ 8 ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านอยากรู้จริง ๆบ้านตง“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนังเหมยจูมันถึงกล้าแบบนี้” กู้หลันหรือแม่เฒ่าตงพูดอย่างไม่พอใจ“นั่นสิ หรือว่าที่เราได้ข่าวว่าสะใภ้สี่ป่วยเกือบตายนั้นทำให้เธอมีสติขึ้นกว่าเมื่อก่อน” ตงก้านหรือพ่อเฒ่าตงเองก็คิดเหมือนภรรยา เขารู้สึกว่าสะใภ้สี่นั่นดูแปลกตา ถึงแม้ว่าจะยังปากร้าย แต่ไม่น่าจะกล้าและเป็นคนฉลาดแบบนี้“สะใภ้สี่คงไม่มีทางเลือกแล้วหรือเปล่าคะ หลายเดือนก่อนฉันมีเรื่องกับเธอฉันก็โดนตบเหมือนกัน อาจจะเพราะบ้านน้องสี่ไม่มีอะไรกินแล้วจริงๆ เลยทำให้เธอบ้าได้ขนาดนั้น อีกทั้งฉันได้ข่าวมาว่าสะใภ้สี่เตรียมที่จะหนีไปกับชายหนุ่มที่ชื่ออาซ่างไม่ใช่เหรอ” สะใภ้ใหญ่ไม่คิดว่าหนิงเหมยจูหรือสะใภ้สี่ของบ้านนั้นแปลกเลยสักนิดเดียว เพราะความปากร้ายและมือเท้าหนักแบบนี้ยังเหมือนเดิม แต่ที่สะใภ้สี่ดูเหมือนจะรักลูกเลี้ยงหรือต้องการดูแลสามีนั้นเพราะต้องการทำให้น้องสี่ของสามีตายใจหรือเปล่า“ฉันเห็นด้วยกับพี่สะใภ้ใหญ่นะแม่สามี ฉันมองว่าสะใภ้สี่อาจจะทำให้พวกเราตายใจหรือเปล่า ฉันแอบเห็นหลายครั้งว่าเธอเคยแอบไปพบอาซ่าง บางทีก็มีแอบไปซื้อหนังสือแล้วเอาไปให้บางครั้งยังเคยเห
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอ
บทที่ 9 ถ้าเกิดแม่และน้องฉันเป็นอะไร ก็อย่าคิดว่าจะรอหนิงเพ่ยชิงด้วยความที่รับเอานิสัยแม่อย่างหวยซินมาเต็มๆ เธอจึงอยู่นิ่งไม่ได้เมื่อโดนหนิงเหมยจูมองด้วยสายตาแบบนั้น จึงได้พูดออกไปอย่างไม่ค่อยได้คิดให้ถี่ถ้วน“เหอะ ฉันเป็นลูกสาวที่พ่อรักมาก ไม่เหมือนแกและน้องแกหรอกที่...”“แล้วยังไง ผู้ชายคนนั้นจะรักหรือไม่รักฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินมาว่าเธอต้องการที่จะจับพี่ซีเฉินไม่ใช่เหรอเพราะเขาหาเงินเก่ง แต่น่าเสียดายนะผู้ชายคนนี้ฉันเป็นคนได้ เขาทั้งเก่ง ทั้งหล่อและอร่อย เสียใจด้วยนะน้องสาวของพี่เธอพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว” เมื่อพูดคำว่าอร่อยหนิงเหมยจูเลือกที่จะเลียริมฝีปากเบาๆ เพื่อให้หนิงเพ่ยชิงนั้นเข้าใจว่าเธอกินสามีไปแล้วจริงๆ“นัง...นังหน้าด้าน หน้าไม่อาย พูดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ลูกสาวฉันยังเด็ก ใครจะเหมือนแกล่ะ ที่กร้านเรื่องพวกนี้ ใครอยากได้ไอ้ซีเฉินกัน แกเอาไปเถอะ คนพิการแบบนั้น” หวยซินชี้หน้าด่า“หน้าด้านแล้วยังไง หน้าไม่อายแล้วยังไง แต่ก่อนที่คุณจะพูดหรือด่าว่าอะไรฉัน ช่วยเดินไปที่ลำธารแล้วชะโงกดูนะว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นใช่คนที่คุณมองเห็นในน้ำหรือเปล่า ถึงฉันจะหน้าไม่อ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ความสุขเริ่มก่อตัว
บทที่ 10 ความสุขเริ่มก่อตัวหนิงเหมยจูเมื่อลงจากเกวียนเธอจึงเดินเข็นรถกลับไปที่บ้าน เมื่อมาถึงหน้าบ้านก็ร้องเรียกลูกสาวเสียงดังให้มาเปิดประตู“เสี่ยวลู่ แม่กลับมาแล้วเปิดประตูให้แม่หน่อย” ก่อนไปอำเภอเธอบอกกับลูกสาวตัวน้อยไว้ว่าพอแม่ไปแล้วให้รีบปิดประตูและห้ามให้คนนอกเข้ามาจนกว่าแม่จะกลับ เสี่ยวลู่ก็ทำตามอย่างขะมักเขม้น เพราะเด็กน้อยกลัวว่าบรรดาป้าสะใภ้จะมาที่บ้านอีก“แม่กลับมาแล้ว” เสี่ยวลู่วิ่งยิ้มแป้นออกมาเปิดประตูให้แม่ เด็กน้อยดีใจมากที่แม่กลับมา ไม่ใช่แค่เสี่ยวลู่ที่ดีใจแม้แต่ตงซีเฉินยังยิ้มออกเพราะหินที่ถ่วงอยู่ในใจนั้นได้หลุดออกไปแล้ว“โอ้โห รถเข็นสวยจังเลย ของพ่อใช่ไหมคะแม่” เด็กน้อยทำตาโตเมื่อเห็นเก้าอี้ที่มีล้อ แบบนี้พ่อซีเฉินของเธอก็ไปไหนได้แล้ว ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน“ใช่แล้วคนเก่ง เราเอาเข้าไปอวดพ่อกันดีกว่านะ แม่ซื้อชุดมาให้หนูกับพ่อด้วย มีรองเท้าด้วยนะ ไปเถอะเข้าบ้านกัน” หนิงเหมยจูทำเสียงเล็กเสียงน้อยคุยกับลูกสาว จากนั้นสองแม่ลูกจึงจูงมือกันเข้าไปในบ้าน เพราะมีใครอีกคนที่รออยู่“พี่ซีเฉินมาลองนั่งเก้าอี้นี้ดูนะ มาฉันช่วย” หนิงเหมยจูเอารถเข้ามาในบ้านก่อนจะพาเข้ามาในห
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status