Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-10-20 21:47:59

ความทรงจำบอกนางทันทีว่าเด็กคนนี้ชื่อ ชิงหลัว สาวใช้ที่ติดตามซูหว่านหนิงมาจากบ้านเดิม และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในจวนที่ซื่อสัตย์ต่อนางจริง ๆ

“ฮูหยินจำบ่าวได้หรือไม่เจ้าคะ”

โรซี่มองอีกฝ่ายครู่หนึ่ง “ชิงหลัว”

เด็กสาวเบิกตากว้าง ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง

“ฮูหยินจำบ่าวได้!”

ชิงหลัวรีบคลานเข้ามาจับขอบเตียง

“บ่าวคิดว่าฮูหยินจะไม่ฟื้นแล้ว หมอตรวจตั้งหลายครั้งแล้วบอกว่าชีพจรแทบไม่มี ทุกคนบอกให้เตรียมเรื่องหลังจากนี้ บ่าวไม่เชื่อ บ่าวรู้ว่าฮูหยินต้องฟื้น”

โรซี่ขมวดคิ้ว

“ข้าหลับไปนานเท่าใด”

“เกือบหนึ่งวันหนึ่งคืนเจ้าค่ะ”

“แล้วหมออยู่ไหน”

ชิงหลัวชะงักเล็กน้อย

“กลับไปแล้วเจ้าค่ะ”

“คนป่วยยังไม่ฟื้น หมอกลับไปแล้ว?”

เด็กสาวก้มหน้าลง

“ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่า ในเมื่อหมอบอกว่าไม่มีทางช่วยแล้ว ก็ไม่ควรรั้งตัวหมอเอาไว้เจ้าค่ะ”

โรซี่นิ่งไป

ฮูหยินผู้เฒ่าที่ชิงหลัวพูดถึงคือ ฉินซูอี๋ มารดาของเผยจิ่งเหิง และเป็นแม่สามีของซูหว่านหนิง ความทรงจำอีกส่วนผุดขึ้นมา หญิงวัยกลางคนในเครื่องแต่งกายหรูหรานั่งอยู่บนเก้าอี้สูง มองซูหว่านหนิงที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาเย็นชา

เป็นสะใภ้ของจวนโหวก็ต้องรู้จักกฎของจวน อย่าคิดว่ามีเงินจากบ้านเดิมแล้วจะทำอะไรก็ได้

อีกภาพหนึ่งตามมา เงินในเรือนขาดอยู่เล็กน้อย เจ้าเอาจากสินเดิมออกมาใช้ก่อนเถอะ คนครอบครัวเดียวกันจะคิดเล็กคิดน้อยไปทำไม

แล้วอีกภาพ กำไลคู่นี้เหมาะกับอวี้โหรวมากกว่า เจ้าเป็นพี่สะใภ้ จะหวงของกับน้องสาวได้อย่างไร

ภาพความทรงจำไหลเข้ามาไม่หยุด โรซี่หลับตา น่าสนใจ...เจ้าของร่างเดิมไม่ได้ยากจน ไม่ได้ไร้ที่พึ่ง และไม่ได้แต่งเข้ามาตัวเปล่า ตรงกันข้าม ซูหว่านหนิงมีทรัพย์สินมากกว่าสตรีจำนวนมากในเมืองหลวงเสียอีก

แต่สิ่งที่นางไม่มีคือความกล้าที่จะปฏิเสธ ซูหว่านหนิงถูกเลี้ยงมาให้เชื่อฟังตั้งแต่เด็ก บิดาบอกให้ทำอะไรก็ทำ มารดาบอกว่าหญิงสาวต้องอ่อนโยนจึงจะมีสามีรัก เมื่อแต่งเข้าจวนโหวก็ถูกสอนว่าต้องกตัญญูต่อพ่อแม่สามี ต้องไม่ทำให้สามีลำบากใจ และต้องรักษาชื่อเสียงของตระกูล

สุดท้ายคำว่า “ต้อง” เหล่านั้นก็กลายเป็นเชือกที่มัดนางเอาไว้จนแทบขยับไม่ได้ โรซี่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ถ้าเป็นเธอ เชือกพวกนั้นคงถูกตัดทิ้งตั้งแต่เส้นแรก

“เอาน้ำมา”

“เจ้าค่ะ”

ชิงหลัวรีบรินน้ำอุ่นให้ โรซี่รับถ้วยมาดื่มช้า ๆ ระหว่างนั้นสายตากวาดมองห้องรอบตัว เครื่องเรือนทุกชิ้นดูมีราคา ฉากกั้นเป็นไม้แกะสลัก โต๊ะเครื่องแป้งมีเครื่องประดับวางอยู่หลายชิ้น ผ้าม่านและเครื่องนอนล้วนเป็นของชั้นดี สมกับเป็นเรือนของฮูหยินคุณชายใหญ่แห่งจวนโหว

แต่เมื่อมองอย่างละเอียดกลับพบความผิดปกติ บนชั้นวางของมีพื้นที่ว่างหลายแห่ง กล่องเครื่องประดับบางใบเปิดอยู่แต่ภายในแทบไม่มีอะไร ความทรงจำของซูหว่านหนิงบอกว่านางเคยมีของมากกว่านี้

“ชิงหลัว”

“เจ้าคะ”

“กำไลหยกขาวที่มารดาของข้ามอบให้ตอนแต่งงานอยู่ไหน”

ใบหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนไป

“ฮูหยินจำไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“ตอบมา”

“ฮูหยินผู้เฒ่าขอยืมไปให้นางเสิ่นสวมในงานเลี้ยงเมื่อสองเดือนก่อนเจ้าค่ะ”

“แล้วคืนหรือยัง”

ชิงหลัวเม้มริมฝีปาก

“ยังเจ้าค่ะ”

โรซี่พยักหน้าช้า ๆ

“ปิ่นทองประดับทับทิม?”

“คุณหนูรองจากบ้านเดิมมาขอไปเจ้าค่ะ”

“ชุดเครื่องประดับไข่มุก?”

“ฮูหยินผู้เฒ่าเอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้ญาติผู้ใหญ่เจ้าค่ะ”

“เงินจากร้านผ้าสองร้านที่เป็นสินเดิมของข้า?”

คราวนี้ชิงหลัวเงียบ

โรซี่หันไปมอง

“ถามว่าเงินอยู่ไหน”

เด็กสาวคุกเข่าลงทันที

“ฮูหยินอย่าโกรธนะเจ้าคะ เมื่อเดือนก่อนพ่อบ้านมาขอเงินจากผู้ดูแลร้าน บอกว่าจวนต้องใช้เงินซ่อมเรือนตะวันออก ฮูหยินเป็นคนอนุญาตเองเจ้าค่ะ”

“เท่าไร”

ชิงหลัวบอกจำนวนออกมา

โรซี่แทบหัวเราะ

เงินจำนวนนั้นมากเกินกว่าจะใช้ซ่อมเรือนธรรมดาหลายเท่า

“แล้วมีบัญชีหรือไม่”

“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ”

“ใบรับเงิน?”

“ไม่มีเจ้าค่ะ”

“หนังสือยืม?”

ชิงหลัวส่ายหน้า โรซี่วางถ้วยน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ เยี่ยม ถูกเอาของไปโดยไม่คืน เอาเงินไปโดยไม่มีหลักฐาน แล้วยังต้องขอบคุณคนที่มาขออีกต่างหาก ซูหว่านหนิงคนเดิมช่างเป็นลูกค้าที่โรซี่ในชีวิตก่อนชอบที่สุด คิดถึงตรงนี้หญิงสาวกลับนิ่งไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 17

    “ขอรับ”“เตรียมรถ”“ฮูหยินใหญ่!” จ้าวต้าฝูแทบร้องไห้ “บ่าวรู้! บ่าวรู้ว่าใคร!”ซูหว่านหนิงยกมือให้หลี่เซิงหยุด “เช่นนั้นพูด”จ้าวต้าฝูหอบหายใจ “แต่ถ้าบ่าวพูด คนผู้นั้นอาจฆ่าบ่าว”“ถ้าเจ้าไม่พูด เจ้าอาจถูกส่งให้ทางการวันนี้”นางตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าเลือกเอง”จ้าวต้าฝูกัดฟัน ชิงหลัวมองอยู่เงียบ ๆ นางเริ่มเข้าใจวิธีของเจ้านายแล้ว ซูหว่านหนิงไม่ได้ขู่จะฆ่า ไม่ได้ขู่จะซ้อม นางเพียงวางทางเลือกสองทางตรงหน้า แล้วปล่อยให้จ้าวต้าฝูเลือกทางที่เสียหายน้อยกว่า“วันนั้นมีคนเอาเงินให้เจ้าหรือไม่”จ้าวต้าฝูหลบตา “มีขอรับ”ชิงหลัวสูดลมหายใจ แม้จะคาดไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำสารภาพจริง ๆ ก็ยังตกใจ“เท่าไร”“ยี่สิบตำลึงขอรับ”ซูหว่านหนิงเลิกคิ้ว “ชีวิตและชื่อเสียงของฮูหยินจวนโหวมีราคาแค่ยี่สิบตำลึง?”จ้าวต้าฝูรีบส่ายหน้า“บ่าวไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องถึงขนาดนี้ขอรับ! เขาบอกแค่ให้บ่าวเข้าไปพูดคุยกับฮูหยิน ให้ยืนใกล้ ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็จับแขนไว้สักครู่”“เพื่ออะไร”“ให้คนอื่นเห็นขอรับ”คำตอบนั้นตรงกับความทรงจำของซูหว่านหนิงทุกอย่าง นางถามต่อ“มีใครถูกจัดให้ไปเห็น”“บ่าวไม่ทราบขอรับ เขาแค่บอกว่าพอบ่าวเข้าไปใกล้ฮ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 16

    นางยิ้มบาง ๆ “ข้าแค่อยากเชิญเขากลับมาคุยเรื่องที่ยังค้างอยู่”ชิงหลัวมองสีหน้านั้นแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่า หากจ้าวต้าฝูรู้ว่าฮูหยินใหญ่กำลังรออยู่ เขาคงอยากวิ่งให้ไกลกว่าเดิมอีกหลายสิบลี้ ไม่นาน พ่อบ้านรองประจำเรือนของซูหว่านหนิงก็มาถึงเขาชื่อหลี่เซิง เป็นชายวัยสี่สิบกว่า เดิมติดตามมาจากสกุลซูพร้อมสินเดิม แต่หลังแต่งเข้าจวนหลายปี อำนาจส่วนใหญ่กลับถูกคนของเรือนหลักกดไว้ จึงเหลือหน้าที่ดูแลเรื่องเล็กน้อยภายในเรือนเท่านั้นเมื่อซูหว่านหนิงสั่งให้เขาสืบเรื่องจ้าวต้าฝู หลี่เซิงเองก็แปลกใจ“ฮูหยินใหญ่ต้องการให้บ่าวทำอย่างไรขอรับ”“หาคนที่ไว้ใจได้สองคน ออกไปถามตามประตูเมือง โรงเตี๊ยม และเส้นทางกลับหมู่บ้านของเขา”“ถ้าพบตัวเล่าขอรับ”“พากลับมา”“ต้องมัดหรือไม่ขอรับ”“ไม่ต้อง”หลี่เซิงเงยหน้าขึ้น ซูหว่านหนิงกล่าวอย่างใจเย็น“บอกเขาว่าถ้ายอมกลับมาคุยกับข้าเอง เรื่องยังมีทางจบง่าย แต่ถ้าหนี ข้าจะส่งคนไปแจ้งทางการว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายฮูหยินจวนโหว”หลี่เซิงเข้าใจทันที “บ่าวทราบแล้วขอรับ”หลังเขาออกไป ชิงหลัวอดถามไม่ได้ “ถ้าเขายังไม่ยอมกลับมาล่ะเจ้าคะ”“เขาจะกลับ”“ฮูหยินมั่นใจหรือเจ้าคะ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 15

    “เช่นนั้นก็ควรคิดตามสมควรเจ้าค่ะ เงินมีต้นทุนของมัน”“ซูหว่านหนิง!”เสียงเรียกดังจนบ่าวด้านนอกสะดุ้ง ซูหว่านหนิงกลับนั่งตัวตรงอย่างสงบ“เจ้าคะ”“เจ้าคิดว่าที่นี่คือร้านค้าสกุลซูหรือ ถึงจะมานั่งพูดเรื่องต้นทุน เรื่องดอกเบี้ยกับข้า!”“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”“ถ้าเช่นนั้นก็จำไว้ว่าที่นี่คือจวนฉางหนิงโหว!”“ข้าจำได้ดีเจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงมองรอบห้อง “เพราะเป็นจวนโหว จึงยิ่งควรมีระเบียบมากกว่าร้านค้าธรรมดาไม่ใช่หรือเจ้าคะ”ฉินซูอี๋ถึงกับหายใจแรง นางไม่เคยถูกลูกสะใภ้ย้อนเช่นนี้มาก่อน เมื่อก่อนเพียงนางขมวดคิ้ว ซูหว่านหนิงก็หน้าซีดแล้ว เพียงพูดว่านางทำให้จิ่งเหิงลำบากใจ ซูหว่านหนิงก็พร้อมยอมทุกอย่าง แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับนั่งไล่บัญชีกับนางเหมือนกำลังทวงหนี้จากลูกค้า“ข้าจะไม่ทำสัญญาอะไรทั้งนั้น” ฉินซูอี๋กล่าวเด็ดขาด“ได้เจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงกลับตอบง่ายเกินคาด ฉินซูอี๋ชะงัก“ถ้าเช่นนั้นก็คืนเงินภายในสามวันพร้อมกับของที่ยืมไป”“เจ้า!”“ข้าจะให้ชิงหลัวทำรายการส่งมาให้เจ้าค่ะ จะได้ไม่ตกหล่น”คราวนี้แม้แต่เสิ่นอวี้โหรวก็เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเลยเถิด“พี่สะใภ้ เรื่องนี้รอพี่จิ่งเหิงกลับมาก่อนดีหรือไม่เจ้

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 14

    “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนคิดเงินทองกับคนในบ้าน”“เมื่อก่อนข้าเกือบเสียสินเดิมไปหนึ่งในสามแล้วเจ้าค่ะ”คำตอบตรงเกินไปจนฉินซูอี๋พูดไม่ออกชั่วขณะ ซูหว่านหนิงหยิบบัญชีอีกเล่ม“และยังมีเรื่องนี้”“อะไรอีก”“เงินจำนวนหลายร้อยตำลึงจากร้านของข้า ไม่ได้เข้าคลังใหญ่ แต่ถูกส่งตรงเข้าเรือนหลัก”บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที เสิ่นอวี้โหรวหลุบตา ฉินซูอี๋กลับยังคงวางท่าขรึม“ข้าเป็นผู้ดูแลจวน ย่อมมีค่าใช้จ่าย”“ข้าไม่ได้บอกว่าท่านแม่ไม่มีสิทธิ์ใช้เงิน” ซูหว่านหนิงกล่าว “ข้าเพียงถามว่า ใช้เงินของใคร”“เจ้า!”“หากเป็นเงินของจวน ข้าไม่ถาม แต่หากเป็นเงินจากสินเดิมของข้า ข้าย่อมต้องรู้”ฉินซูอี๋หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วเจ้าคิดจะให้ข้าทำอย่างไร คืนเงินให้เจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ”คำตอบมาเร็วเสียจนคนทั้งห้องตกตะลึง ฉินซูอี๋มองนางเขม็ง“เจ้าพูดจริง?”“จริงเจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปิดกระดาษอีกแผ่น“ข้ารวมยอดเบื้องต้นไว้แล้ว เฉพาะเงินที่ตรวจพบว่าถูกส่งเข้าเรือนหลักโดยไม่มีรายละเอียดชัดเจน มีทั้งหมดเก้าร้อยแปดสิบตำลึง ยังไม่รวมเครื่องประดับ ผ้าไหม และของมีค่าที่ถูกนำออกจากเรือนข้า”ฉินซูอี๋หน้าแด

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 13

    “เจ้าค่ะ”“เอาบัญชีสามเล่มนั้นมาด้วย”ชิงหลัวมองตามนิ้วของนาง “ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”“ทั้งหมด”“เจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือนอย่างไม่รีบร้อน บ่าวที่เห็นนางระหว่างทางต่างพากันหลบสายตา แต่เมื่อหญิงสาวเดินผ่านไปแล้วก็เริ่มกระซิบ“นั่นฮูหยินใหญ่จริง ๆ หรือ”“หน้าตาเหมือนเดิม แต่ดูน่ากลัวขึ้นมาก”“เมื่อก่อนนางเดินผ่านยังยิ้มให้พวกเรา”“ข้าได้ยินว่าพ่อบ้านเฉียนโดนถามบัญชีจนพูดไม่ออก”“ระวังเถอะ อย่าพูดดัง”ซูหว่านหนิงได้ยินบางประโยค แต่ไม่สนใจ สำหรับโรซี่ คนที่มัวเสียเวลาใส่ใจคำนินทาย่อมไม่มีเวลาจัดการเรื่องสำคัญ และตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือเงินเมื่อมาถึงเรือนหลัก นางเห็นฉินซูอี๋นั่งรออยู่แล้ว ข้างกายคือเสิ่นอวี้โหรว หญิงสาวผู้นั้นลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นนาง“พี่สะใภ้”ซูหว่านหนิงมองเพียงชั่วครู่ “คุณหนูเสิ่น”เสิ่นอวี้โหรวชะงัก เมื่อก่อนซูหว่านหนิงมักเรียกนางว่า “อวี้โหรว” ตามคนในครอบครัว แต่วันนี้กลับเรียกห่างเหินเช่นนั้น ฉินซูอี๋เห็นลูกสะใภ้เข้ามาแล้วไม่รีบคารวะก็ยิ่งไม่พอใจ“หว่านหนิง”“ท่านแม่”ซูหว่านหนิงคำนับตามมารยาทอย่างพอดี ฉินซูอี๋มองนา

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 12

    ซูหว่านหนิงปิดสมุดบัญชี นางคิดมาตลอดว่าเงินจากสินเดิมถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของจวนอย่างไร้ระเบียบ แต่ดูเหมือนเรื่องจะมากกว่านั้นมีคนใช้คำว่า “ค่าใช้จ่ายของจวน” เป็นข้ออ้างเพื่อดึงเงินออกจากทรัพย์สินของนาง แล้วส่งตรงไปยังเรือนส่วนตัว ที่สำคัญ ทุกครั้งล้วนมีลายมือชื่อของซูหว่านหนิงเอง เจ้าของร่างเดิมถูกทำให้เชื่อว่าตนกำลังช่วยครอบครัวสามี แต่แท้จริงแล้วนางกำลังจ่ายเงินให้คนอื่นใช้ชีวิตหรูหรา โรซี่นั่งลงช้า ๆ คราวนี้มุมปากของนางไม่ได้มีรอยยิ้ม“ข้าเข้าใจแล้ว”ชิงหลัวถามเบา ๆ “เข้าใจอะไรเจ้าคะ”ซูหว่านหนิงวางฝ่ามือลงบนบัญชีเล่มแรกที่เปิดโปงเส้นทางเงินได้อย่างชัดเจน“เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากให้ข้าตรวจบัญชี”เพราะเพียงบัญชีเล่มแรกที่นางตรวจอย่างจริงจัง ก็เผยความลับออกมาเสียแล้ว เงินจากสินเดิมของซูหว่านหนิงจำนวนไม่น้อย ไม่ได้ถูกใช้เพื่อจวนฉางหนิงโหว แต่มันถูกส่งตรงเข้าเรือนของฉินซูอี๋ แม่สามีของนางสะใภ้เริ่มทวงหนี้ข่าวที่ซูหว่านหนิงสั่งตรวจบัญชีและเรียกพ่อบ้านใหญ่มาซักถามเรื่องเงินแพร่ไปถึงเรือนหลักในเวลาไม่ถึงครึ่งวันฉินซูอี๋นั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status