LOGINความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านหัวใจ เพราะทันใดนั้นเธอก็นึกถึงหญิงที่ผลักตนตกบันได
คุณรู้ว่าฉันไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้
เพราะคุณไม่เข้าใจ คุณจึงควรอ่านให้ละเอียดก่อนเซ็น
โรซี่ขบกรามเล็กน้อย ช่างประชดประชันเสียจริง เมื่อวานเธอยังเป็นคนพูดว่า ใครโง่พอให้คนอื่นเอาเปรียบก็ต้องรับผลเอง วันนี้กลับตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่ถูกทุกคนเอาเปรียบเพราะไม่กล้าปฏิเสธ คำสาปนั่นเลือกคนได้แม่นเหลือเกิน
“ฮูหยินเจ้าคะ” ชิงหลัวเรียกอย่างเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นไร”
โรซี่พยายามขยับลงจากเตียง ชิงหลัวรีบห้าม
“ฮูหยินยังลุกไม่ได้นะเจ้าคะ ศีรษะเพิ่งได้รับบาดเจ็บ”
“ข้าอยากดูกระจก”
ชิงหลัวจึงช่วยประคองนางไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง โรซี่เงยหน้าขึ้น ภาพในกระจกทำให้นางนิ่งไปครู่หนึ่ง หญิงสาวที่สะท้อนกลับมามีใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวละเอียด ดวงตาเรียวยาว จมูกเล็กได้รูป ริมฝีปากแดงตามธรรมชาติ แม้ใบหน้าจะซีดเพราะเสียเลือดและมีผ้าพันอยู่บริเวณศีรษะ แต่ความงดงามกลับยังเด่นชัด
ตอนที่ 4
โรซี่ในชีวิตเดิมก็เป็นหญิงสาวหน้าตาดี แต่ซูหว่านหนิงงดงามในอีกแบบหนึ่ง อ่อนหวาน บอบบาง และดูเหมือนคนที่ไม่มีพิษภัย น่าเสียดายที่ใบหน้าเช่นนี้คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนรอบตัวคิดว่านางรังแกง่าย โรซี่ยกมุมปาก
“หน้าตาดีใช้ได้”
ชิงหลัวอ้าปากค้าง ฮูหยินของนางไม่เคยชมตัวเองเช่นนี้มาก่อน
“มีอะไร”
“ไม่มีเจ้าค่ะ”
ชิงหลัวรีบก้มหน้า โรซี่มองตัวเองในกระจกอีกครั้ง จากวันนี้ไป ใบหน้านี้เป็นของเธอ ชื่อซูหว่านหนิงก็เป็นของเธอ และปัญหาทั้งหมดของผู้หญิงคนนี้ก็คงกลายเป็นของเธอด้วยเช่นกัน
“เผยจิ่งเหิงอยู่ที่ไหน”
ชิงหลัวชะงักไปอีกครั้ง “คุณชายใหญ่ยังไม่กลับเจ้าค่ะ”
ความทรงจำบอกโรซี่ว่าสามีของเจ้าของร่างเดินทางออกจากเมืองหลวงไปตรวจราชการต่างจังหวัดเกือบสองเดือนแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาไม่ดีนัก เผยจิ่งเหิงไม่ได้ทำร้ายซูหว่านหนิง แต่เขาเย็นชาและห่างเหิน
ในช่วงแรกหลังแต่งงาน ซูหว่านหนิงพยายามเอาใจสามีทุกอย่าง นางส่งน้ำแกงไปห้องหนังสือ รอเขากลับจวนจนดึก และพยายามเรียนรู้สิ่งที่เขาชอบ
ยิ่งนางตาม เขายิ่งถอย เผยจิ่งเหิงไม่ชอบการแต่งงานที่ครอบครัวจัดให้ตั้งแต่ต้น และมองว่าภรรยาอ่อนแอ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง อีกทั้งมักมีเรื่องร้องไห้กับมารดาของเขาจนทำให้เขาเบื่อหน่าย
เสิ่นอวี้โหรว ญาติห่าง ๆ ซึ่งมาอาศัยอยู่ในจวนยิ่งคอยพูดอยู่ข้างหูว่า ซูหว่านหนิงชอบใช้อำนาจของฮูหยินกดขี่คนอื่นลับหลัง เผยจิ่งเหิงจึงยิ่งไม่อยากกลับเรือนของภรรยา
ก่อนออกตรวจราชการ ทั้งคู่ยังทะเลาะกัน ซูหว่านหนิงร้องไห้ถามว่าเหตุใดเขาจึงไม่เคยเชื่อนาง เผยจิ่งเหิงตอบเพียงว่า
เพราะทุกครั้งที่ข้ากลับมา เจ้าก็มีแต่เรื่องเดิม ๆ ให้ข้าจัดการ
หลังจากนั้นเขาก็จากไป โรซี่ถอนหายใจ
“สามีไม่รัก แม่สามีเกลียด ญาติสาวของสามีคอยยุแยง บ้านเดิมก็สูบเงิน”
นางนับทีละข้อด้วยนิ้ว “ชีวิตเจ้าของร่างนี้จัดว่าครบเครื่องจริง ๆ”
ชิงหลัวฟังไม่เข้าใจ “ฮูหยินว่าอะไรนะเจ้าคะ”
“ไม่มีอะไร”
ทันใดนั้นเสียงหญิงคนหนึ่งดังมาจากหน้าประตู
“ฮูหยินผู้เฒ่าให้มาถามว่าฮูหยินใหญ่ฟื้นจริงหรือไม่”
สาวใช้วัยกลางคนเดินเข้ามาโดยแทบไม่รออนุญาต นางมองซูหว่านหนิงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยสีหน้าประหลาด ไม่มีความยินดีที่เจ้านายรอดชีวิต มีแต่ความหวาดระแวง
“ฟื้นแล้วก็จริงสินะ”
โรซี่หันไปมอง “เจ้าชื่ออะไร”
อีกฝ่ายชะงัก “บ่าวหลิวมามาเจ้าค่ะ ฮูหยินจำไม่ได้หรือ”
โรซี่จำได้ หลิวมามาเป็นคนของฉินซูอี๋ และเป็นหนึ่งในคนที่ชอบอาศัยบารมีแม่สามีมาสั่งการในเรือนนี้
“เมื่อครู่เจ้าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
หลิวมามานิ่งไป ก่อนหัวเราะแห้ง ๆ
“บ่าวเพียงรีบมาดูอาการฮูหยินเจ้าค่ะ”
“ดูเสร็จหรือยัง”
“เจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นออกไป”
สีหน้าของหลิวมามาเปลี่ยนทันที ชิงหลัวเองก็ตกใจ ซูหว่านหนิงคนเดิมไม่เคยพูดกับคนของแม่สามีเช่นนี้
“ฮูหยินผู้เฒ่ายังมีคำสั่งว่า หากฮูหยินใหญ่ฟื้นแล้วให้ไปพบที่เรือนหลักเจ้าค่ะ”
โรซี่เหลือบมองผ้าพันศีรษะของตนในกระจก
“บอกนางว่าข้าบาดเจ็บ เดินไม่ได้”
“ขอรับ”“เตรียมรถ”“ฮูหยินใหญ่!” จ้าวต้าฝูแทบร้องไห้ “บ่าวรู้! บ่าวรู้ว่าใคร!”ซูหว่านหนิงยกมือให้หลี่เซิงหยุด “เช่นนั้นพูด”จ้าวต้าฝูหอบหายใจ “แต่ถ้าบ่าวพูด คนผู้นั้นอาจฆ่าบ่าว”“ถ้าเจ้าไม่พูด เจ้าอาจถูกส่งให้ทางการวันนี้”นางตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าเลือกเอง”จ้าวต้าฝูกัดฟัน ชิงหลัวมองอยู่เงียบ ๆ นางเริ่มเข้าใจวิธีของเจ้านายแล้ว ซูหว่านหนิงไม่ได้ขู่จะฆ่า ไม่ได้ขู่จะซ้อม นางเพียงวางทางเลือกสองทางตรงหน้า แล้วปล่อยให้จ้าวต้าฝูเลือกทางที่เสียหายน้อยกว่า“วันนั้นมีคนเอาเงินให้เจ้าหรือไม่”จ้าวต้าฝูหลบตา “มีขอรับ”ชิงหลัวสูดลมหายใจ แม้จะคาดไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำสารภาพจริง ๆ ก็ยังตกใจ“เท่าไร”“ยี่สิบตำลึงขอรับ”ซูหว่านหนิงเลิกคิ้ว “ชีวิตและชื่อเสียงของฮูหยินจวนโหวมีราคาแค่ยี่สิบตำลึง?”จ้าวต้าฝูรีบส่ายหน้า“บ่าวไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องถึงขนาดนี้ขอรับ! เขาบอกแค่ให้บ่าวเข้าไปพูดคุยกับฮูหยิน ให้ยืนใกล้ ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็จับแขนไว้สักครู่”“เพื่ออะไร”“ให้คนอื่นเห็นขอรับ”คำตอบนั้นตรงกับความทรงจำของซูหว่านหนิงทุกอย่าง นางถามต่อ“มีใครถูกจัดให้ไปเห็น”“บ่าวไม่ทราบขอรับ เขาแค่บอกว่าพอบ่าวเข้าไปใกล้ฮ
นางยิ้มบาง ๆ “ข้าแค่อยากเชิญเขากลับมาคุยเรื่องที่ยังค้างอยู่”ชิงหลัวมองสีหน้านั้นแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่า หากจ้าวต้าฝูรู้ว่าฮูหยินใหญ่กำลังรออยู่ เขาคงอยากวิ่งให้ไกลกว่าเดิมอีกหลายสิบลี้ ไม่นาน พ่อบ้านรองประจำเรือนของซูหว่านหนิงก็มาถึงเขาชื่อหลี่เซิง เป็นชายวัยสี่สิบกว่า เดิมติดตามมาจากสกุลซูพร้อมสินเดิม แต่หลังแต่งเข้าจวนหลายปี อำนาจส่วนใหญ่กลับถูกคนของเรือนหลักกดไว้ จึงเหลือหน้าที่ดูแลเรื่องเล็กน้อยภายในเรือนเท่านั้นเมื่อซูหว่านหนิงสั่งให้เขาสืบเรื่องจ้าวต้าฝู หลี่เซิงเองก็แปลกใจ“ฮูหยินใหญ่ต้องการให้บ่าวทำอย่างไรขอรับ”“หาคนที่ไว้ใจได้สองคน ออกไปถามตามประตูเมือง โรงเตี๊ยม และเส้นทางกลับหมู่บ้านของเขา”“ถ้าพบตัวเล่าขอรับ”“พากลับมา”“ต้องมัดหรือไม่ขอรับ”“ไม่ต้อง”หลี่เซิงเงยหน้าขึ้น ซูหว่านหนิงกล่าวอย่างใจเย็น“บอกเขาว่าถ้ายอมกลับมาคุยกับข้าเอง เรื่องยังมีทางจบง่าย แต่ถ้าหนี ข้าจะส่งคนไปแจ้งทางการว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายฮูหยินจวนโหว”หลี่เซิงเข้าใจทันที “บ่าวทราบแล้วขอรับ”หลังเขาออกไป ชิงหลัวอดถามไม่ได้ “ถ้าเขายังไม่ยอมกลับมาล่ะเจ้าคะ”“เขาจะกลับ”“ฮูหยินมั่นใจหรือเจ้าคะ
“เช่นนั้นก็ควรคิดตามสมควรเจ้าค่ะ เงินมีต้นทุนของมัน”“ซูหว่านหนิง!”เสียงเรียกดังจนบ่าวด้านนอกสะดุ้ง ซูหว่านหนิงกลับนั่งตัวตรงอย่างสงบ“เจ้าคะ”“เจ้าคิดว่าที่นี่คือร้านค้าสกุลซูหรือ ถึงจะมานั่งพูดเรื่องต้นทุน เรื่องดอกเบี้ยกับข้า!”“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”“ถ้าเช่นนั้นก็จำไว้ว่าที่นี่คือจวนฉางหนิงโหว!”“ข้าจำได้ดีเจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงมองรอบห้อง “เพราะเป็นจวนโหว จึงยิ่งควรมีระเบียบมากกว่าร้านค้าธรรมดาไม่ใช่หรือเจ้าคะ”ฉินซูอี๋ถึงกับหายใจแรง นางไม่เคยถูกลูกสะใภ้ย้อนเช่นนี้มาก่อน เมื่อก่อนเพียงนางขมวดคิ้ว ซูหว่านหนิงก็หน้าซีดแล้ว เพียงพูดว่านางทำให้จิ่งเหิงลำบากใจ ซูหว่านหนิงก็พร้อมยอมทุกอย่าง แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับนั่งไล่บัญชีกับนางเหมือนกำลังทวงหนี้จากลูกค้า“ข้าจะไม่ทำสัญญาอะไรทั้งนั้น” ฉินซูอี๋กล่าวเด็ดขาด“ได้เจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงกลับตอบง่ายเกินคาด ฉินซูอี๋ชะงัก“ถ้าเช่นนั้นก็คืนเงินภายในสามวันพร้อมกับของที่ยืมไป”“เจ้า!”“ข้าจะให้ชิงหลัวทำรายการส่งมาให้เจ้าค่ะ จะได้ไม่ตกหล่น”คราวนี้แม้แต่เสิ่นอวี้โหรวก็เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเลยเถิด“พี่สะใภ้ เรื่องนี้รอพี่จิ่งเหิงกลับมาก่อนดีหรือไม่เจ้
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนคิดเงินทองกับคนในบ้าน”“เมื่อก่อนข้าเกือบเสียสินเดิมไปหนึ่งในสามแล้วเจ้าค่ะ”คำตอบตรงเกินไปจนฉินซูอี๋พูดไม่ออกชั่วขณะ ซูหว่านหนิงหยิบบัญชีอีกเล่ม“และยังมีเรื่องนี้”“อะไรอีก”“เงินจำนวนหลายร้อยตำลึงจากร้านของข้า ไม่ได้เข้าคลังใหญ่ แต่ถูกส่งตรงเข้าเรือนหลัก”บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที เสิ่นอวี้โหรวหลุบตา ฉินซูอี๋กลับยังคงวางท่าขรึม“ข้าเป็นผู้ดูแลจวน ย่อมมีค่าใช้จ่าย”“ข้าไม่ได้บอกว่าท่านแม่ไม่มีสิทธิ์ใช้เงิน” ซูหว่านหนิงกล่าว “ข้าเพียงถามว่า ใช้เงินของใคร”“เจ้า!”“หากเป็นเงินของจวน ข้าไม่ถาม แต่หากเป็นเงินจากสินเดิมของข้า ข้าย่อมต้องรู้”ฉินซูอี๋หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วเจ้าคิดจะให้ข้าทำอย่างไร คืนเงินให้เจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ”คำตอบมาเร็วเสียจนคนทั้งห้องตกตะลึง ฉินซูอี๋มองนางเขม็ง“เจ้าพูดจริง?”“จริงเจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปิดกระดาษอีกแผ่น“ข้ารวมยอดเบื้องต้นไว้แล้ว เฉพาะเงินที่ตรวจพบว่าถูกส่งเข้าเรือนหลักโดยไม่มีรายละเอียดชัดเจน มีทั้งหมดเก้าร้อยแปดสิบตำลึง ยังไม่รวมเครื่องประดับ ผ้าไหม และของมีค่าที่ถูกนำออกจากเรือนข้า”ฉินซูอี๋หน้าแด
“เจ้าค่ะ”“เอาบัญชีสามเล่มนั้นมาด้วย”ชิงหลัวมองตามนิ้วของนาง “ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”“ทั้งหมด”“เจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือนอย่างไม่รีบร้อน บ่าวที่เห็นนางระหว่างทางต่างพากันหลบสายตา แต่เมื่อหญิงสาวเดินผ่านไปแล้วก็เริ่มกระซิบ“นั่นฮูหยินใหญ่จริง ๆ หรือ”“หน้าตาเหมือนเดิม แต่ดูน่ากลัวขึ้นมาก”“เมื่อก่อนนางเดินผ่านยังยิ้มให้พวกเรา”“ข้าได้ยินว่าพ่อบ้านเฉียนโดนถามบัญชีจนพูดไม่ออก”“ระวังเถอะ อย่าพูดดัง”ซูหว่านหนิงได้ยินบางประโยค แต่ไม่สนใจ สำหรับโรซี่ คนที่มัวเสียเวลาใส่ใจคำนินทาย่อมไม่มีเวลาจัดการเรื่องสำคัญ และตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือเงินเมื่อมาถึงเรือนหลัก นางเห็นฉินซูอี๋นั่งรออยู่แล้ว ข้างกายคือเสิ่นอวี้โหรว หญิงสาวผู้นั้นลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นนาง“พี่สะใภ้”ซูหว่านหนิงมองเพียงชั่วครู่ “คุณหนูเสิ่น”เสิ่นอวี้โหรวชะงัก เมื่อก่อนซูหว่านหนิงมักเรียกนางว่า “อวี้โหรว” ตามคนในครอบครัว แต่วันนี้กลับเรียกห่างเหินเช่นนั้น ฉินซูอี๋เห็นลูกสะใภ้เข้ามาแล้วไม่รีบคารวะก็ยิ่งไม่พอใจ“หว่านหนิง”“ท่านแม่”ซูหว่านหนิงคำนับตามมารยาทอย่างพอดี ฉินซูอี๋มองนา
ซูหว่านหนิงปิดสมุดบัญชี นางคิดมาตลอดว่าเงินจากสินเดิมถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของจวนอย่างไร้ระเบียบ แต่ดูเหมือนเรื่องจะมากกว่านั้นมีคนใช้คำว่า “ค่าใช้จ่ายของจวน” เป็นข้ออ้างเพื่อดึงเงินออกจากทรัพย์สินของนาง แล้วส่งตรงไปยังเรือนส่วนตัว ที่สำคัญ ทุกครั้งล้วนมีลายมือชื่อของซูหว่านหนิงเอง เจ้าของร่างเดิมถูกทำให้เชื่อว่าตนกำลังช่วยครอบครัวสามี แต่แท้จริงแล้วนางกำลังจ่ายเงินให้คนอื่นใช้ชีวิตหรูหรา โรซี่นั่งลงช้า ๆ คราวนี้มุมปากของนางไม่ได้มีรอยยิ้ม“ข้าเข้าใจแล้ว”ชิงหลัวถามเบา ๆ “เข้าใจอะไรเจ้าคะ”ซูหว่านหนิงวางฝ่ามือลงบนบัญชีเล่มแรกที่เปิดโปงเส้นทางเงินได้อย่างชัดเจน“เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากให้ข้าตรวจบัญชี”เพราะเพียงบัญชีเล่มแรกที่นางตรวจอย่างจริงจัง ก็เผยความลับออกมาเสียแล้ว เงินจากสินเดิมของซูหว่านหนิงจำนวนไม่น้อย ไม่ได้ถูกใช้เพื่อจวนฉางหนิงโหว แต่มันถูกส่งตรงเข้าเรือนของฉินซูอี๋ แม่สามีของนางสะใภ้เริ่มทวงหนี้ข่าวที่ซูหว่านหนิงสั่งตรวจบัญชีและเรียกพ่อบ้านใหญ่มาซักถามเรื่องเงินแพร่ไปถึงเรือนหลักในเวลาไม่ถึงครึ่งวันฉินซูอี๋นั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่าง







