Share

บทที่ 3

last update publish date: 2026-10-20 21:47:33

“โรซี่ หวัง! ฉันขอสาปคุณ!”

เสียงนั้นสั่นด้วยความแค้นและความเจ็บปวด

“ขอให้สักวันคุณต้องกลายเป็นคนที่ถูกเอาเปรียบ ถูกเหยียบย่ำ ถูกพรากทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตา แล้วไม่มีใครยื่นมือช่วย!”

โรซี่อยากหัวเราะ คำสาปงมงาย แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะขยับริมฝีปาก

“ขอให้คุณได้รู้ว่าการไม่มีทางสู้มันเป็นยังไง!”

เสียงนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยิน ก่อนโลกทั้งใบจะดับมืดลง โรซี่ไม่รู้ว่าความตายเป็นอย่างไร แต่หากความตายหมายถึงความมืด ความเงียบ และความรู้สึกเหมือนร่างกายไม่มีน้ำหนัก เธอก็คงตายแล้วจริง ๆ

ทว่าไม่นานนัก ความเจ็บปวดกลับมาอีกครั้ง ศีรษะของเธอปวดร้าว กลิ่นสมุนไพรฉุนจัดลอยเข้าจมูก โรซี่ขมวดคิ้ว โรงพยาบาลที่ไหนใช้กลิ่นแบบนี้ เสียงสะอื้นของผู้หญิงดังอยู่ใกล้ ๆ ตามด้วยเสียงใครบางคนพูดอย่างหวาดกลัว

“ไม่มีลมหายใจแล้วจริง ๆ หรือ”

“เมื่อครู่หมอบอกว่าหมดหวังแล้ว”

“แล้วจะทำอย่างไร หากคุณชายใหญ่กลับมา…”

คุณชายใหญ่? โรซี่พยายามลืมตา เปลือกตาหนักราวกับมีหินทับ แต่สุดท้ายแสงสว่างก็ลอดเข้ามา สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่เพดานสีขาวของโรงพยาบาล แต่เป็นม่านผ้าไหมสีอ่อนที่ปักลายดอกไม้ โรซี่กะพริบตา

นี่ที่ไหน?

เด็กสาวในชุดโบราณซึ่งกำลังร้องไห้อยู่ข้างเตียงหันมาเห็นพอดี ดวงตาของนางเบิกกว้างจนแทบถลน ก่อนถอยหลังชนโต๊ะเสียงดัง

“ฟะ…ฟื้นแล้ว!”

คนอื่นในห้องหันมาพร้อมกัน

โรซี่พยายามยันตัวขึ้น แต่ความเจ็บปวดที่ศีรษะทำให้ต้องสูดลมหายใจแรง

เด็กสาวคนนั้นกลับวิ่งออกจากห้องราวกับเห็นผี พลางตะโกนสุดเสียงจนคนทั้งเรือนได้ยิน

“ฮูหยินใหญ่ฟื้นแล้ว!”

โรซี่ชะงัก ฮูหยินใหญ่? เธอก้มลงมองมือของตัวเอง นิ้วเรียวยาว ผิวขาวเนียน และไม่มีนาฬิกาข้อมือที่เธอสวมก่อนตกบันได ที่สำคัญที่สุด นี่ไม่ใช่มือของเธอ ทันใดนั้นความทรงจำที่ไม่ใช่ของโรซี่ก็ทะลักเข้ามาในศีรษะ

ซูหว่านหนิง

บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลพ่อค้า สะใภ้ของจวนฉางหนิงโหว ฮูหยินของเผยจิ่งเหิง หญิงสาวผู้ถูกคนทั้งจวนมองว่าอ่อนแอและรังแกได้ง่าย และก่อนหมดสติ ซูหว่านหนิงคนนี้กำลังวิ่งหนีชายคนหนึ่ง ก่อนสะดุดตอไม้และศีรษะกระแทกพื้น

โรซี่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง คำสาปก่อนตายดังกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

ขอให้สักวันคุณต้องกลายเป็นคนที่ถูกเอาเปรียบ

หญิงสาวค่อย ๆ ยกมือแตะบาดแผลบนศีรษะ ก่อนมุมปากจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนคำสาปนั้นจะเป็นจริงเสียแล้ว

สะใภ้ที่ทุกคนคิดว่าตาย

โรซี่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองผู้คนในชุดโบราณที่กำลังแตกตื่นอยู่รอบตัว บางคนหน้าซีด บางคนถอยไปจนชิดผนัง ราวกับหญิงสาวที่เพิ่งลืมตาขึ้นมาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นวิญญาณที่คลานกลับออกมาจากปรโลก

“ฮูหยินใหญ่ฟื้นแล้ว!”

เสียงตะโกนจากด้านนอกยังดังต่อเนื่อง ตามด้วยเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่ที่วิ่งกันวุ่นวาย

โรซี่ยกมือกุมศีรษะ ความเจ็บปวดจากบาดแผลยังรุนแรงจนรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนทุบอยู่ภายใน นางพยายามเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งคิด ความทรงจำจำนวนมากที่ไม่ใช่ของตนเองก็ยิ่งทะลักเข้ามา

ซูหว่านหนิง

นั่นคือชื่อของเจ้าของร่างนี้

หญิงสาวอายุยี่สิบสองปี บุตรสาวคนโตของซูเหวินไห่ พ่อค้าผ้าไหมรายใหญ่แห่งเมืองหลวง ตระกูลซูไม่ได้มีตำแหน่งในราชสำนัก แต่มั่งคั่งจนมีร้านค้า โกดัง และที่ดินอยู่หลายเมือง เงินทองที่หมุนเวียนในแต่ละปีมากพอให้ขุนนางบางตระกูลยังต้องหันมามอง

ตอนที่ 3

แต่มีกำแพงอย่างหนึ่งที่เงินไม่อาจทำลายได้ง่าย ๆ ชาติกำเนิด ต่อให้สกุลซูร่ำรวยเพียงใด ในสายตาตระกูลขุนนางเก่าแก่ก็ยังเป็นเพียงพ่อค้า สามปีก่อน ซูหว่านหนิงถูกส่งมาแต่งงานกับเผยจิ่งเหิง คุณชายใหญ่แห่งจวนฉางหนิงโหว การแต่งงานครั้งนั้นเป็นสิ่งที่สองครอบครัวต่างต้องการ

สกุลซูต้องการสายสัมพันธ์กับขุนนาง ส่วนจวนฉางหนิงโหวแม้มีเกียรติยศ มีที่ดินและทรัพย์สินมากมาย แต่รายจ่ายของตระกูลก็สูงลิ่ว สินเดิมจำนวนมหาศาลของคุณหนูใหญ่สกุลซูจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

ซูหว่านหนิงจึงถูกส่งเข้าประตูจวนโหวพร้อมหีบสินเดิมเรียงกันยาวจนคนทั้งถนนพากันมอง แต่เงินซื้อการแต่งงานได้ กลับซื้อการยอมรับไม่ได้

“ฮูหยินเจ้าคะ”

เสียงสั่น ๆ ดังขึ้นใกล้ตัว

โรซี่หันไปมอง เด็กสาวอายุประมาณสิบเจ็ดปีในชุดสีฟ้าอ่อนคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ดวงตาบวมแดงเพราะร้องไห้มานาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 17

    “ขอรับ”“เตรียมรถ”“ฮูหยินใหญ่!” จ้าวต้าฝูแทบร้องไห้ “บ่าวรู้! บ่าวรู้ว่าใคร!”ซูหว่านหนิงยกมือให้หลี่เซิงหยุด “เช่นนั้นพูด”จ้าวต้าฝูหอบหายใจ “แต่ถ้าบ่าวพูด คนผู้นั้นอาจฆ่าบ่าว”“ถ้าเจ้าไม่พูด เจ้าอาจถูกส่งให้ทางการวันนี้”นางตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าเลือกเอง”จ้าวต้าฝูกัดฟัน ชิงหลัวมองอยู่เงียบ ๆ นางเริ่มเข้าใจวิธีของเจ้านายแล้ว ซูหว่านหนิงไม่ได้ขู่จะฆ่า ไม่ได้ขู่จะซ้อม นางเพียงวางทางเลือกสองทางตรงหน้า แล้วปล่อยให้จ้าวต้าฝูเลือกทางที่เสียหายน้อยกว่า“วันนั้นมีคนเอาเงินให้เจ้าหรือไม่”จ้าวต้าฝูหลบตา “มีขอรับ”ชิงหลัวสูดลมหายใจ แม้จะคาดไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำสารภาพจริง ๆ ก็ยังตกใจ“เท่าไร”“ยี่สิบตำลึงขอรับ”ซูหว่านหนิงเลิกคิ้ว “ชีวิตและชื่อเสียงของฮูหยินจวนโหวมีราคาแค่ยี่สิบตำลึง?”จ้าวต้าฝูรีบส่ายหน้า“บ่าวไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องถึงขนาดนี้ขอรับ! เขาบอกแค่ให้บ่าวเข้าไปพูดคุยกับฮูหยิน ให้ยืนใกล้ ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็จับแขนไว้สักครู่”“เพื่ออะไร”“ให้คนอื่นเห็นขอรับ”คำตอบนั้นตรงกับความทรงจำของซูหว่านหนิงทุกอย่าง นางถามต่อ“มีใครถูกจัดให้ไปเห็น”“บ่าวไม่ทราบขอรับ เขาแค่บอกว่าพอบ่าวเข้าไปใกล้ฮ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 16

    นางยิ้มบาง ๆ “ข้าแค่อยากเชิญเขากลับมาคุยเรื่องที่ยังค้างอยู่”ชิงหลัวมองสีหน้านั้นแล้วอดรู้สึกไม่ได้ว่า หากจ้าวต้าฝูรู้ว่าฮูหยินใหญ่กำลังรออยู่ เขาคงอยากวิ่งให้ไกลกว่าเดิมอีกหลายสิบลี้ ไม่นาน พ่อบ้านรองประจำเรือนของซูหว่านหนิงก็มาถึงเขาชื่อหลี่เซิง เป็นชายวัยสี่สิบกว่า เดิมติดตามมาจากสกุลซูพร้อมสินเดิม แต่หลังแต่งเข้าจวนหลายปี อำนาจส่วนใหญ่กลับถูกคนของเรือนหลักกดไว้ จึงเหลือหน้าที่ดูแลเรื่องเล็กน้อยภายในเรือนเท่านั้นเมื่อซูหว่านหนิงสั่งให้เขาสืบเรื่องจ้าวต้าฝู หลี่เซิงเองก็แปลกใจ“ฮูหยินใหญ่ต้องการให้บ่าวทำอย่างไรขอรับ”“หาคนที่ไว้ใจได้สองคน ออกไปถามตามประตูเมือง โรงเตี๊ยม และเส้นทางกลับหมู่บ้านของเขา”“ถ้าพบตัวเล่าขอรับ”“พากลับมา”“ต้องมัดหรือไม่ขอรับ”“ไม่ต้อง”หลี่เซิงเงยหน้าขึ้น ซูหว่านหนิงกล่าวอย่างใจเย็น“บอกเขาว่าถ้ายอมกลับมาคุยกับข้าเอง เรื่องยังมีทางจบง่าย แต่ถ้าหนี ข้าจะส่งคนไปแจ้งทางการว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายฮูหยินจวนโหว”หลี่เซิงเข้าใจทันที “บ่าวทราบแล้วขอรับ”หลังเขาออกไป ชิงหลัวอดถามไม่ได้ “ถ้าเขายังไม่ยอมกลับมาล่ะเจ้าคะ”“เขาจะกลับ”“ฮูหยินมั่นใจหรือเจ้าคะ

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 15

    “เช่นนั้นก็ควรคิดตามสมควรเจ้าค่ะ เงินมีต้นทุนของมัน”“ซูหว่านหนิง!”เสียงเรียกดังจนบ่าวด้านนอกสะดุ้ง ซูหว่านหนิงกลับนั่งตัวตรงอย่างสงบ“เจ้าคะ”“เจ้าคิดว่าที่นี่คือร้านค้าสกุลซูหรือ ถึงจะมานั่งพูดเรื่องต้นทุน เรื่องดอกเบี้ยกับข้า!”“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”“ถ้าเช่นนั้นก็จำไว้ว่าที่นี่คือจวนฉางหนิงโหว!”“ข้าจำได้ดีเจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงมองรอบห้อง “เพราะเป็นจวนโหว จึงยิ่งควรมีระเบียบมากกว่าร้านค้าธรรมดาไม่ใช่หรือเจ้าคะ”ฉินซูอี๋ถึงกับหายใจแรง นางไม่เคยถูกลูกสะใภ้ย้อนเช่นนี้มาก่อน เมื่อก่อนเพียงนางขมวดคิ้ว ซูหว่านหนิงก็หน้าซีดแล้ว เพียงพูดว่านางทำให้จิ่งเหิงลำบากใจ ซูหว่านหนิงก็พร้อมยอมทุกอย่าง แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับนั่งไล่บัญชีกับนางเหมือนกำลังทวงหนี้จากลูกค้า“ข้าจะไม่ทำสัญญาอะไรทั้งนั้น” ฉินซูอี๋กล่าวเด็ดขาด“ได้เจ้าค่ะ” ซูหว่านหนิงกลับตอบง่ายเกินคาด ฉินซูอี๋ชะงัก“ถ้าเช่นนั้นก็คืนเงินภายในสามวันพร้อมกับของที่ยืมไป”“เจ้า!”“ข้าจะให้ชิงหลัวทำรายการส่งมาให้เจ้าค่ะ จะได้ไม่ตกหล่น”คราวนี้แม้แต่เสิ่นอวี้โหรวก็เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเลยเถิด“พี่สะใภ้ เรื่องนี้รอพี่จิ่งเหิงกลับมาก่อนดีหรือไม่เจ้

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 14

    “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่คนคิดเงินทองกับคนในบ้าน”“เมื่อก่อนข้าเกือบเสียสินเดิมไปหนึ่งในสามแล้วเจ้าค่ะ”คำตอบตรงเกินไปจนฉินซูอี๋พูดไม่ออกชั่วขณะ ซูหว่านหนิงหยิบบัญชีอีกเล่ม“และยังมีเรื่องนี้”“อะไรอีก”“เงินจำนวนหลายร้อยตำลึงจากร้านของข้า ไม่ได้เข้าคลังใหญ่ แต่ถูกส่งตรงเข้าเรือนหลัก”บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที เสิ่นอวี้โหรวหลุบตา ฉินซูอี๋กลับยังคงวางท่าขรึม“ข้าเป็นผู้ดูแลจวน ย่อมมีค่าใช้จ่าย”“ข้าไม่ได้บอกว่าท่านแม่ไม่มีสิทธิ์ใช้เงิน” ซูหว่านหนิงกล่าว “ข้าเพียงถามว่า ใช้เงินของใคร”“เจ้า!”“หากเป็นเงินของจวน ข้าไม่ถาม แต่หากเป็นเงินจากสินเดิมของข้า ข้าย่อมต้องรู้”ฉินซูอี๋หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วเจ้าคิดจะให้ข้าทำอย่างไร คืนเงินให้เจ้าหรือ”“เจ้าค่ะ”คำตอบมาเร็วเสียจนคนทั้งห้องตกตะลึง ฉินซูอี๋มองนางเขม็ง“เจ้าพูดจริง?”“จริงเจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปิดกระดาษอีกแผ่น“ข้ารวมยอดเบื้องต้นไว้แล้ว เฉพาะเงินที่ตรวจพบว่าถูกส่งเข้าเรือนหลักโดยไม่มีรายละเอียดชัดเจน มีทั้งหมดเก้าร้อยแปดสิบตำลึง ยังไม่รวมเครื่องประดับ ผ้าไหม และของมีค่าที่ถูกนำออกจากเรือนข้า”ฉินซูอี๋หน้าแด

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 13

    “เจ้าค่ะ”“เอาบัญชีสามเล่มนั้นมาด้วย”ชิงหลัวมองตามนิ้วของนาง “ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”“ทั้งหมด”“เจ้าค่ะ”ซูหว่านหนิงเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวนอกให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือนอย่างไม่รีบร้อน บ่าวที่เห็นนางระหว่างทางต่างพากันหลบสายตา แต่เมื่อหญิงสาวเดินผ่านไปแล้วก็เริ่มกระซิบ“นั่นฮูหยินใหญ่จริง ๆ หรือ”“หน้าตาเหมือนเดิม แต่ดูน่ากลัวขึ้นมาก”“เมื่อก่อนนางเดินผ่านยังยิ้มให้พวกเรา”“ข้าได้ยินว่าพ่อบ้านเฉียนโดนถามบัญชีจนพูดไม่ออก”“ระวังเถอะ อย่าพูดดัง”ซูหว่านหนิงได้ยินบางประโยค แต่ไม่สนใจ สำหรับโรซี่ คนที่มัวเสียเวลาใส่ใจคำนินทาย่อมไม่มีเวลาจัดการเรื่องสำคัญ และตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือเงินเมื่อมาถึงเรือนหลัก นางเห็นฉินซูอี๋นั่งรออยู่แล้ว ข้างกายคือเสิ่นอวี้โหรว หญิงสาวผู้นั้นลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นนาง“พี่สะใภ้”ซูหว่านหนิงมองเพียงชั่วครู่ “คุณหนูเสิ่น”เสิ่นอวี้โหรวชะงัก เมื่อก่อนซูหว่านหนิงมักเรียกนางว่า “อวี้โหรว” ตามคนในครอบครัว แต่วันนี้กลับเรียกห่างเหินเช่นนั้น ฉินซูอี๋เห็นลูกสะใภ้เข้ามาแล้วไม่รีบคารวะก็ยิ่งไม่พอใจ“หว่านหนิง”“ท่านแม่”ซูหว่านหนิงคำนับตามมารยาทอย่างพอดี ฉินซูอี๋มองนา

  • ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวร้ายแห่งจวนโหว   บทที่ 12

    ซูหว่านหนิงปิดสมุดบัญชี นางคิดมาตลอดว่าเงินจากสินเดิมถูกนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายของจวนอย่างไร้ระเบียบ แต่ดูเหมือนเรื่องจะมากกว่านั้นมีคนใช้คำว่า “ค่าใช้จ่ายของจวน” เป็นข้ออ้างเพื่อดึงเงินออกจากทรัพย์สินของนาง แล้วส่งตรงไปยังเรือนส่วนตัว ที่สำคัญ ทุกครั้งล้วนมีลายมือชื่อของซูหว่านหนิงเอง เจ้าของร่างเดิมถูกทำให้เชื่อว่าตนกำลังช่วยครอบครัวสามี แต่แท้จริงแล้วนางกำลังจ่ายเงินให้คนอื่นใช้ชีวิตหรูหรา โรซี่นั่งลงช้า ๆ คราวนี้มุมปากของนางไม่ได้มีรอยยิ้ม“ข้าเข้าใจแล้ว”ชิงหลัวถามเบา ๆ “เข้าใจอะไรเจ้าคะ”ซูหว่านหนิงวางฝ่ามือลงบนบัญชีเล่มแรกที่เปิดโปงเส้นทางเงินได้อย่างชัดเจน“เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่อยากให้ข้าตรวจบัญชี”เพราะเพียงบัญชีเล่มแรกที่นางตรวจอย่างจริงจัง ก็เผยความลับออกมาเสียแล้ว เงินจากสินเดิมของซูหว่านหนิงจำนวนไม่น้อย ไม่ได้ถูกใช้เพื่อจวนฉางหนิงโหว แต่มันถูกส่งตรงเข้าเรือนของฉินซูอี๋ แม่สามีของนางสะใภ้เริ่มทวงหนี้ข่าวที่ซูหว่านหนิงสั่งตรวจบัญชีและเรียกพ่อบ้านใหญ่มาซักถามเรื่องเงินแพร่ไปถึงเรือนหลักในเวลาไม่ถึงครึ่งวันฉินซูอี๋นั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status