Share

บทที่ 3 หลินเพ่ยหลัน

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-02 11:54:09

บทที่ 3 หลินเพ่ยหลัน

“พี่คะ อย่าหลับนะคะ รถพยาบาลกำลังจะมาแล้ว”

เธอพูดพร้อมกับก้มลงใกล้มากขึ้น และเอื้อมไปแตะมือของนลินที่เย็นเฉียบ พยายามส่งความอบอุ่นให้ผู้หญิงที่กำลังเผชิญกับความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

“พี่คะ ขอบคุณที่ช่วยหนูไว้ ขอบคุณจริง ๆ นะคะ” เสียงของเด็กหญิงสะอื้นไห้และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด นลินพยายามที่จะหันไปมองหน้าเด็กหญิง ทว่าร่างกายกลับขยับไม่ได้ เธออยากจะคลี่ยิ้มออกมา แต่เพราะความเจ็บปวดทำให้ไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งจะกะพริบตาเสียด้วยซ้ำ

หญิงสาวนอนจมกองเลือด เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากบาดแผลบนร่างกายของเธอ รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทรมานเหมือนกับร่างกายถูกแยกเป็นส่วน ๆ หัวใจของเธอเต้นช้าลงทุกขณะ แต่ในใจเธอยังคงสงบและเต็มไปด้วยความสุข ที่สามารถช่วยเด็กหญิงคนนั้นไว้ได้

อย่างน้อยเด็กคนนั้นก็ปลอดภัย วันหยุดสุดสัปดาห์นี่เธอก็จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ของเธอตามที่ได้นัดไว้ นลินคิดในใจ

ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น แม้ว่าเลือดจะยังคงไหลออกมาและความเจ็บปวดจะไม่ทุเลาลง แต่ความอิ่มเอมใจที่ได้ช่วยเหลือคนนั้นมีอยู่เต็มความรู้สึกนลินไม่นึกเสียดายเลยสักนิดที่ได้ช่วยให้เด็กหญิงรอดพ้นจากความตาย

เวลานี้หญิงสาวนอนจมกองเลือด ความเจ็บปวดเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย นี่จึงทำให้เธอแทบจะขยับตัวไม่ได้ ความคิดต่าง ๆ วิ่งผ่านเข้ามาในหัว นลินคิดถึงความฝันและความหวังที่เคยมี คิดถึงครอบครัวที่เธอต้องจาก คิดถึงพ่อแม่ที่เริ่มแก่เฒ่า คิดถึงน้อง ๆ ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นที่กำลังเล่าเรียนเพื่อหาอนาคตให้ตนเอง

ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าชีวิตของตัวเองจะสั้นขนาดนี้ บ้าจริง อุตส่าห์ทำงานอย่างหนัก เก็บเงินไว้ตั้งมากมาย ตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปเปิดร้านเล็ก ๆ สักร้านแท้ ๆ แต่ทุกอย่างกลับต้องพังทลายลงเสียนี่ เธอคิดในใจอย่างเศร้าสร้อย เพราะไม่มีอีกแล้วความฝันที่วาดไว้

แต่ก็ช่างมันเถอะ ก่อนตายอย่างน้อย ๆ ก็ได้ช่วยชีวิตคนเอาไว้คนหนึ่ง มีความดีติดตัว ตอนที่ลงไปยังปรโลกจะได้ยืดอกบอกกับท่านพญายมไปว่าฉันตายเพราะได้ช่วยคนมา บางทีเกิดมาชาติหน้า ชีวิตก็คงไม่ลำบากขนาดนี้ เมื่อคิดอย่างนั้นเธอรับรู้ถึงความสงบที่เริ่มเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด

ขณะที่ความคิดเหล่านี้ลอยอยู่ในหัว เสียงของผู้คนรอบข้างยังคงดังอยู่ไม่ขาดสาย มีทั้งคนที่พยายามช่วยเหลือ และพยายามพูดปลอบใจเธอให้ทำใจดี ๆ ไว้ ความหวังเล็ก ๆ ที่อาจจะมีชีวิตรอดก็ยังคงอยู่ แม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่ความหวังที่เลือนรางก็ตาม

นลินหันสายตามองเด็กคนนั้นอีกครั้ง มองเห็นเธอกำลังยืนร้องไห้และพยายามจับมือเธออย่างให้กำลังใจและขอบคุณ เธอรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งดี ๆ ก่อนจากโลกนี้ไป

แต่แล้วจู่ ๆ ผีเสื้อตัวนั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันบินผ่านหน้าของเธอไป นลินอยากเหลือบสายตาไปมองมัน แต่ก็ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัวไร้จุดโฟกัส ทุกอย่างค่อย ๆ มืดดับลง และรู้สึกเหมือนกำลังจมลงสู่ห้วงลึกของความเงียบสงบ ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป มีเพียงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

ไม่นานรถพยาบาลมาก็ถึง จึงรีบพาเธอไปโรงพยาบาลทันที

เมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วทั้งหมอและพยาบาลต่างก็วุ่นวายกับการประคองอาการของหญิงสาว พยาบาลคนหนึ่งรีบเตรียมเครื่องช่วยหายใจ และสอดท่อช่วยหายใจเข้าไปในปากของนลิน ขณะที่หมออีกคนพยายามตรวจวัดชีพจรและความดันโลหิต หมอคอยสั่งการและตรวจสอบสัญญาณชีพต่าง ๆ อย่างเร่งรีบ

“แรงดันโลหิตต่ำมาก” หมอพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เตรียมอุปกรณ์ทำ CPR ด่วน”

พยาบาลอีกคนรีบนำเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าออกมา เตรียมพร้อมที่จะใช้งาน เธอพยายามหาตำแหน่งที่ถูกต้องและวางแผ่นกระตุ้นบนหน้าอกของนลิน ขณะที่หมอเริ่มทำ CPR เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

“ยังไม่มีสัญญาณตอบสนอง” หมอพูดด้วยความกังวล

พยาบาลคนหนึ่งรีบฉีดยาบางอย่างเข้าที่เส้นเลือดของนลิน ขณะที่พยาบาลอีกคนคอยตรวจสอบเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้ถูกต้อง การทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีมของพวกเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตั้งใจอย่างสุดกำลัง

“เตรียมตัวกระตุ้นอีกครั้ง” หมอสั่งการอีกครั้ง

เมื่อเสียงสัญญาณเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าดังขึ้น หมอและพยาบาลต่างก็รอดูผล หวังว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นคืนชีพของนลิน แต่ทว่าเสียงของเครื่องมือยังคงแสดงผลเหมือนเดิม ไม่มีการตอบสนองจากร่างของนลินเลยแม้แต่น้อย

“เราเสียเธอไปแล้ว” หมอพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้า ผสมความเสียใจที่ไม่อาจช่วยผู้ป่วยคนนี้ได้

แม้จะพยายามเต็มที่แล้ว แต่ความพยายามทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถช่วยชีวิตนลินได้ หญิงสาวได้เดินทางไปสู่โลกที่เงียบสงบและไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว พยาบาลต่างหยุดการทำงาน และเริ่มเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยความเศร้าใจ

หมอมองไปที่ร่างของนลิน และพูดเบา ๆ กับเธอว่า

“คุณทำดีที่สุดแล้ว หลับให้สบายนะ”

หมู่บ้านไผ่หลิว เมืองหย่งคัง

เสียงหอบเหนื่อยของใครบางคนดังอยู่ข้างหูในใจของนลินคิดว่าถ้าเธอยังไม่ตาย แล้วก็อาจจะมีหวังที่จะมีชีวิตรอด อย่างไรสวรรค์ก็คงไม่ได้ใจร้ายกับเธอมากขนาดนั้น

ระหว่างที่สติเริ่มเลือนรางกลับสัมผัสได้คล้ายว่าร่างของเธอกำลังถูกใครบางคนอุ้มเอาไว้

เสียงหอบหายใจของใครบางคนเสียงดังเหมือนกับว่ากำลังพยายามพาเธอไปยังที่ที่ปลอดภัย นลินรับรู้ได้ถึงแรงกดดันและความตั้งใจของเขาที่จะช่วยชีวิตเธอ แม้จะรู้สึกว่านี่มันไม่ถูกต้อง เนื่องจากเธอถูกรถชนก็ควรจะอยู่บนรถพยาบาลสิ ไม่ใช่มีความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนที่เหมือนกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งแบบนี้

คิดได้ดังนั้นจึงพยายามฝืนลืมตาขึ้นมามองว่าใครกันแน่ที่กำลังอุ้มเธอไว้ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร เบื้องหน้าของเธอก็ยังคงเป็นความมืดมิด นี่จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกมึนงงและสับสนมาก ทั้งที่สัมผัสได้ว่าตนเองลืมตาอยู่ แต่ทำไมถึงมองไม่เห็นอะไรเลย หรือว่านี่อาจจะเพราะอุบัติเหตุนั้นทำให้เธอตาบอดนะ ถ้าอย่างนั้นที่บอกว่าเป็นความเมตตาของสวรรค์ก็ไม่น่าจะพูดได้เต็มปาก

‘เกิดอะไรขึ้นกับฉัน หรือว่าดวงตามืดบอดเพราะอุบัติเหตุกันนะ’

แต่แล้วก็ได้ยินคล้ายเสียงปีกของผีเสื้อกระพืออีกครั้งข้างหูของเธอ ทำให้นลินขมวดคิ้ว และอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้มีผีเสื้อตัวนี้มาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กับเธอทั้งวัน

‘ทำไมผีเสื้อวนเวียนอยู่กับฉันกันนะ ตอนอยู่บนรถไฟฟ้าก็เห็น ตอนถูกรถชนแล้วนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นก็เห็น แล้วตอนนี้ยังได้ยินเสียงของมันอีก’ เธอได้แต่คิดในใจอย่างสงสัย

ส่วนทางด้านของชายหนุ่มที่กำลังอุ้มร่างของหญิงสาว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้วจึงเอ่ยเรียกคนในอ้อมอกด้วยความร้อนใจ

“เพ่ยหลัน...หลินเพ่ยหลัน”

เขาเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ หลายครั้ง แต่กลับทำให้นลินไม่เข้าใจว่าชายคนนี้กำลังเรียกใครอยู่กันแน่ หญิงสาวรู้สึกสับสนเหลือเกิน แม้ว่าเสียงเรียกนั้นดังชัดเจนอยู่ข้างหู แต่ทว่าเสียงเรียกนั้นกลับไม่ใช่ชื่อของเธอ!!

แต่ไม่ว่าชายคนนี้จะเรียกชื่อของใครก็ตาม นลินพยายามที่จะตอบกลับเพื่อจะถามเรื่องราว แต่ก่อนที่เธอจะส่งเสียงออกมา ภาพความทรงจำบางอย่างก็ฉายเข้ามาในหัวของเธอไม่ต่างจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง

เวลานี้นลินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมภาพเรื่องราวของเธอถึงเข้ามาในหัวของตนเองได้

จากนั้นอาการปวดหัวก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ในที่สุดนลินก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทำให้ชายหนุ่มที่อุ้มเธออยู่ถึงกับหยุดเดิน เขามองเธอด้วยความตกใจและเต็มไปด้วยความห่วงใย

“เพ่ยหลัน เธอเป็นอะไร” ชายคนนั้นถามขึ้นมาอย่างร้อนรน

แต่ทว่านลินไม่สามารถรับรู้ได้อีกต่อไปแล้ว เวลานี้ร่างกายของเธออ่อนแรงลงแล้วก็สลบไปอีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 5 ปีผ่านไปซ่งเจียหยวนกับซ่งเจียอี้ ตอนนี้อายุได้ห้าขวบแล้ว เป็นวัยที่เริ่มกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก หลินเพ่ยหลันเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม จึงตัดสินใจชวนลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนไปเยี่ยมพ่อที่กองทัพเช้าวันนั้น หลินเพ่ยหลันเตรียมตัวอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการเดินทาง จัดเตรียมเสื้อผ้าที่อบอุ่นและอาหารว่างไว้ให้ลูก ๆ พร้อมทั้งเตือนพวกเขาให้ปฏิบัติตัวดี ๆ เมื่อไปถึงที่กองทัพ เป็นสิ่งที่เธอทำเองทั้งหมด ใช่แล้ว เธอเลี้ยงลูกแฝดทั้งสองคนด้วยตัวเอง แม้นายท่านผู้เฒ่าทั้งสองจะเคยส่งพี่เลี้ยงมาให้ แต่เธอก็ปฏิเสธไปเพราะอยากใกล้ชิดกับลูกๆ มากกว่าใคร ๆ “แม่ครับ เราจะได้เจอพ่อเมื่อไหร่ครับ” เสียงใส ๆ ของซ่งเจียหยวนถามด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เขาอยู่ในชุดทหารที่ลุงๆ ซื้อมาฝาก“เย็นนี้ก็ได้เจอแล้ว พ่อจะต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่เห็นพวกเรามาเยี่ยม” หลินเพ่ยหลันตอบพร้อมกับยิ้มให้ลูกชายลูกชายทั้งสองของเธอดีใจกันมาก ที่ได้ยินข่าวว่าจะได้ไปเยี่ยมพ่อที่กองทัพ พวกเขาต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ และไม่สามารถเก็บความตื่นเต้นไว้ได้

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทส่งท้าย  ครอบครัวสมบูรณ์

    บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์หลินตงยืนนิ่งไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเขาคงไม่มีทางเลือก เขาต้องทำเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกฆ่า“ต้องทำแบบนี้... ถ้าไม่ทำ... ฉันตายแน่ ฉันไม่ผิด” หลินตงพูดขึ้นมาเบา ๆ“ตายก็ยังดีกว่าทำแบบนี้!” นางหลิวอี้ตวาดเสียงดัง ก่อนจะวิ่งไปหยิบมีดที่วางอยู่บนโต๊ะในครัว แล้วตรงเข้ามาหาหลินตง“แกไม่รู้แกทำผิดหรืออย่างไร ลูกสาวตัวเองไม่ใช่ตัวช่วยที่จะเอามาขัดดอก แกตายซะเถอะ” นางหลิวอี้พูดจบก็เอามีดไล่ฟันไปที่สามีหลินตงตกใจและกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว “นังบ้า จะฆ่ากันเลยเหรอ หยุด หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เขายืนสั่นด้วยความกลัวมีดในมือของภรรยา“แกทำให้ชีวิตของพวกเรามันพังหมดแล้ว พังหมด ไม่เหลืออะไร” นางหลิวอี้ยังคงกราดเกรี้ยว ทั้งที่มีดในมือสั่นไปตามอารมณ์ “แม้แต่กับลูกสาวของตัวเองแกก็ยังทำแบบนี้ได้ นี่แกเป็นพ่อประสาอะไร”“แล้วแกล่ะ ตั้งแต่แต่งกับฉันมา แกเคยช่วยอะไรฉันบ้างไหม มีแต่ใช้เงินไปวัน ๆ ที่เสี่ยวหรงมันต้องเป็นแบนี้ แกก็มีส่วนเหมือนกัน”หลินตงตะโกนสวนกลับ และขยับหลบมีดที่ภรรยาเหวี่ยงมาหาเขาอีกครั้ง “หากเป็นไปได้ ฉันก็จะไม่ทำแบบนี้เลย แต่มันไม่มีทางเลือก”นางหลิวอี้สบถคำหยาบคาย “แกจะหนี

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 64 จากลากันอีกครั้ง

    บทที่ 64 จากลากันอีกครั้งหลินเพ่ยหลันยิ้มบาง ๆ และพยักหน้าเล็กน้อยเธอรู้สึกโล่งใจที่ปัญหาในวันนี้จบลงได้โดยไม่เกิดความรุนแรง เธอหันกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ซ่งเฟยหลงดูแลเรื่องราวที่เหลือซ่งเฟยหลงมองตามหลังภรรยาของเขาด้วยความรักและความห่วงใย เขารู้ว่าคนท้องไม่ควรเครียด และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้หลินเพ่ยหลันได้มีความสุขและสบายใจในช่วงเวลานี้เมื่อหลินเพ่ยหลันเข้าไปพักผ่อนในบ้าน ซ่งเฟยหลงก็หันกลับมามองชาวบ้านที่ยังคงยืนอยู่รอบ ๆ เขายิ้มและกล่าวกับพวกเขาอย่างสุภาพ “ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนครอบครัวของเรานะครับ ผมขอให้ทุกคนกลับบ้านกันอย่างสงบสุข”ชาวบ้านพยักหน้ารับและเริ่มทยอยกลับบ้าน บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มกลับมาสู่ความสงบเงียบอีกครั้งหลังจากที่เรื่องวุ่นวายทุกอย่างผ่านพ้น บ้านซ่งก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ทุกคนในครอบครัวรู้สึกโล่งใจและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความสุข ในช่วงเทศกาลตรุษจีน บ้านซ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นพวกเขาใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ ทั้งการไปไหว้พระที่วัด เพื่อขอพรให้ปีใหม่นี้เต็มไปด้วยความสุขและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งกินอาหารมงคลร่วมกัน แ

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 63 จบปํญหา

    บทที่ 63 จบปํญหาเมื่อหลินตงเอ่ยปากขอเงินจากหลินเพ่ยหลัน แต่หญิงสาวกลับมีท่าทีลังเลไม่ตอบรับในทันที หลินเพ่ยหลันมองไปยังแม่เลี้ยงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล‘กลัวว่าเงินที่ให้ไป พ่อกับน้องของเพ่ยหลันจะไม่ได้ใช้น่ะสิ แม่เลี้ยงคนนี้คงจะยึดไปหมดแน่ ๆ’ เธอยืนคิดอยู่ในใจว่าจะให้ไปดีหรือไม่ นางหลิวอี้เห็นดังนั้นก็โวยวายขึ้นมาทันที“หลินเพ่ยหลัน แกมันคนอกตัญญู พ่อของแกมาขอเงินแค่นี้ก็ไม่ยอมให้เหรอ จะต้องให้พ่อและน้องของแกอดตายก่อนใช่ไหม” น้ำเสียงของนางหลิวอี้เต็มไปด้วยความโกรธและเกรี้ยวกราด เธอพูดเสียงดังเพื่อกดดันอีกฝ่าย“ทุกคนดูสิหลินเพ่ยหลันที่ทุกคนเคยชื่นชมนักหนา พอร่ำรวยแล้วก็ไม่ยอมให้เงินพ่อของตัวเองเลย พ่อของเธอไม่มีเงินจนจะอดตายอยู่แล้ว” นางหลิวอี้พูดเสียงดัง พรัอมกับหันไปมองชาวบ้านที่เริ่มมารวมตัวกันด้วยความสงสัยชาวบ้านบางคนเริ่มซุบซิบและมองไปทางหลินเพ่ยหลันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป“จริงเหรอ หลินเพ่ยหลันทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” เสียงพูดคุยเบา ๆ เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆหลินเพ่ยหลันรู้สึกอับอายและเสียใจมากที่ถูกแม่เลี้ยงของตัวเองใส่ร้ายเช่นนี้ เธอจึงพยายามจะอธิบาย “ฉันไม่ได้หมายความว่าอ

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 62 บ้านหลินมาอีกแล้ว

    บทที่ 62 บ้านหลินมาอีกแล้ว“ขอบใจนะอาเฟยที่สานฝันแทนพ่อ แค่นี้พ่อก็ภูมิใจในตัวลูกมากแล้วล่ะ แต่ถ้าหากมันลำบาก ก็อย่าหักโหมเกินไปนักนะ ความก้าวหน้าสำคัญก็จริง แต่ว่าความสุขของตัวเองก็สำคัญเหมือนกันนะลูก” ซ่งตงลี่พูดขึ้นมาอย่างห่วงใย “ครับพ่อ” ซ่งเฟยหลงพยักหน้ารับคำ “แล้วเพ่ยหลันละ เป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่นู่นสบายดีไหม” คราวนี้เป็นนางหยางเจี่ยที่หันมาถามลูกสะใภ้ โดยซ่งตงลี่ก็หันมาเพื่อรอฟังคำตอบด้วยหลินเพ่ยหลันยิ้มให้พ่อแม่ของสามี ก่อนจะเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง “ฉันสบายดีค่ะ อยู่ที่บ้านตระกูลจง ฉันได้ช่วยงานคุณตากับคุณลุงที่ห้างสรรพสินค้าของตระกูลด้วย ทุกอย่างก็ราบรื่นดีค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าพวกพี่ก็ไม่ค่อยได้พบกันบ่อยน่ะสิ คนหนึ่งอยู่ชายแดน คนหนึ่งอยู่ปักกิ่ง” ซ่งชุนเป้ยถามขึ้นมาอย่างกังวล เธอเห็นใจพี่ชายกับพี่สะใภ้ไม่น้อยที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน“ใช่แล้ว ช่วงแรก ๆ พี่เฟยหลงฝึกหนักมาก แล้วยังมีภารกิจที่ต้องไปทำนอกกองทัพอีก พวกเราก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไร มีพักหลัง ๆ ที่พี่เฟยหลงพอจะว่างได้กลับมาปักกิ่ง และพี่ก็ไปหาพี่เฟยที่เมืองชายแดนบ้าง ตอนนี้คุณตาจัดรถพร้อมคนขับไว้ให้โดยเฉพาะ

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 61 ท้อง 4 เดือนแล้ว

    บทที่ 61 ท้อง 4 เดือนแล้ว“แล้วนี่จะมาอยู่กี่วันล่ะ อยู่นาน ๆ นะ แม่จะทำของอร่อยให้กิน” นางหยางเจี่ยถามขึ้นมา เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรลูกชายกับลูกสะใภ้ก็ต้องกลับไปที่ปักกิ่ง แต่ก็อยากให้อยู่ด้วยกันสักหลายวันก่อน“นี่ก็เป็นเวลานานแล้วที่ผมกับเพ่ยหลันไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน ตรุษจีนปีที่แล้วที่ไม่ได้กลับมา ก็เพราะว่าผมมีภารกิจที่ชายแดน ครั้งนี้พวกเราจึงตัดสินใจว่าจะพักอยู่ที่บ้านหลายวันหน่อย เพื่อเป็นการชดเชยให้กับครอบครัวครับ” ซ่งเฟยหลงตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ดี ๆ จะได้มาด้วยพี่ขายของด้วย เพราะตอนนี้ที่ร้านยุ่งมาก ฮ่า ๆ” ซ่งชุนเหยาพูดขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุข“ที่ร้านยุ่งมากเหรอคะ” หลินเพ่ยหลันขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ“จะให้ไม่ยุ่งได้อย่างไรล่ะคะพี่สะใภ้ ตอนนี้พี่ใหญ่ขยายร้านค้าไปในเมืองใกล้ ๆ อีกสองสาขา แต่ละวันแค่วิ่งไปเติมสินค้าแต่ละสาขาก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว ยังดีที่ตอนนี้ซื้อรถยนต์แล้วและมีลูกจ้างที่ขยันและซื่อสัตย์ ไม่อย่างนั้นพี่ใหญ่ท่าจะแย่” ซ่งชุนเป้ยเป็นคนตอบคำถามนี้ของพี่สะใภ้ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ตอนนี้กิจการของบ้านซ่งเป็นไปได้ดีมาก ซ่งชุนเหยาได้ขยายสาขาร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status