Share

บทที่ 4 ชีวิตที่น่าสงสาร

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-02 11:55:07

บทที่ 4 ชีวิตที่น่าสงสาร

ในขณะที่นลินสลบนั้น ภาพความทรงจำพวกนั้นของหญิงสาวคนหนึ่งยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน คล้ายความฝันและมันเป็นฝันร้าย หญิงสาวในความทรงจำคนนี้มีชื่อว่า หลินเพ่ยหลัน ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ เนื่องจากเธอสูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นไม่นานพ่อของเธอก็แต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีนิสัยร้ายกาจแถมยังใจแคบอีกด้วย

ชีวิตของหลินเพ่ยหลันหลังจากนั้นจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก พ่อของเธอเอาแต่ทำงาน ทำให้แทบไม่มีเวลาให้กับลูกสาวคนนี้ สถานะของหลินเพ่ยหลันในบ้านหลินจึงน่าเวทนามาก

แม่เลี้ยงของเธอมักจะอารมณ์ร้อนและรังแกเธออยู่เสมอ หล่อนมองเห็นลูกสาวกับภรรยาเก่าของสามี เป็นเหมือนหนามยอกอก ความรักและการเอาใจใส่ที่ควรจะได้รับ กลับกลายเป็นความเกลียดชังที่เข้ามาแทน

เมื่อพ่อของเธอกับแม่เลี้ยงมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน หลินเพ่ยหลันก็ถูกทิ้งให้กลายเป็นเพียงเงาที่ไร้ค่าในบ้าน จากลูกสาวคนโตตอนนี้มีสถานะไม่แตกต่างไปจากคนรับใช้ในบ้านหลิน

วันหนึ่งหลินเพ่ยหลันนั่งอยู่มุมห้องครัว เธอพยายามขัดถูพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เหงื่อไหลซึมผ่านหน้าผากและเสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่ม นางหลิวอี้แม่เลี้ยงเดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวคนเล็ก ทำให้หลินเพ่ยหลันหยุดมือชั่วขณะและเงยหน้าขึ้นมอง เด็กหญิงพยายามส่งยิ้มให้ทั้งสอง แต่กลับพบเพียงสายตาเหยียดหยามจากแม่เลี้ยงกลับมา

ทุกวันหลินเพ่ยหลันต้องทนทุกข์กับการถูกแม่เลี้ยงทุบตีอย่างไร้เหตุผล รอยแผลและรอยฟกช้ำที่ปรากฏอยู่ร่างกายของเธอ บางครั้งก็มีเลือดซึมออกมา แต่ก็ไม่กล้าแสดงความเจ็บปวดให้ใครเห็น พ่อของเธอแม้จะเห็นรอยแผลพวกนั้น แต่กลับไม่ได้สนใจหรือสงสัยอะไร ด้วยคำพูดของภรรยาใหม่ที่บอกว่าหลินเพ่ยหลันดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง จึงจำเป็นต้องอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวด

เพียงคำพูดไม่กี่คำจากปากของแม่เลี้ยง พ่อของหลินเพ่ยหลันก็เชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง เขาเชื่อภรรยาใหม่อย่างหมดใจ และปล่อยให้เธอทำการอบรมบุตรสาวตามใจชอบ แม่เลี้ยงใช้โอกาสนี้รังแกหลินเพ่ยหลัน ทุกครั้งที่เธอทำงานบ้านไม่ถูกใจ หรือทำงานไม่ทันตามที่แม่เลี้ยงกำหนด เธอก็จะถูกตีด้วยไม้เรียวหรือมือแข็งกร้าวของแม่เลี้ยง

จนวันหนึ่งเมื่อหลินเพ่ยหลันอายุครบ 11 ปี เธอถูกกลั่นแกล้งจากน้องสาวต่างมารดา ที่เดินเข้ามาหาเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“นี่ เพ่ยหลัน มายกของให้หน่อยสิ” หลินเสี่ยวหรงสั่งเสียงแข็งไม่ต่างจากสั่งงานสาวใช้เลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะเด็กหญิงคนนี้ไม่เคยมองหลินเพ่ยหลันเป็นพี่สาวเลยอย่างไรล่ะ

แต่เพราะไม่อยากถูกทุบตีอย่างที่แล้วมา หลินเพ่ยหลันจึงรีบเดินไปทำตามคำสั่งทันที แต่ขณะที่เธอกำลังยกของหนักอยู่นั้น หลินเสี่ยวหรงก็แอบยื่นเท้ามาขัดขาของเธอทำให้เสียการทรงตัวแล้วล้มลง โดยที่ศีรษะของเธอกระแทกพื้นอย่างแรงจนเสียงดัง

“โอ๊ย!” หลินเพ่ยหลันร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลย

หลินเสี่ยวหรงยืนอยู่ข้าง ๆ มองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน “นี่เพ่ยหลัน ทำไมไม่ดูทางให้ดีๆ หน่อยล่ะ ลุกขึ้นสิ หรือว่าจะนอนอยู่ตรงนี้ทั้งวัน ทางก็มีแค่นี้แต่กลับทำตัวอ่อนแอแข้งขาอ่อน”

ได้ยินอย่างนั้นแม้จะเจ็บปวดแค่ไหน แต่เด็กหญิงอย่างหลินเพ่ยหลันก็พยายามลุกขึ้น แต่เพราะความเจ็บปวดรุนแรงที่ศีรษะ ทำให้เธอลุกไม่ไหว จึงได้นอนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอคอยความช่วยเหลือจากใครสักคน แต่กลับไม่มีใครเข้าช่วยเลย ไม่มีใครสนใจความเป็นความตายของเธอ แม้แต่พ่อผู้ให้กำเนิดก็ไม่ออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

สุดท้ายเพราะความเจ็บปวด เลยทำให้เธอสลบไปโดยไม่รู้ตัว

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ สติของหลินเพ่ยหลันเริ่มกลับมา แต่เมื่อเธอพยายามลืมตาขึ้นมองกลับพบว่าดวงตาของเธอไม่สามารถมองเห็นอะไรได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเธอเป็นเพียงความมืดมิดเท่านั้น

“ทำไม... ทำไมฉันมองไม่เห็นอะไรเลย...”

เด็กหญิงพยายามยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของตัวเอง ความหวาดกลัวและความสับสนเกิดขึ้นในใจ เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้และคิดว่านี่เป็นเพียงความฝันเท่านั้น แต่เปล่าเลย ไม่ว่าอย่างไร ดวงตาคู่นี้ก็มืดมิดไปเสียแล้ว และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

รอบกายไม่มีใครอยู่เคียงข้าง แม้ในช่วงเวลาที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดก็ตาม อีกทั้งบ้านหลินแห่งนี้กลับไม่มีใครคิดที่จะพาเธอไปโรงพยาบาลเลยสักคนเดียว

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลินเพ่ยหลันจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมิด ทุกวันที่ตื่นขึ้นมานั้นไม่ต่างจากเป็นการต่อสู้กับความสิ้นหวังและความอ้างว้างที่เกิดขึ้นในใจ เด็กหญิงที่เคยสดใสไม่สามารถเห็นท้องฟ้าสีคราม หรือดอกไม้ที่เบ่งบานได้อีกต่อไป

ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเธอกลายเป็นเพียงเสียงและความรู้สึกสัมผัสเท่านั้น

จวบจนหกปีผ่านไป ทำให้หลินเพ่ยหลันพยายามปรับตัวและใช้ชีวิตให้เหมือนคนปกติได้ แม้ดวงตาจะมืดบอด แต่เธอก็ไม่ยอมให้ความพิการนั้นมาขวางการดำเนินชีวิต หญิงสาวฝึกฝนทักษะการฟัง การสัมผัส และการจดจำเส้นทางภายในบ้าน รวมถึงนอกบ้านที่เธอต้องใช้ประจำวันนั่นก็เพื่อที่จะใช้ชีวิตให้ได้เหมือนกับคนอื่น

นอกจากนี้เธอยังต้องทำงานบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่ทำความสะอาด ซักผ้า ทำอาหาร ตักน้ำ ตกเป็นหน้าที่ของหลินเพ่ยหลันคนเดียว ส่วนแม่เลี้ยงกับหลินเสี่ยวหรงนั้น กลับไม่ยอมช่วยเหลืออะไรเลย ทั้งสองคนเอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ ใช้ชีวิตอย่างสำราญใจ ไม่เคยสนใจว่าเธอจะต้องเหนื่อยยากสักแค่ไหน

ทุกเช้าเธอต้องตื่นแต่เช้ามืดแล้วเริ่มทำงานบ้าน เธอทำอาหารให้ทุกคนกินทั้งที่บางครั้งเธอแทบไม่ได้กินอาหารดี ๆ พวกนั้นเลยด้วยซ้ำ

ในยามค่ำคืนหลังจากทุกคนในบ้านหลับไปแล้ว หลินเพ่ยหลันยังคงนั่งอยู่คนเดียวในความมืด คิดถึงอนาคตที่อาจจะดีกว่านี้ ความฝันของเธอไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แค่หวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะสามารถหลุดพ้นจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากนี้ได้ และมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

วันหนึ่งนางหลิวอี้แม่เลี้ยงของหลินเพ่ยหลันคิดแผนการบางอย่างขึ้นมา เธอวางยาลูกเลี้ยงจนหมดสติ และจ้างคนมาพาตัวเธอไปขาย ซึ่งในวันนั้นหลินตงกับหลินเสี่ยวหรงไม่อยู่บ้าน มีเพียงแค่หลินเพ่ยหลันกับแม่เลี้ยงที่ไม่ไปทำงานในคอมมูนโดยอ้างว่าป่วย เลยทำให้อยู่กันเพียงสองคนในบ้าน

หลังจากที่จัดการลูกเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ไม่นานเกวียนเล่มหนึ่งก็มาหยุดอยู่หน้าบ้าน โดยมีชายสองคนเดินเข้ามาในบ้าน และพาร่างหลินเพ่ยหลันที่นอนหมดสติอยู่ออกมาจากบ้าน โดยที่ไม่ให้ใครพบเห็น

แต่โชคดีที่ในขณะนั้น ซ่งเฟยหลง ลูกชายคนที่สามของตระกูลซ่ง กำลังเดินผ่านมาพอดี  เมื่อเขาเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าก็รู้สึกแปลกใจและสงสัยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น จึงเข้าไปดูใกล้ ๆ ปรากฏว่าเห็นชายสองคนกำลังอุ้มหญิงสาวที่ไร้สติขึ้นไปบนเกวียนอย่างร้อนรนและทุลักทุเล

“เฮ้! หยุดเดี๋ยวนี้! พวกนายทั้งสองกำลังทำอะไรกัน”

ซ่งเฟยหลงตะโกนออกมา แล้วรีบวิ่งเข้ามาขวางหน้าเกวียนอย่างอดไม่ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 5 ปีผ่านไปซ่งเจียหยวนกับซ่งเจียอี้ ตอนนี้อายุได้ห้าขวบแล้ว เป็นวัยที่เริ่มกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก หลินเพ่ยหลันเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม จึงตัดสินใจชวนลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนไปเยี่ยมพ่อที่กองทัพเช้าวันนั้น หลินเพ่ยหลันเตรียมตัวอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการเดินทาง จัดเตรียมเสื้อผ้าที่อบอุ่นและอาหารว่างไว้ให้ลูก ๆ พร้อมทั้งเตือนพวกเขาให้ปฏิบัติตัวดี ๆ เมื่อไปถึงที่กองทัพ เป็นสิ่งที่เธอทำเองทั้งหมด ใช่แล้ว เธอเลี้ยงลูกแฝดทั้งสองคนด้วยตัวเอง แม้นายท่านผู้เฒ่าทั้งสองจะเคยส่งพี่เลี้ยงมาให้ แต่เธอก็ปฏิเสธไปเพราะอยากใกล้ชิดกับลูกๆ มากกว่าใคร ๆ “แม่ครับ เราจะได้เจอพ่อเมื่อไหร่ครับ” เสียงใส ๆ ของซ่งเจียหยวนถามด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เขาอยู่ในชุดทหารที่ลุงๆ ซื้อมาฝาก“เย็นนี้ก็ได้เจอแล้ว พ่อจะต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่เห็นพวกเรามาเยี่ยม” หลินเพ่ยหลันตอบพร้อมกับยิ้มให้ลูกชายลูกชายทั้งสองของเธอดีใจกันมาก ที่ได้ยินข่าวว่าจะได้ไปเยี่ยมพ่อที่กองทัพ พวกเขาต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ และไม่สามารถเก็บความตื่นเต้นไว้ได้

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทส่งท้าย  ครอบครัวสมบูรณ์

    บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์หลินตงยืนนิ่งไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเขาคงไม่มีทางเลือก เขาต้องทำเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกฆ่า“ต้องทำแบบนี้... ถ้าไม่ทำ... ฉันตายแน่ ฉันไม่ผิด” หลินตงพูดขึ้นมาเบา ๆ“ตายก็ยังดีกว่าทำแบบนี้!” นางหลิวอี้ตวาดเสียงดัง ก่อนจะวิ่งไปหยิบมีดที่วางอยู่บนโต๊ะในครัว แล้วตรงเข้ามาหาหลินตง“แกไม่รู้แกทำผิดหรืออย่างไร ลูกสาวตัวเองไม่ใช่ตัวช่วยที่จะเอามาขัดดอก แกตายซะเถอะ” นางหลิวอี้พูดจบก็เอามีดไล่ฟันไปที่สามีหลินตงตกใจและกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว “นังบ้า จะฆ่ากันเลยเหรอ หยุด หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เขายืนสั่นด้วยความกลัวมีดในมือของภรรยา“แกทำให้ชีวิตของพวกเรามันพังหมดแล้ว พังหมด ไม่เหลืออะไร” นางหลิวอี้ยังคงกราดเกรี้ยว ทั้งที่มีดในมือสั่นไปตามอารมณ์ “แม้แต่กับลูกสาวของตัวเองแกก็ยังทำแบบนี้ได้ นี่แกเป็นพ่อประสาอะไร”“แล้วแกล่ะ ตั้งแต่แต่งกับฉันมา แกเคยช่วยอะไรฉันบ้างไหม มีแต่ใช้เงินไปวัน ๆ ที่เสี่ยวหรงมันต้องเป็นแบนี้ แกก็มีส่วนเหมือนกัน”หลินตงตะโกนสวนกลับ และขยับหลบมีดที่ภรรยาเหวี่ยงมาหาเขาอีกครั้ง “หากเป็นไปได้ ฉันก็จะไม่ทำแบบนี้เลย แต่มันไม่มีทางเลือก”นางหลิวอี้สบถคำหยาบคาย “แกจะหนี

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 64 จากลากันอีกครั้ง

    บทที่ 64 จากลากันอีกครั้งหลินเพ่ยหลันยิ้มบาง ๆ และพยักหน้าเล็กน้อยเธอรู้สึกโล่งใจที่ปัญหาในวันนี้จบลงได้โดยไม่เกิดความรุนแรง เธอหันกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ซ่งเฟยหลงดูแลเรื่องราวที่เหลือซ่งเฟยหลงมองตามหลังภรรยาของเขาด้วยความรักและความห่วงใย เขารู้ว่าคนท้องไม่ควรเครียด และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้หลินเพ่ยหลันได้มีความสุขและสบายใจในช่วงเวลานี้เมื่อหลินเพ่ยหลันเข้าไปพักผ่อนในบ้าน ซ่งเฟยหลงก็หันกลับมามองชาวบ้านที่ยังคงยืนอยู่รอบ ๆ เขายิ้มและกล่าวกับพวกเขาอย่างสุภาพ “ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนครอบครัวของเรานะครับ ผมขอให้ทุกคนกลับบ้านกันอย่างสงบสุข”ชาวบ้านพยักหน้ารับและเริ่มทยอยกลับบ้าน บรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มกลับมาสู่ความสงบเงียบอีกครั้งหลังจากที่เรื่องวุ่นวายทุกอย่างผ่านพ้น บ้านซ่งก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ทุกคนในครอบครัวรู้สึกโล่งใจและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความสุข ในช่วงเทศกาลตรุษจีน บ้านซ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นพวกเขาใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ ทั้งการไปไหว้พระที่วัด เพื่อขอพรให้ปีใหม่นี้เต็มไปด้วยความสุขและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งกินอาหารมงคลร่วมกัน แ

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 63 จบปํญหา

    บทที่ 63 จบปํญหาเมื่อหลินตงเอ่ยปากขอเงินจากหลินเพ่ยหลัน แต่หญิงสาวกลับมีท่าทีลังเลไม่ตอบรับในทันที หลินเพ่ยหลันมองไปยังแม่เลี้ยงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล‘กลัวว่าเงินที่ให้ไป พ่อกับน้องของเพ่ยหลันจะไม่ได้ใช้น่ะสิ แม่เลี้ยงคนนี้คงจะยึดไปหมดแน่ ๆ’ เธอยืนคิดอยู่ในใจว่าจะให้ไปดีหรือไม่ นางหลิวอี้เห็นดังนั้นก็โวยวายขึ้นมาทันที“หลินเพ่ยหลัน แกมันคนอกตัญญู พ่อของแกมาขอเงินแค่นี้ก็ไม่ยอมให้เหรอ จะต้องให้พ่อและน้องของแกอดตายก่อนใช่ไหม” น้ำเสียงของนางหลิวอี้เต็มไปด้วยความโกรธและเกรี้ยวกราด เธอพูดเสียงดังเพื่อกดดันอีกฝ่าย“ทุกคนดูสิหลินเพ่ยหลันที่ทุกคนเคยชื่นชมนักหนา พอร่ำรวยแล้วก็ไม่ยอมให้เงินพ่อของตัวเองเลย พ่อของเธอไม่มีเงินจนจะอดตายอยู่แล้ว” นางหลิวอี้พูดเสียงดัง พรัอมกับหันไปมองชาวบ้านที่เริ่มมารวมตัวกันด้วยความสงสัยชาวบ้านบางคนเริ่มซุบซิบและมองไปทางหลินเพ่ยหลันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป“จริงเหรอ หลินเพ่ยหลันทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอ” เสียงพูดคุยเบา ๆ เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆหลินเพ่ยหลันรู้สึกอับอายและเสียใจมากที่ถูกแม่เลี้ยงของตัวเองใส่ร้ายเช่นนี้ เธอจึงพยายามจะอธิบาย “ฉันไม่ได้หมายความว่าอ

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 62 บ้านหลินมาอีกแล้ว

    บทที่ 62 บ้านหลินมาอีกแล้ว“ขอบใจนะอาเฟยที่สานฝันแทนพ่อ แค่นี้พ่อก็ภูมิใจในตัวลูกมากแล้วล่ะ แต่ถ้าหากมันลำบาก ก็อย่าหักโหมเกินไปนักนะ ความก้าวหน้าสำคัญก็จริง แต่ว่าความสุขของตัวเองก็สำคัญเหมือนกันนะลูก” ซ่งตงลี่พูดขึ้นมาอย่างห่วงใย “ครับพ่อ” ซ่งเฟยหลงพยักหน้ารับคำ “แล้วเพ่ยหลันละ เป็นอย่างไรบ้าง อยู่ที่นู่นสบายดีไหม” คราวนี้เป็นนางหยางเจี่ยที่หันมาถามลูกสะใภ้ โดยซ่งตงลี่ก็หันมาเพื่อรอฟังคำตอบด้วยหลินเพ่ยหลันยิ้มให้พ่อแม่ของสามี ก่อนจะเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง “ฉันสบายดีค่ะ อยู่ที่บ้านตระกูลจง ฉันได้ช่วยงานคุณตากับคุณลุงที่ห้างสรรพสินค้าของตระกูลด้วย ทุกอย่างก็ราบรื่นดีค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าพวกพี่ก็ไม่ค่อยได้พบกันบ่อยน่ะสิ คนหนึ่งอยู่ชายแดน คนหนึ่งอยู่ปักกิ่ง” ซ่งชุนเป้ยถามขึ้นมาอย่างกังวล เธอเห็นใจพี่ชายกับพี่สะใภ้ไม่น้อยที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน“ใช่แล้ว ช่วงแรก ๆ พี่เฟยหลงฝึกหนักมาก แล้วยังมีภารกิจที่ต้องไปทำนอกกองทัพอีก พวกเราก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไร มีพักหลัง ๆ ที่พี่เฟยหลงพอจะว่างได้กลับมาปักกิ่ง และพี่ก็ไปหาพี่เฟยที่เมืองชายแดนบ้าง ตอนนี้คุณตาจัดรถพร้อมคนขับไว้ให้โดยเฉพาะ

  • ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70    บทที่ 61 ท้อง 4 เดือนแล้ว

    บทที่ 61 ท้อง 4 เดือนแล้ว“แล้วนี่จะมาอยู่กี่วันล่ะ อยู่นาน ๆ นะ แม่จะทำของอร่อยให้กิน” นางหยางเจี่ยถามขึ้นมา เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรลูกชายกับลูกสะใภ้ก็ต้องกลับไปที่ปักกิ่ง แต่ก็อยากให้อยู่ด้วยกันสักหลายวันก่อน“นี่ก็เป็นเวลานานแล้วที่ผมกับเพ่ยหลันไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน ตรุษจีนปีที่แล้วที่ไม่ได้กลับมา ก็เพราะว่าผมมีภารกิจที่ชายแดน ครั้งนี้พวกเราจึงตัดสินใจว่าจะพักอยู่ที่บ้านหลายวันหน่อย เพื่อเป็นการชดเชยให้กับครอบครัวครับ” ซ่งเฟยหลงตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ดี ๆ จะได้มาด้วยพี่ขายของด้วย เพราะตอนนี้ที่ร้านยุ่งมาก ฮ่า ๆ” ซ่งชุนเหยาพูดขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุข“ที่ร้านยุ่งมากเหรอคะ” หลินเพ่ยหลันขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ“จะให้ไม่ยุ่งได้อย่างไรล่ะคะพี่สะใภ้ ตอนนี้พี่ใหญ่ขยายร้านค้าไปในเมืองใกล้ ๆ อีกสองสาขา แต่ละวันแค่วิ่งไปเติมสินค้าแต่ละสาขาก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว ยังดีที่ตอนนี้ซื้อรถยนต์แล้วและมีลูกจ้างที่ขยันและซื่อสัตย์ ไม่อย่างนั้นพี่ใหญ่ท่าจะแย่” ซ่งชุนเป้ยเป็นคนตอบคำถามนี้ของพี่สะใภ้ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ตอนนี้กิจการของบ้านซ่งเป็นไปได้ดีมาก ซ่งชุนเหยาได้ขยายสาขาร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status