แชร์

บทที่ 5

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-30 16:20:56

Chapter 5

‘อาจารย์อาคนนี้จะปกป้องเจ้าเอง’

“ท่านอาจารย์ท่านอ่านตำรามานานแล้ว ข้าว่าพอก่อนเถิดนี่ก็ยามห้ายแล้ว”

เย่ไป๋ฉีเดินเข้ามาเก็บตำราที่อาจารย์ของตนอ่านทิ้งไว้มากมาย ปกติอาจารย์ไม่ใช่คนชอบอ่านตำราเพราะล้วนเรียนรู้มาหมดแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอ่านซ้ำแล้วตำราพวกนี้ก็มีไว้ให้พวกลูกศิษย์ศึกษาหาความรู้ด้วย

“ยามห้ายแล้วหรือ?” เยี่ยนฟางวางตำราลงก่อนจะเอนกายพิงหมอนหนุนด้านหลังอย่างสุขสบาย กลิ่นกำยานหอมช่างช่วยให้ผ่อนคลายเสียจริง

“เจ้าค่ะ ปกติท่านมักจะนอนยามห้ายเสมอ”

“อืม แต่วันนี้ข้ายังไม่ง่วงนัก อ่านอีกไม่กี่หน้าก็จะจบแล้ว”

นางยกตำราขึ้นมาอ่านต่อเพราะยังไม่ง่วงเท่าไหร่ ที่นี่ไม่มีนาฬิกาก็เลยไม่รู้เวลาคงต้องอาศัยการดูพระอาทิตย์และพระจันทร์แทน ดวงตาคู่สวยกวาดมองตำราในมือตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้ายอย่างละเอียดพวกนี้เป็นตำราที่พวกลูกศิษย์ใช้ร่ำเรียนในการฝึกวิชา

ถึงแม้ว่านางเองจะสามารถใช้พลังได้แต่ก็ใช้ได้อย่างไม่เต็มที่นัก จึงต้องมาเรียนรู้เช่นนี้จะได้ใช้วิชาได้อย่างถูกต้อง ไม่ให้ผู้อื่นสงสัยหรือเป็นที่อับอายต่อสาธารณชน

“ทำไมท่านอาจารย์ถึงได้ช่วยเหลือตงป๋อเหวินล่ะเจ้าคะ?”

“แล้วข้าทำไม่ถูกหรือ?”

“ปะ… เปล่าเจ้าคะท่านอาจารย์ ทุกอย่างที่ท่านทำล้วนถูกต้องเสมอ แต่ข้าแค่ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ”

“ข้าเป็นอาจารย์อาของเขา ก็ต้องดูแลช่วยเหลือเขาอยู่แล้ว”

“แต่ที่ผ่านมาท่านอาจารย์ไม่เคยยุ่งกับผู้ใด”

“ข้าไว้ทุกข์มานานแล้วเสี่ยวฉี ถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปข้างนอกบ้าง การจมปลักอยู่ที่เดิมไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก”

“ที่ผ่านมาท่านอาจารย์ไว้ทุกข์ให้ฉีชิงหมิงเซียนจวินมาตลอด เอาแต่บำเพ็ญตนในเรือนไม่ยอมออกไปไหน การที่ท่านออกไปข้างนอกเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ข้ายินดีอย่างยิ่งเจ้าค่ะ แต่การที่ท่านไปยุ่งกับตงป๋อเหวินข้าเกรงว่าเขาจะนำความเดือดร้อนมาให้ท่านอาจารย์ เดิมทีคนที่นี่ก็ไม่ต้องการเขาอยู่แล้ว อย่าลืมว่าเขาเป็นครึ่งมารย่อมไม่ได้รับการยอมรับ”

“เป็นเซียนแล้วอย่างไร เป็นมารแล้วอย่างไร สุดท้ายเขาก็เป็นลูกของใครสักคนหนึ่ง เป็นพี่น้องของใครสักคนหนึ่ง อนาคตก็ต้องเป็นสามีแล้วบิดาของใครสักคนหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้เขาเป็นศิษย์หลานของข้า เป็นศิษย์น้องของเจ้าไม่ใช่หรือ?”

นางวางตำราในมือลงก่อนจะมองใบหน้างดงามของเย่ไป๋ฉีแล้วยกยิ้มบางเบา

“เกิดเป็นมนุษย์มันยากนะ อย่าให้อะไรมาทำลายความเป็นมนุษย์ของเจ้า”

“เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว” เย่ไป๋ฉีก้มหน้าลงอย่างน้อมรับคำสั่งสอน

“ข้าง่วงนอนแล้วแหละ”

นางวางตำราในมือลงก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินมายังเตียงนอนยังไม่ทันจะได้ล้มตัวนอนก็มีเสียงหวีดร้องดังขึ้นจนน่าหวาดหวั่น เสียงร้องโหยหวนราวกับวิญญาณร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งและทรมานในเวลาเดียวกัน

“เสียงใดกัน?”

“ท่านอาจารย์ไยท่านตื่นตระหนกไม่ใช่ว่าเราก็ได้ยินเสียงนี้ทุกค่ำคืนอยู่แล้วหรือเจ้าคะ?”

“ได้ยินทุกค่ำคืน หมายความว่ายังไง?”

“นี่เป็นเสียงของถานฟูเหรินไงเจ้าคะ”

เมื่อได้ฟังเยี่ยนฟางก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งในนิยายบอกไว้ว่าถานฟูเหรินเป็นภรรยาของจางซุน แต่เมื่อหลายปีก่อนกลับถูกจิตปีศาจเข้าครอบงำกัดกินหัวใจของนางจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์ จางซุนทำใจสังหารภรรยารักไม่ลงเพราะพวกเขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เยาว์วัยจนได้แต่งงานกันจึงกักขังนางเอาไว้ในถ้ำหลังสำนัก

“น่าสงสารยิ่งนัก”

“เจ้าค่ะ แต่ทำสิ่งใดไม่ได้”

เยี่ยนฟางถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง เย่ไป๋ฉีก็รีบห่มผ้าให้ก่อนจะผละตัวออกไปแล้วดึงม่านมุ้งลงมาปิดเพื่อไม่ให้ยุงแมลงเข้าไปรบกวนอาจารย์ เสียงร้องโหยหวนยังคงดังลอยมาตามลมยิ่งในค่ำคืนที่เงียบสงัด บนยอดเขาสูงเช่นนี้ก็ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก ช่างชวนให้ฝันร้ายเสียจริง

……….

เสียงแมลงกลางคืนร้องร่ำไรภายใต้ความมืดมิดของยามโฉ่ว แต่กลับมีพลังงานบางอย่างล่องลอยเป็นควันดำภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนสำนักที่มีพื้นที่กว้างขวางบนยอดเขาสูง ล่องลอยไปตามมุมซอกของเรือนต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายเชื่อมต่อกันด้วยสะพานไม้ไผ่ที่พาดผ่านด้านใต้ที่เป็นร่องน้ำไหลมาจากสายธารน้ำตกใหญ่ด้านหลัง

เยี่ยนฟางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืดของตัวเรือนที่เงียบสงัดไม่มีใครทั้งนั้นนอกจากนางเพราะเย่ไป๋ฉีนอนที่เรือนเล็กด้านข้าง ความรู้สึกร้อนวูบวาบไม่สบายตัวมันก่อเกิดขึ้นจนรู้สึกประหลาดไม่สามารถนอนได้เลยเพราะมันกระสับกระส่ายมาก

หญิงสาวขบเม้มริมฝีปากเล็กน้อยมือไม้สั่นขึ้นมา นางลุกขึ้นยืนก่อนจะโบกสะบัดมือเพียงแผ่วเบาเทียนไขก็ติดขึ้นมาให้ความสว่างไสวภายในเรือนนอน เงาสะท้อนไหววูบไปตามผนังยามร่างอรชรก้าวเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่เพื่อออกไปสูดอากาศด้านนอกเสียหน่อย

ภายนอกเงียบสงบแต่ก็มีแสงจันทร์สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าที่ระยิบระยับไปด้วยดวงดารานับพันนับหมื่น บรรยากาศค่อนข้างหนาวเย็นจนต้องกระชับเสื้อคลุมแน่นยามค่ำคืนมันเงียบจริง ๆ เงียบจนน่ากลัวเหมือนกัน ตอนนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มควันสีดำที่ล่องลอยหลบหลีกไปอีกทาง

นิ้วเรียวขาวซัดพลังปราณเข้าใส่กลุ่มควันสีดำประหลาดนั้นและเหมือนมันมีความรู้สึกเมื่อโดนพลังก็หลีกหนีหลบไปอีกทางหนึ่ง นางจึงรีบเหินตัวตามไปทันทีร่างอรชรพุ่งตามเงาดำนั้นไปติด ๆ ชายกระโปรงปลิวไสวตามแรงลม

นางซัดพลังเข้าใส่ควันดำประหลาดนั้นอีกครั้งจนมันรีบหลีกหนีไปยังด้านหลังของสำนักจึงรีบตามไปติด ๆ ก่อนจะมาหยุดที่เรือนซอมซ่อเรือนหนึ่ง กลุ่มควันสีดำลอยหายเข้าไปในเรือนนั้นนางเลยรีบตามเข้าไปแต่ทันทีที่เปิดประตูกลับโดนพลังงานบางอย่างซาซัดเข้าใส่จนกระเด็นออกมาแต่ก็หมุนตัวหลบแล้วทิ้งตัวลงบนพื้นได้อย่างมั่นคง

ตงป๋อเหวินเดินออกมาจากเรือน แต่ท่าทางของเขาดูแปลกไปมันดูแข็งกร้าวเยือกเย็นและโอบล้อมไปด้วยกลุ่มควันสีดำ ดวงตาที่เคยสุกวาวเหมือนตากวางยามนี้มีสีแดงก่ำจนน่ากลัว มือใหญ่โบกสะบัดเพียงเล็กน้อยกลุ่มพลังสีดำก็พุ่งเข้าใส่เยี่ยนฟางจนนางต้องหมุนตัวหลบแล้วกางเขตอาคมต่อต้านพลังนั้นเอาไว้

“ตงป๋อเหวิน!” เสียงหวานแต่ดุดันตะโกนออกไปเพื่อเรียกสติแต่ตงป๋อเหวินก็ยังนิ่งเฉยและเดินเข้ามาหานางราวกับจะเอาชีวิตกัน

อาการแบบนี้เหมือนเคยเห็นในซีรี่ส์เทพเซียนที่เคยดูตอนอยู่ในโรงพยาบาล เหมือนตัวเอกที่กำลังถูกจิตมารเข้าครอบงำ จะว่าไปตงป๋อเหวินก็มีจิตมารครึ่งหนึ่งไม่ใช่ว่าเขาโดนจิตมารควบคุมอยู่หรอกนะ

“ตงป๋อเหวินเจ้าหยุดนะ!”

“อึก!”

พลังมารซัดเข้าใส่เยี่ยนฟางจนนางกระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้น เจ็บแปล๊บที่หน้าอกจนลุกไม่ไหว พยายามเรียกสติเขามากเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลเพราะตงป๋อเหวินไม่ฟังนางเลยเขาโดนจิตมารควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบและถ้าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้พลังมารในตัวเขาจะปลุกทุกคนในสำนักให้ตื่น ระดับลูกศิษย์คงรับรู้การมีอยู่ได้ไม่มาก แต่ระดับอาจารย์ที่มีขั้นบำเพ็ญตนสูงแบบพวกนางต้องรับรู้การมีอยู่ได้แน่

แต่เพราะมัวคิดวิเคราะห์กว่าจะรู้ตัวอีกทีตงป๋อเหวินก็มายืนตรงหน้านางแล้ว กระบี่ที่อาบย้อมไปด้วยพลังมารสีดำถูกยกขึ้นสูงก่อนจะวาดลงมาเพื่อหมายจะฟันนางอย่างเลือดเย็น เยี่ยนฟางรีบลุกขึ้นยืนแล้วใช้ฝ่ามือจับกระบี่เอาไว้จนมันบาดลึกลงมาในเนื้อขาวถ้าไม่มีพลังปราณช่วยป่านนี้คงมือขาดสะบั้นไปแล้ว

“ตงป๋อเหวิน นี่ข้าเอง อาจารย์อาของเจ้า!”

นางตะโกนอัดหน้าตงป๋อเหวินออกไปและคราวนี้มันได้ผลเมื่อทุกการกระทำหยุดลงทันที เยี่ยนฟางเลยใช้โอกาสนี้ซัดพลังปราณเข้าใส่เขาจนเด็กหนุ่มกระเด็นลอยไปกระแทกเข้ากับผนังเรือนเต็มแรงก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นอีกรอบหนึ่งทุกอย่างถึงสงบลง กลุ่มควันสีดำจางหายไปในกายของตงป๋อเหวิน ทุกอย่างกลับสู่ความปกติ

เยี่ยนฟางทรุดตัวลงกับพื้น หน้าเริ่มมืดเหมือนกันเพราะเลือดที่ฝ่ามือยังคงไหลออกมาไม่หยุดจากการรับกระบี่เมื่อคู่ที่มันสร้างบาดแผลลึกเอาไว้จนมือเกือบจะขาด แต่ตอนที่ร่างกายกำลังจะโอนเอนล้มตึงลงไปก็มีวงแขนใหญ่มาโอบรับร่างของนางเอาไว้ ดวงตาคู่สวยพยายามฝืนลืมเพื่อมองภาพตรงหน้าก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของตงป๋อเหวินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

“ท่านอาจารย์อา ทะ… ท่านเป็นอะไรไปขอรับ ผู้ใดทำอะไรท่าน”

นางยกยิ้มเล็กน้อยเขาคงไม่รู้ตัวตอนถูกจิตมันครอบงำแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว ต้องทนทุกข์ทรมานเพียงผู้เดียวไม่มีใครมาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่านางจะเจ็บตัวแต่ก็ไม่นึกเสียดายที่ได้ช่วยเขาไม่ให้แปรผันเป็นมารร้าย

มือเล็กที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดยื่นขึ้นไปจับแก้มของตงป๋อเหวิน แม้ใบหน้าจะอ่อนล้าแต่รอยยิ้มก็ยังคงปรากฏไม่จางหาย

“ทะ… ท่านอาจารย์อา ท่านเป็นอะไรขอรับ” ตงป๋อเหวินร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่ปกปิดเมื่อเห็นคนที่ตนรักและเทิดทูนบาดเจ็บเช่นนี้

“ยะ… อย่าร้องป๋อเหวิน ไม่ใช่ความผิดเจ้า” นิ้วเรียวปาดเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของศิษย์หลานอย่างอ่อนโยน เขาบอบบางถึงเพียงนี้จะปล่อยให้กลายเป็นมารไปได้อย่างไร เขาเหมาะกับความบริสุทธิ์ผุดผ่องมากกว่าชั่วร้ายเสียอีก

นางพยายามฝืนตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะประกบมือเข้าหากันแล้วโคจรลมปราณสุดแรงจนเกิดเป็นลูกไฟที่อัดแน่นไปด้วยพลังก่อนจะซัดขึ้นไปบนฟ้า เขตอาคมที่ปกคลุมสำนักนี้เอาไว้แตกสลายลงมาบางส่วนเมื่อโดนพลังของเยี่ยนฟางกระแทกเข้าใส่ก่อนที่มันจะทอประกายแสงสว่างวาบออกมาเพื่อย้อนพลังไปหาผู้สร้างเขตอาคมเป็นการบอกว่าเขตอาคมกำลังมีปัญหาและตอนนี้หลี่จือกับจางซุนคงรู้ตัวแล้ว

“ทะ… ท่านอาจารย์อา ท่านทำอะไรขอรับ”

“หลังจากนี้ถ้าใครถามอะไรเจ้า ห้ามบอกอะไรเด็ดขาด บอกเพียงว่าเจ้าหลับไม่รู้เรื่องสิ่งใดทั้งนั้น”

นางลูบมือลงบนใบหน้าของตงป๋อเหวินก่อนจะเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ร่างกายที่อ่อนแรงทรุดลงในอ้อมแขนของเขาที่โอบกอดนางเอาไว้มันช่างอบอุ่น และไม่คิดเลยว่าเจ้าลูกหมาตัวน้อยที่มองดูแล้วตัวเล็กบอบบางกลับมีอ้อมแขนที่ใหญ่และอบอุ่นเช่นนี้

“ท่านอาจารย์อา ข้าจะรีบพาท่านไปหาเซียนหมอเดี๋ยวนี้”

ตงป๋อเหวินช้อนตัวอุ้มเยี่ยนฟางขึ้นมา ใบหน้าอ่อนแรงของนางยังคงมีรอยยิ้มประดับประดาฝ่ามือยังคงลูบไล้ไปตามใบหน้าอ่อนโยนที่ยังคงฉายแววตกใจของเขา

“ไม่ต้องห่วงนะเสี่ยวเหวิน อาจารย์อาคนนี้จะปกป้องเจ้าเอง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นอาจารย์อาของตัวร้าย   บทที่ 57

    ตอนพิเศษชิวอู๋ซวน×จินอิ๋งอิ๋ง‘เจ้าคือคนที่ข้ารัก’ช่วงนี้ท่านอาจารย์เปลี่ยนไปจินอิ๋งอิ๋งสัมผัสได้ ยามปกติท่านอาจารย์จะต้องมากินข้าวกับนางทุกวันแต่นี่ผ่านมาสามวันแล้วที่ไม่ได้มาร่วมโต๊ะกันจนนางชะเง้อคอมองแทบจะยืดยาว สุดท้ายก็อดทนไม่ไหวต้องมาแอบดูว่าท่านอาจารย์ทำสิ่งใดจึงไม่มาหานางที่เรือนเลยนางเดิ

  • ทะลุมิติมาเป็นอาจารย์อาของตัวร้าย   บทที่ 56

    ตอนพิเศษเซวียซี × เย่ไป๋ฉี‘น้ำหนักที่เพิ่ม’เย่ไป๋ฉีขยับตัวด้วยความยากลำบากเพราะรู้สึกว่าอาภรณ์ที่สวมใส่มันเริ่มคับแน่น ผ้าคาดเอวมันก็เหมือนจะสั้นไปจนดึงรั้งไปหมดมันทำให้นางขยับตัวไม่คล่องเลยจะหมุนซ้ายหันขวาก็ไม่สะดวกมันทำให้รำคาญเป็นอย่างมากหรือว่านางจะอ้วนขึ้นดวงตาคู่สวยมองตนเองผ่านคันฉ่องสีทอ

  • ทะลุมิติมาเป็นอาจารย์อาของตัวร้าย   บทที่ 55

    ตอนพิเศษเซวียซี × เย่ไป๋ฉี‘หลังค่ำคืนวสันต์’เย่ไป๋ฉีลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้าตรู่ที่ไก่ขันเสียจนนอนไม่ได้ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วประสานกันราวกับจะปลุกทุกคนให้ตื่นจากฝันดี นางเองก็เช่นกันแต่เมื่อขยับตัวจะลุกขึ้นนั่งกลับรู้สึกว่ามีก้อนหินหนัก ๆ ทับที่ท้องจนขยับไปไหนไม่ได้เลยเมื่อก้มลงมองก็ต้องตกใจที่

  • ทะลุมิติมาเป็นอาจารย์อาของตัวร้าย   บทที่ 54

    ตอนพิเศษ‘สิ่งล้ำค่า’“ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่” เยี่ยนฟางเดินออกมาทักทายชิวอู๋ซวนที่มาเยี่ยมเยือนนางก่อนจะยกนิ้วขึ้นส่ายไปมา “อ่า ๆ ห้ามบอกว่าลมคิดถึงเชียวเพราะสามีข้าค่อนข้างหึงหวงเก่ง เดี๋ยวไหน้ำส้มที่บ้านมันจะแตก”“ข้าแค่ผ่านทางมาเท่านั้น” ชิวอู๋ซวนกล่าวอย่างสุภาพ“มากี่ครั้งท่านก็บอกผ่านทางตลอด ไม

  • ทะลุมิติมาเป็นอาจารย์อาของตัวร้าย   บทที่ 53

    ตอนพิเศษ‘แพ้ท้องแทน’“ฮึก… ฮือ… ฮือ”เสียงสะอึกสะอื้นเบา ๆ มันทำให้เยี่ยนฟางตื่นจากนิทรานางขยับตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังด้านข้างที่มีร่างสูงของตงป๋อเหวินกำลังนั่งอยู่ เขาสะอึกสะอื้นเนื้อตัวสั่นเทาเหมือนถูกใครรังแกมาหรือว่าจะมีใครรังแกเขาตอนนางหลับ“เจ้าเป็นอะไร?”“ปะ… เปล่า ข้าทำท่านตื่น

  • ทะลุมิติมาเป็นอาจารย์อาของตัวร้าย   บทที่ 52

    ตอนพิเศษ‘ธาตุไฟเข้าแทรก’เสียงนกร้องขับขานในยามสายของวันที่แสงแดดสาดทอลงมายังเรือนไม้กลางป่าใหญ่ที่อบอุ่น เยี่ยนฟางเดินออกมานอกเรือนก่อนจะบิดขี้เกียจด้วยความเมื่อยล้าจนเห็นทรวดทรงชัดเจนผ่านเนื้อผ้าบางที่สะท้อนกับแสงมันทำให้ตงป๋อเหวินที่กำลังตัดไม้อยู่ถึงกับนิ่งค้างลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เยี่ยนฟาง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status