Masuk“จากอาการที่พบ ฉันคิดว่าต้องตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ระหว่างเตรียมตรว
หลี่น่ามองลูกชายอย่างชื่นชม “เก่งมาก”หวังเหว่ยถาม “แล้วคนไข้ล่ะ”“อาการคงที่ครับ”เฉินอวี่เดินมาอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่เหมือนตอนยังเป็นเด็ก“เราไปดูคลินิกหลังเก่ากันไหมครับ”ทั้งสามเดินไปยังด้านหลังศูนย์การแพทย์ คลินิกไม้หลังเดิมยังไม่ได้ถูกรื้อถอน หลี่น่าขอให้เก็บไว้และซ่อมแซมเป็นห้องจัดแสดงประวัติของศูนย์ ด้านในมีโต๊ะตรวจตัวเก่า ตู้ยา และเก้าอี้ซึ่งหวังเหว่ยเคยซ่อม บนผนังแขวนเสื้อกาวน์ตัวแรกที่หลี่น่าสวมตอนมาทำงานในหมู่บ้าน ป้ายชื่อบนหน้าอกซีดจางไปตามเวลา เฉินอวี่มองมันแล้วถาม“แม่ยังจำวันแรกที่มาที่นี่ได้ไหมครับ”“จำได้สิ”“แม่กลัวหรือเปล่า”หลี่น่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง “กลัวมาก”หวังเหว่ยมองเธอ “แต่คุณไม่เคยแสดงออก”“เพราะไม่มีเวลาค่ะ วันแรกก็มีกระดูกหัก วันต่อมาก็มีคนไข้ไข้สูง ฉันมัวแต่รักษาคนจนลืมกลัวไปเอง”เฉินอวี่หัวเราะ “สมกับเป็นแม่จริง ๆ”หลี่น่าเดินไปลูบขอบโต๊ะไม้ ภาพความทรงจำกลับมาอีกครั้ง คนไข้ที่นอนเรียงอยู่ในห้องเล็ก ขวดยาที่ไม่เพียงพอ ฝนซึ่งรั่วผ่านหลังคา หวังเหว่ยที่ช่วยแบกคน
หลี่น่าคลายสีหน้ากังวล แม้วันนี้จะเป็นวันสำคัญ แต่สำหรับเธอ ชีวิตของคนไข้ยังคงมาก่อนพิธีการเสมอ เสียงประกาศเชิญแขกเข้าประจำที่ดังขึ้น ชาวบ้านทยอยนั่งลงบนเก้าอี้หน้าอาคาร ขณะที่เด็กนักเรียนในหมู่บ้านถือธงเล็ก ๆ ยืนอยู่สองข้างทางผู้ใหญ่บ้านคนเดิมซึ่งแก่ลงมากแล้วเดินขึ้นมาบนเวที เขาใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัว แต่ยังยืนยันว่าจะเป็นคนกล่าวเปิดงานด้วยตนเอง“เมื่อก่อนหมู่บ้านเรามีคลินิกเก่า ๆ หลังหนึ่ง”เขาเริ่มพูดด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย“หลังคารั่ว ยาไม่พอ หมอมีไม่กี่คน ถ้าใครป่วยหนักก็ต้องนั่งรถหลายชั่วโมงเข้าเมือง”ผู้คนด้านล่างเงียบลงเพื่อฟัง“วันหนึ่ง มีคุณหมอคนหนึ่งถูกคนทั้งเมืองกล่าวหาว่าเป็นหมอที่ทำร้ายคนไข้”หลี่น่ามองชายชราบนเวทีภาพอดีตย้อนกลับมาอย่างชัดเจนวันที่เธอมาถึงหมู่บ้านเป็นครั้งแรก เสื้อผ้าเปียกฝน มือถือกระเป๋าเพียงใบเดียว และในใจไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรผู้ใหญ่บ้านกล่าวต่อ“แต่พวกเราได้เห็นกับตาว่า คุณหมอคนนั้นช่วยคนอย่างไร”“เธอรักษาคนแก่ที่ไม่มีเงิน ช่วยเด็กที่ป่วยหนัก แบกค
เย็นวันนั้น ครอบครัวทั้งสามเดินเล่นอยู่ริมทะเลสาบในเมืองหลวง หลังพิธีการอันยาวนาน หลี่น่าถอดรองเท้าส้นเตี้ยออกและนั่งพักบนม้านั่ง หวังเหว่ยยื่นขวดน้ำให้“เหนื่อยหรือ”“เหนื่อยค่ะ”“แต่ยังรับงานเพิ่ม”“โอกาสเปลี่ยนระบบไม่ได้มาบ่อย”หวังเหว่ยนั่งลงข้างเธอ “ผมรู้ว่าห้ามคุณไม่ได้”หลี่น่าหันมองเขา “คุณไม่ได้คิดจะห้ามใช่ไหม”“ไม่ครับ”เขาตอบทันที “ผมเพียงกำลังคิดว่าจะจัดตารางอย่างไรให้เฉินอวี่ไม่ใช้เรื่องแม่ยุ่งเป็นข้ออ้างไม่ทำการบ้าน”เด็กชายซึ่งเดินอยู่ด้านหน้ารีบหันกลับมา “ผมได้ยินนะครับ”หลี่น่าหัวเราะ “งั้นคืนนี้ทำเพิ่มอีกสองหน้า”เฉินอวี่ทำหน้าเศร้า “วันนี้เป็นวันรับรางวัลของแม่นะครับ”“ยิ่งต้องตั้งใจเรียนเพื่อฉลอง”หวังเหว่ยพยักหน้าเห็นด้วย “แม่พูดถูก”“พ่อเข้าข้างแม่ตลอดเลย”“พ่อใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับความไว้วางใจคืน พ่อไม่เสี่ยงเสียมันเพราะการบ้านสองหน้าของลูกหรอก”เฉินอวี่ถอนหายใจยาว ทำให้ทั้งพ่อและแม่หัวเราะพร้อมกัน ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทอง แสงเ
ภาพถ่ายของคลินิกซานเหอและศูนย์ฝึกอบรมแพทย์ชนบทถูกจัดแสดงอยู่บริเวณทางเข้า หลี่น่าหยุดมองภาพคลินิกเก่าหลังเล็กกำแพงในภาพยังแตกร้าว หลังคายังมีรอยซ่อม และหน้าประตูมีหวังเหว่ยกำลังช่วยขนลังยา ขณะที่เฉินอวี่ตัวเล็กนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ผู้แทนจากมณฑลทางเหนือเดินเข้ามาทักทาย“คุณหมอหลี่ ผมเคยอบรมรุ่นที่สามกับคุณครับ”หลี่น่าจำเขาได้ “คุณหมอเฉา ตอนนี้ทำงานที่ไหนคะ”“กลับไปประจำอำเภอเดิมครับ ตอนนี้พวกเรามีศูนย์ฝึกย่อยของตนเองแล้ว”ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “ปีที่แล้วพวกเราช่วยหญิงคลอดยากไว้ได้สิบเจ็ดราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยครับ”“ดีมากค่ะ”“ทั้งหมดเป็นเพราะวิธีคัดกรองและส่งต่อที่คุณสอน”หลี่น่าส่ายหน้า“เป็นเพราะพวกคุณนำความรู้กลับไปใช้และไม่ทอดทิ้งคนไข้ต่างหาก”ไม่นานนัก ผู้แทนจากอีกมณฑลก็มาทักทายหญิงสาวคนนั้นเคยถามหลี่น่าว่าคนซึ่งเรียนเพียงหลักสูตรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเป็นหมอที่ดีได้หรือไม่ วันนี้เธอสวมเสื้อกาวน์และมีป้ายชื่อหัวหน้าสถานีอนามัยติดอยู่บนหน้าอก“คุณหมอจำฉันได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ”หญิงสาว
เย็นวันนั้น หลังผู้เข้าอบรมกลับหมดแล้ว หลี่น่าเดินตรวจห้องเรียนเป็นครั้งสุดท้าย โต๊ะไม้เรียงเป็นระเบียบ กระดานดำยังเต็มไปด้วยภาพวาดโครงสร้างหัวใจที่เธอสอนเมื่อบ่าย เฉินอวี่เดินเข้ามาจับมือแม่“แม่ครับ”“ว่าไงลูก”“โตขึ้นผมอยากเป็นหมอ”หลี่น่าหัวเราะเบา ๆ “ทำไมล่ะ”“เพราะผมอยากช่วยคนเหมือนแม่”หวังเหว่ยซึ่งยืนอยู่หน้าประตูยิ้มอย่างภูมิใจ“ถ้าจะเป็นหมอ” เขาหันไปบอกลูกชาย “ก็ต้องเรียนหนักมาก”เฉินอวี่พยักหน้าแรง “ผมไม่กลัวครับ”หลี่น่าลูบศีรษะลูก “ไม่ว่าลูกจะเลือกเป็นอะไร แม่ขอแค่ลูกเป็นคนดี”เด็กชายยิ้มกว้าง “งั้นผมจะเป็นหมอดี ๆ เหมือนแม่ครับ”ทั้งสามเดินออกจากอาคารพร้อมกัน แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดลงบนป้ายศูนย์ฝึกอบรมแพทย์ชนบทแห่งมณฑลหลี่น่าหันกลับไปมองอาคารหลังนั้นอีกครั้ง ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นแพทย์ที่ถูกใส่ร้ายจนเกือบสูญเสียทุกอย่าง แต่วันนี้ เธอไม่ได้เพียงกลับมารักษาคนไข้ เธอกำลังสร้างแพทย์รุ่นใหม่อีกหลายร้อยคนเพื่อให้ความหวังเดินทางไปถึงทุกหมู่บ้านที่ห่างไกลและตราบใดที่ศูนย์แห่
คืนนั้น หวังเหว่ยยังไม่ได้ย้ายเข้าห้องเดียวกับหลี่น่า เขากลับไปพักในห้องเดิมตามข้อตกลง เพราะการเริ่มต้นใหม่ไม่ได้หมายถึงการเร่งให้ทุกอย่างกลับคืนในคืนเดียวแต่ก่อนแยกกัน หลี่น่าเรียกเขาไว้“หวังเหว่ย”เขาหันกลับมา“พรุ่งนี้ช่วยไปส่งฉันที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ”คำขอเรียบง่ายทำให้ดวงตาของเขาสว่างขึ้น“ได้”“แล้วตอนเย็นไปรับเฉินอวี่พร้อมกัน”“ครับ”หลี่น่าพยักหน้า ก่อนปิดประตูห้อง หวังเหว่ยยืนอยู่ตรงทางเดินอีกครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าประตูระหว่างเขากับเธอยังไม่ได้เปิดออกทั้งหมด แต่ครั้งนี้มันไม่ได้ปิดตายอีกแล้วเช้าวันต่อมา ทั้งสามคนออกจากบ้านพร้อมกัน เฉินอวี่เดินอยู่ตรงกลาง มือข้างหนึ่งจับบิดา อีกข้างจับมารดาแสงแดดส่องลงบนเส้นทางดินหน้าบ้าน เงาของคนทั้งสามทอดยาวเคียงกัน ครอบครัวที่เคยแตกสลายไม่ได้กลับมาสมบูรณ์เพราะคำขอโทษเพียงครั้งเดียว แต่มันกำลังถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความเชื่อใจซึ่งต้องสร้างทีละวันสำหรับหลี่น่า การให้อภัยไม่ใช่การยอมกลับไปเป็นผู้หญิงอ่อนแอคนเดิม แต่เป็นการเลือ







