เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก

เกิดใหม่เป็นแฝดพี่ขี้โรค ที่คุณชายหมอคลั่งรัก

last updateLast Updated : 2026-09-16
By:  แคลร์ออสตินUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
40Chapters
23views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เพิ่งรอดตายจากเครื่องบินระเบิด ลืมตาอีกที ‘มิลิน’ ดันมาอยู่ในร่างแฝดพี่ขี้โรคที่ถูกครอบครัววางยาจับยัดขึ้นเกี้ยวมาแต่งงานแทนแฝดน้องคนโปรด! เป้าหมายคือส่งนางมาเป็นเมียของ ‘หมอเทวดาหน้าผี’ ที่ลือกันว่าอัปลักษณ์จนต้องใส่หน้ากากไม้ปิดหน้าไว้ตลอดเวลา ทว่าในคืนเข้าหอ ร่างกายที่เย็นเฉียบกลับทนพิษไข้ไม่ไหว ทรุดฮวบล้มพับคาอกเขาเจียนตาย! วินาทีที่หน้ากากเลื่อนออก... คุณพระ! หล่อปานเทพเซียนขนาดนี้ เอาตาข้างไหนมองถึงลือว่าหน้าผี! แถมเขายังยอมอดหลับอดนอน ลงเข็มเงินยื้อชีวิตนางจากประตูนรกตลอดทั้งคืน ทว่าพอฟื้นขึ้นมาปุ๊บ เขาก็จี้ถามทันควันว่านางคือ ‘เจ้าสาวตัวปลอม’ ที่ถูกส่งมาสวมรอย! แต่มีหรือที่สาวสู้ชีวิตอย่างนางจะยอมถอย... "ในเมื่อท่านรู้แล้วว่าข้าไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริง แถมท่านก็หล่อ ข้าก็ป่วย... เรามาทำข้อตกลงกันหน่อยดีไหมเจ้าคะ ท่านสามี?"

View More

Chapter 1

บทที่ 1

แวะมาเมาท์กับคุณรี้ดก่อนอ่านสักนิดค่า~ ✨

เรื่องนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกับ ‘พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!’ นะคะ ถึงคิวของคุณชายรองสายซึนอย่าง ‘ไป๋อวี้เซวียน’ จะมีคนมารักษาแผลใจกับเขาบ้างแล้ว!

ไม่อ่านเรื่องแรกมาก่อน จะงงไหม? ตอบตัวโตๆ เลยว่า ไม่งงแน่นอนค่า! อ่านแยกได้ 100% เนื้อหา จังหวะโบ๊ะบ๊ะ และปมทุกอย่างจบสมบูรณ์ในเล่ม สบายใจได้เลยค่ะ

แต่ถ้าใครเคยอ่านเรื่องของพี่ใหญ่มาก่อน... รับรองว่าจะยิ่งฟินและยิ้มแก้มแตกแน่นอน เพราะภาคนี้ ‘พี่สะใภ้ใหญ่เมิ่งซี’ ตัวแสบจากภาคแรกคัมแบ็กมาร่วมวงด้วย มารอดูกันว่าสตรีไทยยุค 5G สองคนมาเจอกันในยุคโบราณจะแท็กทีมกันป่วนขนาดไหน!

ฝากเอ็นดูคุณชายหมอหน้านิ่งกับยัยน้องแฝดพี่ขี้โรคด้วยนะคะ ชอบไม่ชอบตรงไหน แวะมาหยอดคอมเมนต์คุยกับไรต์ได้น้า รออ่านทุกข้อความเลยค่า ❤️

 

บทที่ 1

ยามที่สติเริ่มกลับมา สัมผัสแรกที่รับรู้คือความหนาว... หนาวเหน็บเสียดแทงลึกจนถึงกระดูก ราวกับถูกแช่อยู่ในกองน้ำแข็ง

‘มิลิน’ พยายามลืมตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่เห็นคือผ้าสีแดงสดคลุมปิดหน้าจนมองอะไรไม่ถนัด ร่างกายของเธอกำลังโยกเยกไปมาตามแรงขยับ เสียงคานไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดกับเสียงคนเดินเป็นจังหวะ ทำให้รู้ว่าตอนนี้นางกำลังนั่งอยู่บน ‘เกี้ยว’

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

จำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอนั่งอยู่บนเครื่องบิน จู่ๆ เครื่องก็ทิ้งดิ่งลงพื้นแล้วระเบิดไฟท่วม แรงกระแทกยับเยินขนาดนั้น ร่างกายคงแหลกละเอียดไปแล้วแน่ๆ แล้วทำไมถึงยังเจ็บ ยังรู้สึกได้ แถมพอลืมตาขึ้นมา ดันมาโผล่อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวได้ยังไง!

ทันใดนั้น คลื่นความทรงจำมหาศาลที่ไม่ใช่ของตัวเองก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวจนปวดขมับ มิลินยกมือที่สั่นเทาและเย็นเฉียบขึ้นกุมหัว วินาทีนั้นเองที่รู้ชัดว่า เธอตายจากโลกเดิมแล้วจริงๆ และวิญญาณทะลุมิติเข้ามา ‘สิงร่าง’ คนอื่นแบบไม่มีวันได้กลับไปอีกแล้ว!

ภาพความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ร่างนี้ชื่อ ‘หลินเซวียน’ บุตรสาวคนโตของตระกูลหลิน ตระกูลขุนนางตกอับที่กำลังถังแตก แต่ชีวิตของหลินเซวียนกลับน่าเวทนา เพียงเพราะนางเกิดมาเป็น ‘ลูกแฝด’ ในยุคโบราณที่เชื่อกันว่า เด็กแฝดคือกาลกิณี เป็นตัวซวยที่จะนำความฉิบหายมาสู่ตระกูล’

ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคนนอก ตระกูลหลินต้องพังแน่ แม่แท้ๆ เลยต้องเลือกสิ่งที่โหดร้ายที่สุด คือเลือกเก็บลูกไว้แค่คนเดียว แล้วกำจัดอีกคนทิ้ง

ในสถานการณ์แบบนั้น แม่ย่อมเลือกเด็กที่แข็งแรงกว่า ‘หลินเยว่’ แฝดน้องที่คลอดออกมาร้องเสียงดังลั่น สุขภาพแข็งแรง จึงถูกเลือกให้รอดและกลายเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ได้รับความรักไปจนหมด

ส่วนหลินเซวียน แฝดพี่ที่ตัวเล็กจ้อย อ่อนแอแทบไม่มีลมหายใจ กลับกลายเป็นผู้ถูกทิ้ง นางไม่ได้ถูกฆ่า แต่แม่แท้ๆ สั่งให้ขังไว้ในเรือนไม้ผุๆ ท้ายจวน ปล่อยให้อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ข้าวปลาอาหารก็แทบไม่มีกิน ต้องทนลมหนาวมาตลอดหลายปีจนร่างกายพัง ป่วยเรื้อรัง หายใจติดขัด และตัวเย็นเฉียบเหมือนก้อนน้ำแข็งอยู่ตลอดเวลา

แล้วทำไมแฝดพี่ที่ถูกลืมถึงได้มานั่งบนเกี้ยวแต่งงานได้ล่ะ?

สาเหตุก็เพราะตระกูลหลินอยากได้สินสอดก้อนโตจากตระกูลไป๋ เศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองเจียงหนาน ฝั่งนั้นอยากได้ลูกสาวตระกูลหลินไปแต่งกับ ‘ไป๋อวี้เซวียน’ คุณชายรองเจ้าของฉายาหมอเทวดา

ฟังดูเหมือนจะดี แต่ปัญหาคือคุณชายรองคนนี้มีข่าวลือหนาหูว่าหน้าตาอัปลักษณ์น่ากลัวเหมือนผี จนต้องใส่หน้ากากไม้ปิดหน้าไว้ตลอดเวลา แถมยังอารมณ์ร้ายและเข้าถึงยากสุดๆ!

พอหลินเยว่แฝดน้องผู้งดงามรู้ข่าว ก็ร้องไห้อาละวาดบ้านแทบแตก ไม่ยอมแต่งงานกับคนหน้าผีเด็ดขาด พ่อแม่ที่รักลูกคนเล็กตามใจจนเคยตัว เลยคิดแผนชั่ว วางยานอนหลับหลินเซวียน จับแต่งตัวแล้วโยนขึ้นเกี้ยวส่งมาสวมรอยแทน!

แต่สิ่งที่คนพวกนั้นไม่รู้คือ ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วของหลินเซวียนทนฤทธิ์ยานอนหลับขนาดแรงไม่ไหว แถมอากาศตอนค่ำยังหนาวจัด ทำให้นางช็อกจนหัวใจหยุดเต้นไปเงียบๆ... และเปิดทางให้วิญญาณของ ‘มิลิน’ สาวอึดจากยุคปัจจุบันเข้ามาสวมร่างแทน

“แค่กๆๆ... ฮึก...”

มิลินในร่างใหม่ไอโขลกออกมาอย่างแรง นางยกมือกุมหน้าอก รู้สึกเหมือนปอดโดนบีบจนสูดลมหายใจแทบไม่เข้า ความหนาวเสียดแทงลามจากปลายเท้าขึ้นมาถึงหัวใจ ข้างนอกคงเริ่มมืดแล้ว ร่างกายนี้ถึงได้ทรมานเหมือนโดนจับแช่แข็ง

“ถึงจวนตระกูลไป๋แล้ว เชิญฮูหยินน้อยลงจากเกี้ยวเจ้าค่ะ”

เสียงแม่สื่อตะโกนบอก ไม่มีเสียงประทัด ไม่มีพิธีไหว้ฟ้าดินอะไรทั้งสิ้น มีแค่สาวใช้สองคนเข้ามาหิ้วปีกพานางเข้าไปในเรือน แล้วจับโยนทิ้งไว้บนเตียงในห้องหอ ก่อนจะรีบปิดประตูล็อกจากข้างนอกทันที

ในห้องเงียบกริบจนน่ากลัว มิลินนั่งพิงเสาเตียงตัวสั่นงันงก เหงื่อเย็นแตกเต็มหน้า สติเริ่มจะหลุด

เพิ่งรอดจากเครื่องบินระเบิดมาแท้ๆ นี่ฉันจะต้องมาตายรอบสองเพราะโรคเวรนี่จริงๆ เหรอเนี่ย...

แกรก...

เสียงเปิดประตูดังขึ้น มิลินสะดุ้งสุดตัว ลมหนาววูบหนึ่งพัดเข้ามาพร้อมร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่ง เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้านาง

มิลินพยายามเงยหน้ามองผ่านผ้าคลุมสีแดง สิ่งที่เห็นคือชายเสื้อคลุมตัวยาว และหน้ากากไม้แกะสลักที่ปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้... ข่าวลือเป็นเรื่องจริง เขาสวมหน้ากากจริงๆ ด้วย!

“ข้าบอกตระกูลหลินไปแล้วว่าไม่อยากได้เมีย พวกเขาก็ยังหน้าด้านส่งคนมาจนได้”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้น มือหนายื่นออกมาตั้งใจจะกระชากผ้าคลุมหน้าทิ้ง ราวกับอยากจะดูให้เห็นกับตาว่า ผู้หญิงที่ตระกูลหลินส่งมาจะทนมองหน้าเขาได้หรือไม่

ทว่ายังไม่ทันที่นิ้วจะแตะโดนผ้า ร่างของมิลินที่ทนความหนาวไม่ไหวก็เซวูบ ทิ้งตัวล้มลงไปข้างหน้าทันที

ด้วยสัญชาตญาณของหมอ ชายหนุ่มรีบยื่นแขนออกไปรับร่างของนางไว้ได้ทันก่อนจะกระแทกพื้น แต่ทันทีที่มือสัมผัสโดนข้อมือเล็กบาง คิ้วเข้มใต้หน้ากากก็ขมวดแน่น

ปลายนิ้วของเขาแตะโดนจุดชีพจรของนางพอดี

ชีพจรเต้นเบาจนแทบจับไม่ได้ ไม่เป็นจังหวะ... แถมร่างกายยังเย็นเฉียบผิดปกติ บ่งบอกว่าเป็นโรคเรื้อรังมานานจนฝังลึกเข้ากระดูก!

ไป๋อวี้เซวียนก้มมองคนในอ้อมแขนทันที ร่างกายผอมแห้งจนตัวเบาหวิวแบบนี้ ไม่มีทางเป็น ‘คุณหนูหลินเยว่’ ที่โตมาอย่างสุขสบายตามข้อมูลที่เขาได้ยินมาแน่ๆ

มือหนากระชากผ้าคลุมหน้าสีแดงออกทันทีเพื่อดูให้ชัด

วินาทีที่ผ้าหลุดออก มิลินที่สติเริ่มเลือนรางก็ปรือตาขึ้นมองพอดี จังหวะที่เขาก้มลงมารับ หน้ากากไม้เลื่อนเปิดขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งล่างที่หล่อจนแทบหยุดหายใจ สันกรามคมกริบ ริมฝีปากหยักสวยดูมีเสน่ห์แบบร้ายๆ ไม่เห็นมีแผลเป็นหรือหน้าเละเหมือนผีอย่างที่เขาลือกันสักนิด

พวกตระกูลหลินตาบอดรึไง... หล่อเบอร์นี้ หน้าผีตรงไหนวะ...

นั่นคือความคิดสุดท้ายในหัวของมิลิน ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลงในอ้อมแขนของคุณชายหมอ พร้อมลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ แข่งกับค่ำคืนอันหนาวจัด

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
40 Chapters
บทที่ 1
แวะมาเมาท์กับคุณรี้ดก่อนอ่านสักนิดค่า~ ✨เรื่องนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกับ ‘พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!’ นะคะ ถึงคิวของคุณชายรองสายซึนอย่าง ‘ไป๋อวี้เซวียน’ จะมีคนมารักษาแผลใจกับเขาบ้างแล้ว!ไม่อ่านเรื่องแรกมาก่อน จะงงไหม? ตอบตัวโตๆ เลยว่า ไม่งงแน่นอนค่า! อ่านแยกได้ 100% เนื้อหา จังหวะโบ๊ะบ๊ะ และปมทุกอย่างจบสมบูรณ์ในเล่ม สบายใจได้เลยค่ะแต่ถ้าใครเคยอ่านเรื่องของพี่ใหญ่มาก่อน... รับรองว่าจะยิ่งฟินและยิ้มแก้มแตกแน่นอน เพราะภาคนี้ ‘พี่สะใภ้ใหญ่เมิ่งซี’ ตัวแสบจากภาคแรกคัมแบ็กมาร่วมวงด้วย มารอดูกันว่าสตรีไทยยุค 5G สองคนมาเจอกันในยุคโบราณจะแท็กทีมกันป่วนขนาดไหน!ฝากเอ็นดูคุณชายหมอหน้านิ่งกับยัยน้องแฝดพี่ขี้โรคด้วยนะคะ ชอบไม่ชอบตรงไหน แวะมาหยอดคอมเมนต์คุยกับไรต์ได้น้า รออ่านทุกข้อความเลยค่า ❤️บทที่ 1ยามที่สติเริ่มกลับมา สัมผัสแรกที่รับรู้คือความหนาว... หนาวเหน็บเสียดแทงลึกจนถึงกระดูก ราวกับถูกแช่อยู่ในกองน้ำแข็ง‘มิลิน’ พยายามลืมตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่เห็นคือผ้าสีแดงสดคลุมปิดหน้าจนมองอะไรไม่ถนัด ร่างกายของเธอกำลังโยกเยกไปมาตามแรงขยับ เสียงคานไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดกับเสียงคนเดินเป็นจังหวะ
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more
บทที่ 2
บทที่ 2ร่างบางในอ้อมแขนเบาหวิวราวกับขนนก ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวเนื้อของนางทะลุผ่านเนื้อผ้าจนเขาสัมผัสได้ ไป๋อวี้เซวียนขมวดคิ้วแน่น ไม่เพียงแต่ชีพจรจะเต้นแผ่วจนแทบหยุดนิ่ง แม้แต่ริมฝีปากที่เคยแต้มชาด บัดนี้กลับซีดเผือดและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเขาไม่สนใจธรรมเนียมเข้าหอใดๆ ทั้งสิ้น ชายหนุ่มช้อนร่างเจ้าสาวตัวปลอมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้ววางนางลงบนเตียงมงคลที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดงสดอย่างเบามือตระกูลหลินช่างอำมหิตเกินคน ส่งสตรีที่ใกล้ตายมาแต่งงานแทนรึ?อวี้เซวียนคิดด้วยความกรุ่นโกรธ ในฐานะหมอที่รักษาคนมานับไม่ถ้วน เขาย่อมมองออกว่าไอเย็นที่แทรกซึมลึกถึงกระดูกไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันสองวัน แต่มันคือผลจากการถูกทิ้งให้อยู่ในที่หนาวจัดและขาดการบำรุงมาตั้งแต่จำความได้!“ใครอยู่ข้างนอก! ไปต้มน้ำร้อนมา! แล้วรีบไปเอาชุดเข็มเงินกับกล่องยาที่เรือนโอสถของข้ามาเดี๋ยวนี้!”เสียงทุ้มตวาดสั่งการออกไป ทำเอาบ่าวรับใช้หน้าห้องสะดุ้งสุดตัวและรีบวิ่งไปจัดการทันทีชายหนุ่มหันกลับมาที่เตียง เขาปลดมงกุฎหงส์และดึงปิ่นปักผมที่หนักอึ้งออกจากศีรษะเล็ก เพื่อให้นางหายใจได้สะดวกขึ้น จากนั้นจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกสีแ
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more
บทที่ 3
บทที่ 3ไป๋อวี้เซวียนจ้องมองสตรีบอบบางบนเตียงด้วยความประหลาดใจนางไม่เหมือนสตรีคนใดที่เขาเคยรู้จัก ไร้ความหวาดกลัว ไร้ความอ่อนแอ ซ้ำยังมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวจนชวนให้นึกถึงพี่สะใภ้ใหญ่ขึ้นมาอย่างประหลาด“ข้อแลกเปลี่ยน?” ชายหนุ่มทวนคำ “เจ้ากำลังจะบอกว่า คนที่อยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายเช่นเจ้า มีสิ่งใดมาต่อรองกับข้าได้อย่างนั้นรึ?”“แน่นอนสิเจ้าคะ” มิลินยิ้มกว้าง แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียว แต่ดวงตากลับพราวระยับ“ข้ารู้ว่าทำไมท่านหมอผู้หล่อเหลาถึงยอมปล่อยให้มีข่าวลือว่าตัวเองอัปลักษณ์ ซ้ำยังต้องสวมหน้ากากไม้น่ากลัวนั่น... ท่านไม่ได้ต้องการปิดบังบาดแผลอันใดหรอก แต่ท่านเพียงรำคาญใจ ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”นัยน์ตาคมกริบของอวี้เซวียนไหววูบ คล้ายถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง“และที่สำคัญที่สุดคือ... ท่านยังมิได้อยากแต่งงาน” มิลินเว้นจังหวะ ก่อนตายนางดูซีรีส์ย้อนยุคมาเป็นร้อยเรื่อง พวกคุณชายสูงศักดิ์ที่ชอบปกปิดใบหน้า หากไม่ทำงานลับ ก็มีอยู่เหตุผลเดียวคือหนีการคลุมถุงชน“หากให้ข้าเดา บุรุษที่เพียบพร้อมเช่นท่าน คงอยากแต่งงานกับสตรีที่พึงใจ มากกว่าถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน... ข้าสามารถเป็น ‘ภรรยาบังหน้า’ คอยเป็นเกรา
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more
บทที่ 4
บทที่ 4ไป๋อวี้เซวียนเผลอมองสตรีตรงหน้าเนิ่นนาน จนกระทั่งหลินเซวียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงรีบดึงสติกลับมา เขากระแอมในลำคอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียกิริยา ก่อนจะหยิบหน้ากากไม้แกะสลักขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ตามเดิม“จำข้อตกลงของเราเอาไว้ให้ดี... นับแต่ก้าวพ้นประตูห้องหอนี้ออกไป เจ้าคือฮูหยินของข้า” น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบนิ่งและเยือกเย็นดังเดิม“วางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน” หลินเซวียนยิ้มรับ นางก้าวเดินไปข้างหน้า แต่เพียงแค่ก้าวที่สาม ร่างกายที่ยังอ่อนแอและเพิ่งฟื้นไข้ก็ประท้วงขึ้นมาทันที อาการหน้ามืดทำให้นางเซถลาจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้นทว่าท่อนแขนแกร่งภายใต้ชุดคลุมสีขาวก็ตวัดโอบรอบเอวบางของนางเอาไว้ได้ทันท่วงที“ปากเก่งนักนะ... เดินยังจะไม่ไหว ยังจะอวดดีไปยกน้ำชาอีก” อวี้เซวียนดุเสียงเข้ม กระนั้นเขากลับไม่ได้ปล่อยมือ ซ้ำยังช่วยพยุงและรั้งร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิด เพื่อให้นางทิ้งน้ำหนักพิงเขาได้ถนัดขึ้นหลินเซวียนลอบยิ้มในใจปากร้ายแต่การกระทำอ่อนโยน... พ่อเตาผิงเคลื่อนที่ชัดๆ!ตลอดทางเดินไปยังโถงใหญ่ ไป๋อวี้เซวียนจงใจก้าวเดินช้าลงเพื่อประคองจั
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more
บทที่ 5
บทที่ 5เวลาผ่านไปไม่นาน บ่าวรับใช้ก็ยกสำรับอาหารเข้ามาจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ อาหารทั้งหลายล้วนเป็นของชั้นเลิศที่ถูกคัดสรรมาเพื่อบำรุงร่างกายและบรรเทาอาการป่วยของนางโดยเฉพาะหลินเซวียนตาเป็นประกาย นางนั่งลงแล้วตักน้ำแกงร้อนๆ เข้าปากด้วยความหิวโหย รสชาติกลมกล่อมผสานกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ไหลผ่านลำคอ ทำให้ร่างกายที่เย็นชืดเริ่มมีไออุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาบ้างไป๋อวี้เซวียนนั่งจิบชาอยู่ฝั่งตรงข้าม พลางมองสตรีร่างบางกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าลึกๆ กลับรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย“กินช้าๆ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนเมื่อเห็นนางตักเนื้อไก่เข้าปากคำโต“ก็ข้าหิวนี่เจ้าคะ...” หลินเซวียนเคี้ยวตุ้ยๆ“ฝีมือพ่อครัวจวนท่านยอดเยี่ยมจริงๆ หากได้กินของอร่อยเช่นนี้ทุกวัน โรคของข้าต้องหายวันหายคืนแน่”ชาติก่อนทำงานหามรุ่งหามค่ำ วันๆ กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใครจะไปคิดว่าการลาพักร้อนไปเที่ยวในรอบหลายปี จะจบลงด้วยเครื่องบินตกตาย! นึกแล้วอยากจะกรี๊ดใส่โชคชะตา อุตส่าห์ตีตั๋วไปเที่ยว ไม่คิดว่าจะได้ข้ามมิติมาสิงร่างคนอื่นแบบนี้! นางลอบบ่นในใจอย่างมันเขี้ยวเมื่อจัดการอาหารตรงหน้าจนเกลี้ยง หลินเซวีย
last updateLast Updated : 2026-09-15
Read more
บทที่ 6
บทที่ 6แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ หลินเซวียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ความรู้สึกแรกคือความอบอุ่นที่ห่อหุ้มร่างกาย ผิดกับทุกเช้าที่มักจะตื่นมาพร้อมกับความหนาวสั่นและอาการปวดร้าวตามแนวกระดูกเตียงฝั่งข้างๆ ว่างเปล่าและเย็นชืดไปแล้ว บ่งบอกว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ลุกออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่ากลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรจางๆ ยังคงติดอยู่บนหมอนและผ้าห่มเมื่อคืน... เขาไม่ได้ปล่อยให้เราหนาวตายจริงๆ ด้วยนางยิ้มบางๆ พลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง ไม่นานนัก สาวใช้ประจำเรือนก็ยกอ่างน้ำล้างหน้าและถาดใส่ถ้วยยาต้มสีดำสนิทเข้ามา“คุณชายรองสั่งให้บ่าวอุ่นยาไว้รอฮูหยินเจ้าค่ะ คุณชายบอกว่าวันนี้มีคนไข้ต้องไปตรวจแต่เช้า จึงให้ฮูหยินพักผ่อนอยู่แต่ในเรือน ห้ามออกไปตากลมเด็ดขาด” สาวใช้รายงานเสียงใส ก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียงหลินเซวียนมองถ้วยยาที่ส่งกลิ่นขมคอแล้วเบ้หน้า แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับจานกระเบื้องใบเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างกัน ในนั้นมี ‘ผลไม้กวน’ สีสันน่ากินวางอยู่สองสามชิ้นนางหลุดหัวเราะออกมาเบาๆปากบอกว่าเป็นหมอไม่ใช่คนขายขนม แต่สุดท้ายก็หาของหวานมาให้จนได้... ปากแข็งแต่ใจดีจริงๆหลินเซวียนกลั้นใจยกถ้ว
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 7
บทที่ 7ณ เรือนโอสถของตระกูลไป๋ กลิ่นสมุนไพรหลายสิบชนิดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ไป๋อวี้เซวียนในชุดคลุมสีขาวสะอาดตากำลังนั่งคัดแยกเทียบยาและตรวจบันทึกอาการของคนไข้อย่างสงบ ใบหน้าครึ่งบนยังคงสวมหน้ากากไม้แกะสลักไว้เช่นเคยทว่าความเงียบสงบก็ถูกแทรกด้วยเงาสายหนึ่งที่พุ่งทะยานลงมาจากหลังคาอย่างไร้เสียง ‘จิ่นอวิ๋น’ ผู้คุ้มกันคนสนิทคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนาย“เรียนคุณชายรอง ที่เรือนหอเกิดเรื่องขึ้นเล็กน้อยขอรับ”มือหนาที่กำลังจรดพู่กันชะงักไปชั่วครู่ “เจียงหย่าไปหาเรื่องนางรึ?”เขาคาดเดาได้ไม่ยาก ในจวนตระกูลไป๋แห่งนี้ คนที่กล้าสร้างความวุ่นวายและตั้งตนเป็นศัตรูกับฮูหยินของเขาก็มีเพียงญาติผู้น้องจอมเอาแต่ใจผู้นั้นคนเดียว“เป็นเช่นนั้นขอรับ คุณหนูเจียงหย่าบุกเข้าไปในห้องนอนและพูดจาถากถางฮูหยินรอง...” จิ่นอวิ๋นเว้นจังหวะไปเล็กน้อย คล้ายกำลังเรียบเรียงคำพูด“ทว่าฮูหยินรองไม่ได้ถูกรังแก ซ้ำยัง... ตอกกลับจนคุณหนูเจียงหย่าแทบกระอักเลือดขอรับ”ผู้คุ้มกันคนสนิทรายงานบทสนทนาและเหตุการณ์ที่หลินเซวียนทุบถ้วยชาเพื่อใช้เศษกระเบื้องข่มขู่เจียงหย่าอย่างละเอียดทุกคำเมื่อเล่าจบ บรรยากาศภายในห้องก็ตกอยู่ในความ
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 8
บทที่ 8ตามธรรมเนียมดั้งเดิม วันที่สามหลังการแต่งงานคือวัน ‘กลับบ้านเดิม’ ของเจ้าสาวณ หน้าประตูจวนตระกูลหลินบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด บิดาและมารดาตระกูลหลินมายืนชะเง้อรออยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าที่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิดส่วน ‘หลินเยว่’ แฝดน้องผู้เลอโฉมนั้นไม่อาจปรากฏตัวให้ใครเห็นได้ นางจึงแอบซ่อนตัวอยู่หลังบานหน้าต่างของเรือนปีกข้างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย วันนี้นางจงใจแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูสดใส ประดับปิ่นทองระย้าเต็มศีรษะ ด้วยหวังว่าจะได้เห็นสภาพน่าเวทนาของพี่สาวขี้โรคที่ถูกหามกลับมา“ท่านแม่... ป่านนี้แล้วทำไมรถม้าตระกูลไป๋ยังไม่มาอีก หรือว่านังขี้โรคนั่นทนหนาวไม่ไหวจนสิ้นใจคาห้องหอไปแล้วจริงๆ?” หลินเยว่เคยแอบกระซิบถามมารดาก่อนจะแยกไปซ่อนตัว แววตาเต็มไปด้วยความสะใจ“หากนางตาย ตระกูลเราต้องถึงคราวหายนะกันหมดน่ะสิ! ข้าอุตส่าห์ให้คนผสมยานอนหลับในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว นางต้องรอดมาตบตาคนตระกูลไป๋ได้สิ” ฮูหยินหลินตอบบุตรสาวด้วยความกระวนกระวาย ในใจร้อนรนเป็นไฟ ร่างกายของหลินเซวียนอ่อนแอเพียงใด นางผู้เป็นแม่ย่อมรู้ดีที่สุดกรุบกรับ... กรุบกรับ...เสียงเกือกม้าก
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 9
บทที่ 9บรรยากาศในโถงใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยความอึดอัด คนตระกูลหลินต่างนั่งเกร็งทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากคุณชายรองไป๋และการตอกกลับอย่างเจ็บแสบของหลินเซวียนเมื่อเห็นว่าบิดามารดาของเจ้าของร่างเดิมหน้าซีดจนหมดคำจะพูด หลินเซวียนก็เริ่มเบื่อหน่ายกับการปั้นหน้าแสร้งทำเป็นครอบครัวสุขสันต์ นางจึงวางถ้วยชาลงแล้วหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้สามี“ท่านพี่ ข้าอยากไปเดินยืดเส้นยืดสายที่สวนหลังจวนสักหน่อย รบกวนท่านพี่อยู่สนทนากับท่านพ่อท่านแม่ไปก่อนนะเจ้าคะ”“ให้ข้าไปเป็นเพื่อนหรือไม่?” ไป๋อวี้เซวียนเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใย“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ จวนตระกูลหลินก็คือบ้านเดิมของข้า ข้าหลับตาเดินยังได้เลย” หลินเซวียนตอบกลั้วหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นย่อตัวทำความเคารพบิดามารดาจอมปลอม แล้วหมุนตัวเดินออกจากโถงใหญ่ไปจุดมุ่งหมายของนางไม่ใช่สวนดอกไม้งดงาม แต่สองเท้าเล็กๆ กลับก้าวเดินลัดเลาะไปตามทางแคบๆ ที่คุ้นเคยในความทรงจำ มุ่งหน้าสู่มุมที่ลึกและรกร้างที่สุดของจวนยิ่งเดินลึกเข้ามา บรรยากาศก็ยิ่งเงียบเหงาและเย็นเยียบ ต้นหญ้าขึ้นรกท่วมหัวเข่าไร้การตัดแต่ง ไม่มีแม้แต่เงาของบ่าวรับใช้เดินผ่าน จนกระทั่งนางม
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 10
บทที่ 10หลังจากเดินออกมาจากเรือนท้ายจวน หลินเซวียนและไป๋อวี้เซวียนก็กลับมาที่โถงใหญ่อีกครั้งเพื่อบอกลากลับจวนตระกูลไป๋ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะก้าวพ้นประตู ฮูหยินหลินก็รีบก้าวออกมาขวางไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูฝืนธรรมชาติ“คุณชายรองไป๋ ข้าขอเวลาพูดคุยกับเยว่เอ๋อร์ตามลำพังประสาแม่ลูกสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ ตั้งแต่นางออกเรือนไป ข้าก็คิดถึงนางจับใจเหลือเกิน”ไป๋อวี้เซวียนปรายตามองแม่ยายจอมปลอม ก่อนจะก้มลงมองสตรีข้างกาย เมื่อเห็นหลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่า ‘ข้าจัดการได้’ เขาจึงยอมปล่อยมือนาง“ข้าจะรออยู่ที่รถม้า... อย่าให้ฮูหยินของข้าตากลมนานนัก” เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงคำเตือน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปเมื่อแผ่นหลังกว้างลับสายตา ฮูหยินหลินก็รีบคว้าแขนหลินเซวียน กึ่งจูงกึ่งลากเข้าไปในห้องหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน พอปิดประตูลงกลอนสนิท ร่างของ ‘หลินเยว่’ ที่ซ่อนอยู่หลังฉากกั้นก็ก้าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง“พี่ใหญ่ ท่านช่างเล่นงิ้วตบตาได้แนบเนียนนักนะ!” หลินเยว่เปิดฉากทันทีด้วยความอิจฉาริษยา“เห็นข้าต้องทนซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ส่วนท่านได้สวมเครื่องประดับหรูหรา ควงสาม
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status