LOGINในคืนที่หิมะโปรปราย นางต้องตายไปพร้อมกับลูกในท้องเพียงเพราะคำพูดเดียวของสตรีทาสผู้ที่เขาพร่ำบอกว่าเป็นรักแรกของเขา ความเจ็บแค้นในใจนางนั้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเหนื่อยล้าเกินจะรับไหว ในเมื่อเขาเชื่อสนิทใจว่าสตรีทาสผู้นั้นคือผู้ช่วยชีวิตเขา นางก็ไม่อยากกีดขวางความรักของทั้งสองอีก หากชาติหน้ามีจริงนางจะยอมหลีกทางให้พวกเขา แต่เมื่อนางได้ย้อนกลับมาอีกครา ครานี้นางจะยอมถอยเอง และไปใช้ชีวิตอิสระตามที่นางใฝ่ฝันทว่าเขากลับไม่ยินยอมง่าย ๆ
View Moreตอนที่1 ข้าเหนื่อยแล้ว
วังหลวง
ตำหนักองค์ชายใหญ่ หลี่เจิ้งเหยียน
“ข้าไม่ได้ทำ!”
เสียงตวาดอย่างเจ็บปวดใจของเสิ่นชิงเหยาดังขึ้น ดวงตาของนางแดงระเรื่อหยดน้ำตาเอ่อคลอเมื่อมองไปยังแผ่นหลังที่เย็นชาของผู้เป็นสามี
“ลากตัวพระชายาไปคุกเข่าสำนึกผิดหน้าตำหนักสือหนิงจนกว่านางจะสำนึกผิด”
น้ำเสียงเยียบเย็นของหลี่เจิ้งเหยียนดังขึ้น ก่อนร่างสูงโปร่งนั้นจะสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่พอใจแล้วก้าวออกไปอย่างเย็นชาโดยไม่ได้หันกลับมามองนางผู้เป็นภรรยาอีกเลย
ดวงตาคู่สวยของเสิ่นชิงเหยาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตานั้นหม่นลงด้วยความสิ้นหวังและเหนื่อยล้าเกินจะรับไหวอีกแล้ว ร่างบอบบางที่นั่งคุกเข่าอยู่พลันทรุดลงกับพื้นอย่างสิ้นหวัง
“เชิญพ่ะย่ะค่ะ พระชายา”
น้ำเสียงของขันทีผู้หนึ่งดังขึ้น ทว่าในหูของเสิ่นชิงเหยาแล้วนั้นก็ราวกับเป็นเพียงสายลมหนึ่งที่พัดผ่านไปเท่านั้น
ใช่นางดื้อรั้น เย่อหยิ่ง และร้ายกาจ แต่วันนี้นางเหนื่อยแล้ว เหนื่อยจริง ๆ หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินลงมาทว่าในหัวใจหนาวเหน็บเหลือเกิน
เมื่อเห็นนางไม่มีท่าทีต่อต้านเหมือนเมื่อก่อน ขันทีผู้นั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยให้นางกำนัลสองคนที่ยืนอยู่ช่วยกันประคองร่างบอบบางของนางออกไปนอกตำหนัก
และทิ้งนางให้คุกเข่าลงท่ามกลางหิมะที่กำลังเริ่มตกลงมาประปรายแล้ว
เสิ่นชิงเหยาทรุดกายลงคุกเข่าตามคำสั่งของเขาผู้เป็นสามี ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเหนื่อยล้าค่อย ๆ หันสายตาไปยังตำหนักทรงอักษรที่อยู่ห่างออกไปมากจนเห็นเพียงแสงตะเกียงริบหรี่เท่านั้น
ดวงตานางพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำตา ในใจพลันนึกหัวเราะเยาะตนเอง ข่าวดีที่นางตื่นเต้นและวิ่งมาเพื่อจะบอกเขาให้รับรู้กลับถูกหยุดลงเพียงคำพูดเดียวของสตรีผู้นั้น
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางกับลูกก็ไม่อยากต้องอยู่ขัดขวางพวกเขาอีกต่อไป มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมหน้าท้องของตนเอง ในใจเจ็บปวดเกินจะรับไหว ทำได้เพียงก้มหน้าลงมองดูหน้าท้องของตนเอง แล้วหยดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสาย
สายลมหนาวที่กำลังกัดกินร่างกายของนางนั้น กลับไม่เจ็บปวดเท่าหัวใจของนางในยามนี้ ความเย็นยะเยือกของหิมะที่กำลังกัดกินร่างกายของนางในยามนี้กลับไม่อาจสู้ความผิดหวังและสิ้นหวังที่หนาวเหน็บในใจได้
หิมะโปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงราวกำลังตอกย้ำความเจ็บปวดที่นางได้รับ ร่างกายในอาภรณ์เบาบางไม่อาจทนไหวอีกต่อไป
ความเจ็บปวดร้าวที่ท้องของนางค่อย ๆ แล่นไปทั่วร่าง ใบหน้างดงามที่ซีดเซียวด้วยความหนาวเย็นนั้น พลันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวตรงที่ท้องของนาง
สองมือเรียวเล็กที่เริ่มจะแข็งเพราะความหนาวเย็นนั้นกลับยกขึ้นกุมหน้าท้องไว้แน่นจนสั่น ดวงตาแดงก่ำของนางนั้นไร้ซึ่งน้ำตาอีกต่อไป
เสิ่นชิงเหยาเจ็บปวดจนไม่อาจทนไหวร่างบอบบางที่กำลังคุกเข่าอยู่นั้นพลันหมดแรงทรุดลงไปกองกับพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวและเย็นยะเยือก
เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลออกมาแทรกซึมกระโปรงสีชมพูอ่อนของนางจนกระโปรงและพื้นหิมะสีขาวนั้นถูกย้อมไปด้วยสีแดงสด
เสียงสะอื้นแผ่วเบาของนางดังขึ้น ในยามนี้นางเสียลูกไปแล้วจริง ๆ ลูกของนางจากไปแล้วจริง ๆ ความเสียใจจนเกินจะรับไหวนั้นทำให้นางกระอักเลือดสีดำออกมาคำหนึ่ง
ความเสียใจและสิ้นหวังกัดกินหัวใจจนแหลกสลายไปสิ้น ดวงตาคู่สวยยกขึ้นมองไปทางตำหนักทรงอักษรของเขาอีกครั้ง
แสงตะเกียงริบหรี่นั้นทำให้นางนึกย้อนไปในวันที่เพิ่งพบเขาในวันแรก
นางคือเสิ่นชิงเหยาบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพเสิ่น เมื่อสองปีก่อนนั้น นางไร้เดียงสาชอบสรรหาความสนุกจึงแอบติดตามบิดาไปยังชายแดนอย่างลับ ๆ แม้แต่บิดาของนางเองนั้น ก็ยังไม่รู้
ที่ชายแดนนั้นเปิดประสบการณ์ใหม่มากมาย ผู้คน สินค้า และ การใช้ชีวิตช่างแตกต่างจากเมืองหลวงสิ้นเชิง
นางใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ด้วยความที่นางมีฝีมือน้อยนิดจึงปิดหน้าเป็นจอมยุทธ์น้อยช่วยเหลือชาวบ้านอย่างนึกสนุก
วันหนึ่งบังเอิญได้พบกับบุรุษในชุดเกาะเหล็กที่กำลังถูกไล่ล่ามา เขาบาดเจ็บสาหัส แม้แต่ดวงตาทั้งสองก็ถูกพิษประหลาด
นางช่วยพาเขาหลบหนี และพาไปรักษาด้วยอยู่ที่เรือนหลังเล็ก ๆ ที่นางซื้อเอาไว้
จากการช่วยชีวิตกลายเป็นความรัก เขามอบหยกชิ้นหนึ่งให้นางเป็นของแทนใจ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานถึงสามเดือน
ต่อมาทางจวนแม่ทัพเสิ่นส่งคนออกตามหาจนพบเสิ่นชิงเหยาในที่สุด
ทว่าบุรุษผู้นั้นยังไม่อาจมองเห็น นางเองก็จนใจและในวันนั้นเองนางก็บังเอิญได้ช่วยชีวิตสตรีอ่อนแอผู้หนึ่งจากพ่อค้าทาส นางชื่อ ซุนเถา
ในเมื่อ นางช่วยชีวิตของซุนเถานางเลยไว้วานให้ซุนเถาไปหาบุรุษที่รอนางอยู่ที่เรือนหลังเล็ก และมอบจดหมายจากลาของนางให้เขา ก่อนที่พี่ชายของนางจะพาตัวนางกลับเมืองหลวงไป
เมื่อกลับถึงเมืองหลวงหนึ่งเดือนต่อมานั้นก็มีราชโองการให้นางอภิเษกสมรสกับหลี่เจิ้นเหยียนองค์ชายใหญ่
ในคราแรกนางไม่ยินยอมทว่านางกลับเห็นเขาในงานชมดอกไม้ เขาก็คือบุรุษที่นางช่วยชีวิตเอาไว้ ในยามนั้นนางดีใจมากเฝ้ารอวันแต่งงานอย่างใจจดใจจ่อ
ทว่าในวันที่นางเฝ้าคอยมาถึง เขากลับเดินเขามาพร้อมกับซุนเถาที่สวมอาภรณ์อย่างหรูหราจนแปลกตา แล้วนางก็ยังห้อยหยกพกที่ข้าทำหายไปและยังใช้ชื่อซีหยางที่ข้าตั้งขึ้นมาเพื่อปกปิดตัวตนในยามอยู่กับเขา
หลี่เจิ้งเหยียนแนะนำให้ข้ารู้จักว่านางคือซีหยางที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาขอให้ข้ารับซุนเถาเป็นชายารอง เพราะซุนเถานั้นเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาและเป็นรักแรกของเขา
ข้าเบิกตากว้างด้วยความโกรธเคืองจะเป็นนางได้อย่างไร ซีหยางผู้นั้นคือข้าต่างหาก ข้าพยายามบีบบังคับให้ซุนเถาพูดความจริง แต่เขายิ่งรังเกียจข้า และเย็นชาใส่ข้าตลอดหนึ่งปีที่เราใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากัน
ข้าช่างโง่เขลานัก ได้แต่คิดว่าหากข้าอ่อนลงอีกนิด เอาใจใส่เขาอย่างเต็มที่ มีหรือเขาจะจดจำข้าไม่ได้ทว่าข้ายิ่งพยายามเขากลับยิ่งเฉยชาใส่
เพียงคำเดียวของซุนเถาว่าข้าใจดำกรอกยาทำแท้งให้นางดื่ม จนนางจะเสียบุตรไป เขาถึงกับสั่งให้ข้าคุกเข่าท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บเช่นนี้
ในเมื่อท่านรักนางถึงเพียงนั้น ข้าเองก็เหนื่อยเกินไปแล้ว
“หลี่เจิ้งเหยียน ข้ากับลูกจะหลีกทางให้พวกท่านเอง”
หยดน้ำตาสุดท้ายไหลรินลงมาละลายหิมะที่ก่อตัวกันเป็นพื้นน้ำแข็งทว่ามันกลับไม่อาจสั่นคลอนพื้นน้ำแข็งนั้นได้อีก
ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของนางทว่าในความเลือนลางนั้นยังคงปรากฏภาพหลี่เจิ้งเหยียนที่เป็นเพียงบุรุษตาบอดอยู่ชายแดนกับนาง รอยยิ้มอันอบอุ่นนั้นยังคงฝังอยู่ในใจนาง
ความสุขเล็กน้อยนั้นคือภาพสุดท้ายในสมองของนาง…
ซุนเถาซบใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาลงบนอกกว้างแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น“องค์ชาย หม่อมฉันเองที่ผิด ไปขอร้องให้พี่สาวช่วยส่งเสริมความรักที่หม่อมฉันมีต่อพระองค์เพคะ พี่สาวก็เลยโกรธ”น้ำเสียงสะอื้นในอ้อมกอดของเขานั้นช่างน่าเวทนานัก เดิมทีนางก็เป็นเพียงหญิงสาวไร้เดียงสาและใช้ชีวิตอย่างอิสระอยู่ด้านนอกทว่าเมื่อนางเข้าวังมากับเขา นางก็อ่อนแอลงและร่ำให้ด้วยความเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนหัวใจของเขาก็พลันเจ็บปวดเมื่อไม่อาจปกป้องนางให้ดีอย่าทีเขาเคยสัญญากับนางไว้“ซีหยางเจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ข้าจะให้เสด็จแม่ยอมให้เจ้าเป็นชายารองของข้าให้จนได้”น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับสายตาที่อบอุ่นนั่นทอดลงมามองสตรีที่ซบอยู่บนอกของเขาอย่างใส่ใจ แล้วก้าวผ่านเสิ่นชิงเหยาไปอย่างนิ่ง ๆ ไม่ได้สนใจหันมามองนางอีกเสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาสั่นไหวเล็กน้อย ในใจยังคงรู้สึกปวดร้าวยิ่งนักทว่าไม่แล้วชาตินี้นางไม่อยากเป็นซีหยางอีกแล้ว ใครอยากเป็นก็ให้เขาเป็นไป….ตำหนักฮองเฮาภายในตำหนักที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหรา เสิ่นชิงเหยาก้าวเข้าไปในตำหนักด้วยท่าทางสงบนิ่งใบหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอา
ตอนที่ 4 เข้าพบฮองเฮาตำหนักพระชายาองค์ชายใหญ่ภายในห้องที่เงียบสงบนั้น เสิ่นชิงเหยานั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลืองด้วยใบหน้าสงบนิ่ง เพียงไม่นานนางกำนัลเจียงหลีก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับถ้วยยาอุ่น ๆ ในมือ“คุณหนูยาที่ท่านสั่งเจ้าค่ะ”เสิ่นชิงเหยาเงยหน้าขึ้นมองถ้วยยาสีขาวนั้นเล็กน้อย แล้วยื่นมือขึ้นไปรับมาจรดริมฝีปากก่อนจะดื่มลงไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยในขณะนั้นเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็พลันดังเข้ามาพร้อมกับร่างบอบบางของขันทีประจำตำหนักฮองเฮา เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนแล้วเอ่ยขึ้น“พระชายาเสิ่น ฮองเฮาเรียกท่านเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”เสิ่นชิงเหยาชะงักมือเล็กน้อยแล้วส่งถ้วยยาที่ดื่มหมดแล้วคืนให้เจียงหลีด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เพราะนางรู้ดีว่าฮองเฮาคงจะเรียกนางไปถามไถ่ถึงเรื่องนี้ว่าสำเร็จหรือไม่เมื่อวานที่หลี่เจิ้งเหยียนเข้ามาในตำหนักของนางฮองเฮาคงจะรู้แล้วและตอนนี้คงอยากได้คำยืนยันจากปากของนางเองเสิ่นชิงเหยาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบรับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“ข้าทราบแล้ว”เมื่อได้คำตอบขันทีก็ก้าวถอยหลังแล้วรอนำทางนางอยู่ด้านหน้าห้องเสิ่นชิงเหยาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกจากห้องตามขันทีผู้นั้นตรงไปยังตำหนักของฮองเฮาท
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์จนเรียบร้อยแล้ว ร่างบอบบางในชุดหรูหราก็ก้าวตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนั่งลงอย่างสงบนิ่ง“เจียงรั่ว เจ้าไปนำพู่กันกับกระดาษมา”น้ำเสียงของเสิ่นชิงเหยาดังขึ้นสั่งอย่างราบเรียบ เจียงหลีก็ตอบรับทันทีแล้วหมุนกายก้าวไปเตรียมให้อย่างรวดเร็วเมื่อกระดาษและพู่กันอยู่ตรงหน้า เสิ่นชิงเหยาก็หยิบมาเขียนตำรับยาห้ามครรภ์ นางเติบโตมาในจวนแม่ทัพตั้งแต่เด็ก บิดานางเป็นแม่ทัพใหญ่ มารดานางเป็นหมอรักษาในค่ายทหารนางจึงเคยอ่านตำราแพทย์มาบ้าง มือเรียวยาวเขียนอย่างรวดเร็วแล้วหันไปยื่นให้เจียงหลีสาวใช้ประจำกายพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เจียงหลี เจ้านำเทียบยานี้ไปหาหมอหลวงกู้เยว่อิง ให้นางจัดยามาให้ข้า”เจียงหลีรับมาแล้วใบหน้างุนงงเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย“คุณหนูยาอะไรหรือเจ้าคะ”เสิ่นชิงเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยาแก้ปวดท้อง”เจียงหลีเพียงพยักหน้ารับและไม่ได้เอ่ยคำใดอีก นางหมุนกายก้าวออกไปในทันทีเสิ่นชิงเหยามองตามแผ่นหลังบอบบางของสาวใช้คนสนิทด้วยแววตาว่างเปล่า กู้เยว่อิงเป็นเพื่อนเรียนของนางมาตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ เมื่ออ่านเทียบยาแล้
ตอนที่2ย้อนกลับมาวังหลวงตำหนักองค์ชายใหญ่หลี่เจิ้งเหยียนภายในตำหนักที่เงียบสงบ กลิ่นกำยานหอมอบอวลนั้นปลุกให้เสิ่นชิงเหยาสะดุ้งตื่นขึ้น ดวงตาคู่สวยของนางนั้นเบิกกว้างขึ้นทันที รอบดวงตาของนางยังคงพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาในใจเจ็บปวดยิ่งนัก สิ่งเดียวที่นางนึกเสียใจ…ลูก…สองมือเรียวยกขึ้นหมายจะกุมหน้าท้องทว่ากลับพบลำแขนใหญ่ที่กำลังพาดหน้าท้องที่แบนราบของนางอยู่ ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นเข้ามาในทันทีเสียงลมหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างหูของนาง ไออุ่นร้อนผ่าวของเขารดอยู่ข้าง ๆ ใบหูของนาง ทว่านางกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจทันใดนั้นความรู้สึกปวดร้าวก็แล่นผ่านไปทั่วร่างทั้งร่าง นางขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่นางได้ย้อนกลับมาในคืนที่เขาถูกฮองเฮาวางยาปลุกกำหนัดเพื่อให้หลี่เจิ้งเหยียนยอมเข้าหอกับนางเสียทีหยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินออกมาอย่างเจ็บปวดใจเสิ่นชิงเหยารู้สึกตัวแข็งทื่อในทันที มือเล็ก ๆ ของนางค่อย ๆ ยกลำแขนใหญ่ของเขาออกจากเอวของตน ทว่าเมื่อนางขยับเล็กน้อย มือใหญ่ของเขากลับคว้าร่างบอบบางของนางเข้าสู่อ้อมกอดแน่นอีกครั้ง“ซีหยาง เด็กดีอย่าดื้อสิ”เมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อนี้ความเจ็บปวดในใจก็พลันทวีคูณ มือเรี











