LOGIN“ผมมีข่าวสำคัญเกี่ยวกับคดีของคุณ”
หลี่น่ามองเขาอย่างตั้งใจ “มีพยานใหม่หร
เธอมองข้อความนั้นอยู่นาน สุดท้ายก็พับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ บางที...คืนนี้อาจไม่มีโอกาสได้คุยกันแล้ว หลังส่งหวังเฉินอวี่ให้คุณยายช่วยแต่งตัว หลี่น่าขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง เธอเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กออกมา เสื้อผ้าของเธอมีเพียงไม่กี่ชุด เสื้อผ้าของลูกชายอีกไม่กี่ตัว หนังสือภาพเล่มโปรดของหวังเฉินอวี่ ตุ๊กตาผ้ารูปหมีตัวเล็กที่หวังเหว่ยเคยซื้อให้ลูกเมื่อหลายปีก่อน และรูปถ่ายครอบครัวหนึ่งใบหลี่น่าหยุดมองรูปนั้น ภาพในวันรับรางวัลแพทย์ดีเด่น หวังเหว่ยยืนโอบไหล่เธออย่างภาคภูมิใจ หวังเฉินอวี่นั่งอยู่บนบ่าพ่อ หัวเราะจนตาหยี วันนั้นเธอเคยคิดว่าครอบครัวนี้จะไม่มีวันแตกสลาย แต่วันนี้...เธอค่อย ๆ วางรูปลงในกระเป๋าอย่างเบามือ หลินซูอิงเดินขึ้นมาบนห้องเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทาง"หลี่น่า ลูกจะไปไหน"หลี่น่าหันมายิ้มให้แม่ รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า"หนูจะพาเฉินอวี่ออกไปอยู่ข้างนอกสักพักค่ะ"หลินซูอิงรีบจับมือลูกสาว "เพราะเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม"หลี่น่าไม่ตอบ ความเงียบคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด"หวังเหว่ยรักลูกนะ"
หลี่น่าจ้องหน้าเขาตรง ๆ“คุณถามว่าฉันแน่ใจหรือว่าพบผู้ชายคนนั้นเพียงสองครั้ง คุณรู้ไหมว่าคำถามนั้นหมายความว่าอย่างไรสำหรับฉัน”หวังเหว่ยกำมือแน่น“ผมเพียงต้องการข้อมูลที่ชัดเจน”“หรือคุณกำลังต้องการให้ฉันสารภาพบางอย่างที่ไม่มีอยู่จริง”“ผมไม่เคยพูดว่าคุณมีความผิด”“แต่คุณก็ไม่เชื่อฉันอย่างหมดใจ”คำกล่าวนั้นทำให้หวังเหว่ยนิ่งไป ความเงียบเพียงชั่วขณะของเขากลับกลายเป็นคำตอบที่ทำร้ายหลี่น่ายิ่งกว่าการโต้เถียงใด ๆ เธอมองเขาด้วยแววตาผิดหวัง“เห็นไหม คุณตอบไม่ได้”“เพราะผมไม่รู้ว่าคุณต้องการให้ผมพูดอะไร” หวังเหว่ยตอบด้วยน้ำเสียงแข็งขึ้น “ผมบอกว่าผมเชื่อคุณมาตลอด แต่ทุกครั้งที่ผมถามอะไร คุณกลับมองว่าผมกำลังกล่าวหา”“เพราะทุกคำถามของคุณเต็มไปด้วยความสงสัย”“แล้วจะให้ผมทำอย่างไร หลับตาปฏิเสธหลักฐานทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบหรือ”ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง ห้องทั้งห้องก็เงียบสนิท หลี่น่ามองสามีราวกับไม
หลี่น่าเงยหน้าทันที ชื่อที่สามีกล่าวออกมาทำให้ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา หนิงเอ๋อเคยทำงานในโรงพยาบาล เคยเข้าถึงเอกสาร เคยรู้จักรูปแบบลายมือและการทำงานของเธอ ที่สำคัญ หนิงเอ๋อยังมีเหตุผลมากพอที่จะเกลียดเธอ“เราต้องหาตัวเธอให้พบ”หวังเหว่ยพยักหน้า “ผมจะให้คนตรวจสอบอย่างเงียบ ๆ”หลี่น่าปิดสมุดบันทึกลง น้ำตาบนใบหน้าแห้งไปแล้ว เหลือเพียงความมุ่งมั่นในดวงตา ศักดิ์ศรีของเธออาจถูกเหยียบย่ำ ชื่อเสียงอาจถูกทำลาย คนไข้บางส่วนอาจหวาดกลัวจนไม่กล้าเชื่อใจเธอแต่ตราบใดที่ความจริงยังไม่ถูกเปิดเผย หลี่น่าจะไม่ยอมก้มหน้าให้กับคำกล่าวหาเธอจะค้นหาคนที่อยู่เบื้องหลัง จะนำหลักฐานทุกชิ้นออกมาเปิดเผย และจะทำให้ผู้คนเห็นว่า เสื้อกาวน์สีขาวที่เธอเคยสวมไม่ได้มีคุณค่าเพราะตำแหน่งหรือรางวัล แต่มันมีคุณค่าเพราะความซื่อสัตย์ที่เธอรักษามาตลอดทั้งชีวิต ครั้งนี้ หลี่น่าจะไม่เพียงทวงคืนงานของตนเอง เธอจะทวงคืนศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำกลับมาด้วยมือของเธอเองความขัดแย้งในครอบครัวหลายวันหลังจากถูกพักงาน หลี่น่ายังคงตื่นขึ้นในเวลาเดิมท
“พักสักวันก็ได้”“ยิ่งฉันหยุด คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งได้เปรียบ”เธอเดินไปยังห้องทำงานและเปิดแฟ้มเอกสารที่รวบรวมไว้บนโต๊ะ หวังเหว่ยมองตามอย่างเป็นห่วง แต่ไม่ขัดขวางอีก เขารู้จักภรรยาดีพอที่จะรู้ว่า สิ่งเดียวที่ช่วยให้เธอผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ คือการได้ต่อสู้เพื่อความจริงด้วยตนเองตอนสาย หลินซูอิงพาหวังเฉินอวี่ออกไปซื้อของที่ตลาดใกล้บ้าน เด็กชายเดินจับมือคุณยายอย่างร่าเริง โดยไม่เข้าใจว่าผู้ใหญ่รอบตัวกำลังมองครอบครัวของเขาอย่างไร เมื่อทั้งสองเดินผ่านร้านขายผัก เสียงกระซิบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง“นั่นแม่ของคุณหมอหลี่ใช่ไหม”“ใช่ แล้วเด็กคนนั้นคงเป็นลูกชาย”“น่าสงสารเด็กนะ มีแม่เป็นข่าวแบบนี้”หลินซูอิงชะงักฝีเท้า เธอหันกลับไปมองหญิงสองคนที่กำลังพูดคุยกัน สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่มีใครกล่าวขอโทษ หวังเฉินอวี่เงยหน้ามองคุณยาย“พวกเขาพูดถึงแม่หรือครับ”หลินซูอิงฝืนยิ้ม “ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกลูก”เด็กชายกลับนิ่งไป แม้จะมีอายุเพ
ช่วงบ่าย หวังเหว่ยได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการโรงพยาบาล หลังวางสาย เขารีบขับรถตรงมายังศูนย์การแพทย์ทันที เมื่อมาถึง เขาเห็นหลี่น่ากำลังถือกล่องกระดาษใบเล็กเดินออกจากอาคาร ภายในกล่องมีเพียงหนังสือไม่กี่เล่ม รูปถ่ายครอบครัว และป้ายชื่อแพทย์ หวังเหว่ยรีบเดินเข้าไปหา"ผมมาช้าไป"หลี่น่ายิ้มบาง "ไม่ช้าหรอกค่ะ ฉันเพิ่งเก็บของเสร็จ"หวังเหว่ยมองเสื้อกาวน์ที่พับอยู่ในกล่อง หัวใจของเขาเจ็บราวกับถูกบีบ เขารู้ดีว่าเสื้อกาวน์ตัวนั้นมีความหมายกับหลี่น่ามากเพียงใด มันคือความฝันที่เธอต่อสู้เพื่อให้ได้กลับคืนมาแต่วันนี้ เธอต้องถอดมันออกอีกครั้ง เขารับกล่องจากมือภรรยา"กลับบ้านกัน"หลี่น่าพยักหน้าเบา ๆ ระหว่างเดินผ่านลานโรงพยาบาล บุคลากรหลายสิบคนต่างหยุดยืน บางคนก้มศีรษะให้ บางคนยกมือไหว้ ไม่มีเสียงพูด แต่การแสดงออกนั้นสะท้อนความเคารพที่ทุกคนมีต่อเธอ หลี่น่าหันกลับไปมองอาคารโรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย สถานที่ที่เธอทุ่มเททั้งชีวิต วันนี้เธอต้องเดินออกมาในฐานะผู้ถูกพักงานแม้จะยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเธอทำผิดในเวลาเดียวกัน ที่บริษัทซิงหย่วนเวชภัณฑ์ ลูกน้องรีบเข้
หวังกั๋วเฉียงยิ้มบาง "ดี...เมื่อมีการสอบสวน ต่อให้สุดท้ายพิสูจน์ได้ว่าไม่มีความผิด ชื่อเสียงก็ย่อมได้รับผลกระทบ"หนิงเอ๋อซึ่งนั่งเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง"ถ้าความจริงเปิดเผยว่าเอกสารพวกนี้ไม่ใช่ของหลี่น่าล่ะ"หวังกั๋วเฉียงหันมามอง"นั่นเป็นเรื่องของอนาคต"คำตอบนั้นทำให้หนิงเอ๋อรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เธอเริ่มตระหนักว่าคนตรงหน้าไม่ได้ต้องการความยุติธรรม เขาเพียงต้องการให้หลี่น่าได้รับความเจ็บปวด ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไรก็ตามช่วงบ่ายของวันเดียวกัน หลี่น่ากำลังสอนแพทย์ประจำบ้านเรื่องการวิเคราะห์ผลตรวจเลือด เสียงเคาะประตูดังขึ้น เลขานุการเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล"หัวหน้าหลี่คะ...คณะกรรมการจากสำนักงานสาธารณสุขมาขอพบค่ะ"ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที หลี่น่าหันไปยิ้มให้ลูกศิษย์"เรียนต่อให้จบนะ เดี๋ยวฉันกลับมา"เธอเดินออกจากห้องอย่างสงบ ภายในห้องรับรอง มีกรรมการสามคนนั่งรออยู่ ประธานคณะกรรมการลุกขึ้นทักทาย"คุณหมอหลี่ ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาทำงาน"หลี่น่านั่งลงตรงข้าม "ไม่เป็นไรค่ะ"ประ







