Share

ตอนที่ 3 ร่างใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-02 09:42:01

เช้าวันใหม่ที่แสนเร่งรีบวิไลลักษณ์ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีสามเพื่อมาอาบน้ำเตรียมตัวไปงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของเธอ พ่อกับแม่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวาน เธอเรียนจบคณะเกษตรศาสตร์ ความฝันหลังเรียนจบเธออยากเปิดร้านขายพันธุ์ไม้อยู่ทางภาคอีสานสักแห่ง และเธอก็ได้เริ่มทำมันแล้ว เพราะสี่ปีที่เรียนอยู่ที่นี่เธอซึมซับเอาความเป็นอีสานเข้าไปทั้งภาษาและวัฒนธรรม เพื่อนส่วนใหญ่ก็เป็นคนภาคอีสานทั้งนั้น พ่อกับแม่เองยังนึกเป็นห่วงที่ลูกสาวไม่ยอมกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะหลังเรียนจบช่วงรอรับปริญญาเธอก็ยังขายต้นไม้อยู่ที่ภาคอีสาน

            วิไลลักษณ์ยืนรีดเสื้อผ้าอยู่ภายในห้องนอนที่คอนโดฯ เพียงลำพัง จู่ ๆ ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเพราะความดีใจกับความสำเร็จของตัวเองก็หุบยิ้มลงทันควัน เธอหลับตาแน่นมือบางยกขึ้นกุมศีรษะตัวเอง ทำไมถึงได้รู้สึกมึนศีรษะแบบนี้ มือที่จับเตารีดรีบหรี่ไฟลงจนสุด ร่างที่ยืนอยู่อย่างมั่นคงในคราแรกกำลังโอนเอียง เธอลืมตาไม่ได้เลยเพราะตอนนี้ห้องมันกำลังพาเธอหมุนและมืดดำไปหมด ไม่ถึงสองนาทีร่างอรชรก็ล้มลงไปนอนกับพื้น ลมหายใจเริ่มแผ่วลงเรื่อย ๆ แล้วก็แน่นิ่งไปในที่สุด

           

            ร่างโรยแรงที่นอนนิ่งอยู่ภายในห้องมาหลายวันค่อย ๆ ขยับกายทีละส่วน เปลือกตาอันหนักอึ้งถูกเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตแต่นัยน์ตาแดงก่ำกลอกมองไปรอบทิศ บ้านทำด้วยไม้ไผ่ทั้งหลัง ด้านข้างมีช่องคล้ายกับหน้าต่างเปิดไว้เพื่อให้ลมโกรกเข้ามา หลังคามุงด้วยหญ้าคา สายตาเหลือบมองต่ำลงมาที่พื้นที่เป็นไม้ไผ่เช่นกัน ทุกส่วนของบ้านดูยังไม่เก่ามากนัก บนพื้นมีเพียงเสื่อหนึ่งผืนที่เธอนอนอยู่เท่านั้นที่ค่อนข้างเก่าคร่ำคร่า แต่ทว่าภายในห้องนี้ก็เล็กกว่าคอนโดฯ ของเธอหลายเท่า

            วิไลลักษณ์ค่อย ๆ ใช้สองมือยันกายลุกขึ้นด้วยความมึนงง เธอกำลังฝัน มือน้อย ๆ ลูบแผ่นไม้ไผ่ที่ปูพื้นเบา ๆ เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งได้อย่างสมจริง เธอต้องทำอะไรสักอย่างจะมานั่งฝันนอนฝันอยู่แบบนี้ไม่ได้ วันนี้เธอต้องรีบไปแต่งหน้าเพื่อไปรับปริญญาในช่วงบ่าย คิดได้ดังนั้นสองมือก็ตบเข้าที่หน้าตัวเองแรง ๆ ทั้งสองข้างจนหน้าหัน

            เพียะ! เพียะ!

            “โอ๊ย! ทำไมเจ็บจริงวะ” วิไลลักษณ์หลุดปากร้องออกมาเสียงดัง เธอก้มมองฝ่ามือของตัวเองสายตาไล่ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มือไม่ใช่ นิ้วไม่ไช่ ผิวพรรณและรูปร่างก็ไม่ใช่ ถึงมันจะไม่ได้ดูแย่มากแต่ร่างนี้ก็ผอมเกินไป เนื้อตัวมีแต่รอยแผลที่น่าจะเกิดจากมดหรือแมลงต่าง ๆ กัด เธอเบิกตากว้าง เนื้อตัวสั่นเทา ลำคอแห้งผาก เมื่อเห็นรอยสักรูปหัวเสืออยู่ที่ส่วนท้องแขนตรงข้อมือข้างซ้ายของตน ร่างนี้ไม่ใช่ร่างของเธออย่างแน่นอน

            แอ๊ดดดดด!

            สติยังไม่ทันกลับมาดีก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาก่อน พร้อมกับร่างของเด็กผู้หญิงเดินเข้ามา วิไลลักษณ์เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตางุนงง

            “พี่คำแก้ว! พี่คำแก้วฟื้นแล้ว” เด็กหญิงวัยแรกรุ่นเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอีสาน ภาษาที่เธอค่อนข้างคุ้นเคยจนสามารถพูดได้คล่อง เพราะใช้กับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยทุกวัน ไม่ถึงนาทีก็มีคนอีกสามคนวิ่งเข้ามาในห้อง คำพองได้ยินเสียงคำแพงบอกว่าคำแก้วฟื้นแล้วก็รีบวิ่งออกจากครัวจนลืมไปว่าตัวเองกำลังป่วย เข้มกับคำพากำลังช่วยกันรดน้ำผักสวนครัวอยู่ก็รีบวิ่งขึ้นมาดูเช่นกัน

ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเรียวแต่อิดโรยของคำแก้ว

            “คำแก้วลูกแม่ฟื้นแล้ว” คำพองนั่งลงข้างที่นอนลูก คนอื่น ๆ ก็นั่งตาม เธอสลบไปสี่วันเต็มไม่มีใครคิดว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาอีก หลวงตาโมกที่วัดป่าก็บอกให้ทำใจไว้แล้ว

            คำแก้ว! ลูก! หมายความว่าอย่างไร? ดวงตากลมคู่นั้นฉายแววดูสับสน เธอสูดหายใจเข้าลึกและตั้งสติเพื่อลำดับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอตื่นขึ้นมารีดผ้า แต่ด้วยความที่เมื่อคืนนอนดึกเพราะมัวแต่ตื่นเต้นที่จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจึงนอนไม่ค่อยหลับ เธอรู้สึกมึนศีรษะเพราะนอนน้อยและอาจจะเป็นเพราะเธอเป็นโรคความดันต่ำอยู่แล้วจึงทำให้เธอ…เป็นลมหมดสติและทุกอย่างก็มืดสนิทในเวลาต่อมา

            รู้สึกตัวอีกทีก็มานอนอยู่ตรงนี้แล้ว

            แล้วที่นี่คือที่ไหน ทุกคนที่มองเธอหน้าสลอนอยู่ตอนนี้เป็นใครกัน ดูจากการแต่งกายก็น่าจะไม่ใช่ยุคปัจจุบัน วิไลลักษณ์ยังทำหน้างง

            “คำแก้วจำพ่อกับแม่ไม่ได้หรือลูก” ผู้ชายอายุราวสี่สิบต้นเอ่ยถาม เมื่อเห็นแววตาสับสนของลูก ขาของชายคนนั้นข้างหนึ่งพิการ มีผ้าฝ้ายสีขาวพันแผลเอาไว้

            วิไลลักษณ์ไล่สายตามองหน้าทีละคน ความทรงจำร่างเดิมค่อย ๆ กระจ่างชัดขึ้น แต่ทำไมความทรงจำมันถึงได้มีน้อยนิดเพียงนี้ เธอรู้เพียงว่าร่างนี้ชื่อคำแก้วอีกเดือนเดียวอายุก็จะครบสิบแปดปีเต็ม ชายหญิงวัยกลางคนสองคนนี้คือแม่คำพองกับพ่อเข้ม เด็กผู้ชายคนที่นั่งถัดจากแม่คือน้องคำพา ส่วนผู้หญิงน้องเล็กสุดของบ้านก็คือคำแพง ในความทรงจำของหล่อนตอนนี้ทราบแค่นี้

            ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น วิไลลักษณ์พยายามกลืนน้ำลายที่แทบจะไม่มีลงคอสามสี่ครั้ง ถึงจะรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เธอก็ต้องควบคุมสติให้ดี ห้ามกระโตกกระตาก และต้องพิสูจน์ให้แน่ชัด วิไลลักษณ์ตัดสินใจเอ่ยถามออกไปว่า “ฉันเป็นอะไรไปคะ” เธอพูดภาษาเดียวกันกับทุกคน

            คำพองยิ้มพร้อมกับหยดน้ำใสก็ไหลรินออกมาจากตาด้วยความดีใจสุดซึ้ง “เอ็งเป็นไข้ไม่ได้สติมาสี่วันแล้ว ก่อนจะหมดสติก็ไข้สูงมาเกือบสองอาทิตย์ แม่คิดว่าเอ็งจะไม่ฟื้นกลับมาหาพวกเราเสียแล้ว” พูดพลางยกมือหยาบกร้านขึ้นปาดน้ำตาตัวเอง

            “พี่คำแก้วลุกไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ พี่ไม่ได้กินข้าวตั้งหลายวัน” คำแพงกล่าว ผู้เป็นแม่เอื้อมมือไปลูบคลำใบหน้าลูกสาวอย่างทะนุถนอม เลื่อนมือมาตามแขนอันเรียวเล็กแผ่วเบา แท้จริงแล้วคำที่หลวงตาบอกว่าคำแก้วชะตาขาดมันก็เป็นแค่คำพูดแก้เคล็ดเท่านั้น

            “ลุกไหวไหม มา เดี๋ยวแม่ช่วย” คำพองช่วยพยุงลูกสาวลุกขึ้น คนอื่นเดินไปข้างนอกแล้ว ส่วนพ่อของเธอก็ใช้ไม้ค้ำงอเข่าขาข้างพิการไว้แล้วเดินตามหลังคำพากับคำแพงออกไป ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี

            “ฉันเดินเองได้ค่ะแม่” ถึงจะรับรู้ได้ว่าร่างนี้ผอมแห้งเพราะล้มป่วยมาหลายวัน แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกอ่อนแรงอีกแล้ว อยู่ดี ๆ ไม่รู้ว่าพลังมาจากไหนถึงได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเหมือนคนไม่เคยป่วยมาก่อน

            แปลกจริง แต่ก็ดีแล้ว เธอไม่ชอบตอนร่างกายป่วยเลยสักนิด

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวล้มหัวฟาดพื้นไปจะแย่” แม่พูดดังนั้นคำแก้วจึงตามใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้   ตอนพิเศษ 2

    “กูจะตั้งชื่อให้มันว่า ‘กันตา’ ก็แล้วกัน” หลวงตากล่าวเสียงเรียบ ไม่ได้ตอบคำถามตามที่สนธยาอยากได้ยิน สนธยาทำหน้างอแงแล้วบ่นหลวงตาเสียงขุ่น “โธ่หลวงตา กระผมไม่ได้มาให้หลวงตาตั้งชื่อให้ขอรับ ลูกกระผมยังไม่เกิดจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คำแก้วคิดตามที่หลวงตาพูดตลอดจึงยิ้มออกมาแล้วกล่าวออกไป “ขอบคุณเจ้าค่ะหลวงตา” สนธยายังทำหน้างง คำแก้วจึงสนทนากับหลวงตาต่อ “กันตา แปลว่าอะไรหรือเจ้าคะ” เธออยากรู้ความหมายของชื่อนี้ว่าจะไพเราะเหมือนกับคำว่ากันตาหรือไม่ “หมายความว่า เป็นสุข สาวสวย” สนธยานิ่งฟังและคิดตาม พอจับใจความได้ว่าตัวเองกำลังจะได้ลูกสาวจึงหันหน้าไปถามภรรยาเสียงสั่น “ระ เรากำลังจะได้ลูกสาวใช่ไหมคำแก้ว” คำแก้วพยักหน้าแล้วฉีกยิ้มกว้างให้สามี เขามัวแต่ตื่นเต้นจนจับคำพูดของหลวงตาไม่ถูก “ขอบคุณขอรับหลวงตา” สนธยาก้มกราบหลวงตาด้วยความเคารพและศรัทธา เขาดีใจเป็นที่สุดไม่ว่าลูกที่เกิดมาจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม แต่เขาอยากรู้เพศก่อนใครเท่านั้น เรื่องนี้เขาจะเก็บไว้เป็นความลับจนกว่าคำแก้วจะคลอด “หึ ๆ” หลวงตาม

  • ทะลุมิติอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้   ตอนพิเศษ 1

    “ขอบใจสนมากนะที่ทำตามสัญญา” พิสมัยเอ่ยขึ้นเมื่อเดินออกมาจากสำนักงานที่ดิน เธอและลูก ๆ ช่วยกันทำงานเก็บเงินเดือนละห้าร้อยบาทเพื่อผ่อนบ้านพร้อมที่ดินกับสนธยาจนสำเร็จ ต่อไปนี้เธอก็จะมีสมบัติเป็นของตัวเองสักที ไม่ต้องระแวงว่าจะไม่มีที่อยู่อาศัยอีกต่อไป “ฉันไม่มีทางทำให้พ่อต้องผิดหวังแน่ครับ” อย่างน้อยพิสมัยก็คือเมียคนหนึ่งของพ่อ และมีชัยกับบัวฮองก็เป็นน้องของเขา จะปล่อยให้พวกเขาไปตกระกำลำบากไร้ที่ซุกหัวนอนก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าเขาจะแบ่งที่ดินให้เปล่าโดยไม่เสียอะไรสักบาทพิสมัยก็คงไม่รู้ค่าของมัน “น้าเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่สงกับพี่วดีถึงได้ไว้ใจสนขนาดนี้” หากเธอได้ครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมดตั้งแต่แรก สนธยาก็คงไม่ได้อะไรเลย เธอช่างเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุด ถ้าไม่สิ้นไร้ไม้ตอกแบบนี้เธอก็คงคิดไม่ได้ ขอบคุณสนธยาที่ทำให้เธอมีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้น “ครับ” สนธยาตอบเพียงสั้น ๆ สิ่งที่เขาทำลงไปเขาไม่เคยหวังผล ไม่ว่าพิสมัยจะคิดได้หรือไม่ก็ตาม เขาทำเพราะคิดว่าอยากทำเท่านั้น พิสมัยเห็นคำแก้วกำลังเดินมาหาสามีเธอจึงเอ่ยถาม “ท้องได้กี่เดือนแล้วเนี่ย” เธอดูมีน้ำมีน

  • ทะลุมิติอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้   ตอนที่ 63 เอาคืน (ตอนจบ)

    วันนี้เป็นวันที่พวกเขาวางแผนไว้ก่อนจะมาที่นี่ คำแก้วกับสามีและน้องทั้งสอง เคลื่อนกายอย่างว่องไวเข้าไปในเขตบ้านของเสือสำรวย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีหนึ่ง ภายในบ้านทรงไทยของมันใหญ่โตโอ่อ่า ด้านหลังเป็นคอกควายขนาดใหญ่มีควายอยู่เกือบห้าสิบตัว มีเวรยามรักษาอยู่สามคนพวกมันกำลังนอนหลับปุ๋ย พวกมันคงไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาบ้านเสือสำรวยในยามวิกาล จึงไม่มีใครระวังตัวสนธยาส่งสัญญาให้คำแพง คำพาและคำแก้วพุ่งลูกดอกยาสลบใส่พวกมัน แล้วเขาก็รีบวิ่งขึ้นเรือนโดยมีคำแก้ววิ่งตามไปพุดซ้อนได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมาบนเรือนก็สะดุ้งตื่นทันที เธอกับสามีนอนอยู่ลานด้านนอก เพราะสำรวยจะได้เคลื่อนกายได้สะดวกตอนเข้าห้องน้ำ เพราะตอนนี้ร่างกายเขาก็ยังขยับลำบาก“พี่สำรวยโจรขึ้นบ้านเรา” เธอเขย่าแขนสามีจนสำรวยลืมตาขึ้นอย่างมึนงง และคว้าปืนที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แต่ทุกอย่างเป็นไปอย่างเชื่องช้าเพราะแขนของมันไม่ค่อยมีแรง สนธยาปรี่เข้าไปแล้วใช้กำปั้นหนักหมื่นทุบเข้าที่ต้นคอของพุดซ้อนหนึ่งที เธอสลบไปอย่างง่ายดายส่วนคำแก้วปรี่เข้าไปหาสำรวยก่อนที่มันจะเหนี่ยวไก แล้วใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าที่มีกำลังไฟไม่แรงมากเข้าช็อตที่ตัวมัน

  • ทะลุมิติอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้   ตอนที่ 62 เร่ขายของ

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นในคืนนั้น แม้เข้มไม่ได้ไปป่าวประกาศบอกกับใครว่าครอบครัวของเขาเอาชนะเสือสำรวยได้ แต่อาการบาดเจ็บปางตายของสำรวยก็ส่งผลให้คนในหมู่บ้านกล่าวขานกันไปทั่วข่าวของเสือสำรวยดังกระฉ่อนไปยังหมู่บ้านข้างเคียงและลามไปยังหมู่บ้านต่างตำบลต่างอำเภอภายในเวลาอันรวดเร็ว แม้แต่กลุ่มโจรด้วยกันยังงงว่าใครกันที่ล้มเสือสำรวยได้หมดสภาพเช่นนี้ ซ้ำลูกน้องอีกสองคนยังเหมือนคนพิการอีกด้วย ชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเพราะคำแก้วลูกของเสือเข้ม เสือสำรวยถึงต้องใส่เฝือกไม้ไผ่เกือบทั้งตัว กระดูกทุกส่วนบนร่างกายเคลื่อนที่ออกจากจุดเดิมเกือบทั้งหมด แม้แต่หมอเองก็ยังงง ชาวบ้านที่ได้ยินข่าวนี้ต่างยินดีและสาปส่งเขาทั้งนั้น “คำแก้วน่าจะฆ่ามันให้ตายไปเลย ไม่น่าปล่อยให้มันไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่บ้านได้หรอก” “นั่นน่ะสิ ฉันอยากได้ควายฉันคืนจัง มันขโมยไปตั้งสิบตัว” “ฉันก็เหมือนกัน สร้อยคอทองคำหนักหนึ่งบาทของฉันมันก็เอาไป” ชาวบ้านบ้านสี่แจต่างโจษจันกันเรื่องโจรที่มาปล้นบ้านของเข้มในคืนนั้น ไม่มีใครเข้าข้างโจรเลยสักคน ยิ่งร

  • ทะลุมิติอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้   ตอนที่ 61 ฟันแทงไม่เข้า

    สำรวยทำท่าคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างใจเย็น “อ้อ ไอ้เสือเข้มน่ะเหรอ” “ไอ้สารเลว มึงเป็นคนทำแล้วโยนความผิดให้คนอื่น ไอ้โจรขี้ขลาด” สนธยาว่าขึ้นเสียงดัง มันช่างเป็นโจรที่หน้าด้านหน้าทนจริง ๆ “แล้วมึงไม่ฆ่าไอ้เข้มมันไปล่ะ ฮ่า ๆ ๆ” สำรวยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้น มันยังหัวเราะเยาะได้อย่างหน้าตาเฉย “กูจะฆ่ามึงไง ไอ้ชาติชั่ว” ว่าแล้วสนธยาก็เหนี่ยวไก และยิงเข้าที่อกข้างซ้ายของมันอย่างจัง แต่แล้วกระสุนก็กระเด็นกลับและร่วงลงบนพื้นไปนอนอยู่ร่องไม้ไผ่หน้าตาเฉย สนธยามองดูกระสุนด้วยความมึนงง เป็นไปได้อย่างไรว่าแรงกระสุนไม่สามารถทำอะไรมันได้ “ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ลูกหมา พ่อตามึงไม่บอกหรือไงว่ากูยิงไม่เข้าโว้ย” เขาตะคอกเสียงดัง “แน่จริงมึงมาสู้กับกูตัวต่อตัวสิวะ” เขาเอ่ยท้าสนธยา “ได้” สนธยาถลาเข้าไปหมายจะชกหน้าสำรวยแต่โดนภรรยาคุมกำเนิดไว้ก่อน คำแก้วหันมาพูดเสียงอ่อนโยนกับสามีที่เธอหวงนักหวงหนา “ฉันจัดการมันเอง พี่ยืนอยู่เฉย ๆ เก็บแรงไว้ปั๊มลูกเถอะค่ะ” ทุกคนส่ายหน้าน้อย ๆ หน้าสิ่วหน้าขวานคำแก้วยัง

  • ทะลุมิติอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้   ตอนที่ 60 แล้วจะได้เห็นดีกัน

    สำรวยกำลังนอนเอกเขนกพิงกายใหญ่กับหมอนขิดใบใหญ่ให้เมียนวดขาให้อย่างสบายอารมณ์ ชีวิตเขาช่างมีความสุขเหลือเกิน มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ตลอดเวลา มีสมบัติเงินทองมากมาย ไปไหนมาไหนก็มีคนเกรงกลัวอำนาจ เกิดเป็นเสือสำรวยนี่มันช่างดีจริง ๆ เขากำลังนอนคิดอะไรเพลิน ๆบุ้งวิ่งโซซัดโซเซขึ้นไปหาสำรวยบนบ้าน“ลูกพี่ช่วยฉันด้วย” มือข้างซ้ายยังจับแขนขวาตัวเองไว้ไม่ให้มันแกว่ง สันติที่ยืนคุ้มกันอยู่บันไดก็วิ่งตามหลังบุ้งขึ้นมาเช่นกัน จากที่กำลังจะเคลิ้มหลับสำรวยก็สะดุ้งตื่นแล้วยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงแล้วถามมันเสียงขุ่น “มึงเป็นอะไร” คนจะหลับจะนอนยังจะมารบกวน ก็รู้กันอยู่ว่าไม่ชอบให้ใครมากวนเวลาที่เขาพักผ่อน “ลูกไอ้เสือเข้มมันบิดแขนฉันจนไหล่หลุดเลยครับ” บุ้งละล่ำละลักพูด ตอนนี้เขาปวดแขนจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว “ลูกคนไหนของมันวะ” สำรวยเอ่ยถามหัวคิ้วย่นเข้าหากันแน่น ลูกคนไหนของมันจะมีแรงมากจนบิดแขนชายร่างกำยำอย่างไอ้บุ้งได้ “อีคำแก้วลูกสาวคนโตของมันครับ ตอนนี้มันสวยและดูดีมาก อีกอย่างมันก็แรงเยอะด้วยครับลูกพี่” บุ้งสาธยายให้ลูกพี่ฟัง “มึงปดกูหรือวะไอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status