แชร์

บทที่ 160

ผู้เขียน: จี้เวยเวย
ตอนที่ซ่งรั่วเจินมาถึง นางก็ได้ยินบทสนทนาที่ดังออกมาจากด้านใน คิ้วของนางเลิกขึ้นเล็กน้อย นางยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่พวกเขากลับพูดถึงเรื่องหย่าร้างกันแล้วหรือ?

“ท่านแม่ อย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ”

ซ่งรั่วเจินเห็นหลิ่วหรูเยียนน้ำตาคลอเบ้า จึงกอดแขนของนางเพื่อปลอบโยน นางรู้ว่ามารดาของตนต้องทนทุกข์มากเพียงใดในช่วงสองปีที่ผ่านมา

“แม่ไม่เป็นไร” หลิ่วหรูเยียนเช็ดน้ำตาที่หางตา “เจ้าคิดว่าพี่ใหญ่ของเจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่?”

“ตอนแรกก็หมั้นหมายกับตระกูลลั่วแล้วแท้ๆ ข้ารู้ดีว่าเขามีใจให้แม่นางตระกูลลั่ว แต่กลับถอนหมั้นไปเสียเฉย ๆ แล้วเลือกที่จะแต่งกับซืออิ๋งแทน”

“ข้าเคยคิดว่าเขาชอบนางจริงจึงตามใจนาง แต่ตอนนี้เพิ่งกลับมาไม่นานก็พูดเรื่องหย่าร้างเสียแล้ว นี่มันเพราะอะไรกัน?”

ซ่งรั่วเจินครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่ซ่งเยี่ยนโจวถูกใส่ร้าย แต่เพื่อไม่ให้ท่านพ่อท่านแม่กังวล เขากลับไม่เคยพูดอะไรออกมา แม้ทั้งครอบครัวจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไร

มารดาของนางเชื่อเสมอมาว่าเป็นเพราะเขารักฝานซืออิ๋งจริง จึงดูแลนางอย่างดีตลอดสองปีที่ผ่านมา

หากมารดารู้ความจริง เกรงว่านางคงจะเกลียดชังตระกูลฝานอย่างมาก
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Paramee Sangganjanavanich
อู๊ยยยยยย ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลซ่งตกต่ำเสื่อมถอย เพราะทั้งพ่อแม่ลูกชายลูกสาวทั้งหมดมันมีแต่ขี้อยู่ในหัวกระโหลกไม่ใช่สมอง ถูกหลอกได้ง่ายๆถูกปั่นหัวได้ง่ายๆ พวกนี้พูดได้อย่างเดียวว่าโง่ฉิบหายเลย
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 161

    ฝานซืออิ๋งยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สมองทำงานไม่ทัน แค่นี้ก็ตอบตกลงแล้วหรือ?ซ่งเยี่ยนโจวตอบตกลงได้อย่างไร?“ท่าน...ท่านต้องคิดให้ดีนะ หากวันนี้ท่านหย่ากับข้า วันหน้าก็อย่าหวังว่าจะขอให้ข้ากลับมาคืนดีได้อีก!” ฝานซืออิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธซ่งเยี่ยนโจวหลุดหัวเราะออกมา เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุใดฝานซืออิ๋งจึงมีความมั่นใจในตัวเองเช่นนี้ตอนนั้นหลังได้รู้ว่าตนเองถูกวางหลุมพราง เขาก็เกลียดชังสตรีผู้นี้จนสุดหัวใจ แต่ยอมตกลงแต่งงานด้วยเพราะไม่ต้องการทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเขาตัดสินใจเด็ดขาดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ชีวิตนี้ยังจะพูดถึงจิตใจตรงกันผูกสมัครรักใคร่อันใดอีก?ภักดีต่อฮ่องเต้ ทดแทนคุณแผ่นดิน และปกป้องคนในครอบครัวได้ก็พอแล้วนอกเหนือจากนี้ไม่คาดหวังสิ่งใดทั้งนั้นแต่เขากลับทำไม่ได้เลยสักอย่าง ซ้ำร้ายสองปีมานี้ยังทำให้มารดาหนักใจ ทำให้น้องชายน้องสาวต้องเผชิญปัญหามากมายเมื่อซ่งจืออวี้ส่งพู่กันมาให้ ซ่งเยี่ยนโจวก็ตวัดพู่กันเขียนหนังสือหย่าทันทีลายมือคมกริบต่อเนื่องลื่นไหลราวกับว่าปรารถนาจะเขียนมานานแล้ว เพียงแต่เพิ่งมาได้เขียนเอาตอนนี้จนกระทั่งซ่งเยี่ยนโจวลงนามและประทับนิ้วมื

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 162

    เห็นคนตระกูลซ่งปล่อยให้ซ่งเยี่ยนโจวเขียนหนังสือหย่าโดยไม่มีใครขัดขวางสักคน เฉียนชิวเซียงก็เริ่มลนลานเสียแล้วหากไปจากตระกูลซ่ง พวกตนจะไปหาบ่อเงินบ่อทองแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก?ซืออิ๋งสามารถแต่งเข้าตระกูลซ่งได้เดิมก็อาศัยว่าโชคช่วย ถึงตอนนี้ซ่งเยี่ยนโจวจะกลายเป็นคนพิการ แต่ทรัพย์สมบัติของตระกูลซ่งยังคงอยู่ถ้าไปจากตระกูลซ่ง สตรีที่หย่าร้างคนหนึ่งจะสามารถหาที่พึ่งได้ดีเท่าไรเชียว? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องยอมให้นางส่งเงินมาช่วยเหลือจุนเจือบ้านเดิม“แม่เขย ท่านรีบเกลี้ยกล่อมเยี่ยนโจวสิ”เฉียนชิวเซียงเดินออกไปนอกประตูดึงหลิ่วหรูเยียนเข้ามา รอยยิ้มประจบเอาใจเกลื่อนใบหน้า ไม่ได้เย่อหยิ่งถือดีเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วเปลี่ยนสีหน้าไวจนชวนให้คนอึ้ง“ซืออิ๋งแค่โมโหไปชั่วขณะถึงได้พูดจาหุนหันพลันแล่นแบบนั้นออกมา บุพเพที่ได้มาอย่างยากเย็นนี้พูดว่าจะหย่าก็หย่าเลยได้อย่างไรกัน?”“อีกอย่าง สถานการณ์ของเยี่ยนโจวในตอนนี้ ข้างกายจำเป็นต้องมีคนดูแล ซืออิ๋งไปแล้วยังจะมีใครดูแลอีกเล่า?”“ซืออิ๋งเป็นเด็กที่ให้ความสำคัญกับญาติมิตร นางก็แค่เป็นห่วงน้องชายมากเกินไป”“อย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องที่ออกมาจากท้อ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 163

    “เจ้าว่าอะไรนะ?” ฝานซืออิ๋งตกตะลึง มือข้างหนึ่งชี้ตัวเองพลางเอ่ยเสียงแหลมสูง “เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ?”“ข้าขู่ท่านแล้วอย่างไรเล่า?” ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้วอย่างเกียจคร้าน “ยามนี้ทั้งเมืองหลวงมีใครไม่รู้บ้างว่าหลังหลินจือเยว่ถูกถอนหมั้นแล้ว ตอนนี้ตกต่ำลงแค่ไหน?”“เดิมทีข้าไม่อยากถือสาหาความท่าน แต่ท่านรนหาที่เอง อ้าปากหุบปากก็เอาแต่พูดว่าข้าหาเรื่องท่าน เช่นนั้นก็อย่ามาโทษที่ข้าหาเรื่องท่านจริงๆ ก็แล้วกัน!”“ข้าเป็นพี่สะใภ้ของเจ้านะ นังเด็กเมื่อวานซืนที่จะต้องออกเรือนไปไม่ช้าก็เร็ว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจากับข้าแบบนี้!”เพียะ!ซ่งรั่วเจินเงื้อมือตบไปหนึ่งฉาด“นังคนชั้นต่ำ เจ้ากล้าตบข้ารึ เจ้ากับข้าต้องตายกันไปข้าง!”ฝานซืออิ๋งโมโหจนตาแดงก่ำ เอื้อมมือเข้าไปหมายกระชากผมซ่งรั่วเจินแต่ซ่งรั่วเจินเพียงมองนางอย่างเฉยเมย แล้วเงื้อมือขึ้นตบอีกฉาดเพียะ!ตบทั้งสองครั้งล้วนใช้แรงไม่เบา ความเหยียดหยามยังหนักข้อยิ่งกว่าซ่งรั่วเจินรังเกียจครอบครัวฝานซืออิ๋งอย่างที่สุดอยู่เป็นทุนเดิม หากนางไม่ได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย คนดีๆ อย่างซ่งเยี่ยนโจวคงถูกนางทำร้ายจนตายทั้งเป็น!ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเป็นนางท

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 164

    “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”เฉียนชิวเซียงเห็นว่าแสร้งทำตัวน่าสงสารและโวยวายล้วนไม่มีประโยชน์ ตระหนักว่าซ่งรั่วเจินเป็นคนที่ไม่สามารถต่อกรด้วยง่ายๆ จึงไม่ร้องไห้โวยวายอีกเห็นที ซืออิ๋งจัดการคนอื่นในตระกูลซ่งได้หมดแล้ว แต่กลับมาแพ้ให้นังเด็กนี่?“ลงนามบนหนังสือหย่าเดี๋ยวนี้ หลังจากนั้นเก็บข้าวของจากไป ไม่อย่างนั้นเกรงว่าวันนี้พวกท่านสามคนได้เจ็บตัวแน่!”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพี่สามของตนเอง ซ่งจืออวี้รีบก้าวออกมาตีหน้าดุร้ายถมึงทึงซ่งเยี่ยนโจวมองน้องสาวของตนด้วยความประหลาดใจ ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเห็นนางก็พบว่านิสัยนางแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างมากเดิมทีนึกว่าหลังถอนหมั้นจึงมองทุกอย่างด้วยความชืดชากว่าเดิม นิสัยก็เปลี่ยนเป็นดื้อรั้นกว่าเดิมจนถึงชั่วขณะนี้ เขาจึงตระหนักว่าความเปลี่ยนแปลงของน้องสาวยังมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก“เยี่ยนโจว ท่านจะปล่อยให้นังเด็กร้ายกาจนี่มารังแกพวกข้าทั้งครอบครัวงั้นหรือ? ข้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องชอบธรรมของท่านนะ!”ฝานซืออิ๋งมองฝานเซี่ยงหรงที่ข้อไหล่หลุดสองข้าง ใบหน้ายังมีเหงื่อเย็นแตกพลั่ก ในใจก็อดหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้ ทำได้เพียงมองไปทางซ่งเยี่ยนโจวด้วยแววตาขอร้อ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 165

    กอบโกยผลประโยชน์ไปแล้วยังมาหาเรื่องกันอีกด้วย!แต่ขณะที่เฉียนชิวเซียงพูดแบบนั้นก็ได้ยินฝานเซี่ยงหรงโพล่งขึ้นด้วยความร้อนใจ“ท่านแม่ รีบหยุดผู้หญิงคนนี้ไว้เร็วเข้า!”เฉียนชิวเซียงหันกลับมา ก็พบว่าซ่งรั่วเจินไม่รู้จับมือฝานเซี่ยงหรงไปประทับรอยนิ้วบนกระดาษตั้งแต่เมื่อใด“กระดาษแผ่นนั้นเขียนอันใดเอาไว้?” นางรีบร้อนถามซ่งรั่วเจินปัดกระดาษในมือเบาๆ ใบหน้าเผยความพึงพอใจ“กระดาษแผ่นนี้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าฝานเซี่ยงหรงขอยืมเงินจากตระกูลซ่งของพวกข้า ทั้งยังประทับรอยนิ้วมือแล้วด้วย”“พวกท่านลงนามในหนังสือหย่าแล้วจากไป ข้าก็จะคืนหลักฐานการยืมเงินนี้ให้พวกท่าน หากไม่ลงนาม พวกข้าก็จะไปแจ้งความ”นางรู้จักคนประเภทนี้ดี ป่วยการที่จะถกด้วยเหตุผล ต่อกรกับคนถ่อยก็ต้องใช้วิธีการของคนถ่อยกุมจุดอ่อนเอาไว้แล้วบังคับให้พวกเขาทำตามไปเลยดีกว่า“พวกเจ้ากล้ารึ!” “ท่านคิดว่าข้าไม่กล้างั้นรึ?” ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว“พวกเจ้าไม่กลัวว่าเรื่องนี้ลือออกไปแล้วจะทำลายชื่อเสียงตระกูลซ่งอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าเป็นตระกูลใหญ่โตมีกิจการมากมาย จะใส่ใจเงินแค่นี้ไปทำไม?”“เงินแค่นี้?” หลิ่วหรูเยียนอดโมโหไม่ได้ “ท่านร

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 166

    เมื่อฝานซืออิ๋งลงนามและประทับรอยนิ้วมือเสร็จ ซ่งเยี่ยนโจวก็เก็บหนังสือหย่าฉบับหนึ่งในนั้น ก้อนหินหนักอึ้งในใจราวกับหล่นลงบนพื้น รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัวอย่างอธิบายไม่ถูก“นับแต่บัดนี้ สองฝ่ายแยกทาง ไม่ติดค้างต่อกันอีก”ฝานซืออิ๋งจ้องซ่งเยี่ยนโจวเขม็ง เห็นว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขาปราศจากความเสียใจและความอาลัยอาวรณ์แม้เศษเสี้ยว ก็รู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกพวกตนแต่งงานกันแล้วแท้ๆ ผู้ใดจะคาดคิดว่าชายผู้นี้จะใจจืดใจดำเช่นนี้ ในใจไม่มีนางอยู่เลยสักนิด!“หนังสือหย่าเขียนเสร็จแล้ว ตอนนี้ส่งหลักฐานการยืมเงินมาได้แล้วกระมัง?” เฉียนชิวเซียงรีบเอ่ยขึ้นซ่งรั่วเจินส่งหลักฐานการยืมเงินในมือไปให้ “ให้ท่าน”เฉียนชิวเซียงดึงมากวาดสายตามองแวบเดียวก็ฉีกเป็นชิ้นๆ!“ตระกูลซ่งช่างงามหน้าเหลือเกิน พวกเจ้าใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้อื่น หาคนดีไม่ได้สักคน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ครอบครัวพวกเจ้า บางคนตาบอด บางคนพิการ ยังมีคนมุทะลุไร้หัวคิด กับลูกสาวขึ้นคานที่ขายไม่ออก นี่ก็คือกรรมตามสนอง!”น้ำเสียงแหลมประหนึ่งเคลือบพิษร้าย เฉียนชิวเซียงที่ฉีกหน้ากันไปแล้วไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีก จึงเผยโฉมหน้าอัปลักษณ์ที่แท้จริงออก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 167

    ทั้งที่ไม่มีสิ่งใดให้ต้องละอายใจแท้ๆ แต่กลับไม่ได้มีจุดจบที่ดี“ช่างเถอะ ตอนนี้ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกเขาแล้ว หย่าก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเกรงว่าวันหน้าคงมีเรื่องให้กลุ้มใจไม่หยุดหย่อน”หลิ่วหรูเยียนคลี่ยิ้ม “ขอแค่พี่ใหญ่ของเจ้าสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง”“ท่านแม่พูดถูก ผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ไปได้ ไม่ว่าสำหรับข้าหรือพี่ใหญ่ ความจริงล้วนแต่เป็นเรื่องดี”ดวงตาซ่งอี้อันฉายแววจริงจัง เขาในตอนนี้รู้สึกยินดียิ่งนักที่ไม่ได้แต่งงานกับจ้าวซูหว่าน ส่วนพี่ใหญ่กับฝานซืออิ๋งไม่เหมาะสมกันแต่แรกแล้ว แยกทางกันแต่เนิ่นๆ วันหน้าจึงจะได้มีชีวิตที่ดี“ไม่ผิด” ซ่งเยี่ยนโจวยิ้มออกมา “จนถึงตอนนี้ ข้าค่อยรู้สึกเหมือนได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง”“เยี่ยนโจว ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ยอมบอกว่าเหตุใดจึงต้องการแต่งงานกับฝานซืออิ๋ง ตอนนี้คงพูดได้แล้วกระมัง?” หลิ่วหรูเยียนถามซ่งเยี่ยนโจวบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตออกมา รวมถึงว่าตอนนั้นเขาถูกวางอุบายอย่างไร พอฟื้นขึ้นมาก็เห็นฝานซืออิ๋งนอนอยู่ข้างกายเขาฉากนั้นมีคนมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ สุดท้ายจึงต้องแต่งงานกับฝานซืออิ๋งอย่างไร้ทาง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 168

    “นางยังไม่ได้แต่งงานหรือ?”ความเหลือเชื่อวาบผ่านดวงตาซ่งเยี่ยนโจวพวกซ่งรั่วเจินสบตากัน หลิ่วหรูเยียนยิ่งเงียบงันไม่เอ่ยวาจาเหตุใดจึงไม่แต่งงาน พวกเขาคาดเดาในใจ เป็นไปได้มากว่าคงยังไม่ลืมซ่งเยี่ยนโจวแต่คำพูดนี้...ก่อนหน้านี้พวกเขาคนไหนก็ไม่สะดวกจะเอ่ยออกมา ยิ่งรู้เรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อลั่วชิงอิน“พี่ใหญ่ ในเมื่อแม่นางลั่วยังไม่แต่งงาน ตอนนี้ท่านก็หย่าแล้ว ไม่อย่างนั้น...”ความคิดของซ่งจืออวี้เรียบง่ายที่สุดแล้ว ทั้งไม่ได้ห่วงพะวงอะไรมากมาย อย่างไรเสียยามนี้คนทั้งสองล้วนแต่ไร้พันธะ ขอเพียงพวกเขายินดีก็ยังสามารถสานบุพเพได้อีกครั้งแต่เขายังพูดไม่จบก็ถูกซ่งเยี่ยนโจวตัดบทเสียก่อน“อย่าพูดเหลวไหล!”ซ่งเยี่ยนโจวลดสายตามองล่าง ขนตาทอดเงาจางๆ อำพรางแววตาของเขาเอาไว้ ทำให้มองความรู้สึกของเขาไม่ออก แต่สามารถสัมผัสได้ถึงความอ้างว้าง“ตอนนี้ข้าอยู่ในสภาพนี้เสียแล้ว ยังจะคู่ควรกับนางอีกได้อย่างไร? อย่าพูดอะไรเหลวไหล จะทำให้นางเสื่อมเสียได้”ซ่งจืออวี้พยักหน้า เข้าใจความกังวลของซ่งเยี่ยนโจว “พี่ใหญ่วางใจ ข้าแค่พูดที่บ้านเท่านั้น ไม่เอาไปพูดส่งเดชข้างนอกเด็ดขาด”นี่เพิ่งจะหย่า หากม

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 994

    ฉู่จวินถิงสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของซ่งรั่วเจิน ไหวพริบบ่งบอกว่ามีปัญหาซ่งรั่วเจินส่ายหน้าเบาๆ “เพียงแต่ได้ยินจงเฟยพูดเรื่องบูชาเซียนโบตั๋นจึงรู้สึกแปลกอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าใช่เซียนโบตั๋นที่หม่อมฉันรู้จักหรือไม่”นางเคยได้ยินเรื่องเซียนโบตั๋นมาก่อน เป็นสิ่งที่สตรีบูชาจริง เซียนบุปผา มีสรรพคุณช่วยคืนความอ่อนเยาว์ เพียงแต่ภายในนี้กลับมีเคล็ดลับบางอย่าง ทำให้คนเสพติดอย่างง่ายดาย สุดท้ายลุ่มหลงจนยากจะถอนตัวขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีหากเป็นคนฝีมือโหดเหี้ยม ก็สามารถใช้ของสิ่งนี้แลกเปลี่ยนโชคชะตาได้ น่ากลัวอย่างมากจงเฟยมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ตนเองเก็บไว้บูชาเองก็พอ ทว่านางกลับนำมามอบให้ฮองเฮา แปลกเกินไปแล้วกระมัง“พูดให้ฟังเถอะ”ฉู่จวินถิงกลับไม่รีบร้อนจากไป เอียงหูฟัง รอฟังคำพูดของว่าที่ฮูหยินอย่างอารมณ์ดีแท้จริงแล้ว ไม่ว่าเจินเอ๋อร์พูดอะไร เขาล้วนอยากฟัง“หม่อมฉันเคยเห็นเซียนโบตั๋นมาก่อน ทำให้สตรีงดงามอ่อนเยาว์ผ่านการบูชาอาหาร หากจริงใจมากเพียงพอ ยังสามารถใช้เลือดเป็นเครื่องบูชาได้ ผลลัพธ์ดีมากนัก”“เพียงแต่จะทำให้สตรีลุ่มหลง กลายเป็นรีบร้อนอยากได้ผลลัพธ์ จากนั้นยากจะถอนตัวขึ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 993

    วังหลังวันนี้ซ่งรั่วเจินและฉู่จวินถิงเข้าวังไปขอบพระทัยความเมตตาด้วยกัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นความครึกครื้นทั้งภายในภายนอกตำหนักของฮองเฮายังไม่ทันเข้าไปก็ได้ยินเสียงตวนเฟยดังออกมาจากภายใน“ระยะนี้น้องหญิงจงเฟยงดงามมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว คนเองก็สดใสมีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษ ผิวพรรณขาวเปล่งปลั่ง ข้าถามนางว่าใช้เคล็ดลับอะไร นางก็ไม่ยอมบอกข้า ต่อมาข้ายังเห็นด้วยตนเอง”ตวนเฟยมองเซียนโบตั๋นข้างห้องบรรทมของฮองเฮาแวบหนึ่ง สายตาสะท้อนแววละโมบ“ที่แท้นางก็ตั้งใจขอเซียนโบตั๋นจากพระผู้ทรงศีล เพื่อรักษาความเยาว์วัยของสตรี ทำให้งดงามมีเสน่ห์!”เพียงถ้อยคำนี้พูดออกมา สนมคนอื่นก็ตาร้อนผ่าว ความเปลี่ยนแปลงของจงเฟยในระยะนี้ พวกนางล้วนเห็นอยู่ในสายตา ฝ่าบาทเองก็ประทับค้างแรมกับจงเฟยที่นั่นติดต่อกันหลายคืน ใครจะไม่อิจฉากันเล่า?สนมภายในวังมีไม่น้อย พวกเขาทำเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท ปกติทำทุกวิธี ก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลบัดนี้ได้เห็นจงเฟยได้รับความโปรดปรานมากขึ้นทุกที แต่ละคนร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว“เดิมทีคิดว่าจงเฟยจะซ่อนไว้ คิดไม่ถึงเลยว่ายังมอบให้ฮองเฮาอีกด้วย น้องหญิงจงเฟยจริงใจต่อฮองเอาจริงๆ!

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 992

    “บัดนี้ข้าและองค์หญิงเพียงแต่มีปัญหากันเล็กน้อยเท่านั้น รอข้าไปอธิบายให้ชัดเจน ทั้งหมดย่อมกลับมาเป็นเหมือนเดิม”เสิ่นหวยอันพูดอย่างมีเหตุผล ชนิดที่ว่าหน้าตายังเผยแววลำพองใจ “เจ้าคิดดูให้ดี หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก่อเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมา ป่านนี้คงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”“ส่วนข้า ก็แค่ถูกโบย สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างว่องไว หรือเจ้าไม่เข้าใจความหมายกันเล่า?”“ตกลงเจ้าจะพูดอะไร?” เสิ่นจวินเจ๋อหรี่ตาลง สังเกตเห็นปัญหาแล้ว เสิ่นหวยอันมั่นใจในตนเองเกินไป“เหตุที่องค์หญิงทำเช่นนี้ ก็เพราะหึงหวงเท่านั้น” เสิ่นหวยอันหัวเราะเบาๆ ลูบแต่งผมและพูด “องค์หญิงมีจิตปฏิพัทธ์ต่อข้า เพียงแต่เห็นซ่งปี้อวิ๋นอยู่ข้างกายข้ามาโดยตลอด เข้าใจผิดคิดว่าข้าและนางมีความสัมพันธ์กัน นี่ถึงเป็นเช่นนี้”“ระหว่างสตรีย่อมหนีไม่พ้นความหึงหวง นี่คือเรื่องธรรมดาอย่างมาก เพียงแต่องค์หญิงอารมณ์รุนแรงอยู่บ้าง นี่ถึงโบยข้า”“หากไม่รัก นางก็คงไม่โมโหถึงเพียงนี้ เจ้าเข้าใจหรือไม่?”เสิ่นจวินเจ๋อชะงักไปในทันใด ครู่ต่อมาคิดว่าสายตาของฉู่มู่เหยาไม่น่าจะแย่ถึงเพียงนี้ เพียงแต่ลองคิดดูแล้วเขาก็เริ่มไม่มั่นใจเพราะเสิ่นหวยอันมั่นใจในตน

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 991

    ได้ยินคำพูดของอวิ๋นเฉิงเจ๋อ ภายในสายตาอวิ๋นเนี่ยนชูเปี่ยมความแปลกใจ มากที่สุดคือต้องการรู้เหตุผลทั้งหมดตกลงเป็นเพราะอะไร?เพราะเหตุใดหลายปีมานี้ ทั้งๆ ที่นางแสดงความชอบของตนออกมาไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ทว่าญาติผู้พี่กลับหลบเลี่ยงนางมาโดยตลอด นางต้องการคำตอบหนึ่ง กลับไม่ได้รับทั้งๆ ที่ดีต่อนางถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่ภายในใจมีนางมาโดยตลอด เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?อวิ๋นเฉิงเจ๋อเอ่ยปากพูดเสียงขมปร่า นี่ถึงพูดความคิดที่เก็บซ่อนไว้ภายในใจตลอดหลายปีมานี้ออกมา...อวิ๋นเนี่ยนชูได้ยินทั้งหมดนี้ สายตาสะท้อนแววเหลือจะเชื่อ ยากจะเชื่อได้ว่าทั้งหมดนี้ถึงขั้นยังมีเรื่องที่นางไม่รู้มากถึงเพียงนี้“ดังนั้น...พวกเราไม่ใช่ญาติพี่น้องแท้ๆ?”อวิ๋นเนี่ยนชูเผยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด นี่คือเรื่องที่นางไม่เคยรู้ หลายปีมานี้ญาติผู้พี่ก็ไม่เคยพูดมาก่อนอวิ๋นเฉิงเจ๋อพยักหน้า “ปีนั้นข้าถูกทิ้งไว้ที่ประตูเรือนด้านหลัง หากไม่ใช่ท่านแม่ใจดีรับเลี้ยงข้า ข้าคงตายไปตั้งนานแล้ว...”หลายปีมานี้เขาเคยคิดอยู่หลายค่ำคืน บิดามารดาแท้ๆ ของเขาเป็นใคร เหตุใดต้องทิ้งเขา บางครั้งก็เกลี้ยกล่อมตนเอง คิดถึงปัญหาเหล่านี้ไปล้วนไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 990

    เพียงเอ่ยปาก โทสะทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมาแล้วความเจ็บปวดและอึดอัดใจที่สั่งสมอยู่ภายในใจล้วนระเบิดออกมาในเวลานี้อวิ๋นเฉิงเจ๋อได้ยินอวิ๋นเนี่ยนชูพูดเช่นนี้เป็นครั้งแรก มองนางตวาดถามไล่เรียงตนเอง ภายในใจเปี่ยมความรู้สึกผิด“ขอโทษ ล้วนเป็นความผิดของข้า”เห็นสายตาเปี่ยมความรู้สึกผิดของฝ่ายชาย อวิ๋นเนี่ยนชูตาแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “เดิมทีทั้งหมดนี้ก็เป็นความผิดของท่านอยู่แล้ว! เหตุใดท่านไม่บอกข้าเร็วสักหน่อย ท่านรู้ว่าหลายปีมานี้ข้าฝืนได้ลำบากมากเพียงใดหรือไม่?”“ในเมื่อท่านไม่พูดมาโดยตลอด เหตุใดไม่เก็บเอาไว้ชั่วชีวิตเล่า?”น้ำตานางไหลลงมา ตลอดหลายปีมานี้ไม่ตอบรับความรู้สึกนาง นี่ทุกข์ใจมากเพียงใด?นางอยากบริภาษเขาแรงๆ อยากทุบตีเขา ชนิดที่ว่าอยากไม่สนใจเขาอีก ทำให้เขาเสียใจภายหลังไปชั่วชีวิตเพียงแต่ ยามได้เห็นของเหล่านั้นที่เขาซ่อนไว้ภายในห้อง รวมถึงภาพเหมือนของนางที่วาดไว้นับไม่ถ้วนยามค่ำคืน นางก็อยากร้องให้อย่างอดไม่ได้...“เป็นความผิดของข้าเอง ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของข้า เจ้าตีข้าด่าข้าโทษข้า ล้วนสมควรทั้งสิ้น”อวิ๋นเฉิงเจ๋อสืบเท้าขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ภายในสายตาเปี่ยมความเอ็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 989

    “อะไรนะ?” อวิ๋นเนี่ยนชูชะงัก ภายในสายตาสะท้อนความตกตะลึงทั้งๆ ที่ตลอดมาล้วนเป็นนางตอแยญาติผู้พี่หากไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้นางทำเช่นนี้มาโดยตลอด คาดว่าญาติผู้พี่ก็คงไม่ชอบนาง ทว่าได้ยินคำพูดของมารดาแล้ว เหตุใดญาติผู้พี่ถึงผลักทั้งหมดนี้ลงบนศีรษะของเขาเล่า?“เฉิงเจ๋อพูดว่าเขาพยายามสอบสร้างผลงานก็เพื่อจะได้คู่ควรกับเจ้า จะได้มีโอกาสสู่ขอเจ้า”“หากเปลี่ยนเป็นในอดีต ข้าจะต้องไม่เห็นด้วยที่พวกเจ้าคบหากัน บัดนี้ผ่านเรื่องมามากถึงเพียงนี้ ความคิดของแม่ก็เปลี่ยนไปไม่น้อย”“หากเจ้าชอบเฉิงเจ๋อจริง ข้าเองก็ไม่คัดค้าน แต่หากเจ้าไม่ชอบ...”สีหน้าจางเหวินสับสน ก่อนหน้านี้เคยเห็นท่าทางของเด็กทั้งสอง ไม่ว่ามองอย่างไรเนี่ยนชูก็ไม่คล้ายไม่ชอบเฉิงเจ๋อ“ข้าชอบญาติผู้พี่เจ้าค่ะ” อวิ๋นเนี่ยนชูตอบอย่างไม่ลังเล “ข้าชอบญาติผู้พี่มาโดยตลอด”มองเห็นท่าทางมุ่งมั่นของลูกสาว จางเหวินรู้สึกเอือมระอาระคนโชคดีอยู่บ้าง “ช่างแล้วๆ น้ากู้ของเจ้าพูดถูกแล้ว ลูกหลานมีความสุขของลูกหลาน พวกเจ้าคบหากันก็เป็นพวกเจ้าสร้างขึ้น”“แม้ว่าปีนั้นเฉิงเจ๋อทำไม่ถูก ไม่สมควรเกิดความคิดต่อเจ้า แต่ข้าล้วนเห็นความพยายามของเขาตลอดหลา

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 988

    ยิ่งไปกว่านั้น ขอเพียงเขาพยายาม เขาเชื่อว่าตนเองจะต้องมีอนาคตแน่ตระกูลตกต่ำ บิดามารดาจากไปก่อนวัยอันควร เดิมทีเขาก็เป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่ง ไม่แน่ว่าอาจตายที่ข้างถนนตั้งนานแล้ว บัดนี้ไม่เพียงมีข้าวกิน มีเสื้อผ้าสวมใส่ ท่านน้ายังเชิญอาจารย์มาสอนหนังสือเขา เขาไม่มีวันอกตัญญูเขาคิด...รออีกหน่อย รอจนเขามีความสามารถ รอจนเขาฉายแววโดดเด่น บางทีอาจมีโอกาสขอท่านน้าแต่งงานกับเนี่ยนชูทว่า ขณะเขากำลังตรากตรำร่ำเรียนอยู่นั้น ในที่สุดก็ได้รับคำชมจากอาจารย์ ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวง อาจารย์ของสำนักศึกษาหลวงเองก็ชื่นชมว่าเขาจะต้องมีโอกาสสอบผ่านขุนนางแน่ ตอนเขาคิดว่าตนเองอาจจะสามารถตอบรับความรู้สึกของเนี่ยนชูได้ กลับได้ยินท่านน้าและแม่นมพูดสนทนากันที่แท้...เขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของบิดามารดาลูกของมารดาตายไปตั้งนานแล้ว ส่วนเขาคือเด็กที่วันนั้นถูกทิ้งไว้หน้าประตูเรือนด้านหลังของมารดาเดิมทีมารดาก็ยากจะยอมรับความเจ็บปวดได้ อีกทั้งยังสงสารเขา หมอพูดว่าร่างกายนางเสียหาย ภายภาคหน้ายากจะมีลูกได้อีก นี่ถึงรับอุปการะเขา ประกาศต่อโลกภายนอกว่าเขาเป็นลูกของตนเขาเป็นแค่เด็กถูกทิ้งคนหนึ่ง เศษสวะที่ไม่ยอมหนาว

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 987

    ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “ข้าเคยไม่สนับสนุนเจ้าตั้งแต่ยามใด? แต่ไหนแต่ไรมาข้าล้วนสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้า”ก่อนหน้านี้นางทำนายมาก่อนแล้ว ภายในเรื่องนี้มีเงื่อนงำซ่อนอยู่มากมาย อวิ๋นเฉิงเจ๋ออ่อนแอเกินไปสำหรับเรื่องนี้ ไม่มีความรับผิดชอบมากเพียงพอเพียงแต่ หากไม่เคยผ่านความทุกข์ของผู้อื่น ก็ไม่สามารถตัดสินตามใจได้อวิ๋นเฉิงเจ๋อกลายเป็นเช่นนี้ ย่อมหนีไม่พ้นประสบการณ์ที่เขาเคยเจอมาในช่วงหลายปีมานี้เรื่องเดียวกัน บางคนมีความรับผิดชอบที่แข็งแกร่งมาก ไม่ได้รับผลกระทบใด แต่บางคนคิดอ่านอย่างละเอียด ยากจะสามารถรับได้ใต้หล้ากว้างใหญ่ รวมทุกสรรพสิ่งไว้แล้ว ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นเพราะตนเอง นางย่อมไม่วู่วามสอดมือเข้าไปอวิ๋นเนี่ยนชูยิ้มกว้าง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์เป็นเช่นไรข้าก็ไม่ใส่ใจแล้ว หากไม่พูดเรื่องนี้ออกมา ข้าจะต้องเสียใจภายหลังแน่”“ตอนนี้ท่านป้าจ้างกำลังอยู่กับท่านแม่ข้า รอกลับไปแล้วค่อยหาโอกาสพูดเถอะ”ซ่งรั่วเจินจิกนิ้วทำนาย ภายในสายตาเผยแววประหลาดใจ เปลี่ยนคำพูด “ดูท่าแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดออกจากปากของตนแล้วล่ะ”อวิ๋นเนี่ยนชูสงสัย “หมายความว่าอะไร?”“ญาติผู้พี่เจ้าพูด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 986

    ตอนนั้นสมองของนางขาวโพลน ชนิดที่ว่ายังเจือความขุ่นเคืองระคนเขินอายอีกด้วย คิดว่าญาติผู้พี่จำคนผิดไปจนกระทั่งได้ยินเขาพูดพึมพำชื่อของนางไม่หยุด ได้เห็นน้ำตาเจืออยู่ในสายตาของเขา ความรู้สึกของนางก็ซับซ้อนขึ้นมาจากนั้น นางประคองญาติผู้พี่เข้าห้อง ได้ยินเขาพูดพึมพำภายในความฝัน เรียกชื่อของนางเบาๆตอนจากมา นางชนเข้ากับหนังสือบนโต๊ะของเขาโดยไม่ทันระวัง ตอนหยิบของขึ้นมา จู่ๆ ก็ได้พบภาพวาดของตนถูกซ่อนไว้ด้านในบนภาพวาดนั้นเป็นนางสวมใส่ชุดที่ไปฟังเรื่องเล่านางเปิดลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือตัวนั้นออกดู พบว่าภายในล้วนเป็นภาพวาดของนางไม่เพียงแค่นางในตอนนี้ ยังมีนางในอดีต ทั้งหมดล้วนวาดเองกับมือของญาติผู้พี่คิดดูอย่างละเอียดแล้ว ตอนเด็กนางยังเคยไปที่ห้องของญาติผู้พี่ ต่อมาหลังความรักผลิบานในหัวใจก็ชอบไปหาญาติผู้พี่เพียงแต่จู่ๆ อยู่มาวันหนึ่ง ญาติผู้พี่บอกนางด้วยท่าทางเคร่งขรึมอย่างมาก นางเป็นหญิงสาวแล้ว ไม่สามารถเข้าห้องผู้ชายตามสะดวกได้ นางถึงเข้ามาน้อยครั้งทว่าชั่วขณะได้เห็นภาพวาดมากมายนี้ นางถึงเข้าใจอย่างชัดเจน เหตุใดญาติผู้พี่ไม่ให้นางเข้าห้องเพราะภายในห้องของเขามีของมากมายที

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status