Share

บทที่ 16

Penulis: จี้เวยเวย
ไต้ซือเทียนสุ่ยรับคำสั่งจากฉินซวงซวง สายตาที่ทอดมองซ่งรั่วเจินเองก็เจือไอเย็น สตรีผู้นี้บังอาจมาทำลายช่องทางทำมาหากินของเขา เขาจะจัดการให้หนักเลยทีเดียว!

ครู่ถัดมา เขามองผีน้อยที่ตนเลี้ยงอย่างลำพองใจ เขาต้องเสียแรงไปมากถึงจะเลี้ยงออกมาได้ ยังได้รับคำชี้แนะจากผู้มีวิชาจึงมีความสามารถเช่นนี้

สายตาซ่งรั่วเจินเองก็ตกลงบนตัวผีน้อย ผีน้อยตัวนี้อายุราวหกถึงเจ็ดขวบเท่านั้น เพราะถูกเลี้ยงดูอย่างดี รูปร่างกลับไม่น่ากลัว เพียงแต่กลิ่นอายชั่วร้ายยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าคือวิญญาณอาฆาตตนหนึ่ง

ตายอย่างไม่เป็นธรรม จึงสั่งสมไอแค้นไว้มาก

ในฐานะคนของสำนักวิชาเต๋า เผชิญหน้ากับวิญญาณอาฆาตเช่นนี้สมควรหาวิธีกำจัดความอาฆาตพยาบาท ช่วยเหลือเขาให้ไปเกิดใหม่ในเร็ววัน

ไต้ซือเทียนสุ่ยผู้นี้ ใช้ประโยชน์จากความอาฆาตพยาบาทเล็กน้อยนี้ ทำให้กลายเป็นกลวิธีหาเงิน

“ไต้ซือเทียนสุ่ย ชาตินี้ข้ายังมีหวังจะหาตัวลูกสาวของข้าพบอีกหรือไม่?” สวีฮูหยินเอ่ยถามอย่างร้อนใจ

ไต้ซือเทียนสุ่ยแสร้งหยิบกระดองเต่าออกมา ใส่แผ่นเหล็กสองชิ้นเข้าไปภายใน ปากบ่นงึมงำสวดคาถาขึ้นมา

สกุลสวีตามหาลูกสาวคนนี้มานานนับสิบกว่าปีแล้ว กลับหาไม่พบมาโดยตลอด หากไต้ซือเทียนสุ่ยสามารถหาคนพบได้จริง นั่นก็ไม่มีอันใดดีไปมากกว่านี้แล้ว

ไต้ซือเทียนสุ่ยฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญ จากนั้นพลังที่คุ้นชินกลับไม่แผ่ออกมา แผ่นเหล็กในกระดองเต่าก็ตกลงบนโต๊ะ

“เกิดอะไรขึ้น?”

ไต้ซือเทียนสุ่ยหันมองผีน้อยทางข้างหลังอย่างรวดเร็ว ผีน้อยมีพลังวิญญาณอยู่บ้าง ใช้งานผ่านวิธีนี้ย่อมมอบเบาะแสให้บางส่วน ทว่าบัดนี้ถึงขั้นไม่มีอันใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ถัดมา ยามเขาหันหน้ากลับมาก็พบว่าปากของผีน้อยที่ตนเลี้ยงคล้ายถูกผนึกไว้แล้ว ขณะเดียวกันกำลังดิ้นอย่างรุนแรง แต่กลับคล้ายมีพลังงานไร้รูปร่างสายหนึ่งควบคุมเอาไว้ทำให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย

“นี่...เหตุใดเป็นเช่นนี้?”

ซ่งรั่วเจินยกมุมปากยิ้มเยาะ “ไต้ซือเทียนสุ่ย การแสดงเลี้ยงดูผีน้อยพรรค์นี้ ยามอยู่ต่อหน้าข้าไม่พอให้ชายตาแลหรอกนะ”

คำนี้พูดออกมา สีหน้าไต้ซือเทียนสุ่ยเปลี่ยนไป สายตาตื่นตะลึงอย่างหนักสะท้อนออกมาแวบหนึ่ง

ซ่งรั่วเจินถึงขั้นมองเห็น!

ครู่ถัดมา ซ่งรั่วเจินเหยียดนิ้วมือและงอทีหนึ่ง ผีน้อยตัวนั้นก็เดินไปหยุดข้างกายนางอย่างเชื่อฟัง

“ไต้สือเทียนสุ่ย นี่หมายความว่าอย่างไร?”

สวีฮูหยินเห็นท่าทีของไต้ซือเทียนสุ่ยเปลี่ยนเป็นตกตะลึงหวาดกลัวอย่างฉับพลัน ทันใดนั้นในใจก็ให้ตกตะลึงไปชั่วขณะ มิใช่ว่าบุตรสาวของนางตายไปแล้วกระมัง?

ไต้ซือเทียนสุ่ยยากจะลงจากหลังเสือแล้ว ทำได้เพียงแสร้งสุขุม “ฮูหยิน ลูกสาวของท่านวาสนาตื้นเขิน ถูกกำหนดให้ต้องอยู่ห่างไกลพันลี้ แต่ลูกสาวของท่านยังมีชีวิตอยู่บนโลก ด้วยวิชาเต๋าของข้าในตอนนี้ ทำนายได้เพียงลูกสาวของท่านอยู่ทางทิศอาคเนย์ หากต้องการตามหาก็สามารถไปหาทางทิศนี้ได้”

“มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว ๆ ” สวีฮูหยินถอนหายใจโล่งอกเฮือกหนึ่ง นี่ก็คือข่าวดีที่สุด

“ไต้ซือ สามารถบอกให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้ได้หรือไม่? ขอเพียงสามารถหาลูกสาวของข้าพบ เงินมากน้อยเพียงใดข้าก็ยินดีมอบให้!”

“ความลับสวรรค์มิอาจเปิดเผย แม้ข้าสามารถคำนวณหาตำแหน่งของนางได้ แต่เรื่องของวาสนาก็คือสวรรค์กำหนด ผู้อื่นไม่สมควรเข้าไปยุ่ง มิเช่นนั้นภัยจะย้อนเข้าตัว”

ฉินซวงซวงมองเทียนสุ่ยอย่างไม่พอใจ นางรู้ความสามารถของคนผู้นี้ ขอเพียงคำนวณออกมาแม่นยำยิ่งกว่านี้ได้ คำพูดของซ่งรั่วเจินก็จะกลายเป็นแพ้ภัยตนเอง ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกแล้ว!

บัดนี้โอกาสอันดีก็วางอยู่ตรงหน้า เขาถึงขั้นคำนวณออกมาไม่ได้?

เทียนสุ่ยกระวนกระวายคุมสติไม่อยู่ ไฉนเลยยังจะสนใจฉินซวงซวงอีก?

เห็นดังนั้น สวีฮูหยินเผยสีหน้าผิดหวัง สาวใช้ข้างกายจึงพูดปลอบ “ฮูหยิน ขอเพียงคุณหนูยังมีชีวิตอยู่ จะต้องมีวันได้พบหน้ากันอีกเป็นแน่”

ซ่งรั่วเจินเองก็สำรวจหน้าตาของสวีฮูหยินเฉกเดียวกัน เห็นสามีภรรยามีดวงชะตาดี แม้ด้านลูกชายลูกสาวขาดหายไปบ้าง แต่ก็เริ่มสมบูรณ์แล้ว มิใช่สัญญาณของการพลัดพราก

“สวีฮูหยิน ข้าขอดูมือขวาของท่านได้หรือไม่?”

อันที่จริงสวีรั่วหลานไม่เชื่อซ่งรั่วเจิน กระนั้นเห็นนางเอ่ยปากพร้อมไปด้วยมารยาท ก็ยื่นมือออกไป

ซ่งรั่วเจินตรวจลวดลายบนฝ่ามือ มั่นใจในการตัดสินใจของตนแล้ว

“ลูกสาวท่านยังมีชีวิตอยู่จริงๆ”

ได้ยินแล้ว ซุนฮั่นเฟยก็หัวเราะออกมา “ข้าว่าญาติผู้น้อง เมื่อครู่ไต้ซือเทียนสุ่ยเองก็พูดคำนี้มาก่อนแล้ว เจ้าพูดเช่นนี้ยังมีความหมายอันใดอีก? มีความสามารถเจ้าก็หาคนออกมา นั่นต่างหากจึงจะยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”

“รั่วเจิน ข้ารู้เจ้ามีโทสะภายในใจ ต่อให้ไม่ชอบแม่นางฉินก็ไม่ควรพูดให้ร้ายไต้ซือเทียนสุ่ย ยังสร้างเรื่องต่อไปเช่นนี้ ที่ขายหน้าก็คือทั้งสกุลซ่งนะ”

หลิ่วเฟยเยี่ยนรีบถลันออกมา แม้คล้ายพูดเกลี้ยกล่อม แต่พูดไปพูดมากลับใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของซ่งรั่วเจิน

“ต่อให้ข้าทำให้สกุลซ่งเสียหน้าจริงก็ไม่เกี่ยวอันใดกับท่าน ตรงข้ามกันท่านน้ายังไม่รู้ผล ทุกถ้อยคำก็พูดว่าข้าใส่ร้าย ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เข้าใจเพราะเหตุใดญาติผู้พี่จึงยื่นแขนออกนอกบ้านเข้าข้างผู้อื่น ที่แท้ก็เรียนรู้มาจากท่านน้านี่เอง!”

สีหน้าหลิ่วเฟยเยี่ยนแข็งทื่อ นางก็คิดเช่นนี้จริง แต่คิดไม่ถึงว่าจะถูกซ่งรั่วเจินเปิดโปงอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้

“แม่นางซ่ง เจ้าไม่ชอบข้าก็ช่างเถอะ ซุนฮูหยินเป็นน้าของเจ้า เหตุใดเจ้าพูดเช่นนี้?” ฉินซวงซวงขมวดคิ้วพลางพูด

“แม่นางฉินช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ชี้แนะอดีตคู่หมั้นข้าให้มอบของขวัญ บัดนี้ก็มาสอนข้าให้เป็นคนดี เจ้ามีหลักการยิ่งใหญ่เพียงนี้ เหตุใดไม่มีใครสอนเจ้าว่าไม่ควรยั่วยวนชายมีคู่หมั้นแล้วกันเล่า?” ซ่งรั่วเจินเยาะหยันทีหนึ่ง สายตาสุกสกาวมองนางอย่างสงสัย

ฉินซวงซวงรู้สึกเก้อกระดากขึ้นมาในทันใด ครู่ถัดมาดึงมือหลินจือเยว่ ฝ่ายหลังเตรียมอ้าปาก ซ่งรั่วเจินก็เลิกคิ้ว “อะไรกัน? ท่านเองก็จะสอนข้าให้เป็นคนดีด้วยหรือ?”

คำพูดที่กำลังจะหลุดจากปากหลินจือเยว่กลืนกลับไปแล้ว

“ความหมายของแม่นางซ่งก็คือ สามารถหาตัวแม่นางสวีพบงั้นหรือ?” ฉินซวงซวงกำหมัดแน่น เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันภายในใจ ใบหน้าไม่เผยอารมณ์ใดออกมา

ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “แน่นอน!”

สวีฮูหยินจับมือนางอย่างตื่นเต้น “แม่นางซ่ง ที่เจ้าพูดเป็นความจริงกระนั้นหรือ? ขอเพียงเจ้าสามารถช่วยข้าหาลูกสาวพบ ข้าจะจดจำบุญคุณยิ่งใหญ่นี้เอาไว้ ภายภาคหน้าหากมีเรื่องใดต้องการให้สกุลสวีของพวกเราช่วยเหลือก็ขอให้พูดออกมาตามตรง”

“ลูกสาวของท่านก็อยู่ที่นี่แล้ว”

คำนี้พูดออกมา ทุกคนที่นี่ล้วนตะลึงงัน ถัดมาหันมองทุกทิศทาง ซ่งรั่วเจินกำลังพูดอะไร?

“เจ้าไม่รู้ตั้งแต่แรก ไฉนเลยพูดส่งเดชออกมาได้?” หลินจือเยว่ทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว “หรือเจ้าไม่รู้สวีฮูหยินเพื่อตามหาลูกสาวต้องลงแรงไปมากน้อยเพียงใด เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวก็ทำให้ผู้อื่นเสียใจ เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ไร้เหตุผลจริงๆ!”

ฉินซวงซวงเองก็ไม่เข้าใจ “แม่นางซ่ง แม่นางสวีจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เกรงว่าเจ้าพูดผิดไปแล้วกระมัง?”

“หลินโหว แม่นางซ่งยังไม่พูด เหตุใดเจ้าก็รู้ว่านางพูดไม่ถูก?”

ตอนนี้เอง เสียงเยียบเย็นห่างเหินพลันดังขึ้นเนิบๆ

ทุกคนหันไปมองโดยไม่รู้ตัว มองเห็นเงาร่างงดงามหล่อเหลาไม่ธรรมดาสายหนึ่ง ประหนึ่งเทพเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ก็มิปาน สง่างามน่าเกรงขาม รัศมีอยู่เหนือทุกคน

ฝ่ายชายสวมชุดสีดำ ปักลายดิ้นทองสะท้อนแสงประกายเรืองรอง ทั้งเรียบง่ายทั้งหรูหรา แต่กลับมิอาจบดบังรัศมีของใบหน้าหล่อเหลานั้นได้

สายตาลุ่มลึกดุจดวงดาวในมหาสมุทร คิ้วงามขับเน้นให้ดวงหน้าคมเข้มยิ่งขึ้น เลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ก็คล้ายกำลังเย้ยหยันอย่างไม่ใส่ใจ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (6)
goodnovel comment avatar
ภัทรภร ว่องไว
สมัครสมาชิกไปหลายวันแล้ว แต่จะใช้ได้ต้องรอ วันที่ 1 สิงหาคม เฮ้อ
goodnovel comment avatar
ปนัสยา ประสงค์เงิน
ทำไมกลับมาที่บทเดิมทั้งที่ทำตามและอ่านมาถึงบทที่ 27แล้วแต่กลัมาบที่ 17อีกเกิดอะไรหรือ
goodnovel comment avatar
Suthida Pornjamroen
อยากอ่านต่อ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2072

    ......กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเด็ก ๆ ก็อายุสามขวบแล้วฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ซ่งรั่วเจินก็ได้เป็นฮองเฮาฮ่องเต้องค์ก่อนที่เดิมควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เพราะไม่มีเหลียงอ๋องคอยทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการบำรุงร่างกายจากซ่งรั่วเจินอย่างดี พระวรกายจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่เห็นว่าฉู่จวินถิงจัดการราชการได้อย่างคล่องแคล่ว จึงไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจอีกเขาพาฮองเฮา ซึ่งบัดนี้เป็นไทเฮา ปลอมพระองค์ออกไปเที่ยวชมทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่าทรงตั้งใจปกครองบ้านเมืองห่วงใยราษฎรมาตลอด บัดนี้ก็ควรไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยตนเองจริง ๆ เสียทีซ่งรั่วเจินได้เป็นฮองเฮา แม้จะพำนักอยู่ในวัง แต่ก็มักออกไปเที่ยวนอกวังอยู่เสมอ ฉู่จวินถิงก็ปล่อยให้นางไปตามใจ ทุกครั้งที่จัดการงานเสร็จและมีเวลา ก็จะไปเป็นเพื่อนนางพาลูกทั้งสามไปด้วย ครึกครื้นยิ่งนักทว่า หลังจากฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์ ก็มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเสนอให้คัดเลือกสนมเพราะอย่างไรเสีย ฮ่องเต้ควรมีโอรสและธิดาให้มาก มีฮองเฮาเพียงคนเดียวย่อมไม่พอ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าฮ่องเต้ทรงรักและเป็นห่วงฮองเฮามาก ถึงขั้นตัดสินพระท

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2071

    ฮองเฮาแอบรู้สึกประหลาดใจ “ไม่คิดว่าเจินเอ๋อร์จะรู้มากขนาดนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“ตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ พอโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”ซ่งรั่วเจินมองลูกทั้งสาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นางก็ได้สัมผัสถึงความรักของแม่ที่ท่วมท้นแล้วทุกวันที่ได้อุ้มลูก นางรู้สึกว่าสภาพจิตใจก็สงบและอ่อนโยนขึ้น เวลาส่องกระจกก็เหมือนว่าคิ้วตาจะเปลี่ยนไป“เสด็จย่าของเจ้าก็ตรัสถึงทั้งวัน หวังเพียงว่าเจ้าจะฟื้นฟูร่างกายให้ดี แล้วพาลูกไปเยี่ยมนางสักหน่อย”ฮองเฮานึกถึงหลายวันก่อนหน้านี้ ไทเฮาเคยถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงขั้นอยากไปจวนรัชทายาทเพื่อดูเจินเอ๋อร์ แต่ถูกฮ่องเต้ห้ามไว้เพราะอย่างไรเสีย พระพลานามัยของไทเฮาแต่เดิมก็ไม่ดี หลังจากได้รับการดูแลรักษาจึงจะดีขึ้นหากออกจากวังโดยพลการ แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้วซ่งรั่วเจินคิดถึงเสด็จย่าที่ดีต่อนางเสมอมา จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมเสด็จย่าเพคะ”ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วตบมือซ่งรั่วเจินเบา ๆ “เจ้าคลอดลูกให้จวินถิงถึงสามคนในคราวเดียว ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2070

    กู้ฮวนเอ๋อร์หัวเราะฮี่ ๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ลูกชายของข้าเมื่อเทียบกับลูกของท่านแล้วยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่น ๆ ข้าว่าหน้าตาดีทีเดียว”“ลูกชายของเจ้าพอโตขึ้นต้องหล่อเหลาแน่นอน ถึงตอนแต่งงานมีภรรยา เกรงว่าจะมีสตรีมากมายแย่งกันแน่”ซ่งรั่วเจินอุ้มลูกของตนเอง ตอนแรกยังรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ความผูกพันทางสายเลือดก็พลันเกิดขึ้นทันทียามนี้เมื่อมองลูกของตนเอง นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากจูบพวกเขาในบรรดาลูกทั้งสามคนของนาง คนโตค่อนข้างเงียบ คนที่สองซุกซนเสียงดัง ส่วนลูกสาวคนเล็ก ผิวพรรณขาวผ่องกว่าหน่อย เวลาร้องไห้ก็ชวนให้คนเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อพระชายารัชทายาทฟื้นขึ้นมา ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ก่อนหน้านี้ข่าวบอกว่าพระชายารัชทายาทไม่ได้สติ หมอหลวงก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้”“ช่างดีจริง ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระชายารัชทายาทเป็นคนมีวาสนา ตั้งครรภ์แฝดสาม ต่อไปชีวิตต้องดีแน่นอน”“ก่อนหน้านี้เพราะพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง ได้ยินว่าขุนนางทั้งหลายต่างไม่กล้าไปแสดงความยินดี ตอนนี้ถึงจะ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2069

    หลังจากกู้หรูเยียนมาถึง คนในตระกูลซ่งก็พากันรีบรุดมาถึงเช่นกันเมื่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินไม่เพียงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังกระปรี้กระเปร่าดีด้วย ก้อนหินที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคนได้ตกลงพื้นในที่สุด“ขอบคุณฟ้าดิน บุตรสาวของข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”ซ่งหลินถอนหายใจโล่งอก หลายวันที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้วยาวนานราวกับเป็นปี เพียงแต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนแทบจะรับไม่ไหว เขาจำต้องฝืนยืนหยัดไว้ มิฉะนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพียงแต่ว่า บุตรสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของเขา พอคิดว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นจนไม่ได้พบกันอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจเขาเจ็บปวดเพียงใด“น้องหญิงห้า เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ช่างดีเหลือเกิน เจ้าหมดสติครั้งนี้ทำพวกเราตกใจแทบแย่”ซ่งจิ่งเซินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกว่า “หมอหลวงคงมาตรวจดูแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพียงอ่อนแรงเกินไปหลังจากคลอดลูก จึงหมดสติไป ตอนนี้ฟื้นแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟู พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้ว”สายตาของนางกวาดมองผู้คนไปทั่ว เห็นได้ชัดมากว่าทุกคนล้วนไม่ได้พักผ่อนดี ๆสีหน้าของแต่ละคนล้วนเผยความอ่อนล้าหลายส่วน เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2068

    ตามหลักแล้ว เมื่อวิญญาณออกจากร่างย่อมสามารถมองเห็นผู้คนและสิ่งรอบข้างได้ เพียงแต่ว่าในตอนนั้นนางถูกดึงไปยังที่อื่นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวบ้างแต่เรื่องทั้งหมดนี้ก็เดาไม่ยากในชาตินี้ นางไม่เพียงมีสามีที่แสนดีเลิศเท่านั้น ยังมีครอบครัวและมิตรสหายที่รักใคร่นางอย่างแท้จริงเฉินเซียงพยักหน้าติดต่อกัน อดทอดถอนใจไม่ได้ “ฮูหยินเป็นลมหมดสติไปตั้งแต่ตอนนั้น หลายวันมานี้ก็มาทุกวัน ดูซูบเซียวไม่น้อยทีเดียว”“จะว่าไปแล้ว เวลานี้ฮูหยินก็น่าจะใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”“บรรดาพี่ชายของท่านก็มาหาตลอด ถามไถ่อาการจากหมอหลวง คุณชายสี่ก็ไปเสาะหาสมุนไพรล้ำค่ามามากมาย เพียงแต่เห็นท่านยังไม่ฟื้นเสียที ทุกคนต่างก็เศร้าใจยิ่งนัก”“พวกอวิ๋นเนี่ยนชูกับเมิ่งชิ่นก็มาเช่นกัน วันนี้ยังพากันไปวัดเพื่ออธิษฐานขอพรอีกด้วย”ช่วงหลายวันก่อนเฉินเซียงก็แทบไม่แตะต้องอาหาร แต่เมื่อตอนนี้ได้เห็นนายของตนฟื้นขึ้นมา ก็ราวกับได้เสาหลักกลับคืนมาในที่สุด คนก็สดใสร่าเริงขึ้นทันทีในใจซ่งรั่วเจินเข้าใจดี ทั้งรู้สึกละอายใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน“เพราะข้าคลอดลูกสามคนติดกัน ร่างกายอ่อนแรงเกินไป จึงได้หมดสติไป ตอนนี้ไม่เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2067

    ซ่งรั่วเจินมองฉู่จวินถิงที่อยู่ตรงหน้า นึกถึงอดีตที่นางได้เห็นด้วยตาตนเอง ใจก็อดปวดร้าวขึ้นมาไม่ได้นางกอดฉู่จวินถิงไว้ แล้วกล่าวว่า “เหตุใดท่านถึงได้โง่งมเช่นนี้?”ฉู่จวินถิงได้ยินคำพูดของฮูหยินตน ก็ไม่เข้าใจความหมายของนางนัก เพียงแต่ในเวลานี้ เมื่อคิดว่าในที่สุดนางก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ใจเขาก็เหลือเพียงความยินดีและความตื่นเต้นเท่านั้นในช่วงวันที่เจินเอ๋อร์หมดสติ เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นศพเดินได้ ไม่ได้ไปเข้าเฝ้าเลย ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เขาก็ไม่สนใจทั้งสิ้นไม่มีเจินเอ๋อร์ โลกของเขาก็มีเพียงความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ“ไม่มีเจ้า โลกของข้าก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจิน ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่ได้กลับคืนมาอีกครั้ง“อย่าจากข้าไปอีกเลย”ซ่งรั่วเจินยิ้มแล้วพยักหน้า “หม่อมฉันจะทำใจไปจากท่านและลูก ๆ ได้อย่างไร?”ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะได้ชีวิตที่สมบูรณ์เช่นนี้ นางจะต้องทะนุถนอมมันไว้ให้ดี“พระชายารัชทายาท ท่านหลับนานเพียงนี้ คงจะหิวแย่แล้วกระมัง?”เฉินเซียงและไป๋จื่อยกอาหารเข้ามา รัชทายาทสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้ตลอด ก็เพื่อให้พระชายารัชทายาทมีอะไรกินทันที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status