Masukจากพี่ชายบุญธรรมสู่สามี ใครจะไปคาดคิดว่าการเก็บบุรุษได้ในครั้งนั้น จะเปลี่ยนให้นางกลายเป็นสตรีที่โชคดีที่สุด ไม่คิดเลยว่าเขาจะเล็งข้าไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ต้องเป็นเพราะข้าน่ารักและน่าเอ็นดูเป็นแน่ เขาถึงได้รักมั่นและหวงแหนข้าเช่นนี้ ......... “ไม่ได้เจอเจ้านาน พี่คิดถึงเจ้ายิ่งนัก” แม้จะไปมองดูนางอยู่บ่อยครั้งแต่ทว่าเขามีหรือจะได้ใกล้ชิดเช่นนี้ “พี่ซือเหยียนปล่อยข้าเถิดเจ้าค่ะ” ยามนี้ในใจนางสั่นหวั่นไหวยิ่งนักกับความใกล้ชิดเช่นนี้ “หรือเจ้ายังโกรธเคืองที่พี่ดุเจ้ายามที่อยู่ในห้องเรียน พี่ขอโทษ” กล่าวจบเขาก็กระชับมือที่โอบกอดนางเอาไว้ หากไม่กลัวว่านางจะโกรธเกลียดเขาคงพุ่งตัวเข้าไปกระชากบุรุษผู้นั้นให้ออกห่างจากนางแล้ว “พี่ซือเหยียนท่านปล่อยข้าได้แล้วเจ้าค่ะ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม” “หากเจ้ายอมอยู่รับสำรับกับพี่ พี่จะปล่อยเจ้า” คุณชายหานกล่าวทั้งที่ในใจอยากบอกนางเหลือเกิน ว่าเป็นเขานี่แหละเหมาะสมที่สุด “ข้าจะอยู่รับสำรับกับท่านก็ได้เจ้าค่ะ ปล่อยข้าได้แล้ว” “ชิงซินของพี่ใจดีที่สุด” เขากอดรัดนางแน่น ๆ อีกครั้งก่อนจะยอมปล่อยนางแต่โดยดี .......
Lihat lebih banyak“ซินอวี่ ซีผิงนางมีบิดามารดา หากเจ้าอยากได้นางเป็นเจ้าสาวเจ้าควรจะขออนุญาตก่อน มิใช่คิดจะพาสตรีใดกลับจวนก็สามารถทำได้” “แต่ว่าข้า...” ในใจของเด็กน้อยหานซินอวี่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดการพาเจ้าสาวมาให้บิดามารดาเลี้ยงดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากเช่นนั้น “หากเจ้าพึงใจนาง เจ้าต้องช่วยเหลือนางให้ได้พบบิดามารดา มิใช่คิดเก็บไว้คนเดียว เข้าใจหรือไม่” “ขอรับ แต่ข้าอยากได้ซีผิงเป็นเจ้าสาว” พบเจอสตรีที่ถูกชะตาหากไม่รีบจับจองไว้ มิแคล้วภายหน้าอาจจะไม่ได้ครองคู่กัน โชคชะตาหรือจะสู้ลงมือเอง “รอนางเติบโตอีกหน่อย หากเจ้ายังคงยืนยันคำเดิม แม่จะเอ่ยขอหมั้นหมายนางไว้ให้ดีหรือไม่” หานชิงซินเอ่ยกับบุตรชายอย่างใจเย็น&
บุตรชายคือทายาทของบิดา ปีนี้เมืองหลวงแคว้นตงเป่ยมีการจัดงานเทศกาลซีซีอย่างยิ่งใหญ่ทำให้มีผู้คนออกมาร่วมงานมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือหานซือเย่และฮูหยิน “ท่านพี่ ลูกจะไม่เป็นไรหรือเจ้าคะ” หานชิงซินที่ยามนี้กลายเป็นฮูหยินน้อยหานเอ่ยถามผู้เป็นสามีที่จับมือนางเอาไว้ “ชิงซิน ซินอวี่เป็นบุตรชายของพวกเรา พี่เชื่อว่าเขาจะสามารถดูแลตนเองได้ไม่แพ้มารดาของเขา” หานซือเหยียนกล่าวพลางมองฮูหยินของตนด้วยแววตาหวานซึ้ง “แต่ลูกของเราอายุเพียงแปดหนาว
แม้วันนี้จะเป็นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินของทั้งสองคนแต่ค่ำคืนที่ผ่านมาเจ้าบ่าวเช่นเฉียนจิ้นเหอก็หาได้กลับไปนอนที่เรือนของตน ทำให้บรรดาสาวใช้ต่างพากันเขินอายเมื่อมาปลุกเจ้าสาวให้ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวแล้วพบว่าคุณชายกำลังนอนกอดว่าที่ฮูหยินของตนไม่ยอมปล่อย เนื่องจากเป็นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินของบุตรชายคนเล็ก แม่ทัพทักษิณเฉียนไห่จึงส่งหนังสือกราบทูลขอเข้าเมืองหลวงเป็นกรณีพิเศษซึ่งก็ได้รับพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้ แน่นอนว่าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินของสหาย ฮูหยินน้อยตระกูลหานย่อมไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพร้อมกับหานซือเย่ผู้หวงแหนฮูหยิน นอกจากนั้นยังมีบรรดาขุนนางและสหายทหารมาร่วมงานมงคลมากมาย แต่ทว่ายามถึงเวลาดื่มสุราขอบคุณผู้เป็นเจ้าบ่าวที่ไปส่งเจ้าสาวเข้าห้องหอไม่กลับออกมาอีกเลยทำให้บรรดาทหารต่างพากันหยอกล้อ
“แล้วที่เจ้าบอกว่าอีกประเดี๋ยวข้าก็จะไม่ใช่คู่หมั้นของเจ้าแล้วหมายความว่าอย่างไร” “ก็หมายความว่าข้าไม่อยากเป็นคู่หมั้นของเจ้าแล้ว ข้าอยากเป็นสามี” กล่าวจบก็กดริมฝีปากลงบนกลีบปากสีอ่อนลิ้นร้อนบุกรุกโพรงปากนุ่มกวาดต้อนความหวานอย่างเร่าร้อน เฉียนจิ้นเหอตักตวงความหวานจากนางจนพอใจก่อนจะยอมผละออกห่างแต่โดยดี “ปากข้าหวานหรือไม่” นางเอ่ยถามแก้เก้อเขินพร้อมกับแก้มที่ซับสีระเรื่อ มุมปากของเขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ มือใหญ่จับใบหน้าหวานเอาไว้ก่อนจะใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากนางคล้ายหยอกเย้า นัยน์ตาดำจับจ้องริมฝีปากที่ขึ้นสีเล็กน้อยไม่วางตา “ข้ายังไม่อาจตอบได้ ต้องค่อย ๆ ลิ้มชิม
เขากดแท่งหยกแข็งขึงเข้าสู่ส่วนลึกในโพรงนุ่มตรงกลางตัวนาง แม้จะมีน้ำหวานที่เอ่อล้นเมื่อครู่ แต่ทว่าความคับแน่นเพราะไม่เคยมีชายใดครอบครองทำให้แท่งหยกของเขาถูกรัดรึงจนแทบจะทนไม่ไหว ส่วนนั้นของเขาปวดหนึบอย่างรู้สึกรัญจวน&
“ท่านตาชื่นชอบขนมเช่นที่ชิงซินบอกจริง ๆ นะขอรับ” “ในปรโลกมีขนมเลิศรสเช่นนี้ที่ใดกัน เอาล่ะข้าไม่รบกวนวันมงคลของเจ้าแล้ว คืนเข้าหอดั่งทองพันชั่ง เอาไว้ข้าจะมาเยี่ยมพวกเจ้าใหม่”
“หานซือเย่ ท่านทำเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ” “เจ้าก่อความวุ่นวายในสำนักศึกษา หากข้าไม่จัดการ วันหน้าคงมีคนสร้างความวุ่นวายอีกเป็นแน่”&n
14












Ulasan-ulasan