เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้

เขาคลั่งรักข้ามากเช่นนี้ ข้าจะหนีไปไหนได้

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-09
โดย:  ไฉ่เลี่ยงหรงยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
71บท
2.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

จากพี่ชายบุญธรรมสู่สามี ใครจะไปคาดคิดว่าการเก็บบุรุษได้ในครั้งนั้น จะเปลี่ยนให้นางกลายเป็นสตรีที่โชคดีที่สุด ไม่คิดเลยว่าเขาจะเล็งข้าไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ต้องเป็นเพราะข้าน่ารักและน่าเอ็นดูเป็นแน่ เขาถึงได้รักมั่นและหวงแหนข้าเช่นนี้ ......... “ไม่ได้เจอเจ้านาน พี่คิดถึงเจ้ายิ่งนัก” แม้จะไปมองดูนางอยู่บ่อยครั้งแต่ทว่าเขามีหรือจะได้ใกล้ชิดเช่นนี้ “พี่ซือเหยียนปล่อยข้าเถิดเจ้าค่ะ” ยามนี้ในใจนางสั่นหวั่นไหวยิ่งนักกับความใกล้ชิดเช่นนี้ “หรือเจ้ายังโกรธเคืองที่พี่ดุเจ้ายามที่อยู่ในห้องเรียน พี่ขอโทษ” กล่าวจบเขาก็กระชับมือที่โอบกอดนางเอาไว้ หากไม่กลัวว่านางจะโกรธเกลียดเขาคงพุ่งตัวเข้าไปกระชากบุรุษผู้นั้นให้ออกห่างจากนางแล้ว “พี่ซือเหยียนท่านปล่อยข้าได้แล้วเจ้าค่ะ ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม” “หากเจ้ายอมอยู่รับสำรับกับพี่ พี่จะปล่อยเจ้า” คุณชายหานกล่าวทั้งที่ในใจอยากบอกนางเหลือเกิน ว่าเป็นเขานี่แหละเหมาะสมที่สุด “ข้าจะอยู่รับสำรับกับท่านก็ได้เจ้าค่ะ ปล่อยข้าได้แล้ว” “ชิงซินของพี่ใจดีที่สุด” เขากอดรัดนางแน่น ๆ อีกครั้งก่อนจะยอมปล่อยนางแต่โดยดี .......

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

The small bathroom of the little house was quiet. I sat on the closed toilet lid, holding a tiny plastic stick in my trembling fingers. My heart was beating so loud I thought the whole world could hear it.

Two lines.

Two bright pink lines.

I blinked once, twice, rubbing my eyes to make sure I wasn't dreaming. But the lines stayed right there. I was pregnant. A shaky breath left my mouth, and hot tears spilled over my eyelashes.

"Oh, Moon Goddess..." I whispered, pressing both hands against my mouth.

I was going to have a baby. Not just any baby—Alpha Xavier’s baby.

For two full years, Xavier and I had been mates. From the very first day our eyes met across the pack grounds, I knew my life belonged to him. He was tall, strong, and handsome, with dark hair and golden eyes that could melt my heart with a single look. People in the Crescent Moon Pack always whispered that I wasn’t good enough for him. They said I was too quiet, too soft, too ordinary to be the mate of a powerful Alpha. But Xavier always held my hand. He looked at me with so much warmth and told me that my kindness was his favorite thing about me. He told me I was his peace.

Because of those words, I believed in us. I believed we would be together forever.

And tonight, at the annual pack gathering, everything was going to change for the better. This was the perfect time to tell him the news. When he found out he was going to be a father, I knew his face would light up with that rare, handsome smile he only ever showed me. Maybe he would pick me up and spin me around in circles. Maybe he would kiss my forehead and promise to protect us both.

The thought made my chest ache with happiness.

I carefully placed the test into my small handbag and stood up. I walked over to the closet and pulled out a simple light blue dress. It wasn’t fancy, but Xavier always said the color matched my silver eyes. I brushed my long dark hair, making sure I looked neat, and took one last look in the mirror.

I took a deep, steadying breath. Tonight was going to be the happiest night of my life. Or at least, that is what I kept telling myself.

When I stepped outside, the evening air was cool against my skin. Down the path, the main gathering hall was lit up with bright golden lanterns. Music drifted through the trees, mixed with the sound of happy laughter and talking. Children ran past me, chasing each other in the dark, their giggles echoing in the night.

Everything felt normal. Everything felt safe.

But the moment I pushed open the heavy wooden doors of the hall, a strange feeling hit me right in the chest. The music was still playing, but the mood in the room was entirely wrong. It wasn’t warm or welcoming. It was heavy, quiet, and tense.

Hundreds of people were standing in groups, but almost everyone went quiet as soon as I walked through the door.

I froze. Dozens of eyes turned to look at me. People quickly looked away, whispering behind their hands to the person next to them.

"Is that Lyra?" a woman near the front whispered.

"Yes... poor girl. She has no idea."

My stomach dropped. A cold shiver ran down my arms. What did they mean? What was going on?

I ignored the stares and forced my legs to move. I stepped further into the large room, pushing past a few pack members who refused to make eye contact with me. My heart began to beat faster, hammering against my ribs like a trapped bird.

I looked toward the front of the hall, where the raised stage stood for the pack leaders. That was where Xavier should be.

And he was.

My mate stood tall and proud in the center of the stage. The golden lights caught the sharp angles of his face. He looked powerful, untouchable, and completely breathtaking.

But my breath caught in my throat, and the world seemed to tilt sideways, because he was not alone.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

P JR
P JR
ดีค่ะ เรื่องเบาๆ ไม่มีดราม่า เน้นคลั่งรัก หลงหัวปักอย่างเดียว อ่านสบายๆเพลินๆ ยิ้มเอ็นดูคู่รักไปเรื่อย
2026-06-03 10:36:13
0
0
SSMT
SSMT
สนุก เรื่องราวน่ารักดี รอๆอ่านต่อ ยังไม่จบ
2026-05-05 00:40:37
0
0
71
บทนำ
บทนำ ภายในจวนตระกูลหานช่างแสนสุข ผู้เป็นนายรักใคร่ปรองดอง เสียงสนทนาสลับกับเสียงหัวเราะที่ดังออกมาจากห้องกินข้าวทำให้บ่าวรับใช้พานยิ้มแย้มไปด้วย หลังจากรับสำรับเสร็จแล้วท่านราชครูก็ประคองหานฮูหยินกลับเรือน ส่วนหานซือเหยียนก็พาน้องน้อยไปส่งที่เรือน “ขอบคุณนะเจ้าคะพี่ซือเหยียนที่เดินมาส่งข้า” “ชิงซิน ขอบคุณที่เจ้าเติบโตมาเป็นอย่างดี” วาจาของบุรุษตรงหน้าทำให้หานชิงซินรู้สึกงุนงง “เจ้าคะ?” พี่ชายบุญธรรมผู้นี้อยากบอกอันใดนางหรือไม่ “หากผ่านพ้นการปักปิ่นไปแล้ว เจ้าก็จะกลายเป็นสตรีที่พร้อมออกเรือน” “เจ้าค่ะ” ที่เขากล่าวมาก็ไม่ผิด พรึ่บ! คุณชายใหญ่รั้งตัวคุณหนูเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็วทำให้สาวใช้คนสนิทรีบก้มหน้าลงราวกับกลัวว่าจะเห็นสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม “เมื่อเป็นสตรีวัยออกเรือนแล้ว อย่าได้ให้ความใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับบุรุษใดนอกจากพี่ได้หรือไม่” “หมัวหมัวที่ท่านแม่เชิญมาสอนกล่าวว่าแม้จะเป็นพี่ชายร่วมสายเลือดก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (1/4)
1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า เด็กน้อยวัยใกล้จะสิบหนาวเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเมฆครึ้ม ร่างในอาภรณ์เรียบง่ายรีบวิ่งออกไปเก็บเนื้อกระต่ายและใบชาที่ตากเอาไว้ หลังจากนั้นเพียงชั่วลมหายใจหยาดฝนก็เทกระหน่ำลงมา “ฝนตกเช่นนี้ ข้าคงต้องล้มเลิกความคิดที่จะขึ้นเขาไปก่อน” นางเอ่ยกับตนก่อนจะทอดถอนใจออกมาอย่างแผ่วเบา เห็นสายฝนโปรยปรายครั้งใด นางก็อดคิดเรื่องราวเก่าก่อนที่เริ่มจะเลือนรางไม่ได้ วันนั้นฝนก็ตกเช่นนี้ เพราะกลัวสัญญาโครงการใหม่ของบริษัทจะเปียกนางจึงรีบวิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้เพื่อจะหาสิ่งใดบางอย่างมาห่อมันไว้ โชคร้ายฟ้าดันผ่าลงตรงนั้นพอดี สุดท้ายก็ตายอย่างอนาถสภาพศพไม่สวย ชั่วชีวิตนั้นสาบานหรือก็ไม่เคยทำ แต่ดันถูกฟ้าผ่าตายได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์เห็นใจ หรือแท้จริงเป็นเทพเซียนองค์ใดทำงานผิดพลาด แทนที่นางจะเข้าสู่วัฏสงสาร นางกลับมาฟื้นตื่นขึ้นในร่างของเด็กน้อยวัยห้าหนาว ผู้มีชะตาอาภัพเช
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (2/4)
เมื่อวานฝนตกยาวนานถึงยามค่ำคืน วันนี้อาจจะมีเห็ดให้นางได้เก็บไปทำอาหารก็ได้ ฉับพลันสายตานางไปสะดุดเข้ากับตันเซิน[1] สมุนไพรที่ช่วยการไหลเวียนของเลือด ทั้งยังมีฤทธิ์แก้ปวดอีกด้วย “ท่านลุงจ้านต้องดีใจแน่ ๆ ที่ข้าเก็บรากของตันเซินไปขายให้” นางคิดก่อนจะลงเก็บสมุนไพรใส่ตะกร้า คงเพราะชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไม่ได้มีความรู้เรื่องสมุนไพรมากนัก เขาลูกนี้จึงอุดมไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดให้นางได้เก็บไปขายให้ร้านขายสมุนไพรในเมืองได้ “อ๊ะ! นั่นยวี่จิน[2] ใช้รักษาอาการพลังไหลเวียนติดขัด ดียิ่ง” กล่าวจบนางรีบเดินเข้าไปหาแล้วลงมือเก็บใส่ตะกร้าอีก และเป็นเช่นนั้นอีกหลายครั้งพอเหน็ดเหนื่อยก็นั่งพักกินน้ำและกินข้าวที่ห่อมา “อ่า...ก้อนเมฆมาจากที่ใดกัน” ยามเช้าท้องฟ้ายังแจ่มใสไร้ก้อนเมฆอยู่เลย “เห็นทีข้าคงต้องรีบกลับแล้ว” ประเดี๋ยวโดนฝนแล้วเจ็บป่วยขึ้นมาจะลำบากเอา เด็กน้อยในวัยเก้าหนาวกว่า ๆ รีบเก็บข้าวของใส่ตะกร้าที่มีสมุนไพรมากถึงครึ่งตะกร้า ก่อนจะรีบหาทางลงจากเขา “เก็บจื่อเขอ[3] ไปให้ท่านป้าจาง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (3/4)
‘ไม่ ๆ แท้จริงเขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้” นางเอาไม้เขี่ยเขาตั้งหลายครั้ง หากยังมีชีวิตอยู่เหตุใดไม่ส่งเสียง ‘แต่ข้าก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากตาเฒ่าจนมีชีวิตรอดเช่นนี้ไม่ใช่หรือ’ หากตาเฒ่ามองผ่านไม่เก็บนางมารักษา ต่อให้เป็นวิญญาณจากไหนมาเข้าร่างนี้ ก็คงไม่อาจมีชีวิตรอดได้เพราะยามนั้นร่างกายนี้เจ็บหนักไม่น้อย “เฮ้อ! ข้าจะกลับไปดูเขาอีกครั้งก็ได้” หากตายกลายเป็นศพแล้ว นางจะช่วยฝังให้ก็แล้วกันถือว่าสร้างกุศล แต่หากเขารอดนางก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของเขา สุดท้ายซือซินก็พ่ายแพ้ให้กับความดีของตนเอง เด็กน้อยหมุนตัววิ่งกลับไปทางเดิมพลางภาวนาให้ฝนอย่าเพิ่งตก ขอเวลาให้นางทำความดีก่อน เมื่อเห็นร่างนั้นยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ตามเดิมนางรีบจับข้อมือของเขาขึ้นมาคลำหาจุดชีพจรเพื่อตรวจดูว่าอีกฝ่ายตายหรือยัง “ดูเหมือนท่านจะยังมีชีวิตอยู่” นางเอ่ยเสียงเบาก่อนที่สายตาจะมองเห็นป้ายหยกที่อีกฝ่ายห้อยอยู่ ‘หยกเนื้อดีเสียด้วย แซ่หานหรือ’ ถามว่านางรู้จักหรือไม่ ก็ไม่! เพียงแต่คนที่มีหยกพกประจำตัวเช่นนี้ น่าจะไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา คงเป็นคนจา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 เก็บบุรุษได้ที่ชายป่า (4/4)
“เพื่อสะดวกในการใส่ยาให้ท่านและเช็ดตัวยามที่ท่านตัวร้อนมีไข้ ส่วนคำถามที่ท่านถามข้าว่าเป็นฝ่ายไหน ข้าไม่ทราบจริง ๆ ว่าในชีวิตท่านมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องกี่ฝ่าย แต่เอาเป็นว่าข้าคือคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปพบท่านในป่าแล้วพาท่านมารักษาที่นี่” นางตอบเขาด้วยสีหน้าสงบนิ่งและไม่คิดจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้บุรุษกักขฬะท่าทางดุร้ายอีก “เจ้าหันหน้าไปทางอื่นก่อน” “...” นางไม่ตอบแต่หมุนตัวหันหลังให้เขาแต่โดยดี บุรุษวัยสิบเก้าหนาวรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมกายก่อนจะกลับไปนั่งที่เตียง “เจ้าไม่รู้จักข้าหรือ” เขาเอ่ยถามเมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยแล้ว “เจ้าค่ะ ข้าเห็นท่านนอนเล่นอยู่ในป่ากลัวจะโดนสัตว์ป่าทำร้าย จึงพามาใส่ยาที่เรือนเพียงเท่านั้น” นางกล่าวจบก็หมุนตัวหันมาสนทนากับเขาหลังจากไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากทางด้านหลังแล้ว “ข้าขอโทษ ที่เมื่อครู่ทำร้ายเจ้า” น้ำเสียงของเขาคล้ายจะอ่อนลงมาก “โชคดีที่ข้าไม่เจ็บอันใดมาก” นางกล่าวในขณะที่สายตาจับจ้องบริเวณอกเขา “ช่วยตามผู้อาวุโสของเจ้ามาให้ข้าได้หรือไม่” ดูแล้วแม่นางต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (1/5)
2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน หลังจากแม่นางน้อยออกจากห้องไปแล้ว คนเจ็บที่นั่งอยู่บนเตียงก็นั่งคิดทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในพิธีล่าสัตว์ประจำปีของราชวงศ์โจวมีกลุ่มคนไม่ทราบที่มาบุกเข้าโจมตีทำให้องครักษ์ต้องคุ้มกันฮ่องเต้ ฮองเฮาและพระสนมกลับวังหลวง แต่เนื่องจากตอนนั้นองค์รัชทายาทกำลังล่าสัตว์อยู่ในป่า เขาจึงอาสานำกำลังทหารไปคุ้มกันผู้สูงศักดิ์กลับวังหลวง ทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่าองค์รัชทายาทกำลังต่อสู้อยู่กับบุรุษชุดดำเหล่านั้น เขาจึงรีบเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าจะต่อสู้อย่างไรคนของฝ่ายศัตรูก็ไม่มีท่าทีว่าจะลดลง พอสังหารได้ห้าคน ก็มีคนเข้ามาสมทบเพิ่มอีก เมื่อเห็นท่าไม่ดีแล้ว เขาจึงตัดสินใจพาองค์รัชทายาทฝ่าวงล้อมของศัตรูออกมาก่อนจะทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อคลุมกันลมเพื่อล่อคนร้ายให้ตามเขาไป ถ่วงเวลาให้องค์รัชทายาทหนีรอด ในยามนั้นเขาใช้วิชาตัวเบาหนีลัดเลาะตามป่าเขาไปเรื่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (2/5)
             ซือซินใช้เวลาต้มยาเกือบครึ่งชั่วยามก่อนจะยกชามยาและสมุนไพรที่ใช้ทำแผลไปที่ห้องในเรือนปีกขวา            นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองสำรับที่วางอยู่บนโต๊ะเพียงชั่วครู่ เมื่อเห็นอาหารที่นางทำหมดเกลี้ยง ชามข้าวไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว นางจึงยกยิ้มเล็กน้อยคล้ายพอใจ            ‘ดีที่กินง่าย เช่นนี้ค่อยน่าดูแลหน่อย’ หากคนผู้นี้ทำตัวเรื่องมาก นางคงทนไม่ไหวพากลับไปทิ้งที่เดิมเป็นแน่            “กินยาก่อนเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะทำแผลให้ท่าน”            “ยาหรือ” เขาเอ่ยถามพลางนิ่วหน้าเล็กน้อยคล้ายไม่ชอบใจ            “บุรุษตัวโตเช่นท่านคงไม่ได้กลัวการกินยาเช่นเด็กน้อยใช่หรือไม่” นางกล่าวพลางยกยิ้มมุมปากคล้ายรู้ทัน&nb
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (3/5)
“ข้าก็จะใส่ยาที่แผลให้ท่านเจ้าค่ะ และท่านก็ไม่ควรลุกพรวดพราดหรือขยับตัวรวดเร็ว มิเช่นนั้นต่อให้นอนนิ่งอยู่บนเตียงหลายเดือนแผลของท่านก็คงไม่ดีขึ้นหรอกเจ้าค่ะ” “ขอโทษ ข้าเพียงตกใจที่เจ้าเปิดผ้าห่มออก” จะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร ในเมื่อภายใต้ผ้าห่มนั้นนอกจากผ้าผืนขนาดเท่าฝ่ามือที่ใช้เชือกผูกเอวเอาไว้ให้อยู่ในตำแหน่งเดิมก็ไม่มีสิ่งใดปกปิดร่างกายเขาด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ใส่ยาง่าย “หากให้ข้าคาดเดา ท่านน่าจะใกล้ถึงวัยสวมกวานแล้ว เหตุใด...” “เจ้าเดาถูกแล้ว อีกเพียงสามเดือนข้าก็จะสวมกวานแล้ว” “ในเมื่ออีกไม่กี่เดือนท่านก็จะสวมกวานแล้ว เหตุใดท่านถึงเขินอายเวลาข้าจะทำแผลให้ มิใช่เรือนร่างของท่านถูกพี่สาวคนงามลูบไล้หรือช่วยปรนนิบัติอุ่นเตียงให้อยู่หลายครั้งแล้ว...” นางยังเอ่ยไม่ทันจบ บุรุษตรงหน้าก็รีบเอ่ยวาจาโต้แย้งทันใด “ข้ายังเป็นบุรุษพรหมจรรย์อยู่ หาได้เคยถูกสตรีลูบไล้เช่นนั้น แล้วก็ใครกันที่บอกเจ้าว่าบุรุษที่ใกล้สวมกวานแล้วจะต้องมีสตรีอุ่นเตียงให้” นางยังเป็นเด็กอายุไม่ถึงสิบหนาว เหตุใดถึงมีคนสอนนางเช่นนั้น “ท่าน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (4/5)
             “เมืองกวางเฉิงหรือ” แท้จริงเขาหนีมาไกลถึงเพียงนี้            “แล้วยามเจ้าเข้าเมือง เจ้าเดินทางอย่างไร”            “ข้าต้องไปขึ้นรถม้ารับจ้างที่หมู่บ้านชายป่าเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปหาซื้ออาภรณ์และข้าว หากท่านจะฝากส่งข่าวให้คนที่จวนของท่านทราบ สามารถฝากจดหมายไปกับข้าได้”            “พรุ่งนี้เจ้าจะออกเดินทางยามใด”            “ต้นยามเฉิน (07.00-08.59) เจ้าค่ะ ข้าจะยกสำรับเช้าและยามาให้ท่านก่อนไป”            “ต้องรบกวนเจ้าแล้ว”            “ท่านพักผ่อนไปนะเจ้าคะ ไม่จำเป็นอย่าขยับตัวให้มาก มิเช่นนั้นแผลจะสมานช้า” น้ำเสียงนางเข้มขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังดุเขา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 อย่าได้คิดพลีกายตอบแทน (5/5)
            กว่านางจะกลับถึงเรือนก็ปลายยามเว่ย (13.00-14.59) แล้วทำให้นางที่รับสำรับเช้าไปเพียงเล็กน้อยและยังไม่ได้รับสำรับกลางวันรู้สึกหิวโหยยิ่งนัก            “ขออภัยที่ข้ากลับมาช้า ท่านหิวมากหรือไม่” นางเอ่ยถามเขาพลางยกสำรับกลางวันเข้ามาให้            “เพียงเล็กน้อย แล้วนั่นเจ้าซื้อมาหรือ”            “เถ้าแก่ที่โรงเตี๊ยมไฉ่หลิงให้ข้ามาเจ้าค่ะ น่ากินยิ่งนัก”            “เจ้ากินอันใดมาแล้วหรือไม่”            “ยังเจ้าค่ะ ข้ากลัวท่านจะหิวจึงรีบเร่งกลับเรือน”            “เช่นนั้นก็รับสำรับพร้อมข้าเถิด”     &nbs
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status