FAZER LOGIN'รั่วหยุนซี' เธอเป็นนักเขียนที่สวยและรวยมาก เธอประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีคนรักที่ควงแขนอวดได้ไม่อายใคร เขาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย และทั้งคู่ก็พร้อมแล้วที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ทว่า... ในวันแต่งงานเธอจับได้ว่าเจ้าบ่าวนอกใจ เธอล่มงานแต่งนั้นโดยไม่ไว้หน้าใคร และเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับงาน นิยายของเธอได้รับความนิยมมาก พระเอกแต่ละคนของเธอ หล่อ สุภาพ แสนดีชวนฝัน ครั้งนี้เธอจึงอยากฉีกกรอบเดิมๆ เปลี่ยนจากพระเอก 'ธงเขียว' มาเป็น 'ธงแดง' บ้าง แล้วใครจะไปคิดว่ามันจะปัง นักอ่านเรียกร้องให้อัพนิยายทุกวัน เธอปั่นงานจนไม่มีเวลาพัก ร่างกายอ่อนล้าทำให้เธอฟุบหลับ ทั้งๆ ที่มือยังจับปากกาเขียนค้างไว้ ต่อให้เย็นชาไร้หัวใจ ฉันก็พร้อมจะเป็นไฟ สร้างความอบอุ่นให้คุณเอง! นี่คือประโยคสุดท้ายที่รั่วหยุนซีเขียนก่อนที่จะหลับไป หลังจากตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในนิยาย ถึงพระเอกนิยายเรื่องนี้จะหล่อ เท่เกินบรรยาย แต่เขากลับเป็นคนที่เย็นชา ไร้หัวใจ แต่งงานมีภรรยา แต่กลับไม่สนใจ และคนที่จับได้บทภรรยาที่น่าสงสารคนนั้น ก็คือ... ฉันเอง!
Ver mais#คืนหนึ่งในฤดูหนาว'หยุนซี...''รั่วหยุนซี!!!'เสียงที่เธอเคยได้ยินมาเมื่อนานแสนนาน ตอนนี้ได้หวนกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เสียงที่คุ้นหูนั้นปลุกให้เธอจำต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อเผชิญกับความจริงตริ้ง!!อยู่ๆ ก็มีหน้าจอฮาโลแกรมใสเด้งขึ้นมาพร้อมกับข้อความที่เขียนย้ำให้เธอรู้ว่า'ยินดีด้วย...''นิยายได้มาถึงตอนจบแล้ว'ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่ามาถึงตอนจบของนิยาย แต่พอเห็นข้อความก็ยิ่งตอกย้ำให้เธอกลัวและวูบโหวงในใจ น้ำตาของเธอไหล เธอไม่อยากทิ้งสามีไป เหนือสิ่งอื่นใดเธอไม่อยากต้องกลับไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวฮึก ฮึก ฮืออ...ดวงตาคู่สวยที่เอ่อไปด้วยน้ำตาตอนนี้แทบอ่านข้อความที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าไม่ได้ มันพร่าเลือนจนเธอมองไม่เห็นอะไร ในเมื่อเธอทำให้นิยายจบแบบมีความสุขได้ ก็คงถึงเวลาที่เธอต้องกลับแล้วจริงๆตริ้ง!'รางวัลของนักเขียน'ข้อความที่เด้งขึ้นมาทำดวงตาคู่สวยที่ดูเศร้าเปลี่ยนไป เธอรีบกระพริบตาถี่ๆ ไล่หยดน้ำตาพวกนั้น ประโยคนี้หมายถึงอะไร แล้วรางวัลที่นักเขียนจะได้รับคืออะไรกัน'รับ' หรือ 'ไม่รับ'ถึงจะยังไม่รู้ว่ารางวัลที่ว่าคืออะไร แต่หญิงสาวก็กดรับไว้ ตอนนี้เธอกำลังลุ้นว่ารางวัล
"ฉันก็รักคุณค่ะ"หญิงสาวตอบรับความรู้สึกของพระเอกที่สารภาพความในใจ พื้นที่ที่เคยเจ็บปวดเพราะถูกคนรักหักหลังอย่างใจร้ายตอนนี้ไม่ได้แห้งเหี่ยวอีกต่อไป คำบอกรักของชายหนุ่มเข้ามาเติมเต็มให้หัวใจของเธอพองฟู 'พระเอกประสาอะไร''เคยรักใครบ้างไหม''ใจร้ายจริงๆ เลย'เพราะความเย็นชาที่แสดงออกมา ทำให้เธอเคยปรามาสฝูอี้หานเป็นบุรุษ 'ไร้หัวใจ' ในสายตาของเธอเขาเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ ไม่ฟังความคิดใคร นอกจากความคิดของตัวเองแต่ทว่า...เมื่อเวลาผ่านไปความใกล้ชิดทำเธอหวั่นไหว เขากลายมาเป็นคนที่ทำให้หัวใจของเธอฟื้นคืนมีชีวิตใหม่ ความเจ็บช้ำจางหาย ขนาดน้ำแข็งยังแพ้ไฟ แล้วนับประสาอะไรกับใจคนที่อ่อนแอ'ฉันเชื่อคำพูดเธอ'การที่เขาปกป้องเธอมันทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไป เธอเองก็ไม่รู้ว่าเริ่มรู้สึกดีๆ กับเขาตอนไหน มารู้ตัวอีกครั้งก็โดนตกทั้งตัวทั้งใจ แล้วใครมันจะไม่หวั่นไหวกับคำสารภาพกัน ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ขอบตารื้นไปหมดแล้ว"ไม่ต้องร้อง"นิ้วหนายื่นมาซับหยดน้ำตาให้ เขาไม่ได้อยากเห็นเธอร้องไห้ ก่อนหน้านี้เขากับเธอไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า ถึงจะอยู่ในสถานะสามีภรรยาที่แต่งงานกันแล้วแต่ก็ไม่คุย ไม่พูด ไม่ถาม ไม่สบตา ทั้ง
แค่จูบอย่างเดียวไม่มีจริง เมื่อลิ้นของทั้งคู่เริ่มพันกัน พื้นที่ภายในรถไม่ได้เป็นอุปสรรค ต่างฝ่ายต่างตักตวงความหอมหวาน ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพคนที่เธอรัก ร่างกายของเธอร้อนวูบวาบเมื่อมือหนาลูบไล้จากต้นขาและเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ"ได้ไหม"ชายหนุ่มถามเมื่อถอนจูบออกมา แววตาของเขาไม่สามารถปิดบังความต้องการที่พุ่งพล่านได้ ความหอมหวานที่ได้สัมผัสกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้ลุกโชนเกินจะหักห้ามใจ สถานที่ไม่เป็นใจ แต่เขาก็ยังอยากจะทำ "อื้ม"คนตัวเล็กพยักหน้าท่าทีเขินอาย ความสัมพันธ์ทางกายทำให้เธอกับเขามาถึงจุดเปลี่ยนที่กล้าเปิดเผยมากขึ้นกว่าเดิม"อ๊ะ...อี้หาน"หญิงสาวครางเสียงสั่นเมื่อตรงนั้นของเธอถูกเล้าโลมเริ่มแรกอ่อนโยนชวนให้วูบวาบจนต้องกัดฟันข่มความเสียวไว้ หลังจากนั้นเขาก็เร่งเร้าจังหวะใส่ สองนิ้วหนาสอดเข้าๆ ออกๆ ตรงนั้นซ้ำๆ จนได้ยินเสียงน่าอาย ความเสียวซ่านแผ่ขยาย ไม่รู้เป็นเพราะชวนกันทำนอกสถานที่ไหม เธอถึงได้ตื่นเต้น แถมยังเสร็จไวขนาดนี้"อย่าเพิ่งเหนื่อยสิ"เสียงทุ้มเย้าแหย่คนที่หอบหายใจ ภายในสมองของเธอขาวโพลนและพล่าเบลอเพราะอารมณ์ที่เพิ่งถูกปลดปล่อยไป ริมฝีปากหยักคลอเคลียที่แก้มใส ถึงพื้นที่ข้างใ
เพี้ย!ตบครั้งแรกด้านซ้ายเพี้ย!ตามด้วยด้านขวาเพื่อย้ำว่าเธอไม่ได้เป็นที่รองมือรองเท้าใคร เธอแต่งออกมาแล้วตอนนี้เป็นคนของตระกูลฝูไม่ใช่คนของตระกูลหลี่อีกต่อไป บุญคุณต้องชดใช้และนางเอกในเรื่องก็ชดใช้ให้หมดแล้ว"กรี้ดดด นี่แกตบฉันเหรอ"ดวงตาที่มองเธอตอนนี้ดูแค้นมาก มือเรียวจับใบหน้าของตัวเองที่ขึ้นปื้นแดง โมโหตัวสั่น ไม่มีใครมาห้าม เพราะไม่อยากมีเอี่ยวไปด้วย"ก็คุณตบฉันก่อน"เธอแก้ต่างให้ตัวเองที่ตอนนี้โดนโยนความผิดให้ คนที่ล้มลงยันตัวเองขึ้นพร้อมหยิบแก้วติดมือมาด้วยอย่างจงใจ จังหวะที่เธอกำลังจะสาดน้ำจากแก้วใส่ ก็มีใครบางคนเข้ามาขวางเข้าซะก่อนซู่!!"หยุดได้แล้ว"เสียงทุ้มตวาดดัง ไม่สนหน้าใคร ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เปียกโชกไปหมดเพราะน้ำที่โดนสาดใส่ ดวงตาคมฉายแววไม่พอใจ หน้าของเขายามนี้ดูเคร่งขรึมน่ากลัว"ไม่เป็นไรนะ"น้ำเสียงที่ดุดันเมื่อกี้อ่อนลงเมื่อเอ่ยถามภรรยาที่พอห่างจากสายตา ก็มีพวกแมลงหวี่แมลงวันเข้ามาก่อกวน'อย่าเป็นห่วงนักเลย''ปล่อยให้ผู้หญิงเขาคุยกันบ้าง''จะได้มีสังคมไงเพื่อน'ถึงเขาจะปลีกตัวออกไปคุย แต่ก็พยายามหันมามองภรรยาตลอดว่าอยู่ได้ไหม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาพาเธออกงา
'ทำไมยังไม่ไปทำงานอีกนะ'รั่วหยุนซีพึมพำ เธอเหล่มองไปที่หน้าต่าง เห็นร่างสูงยืนตระหง่าน สายตาคมที่มองมานั้นราวกับกำลังบอกให้รู้ว่า 'ฉันจ้องเธออยู่นะ'"ฉันไม่น่ามองขึ้นไปเลย"พูดกับตัวเองที่ยกมือขึ้นลูบอกด้วยความตกใจ ที่ผ่านมาเธอชินกับฝูอี้หานที่พูดน้อย ไม่สนใจใคร เอาตัวเองเป็นใหญ่ พอเขามีท่าทีที่เป
ปกติหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ผู้กองฝูอี้หานเป็นคนเดียวที่มาทำงานไม่เคยหยุดพัก เขาขยันและมุ่งมั่น ทุ่มเทให้กับงาน ไม่เคยขาด ลา หรือมาสายสักครั้ง แต่วันนี้กลับทำให้ทุกคนในกรมทหารต้องมองหน้ากัน เมื่อได้ยินว่าผู้กองที่ขยันยิ่งกว่ามดงานยื่นลาพักร้อนถึงสามวันเต็ม"ผู้กองไม่สบายหรือเปล่า""ไม่มีทาง"เม
"หัวใจนายมีปัญหาแล้วล่ะ"อู๋ตงฟันธงหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนสนิทเล่าให้ฟัง เขากับฝูอี้หานรู้จักกันมานาน พอเห็นเพื่อนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาก็อดใจที่จะไม่แกล้งไม่ได้จริงๆ"ฉันว่าแล้วเชียว"พอได้ยินเพื่อนพูดเขาก็ยิ่งมั่นใจ ไอ้อาการแปลกๆ ที่เขาเป็นมันคงเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้าย ตอนแรกเขาคิดเพี
ถึงจะโดนพระเอกนิยายแอบมัดมือตอนแกล้งหลับบ้าง ไล่ให้กลับไปนอนที่ๆ ของตัวเองบ้าง แต่รั่วหยุนซีเวอร์ชั่นดื้อด้านมีหรือจะยอมทำตามคำสั่งง่ายๆ เธอยังคงตีหน้ามึนต่อไป และหาข้ออ้างสารพัดเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เขาอีกสักนิดก็ยังดี"วันนี้มันหนาวนะคะ""ถ้าคุณลำบากใจ....""คุณใช้หมอนข้างกั้นก็ได้นี่"สารพัดข้ออ้

















