เมื่อรถม้าจอดสนิทดีแล้ว ซ่งจืออวี้ก็รีบตรงเข้าทำความเคารพฉู่จวินถิง “ท่านอ๋อง กระหม่อมมารับน้องหญิงห้าพ่ะย่ะค่ะ”ฉู่จวินถิงพยักหน้าพลาง มองไปยังหญิงสาวข้างกาย “เช่นนั้นเจ้ากลับไปก่อนเถิด”“หม่อมฉันทูลลาเพคะ”ซ่งรั่วเจินตอบรับไปคำแล้วหมุนตัวเดินออกมา“จริงสิ เรื่องนั้นมิต้องรีบร้อนไป อย่างไรก็ระวังไว้เป็นดี” ฉู่จวินถิงกำชับไปอีกครั้งด้วยไม่อาจวางใจ “หม่อมฉันทราบดีเพคะ ขอบพระทัยท่านอ๋อง”ซ่งรั่วเจินพยักหน้า เห็นชายหนุ่มไม่มีสิ่งใดจะพูดแล้วจึงขึ้นรถม้าไปกับซ่งจืออวี้โดยไม่ได้เหลียวหลังอีกคืนนี้เรื่องราวมากมายประเดประดัง หากเป็นวันปกตินางคงได้เข้านอนไปนานแล้ว ฉู่จวินถิงมองตามแผ่นหลังคล่องแคล่วว่องไวของนางไป เขาเม้มริมฝีปากแล้วหัวเราะเบาๆ แม่นางผู้นี้จากไปรวดเร็วดีแท้!อวิ๋นหยางสังเกตปฏิกิริยาของผู้เป็นนายตนอย่างรอบคอบ ในใจเกิดความตกตะลึงปกติแล้วจะมีก็แต่ภาพแม่นางมองตามหลังท่านอ๋องอยู่ไกลๆ มีหรือจะได้เห็นภาพท่านอ๋องมองตามหลังแม่นางคนใดจากไปเช่นนี้?“ท่านอ๋อง ทรงชอบพอคุณหนูซ่งอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ?” อวิ๋นหยางลองเชิงถามฉู่จวินถิงเพียงเหลือบมองเขาไปที ความเยียบเย็นที่แผ่ซ่านออกมาเ
วันถัดมา ยามซ่งรั่วเจินกำลังทานมื้อกลางวันก็ได้ยินข่าวคราวจากสกุลไป๋“เมื่อคืนวานหลังไป๋ฮูหยินกลับไปได้ไม่นานก็สิ้นใจแล้ว ทว่าก่อนหมดลมนางได้ฝากฝังคำสั่งเสียเอาไว้ไม่น้อย ที่ว่ามาก็ล้วนเป็นเรื่องความกังวลที่ว่าคุณชายใหญ่สกุลไป๋จะแย่งชิงสินทรัพย์ของคุณชายอีกสองคนไป”“ว่ากันว่าเมื่อคืนวานสกุลหลี่ว์ก็ตามไปที่นั่นด้วย ร้องขอให้ให้ท่านโหวรีบนำเรื่องบอกกล่าวสู่สังคม เพื่อที่จะยืนยันสถานะของไป๋จื่อมู่”ซ่งจืออวี้เล่าถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินมา “ไป๋ฮูหยินช่างเผด็จการเสียจริง แม้ว่ากันตามจริง คุณชายใหญ่สกุลไป๋จะมิใช่ลูกในไส้ของนาง ทว่าหากในตอนนั้นนางมิได้รับเขามาอุ้มชู มีหรือจะได้มีตำแหน่งฮูหยินจวนโหวเช่นนี้”“บัดนี้ข้ามสะพานได้กลับรื้อสะพานทิ้งถีบหัวส่งเขา ทั้งยังเป็นเหตุให้มารดาเขาตาย คุณชายใหญ่สกุลไป๋ช่างน่าเวทนาเสียจริง”ซ่งรั่วเจินฟังคำแล้วไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อยหลี่ว์เหวินซิ่วเดิมเป็นคนเห็นแก่ตัว กระทั่งความคิดจะฆ่าไป๋จื่อมู่ก็ยังเกิดมีขึ้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าเกลียดชังอย่างมิอาจอยู่ร่วมโลกได้มากเพียงใดเรียกคนสกุลหลี่ว์มาก่อนสิ้นใจเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการยืนยันความตั้งใจนี้ ทั้งยังเป็นก
ความไม่พอใจที่สุมอยู่ในอกของนางได้ค่อยๆ มลายหายไปตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว...“หากเจ้าชอบพอเขาอยู่จริงก็จงบอกแม่ตามตรงเถิด หลายวันก่อนเจ้าสลบไสลมิได้สติ เยี่ยนโจวก็ได้แจ้งชัดถึงความในใจกับพ่อเจ้าแล้ว ว่ามีใจอยากจะสู่ขอเจ้า” เยี่ยนชิงอวี้กล่าวลั่วชิงอินตกใจเสียจนแทบทำถ้วยหลุดมือ“เขาว่า...จะสู่ขอข้าหรือ?”เยี่ยนชิงอวี้พยักหน้าอย่างจนใจ ลูกสาวของนางคนนี้ช่างหัวรั้นหัวแข็งเสียจริงหากเปลี่ยนเป็นนาง ต่อให้ก่อนหน้านี้ซ่งเยี่ยนโจวจะมีเหตุผลใดให้ไม่อาจแต่งกับนางได้ นางก็จะเฟ้นหาคู่ครองคนใหม่ที่สมดังใจให้จงได้ ไม่ใช่หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ต้องเป็นซ่งเยี่ยนโจวเท่านั้นแต่ลูกสาวของนางกลับรักปักใจในเขาอย่างลึกซึ้ง ดันทุรังรั้งรอเขาจวบจนถึงตอนนี้“เขาบอกว่าจะสู่ขอเจ้า และเขาก็แสดงให้ข้าและพ่อของเจ้าได้เห็นชัดแล้ว”“ฝ่าบาทยังมิได้ถอดถอนตำแหน่งของเขา รอเขาหายดีแล้ว ก็ยังคงเป็นหัวหน้าราชองครักษ์บูรพาระดับสี่ หากเจ้ายังชอบพอเขาอยู่จริง จะลองพิจารณาดูก็ย่อมได้” เยี่ยนชิงอวี้กล่าวคิ้วตาของลั่วชิงอินปรากฏร่องรอยเปี่ยมปิติออกมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว กระทั่งน้ำเสียงของนางก็ฟังดูสดใสขึ้นทันตา“ท
“ข้าไม่ได้สั่งการผู้ใดไปลงมือ” ลั่วหวยเฉิงได้ฟังคำถามจากมารดาและน้องชายตนแล้วส่ายหัวปฏิเสธ “น่าจะเป็นซ่งเยี่ยนโจวเสียมากกว่า”จบประโยค เยี่ยนชิงอวี้และลั่วหวยหลี่ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน สีหน้าเต็มด้วยความแปลกใจ “ซ่งเยี่ยนโจวหรือ?”“เรื่องนี้นอกเสียจากพวกเราก็มีเพียงซ่งเยี่ยนโจวที่รู้ เขาจัดการเรื่องราวมิมีขาดตกบกพร่อง คงจะเพราะคาดเดาได้ว่าเหยาจิ่นเฉิงจะคว้าเอาเรื่องนี้เป็นโอกาสจึงได้ชิงลงมือตัดหน้าเสียก่อน”“นอกจากเขาแล้ว คงมิอาจเป็นใครอื่นได้แล้ว”ลั่วหวยเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ เขารู้จักซ่งเยี่ยนโจวมานานนมแล้ว ย่อมรู้ดีว่านิสัยของเขาเป็นเช่นไร เพียงดูวิธีการก็มองออกได้แล้วว่าใช่เขาหรือไม่“ข้าก็คิดอยู่เชียวว่าผู้ใดกันลงมือได้รวดเร็วกว่าข้าเสียอีก ที่แท้ก็เป็นพี่เยี่ยนโจว เช่นนั้นก็มิน่าแปลกแล้ว”ลั่วหวยหลี่หัวเราะขึ้น ตั้งแต่ความเข้าใจผิดได้คลี่คลายลงแล้ว ความขุ่นข้องหมองใจของเขาก็มลายหายไปด้วยเช่นกัน ยามนี้เมื่อได้รู้ว่าเขาปกป้องพี่หญิงรองเช่นนี้ ความรู้สึกยิ่งดีมากขึ้นไปอีก“ท่านแม่ มิได้ให้น้องหญิงรองแต่งกับเหยาจิ่นเฉิงจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว เห็นได้ชัดจากเ
หลินจือเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้แรกเริ่มซวงซวงเคยปฏิเสธเขาเพราะมีใจชอบพอฉู่อ๋อง แต่หลังจากนั้นที่เขาไปชายแดน ไม่รู้เพราะเหตุใดจู่ๆ ซวงซวงจึงคิดขึ้นมาได้ จนตามเขาไปอยู่ด้วยกันยังชายแดนคำพูดประโยคนี้ของซ่งจืออวี้แม้จะเจ็บแสบระคายหูนัก แต่เขาก็ฟังมันอย่างตั้งใจ ฉินเซี่ยงเหิงเป็นเช่นใดฉินซวงซวงก็ย่อมเป็นเช่นนั้น ตอนแรกเลือกเขาแล้ว ไม่ใช่ว่าเกิดเสียใจขึ้นมาหรอกหรือ จึงได้เกิดความคิดอยากจะปีนป่ายเข้าหาฉู่อ๋องอีก?สีหน้าของฉินซวงซวงแปรเปลี่ยน นางทำทีท่าราวถูกใส่ความอย่างหนัก ร้องไห้พลางกล่าว“ท่านพี่ ในใจและสายตาของข้ามีก็แต่ท่านเท่านั้น เพื่อจะได้แต่งงานกับท่าน ข้าต้องทนแบกรับคำนินทาครหามากมาย ท่านคิดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร?”“ข้าบริสุทธิ์ใจจริงๆ หากข้ายังลืมฉู่อ๋องไม่ได้ ตอนแรกข้าจะตามไปหาท่านที่ชายแดนได้อย่างไร?”เรือนคิ้วหลินจือเยว่ขมวดมุ่น “แล้วเจ้าอยู่ดีไม่ว่าดีเหตุใดจึงต้องไปจับผิดความสัมพันธ์ฉู่อ๋องกับซ่งรั่วเจิน ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเจ้าเลยสักนิด”“ก็ย่อมเพื่อท่านอย่างไรเล่า!” ฉินซวงซวงว่า“เพื่อข้าหรือ?”“หากมิเพราะซ่งรั่วเจิน ท่านมีหรือจะสูญยศสิ้นตำแหน่ง? เป็นน
เมื่อแรกเขาควรฟังมารดา แต่งงานรับซ่งรั่วเจินเข้าจวนก่อน ปลอบโยนดีแล้วค่อยให้ซวงซวงเข้าบ้านเช่นนี้แล้ว ต่อให้ซ่งรั่วเจินไม่ยินดี ก็ไม่สามารถหย่าได้อย่างง่ายดายนักเขาไม่มีวันตกต่ำกลายเป็นสามัญชน เขายังเป็นหลินโหวฐานะสูงศักดิ์ เป็นขุนนางใหม่ในราชสำนัก มีอนาคตที่ดี มิใช่ตัวตลกเพียงออกจากบ้านก็ถูกคนหัวเราะเย้ยหยันเช่นนี้มองมารดาตรงหน้า เขารู้สึกทรมานมากยิ่งขึ้นภายในใจ ก่อนนี้ยามเพิ่งกลับจากสนามรบ มารดาสวมใส่เครื่องประดับเงินทอง สีหน้านวลแดง ภายในจวนรุ่งเรืองรุ่งโรจน์นี่เพิ่งผ่านไปนานมากเพียงใดกัน ภายในจวนก็รายรับไม่พอรายจ่าย กินดื่มสวมใส่ใช้สอยต้องประหยัด แม้แต่บ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติก็เกือบไปหมดแล้วพูดว่าไม่เสียใจภายหลังเป็นเรื่องเท็จ ไฉนเลยเขาจะไม่เสียใจภายหลังได้เล่า?ฉินซวงซวงเห็นฮูหยินผู้เฒ่าหลินโยนความผิดทั้งหมดให้นาง เกิดโทสะขึ้นภายในใจอย่างสุดระงับ“ข้าและท่านพี่มีจิตปฏิพัทธ์ต่อกัน เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เป็นซ่งรั่วเจินใจแคบเกินไป หาเรื่องไปทุกจุดไม่ยอมผ่อนปรนจึงมาถึงขั้นนี้ เช่นนี้จะโทษเพียงข้าได้อย่างไร?”“หากมิใช่เจ้าก่อความวุ่นวาย จะต้องทำลายการหมั้นหมายของจือเยว่ให้ไ
สายตาฮูหยินผู้เฒ่าหลินคล้ายตบหน้าฉินซวงซวงไปแล้วหนึ่งฉาด ล้วนต้องโทษฉินเซี่ยงเหิง!เรื่องจ้าวซูหว่านนี้โวยวายจนไม่น่าดูชมมากเกินไป เอ่ยถึงก็คล้ายวิจารณ์ข้อผิดพลาดของผู้อื่น แม้แต่เหตุผลให้ตอบโต้ก็ไม่มี“ลูกเอ๋ย เจ้าฟังคำชี้แนะของแม่สักครั้ง อย่าได้เหลวไหลตามนางเป็นอันขาด หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป น่ากลัวว่าแม้แต่ชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าหลินมองหลินจือเยว่อย่างปวดใจ หากเป็นไปได้ อยากให้เขาหย่าภรรยาแต่งงานใหม่เสียเลยเพียงน่าเสียดาย บัดนี้ตระกูลหลินตกลำบากกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ยังมีใครยินดีแต่งงานเข้ามาอีกเล่า?หลินจือเยว่พยักหน้า “ท่านแม่วางใจเถิด ลูกล้วนเข้าใจดี ภายภาคหน้าไม่มีวันปล่อยให้ซวงซวงทำเรื่องเหลวไหลอีกแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าหลินกำชับเขาอีกหลายประโยคนี่ถึงจากไป เท้าหน้าเพิ่งจากไป ฉินซวงซวงก็พูดอย่างสุดจะหักห้ามใจได้“ท่านพี่ เมื่อครู่ท่านพูดคำนี้หมายความว่ากระไร? เหตุใดข้าเหลวไหลไปได้เล่า? ข้าทำทั้งหมดนี้หรือยังมิใช่เพราะคิดคำนึงแทนพวกเราอีกหรือ?”“เกิดเรื่องขึ้นมากเพียงนี้ ยังไม่ต้องพูดว่าภายในใจท่านแม่ข้าทุกข์ทรมานมากนัก ข้าก็เพียงตกปากรับคำท่านแม่สองประโยคเท
“บัดนี้สถานการณ์ของสกุลซ่งไม่ดี ทว่าหากได้ลั่วกั๋วกงช่วยเหลือ สกุลซ่งก็อาจกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง ซ่งเยี่ยนโจว สามารถอาศัยกำลังช่วยเหลือจากลั่วกั๋วกงก้าวขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นได้!”สายตาเหยาจิ่นเฉิงเปี่ยมความมิอาจหักใจ อันที่จริงเขาไม่รู้สึกอะไรต่อลั่วชิงอิน เพียงคิดว่าสามารถหลับนอนกับสตรีที่ซ่งเยี่ยนโจวชมชอบได้ มากน้อยอย่างไรก็มีความสุขแน่นอน สำคัญที่สุดยังเป็นฐานะของลั่วกั๋วกงหากเปลี่ยนเป็นอดีต ลั่วชิงอินอายุยังน้อย ด้วยฐานะของพวกเขาสกุลเหยา เดิมทีก็ไม่สามารถเอื้อมถึงกุลลั่วสองปีมานี้ ตัวเขาเองก็พยายาม แต่อยากแหวกว่ายในราชสำนักดุจมัจฉาในวารีนี้ยากเพียงใด?หากมีที่พึ่งพาอาศัยเฉกเช่นลั่วกั๋วกง นั่นก็ไม่เหมือนกันแล้ว นี่ก็คือสาเหตุที่เขาเกิดความสนใจต่อลั่วชิงอินในตอนแรกบัดนี้ต้องประกบมือหลีกทางให้คนอื่น รู้สึกปวดแปลบไม่สบอารมณ์ภายในใจอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง“เรื่องนี้แม่เองก็รู้ แต่สตรีที่ไม่สามารถคลอดลูกได้แม้คนเดียว เจ้าแต่งกลับมาก็คือภาระ!”“เจ้าดูร่างกายผอมบางเพียงลมพัดก็ปลิวของลั่วชิงอินคนนั้น เจ้ายังเป็นคนชอบทรมานคนอีกด้วย น่ากลัวว่าอยู่ได้ไม่นานก็ตายแล้ว” สวี่ซืออี้กังวลอ
“เสด็จแม่ไม่ต้องกังวลพระทัย เสด็จพ่อมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ย่อมมีความเห็นของตนพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่จวินถิงพูดได้เห็นท่าทางไม่แปลกใจของฉู่จวินถิง ฮองเฮานึกถึงก่อนหน้านี้ยามนางไปห้องทรงพระอักษร มีความคิดอยากขอให้ฝ่าบาทประทานสมรสระหว่างจวินถิงและหลิงเชี่ยนเอ๋อร์ ท่าทางกริ้วจัดของฝ่าบาทนั้นตอนนั้นนางยังไม่รู้ว่าตกลงเกิดเรื่องใดขึ้น ทว่าบัดนี้คล้ายเข้าใจแล้วน่ากลัวว่าฮ่องเต้สังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพียงแต่นางมองไม่ออกมาโดยตลอด ชนิดที่ว่ายังชื่นชมงานแต่งนี้อีกด้วยบัดนี้คิดๆ ดูแล้ว นางโง่งมเกินไปจริงๆ........หลังตวนเฟยได้รับเซียนโบตั๋นแล้ว เรื่องแรกที่ทำคือกลับไปบูชาด้วยความจริงใจ“พระสนม สิ่งนี้เป็นจงเฟยมอบให้ฮองเฮา นางจิตใจดีถึงเพียงนี้จริงหรือ? บ่าวกังวลว่านี่คืออุบายเพคะ”แม่นมทางด้านข้างพูดเกลี้ยกล่อมอย่างอดไม่ได้ มักคิดว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นแต่ไหนแต่ไรมาจงเฟยเป็นคนใจแคบ มีอะไรดีก็ซ่อนไว้ให้ตนเอง ไฉนเลยจะสามารถหักใจยกให้ผู้อื่นได้?“นี่เป็นของที่จงเฟยมอบให้ฮองเฮา นางกล้ามอบให้ หรือยังสามารถวางยาพิษได้อีกกระนั้น?”“หากเกิดเรื่องจริง คนซ
หลังฮองเฮาได้ฟังทั้งหมดแล้ว รู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นมา สายตาเปี่ยมโทสะ“จงเฟยบังอาจยิ่งนัก! ถึงขั้นวางแผนทำร้ายข้า!”เพียงคิดว่าจงเฟยแลกเปลี่ยนโชคชะตากับนาง ก็รู้สึกว่าไม่เคยพบเจอวิธีการโหดเหี้ยมเช่นนี้มาก่อนอยู่ที่วังหลัง เพื่อแย่งชิงความโปรดปราน มีเล่ห์อุบายมากมายผุดออกมา นางไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่วิธีน่ากลัวถึงเพียงนี้ ยังได้เห็นเป็นครั้งแรก หากไม่ใช่วันนี้จวินถิงและรั่วเจินบังเอิญเข้าวัง น่ากลัวว่านางจะต้องตกหลุมพรางจงเฟยแน่!หากสุดท้ายตกลงสู่ผลลัพธ์เช่นนั้น...นางไม่กล้าคิด!“เมื่อครู่พวกเจ้าน่าจะบอกข้า จะปล่อยให้ตัวหายนะเยี่ยงนางอยู่ในวังหลังได้เช่นไร?”สีหน้าฮองเฮาแข็งทื่อ ในเมื่อมีวิธีเช่นนี้ครั้งแรก ภายภาคหน้าไม่แน่ว่าจะมีมากยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่ยุ่งยากมากหรือ!เห็นสถานการณ์แล้ว ซ่งรั่วเจินหันมองฉู่จวินถิงอย่างอดไม่ได้ นางไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้เช่นไร อย่างไรเสียเดิมทีตวนเฟยก็ไม่ใช่คนดีอะไร ก็แค่แผนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเท่านั้นทว่า นางย่อมไม่สามารถพูดข้อนี้ได้“ปกติตวนเฟยมีความสัมพันธ์ไม่ดีต่อท่าน เรื่องนี้ให้นางไปหาเรื่องจงเฟยก็พอ เหตุใดท่านต้องเข้าไปข
เพียงแต่ ตวนเฟย...นางเลื่อนสายตาไป ได้เห็นใบหน้าประดับยิ้มของตวนเฟย นึกได้ว่านางน่าจะเป็นมารดาขององค์ชายสี่ในหนังสือ องค์ชายสี่เป็นตัวร้าย ตอนที่องค์ชายสี่เรืองอำนาจ ตวนเฟยมีสง่าราศีที่สุด ทว่าบัดนี้ได้รับเซียนโบตั๋นไป หากจงเฟยไม่ยอมหยุด ดูท่าแล้วต่อจากนี้ตวนเฟยและองค์ชายสี่จะต้องพบปัญหาแล้ว....นี่ก็นับเป็นเรื่องดีกระมัง?ต่อมาองค์ชายสี่เหลียงอ๋องทำร้ายคนมากมาย แม้แต่อวิ๋นอ๋องก็ได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้ เดิมทีนางก็อยากหยุดยั้งเรื่องทั้งหมด ย่อมมีความสุขที่ได้เห็นทั้งหมดนี้“พี่น้องหญิงล้วนมาเยี่ยมคารวะแล้ว กลับไปก่อนเถอะ” ฮองเฮาพูดเห็นสถานการณ์แล้ว เหล่าสนมต่างพากันลุกขึ้น ทำความเคารพแล้วถึงจากไปจนกระทั่งทุกคนจากไปแล้ว ฮองเฮาจึงเอ่ยปาก “อยู่ดีๆ เหตุใดถึงให้ข้ายกของให้ตวนเฟยเล่า?”ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจินแวบหนึ่งและพูดว่า “นั่นไม่ใช่ของดีอะไร เก็บไว้ภายในตำหนักของเสด็จแม่ย่อมอันตราย ตอนจัดการย่อมเกิดปัญหายุ่งยากพ่ะย่ะค่ะ”“ในเมื่อตวนเฟยดึงดันขอร้องต่อหน้าคนมากถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นพยานได้พอดี ไฉนเลยจะไม่พายเรือตามน้ำ ไม่เพียงสามารถทำให้ตวนเฟยจดจำน้ำใจครั้งนี้ไว้ ยังสลัดเผื
ซ่งรั่วเจินหัวเราะเบาๆ สังเกตเห็นความอิจฉาในเสียงของจงเฟย กลับไม่แปลกใจ อย่างไรเสีย ระยะนี้ก็เกิดเรื่องกับเช่ออ๋องอย่างต่อเนื่อง คนรับชมเรื่องตลกมีไม่น้อย จงเฟยย่อมไม่สบอารมณ์ยามได้เห็นพวกเขา“ก่อนหน้านี้ฮองเฮาใส่ใจต่อเรื่องแต่งงานของฉู่อ๋องมาโดยตลอด บัดนี้ในที่สุดเรื่องงานแต่งของฉู่อ๋องก็ตัดสินแล้ว เชื่อว่าฮองเฮาจะต้องดีใจแน่ สองคนนี้ยืนอยู่ด้วยกันแล้วเป็นคู่สร้างคู่สมจริงๆ!”ตวนเฟยยิ้มพลางชื่นชม ภายในสายตาสะท้อนไอเย็น นึกถึงตอนแรกซ่งหลินยังไม่กลับมา ทุกคนต่างคิดว่าฉู่อ๋องโดนอุบายสาวงามแม้ว่าซ่งรั่วเจินหน้าตางดงาม แต่สกุลซ่งล้วนเสื่อมถอย ซ่งหลินตายในสนามรบ คุณชายใหญ่สกุลซ่งกลายเป็นคนพิการ คุณชายรองสกุลซ่งตาบอด คุณชายสามสกุลซ่งไม่ได้เรื่อง คุณชายสี่ก็เป็นแค่พ่อค้าไม่มีอำนาจ มีเพียงเงิน นอกจากกลายเป็นเนื้อบนเขียงแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรทว่าบัดนี้ลูกชายของสกุลซ่งล้วนมีความสามารถ แม้แต่ซ่งหลินก็กลับมาแล้ว กอปรกับซ่งฮูหยินเป็นลูกสาวแท้ๆ ของราชครูกู้ บัดนี้สกุลซ่งกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองหลวงแล้วความเปลี่ยนแปลงนี้ ใครบ้างไม่อยากได้ฮองเฮาได้พบซ่งรั่วเจินอีกครั้ง สีหน้าซับ
ฉู่จวินถิงสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของซ่งรั่วเจิน ไหวพริบบ่งบอกว่ามีปัญหาซ่งรั่วเจินส่ายหน้าเบาๆ “เพียงแต่ได้ยินจงเฟยพูดเรื่องบูชาเซียนโบตั๋นจึงรู้สึกแปลกอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าใช่เซียนโบตั๋นที่หม่อมฉันรู้จักหรือไม่”นางเคยได้ยินเรื่องเซียนโบตั๋นมาก่อน เป็นสิ่งที่สตรีบูชาจริง เซียนบุปผา มีสรรพคุณช่วยคืนความอ่อนเยาว์ เพียงแต่ภายในนี้กลับมีเคล็ดลับบางอย่าง ทำให้คนเสพติดอย่างง่ายดาย สุดท้ายลุ่มหลงจนยากจะถอนตัวขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีหากเป็นคนฝีมือโหดเหี้ยม ก็สามารถใช้ของสิ่งนี้แลกเปลี่ยนโชคชะตาได้ น่ากลัวอย่างมากจงเฟยมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ตนเองเก็บไว้บูชาเองก็พอ ทว่านางกลับนำมามอบให้ฮองเฮา แปลกเกินไปแล้วกระมัง“พูดให้ฟังเถอะ”ฉู่จวินถิงกลับไม่รีบร้อนจากไป เอียงหูฟัง รอฟังคำพูดของว่าที่ฮูหยินอย่างอารมณ์ดีแท้จริงแล้ว ไม่ว่าเจินเอ๋อร์พูดอะไร เขาล้วนอยากฟัง“หม่อมฉันเคยเห็นเซียนโบตั๋นมาก่อน ทำให้สตรีงดงามอ่อนเยาว์ผ่านการบูชาอาหาร หากจริงใจมากเพียงพอ ยังสามารถใช้เลือดเป็นเครื่องบูชาได้ ผลลัพธ์ดีมากนัก”“เพียงแต่จะทำให้สตรีลุ่มหลง กลายเป็นรีบร้อนอยากได้ผลลัพธ์ จากนั้นยากจะถอนตัวขึ
วังหลังวันนี้ซ่งรั่วเจินและฉู่จวินถิงเข้าวังไปขอบพระทัยความเมตตาด้วยกัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นความครึกครื้นทั้งภายในภายนอกตำหนักของฮองเฮายังไม่ทันเข้าไปก็ได้ยินเสียงตวนเฟยดังออกมาจากภายใน“ระยะนี้น้องหญิงจงเฟยงดงามมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว คนเองก็สดใสมีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษ ผิวพรรณขาวเปล่งปลั่ง ข้าถามนางว่าใช้เคล็ดลับอะไร นางก็ไม่ยอมบอกข้า ต่อมาข้ายังเห็นด้วยตนเอง”ตวนเฟยมองเซียนโบตั๋นข้างห้องบรรทมของฮองเฮาแวบหนึ่ง สายตาสะท้อนแววละโมบ“ที่แท้นางก็ตั้งใจขอเซียนโบตั๋นจากพระผู้ทรงศีล เพื่อรักษาความเยาว์วัยของสตรี ทำให้งดงามมีเสน่ห์!”เพียงถ้อยคำนี้พูดออกมา สนมคนอื่นก็ตาร้อนผ่าว ความเปลี่ยนแปลงของจงเฟยในระยะนี้ พวกนางล้วนเห็นอยู่ในสายตา ฝ่าบาทเองก็ประทับค้างแรมกับจงเฟยที่นั่นติดต่อกันหลายคืน ใครจะไม่อิจฉากันเล่า?สนมภายในวังมีไม่น้อย พวกเขาทำเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท ปกติทำทุกวิธี ก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลบัดนี้ได้เห็นจงเฟยได้รับความโปรดปรานมากขึ้นทุกที แต่ละคนร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว“เดิมทีคิดว่าจงเฟยจะซ่อนไว้ คิดไม่ถึงเลยว่ายังมอบให้ฮองเฮาอีกด้วย น้องหญิงจงเฟยจริงใจต่อฮองเอาจริงๆ!
“บัดนี้ข้าและองค์หญิงเพียงแต่มีปัญหากันเล็กน้อยเท่านั้น รอข้าไปอธิบายให้ชัดเจน ทั้งหมดย่อมกลับมาเป็นเหมือนเดิม”เสิ่นหวยอันพูดอย่างมีเหตุผล ชนิดที่ว่าหน้าตายังเผยแววลำพองใจ “เจ้าคิดดูให้ดี หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก่อเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมา ป่านนี้คงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”“ส่วนข้า ก็แค่ถูกโบย สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างว่องไว หรือเจ้าไม่เข้าใจความหมายกันเล่า?”“ตกลงเจ้าจะพูดอะไร?” เสิ่นจวินเจ๋อหรี่ตาลง สังเกตเห็นปัญหาแล้ว เสิ่นหวยอันมั่นใจในตนเองเกินไป“เหตุที่องค์หญิงทำเช่นนี้ ก็เพราะหึงหวงเท่านั้น” เสิ่นหวยอันหัวเราะเบาๆ ลูบแต่งผมและพูด “องค์หญิงมีจิตปฏิพัทธ์ต่อข้า เพียงแต่เห็นซ่งปี้อวิ๋นอยู่ข้างกายข้ามาโดยตลอด เข้าใจผิดคิดว่าข้าและนางมีความสัมพันธ์กัน นี่ถึงเป็นเช่นนี้”“ระหว่างสตรีย่อมหนีไม่พ้นความหึงหวง นี่คือเรื่องธรรมดาอย่างมาก เพียงแต่องค์หญิงอารมณ์รุนแรงอยู่บ้าง นี่ถึงโบยข้า”“หากไม่รัก นางก็คงไม่โมโหถึงเพียงนี้ เจ้าเข้าใจหรือไม่?”เสิ่นจวินเจ๋อชะงักไปในทันใด ครู่ต่อมาคิดว่าสายตาของฉู่มู่เหยาไม่น่าจะแย่ถึงเพียงนี้ เพียงแต่ลองคิดดูแล้วเขาก็เริ่มไม่มั่นใจเพราะเสิ่นหวยอันมั่นใจในตน
ได้ยินคำพูดของอวิ๋นเฉิงเจ๋อ ภายในสายตาอวิ๋นเนี่ยนชูเปี่ยมความแปลกใจ มากที่สุดคือต้องการรู้เหตุผลทั้งหมดตกลงเป็นเพราะอะไร?เพราะเหตุใดหลายปีมานี้ ทั้งๆ ที่นางแสดงความชอบของตนออกมาไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ทว่าญาติผู้พี่กลับหลบเลี่ยงนางมาโดยตลอด นางต้องการคำตอบหนึ่ง กลับไม่ได้รับทั้งๆ ที่ดีต่อนางถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่ภายในใจมีนางมาโดยตลอด เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?อวิ๋นเฉิงเจ๋อเอ่ยปากพูดเสียงขมปร่า นี่ถึงพูดความคิดที่เก็บซ่อนไว้ภายในใจตลอดหลายปีมานี้ออกมา...อวิ๋นเนี่ยนชูได้ยินทั้งหมดนี้ สายตาสะท้อนแววเหลือจะเชื่อ ยากจะเชื่อได้ว่าทั้งหมดนี้ถึงขั้นยังมีเรื่องที่นางไม่รู้มากถึงเพียงนี้“ดังนั้น...พวกเราไม่ใช่ญาติพี่น้องแท้ๆ?”อวิ๋นเนี่ยนชูเผยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด นี่คือเรื่องที่นางไม่เคยรู้ หลายปีมานี้ญาติผู้พี่ก็ไม่เคยพูดมาก่อนอวิ๋นเฉิงเจ๋อพยักหน้า “ปีนั้นข้าถูกทิ้งไว้ที่ประตูเรือนด้านหลัง หากไม่ใช่ท่านแม่ใจดีรับเลี้ยงข้า ข้าคงตายไปตั้งนานแล้ว...”หลายปีมานี้เขาเคยคิดอยู่หลายค่ำคืน บิดามารดาแท้ๆ ของเขาเป็นใคร เหตุใดต้องทิ้งเขา บางครั้งก็เกลี้ยกล่อมตนเอง คิดถึงปัญหาเหล่านี้ไปล้วนไ
เพียงเอ่ยปาก โทสะทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมาแล้วความเจ็บปวดและอึดอัดใจที่สั่งสมอยู่ภายในใจล้วนระเบิดออกมาในเวลานี้อวิ๋นเฉิงเจ๋อได้ยินอวิ๋นเนี่ยนชูพูดเช่นนี้เป็นครั้งแรก มองนางตวาดถามไล่เรียงตนเอง ภายในใจเปี่ยมความรู้สึกผิด“ขอโทษ ล้วนเป็นความผิดของข้า”เห็นสายตาเปี่ยมความรู้สึกผิดของฝ่ายชาย อวิ๋นเนี่ยนชูตาแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “เดิมทีทั้งหมดนี้ก็เป็นความผิดของท่านอยู่แล้ว! เหตุใดท่านไม่บอกข้าเร็วสักหน่อย ท่านรู้ว่าหลายปีมานี้ข้าฝืนได้ลำบากมากเพียงใดหรือไม่?”“ในเมื่อท่านไม่พูดมาโดยตลอด เหตุใดไม่เก็บเอาไว้ชั่วชีวิตเล่า?”น้ำตานางไหลลงมา ตลอดหลายปีมานี้ไม่ตอบรับความรู้สึกนาง นี่ทุกข์ใจมากเพียงใด?นางอยากบริภาษเขาแรงๆ อยากทุบตีเขา ชนิดที่ว่าอยากไม่สนใจเขาอีก ทำให้เขาเสียใจภายหลังไปชั่วชีวิตเพียงแต่ ยามได้เห็นของเหล่านั้นที่เขาซ่อนไว้ภายในห้อง รวมถึงภาพเหมือนของนางที่วาดไว้นับไม่ถ้วนยามค่ำคืน นางก็อยากร้องให้อย่างอดไม่ได้...“เป็นความผิดของข้าเอง ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของข้า เจ้าตีข้าด่าข้าโทษข้า ล้วนสมควรทั้งสิ้น”อวิ๋นเฉิงเจ๋อสืบเท้าขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ภายในสายตาเปี่ยมความเอ็