Share

บทที่ 2

Author: อี๋เหมี่ยว
เจ้าของทาสเป็นคนดูสีหน้าคนเก่ง พอเห็นว่าเธอพอใจ ก็รีบโก่งราคาทันที เรียกไปสองหมื่นเหรียญทอง

ยังพอไหว ในบัตรของเจ้าของร่างเดิมยังเหลือเงินอยู่หนึ่งแสนเหรียญทอง

เจียงจือเซี่ยยื่นบัตรออกไปอย่างใจเย็น

เจ้าของทาสรับบัตรไปด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี

กรงถูกเปิดออก เจ้าของทาสเตะกรงอย่างหยาบคายสองทีแล้วตะโกนว่า “ออกมา! มาทำความรู้จักเจ้านายคนใหม่ของแกซะ!”

เด็กหนุ่มผมสีเงินคลานออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้นนิ่งไม่ไหวขยับ

คำพูดที่ใช้แนะนำตัวเขาเมื่อครู่ เขาได้ยินชัดทุกคำ เพศเมียคนนี้คงซื้อตัวเขากลับไปไว้เป็นที่ระบายอารมณ์แน่

ในใจเขาได้แต่หวังว่า ตอนที่เธอลงมือจะหนักมือหน่อย

ดีที่สุดคือทำให้เขาหลุดพ้นจากทุกอย่างได้โดยเร็วที่สุด

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขยับ เจ้าของทาสก็ยกเท้าขึ้นเตรียมจะถีบอีกครั้ง

เจียงจือเซี่ยเท้าเอวทันที เบิกตากว้างแล้วตวาดว่า “ใครอนุญาตให้นายลงมือ?”

น้ำเสียงของเธอหยิ่งผยอง “ใครอนุญาตให้นายมาแตะต้องของของฉัน?”

เจ้าของทาสได้สติกลับมา รีบโค้งตัวถอยออกไปทันที “องค์หญิง โปรดอภัยด้วย!”

เขายกโซ่ที่ล่ามอยู่บนตัวลู่เจวี๋ยขึ้นด้วยสองมือ พร้อมส่งกุญแจให้เธอ

“เชิญรับไว้ครับ”

เจียงจือเซี่ยรับโซ่มา ในใจพลันตื่นเต้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

สำเร็จแล้ว!

เธอมองพวงกุญแจนั้น ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันใส่กระเป๋า

ปลดตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเขาหนีไป เงินสองหมื่นเหรียญทองก็สูญเปล่าน่ะสิ?

เธอดึงโซ่ล่ามแล้วหันหลังเดินออกไป

“ไปกันเถอะ”

ในสายตาของลู่เจวี๋ย เขามองเห็นเพียงข้อเท้าเรียวเล็กคู่หนึ่งกับชายกระโปรงที่พลิ้วไหวเท่านั้น

เขากัดอุปกรณ์กันกัดในปากแน่น แล้วขยับร่างที่แข็งทื่อเดินตามไป

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เท้าคู่นั้นก็หยุดลงกะทันหัน

ลู่เจวี๋ยชะงักไปทั้งตัว

หรือว่า...เธออดใจไม่ไหว อยากทรมานเขาตรงนี้แล้ว?

เขาเกร็งร่างกายขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เจียงจือเซี่ยมองลู่เจวี๋ยที่กำลังคลานคุกเข่าไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ก่อนจะถอนหายใจอย่างจนปัญญา แล้วโยนกุญแจคืนให้เจ้าของทาส

“ปลดโซ่เหล็กบนตัวเขาออกให้หมด”

“หา? ปลดทั้งหมดเลยเหรอ?”

“อืม ยกเว้นอันที่คอเส้นนี้”

โซ่เหล็กร่วงลงสู่พื้น เจียงจือเซี่ยก้มมองเขาแล้วถามว่า “ลุกขึ้นยืนได้ไหม?”

ลู่เจวี๋ยได้ยินคำถามนั้นอย่างเลือนราง

เขาพยักหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างโซเซ ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาจากฝ่าเท้าในทันที

เจียงจือเซี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วจูงเขาเดินออกไปต่อ

เพิ่งเดินออกจากตลาดทาสได้ไม่นาน ก็มีเสียงผู้หญิงใสดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“องค์หญิงสาม!”

เจียงจือเซี่ยเงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ

เพศเมียคนหนึ่งรวบผมหางม้า กำลังเดินตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว บนใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีและประหลาดใจ

เจิงเหวินเหวิน... เพื่อนสนิทของเจ้าของร่างเดิมนี่นา...

เธอเบนสายตาออกไปอย่างเฉยเมย

“หึ...”

ด้านหลังมีเสียงครางอู้อี้ดังขึ้น

เธอเหลือบเห็นคนด้านหลังกำลังโอนเอน จึงรีบหันกลับไปพยุงเขาไว้ทันที

ลู่เจวี๋ยเพียงเจ็บมากเกินไป จนเผลอเหม่อลอยไปชั่วขณะ

พอได้สติกลับมา เขาก็พบว่าตัวเองพุ่งชนเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของนายคนใหม่เสียแล้ว!

เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พยายามดิ้นรนจะยืนตัวตรง แต่เพราะร่างกายอ่อนแรงเกินไป สุดท้ายกลับถูคราบเลือดติดบนเสื้อผ้าของอีกฝ่ายแทน

แย่แล้ว

ทั้งร่างของเขาแข็งค้าง ไม่กล้าขยับมั่วซั่วอีก

โดยธรรมชาติแล้วเพศผู้มักมีรูปร่างสูงใหญ่ เจียงจือเซี่ยพยุงเขาอยู่ค่อนข้างลำบาก จึงยกมือส่งสัญญาณให้องครักษ์ขับรถมารับตรงนี้เลย

เธอยังรู้สึกได้ว่าทั้งตัวเขาสั่นอย่างหนัก จึงคิดว่าอาการบาดเจ็บคงสาหัสเกินกว่าจะฝืนไหวแล้ว

เจิงเหวินเหวินวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

“องค์หญิงสาม ในที่สุดฉันก็หาคุณเจอ! ทำไมคุณถึงมาที่แบบนี้ล่ะ?” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสนิทสนม แต่สีหน้ากลับไม่เห็นด้วย สายตากวาดมองลู่เจวี๋ยอย่างรังเกียจ “ที่แบบนี้มันดูเสียภาพลักษณ์จะตาย! แถมคุณยังไปแตะต้องทาสแบบนี้อีก ถ้าพี่ไป๋รู้เข้า ต้องยิ่งไม่ชอบคุณแน่!”

เจียงจือเซี่ยเหลือบมองเธออย่างเฉยเมย

เจิงเหวินเหวินเหมือนได้รับกำลังใจ จึงพูดต่ออย่างออกรสออกชาติยิ่งกว่าเดิม “ถ้าจะให้ฉันพูดนะ คุณควรไปเรียนมารยาทของราชวงศ์ให้ดี ๆ ทำตัวให้สง่างามขึ้น อ่อนโยนขึ้น แบบนั้นพี่ไป๋ถึงจะชอบคุณไง!”

สายตาของเธอเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของลู่เจวี๋ย

ตรงนั้นมีรอยสักสีเข้มที่ประกอบกันเป็นตราสัญลักษณ์ของทาสต้องโทษ

เธอยกมือปิดปากอย่างโอเวอร์ “โอ้โห! นี่เป็นทาสนักโทษด้วยเหรอ?! องค์หญิงสาม คุณไปอยู่ใกล้ทาสนักโทษขนาดนี้ได้ยังไง! ถ้าพี่ไป๋รู้เข้า เขาต้องยิ่งไม่ชอบคุณแน่!”

เจียงจือเซี่ยถูกกรอกหูจนความอดทนหมดลง “หุบปาก”

เจิงเหวินเหวินชะงักไป ไม่ทันได้ตั้งตัว

เจียงจือเซี่ยขี้เกียจจะสนใจเธอ

เพื่อนสนิทที่เรียกกันปากนี้ มาจากครอบครัวเล็ก ๆ และมีพลังจิตอ่อนแอพอ ๆ กับเจ้าของร่างเดิม เจ้าของร่างเดิมจึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันและมองเธอเป็นเพื่อนแท้ คอยให้ความสำคัญกับเธอมาโดยตลอด

แต่เพื่อนคนนี้กลับอาศัยชื่อของเจ้าของร่างเดิมไปหาผลประโยชน์ให้ตัวเองอยู่ข้างนอก แถมยังชอบหยิบเรื่องไป๋จื้ออวี้ เพศผู้ที่เจ้าของร่างเดิมชอบ มาใช้กดดัน บั่นทอนความมั่นใจ และควบคุมความคิดของเจ้าของร่างเดิมอยู่บ่อย ๆ พอคุณหนูตัวจริงกลับมา เธอก็เป็นคนแรกที่กระโดดออกมาซ้ำเติม และรีบแสดงความภักดีต่อองค์หญิงคนใหม่ทันที

ตอนนี้เจียงจือเซี่ยไม่มีความสนใจจะรักษามิตรภาพจอมปลอมแบบนั้นอีกแล้ว ความสนใจทั้งหมดของเธออยู่ที่เพศผู้ที่กำลังพิงอยู่ข้างกาย

องครักษ์รีบเดินเข้ามา ก่อนจะช่วยพยุงลู่เจวี๋ยที่กึ่งหมดสติเข้ารถด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เธอกำลังจะขึ้นรถ แต่เจิงเหวินเหวินกลับขวางเอาไว้

“องค์หญิงสาม วันนี้คุณเป็นอะไรไปเนี่ย! ฉันหวังดีกับคุณนะ! ถ้าคุณไม่ฟังฉัน ต่อไปพี่ไป๋จะไม่สนใจคุณอีกจริง ๆ!”

“อือ ๆ ได้ ๆ” เจียงจือเซี่ยโบกมืออย่างรำคาญ “หลบไป อย่ามาขวางทาง”

เจิงเหวินเหวินถึงกับอึ้งไป

เมื่อก่อนแค่ได้ยินว่าหากไป๋จื้ออวี้ไม่สนใจเธอ เจียงจือเซี่ยก็จะลนลานทันที และเชื่อฟังคำพูดของเธอทุกอย่าง

วันนี้เธอเป็นอะไรไปกันแน่?

“องค์หญิงสาม! วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของพี่ไป๋นะ! พวกเราใกล้จะไปสายแล้ว คุณยังไม่รีบโยนทาสคนนี้ทิ้งแล้วไปกับฉันอีกเหรอ?”

เจียงจือเซี่ยไม่แม้แต่จะเงยหน้า “งั้นเธอก็ไปเองสิ ไสหัวไป!”

เจิงเหวินเหวินตะลึงงัน แววตาฉายความอับอายวาบหนึ่ง

งานเลี้ยงของไป๋จื้ออวี้ ถ้าไม่มีคนจากราชวงศ์พาเข้าไป เธอก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปอยู่แล้ว

เธอตั้งใจกลั่นแกล้งฉันงั้นเหรอ?!

เธอกัดฟันแน่น ก่อนงัดไม้ตายออกมาใช้ “คุณ...คุณไม่ฟังฉันใช่ไหม... งั้นฉันจะไม่สนใจคุณอีกแล้ว!”

ในที่สุดเจียงจือเซี่ยก็หันมามองเธอตรง ๆ

เธอชี้มาที่ตัวเอง “เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”

เจิงเหวินเหวินงุนงงไปหมด “องค์หญิงสาม...”

“นั่นสิ” เธอยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มงดงามสะดุดตา “อย่างเธอก็มีคุณสมบัติมาชี้นิ้วสั่งการองค์หญิงอย่างฉันด้วยเหรอ?”

ใบหน้าของเจิงเหวินเหวินแดงก่ำขึ้นมาในทันที

เจียงจือเซี่ยเดินอ้อมเธอไป ก่อนก้มตัวขึ้นรถ

เจิงเหวินเหวินโกรธจนหน้าแดง รีบวิ่งมาที่ข้างรถแล้วตะโกนว่า “เจียงจือเซี่ย! คุณหมายความว่ายังไง! ฉันเป็นเพื่อนคนเดียวของคุณนะ!”

กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง

ดวงตาของเจิงเหวินเหวินเป็นประกายขึ้นมาทันที คิดว่าเธอกำลังจะยอมอ่อนข้อแล้ว

เจียงจือเซี่ยโผล่ศีรษะออกมาครึ่งหนึ่งแล้วมองเธอ

“อ้อ จริงสิ ฉันว่าคนอย่างเธอไม่คู่ควรจะเป็นเพื่อนฉัน งั้นเลิกคบกันเถอะ แล้วอย่าลืมคืนเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ รวมถึงเงินที่ยืมไปตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้ฉันด้วย คืนมาทั้งหมดเลย”

“คุณ...คุณพูดอะไรนะ...”

รอยยิ้มของเจียงจือเซี่ยยิ่งกว้างขึ้น “ถ้าไม่คืนล่ะก็ ฉันจะให้พี่ใหญ่จัดการตระกูลเจิงด้วยตัวเองเลยนะ”

กระจกรถเลื่อนปิดขึ้น ก่อนที่รถลอยฟ้าจะพุ่งหายไปในพริบตา

เจิงเหวินเหวินยืนนิ่งงันอยู่กับที่

เธอ...เธอบ้าไปแล้วหรือไง?

……

ลู่เจวี๋ยคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว

ไม่อย่างนั้น จะมีใครมาลูบเขาอย่างอ่อนโยนแบบนี้ได้ยังไง?

เขารู้สึกว่าบาดแผลทั่วร่างที่เจ็บจนแทบไร้ความรู้สึก ถูกพลังอ่อนโยนสายหนึ่งแผ่วผ่าน แม้จะเบาบาง แต่กลับเป็นสิ่งล่อลวงที่ยากจะต้านทาน...

เจียงจือเซี่ยพูดไม่ออก ก่อนจะดึงมือกลับมา

หลังกลับมาถึงวิลล่า เธอลองกระตุ้นพลังจิตของตัวเอง หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของลู่เจวี๋ยได้บ้าง

อืม... ผลลัพธ์แทบไม่มีเลย

อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมา

เธอถอนหายใจ ก่อนยอมรับชะตากรรมแล้วคุ้ยกล่องปฐมพยาบาลออกมา ทายาและพันแผลให้เขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 284

    “นายจะทำอะไร?!”แต่มู่หัวเย่เพียงหยุดอยู่ตรงนั้น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างไม่เกรงใจสายตาของเขาจาบจ้วงและตรงไปตรงมาอย่างไม่ปิดบัง“ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ว่าคุณทำยังไงถึงปราบเจียงถิงหมอนั่นได้อยู่หมัด...”เจียงจือเซี่ยชะงักอ้อ จริงสิ หมอนี่ยังคิดว่าเธอเป็นองค์หญิงตัวปลอมอยู่เลยแววตาของเธอเย็นลง “ไม่เกี่ยวกับนาย แล้วก็อย่าพูดถึงพี่ใหญ่เหมือนเขาเป็นสิ่งของ”คนคนนี้พูดจาน่าโมโหจริง ๆปราบอะไรกัน เจียงถิงไม่ใช่สัตว์สักหน่อยมู่หัวเย่เห็นแววปกป้องในดวงตาของเธอ ก็ยิ่งยิ้มอย่างไม่เกรงใจมากขึ้น“คุณคงไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ หรอกนะ?” เขาเอียงศีรษะ “ตั้งแต่แรกผมก็สงสัยแล้วว่า คุณสนิทสนมกับเพศผู้ที่ชาติที่แล้วส่งคุณไปเนรเทศขนาดนี้ได้ยังไง? แล้วยังมีลู่เจวี๋ยอีก คุณถูกเนรเทศไม่ใช่เพราะเขาหรือไง?”“……?”ใครส่งเธอไปเนรเทศ?ใครเป็นต้นเหตุ?เธองงไปชั่วขณะจากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้——สิ่งที่มู่หัวเย่พูดถึงคือจุดจบของ “ตัวเอง” ในเนื้อเรื่องเดิมเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้บอกว่าเจ้าของร่างเดิมถูกเนรเทศเพราะอะไรหรือถูกส่งไปเนรเทศอย่างไร เพียงบอกคร่าว ๆ ว่าเจ้าของร่างเดิมคิดทำร้ายเจียงเหลียน แต่ถูกเจียง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 283

    เหล่าองครักษ์ถูกเสียงเอะอะดึงความสนใจ ต่างคิดว่าในที่สุดก็เจอจิ้งจอกขององค์หญิงแล้ว จึงพากันกรูเข้าไป ถูไม้ถูมือเตรียมจับจิ้งจอกหนิงอี้ถลึงตามอง 666 ที่วิ่งเข้ามาอย่างโมโห ก่อนรีบหันหลังวิ่งหนี!666 เร่งไล่ตามสุดแรง แต่ใต้ก้นของพ่อบ้านประจำบ้านอย่างมันมีแค่สองล้อ จึงไล่ไม่ทันจริง ๆเหล่าองครักษ์ตามมาดู เมื่อพบว่าไม่มีใคร ก็สบตากันอย่างผิดหวัง“พ่อบ้านนี่เสียแล้วมั้ง? ฉันก็บอกแล้วว่ามันเหมือนจะขัดข้องนิดหน่อย”“เฮ้อ ตามหามาทั้งวันแล้ว ยังไม่เจอจิ้งจอกขององค์หญิงเลย”“พูดไปก็น่าเหลือเชื่อ จิ้งจอกตัวเดียวทำไมถึงคล่องแคล่วขนาดนี้ พวกเราตั้งหลายคนเฝ้าอยู่ยังหนีไปได้อีก?”“นั่นสิ ถ้าร่างสัตว์ของเผ่าอสูรไม่ได้มีความดุร้ายและเป็นอันตราย ฉันคงสงสัยแล้วว่านั่นไม่ใช่จิ้งจอก แต่เป็นเพศผู้คนไหนที่พลังจิตพังทลายจนกลายร่าง...”หนิงอี้ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลออกไปชะงักไปเล็กน้อยมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกซับซ้อนวาบผ่านในใจ——ทั้งหวั่นไหว ทั้งปวดหน่วง และยังมีความลนลานที่ยากจะสังเกตอีกเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย...ยังตามหาเขาอยู่เหรอ?ทั้งที่เขาจากเธอไปตั้งหลายครั้ง เธอยังตามหา

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 282

    แม้ช่วงนี้จะไม่ค่อยได้กินยาพิษชนิดนั้นแล้ว แต่ความสามารถในการสมานตัวของเนื้อหนังยังเสียหายอย่างหนัก เลือดซึมจนชุ่มเสื้อผ้าไปนานแล้วเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหยิบเทอร์มินัลออกมาส่งข้อความหาซูเฉินภายในสถาบันวิจัยตระกูลซู ซูเฉินได้รับข้อความแล้วรีบเดินทางมาจากวังหลวงทันทีที่ผลักประตูเข้าไปและเห็นหนิงอี้ คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นทั่วร่างของหนิงอี้อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แม้เสื้อผ้าที่สวมจะเป็นสีดำสนิท แต่ก็ยังมองเห็นคราบสีเข้มแผ่เป็นวงกว้างใบหน้าที่เคยงดงามเย้ายวนกลับซีดขาวไร้สีเลือด เขาพิงอยู่ข้างเตียง ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ“ทำไมถึงบาดเจ็บหนักขนาดนี้?”เขารีบเดินเข้าไปดูบาดแผลคร่าว ๆ ก่อนหันไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดแผลตั้งแต่มีข่าวว่าหนิงอี้ถูกตระกูลหนิงขับไล่และบีบให้ลงจากตำแหน่ง เขาก็ติดต่อเพื่อนคนนี้ไม่ได้มาตลอด ในใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาสมควรแล้ว——บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าให้ตัดใจและอยู่ห่างจากตระกูลหนิงเสียทีต่อให้หนิงเหิงจะโหดเหี้ยมอำมหิตแค่ไหน ก็ยังต้องรักษาชื่อเสียง จะฆ่าสามีเอกของตัวเองซึ่งเป็นพ่อของหนิงอี้จริง ๆ ได้เหรอ?ต่อให้ฆ่าจริง ๆ...เขาก็

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 281

    หนิงอี้มองเธอที่จ้องผลกำไรด้วยดวงตาเป็นประกาย จนเกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่เธอชอบเงินเหรอ?เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “หลังจากองค์หญิงอนุมัติ กำไรจากกิจการเหล่านี้แบ่งให้องค์หญิงหนึ่งในสิบได้ ถือเป็นค่าตอบแทนสำหรับช่วงนี้ แต่มีข้อแม้ว่าองค์หญิงต้องรับประกันความปลอดภัยของกิจการเหล่านี้”“เพราะงั้น ทางที่ดีองค์หญิงควรบอกความเคลื่อนไหวทั้งหมดของสหพันธรัฐให้ผมรู้ รวมถึงดยุกคนนั้นที่องค์หญิงกำลังสืบอยู่ด้วย”เจียงจือเซี่ยมองเขาอย่างประหลาดใจหนึ่งในสิบเชียวนะ!หนึ่งในสิบ ปีหนึ่งก็มากกว่าร้อยล้านเหรียญทองแล้ว!เธอรับปากทันที “ได้ ๆ ๆ ฉันตกลง!”บอกก็บอกสิ ยังไงมู่หัวเย่ก็เป็นคนของสหพันธรัฐอยู่แล้ว ขอแค่เธอไม่พูดเรื่องบ้า ๆ อย่าง “เขาเกิดใหม่กลับมาเพื่อล้างแค้น” ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ!นี่มันเหรียญทองจริง ๆ เลยนะ! เงินเชียวนะ!หมิงเย่ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจแบบนี้เขาก็จะได้รู้ว่าเจียงจือเซี่ยคิดจะทำอะไรกันแน่เจียงจือเซี่ยอนุมัติให้โดยไม่ลังเลจากนั้นก็เปิดปากขายมู่หัวเย่ทันที“สหพันธรัฐกับจักรวรรดิเซ็นข้อตกลงหยุดยิงกันแล้ว ช่วงไม่กี่ปีนี้คงไม่มีทางเกิดสงคราม ดยุกที่ฉันให้นายสืบตอนนี

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 280

    ส่วนเขาในฐานะมือขวาคนสำคัญของลูกพี่ เป็นคนแรกและคนเดียวที่รู้ว่าเพศเมียคนนี้คือองค์หญิงสามผู้สูงศักดิ์ที่สุดแห่งจักรวรรดิ!ลูกพี่นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ถึงกับสานสัมพันธ์กับราชวงศ์ได้เลย แหะ ๆ ๆ...เจียงจือเซี่ยงงว่าเขาหัวเราะอะไร แต่ก็ไม่มีอารมณ์จะสนใจ จึงเดินตามเข้าไปในห้องรับรองทันทีที่ผลักประตูเปิด กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นก็พุ่งปะทะหน้าเธอขมวดคิ้วทันทีภายในห้อง หมิงเย่ที่ยังคงสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัวนั่งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะยาว ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินปิดไว้อย่างมิดชิด เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากซีดขาวและคางเจียงจือเซี่ยลูบจมูก เดินเข้าไปช้า ๆ พลางอดพึมพำสงสัยในใจไม่ได้ที่ถนนมืดมีเรื่องต่อสู้ฆ่าฟันกันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?ทำไมหมิงเย่ถึงบาดเจ็บอยู่บ่อย ๆ นะ ครั้งนี้ยิ่งหนักจนกลิ่นคาวเลือดปิดไม่มิดเลยด้วยซ้ำหมิงเย่หันมามองเธอเช่นกัน ดวงตาคู่นั้นใต้หน้ากากสงบนิ่งและลึกล้ำ “องค์หญิง มาแล้วเหรอครับ ได้ยินว่าช่วงนี้คุณติดต่อหาผมหลายครั้ง มีอะไรหรือเปล่าครับ?”เจียงจือเซี่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “นายบาดเจ็บเหรอ? ทำไมไม่ไปทำแผลก่อนล่ะ? เรื่องของฉันก็ไม่ได้รีบขนาดนั้น”แม้เธอจะสงสัย แต่คำพู

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 279

    เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงจือเซี่ยเก็บของเรียบร้อย เตรียมตัวกลับวังหลวงมู่หัวเย่ยังถูกคุมขังอยู่ในวังหลวง ส่วนเจียงเหลียนก็ยังไร้ร่องรอยและอาจปรากฏตัวอีกได้ทุกเมื่อ เธอจึงจากไปนานเกินไปไม่ได้เธอไม่รู้เลยว่า มู่หัวเย่แอบมาหาเธอแล้ว และยังถูกเจ้าดอกไม้สีขาวดอกใหญ่จอมเผด็จการล็อกเป้าไว้เรียบร้อยหนิงอี้มองเธอเก็บของ หูจิ้งจอกขยับเล็กน้อยตอนนี้เขายังไปวังหลวงไม่ได้ ทางถนนมืดยังมีเรื่องอีกมากรอให้เขาจัดการถ้าเขาไปตอนนี้...เจียงจือเซี่ยอย่าร้อนใจจนร้องไห้ขึ้นมาล่ะเมื่อคิดแบบนั้น เขาก็ลุกขึ้น ขยับเข้าไปคลอเคลียข้างเท้าของเพศเมีย แล้วใช้หางถูไถขาของเธอเจียงจือเซี่ยก้มหน้าลง ก็เห็นเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังมองเธอด้วยดวงตาจิ้งจอกคู่สวยที่มีชีวิตชีวา“โอ๊ย เจ้าตัวน้อย ยังเจ็บอยู่เลย อย่าวิ่งซนสิ”เธออุ้มเจ้าจิ้งจอกน้อยขึ้นมา วางกลับลงบนเบาะนุ่ม แล้วลูบมันสองทีหนิงอี้เงยหน้าอย่างว่าง่าย มองเธอลูบตัวเขาเสร็จแล้วหันไปเก็บของต่อแววตาของเขาดูซับซ้อน อย่าร้องไห้ล่ะ เขาแค่ไปไม่กี่วัน แค่ไม่กี่วันเท่านั้น...เจียงจือเซี่ยเก็บของเสร็จ พอหันกลับมาก็ถึงกับงงไปเลยบนเบาะว่างเปล่า เหลือเพียงคราบเลือ

More Chapters

You May Also Like

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status