Share

บทที่ 4

Author: อี๋เหมี่ยว
เจียงจือเซี่ยตะโกนลั่นจนสะเทือนทั้งงาน ทุกคนในงานต่างหันมองไปทางเธอ

เธอฝ่าสายตาตกตะลึงของผู้คนพุ่งขึ้นไปบนระเบียง ก่อนจะคว้ากล่องของขวัญจากมือเจียงหวยมากอดไว้แน่น

ทันแล้ว!

เจียงหวยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอนี่...แต่งตัวอะไรกัน?”

ชุดนอนจับคู่กับเสื้อโค้ต นี่มันแฟชั่นใหม่อะไรกัน?

เจียงจือเซี่ยถอนหายใจโล่งอก ยังไม่ทันได้พูด ก็มีคนเอ่ยตำหนิขึ้นมา

“องค์หญิง คุณมาสายแล้ว”

เจียงจือเซี่ยหันไปตามเสียง ก่อนจะมองสำรวจชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า

ไป๋จื้ออวี้รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อสะอาดสะอ้าน

แต่น่าเสียดาย ไม่ใช่สเปกที่เธอชอบ

ไป๋จื้ออวี้มองเธออย่างไม่พอใจ “องค์หญิง ทำไมคุณถึงแต่งตัวแบบนี้มางาน?”

ถึงกับไม่ใส่ชุดราตรีแล้วรีบมางาน แบบนี้เสียมารยาทเกินไปแล้ว

เจียงจือเซี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง

กล้าดียังไง! ฉันเป็นองค์หญิงนะ! กล้าพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!

ถ้าไม่ใช่เพราะหนึ่งล้านเหรียญทอง ใครจะอยากมาล่ะ?

แต่เธอยิ้มอย่างสุภาพ “ขอโทษนะคะ พอดีรีบออกจากบ้านไปหน่อย”

เจียงหวยหันหน้าหนีไปด้านข้างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เขาไม่ชอบตั้งนานแล้วที่น้องสาวคอยตามตื๊อเจ้าหมอนี่ที่ดูอ่อนแอเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้น้องสาวหลงเขาหัวปักหัวปำกันล่ะ ได้แต่ทำเป็นไม่เห็นจะดีกว่า

เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเจียงจือเซี่ยคิดอะไรอยู่ ถ้าเป็นเขา แค่กดดันตระกูลไป๋สักหน่อย ไป๋จื้ออวี้ก็คงถูกส่งมาถึงเธอตั้งนานแล้ว

ไป๋จื้ออวี้เห็นว่าสีหน้าขององค์ชายรองไม่ค่อยดีนัก จึงข่มความไม่พอใจไว้และไม่คิดจะถือสาต่อ

ช่างเถอะ มาสายก็มาสาย อย่างไรเสียเขาก็ใจกว้างพอจะไม่ถือสาแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ แค่องค์หญิงมาถึงทันก็ดีแล้ว”

สายตาของเขาเหลือบไปมองกล่องของขวัญในมือเจียงจือเซี่ย

เขาได้ยินจากเจิงเหวินเหวินมานานแล้วว่า เจียงจือเซี่ยฝากองค์ชายรองสั่งซื้อผลึกก้องกังวานอันล้ำค่ามาให้

เขารอให้เจียงจือเซี่ยมอบมันให้ด้วยตัวเอง

เจียงจือเซี่ยกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ฉัน...มีเรื่องจะพูดกับนาย”

ระเบียงอยู่ไม่ไกลจากโถงใหญ่ พอเหล่าแขกได้ยินก็พากันหัวเราะหยันอย่างรู้ทัน

มาอีกแล้ว องค์หญิงสามกำลังจะสารภาพรักอย่างลึกซึ้งอีกแล้ว...

ทุกปีในวันเกิดของไป๋จื้ออวี้จะมีฉากแบบนี้เกิดขึ้น ทุกปีก็ถูกปฏิเสธ และทุกครั้งหลังถูกปฏิเสธเธอก็ต้องร้องไห้สักรอบ เหล่าเพศผู้ที่เคยเห็นเหตุการณ์นี้ต่างชินกันแล้ว มองเป็นเรื่องให้ดูสนุกเท่านั้น

แต่ใครจะคิดว่าครั้งนี้องค์หญิงสามกลับบิดตัวอย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

“ฉันอยากบอกนายว่า ต่อจากนี้เราอย่าติดต่อกันอีกเลย ฉันเล่นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”

ไป๋จื้ออวี้นึกว่าตัวเองฟังผิด “...คุณว่าอะไรนะ?”

เหล่าแขกพากันเงี่ยหูฟังทันที : หืม? ปีนี้ไม่เหมือนเดิม? เปลี่ยนวิธีพูดแล้วเหรอ?

เจียงจือเซี่ยมีสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงจริงใจ “จริง ๆ วันนี้ฉันมาพูดให้ชัดเจนกับนาย...ช่วงนี้ราชินีเพศเมียกำลังจัดหาสามีเอกให้ฉันอยู่”

“นายก็รู้ว่าพลังจิตของฉันอ่อนแอ สามีเอกในอนาคตของฉันคงต้องลำบากอยู่แล้ว ถ้าฉันยังเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกแบบนี้ต่อไป คงทำให้เขาเสียใจ”

“เพราะงั้นฉันคิดดูแล้ว ควรเลิกนิสัยพวกนี้ได้แล้ว ในเมื่อฉันไปพัวพันกับเพศผู้อื่นไม่เลิก สามีเอกของฉันก็คงเสียใจ ฉันจะปล่อยให้สามีเอกของตัวเองต้องน้อยใจได้ยังไง นายว่าจริงไหม?”

สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นราวกับตั้งใจจะกลับตัวกลับใจ ทำเอาคนทั้งงานตะลึงงัน

ทั้งห้องจัดเลี้ยงเงียบกริบ เหล่าแขกทุกคนต่างลอบสูดหายใจเฮือกหนึ่ง

อะไรนะ?! ที่แท้ก่อนหน้านี้องค์หญิงสามแค่คบเล่น ๆ กับไป๋จื้ออวี้งั้นเหรอ?!

องค์หญิงสามให้ความเคารพและใส่ใจสามีเอกของตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?!

คิดดูแล้วก็จริง ถ้าแค่เล่น ๆ กับไป๋จื้ออวี้ยังตามใจเขาขนาดนี้ ถ้าเป็นสามีเอกของเธอ...สวรรค์ คงถูกเอาอกเอาใจจนขนาดไหนกัน?

อสูรหนุ่มหลายคนจับประเด็นสำคัญได้ มองเธอด้วยสายตาร้อนแรงขึ้นทันที

แม้แต่เจียงหวยยังอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันขวับมามองน้องสาวของตัวเอง

กินยาผิดมาหรือไง?

สีหน้าของไป๋จื้ออวี้เปลี่ยนจากตกตะลึง เป็นอับอาย และสุดท้ายก็เย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง

“งั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะ “องค์หญิงจะเลือกสามีเอกก็เกี่ยวอะไรกับผม? คุณเลือกไปเถอะ ผมเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าจะมีเพศผู้กี่คนยอมลงสมัคร”

วันนี้เธอเป็นบ้าอะไรไปอีก? หรือกำลังเล่นลูกไม้ถอยเพื่อรุกอยู่?

ก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยงอแงแบบนี้ แต่ไม่กี่วันเธอก็จะวิ่งมาขอโทษเอง ทว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา เธอกลับมาเล่นละครเอาตอนนี้!

สามีเอกงั้นเหรอ? เพศเมียไร้ค่าระดับ C อย่างเธอ จะมีใครยอมเป็นสามีเอกด้วย?

เจียงหวยทนฟังต่อไม่ไหวแล้ว จึงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่ตัวนายเองก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะลงสมัครแล้ว”

ไอ้หมอนี่เป็นใครกัน กล้าพูดกับน้องสาวฉันแบบนี้ได้ยังไง!

ไป๋จื้ออวี้ชะงักไป สีหน้าดูน่าเกลียดขึ้นมาทันที ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเถียงเจียงหวยกลับ

เจียงจือเซี่ยอ่อนข้อให้เขาได้ แต่เจียงหวยไม่ทำแบบนั้น เขาไม่เพียงเป็นองค์ชายรองเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิงอีกด้วย ไป๋จื้ออวี้ไม่อาจหาเรื่องเจียงหวยได้

เจียงจือเซี่ยร้องว้าวอยู่ในใจ ก่อนจะปรบมือให้เจียงหวยรัว ๆ อย่างชื่นชม

เท่มากเลยพี่รอง!

ใต้ระเบียง เหล่าแขกอดซุบซิบนินทากันเบา ๆ ไม่ได้

“นั่นสิ เพศเมียแห่งราชวงศ์จะเลือกสามีเอก ตระกูลไป๋ยังห่างชั้นอยู่มาก แถมชาติกำเนิดของไป๋จื้ออวี้ก็ไม่สูงนัก...”

“โอ๊ย ปีนี้องค์หญิงสามเป็นอะไรไป อยู่ ๆ ก็มีเรื่องกับไป๋จื้ออวี้จนเป็นแบบนี้?”

“ไม่ได้ยินหรือไง? องค์หญิงสามบอกว่าจะเลิกเที่ยวเล่นแล้ว! เออว่าแต่ ถ้าฉันไปลงสมัครเป็นสามีเอก จะมีคุณสมบัติพอไหม?”

“นายน่ะเหรอ? คงยากอยู่เหมือนกันล่ะมั้ง? สามีเอกของเพศเมียแห่งราชวงศ์ต้องเป็นขุนนางชั้นหนึ่ง...”

เสียงซุบซิบลอยมาเป็นระยะ ๆ จนสีหน้าของไป๋จื้ออวี้เขียวคล้ำไปหมด

หลายปีมานี้เขาอุตส่าห์ทำให้ผู้คนลืมไปแล้วว่าบิดาของเขาเป็นเพียงทาสรับใช้คนหนึ่ง แต่ครั้งนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว!

ความสนใจของเจียงจือเซี่ยทั้งหมดอยู่ที่ผลึกในอ้อมแขน พอพูดจบก็ลากเจียงหวยออกไป พร้อมทั้งกล่าวลาไป๋จื้ออวี้อย่างมีมารยาทมาก

“ในเมื่อพูดกันชัดเจนแล้ว ฉันกับพี่รองขอตัวก่อนนะ บ๊ายบาย”

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากงานเลี้ยงไปพร้อมกับเจียงหวย ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งงาน

พอออกมานั่งบนรถลอยฟ้า เธอก็ลูบกล่องของขวัญด้วยความโล่งอก

หนึ่งล้านเหรียญทองเลยนะ เกือบหลุดลอยไปแล้ว!

วินาทีต่อมา กล่องของขวัญก็ถูกดึงออกไป

เจียงหวยยิ้มบาง ๆ “อธิบายมาสิ เกิดอะไรขึ้น?”

เจียงจือเซี่ย “...”

เธอมองใบหน้าหล่อเหลาจนแยกเพศแทบไม่ออกของพี่รอง พลางรื้อความทรงจำดูอีกรอบ

น่าโล่งใจที่แม้ช่วงไม่กี่ปีมานี้เจ้าของร่างเดิมจะอยู่ในวัยต่อต้านและไม่ยอมฟังใคร แต่ความสัมพันธ์กับเจียงหวยยังดีมาก เขาตามใจเจ้าของร่างเดิมแทบไม่มีขีดจำกัด

เธอทำตามท่าทีของเจ้าของร่างเดิมในความทรงจำ เชิดอกขึ้นอย่างมั่นใจเต็มที่

“เมื่อกี้ฉันพูดความจริงนะ พี่ไม่เชื่อเหรอ?”

เจียงหวยสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง มองเธออย่างประหลาดใจ “เธอไม่ได้หลงพี่ไป๋ของเธอจนหัวปักหัวปำหรอกเหรอ? เดือนก่อนยังทะเลาะกับเสด็จแม่ เพราะไม่ยอมให้คนอื่นมาเป็นสามีเอกของตัวเองอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

เจียงจือเซี่ยลูบจมูกตัวเองอย่างรู้สึกผิด

อืม ใช่

ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ เดือนก่อนเจ้าของร่างเดิมถึงได้ทะเลาะกับราชินีเพศเมียอย่างรุนแรง ก่อนจะเก็บกระเป๋าย้ายออกจากวังมาอยู่ในวิลล่าส่วนตัวหลังปัจจุบัน

เธอหัวเราะแหะ ๆ สองที “ฉันแค่พอนึกว่าจะต้องอยู่กับคนแปลกหน้า ก็รู้สึกต่อต้านนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

เจียงหวยหรี่ตาลง “ถ้าอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่คนแปลกหน้า เธอก็ยอมรับงั้นสิ?”

เจียงจือเซี่ยพยักหน้ารัว ๆ “ยอมให้จัดคู่ให้เลย!”

จริง ๆ แล้วไป๋จื้ออวี้พูดไม่ผิดนัก คงมีเพศผู้ตระกูลขุนนางไม่กี่คนที่ยอมลงสมัคร

ต่อให้มี ตอนนี้เธอก็เพิ่งถึงอายุสมรสตามกฎหมาย ยังมีเวลาจัดการเรื่องนี้ได้เรื่อย ๆ

เจียงหวยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำแล้วโยนกล่องของขวัญกลับคืนสู่อ้อมแขนเธอ “อยู่ ๆ ทำไมถึงรู้ความขึ้นมาล่ะ?”

เจียงจือเซี่ยรีบกอดผลึกราวกับเป็นของล้ำค่าทันที

เธอเพิ่งจะโล่งอก ก็ได้ยินเจียงหวยพูดเรื่องชวนช็อกออกมาประโยคหนึ่ง

“ก็ดีเลย ช่วงนี้เธอก็ทำตัวดี ๆ หน่อย พี่ใหญ่กำลังจะกลับดาวหลวงเพื่อรายงานหน้าที่แล้ว อย่าให้เขาจับได้ว่าเธอทำอะไรผิดล่ะ”

เจียงจือเซี่ยที่ซ่อนทาสนักโทษไว้ในบ้าน พลันหนังศีรษะตึงขึ้นมา

“อีกไม่กี่วัน? กี่...กี่วันเหรอ?”

“น่าจะอีกสักสองสามวัน คราวนี้เขาจะอยู่ตั้งครึ่งเดือน เธอก็ทำตัวดี ๆ หน่อยล่ะ”

พูดจบ เขาก็เหลือบเห็นแววตาลนลานอย่างเห็นได้ชัดของเจียงจือเซี่ย

“...เธอไปก่อเรื่องมาแล้วงั้นเหรอ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 296

    เจียงหวยทำหน้าขรึม ก่อนพูดเสียงแข็ง “มู่หัวเย่ ไม่ว่านายจะบ้าจริงหรือแกล้งโง่ มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องพูดกับนายให้ชัดเจน”“เรื่องอะไร?”“ไสหัวกลับสหพันธรัฐของนายไปแต่โดยดี แล้วอยู่ให้ห่างจากน้องสาวฉัน!”มู่หัวเย่พูดอย่างน้อยใจ “องค์ชายรอง ผมจริงใจกับองค์หญิงนะ”“จริงใจเหรอ? ความจริงใจของนายคือการปีนหน้าต่างห้องคนอื่นกลางดึกงั้นเหรอ?”มู่หัวเย่อ้าปาก แต่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน“นายจริงใจกับน้องสาวฉัน ก็ทำตัวเหมือนเพศผู้ปกติแล้วจีบองค์หญิงสิ! ปีนหน้าต่างแบบนี้มันเรื่องอะไรกัน?”เจียงหวยชะงัก ก่อนกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตารังเกียจ “อีกอย่าง นายคิดจริง ๆ เหรอว่าน้องสาวฉันจะเอาเพศผู้คนไหนก็ได้? เธอเลือกมากจะตาย!”มู่หัวเย่หรี่ตาลงคำพูดนี้เขาไม่ชอบฟังเอาเสียเลยเจียงถิงเธอก็เอา ลู่เจวี๋ยเธอก็เอา แล้วทำไมถึงจะไม่เอาเขาล่ะ?ชาติที่แล้วเขาไม่เคยทำร้ายเจียงจือเซี่ย ถึงจะไม่เคยช่วยเธอ แต่เทียบกับสองคนนั้นที่เป็นเหตุให้เธอต้องตาย เขาดีกว่าตั้งเยอะแล้วทำไมถึงไม่เอาเขาล่ะ?มุมปากของเขาโค้งขึ้น ก่อนพูดเนิบ ๆ “องค์ชายรอง เชื่อไหม แค่ผมพูดคำเดียว ก็ทำให้องค์หญิงอยู

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 295

    มู่หัวเย่ถูกคุมตัวกลับไปยังเขตรับรองคราวนี้ได้รับการปฏิบัติดีกว่าครั้งก่อนมาก——ถึงจะถูกมัดเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ยังถูกหิ้วปีกพาไป ไม่ได้ถูกลากไปกับพื้นแต่ได้รับการปฏิบัติดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะมีอิสระมากขึ้นราชินีเพศเมียออกคำสั่งเพียงคำเดียว เขตรับรองก็กลายเป็นห้องคุมขังแห่งที่สองไปเสียอย่างนั้น แม้แต่ริมหน้าต่างยังมีองครักษ์ยืนเรียงกันเป็นแถวมู่หัวเย่นอนอยู่บนเตียง ทั้งข้อมือและข้อเท้าถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนชนิดพิเศษเขาปรือตาขึ้น กวาดตามององครักษ์สี่แถวที่เพิ่มขึ้นมาตรงหน้าประตู ก่อนแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน“ต้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”ไม่มีใครสนใจเขาเลยเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ พลิกตัวแล้วซุกหน้าลงกับหมอนส่วนในตำหนักหลัก บรรยากาศกลับไม่ดีนักเจียงหลินกำรายงานการตรวจค้นไว้ในมือ อู๋จ้านยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของทั้งคู่ยิ่งบึ้งตึงขึ้นเรื่อย ๆเจียงหลินตบรายงานลงบนโต๊ะดัง “ปัง” “ตั้งหลายครั้งแล้วเหรอ? มู่หัวเย่คนนี้ชอบแอบไปที่ตำหนักของเซี่ยเซี่ยอยู่เรื่อย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?!”นี่เป็นครั้งที่สองที่มู่หัวเย่แอบบุกเข้าตำหนักข้างขององค์หญิงกลางดึกแล้วถูกจับได้ แต่พอตรวจสอบดูถึงพบว่าไม่ไ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 294

    เจ้าตัวเล็กนอนซึมอยู่ ดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เงยหน้าร้อง “อิง” แบบขอไปทีหนึ่งเสียง ถือว่าตอบรับแล้วหนิงอี้เหนื่อยจนแทบหมดสภาพเมื่อกี้เขาต้องอ้อมไปตั้งไกล กว่าจะหลบองครักษ์กับคนรับใช้แล้วแอบเข้ามาได้ช่วงนี้อย่าต้องลำบากแบบนี้อีกเลย เขาเหนื่อยแทบตายแล้วเขาหรี่ตาจิ้งจอกลง เพลิดเพลินกับสัมผัสอ่อนโยนที่ลูบแผ่นหลัง พลางคิดวางแผนอยู่ในใจคืนนี้ต้องขอค่าชดเชยจากเพศเมียสักหน่อยถ้าล่อให้เธอเป็นฝ่ายปล่อยพลังจิตออกมาเองได้...ในจินตนาการนั้นช่างสวยงามแต่ความจริงนั้นโหดร้ายตอนกลางคืน เจียงจือเซี่ยวางเจ้าจิ้งจอกน้อยลงบนเบาะนุ่มอย่างเบามือ“เสี่ยวไป๋ แผลของแกยังไม่หายดี ฉันกลัวว่าตอนกลางคืนจะเผลอนอนทับแก คืนนี้แกนอนตรงนี้ก่อนได้ไหม?”หนิงอี้ “...?”เขาเบิกตาจิ้งจอกจนกลมโต มองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตาไม่กอดเขานอนแล้วจริง ๆ เหรอ?ไม่ชอบเขาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?เจียงจือเซี่ยลูบหัวมัน หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็มุดเข้าผ้าห่ม ไม่นานลมหายใจก็สม่ำเสมอหนิงอี้หมอบอยู่บนเบาะ หางสะบัดไปมาทีละทีอย่างไม่พอใจเอามาก ๆในที่สุด พอเพศเมียบนเตียงหลับสนิท เขาถึงค่อย ๆ ลุกจากเบาะอย่างเงียบเชียบ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 293

    เหล่าทหารใหม่พากันหันไปมอง เห็นร้อยตรีที่เพิ่งอัดพวกเขาจนน่วม กำลังวิ่งแจ้นไปหาเพศเมียคนหนึ่งอย่างดีอกดีใจ“อ๊ะ! นั่นองค์หญิงสามไม่ใช่เหรอ?”“นายหญิงของร้อยตรีเราเหรอ?”“ปกติเห็นเขาดุขนาดนั้น พอเห็นองค์หญิงกลับ...”หลายคนสบตากัน ต่างเห็นแววพูดไม่ออกแบบเดียวกันในสายตาของอีกฝ่ายนี่มันต่างกันราวกับคนละคนเลยนะลู่เจวี๋ยไม่รู้เลยว่าภาพลักษณ์ของตัวเองในใจเหล่าทหารใหม่พังยับไปแล้ว ทั้งสายตาและหัวใจของเขามีเพียงเพศเมียตรงหน้าเท่านั้น“องค์หญิงมาที่นี่ได้ยังไงครับ?”เขาอยากเข้าไปคลอเคลียเธอตามสัญชาตญาณ แต่พอนึกได้ว่าตัวเองเหงื่อท่วมตัว จึงฝืนหยุดฝีเท้าไว้เจียงจือเซี่ยเห็นหยาดเหงื่อบนใบหน้าเขา ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับให้ด้วยความเป็นห่วง “ฉันออกไปทำธุระมา เลยแวะมาหานาย ช่วงนี้ฝึกเป็นยังไงบ้าง?”ลู่เจวี๋ยซุกหน้ากับผ้าเช็ดหน้า สูดกลิ่นของเธอเข้าไปเต็มปอด ราวกับถูกลูบขนจนสงบ ก่อนตอบอย่างว่าง่าย“ทุกอย่างดีครับ แค่คิดถึงคุณ”เจียงจือเซี่ยพยักหน้า “วันหยุดครั้งหน้าฉันจะมารับนายเอง”ลู่เจวี๋ยก้มมองเธออย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะย่นจมูกขึ้นมาอย่างกะทันหันเขาชะงักไป ก่อนขยับเข้าไปดมใกล้ ๆ อี

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 292

    เขาพูดถึงเผ่าพันธุ์ แต่เธอกลับสนใจแค่สีผมเหรอ?จริง ๆ เลย...เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีกนอกประตู เหยียนฉีกำลังพิงกำแพงงีบอยู่จู่ ๆ ประตูก็ถูกผลักเปิด ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกเจียงจือเซี่ยรีบออกมาจากข้างใน ก่อนจะสาวเท้าจากไปอย่างเร่งรีบเขายังไม่ทันได้ทักทาย ก็ได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบดังมาจากด้านหลัง“เหยียนฉี”เหยียนฉีชะงักตัวแข็ง ก่อนหันกลับไปมองลูกพี่พิงกรอบประตูอยู่ ดวงตาใต้หน้ากากจ้องเขานิ่ง ๆ อย่างชวนให้ขนลุกเหยียนฉี “...”ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าท่าไม่ค่อยดีเลยนะ?……ชายแดนอวกาศ ภายในห้องบัญชาการของยานรบหลักแผนที่ดวงดาวลอยอยู่กลางแท่นบัญชาการ จุดแสงหนาแน่นระบุทุกความเคลื่อนไหวล่าสุดของเผ่าแมลงเจียงถิงนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนไปบนหน้าจอแสงนายทหารผู้บังคับบัญชาหลายคนยืนแยกอยู่สองฝั่ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงนายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อน “พลเอก ช่วงนี้เผ่าแมลงก่อความวุ่นวายบ่อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงสามเท่า แถมทุกครั้งยังเป็นการจู่โจมขนาดเล็ก โจมตีเสร็จก็ถอย ไม่ยอมปะทะยืดเยื้อเลยครับ”นายทหารอีกคนขมวดคิ้ว ก่อนพูดต่อ “นี่ไม่เหมือนวิธีของเ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 291

    ชายที่อยู่ด้านหลังมีผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงข้างไหล่ ยิ่งขับให้ใบหน้านั้นโดดเด่นสะดุดตาเขาหลุบตามองเธอด้วยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มเมื่อไร้หน้ากากบดบัง ในดวงตาเรียวยาวคู่นั้นมีอารมณ์ที่เธออ่านไม่ออกพลุ่งพล่านอยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเนือย ๆ แฝงความแหบพร่าเล็กน้อย“องค์หญิง จะรีบไปไหนเหรอครับ?”เจียงจือเซี่ยกลืนน้ำลาย ก่อนยิ้มเจื่อน ๆ “...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”เธอไม่ได้ตั้งใจล่วงรู้ความลับใหญ่ขนาดนี้ของเขาจริง ๆกำไรที่ให้เธอ...คงไม่เอาคืนหรอกใช่ไหม?นั่นมันส่วนแบ่งปีละกว่าร้อยล้านเหรียญทองเลยนะ!หนิงอี้มองท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ตอนแรกเขาก็ลนไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็สงบลงก็แค่ตัวตนของ “หมิงเย่” ถูกเปิดเผยเท่านั้นตราบใดที่เธอไม่รู้ว่าเสี่ยวไป๋เป็นใคร ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเจียงจือเซี่ยแอบเหลือบมองเขา ในใจก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายทำไมบิ๊กบอสคนนี้ถึงยิ้มแบบนั้น หรือว่าจะโมโหจนเสียสติไปแล้ว?ขณะกำลังคิดฟุ้งซ่าน มือใหญ่ข้างหนึ่งก็วางลงบนศีรษะเธอหนิงอี้จับศีรษะเธอไว้ แล้วพากลับไปนั่งลงจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ จัดแขนเสื้อ ก่อนนั่งลงตรง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status