แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: อี๋เหมี่ยว
เจียงจือเซี่ยตะโกนลั่นจนสะเทือนทั้งงาน ทุกคนในงานต่างหันมองไปทางเธอ

เธอฝ่าสายตาตกตะลึงของผู้คนพุ่งขึ้นไปบนระเบียง ก่อนจะคว้ากล่องของขวัญจากมือเจียงหวยมากอดไว้แน่น

ทันแล้ว!

เจียงหวยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอนี่...แต่งตัวอะไรกัน?”

ชุดนอนจับคู่กับเสื้อโค้ต นี่มันแฟชั่นใหม่อะไรกัน?

เจียงจือเซี่ยถอนหายใจโล่งอก ยังไม่ทันได้พูด ก็มีคนเอ่ยตำหนิขึ้นมา

“องค์หญิง คุณมาสายแล้ว”

เจียงจือเซี่ยหันไปตามเสียง ก่อนจะมองสำรวจชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า

ไป๋จื้ออวี้รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อสะอาดสะอ้าน

แต่น่าเสียดาย ไม่ใช่สเปกที่เธอชอบ

ไป๋จื้ออวี้มองเธออย่างไม่พอใจ “องค์หญิง ทำไมคุณถึงแต่งตัวแบบนี้มางาน?”

ถึงกับไม่ใส่ชุดราตรีแล้วรีบมางาน แบบนี้เสียมารยาทเกินไปแล้ว

เจียงจือเซี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง

กล้าดียังไง! ฉันเป็นองค์หญิงนะ! กล้าพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!

ถ้าไม่ใช่เพราะหนึ่งล้านเหรียญทอง ใครจะอยากมาล่ะ?

แต่เธอยิ้มอย่างสุภาพ “ขอโทษนะคะ พอดีรีบออกจากบ้านไปหน่อย”

เจียงหวยหันหน้าหนีไปด้านข้างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เขาไม่ชอบตั้งนานแล้วที่น้องสาวคอยตามตื๊อเจ้าหมอนี่ที่ดูอ่อนแอเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้น้องสาวหลงเขาหัวปักหัวปำกันล่ะ ได้แต่ทำเป็นไม่เห็นจะดีกว่า

เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเจียงจือเซี่ยคิดอะไรอยู่ ถ้าเป็นเขา แค่กดดันตระกูลไป๋สักหน่อย ไป๋จื้ออวี้ก็คงถูกส่งมาถึงเธอตั้งนานแล้ว

ไป๋จื้ออวี้เห็นว่าสีหน้าขององค์ชายรองไม่ค่อยดีนัก จึงข่มความไม่พอใจไว้และไม่คิดจะถือสาต่อ

ช่างเถอะ มาสายก็มาสาย อย่างไรเสียเขาก็ใจกว้างพอจะไม่ถือสาแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ แค่องค์หญิงมาถึงทันก็ดีแล้ว”

สายตาของเขาเหลือบไปมองกล่องของขวัญในมือเจียงจือเซี่ย

เขาได้ยินจากเจิงเหวินเหวินมานานแล้วว่า เจียงจือเซี่ยฝากองค์ชายรองสั่งซื้อผลึกก้องกังวานอันล้ำค่ามาให้

เขารอให้เจียงจือเซี่ยมอบมันให้ด้วยตัวเอง

เจียงจือเซี่ยกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ฉัน...มีเรื่องจะพูดกับนาย”

ระเบียงอยู่ไม่ไกลจากโถงใหญ่ พอเหล่าแขกได้ยินก็พากันหัวเราะหยันอย่างรู้ทัน

มาอีกแล้ว องค์หญิงสามกำลังจะสารภาพรักอย่างลึกซึ้งอีกแล้ว...

ทุกปีในวันเกิดของไป๋จื้ออวี้จะมีฉากแบบนี้เกิดขึ้น ทุกปีก็ถูกปฏิเสธ และทุกครั้งหลังถูกปฏิเสธเธอก็ต้องร้องไห้สักรอบ เหล่าเพศผู้ที่เคยเห็นเหตุการณ์นี้ต่างชินกันแล้ว มองเป็นเรื่องให้ดูสนุกเท่านั้น

แต่ใครจะคิดว่าครั้งนี้องค์หญิงสามกลับบิดตัวอย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขึ้น

“ฉันอยากบอกนายว่า ต่อจากนี้เราอย่าติดต่อกันอีกเลย ฉันเล่นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”

ไป๋จื้ออวี้นึกว่าตัวเองฟังผิด “...คุณว่าอะไรนะ?”

เหล่าแขกพากันเงี่ยหูฟังทันที : หืม? ปีนี้ไม่เหมือนเดิม? เปลี่ยนวิธีพูดแล้วเหรอ?

เจียงจือเซี่ยมีสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงจริงใจ “จริง ๆ วันนี้ฉันมาพูดให้ชัดเจนกับนาย...ช่วงนี้ราชินีเพศเมียกำลังจัดหาสามีเอกให้ฉันอยู่”

“นายก็รู้ว่าพลังจิตของฉันอ่อนแอ สามีเอกในอนาคตของฉันคงต้องลำบากอยู่แล้ว ถ้าฉันยังเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกแบบนี้ต่อไป คงทำให้เขาเสียใจ”

“เพราะงั้นฉันคิดดูแล้ว ควรเลิกนิสัยพวกนี้ได้แล้ว ในเมื่อฉันไปพัวพันกับเพศผู้อื่นไม่เลิก สามีเอกของฉันก็คงเสียใจ ฉันจะปล่อยให้สามีเอกของตัวเองต้องน้อยใจได้ยังไง นายว่าจริงไหม?”

สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นราวกับตั้งใจจะกลับตัวกลับใจ ทำเอาคนทั้งงานตะลึงงัน

ทั้งห้องจัดเลี้ยงเงียบกริบ เหล่าแขกทุกคนต่างลอบสูดหายใจเฮือกหนึ่ง

อะไรนะ?! ที่แท้ก่อนหน้านี้องค์หญิงสามแค่คบเล่น ๆ กับไป๋จื้ออวี้งั้นเหรอ?!

องค์หญิงสามให้ความเคารพและใส่ใจสามีเอกของตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?!

คิดดูแล้วก็จริง ถ้าแค่เล่น ๆ กับไป๋จื้ออวี้ยังตามใจเขาขนาดนี้ ถ้าเป็นสามีเอกของเธอ...สวรรค์ คงถูกเอาอกเอาใจจนขนาดไหนกัน?

อสูรหนุ่มหลายคนจับประเด็นสำคัญได้ มองเธอด้วยสายตาร้อนแรงขึ้นทันที

แม้แต่เจียงหวยยังอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันขวับมามองน้องสาวของตัวเอง

กินยาผิดมาหรือไง?

สีหน้าของไป๋จื้ออวี้เปลี่ยนจากตกตะลึง เป็นอับอาย และสุดท้ายก็เย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง

“งั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะ “องค์หญิงจะเลือกสามีเอกก็เกี่ยวอะไรกับผม? คุณเลือกไปเถอะ ผมเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าจะมีเพศผู้กี่คนยอมลงสมัคร”

วันนี้เธอเป็นบ้าอะไรไปอีก? หรือกำลังเล่นลูกไม้ถอยเพื่อรุกอยู่?

ก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยงอแงแบบนี้ แต่ไม่กี่วันเธอก็จะวิ่งมาขอโทษเอง ทว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา เธอกลับมาเล่นละครเอาตอนนี้!

สามีเอกงั้นเหรอ? เพศเมียไร้ค่าระดับ C อย่างเธอ จะมีใครยอมเป็นสามีเอกด้วย?

เจียงหวยทนฟังต่อไม่ไหวแล้ว จึงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่ตัวนายเองก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะลงสมัครแล้ว”

ไอ้หมอนี่เป็นใครกัน กล้าพูดกับน้องสาวฉันแบบนี้ได้ยังไง!

ไป๋จื้ออวี้ชะงักไป สีหน้าดูน่าเกลียดขึ้นมาทันที ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเถียงเจียงหวยกลับ

เจียงจือเซี่ยอ่อนข้อให้เขาได้ แต่เจียงหวยไม่ทำแบบนั้น เขาไม่เพียงเป็นองค์ชายรองเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิงอีกด้วย ไป๋จื้ออวี้ไม่อาจหาเรื่องเจียงหวยได้

เจียงจือเซี่ยร้องว้าวอยู่ในใจ ก่อนจะปรบมือให้เจียงหวยรัว ๆ อย่างชื่นชม

เท่มากเลยพี่รอง!

ใต้ระเบียง เหล่าแขกอดซุบซิบนินทากันเบา ๆ ไม่ได้

“นั่นสิ เพศเมียแห่งราชวงศ์จะเลือกสามีเอก ตระกูลไป๋ยังห่างชั้นอยู่มาก แถมชาติกำเนิดของไป๋จื้ออวี้ก็ไม่สูงนัก...”

“โอ๊ย ปีนี้องค์หญิงสามเป็นอะไรไป อยู่ ๆ ก็มีเรื่องกับไป๋จื้ออวี้จนเป็นแบบนี้?”

“ไม่ได้ยินหรือไง? องค์หญิงสามบอกว่าจะเลิกเที่ยวเล่นแล้ว! เออว่าแต่ ถ้าฉันไปลงสมัครเป็นสามีเอก จะมีคุณสมบัติพอไหม?”

“นายน่ะเหรอ? คงยากอยู่เหมือนกันล่ะมั้ง? สามีเอกของเพศเมียแห่งราชวงศ์ต้องเป็นขุนนางชั้นหนึ่ง...”

เสียงซุบซิบลอยมาเป็นระยะ ๆ จนสีหน้าของไป๋จื้ออวี้เขียวคล้ำไปหมด

หลายปีมานี้เขาอุตส่าห์ทำให้ผู้คนลืมไปแล้วว่าบิดาของเขาเป็นเพียงทาสรับใช้คนหนึ่ง แต่ครั้งนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว!

ความสนใจของเจียงจือเซี่ยทั้งหมดอยู่ที่ผลึกในอ้อมแขน พอพูดจบก็ลากเจียงหวยออกไป พร้อมทั้งกล่าวลาไป๋จื้ออวี้อย่างมีมารยาทมาก

“ในเมื่อพูดกันชัดเจนแล้ว ฉันกับพี่รองขอตัวก่อนนะ บ๊ายบาย”

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากงานเลี้ยงไปพร้อมกับเจียงหวย ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งงาน

พอออกมานั่งบนรถลอยฟ้า เธอก็ลูบกล่องของขวัญด้วยความโล่งอก

หนึ่งล้านเหรียญทองเลยนะ เกือบหลุดลอยไปแล้ว!

วินาทีต่อมา กล่องของขวัญก็ถูกดึงออกไป

เจียงหวยยิ้มบาง ๆ “อธิบายมาสิ เกิดอะไรขึ้น?”

เจียงจือเซี่ย “...”

เธอมองใบหน้าหล่อเหลาจนแยกเพศแทบไม่ออกของพี่รอง พลางรื้อความทรงจำดูอีกรอบ

น่าโล่งใจที่แม้ช่วงไม่กี่ปีมานี้เจ้าของร่างเดิมจะอยู่ในวัยต่อต้านและไม่ยอมฟังใคร แต่ความสัมพันธ์กับเจียงหวยยังดีมาก เขาตามใจเจ้าของร่างเดิมแทบไม่มีขีดจำกัด

เธอทำตามท่าทีของเจ้าของร่างเดิมในความทรงจำ เชิดอกขึ้นอย่างมั่นใจเต็มที่

“เมื่อกี้ฉันพูดความจริงนะ พี่ไม่เชื่อเหรอ?”

เจียงหวยสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง มองเธออย่างประหลาดใจ “เธอไม่ได้หลงพี่ไป๋ของเธอจนหัวปักหัวปำหรอกเหรอ? เดือนก่อนยังทะเลาะกับเสด็จแม่ เพราะไม่ยอมให้คนอื่นมาเป็นสามีเอกของตัวเองอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

เจียงจือเซี่ยลูบจมูกตัวเองอย่างรู้สึกผิด

อืม ใช่

ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ เดือนก่อนเจ้าของร่างเดิมถึงได้ทะเลาะกับราชินีเพศเมียอย่างรุนแรง ก่อนจะเก็บกระเป๋าย้ายออกจากวังมาอยู่ในวิลล่าส่วนตัวหลังปัจจุบัน

เธอหัวเราะแหะ ๆ สองที “ฉันแค่พอนึกว่าจะต้องอยู่กับคนแปลกหน้า ก็รู้สึกต่อต้านนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

เจียงหวยหรี่ตาลง “ถ้าอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่คนแปลกหน้า เธอก็ยอมรับงั้นสิ?”

เจียงจือเซี่ยพยักหน้ารัว ๆ “ยอมให้จัดคู่ให้เลย!”

จริง ๆ แล้วไป๋จื้ออวี้พูดไม่ผิดนัก คงมีเพศผู้ตระกูลขุนนางไม่กี่คนที่ยอมลงสมัคร

ต่อให้มี ตอนนี้เธอก็เพิ่งถึงอายุสมรสตามกฎหมาย ยังมีเวลาจัดการเรื่องนี้ได้เรื่อย ๆ

เจียงหวยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพึมพำแล้วโยนกล่องของขวัญกลับคืนสู่อ้อมแขนเธอ “อยู่ ๆ ทำไมถึงรู้ความขึ้นมาล่ะ?”

เจียงจือเซี่ยรีบกอดผลึกราวกับเป็นของล้ำค่าทันที

เธอเพิ่งจะโล่งอก ก็ได้ยินเจียงหวยพูดเรื่องชวนช็อกออกมาประโยคหนึ่ง

“ก็ดีเลย ช่วงนี้เธอก็ทำตัวดี ๆ หน่อย พี่ใหญ่กำลังจะกลับดาวหลวงเพื่อรายงานหน้าที่แล้ว อย่าให้เขาจับได้ว่าเธอทำอะไรผิดล่ะ”

เจียงจือเซี่ยที่ซ่อนทาสนักโทษไว้ในบ้าน พลันหนังศีรษะตึงขึ้นมา

“อีกไม่กี่วัน? กี่...กี่วันเหรอ?”

“น่าจะอีกสักสองสามวัน คราวนี้เขาจะอยู่ตั้งครึ่งเดือน เธอก็ทำตัวดี ๆ หน่อยล่ะ”

พูดจบ เขาก็เหลือบเห็นแววตาลนลานอย่างเห็นได้ชัดของเจียงจือเซี่ย

“...เธอไปก่อเรื่องมาแล้วงั้นเหรอ?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 288

    แววอารมณ์ที่ยากจะอธิบายพาดผ่านดวงตาของหนิงอี้เขาชักมือกลับ เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองตัวเองเส้นผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงบนไหล่ เปล่งประกายจาง ๆ ท่ามกลางความมืดสายตาเลื่อนไปหยุดที่หางฟูนุ่มด้านหลังเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนวางหางลงในอ้อมกอดของเธออย่างระมัดระวัง แล้วใช้หางคลอเคลียแก้มเธอเบา ๆ ราวกับกำลังล่อใจชอบไหม?เจียงจือเซี่ยส่งเสียงอืออย่างงัวเงีย ยื่นมือรวบเจ้าสิ่งขนนุ่มฟูเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขนหนิงอี้ชะงักหายใจไปชั่วขณะเขาก้มมองใบหน้าเล็กที่ดูพึงพอใจของคนตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพอใจดูท่าจะชอบสินะเขาหลุบตาลง ปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นจู่ ๆ คนในอ้อมกอดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าหางที่ขยับไปมารบกวนฝันดี จึงอ้าปากงับเข้าไปหนึ่งที“!”รูม่านตาของหนิงอี้หดลงเล็กน้อย ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นจากปลายหางขึ้นไปถึงแผ่นหลังเขาหลุดเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะกลั้นสุดกำลังไม่ให้เสียงอื่นเล็ดลอดออกมาหลังกัดเสร็จ เจียงจือเซี่ยก็แลบลิ้น ก่อนผลักหางที่ “อยู่ไม่สุข” ออกไปอย่างรังเกียจ แล้วพลิกตัวนอนต่อหนิงอี้มองเธออย่างตัดพ้อ สุดท้ายก็ไม่กล้าล่อใจเธออีกแล้ว

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 287

    เพิ่งมีความสงสัยแวบขึ้นมาในใจ จู่ ๆ จิ้งจอกน้อยก็เงยหน้าขึ้น ส่งเสียง “อิง” เบา ๆ อย่างอ่อนแรง ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเธอรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที บอกเหล่าองครักษ์ว่า “ลำบากพวกนายแล้ว” ก่อนอุ้มเสี่ยวไป๋หันหลังเดินจากไปเหล่าองครักษ์มองหน้ากันด้วยสีหน้าชวนบอกไม่ถูกพวกเขายังไม่ทันได้บอกว่า จิ้งจอกตัวนี้จู่ ๆ ก็โผล่มาเองไม่เพียงไม่หลบคน ยังวางมาดราวกับเป็นนายใหญ่ เดินเอื่อย ๆ เข้ามาในวิลล่าเองอีกต่างหากพวกเขาไม่ได้เป็นคนหามันเจอสักหน่อย เห็นชัด ๆ ว่ามันกลับมาเองหนิงอี้ถูกอุ้มกลับห้องนอนไปตลอดทาง เขาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเพศเมีย สูดกลิ่นหอมที่ทำให้ทั่วร่างรู้สึกสบาย ก่อนหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ...ที่นี่ยังดีที่สุดอยู่ดีขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“องค์หญิง ผมเองครับ”เสียงของซูเฉินดังมาจากด้านนอกประตูร่างของหนิงอี้แข็งทื่อไปทั้งตัวเจียงจือเซี่ยอุ้มเสี่ยวไป๋ไปเปิดประตู ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตู ในมือถือกล่องปฐมพยาบาลใบหนึ่ง“ได้ยินว่าเจอเสี่ยวไป๋แล้ว ผมเลยมาเปลี่ยนยาให้มันครับ”ตอนนี้เขายังไม่มีสถานะอะไร แน่นอนว่าต้องคว้าทุกข้ออ้างเพื่อได้อยู่กับอง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 286

    เธอเปิดเทอร์มินัลอย่างไม่ลังเล แล้วส่งข้อความหาหมิงเย่ภายในอาคารหลักของถนนมืด หนิงอี้พันตัวด้วยผ้าเช็ดตัว เดินออกมาจากม่านไอน้ำเขายืนอยู่หน้ากระจก เส้นผมยาวสีเงินขาวเปียกชื้นแนบแผ่นหลัง หยดน้ำไหลลงมาตามไหปลาร้าขาวเนียนได้รูปเขาหยิบเทอร์มินัลขึ้นมาตามมือ กวาดตามองข้อความ แล้วสีหน้าก็ดูแปลกไปเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย [นอนหรือยัง?]ดึกดื่นป่านนี้ เธอถามแบบนี้ทำไม?ปกติมีเรื่องอะไรก็พูดเรื่องนั้นตรง ๆ วางตัวเหมือนติดต่อกันเรื่องงานมาตลอดไม่ใช่เหรอ?เขาตอบกลับ [มีอะไร?]เจียงจือเซี่ย [มีเรื่องหนึ่ง อยากขอให้นายช่วยหน่อย]สุภาพขนาดนี้เลย?หนิงอี้มองข้อความที่เห็นชัดว่าอีกฝ่ายกำลังเกรงใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกวินาทีต่อมา ข้อความของเจียงจือเซี่ยก็ส่งเข้ามา[จิ้งจอกของฉันหายไปตัวหนึ่ง นี่รูป]รูปภาพหนึ่งเด้งขึ้นมาเป็นภาพตอนเขาอยู่ในร่างจิ้งจอก นอนหงายแผ่พุง กางแขนขาออกเต็มที่หนิงอี้ “……”ใบหูของเขาแดงขึ้น พลางยกมือบีบหว่างคิ้วอย่างพูดไม่ออกเพศเมียคนนี้เก็บรูปเขาแบบนี้ไว้ทำไมกัน?เงียบไปหลายวินาที เขาก็ตอบกลับ [ต้องการให้ผมทำอะไร?]จริง ๆ แล้วเขาพ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 285

    เจียงจือเซี่ยนอนคว่ำอยู่บนเตียง หน้าจอเสมือนของเทอร์มินัลลอยอยู่ตรงหน้าอีกฝั่งของหน้าจอคือคิ้วตาเย็นขรึมของเจียงถิงปัญหาของเผ่าแมลงจัดการได้ไม่ยาก แทบจะในวันเดียวกับที่กองยานจักรวรรดิลงจอด ฝั่งตรงข้ามก็ถูกโจมตีจนโกลาหล ตอนนี้เข้าสู่ช่วงเก็บงานแล้วเพราะงั้นวันนี้เธอถึงได้ติดต่อกับเจียงถิงที่ขาดการติดต่อไปหลายวันเสียทีเพิ่งแยกกันไม่กี่วัน เธอก็เริ่มคิดถึงเขาแล้วแต่ผู้ชายคนนี้กลับยังทำหน้าเย็นชาเหมือนก้อนน้ำแข็ง ดวงตาหลุบต่ำราวกับกำลังอ่านรายงานทางทหาร นาน ๆ ถึงจะเงยตาเหลือบมองเธอสักครั้ง ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าคิดถึงเธออยู่เจียงจือเซี่ยเริ่มไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อยเธอพองแก้ม “พี่ใหญ่ พี่ไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ?”เจียงถิงเงยตาขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่หางตาแดงระเรื่อของเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไรเจียงจือเซี่ยยิ่งน้อยใจ มองเขาตาละห้อยเจียงถิง “……”เขาไม่ถนัดใช้คำพูดแสดงความรู้สึกจริง ๆแต่ดูเหมือนเพศเมียจะไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นท่าทางตัดพ้อของเธอ เขาก็ถอนหายใจแผ่วเบา“คิดถึง”แค่คำเดียวใบหูของเจียงจือเซี่ยแดงขึ้นทันทีกว่าจะทำให้พี่ใหญ่พูดคำนี้ออกมาได้ ไม่ง่ายเลยจริง ๆเธอพึมพำเบา

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 284

    “นายจะทำอะไร?!”แต่มู่หัวเย่เพียงหยุดอยู่ตรงนั้น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างไม่เกรงใจสายตาของเขาจาบจ้วงและตรงไปตรงมาอย่างไม่ปิดบัง“ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ว่าคุณทำยังไงถึงปราบเจียงถิงหมอนั่นได้อยู่หมัด...”เจียงจือเซี่ยชะงักอ้อ จริงสิ หมอนี่ยังคิดว่าเธอเป็นองค์หญิงตัวปลอมอยู่เลยแววตาของเธอเย็นลง “ไม่เกี่ยวกับนาย แล้วก็อย่าพูดถึงพี่ใหญ่เหมือนเขาเป็นสิ่งของ”คนคนนี้พูดจาน่าโมโหจริง ๆปราบอะไรกัน เจียงถิงไม่ใช่สัตว์สักหน่อยมู่หัวเย่เห็นแววปกป้องในดวงตาของเธอ ก็ยิ่งยิ้มอย่างไม่เกรงใจมากขึ้น“คุณคงไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ หรอกนะ?” เขาเอียงศีรษะ “ตั้งแต่แรกผมก็สงสัยแล้วว่า คุณสนิทสนมกับเพศผู้ที่ชาติที่แล้วส่งคุณไปเนรเทศขนาดนี้ได้ยังไง? แล้วยังมีลู่เจวี๋ยอีก คุณถูกเนรเทศไม่ใช่เพราะเขาหรือไง?”“……?”ใครส่งเธอไปเนรเทศ?ใครเป็นต้นเหตุ?เธองงไปชั่วขณะจากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้——สิ่งที่มู่หัวเย่พูดถึงคือจุดจบของ “ตัวเอง” ในเนื้อเรื่องเดิมเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้บอกว่าเจ้าของร่างเดิมถูกเนรเทศเพราะอะไรหรือถูกส่งไปเนรเทศอย่างไร เพียงบอกคร่าว ๆ ว่าเจ้าของร่างเดิมคิดทำร้ายเจียงเหลียน แต่ถูกเจียง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 283

    เหล่าองครักษ์ถูกเสียงเอะอะดึงความสนใจ ต่างคิดว่าในที่สุดก็เจอจิ้งจอกขององค์หญิงแล้ว จึงพากันกรูเข้าไป ถูไม้ถูมือเตรียมจับจิ้งจอกหนิงอี้ถลึงตามอง 666 ที่วิ่งเข้ามาอย่างโมโห ก่อนรีบหันหลังวิ่งหนี!666 เร่งไล่ตามสุดแรง แต่ใต้ก้นของพ่อบ้านประจำบ้านอย่างมันมีแค่สองล้อ จึงไล่ไม่ทันจริง ๆเหล่าองครักษ์ตามมาดู เมื่อพบว่าไม่มีใคร ก็สบตากันอย่างผิดหวัง“พ่อบ้านนี่เสียแล้วมั้ง? ฉันก็บอกแล้วว่ามันเหมือนจะขัดข้องนิดหน่อย”“เฮ้อ ตามหามาทั้งวันแล้ว ยังไม่เจอจิ้งจอกขององค์หญิงเลย”“พูดไปก็น่าเหลือเชื่อ จิ้งจอกตัวเดียวทำไมถึงคล่องแคล่วขนาดนี้ พวกเราตั้งหลายคนเฝ้าอยู่ยังหนีไปได้อีก?”“นั่นสิ ถ้าร่างสัตว์ของเผ่าอสูรไม่ได้มีความดุร้ายและเป็นอันตราย ฉันคงสงสัยแล้วว่านั่นไม่ใช่จิ้งจอก แต่เป็นเพศผู้คนไหนที่พลังจิตพังทลายจนกลายร่าง...”หนิงอี้ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลออกไปชะงักไปเล็กน้อยมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกซับซ้อนวาบผ่านในใจ——ทั้งหวั่นไหว ทั้งปวดหน่วง และยังมีความลนลานที่ยากจะสังเกตอีกเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย...ยังตามหาเขาอยู่เหรอ?ทั้งที่เขาจากเธอไปตั้งหลายครั้ง เธอยังตามหา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status