Share

บทที่ 5

Author: อี๋เหมี่ยว
เจียงจือเซี่ยรีบส่ายหน้า พร้อมสาบานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอเป็นเด็กดีมากจริง ๆ

เจียงหวยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พยักหน้าแบบขอไปที “ไม่เป็นไรหรอก ทุกครั้งที่เธอก่อเรื่อง ฉันก็ช่วยเก็บกวาดให้ตลอด ถ้ามีเรื่องอะไรจริง ๆ ก็โยนมาที่ฉันได้เลย พี่รองจะรับหน้าแทนเอง”

เจียงจือเซี่ยซาบซึ้งใจ รีบเข้าไปกอดแขนเขาแล้วเขย่า “ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่รองดีที่สุด!”

เจียงหวยชะงักไปครู่หนึ่ง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ น้องสาวถึงได้เก็บตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ได้สนิทกับเขาแบบนี้มานานแล้ว

การกอดแขนเขาแล้วพูดเสียงอ้อนนุ่มนิ่มแบบตอนนี้ เป็นเรื่องที่มีแค่ตอนเด็ก ๆ เท่านั้น

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

……

รถลอยฟ้าจอดลงหน้าวิลล่า

เจียงจือเซี่ยกระโดดลงจากรถ ยังไม่ยอมแพ้ ยกกล่องของขวัญขึ้นมา “พี่รอง ผลึกนี่คืนไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”

“ของแบบนี้ไม่รับคืนไม่รับเปลี่ยน เธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ”

พอเจียงหวยพูดจบ ก็เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของน้องสาวเหี่ยวลงทันที

อ้อ จริงสิ พลังจิตของเธอแค่จะกระตุ้นผลึกยังแทบไม่ไหวเลย

เขาแสดงความเห็นใจ “เก็บไว้เป็นของตกแต่งเล่นก็แล้วกัน”

เจียงจือเซี่ยมองส่งรถลอยฟ้าของพี่รองที่พุ่งหายไปในพริบตา ก่อนจะหันกลับเข้าบ้านอย่างจำใจ

ตอนนี้เป็นเวลาดึกดื่นแล้ว ภายในวิลล่ามืดสนิทไปหมด

เธอปิดประตูแล้วหันกลับมา ก่อนจะสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

ลู่เจวี๋ยยืนอยู่ไม่ไกล กำลังมองเธอด้วยดวงตาสีเทาอมฟ้าคู่นั้น

เจียงจือเซี่ยงุนงง เขามายืนอยู่ตรงนี้ทำไม?

อาศัยแสงจันทร์ เธอเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่มีหูหมาป่าโผล่ออกมาคู่หนึ่ง กำลังกระดิกไหวเบา ๆ

ตอนนี้เจียงจือเซี่ยยังมองลู่เจวี๋ยผ่านฟิลเตอร์ผู้พิทักษ์ผู้ภักดี บวกกับบาดแผลเต็มตัวของเขา ทำให้เธอลดความระแวงลงโดยไม่รู้ตัว ถึงขั้นก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วถามว่า

“หูของนายทำไมถึง—อ๊ะ!”

เธอไม่คาดคิดเลยว่าจู่ ๆ ลู่เจวี๋ยจะเซไปสองก้าว แล้วล้มโถมเข้ามาทางเธอ!

เจียงจือเซี่ยยังงุนงงอยู่ตอนถูกกดล้มลงกับพื้น แผ่นหลังแนบติดพื้น ขณะที่ร่างกายร้อนผ่าวของอีกฝ่ายทาบทับลงมา!

“นายทำอะไรน่ะ?!”

เจียงจือเซี่ยดิ้นรนจะลุกขึ้น ตอนนั้นเองสัญญาณเตือนภัยในหัวก็ดังลั่น!

เธอเพิ่งมานึกได้ว่าตัวเองทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป ดันอยู่ตามลำพังในห้องเดียวกับผู้ชายโตเต็มวัย!

เธอด่าตัวเองในใจว่าโง่สิ้นดี เพื่อจะแอบเลี้ยงเขาไว้ เธอถึงกับไล่พวกองครักษ์ออกไปหมด แต่กลับลืมคิดไปว่าเขาเป็นองครักษ์ผู้ภักดีของนางเอก ไม่ใช่ของเธอ!

แรงดิ้นรนเพียงน้อยนิดของเธอ แทบไม่มีความหมายเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าพละกำลังเด็ดขาดของเพศผู้อสูร!

“ลู่เจวี๋ย! นะ นายจะทำอะไร? ปล่อยฉันนะ ฉันรับปากนายทุกอย่างก็ได้!”

เธอตะโกนลั่น แต่ลู่เจวี๋ยไม่ตอบสนอง เอาแต่กดทับเธอไว้แน่น พร้อมส่งเสียงหอบต่ำ ๆ อย่างอดกลั้นออกมาจากลำคอ

“แกร๊ก—”

เป็นเสียงที่อุปกรณ์กันกัดกำลังถูกฟันบดขยี้!

เจียงจือเซี่ยตกใจจนตัวชา!

ยังดีที่ไม่ได้ถอดไอ้นี่ให้เขา ไม่อย่างนั้นถ้าถอดออกไป เขาคงกัดคอเธอขาดในคำเดียวแน่!

“ลู่เจวี๋ย! นายตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นงั้นเหรอ!” เธอตกใจจนเสียงสั่นเครือ

ฮือ ๆ ทำไมตอนอยู่ต่อหน้านางเอกเขาถึงยอมเป็นตัวสำรองอย่างเต็มใจ แต่พอเป็นเธอกลับเนรคุณกันแบบนี้ล่ะ!

อาจเป็นเพราะเธอดิ้นแรงเกินไป ลู่เจวี๋ยจึงออกแรงเพิ่มอีกเล็กน้อย กดร่างแนบชิดกับเธอมากขึ้น

เจียงจือเซี่ยสะดุ้งหดตัวโดยไม่รู้ตัวเพราะความร้อนจากร่างเขา

เขาตัวร้อนขนาดนี้ได้ยังไง?

...เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเป็นช่วงไวต่อความรู้สึก?!

เธอเพิ่งนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เรื่องที่ตัวเองมองข้ามไปก่อนหน้านี้

ในโลกนี้ พลังจิตของเพศผู้มีความก้าวร้าวรุนแรงมาก และทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง ความก้าวร้าวนั้นจะเปลี่ยนเป็นความต้องการทางเพศ ความหิว หรือความโหดร้ายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม โดยจะกินเวลาหนึ่งถึงสามวัน ซึ่งถูกเรียกว่า “ช่วงไวต่อความรู้สึก”

เพศผู้ที่อยู่ในช่วงไวต่อความรู้สึก หากไม่ได้รับการปลอบประโลมจากเพศเมีย ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดความผิดปกติทางจิต และในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจกลายร่างเป็นอสูรอย่างถาวร กลายเป็นสัตว์ป่าที่ไร้สติไปเลย

ลู่เจวี๋ยกำลังอยู่ในช่วงไวต่อความรู้สึกงั้นเหรอ?!

เจียงจือเซี่ยอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมา

พลังจิตของเธออ่อนแอจนน่าเวทนา ไม่มีทางปลอบประโลมเขาได้เลย!

ลู่เจวี๋ยจมอยู่ในความร้อนรุ่มและสับสน ช่วงไวต่อความรู้สึกครั้งนี้มาอย่างกะทันหัน เขาฝืนเต็มที่เพื่อรักษาสติเอาไว้เพียงนิดเดียว

เขาพอรู้ราง ๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่หยุดไม่ได้

กลิ่นหอมจากเพศเมียคนนี้ ล่อให้เขาเข้าใกล้โดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ อยากกอดรัดเธอจนเหมือนหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

เพศเมียร่างเล็กนุ่มนิ่มสั่นไปทั้งตัว ถูกเขากดไว้ใต้ร่างอย่างไร้ทางสู้ ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกนด่า

“ไอ้คนเนรคุณ! คนเลว! ปล่อยนะ! ฮือ...”

เขาก้มลงดมใบหน้าของเธอ แล้วถูไถกับน้ำตาของเธอ

หอมจัง...

สติที่ยังเหลืออยู่เพียงนิดทำให้เขารู้ว่า สิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่จะทำให้เพศเมียคนนี้โกรธ

เธอคงฆ่าเขาแน่สินะ

...จะได้หลุดพ้นเสียทีสินะ ดีเหลือเกิน

เจียงจือเซี่ยใช้มือที่สั่นเทาคลำหาเทอร์มินัลบนข้อมือของตัวเอง

เธอจะฆ่าลู่เจวี๋ย

หลังจากเผ่าอสูรตกเป็นทาส จะถูกฝังชิปชนิดหนึ่งไว้ในร่าง อำนาจควบคุมชิปทาสอยู่ในมือของนายทาส หากทาสขัดขืน นายทาสสามารถสั่งให้ชิประเบิดหัวใจของทาสได้ทุกเมื่อ!

เมื่อชีวิตตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอไม่สนแผนการอะไรแล้ว คิดแค่ว่าต้องกำจัดเขาให้ได้

“อื้อ...”

ข้างหูพลันมีเสียงครางอย่างเจ็บปวดดังขึ้น ที่ลำคอด้านข้างมีความชื้นอุ่น ๆ แผ่กระจายออกมา

เจียงจือเซี่ยไม่อยากเชื่อ ร้องไห้งั้นเหรอ?!

ไม่ใช่นะ ฉันร้องไห้เพราะกลัวนายฆ่าฉัน แล้วนายที่เป็นคนลงมือจะร้องไห้อะไรล่ะ?

ในจังหวะที่เธอกำลังจะสั่งให้ชิประเบิด เธอบังเอิญเห็นสีหน้าเจ็บปวดเต็มใบหน้าของเด็กหนุ่มพอดี

ดวงตาสีเทาอมฟ้าที่พร่ามัวคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

เจียงจือเซี่ยชะงักไป

“...บ้าเอ๊ย!”

เอาวะ!

เธอด่าตัวเองในใจว่าใจอ่อนทำไมกันนะ ขณะเดียวกันก็ใช้ทั้งมือทั้งเท้ากอดลู่เจวี๋ยไว้ แล้วพยายามระดมพลังจิตอันน้อยนิดทั้งหมดออกมาอย่างสุดชีวิต

ลู่เจวี๋ยสะท้านไปทั้งตัว หายใจถี่อยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ สงบลง แล้วก้มหน้าถูไถลำคอด้านข้างของเธออย่างสนิทสนมโดยไม่รู้ตัว

ร่างในอ้อมแขนค่อย ๆ อ่อนยวบลง

ผ่านไปนานมาก ลู่เจวี๋ยถึงได้โอบเพศเมียที่หมดสติไว้ในอ้อมแขนอย่างทำอะไรไม่ถูก

กลิ่นหอมที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่...คืออะไรกัน?

ทำไมพลังจิตที่กำลังกระสับกระส่ายของเขาถึงถูกปลอบประโลมลงได้ เพียงแค่ด้วยกลิ่นนี้?

แล้วก็...ทำไมเธอถึงไม่ฆ่าเขา?

……

เจียงจือเซี่ยสะลึมสะลือ ราวกับฝันเห็นพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง

กลางพื้นที่นั้น มีดอกไม้สีขาวนวลบานอยู่ดอกหนึ่ง

ดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ ไม่มีทั้งกิ่งและใบ ลอยเดียวดายอยู่กลางอากาศ ขอบกลีบดอกเปล่งแสงสีเงินจาง ๆ

รอบดอกไม้มีไอหอมพิเศษอบอวลอยู่ ทำให้เจียงจือเซี่ยรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด จนอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ

แต่พอเข้าไปใกล้ ก็ถูกกำแพงไร้รูปร่างขวางเอาไว้

ดอกไม้สีขาวน้อยสะบัดกลีบดอกเบา ๆ

เจียงจือเซี่ย “...”

เธอคิดไปเองหรือเปล่า? ทำไมถึงรู้สึกว่าดอกไม้นี่กำลังบอกเธออย่างน้อยใจน่าสงสารว่าหิว?!

เธอยืนอยู่กับที่อย่างงุนงง

ดูเหมือนดอกไม้สีขาวน้อยจะโกรธขึ้นมา มันสั่นแรงกว่าเดิมสองที

จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็หมุนคว้างฟ้าดินกลับตาลปัตร...

เจียงจือเซี่ยหลุดออกจากความฝันแล้วลืมตาขึ้น

เมื่อเห็นโคมไฟคริสตัลสีสันเจิดจ้าเหนือศีรษะ เธอก็ยังมึนงงอยู่เล็กน้อย

วินาทีต่อมาเธอสะดุ้งตกใจ รีบพลิกตัวลุกพรวดขึ้นมา ก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงใหญ่ในห้องนอน

พอหันหน้าไป ก็สบตาเข้ากับดวงตาพร่ามัวคู่หนึ่งพอดี

ลู่เจวี๋ยคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ท่าทางนอบน้อมอย่างยิ่ง

พอได้ยินว่าเธอตื่นแล้ว เขาก็ก้มหน้าลงทันที หูหมาป่าสีเงินเทาคู่บนศีรษะกระดิกไหวเล็กน้อย

เจียงจือเซี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

เป็นเขาที่พาเธอมาที่ห้องนอนงั้นเหรอ?

เธอลองเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “นายดีขึ้นหรือยัง?”

ลู่เจวี๋ยสวมอุปกรณ์กันกัดอยู่ จึงพูดไม่ได้ ได้แต่พยักหน้าเงียบ ๆ

พอเห็นท่าทางเชื่อฟังของเขา เจียงจือเซี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ดูท่าเมื่อคืนเขาคงไร้สติเพราะช่วงไวต่อความรู้สึก การทำร้ายเธอไม่ใช่ความตั้งใจของเขา

“โครก—”

เสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่

เจียงจือเซี่ยมองไปที่ท้องของลู่เจวี๋ย

เจ้าหมาป่าตัวโตยิ่งก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 292

    เขาพูดถึงเผ่าพันธุ์ แต่เธอกลับสนใจแค่สีผมเหรอ?จริง ๆ เลย...เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีกนอกประตู เหยียนฉีกำลังพิงกำแพงงีบอยู่จู่ ๆ ประตูก็ถูกผลักเปิด ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกเจียงจือเซี่ยรีบออกมาจากข้างใน ก่อนจะสาวเท้าจากไปอย่างเร่งรีบเขายังไม่ทันได้ทักทาย ก็ได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบดังมาจากด้านหลัง“เหยียนฉี”เหยียนฉีชะงักตัวแข็ง ก่อนหันกลับไปมองลูกพี่พิงกรอบประตูอยู่ ดวงตาใต้หน้ากากจ้องเขานิ่ง ๆ อย่างชวนให้ขนลุกเหยียนฉี “...”ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าท่าไม่ค่อยดีเลยนะ?……ชายแดนอวกาศ ภายในห้องบัญชาการของยานรบหลักแผนที่ดวงดาวลอยอยู่กลางแท่นบัญชาการ จุดแสงหนาแน่นระบุทุกความเคลื่อนไหวล่าสุดของเผ่าแมลงเจียงถิงนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนไปบนหน้าจอแสงนายทหารผู้บังคับบัญชาหลายคนยืนแยกอยู่สองฝั่ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงนายทหารคนหนึ่งเอ่ยขึ้นก่อน “พลเอก ช่วงนี้เผ่าแมลงก่อความวุ่นวายบ่อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงสามเท่า แถมทุกครั้งยังเป็นการจู่โจมขนาดเล็ก โจมตีเสร็จก็ถอย ไม่ยอมปะทะยืดเยื้อเลยครับ”นายทหารอีกคนขมวดคิ้ว ก่อนพูดต่อ “นี่ไม่เหมือนวิธีของเ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 291

    ชายที่อยู่ด้านหลังมีผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงข้างไหล่ ยิ่งขับให้ใบหน้านั้นโดดเด่นสะดุดตาเขาหลุบตามองเธอด้วยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มเมื่อไร้หน้ากากบดบัง ในดวงตาเรียวยาวคู่นั้นมีอารมณ์ที่เธออ่านไม่ออกพลุ่งพล่านอยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเนือย ๆ แฝงความแหบพร่าเล็กน้อย“องค์หญิง จะรีบไปไหนเหรอครับ?”เจียงจือเซี่ยกลืนน้ำลาย ก่อนยิ้มเจื่อน ๆ “...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”เธอไม่ได้ตั้งใจล่วงรู้ความลับใหญ่ขนาดนี้ของเขาจริง ๆกำไรที่ให้เธอ...คงไม่เอาคืนหรอกใช่ไหม?นั่นมันส่วนแบ่งปีละกว่าร้อยล้านเหรียญทองเลยนะ!หนิงอี้มองท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอ แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ตอนแรกเขาก็ลนไปชั่วขณะ แต่ไม่นานก็สงบลงก็แค่ตัวตนของ “หมิงเย่” ถูกเปิดเผยเท่านั้นตราบใดที่เธอไม่รู้ว่าเสี่ยวไป๋เป็นใคร ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวเจียงจือเซี่ยแอบเหลือบมองเขา ในใจก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายทำไมบิ๊กบอสคนนี้ถึงยิ้มแบบนั้น หรือว่าจะโมโหจนเสียสติไปแล้ว?ขณะกำลังคิดฟุ้งซ่าน มือใหญ่ข้างหนึ่งก็วางลงบนศีรษะเธอหนิงอี้จับศีรษะเธอไว้ แล้วพากลับไปนั่งลงจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ จัดแขนเสื้อ ก่อนนั่งลงตรง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 290

    เขาแทบจะวิ่งสุดแรงกลับมา โชคดีที่ยังทันเวลา“องค์หญิงเกรงใจเกินไปแล้วครับ แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”เจียงจือเซี่ยกล่าวขอบคุณ ก่อนจะถามเรื่องสำคัญ “เพศเมียคนนั้นที่ฉันฝากให้นายตรวจสอบครั้งก่อน แล้วก็มู่หัวเย่ เป็นยังไงบ้าง?”หนิงอี้ยกมือขึ้น ก่อนส่งข้อมูลให้เธอ“ข้อมูลที่ตอนนี้สืบหาได้อยู่ในนี้หมดแล้วครับ”เจียงจือเซี่ยรับมา ก่อนเปิดดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจียงเหลียนบันทึกการติดตามระบุว่า ครั้งสุดท้ายที่พบร่องรอยของเจียงเหลียนคือเธอลักลอบเดินทางไปยังดาวทะเลทรายเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยดาวทะเลทราย? ไป๋จืออวี้ก็ถูกพี่ใหญ่โยนไปที่นั่นไม่ใช่เหรอ?เธอกดความสงสัยในใจไว้ก่อน แล้วเปิดข้อมูลของมู่หัวเย่ต่อพอเห็นเข้า เธอก็สูดลมหายใจเฮือกให้ตายสิ เยอะจริง ๆเธอเปิดดูคร่าว ๆ ยิ่งดูก็ยิ่งตกใจประวัติการก้าวขึ้นสู่อำนาจของมู่หัวเย่ในสหพันธ์ แทบจะเป็นประวัติศาสตร์แห่งการเหยียบย่ำผู้อื่นขึ้นมาท่ามกลางการนองเลือดนับตั้งแต่เขาเริ่มโดดเด่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นดยุกหรือกลุ่มอำนาจใดที่ขวางทางเขา หากไม่ตายอย่างมีเงื่อนงำ ก็ต้องชื่อเสียงป่นปี้ทุกเรื่องล้วนเต็มไปด้วยข้อสงสัย แต่กลับไม่มีสักเรื่อ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 289

    หลังจากหยอกเสี่ยวไป๋อยู่พักหนึ่ง เจียงจือเซี่ยก็หยิบเทอร์มินัลออกมา ก้มหน้าพิมพ์ข้อความหมิงเย่ทั้งทำงานมีประสิทธิภาพและไว้ใจได้ เธอต้องขอบคุณเขาสักหน่อยแน่นอนว่าเรื่องหลักคือต้องไปถามดูว่า เรื่องที่ให้สืบเจียงเหลียนกับมู่หัวเย่คืบหน้าไปถึงไหนแล้วเธอค่อย ๆ วางเสี่ยวไป๋ลงบนตั่งนุ่ม แล้วกำชับเสียงอ่อน “รอฉันกลับมาดี ๆ ห้ามวิ่งไปไหนนะ”พูดจบ เธอก็หันหลังเดินออกจากห้องนอนทันทีที่เจียงจือเซี่ยออกไป จิ้งจอกที่เมื่อครู่ยังนอนนิ่งอย่างว่าง่ายอยู่บนตั่งนุ่มก็กระโดดพรวดขึ้นมา ตะกุยหน้าต่างอย่างลนลานแล้วกระโดดออกไปเมื่อกี้มันเห็นชัดเจนว่าเธอส่งข้อความหา “หมิงเย่” บอกว่าจะไปหาเขาที่ถนนมืด!……เจียงจือเซี่ยเพิ่งเดินออกจากประตูวังหลวง ก็เจอร่างคุ้นเคยเดินสวนมาซูเฉินสวมชุดนักวิจัย ในมือถือเอกสารชุดหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นเห็นเธอ แววยิ้มก็ปรากฏขึ้นในดวงตาทันทีเขารีบเดินเข้ามาหา “องค์หญิง คุณ...”เขาชะงักไป เมื่อเห็นว่าเธอเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก จึงถามหยั่งเชิงว่า “จะไปหาลู่เจวี๋ยเหรอครับ?”เจียงจือเซี่ยส่ายหน้า “เปล่า ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกสักพัก แล้วนายมาทำอะไรที่นี่?”เมื่อได้ยินว

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 288

    แววอารมณ์ที่ยากจะอธิบายพาดผ่านดวงตาของหนิงอี้เขาชักมือกลับ เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองตัวเองเส้นผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงบนไหล่ เปล่งประกายจาง ๆ ท่ามกลางความมืดสายตาเลื่อนไปหยุดที่หางฟูนุ่มด้านหลังเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนวางหางลงในอ้อมกอดของเธออย่างระมัดระวัง แล้วใช้หางคลอเคลียแก้มเธอเบา ๆ ราวกับกำลังล่อใจชอบไหม?เจียงจือเซี่ยส่งเสียงอืออย่างงัวเงีย ยื่นมือรวบเจ้าสิ่งขนนุ่มฟูเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขนหนิงอี้ชะงักหายใจไปชั่วขณะเขาก้มมองใบหน้าเล็กที่ดูพึงพอใจของคนตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพอใจดูท่าจะชอบสินะเขาหลุบตาลง ปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นจู่ ๆ คนในอ้อมกอดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าหางที่ขยับไปมารบกวนฝันดี จึงอ้าปากงับเข้าไปหนึ่งที“!”รูม่านตาของหนิงอี้หดลงเล็กน้อย ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นจากปลายหางขึ้นไปถึงแผ่นหลังเขาหลุดเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะกลั้นสุดกำลังไม่ให้เสียงอื่นเล็ดลอดออกมาหลังกัดเสร็จ เจียงจือเซี่ยก็แลบลิ้น ก่อนผลักหางที่ “อยู่ไม่สุข” ออกไปอย่างรังเกียจ แล้วพลิกตัวนอนต่อหนิงอี้มองเธออย่างตัดพ้อ สุดท้ายก็ไม่กล้าล่อใจเธออีกแล้ว

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 287

    เพิ่งมีความสงสัยแวบขึ้นมาในใจ จู่ ๆ จิ้งจอกน้อยก็เงยหน้าขึ้น ส่งเสียง “อิง” เบา ๆ อย่างอ่อนแรง ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเธอรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที บอกเหล่าองครักษ์ว่า “ลำบากพวกนายแล้ว” ก่อนอุ้มเสี่ยวไป๋หันหลังเดินจากไปเหล่าองครักษ์มองหน้ากันด้วยสีหน้าชวนบอกไม่ถูกพวกเขายังไม่ทันได้บอกว่า จิ้งจอกตัวนี้จู่ ๆ ก็โผล่มาเองไม่เพียงไม่หลบคน ยังวางมาดราวกับเป็นนายใหญ่ เดินเอื่อย ๆ เข้ามาในวิลล่าเองอีกต่างหากพวกเขาไม่ได้เป็นคนหามันเจอสักหน่อย เห็นชัด ๆ ว่ามันกลับมาเองหนิงอี้ถูกอุ้มกลับห้องนอนไปตลอดทาง เขาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเพศเมีย สูดกลิ่นหอมที่ทำให้ทั่วร่างรู้สึกสบาย ก่อนหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ...ที่นี่ยังดีที่สุดอยู่ดีขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“องค์หญิง ผมเองครับ”เสียงของซูเฉินดังมาจากด้านนอกประตูร่างของหนิงอี้แข็งทื่อไปทั้งตัวเจียงจือเซี่ยอุ้มเสี่ยวไป๋ไปเปิดประตู ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตู ในมือถือกล่องปฐมพยาบาลใบหนึ่ง“ได้ยินว่าเจอเสี่ยวไป๋แล้ว ผมเลยมาเปลี่ยนยาให้มันครับ”ตอนนี้เขายังไม่มีสถานะอะไร แน่นอนว่าต้องคว้าทุกข้ออ้างเพื่อได้อยู่กับอง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status