Partager

บทที่ 5

Auteur: อี๋เหมี่ยว
เจียงจือเซี่ยรีบส่ายหน้า พร้อมสาบานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอเป็นเด็กดีมากจริง ๆ

เจียงหวยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พยักหน้าแบบขอไปที “ไม่เป็นไรหรอก ทุกครั้งที่เธอก่อเรื่อง ฉันก็ช่วยเก็บกวาดให้ตลอด ถ้ามีเรื่องอะไรจริง ๆ ก็โยนมาที่ฉันได้เลย พี่รองจะรับหน้าแทนเอง”

เจียงจือเซี่ยซาบซึ้งใจ รีบเข้าไปกอดแขนเขาแล้วเขย่า “ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่รองดีที่สุด!”

เจียงหวยชะงักไปครู่หนึ่ง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ น้องสาวถึงได้เก็บตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ได้สนิทกับเขาแบบนี้มานานแล้ว

การกอดแขนเขาแล้วพูดเสียงอ้อนนุ่มนิ่มแบบตอนนี้ เป็นเรื่องที่มีแค่ตอนเด็ก ๆ เท่านั้น

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

……

รถลอยฟ้าจอดลงหน้าวิลล่า

เจียงจือเซี่ยกระโดดลงจากรถ ยังไม่ยอมแพ้ ยกกล่องของขวัญขึ้นมา “พี่รอง ผลึกนี่คืนไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”

“ของแบบนี้ไม่รับคืนไม่รับเปลี่ยน เธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ”

พอเจียงหวยพูดจบ ก็เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของน้องสาวเหี่ยวลงทันที

อ้อ จริงสิ พลังจิตของเธอแค่จะกระตุ้นผลึกยังแทบไม่ไหวเลย

เขาแสดงความเห็นใจ “เก็บไว้เป็นของตกแต่งเล่นก็แล้วกัน”

เจียงจือเซี่ยมองส่งรถลอยฟ้าของพี่รองที่พุ่งหายไปในพริบตา ก่อนจะหันกลับเข้าบ้านอย่างจำใจ

ตอนนี้เป็นเวลาดึกดื่นแล้ว ภายในวิลล่ามืดสนิทไปหมด

เธอปิดประตูแล้วหันกลับมา ก่อนจะสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

ลู่เจวี๋ยยืนอยู่ไม่ไกล กำลังมองเธอด้วยดวงตาสีเทาอมฟ้าคู่นั้น

เจียงจือเซี่ยงุนงง เขามายืนอยู่ตรงนี้ทำไม?

อาศัยแสงจันทร์ เธอเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่มีหูหมาป่าโผล่ออกมาคู่หนึ่ง กำลังกระดิกไหวเบา ๆ

ตอนนี้เจียงจือเซี่ยยังมองลู่เจวี๋ยผ่านฟิลเตอร์ผู้พิทักษ์ผู้ภักดี บวกกับบาดแผลเต็มตัวของเขา ทำให้เธอลดความระแวงลงโดยไม่รู้ตัว ถึงขั้นก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วถามว่า

“หูของนายทำไมถึง—อ๊ะ!”

เธอไม่คาดคิดเลยว่าจู่ ๆ ลู่เจวี๋ยจะเซไปสองก้าว แล้วล้มโถมเข้ามาทางเธอ!

เจียงจือเซี่ยยังงุนงงอยู่ตอนถูกกดล้มลงกับพื้น แผ่นหลังแนบติดพื้น ขณะที่ร่างกายร้อนผ่าวของอีกฝ่ายทาบทับลงมา!

“นายทำอะไรน่ะ?!”

เจียงจือเซี่ยดิ้นรนจะลุกขึ้น ตอนนั้นเองสัญญาณเตือนภัยในหัวก็ดังลั่น!

เธอเพิ่งมานึกได้ว่าตัวเองทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป ดันอยู่ตามลำพังในห้องเดียวกับผู้ชายโตเต็มวัย!

เธอด่าตัวเองในใจว่าโง่สิ้นดี เพื่อจะแอบเลี้ยงเขาไว้ เธอถึงกับไล่พวกองครักษ์ออกไปหมด แต่กลับลืมคิดไปว่าเขาเป็นองครักษ์ผู้ภักดีของนางเอก ไม่ใช่ของเธอ!

แรงดิ้นรนเพียงน้อยนิดของเธอ แทบไม่มีความหมายเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าพละกำลังเด็ดขาดของเพศผู้อสูร!

“ลู่เจวี๋ย! นะ นายจะทำอะไร? ปล่อยฉันนะ ฉันรับปากนายทุกอย่างก็ได้!”

เธอตะโกนลั่น แต่ลู่เจวี๋ยไม่ตอบสนอง เอาแต่กดทับเธอไว้แน่น พร้อมส่งเสียงหอบต่ำ ๆ อย่างอดกลั้นออกมาจากลำคอ

“แกร๊ก—”

เป็นเสียงที่อุปกรณ์กันกัดกำลังถูกฟันบดขยี้!

เจียงจือเซี่ยตกใจจนตัวชา!

ยังดีที่ไม่ได้ถอดไอ้นี่ให้เขา ไม่อย่างนั้นถ้าถอดออกไป เขาคงกัดคอเธอขาดในคำเดียวแน่!

“ลู่เจวี๋ย! นายตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นงั้นเหรอ!” เธอตกใจจนเสียงสั่นเครือ

ฮือ ๆ ทำไมตอนอยู่ต่อหน้านางเอกเขาถึงยอมเป็นตัวสำรองอย่างเต็มใจ แต่พอเป็นเธอกลับเนรคุณกันแบบนี้ล่ะ!

อาจเป็นเพราะเธอดิ้นแรงเกินไป ลู่เจวี๋ยจึงออกแรงเพิ่มอีกเล็กน้อย กดร่างแนบชิดกับเธอมากขึ้น

เจียงจือเซี่ยสะดุ้งหดตัวโดยไม่รู้ตัวเพราะความร้อนจากร่างเขา

เขาตัวร้อนขนาดนี้ได้ยังไง?

...เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเป็นช่วงไวต่อความรู้สึก?!

เธอเพิ่งนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เรื่องที่ตัวเองมองข้ามไปก่อนหน้านี้

ในโลกนี้ พลังจิตของเพศผู้มีความก้าวร้าวรุนแรงมาก และทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง ความก้าวร้าวนั้นจะเปลี่ยนเป็นความต้องการทางเพศ ความหิว หรือความโหดร้ายที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม โดยจะกินเวลาหนึ่งถึงสามวัน ซึ่งถูกเรียกว่า “ช่วงไวต่อความรู้สึก”

เพศผู้ที่อยู่ในช่วงไวต่อความรู้สึก หากไม่ได้รับการปลอบประโลมจากเพศเมีย ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดความผิดปกติทางจิต และในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจกลายร่างเป็นอสูรอย่างถาวร กลายเป็นสัตว์ป่าที่ไร้สติไปเลย

ลู่เจวี๋ยกำลังอยู่ในช่วงไวต่อความรู้สึกงั้นเหรอ?!

เจียงจือเซี่ยอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมา

พลังจิตของเธออ่อนแอจนน่าเวทนา ไม่มีทางปลอบประโลมเขาได้เลย!

ลู่เจวี๋ยจมอยู่ในความร้อนรุ่มและสับสน ช่วงไวต่อความรู้สึกครั้งนี้มาอย่างกะทันหัน เขาฝืนเต็มที่เพื่อรักษาสติเอาไว้เพียงนิดเดียว

เขาพอรู้ราง ๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่หยุดไม่ได้

กลิ่นหอมจากเพศเมียคนนี้ ล่อให้เขาเข้าใกล้โดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ อยากกอดรัดเธอจนเหมือนหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

เพศเมียร่างเล็กนุ่มนิ่มสั่นไปทั้งตัว ถูกเขากดไว้ใต้ร่างอย่างไร้ทางสู้ ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกนด่า

“ไอ้คนเนรคุณ! คนเลว! ปล่อยนะ! ฮือ...”

เขาก้มลงดมใบหน้าของเธอ แล้วถูไถกับน้ำตาของเธอ

หอมจัง...

สติที่ยังเหลืออยู่เพียงนิดทำให้เขารู้ว่า สิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่จะทำให้เพศเมียคนนี้โกรธ

เธอคงฆ่าเขาแน่สินะ

...จะได้หลุดพ้นเสียทีสินะ ดีเหลือเกิน

เจียงจือเซี่ยใช้มือที่สั่นเทาคลำหาเทอร์มินัลบนข้อมือของตัวเอง

เธอจะฆ่าลู่เจวี๋ย

หลังจากเผ่าอสูรตกเป็นทาส จะถูกฝังชิปชนิดหนึ่งไว้ในร่าง อำนาจควบคุมชิปทาสอยู่ในมือของนายทาส หากทาสขัดขืน นายทาสสามารถสั่งให้ชิประเบิดหัวใจของทาสได้ทุกเมื่อ!

เมื่อชีวิตตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอไม่สนแผนการอะไรแล้ว คิดแค่ว่าต้องกำจัดเขาให้ได้

“อื้อ...”

ข้างหูพลันมีเสียงครางอย่างเจ็บปวดดังขึ้น ที่ลำคอด้านข้างมีความชื้นอุ่น ๆ แผ่กระจายออกมา

เจียงจือเซี่ยไม่อยากเชื่อ ร้องไห้งั้นเหรอ?!

ไม่ใช่นะ ฉันร้องไห้เพราะกลัวนายฆ่าฉัน แล้วนายที่เป็นคนลงมือจะร้องไห้อะไรล่ะ?

ในจังหวะที่เธอกำลังจะสั่งให้ชิประเบิด เธอบังเอิญเห็นสีหน้าเจ็บปวดเต็มใบหน้าของเด็กหนุ่มพอดี

ดวงตาสีเทาอมฟ้าที่พร่ามัวคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

เจียงจือเซี่ยชะงักไป

“...บ้าเอ๊ย!”

เอาวะ!

เธอด่าตัวเองในใจว่าใจอ่อนทำไมกันนะ ขณะเดียวกันก็ใช้ทั้งมือทั้งเท้ากอดลู่เจวี๋ยไว้ แล้วพยายามระดมพลังจิตอันน้อยนิดทั้งหมดออกมาอย่างสุดชีวิต

ลู่เจวี๋ยสะท้านไปทั้งตัว หายใจถี่อยู่หลายครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ สงบลง แล้วก้มหน้าถูไถลำคอด้านข้างของเธออย่างสนิทสนมโดยไม่รู้ตัว

ร่างในอ้อมแขนค่อย ๆ อ่อนยวบลง

ผ่านไปนานมาก ลู่เจวี๋ยถึงได้โอบเพศเมียที่หมดสติไว้ในอ้อมแขนอย่างทำอะไรไม่ถูก

กลิ่นหอมที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่...คืออะไรกัน?

ทำไมพลังจิตที่กำลังกระสับกระส่ายของเขาถึงถูกปลอบประโลมลงได้ เพียงแค่ด้วยกลิ่นนี้?

แล้วก็...ทำไมเธอถึงไม่ฆ่าเขา?

……

เจียงจือเซี่ยสะลึมสะลือ ราวกับฝันเห็นพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง

กลางพื้นที่นั้น มีดอกไม้สีขาวนวลบานอยู่ดอกหนึ่ง

ดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ ไม่มีทั้งกิ่งและใบ ลอยเดียวดายอยู่กลางอากาศ ขอบกลีบดอกเปล่งแสงสีเงินจาง ๆ

รอบดอกไม้มีไอหอมพิเศษอบอวลอยู่ ทำให้เจียงจือเซี่ยรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด จนอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ

แต่พอเข้าไปใกล้ ก็ถูกกำแพงไร้รูปร่างขวางเอาไว้

ดอกไม้สีขาวน้อยสะบัดกลีบดอกเบา ๆ

เจียงจือเซี่ย “...”

เธอคิดไปเองหรือเปล่า? ทำไมถึงรู้สึกว่าดอกไม้นี่กำลังบอกเธออย่างน้อยใจน่าสงสารว่าหิว?!

เธอยืนอยู่กับที่อย่างงุนงง

ดูเหมือนดอกไม้สีขาวน้อยจะโกรธขึ้นมา มันสั่นแรงกว่าเดิมสองที

จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็หมุนคว้างฟ้าดินกลับตาลปัตร...

เจียงจือเซี่ยหลุดออกจากความฝันแล้วลืมตาขึ้น

เมื่อเห็นโคมไฟคริสตัลสีสันเจิดจ้าเหนือศีรษะ เธอก็ยังมึนงงอยู่เล็กน้อย

วินาทีต่อมาเธอสะดุ้งตกใจ รีบพลิกตัวลุกพรวดขึ้นมา ก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงใหญ่ในห้องนอน

พอหันหน้าไป ก็สบตาเข้ากับดวงตาพร่ามัวคู่หนึ่งพอดี

ลู่เจวี๋ยคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ท่าทางนอบน้อมอย่างยิ่ง

พอได้ยินว่าเธอตื่นแล้ว เขาก็ก้มหน้าลงทันที หูหมาป่าสีเงินเทาคู่บนศีรษะกระดิกไหวเล็กน้อย

เจียงจือเซี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

เป็นเขาที่พาเธอมาที่ห้องนอนงั้นเหรอ?

เธอลองเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “นายดีขึ้นหรือยัง?”

ลู่เจวี๋ยสวมอุปกรณ์กันกัดอยู่ จึงพูดไม่ได้ ได้แต่พยักหน้าเงียบ ๆ

พอเห็นท่าทางเชื่อฟังของเขา เจียงจือเซี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ดูท่าเมื่อคืนเขาคงไร้สติเพราะช่วงไวต่อความรู้สึก การทำร้ายเธอไม่ใช่ความตั้งใจของเขา

“โครก—”

เสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่

เจียงจือเซี่ยมองไปที่ท้องของลู่เจวี๋ย

เจ้าหมาป่าตัวโตยิ่งก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 288

    แววอารมณ์ที่ยากจะอธิบายพาดผ่านดวงตาของหนิงอี้เขาชักมือกลับ เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองตัวเองเส้นผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงบนไหล่ เปล่งประกายจาง ๆ ท่ามกลางความมืดสายตาเลื่อนไปหยุดที่หางฟูนุ่มด้านหลังเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนวางหางลงในอ้อมกอดของเธออย่างระมัดระวัง แล้วใช้หางคลอเคลียแก้มเธอเบา ๆ ราวกับกำลังล่อใจชอบไหม?เจียงจือเซี่ยส่งเสียงอืออย่างงัวเงีย ยื่นมือรวบเจ้าสิ่งขนนุ่มฟูเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขนหนิงอี้ชะงักหายใจไปชั่วขณะเขาก้มมองใบหน้าเล็กที่ดูพึงพอใจของคนตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพอใจดูท่าจะชอบสินะเขาหลุบตาลง ปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นจู่ ๆ คนในอ้อมกอดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าหางที่ขยับไปมารบกวนฝันดี จึงอ้าปากงับเข้าไปหนึ่งที“!”รูม่านตาของหนิงอี้หดลงเล็กน้อย ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นจากปลายหางขึ้นไปถึงแผ่นหลังเขาหลุดเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะกลั้นสุดกำลังไม่ให้เสียงอื่นเล็ดลอดออกมาหลังกัดเสร็จ เจียงจือเซี่ยก็แลบลิ้น ก่อนผลักหางที่ “อยู่ไม่สุข” ออกไปอย่างรังเกียจ แล้วพลิกตัวนอนต่อหนิงอี้มองเธออย่างตัดพ้อ สุดท้ายก็ไม่กล้าล่อใจเธออีกแล้ว

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 287

    เพิ่งมีความสงสัยแวบขึ้นมาในใจ จู่ ๆ จิ้งจอกน้อยก็เงยหน้าขึ้น ส่งเสียง “อิง” เบา ๆ อย่างอ่อนแรง ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเธอรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที บอกเหล่าองครักษ์ว่า “ลำบากพวกนายแล้ว” ก่อนอุ้มเสี่ยวไป๋หันหลังเดินจากไปเหล่าองครักษ์มองหน้ากันด้วยสีหน้าชวนบอกไม่ถูกพวกเขายังไม่ทันได้บอกว่า จิ้งจอกตัวนี้จู่ ๆ ก็โผล่มาเองไม่เพียงไม่หลบคน ยังวางมาดราวกับเป็นนายใหญ่ เดินเอื่อย ๆ เข้ามาในวิลล่าเองอีกต่างหากพวกเขาไม่ได้เป็นคนหามันเจอสักหน่อย เห็นชัด ๆ ว่ามันกลับมาเองหนิงอี้ถูกอุ้มกลับห้องนอนไปตลอดทาง เขาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเพศเมีย สูดกลิ่นหอมที่ทำให้ทั่วร่างรู้สึกสบาย ก่อนหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ...ที่นี่ยังดีที่สุดอยู่ดีขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“องค์หญิง ผมเองครับ”เสียงของซูเฉินดังมาจากด้านนอกประตูร่างของหนิงอี้แข็งทื่อไปทั้งตัวเจียงจือเซี่ยอุ้มเสี่ยวไป๋ไปเปิดประตู ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตู ในมือถือกล่องปฐมพยาบาลใบหนึ่ง“ได้ยินว่าเจอเสี่ยวไป๋แล้ว ผมเลยมาเปลี่ยนยาให้มันครับ”ตอนนี้เขายังไม่มีสถานะอะไร แน่นอนว่าต้องคว้าทุกข้ออ้างเพื่อได้อยู่กับอง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 286

    เธอเปิดเทอร์มินัลอย่างไม่ลังเล แล้วส่งข้อความหาหมิงเย่ภายในอาคารหลักของถนนมืด หนิงอี้พันตัวด้วยผ้าเช็ดตัว เดินออกมาจากม่านไอน้ำเขายืนอยู่หน้ากระจก เส้นผมยาวสีเงินขาวเปียกชื้นแนบแผ่นหลัง หยดน้ำไหลลงมาตามไหปลาร้าขาวเนียนได้รูปเขาหยิบเทอร์มินัลขึ้นมาตามมือ กวาดตามองข้อความ แล้วสีหน้าก็ดูแปลกไปเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย [นอนหรือยัง?]ดึกดื่นป่านนี้ เธอถามแบบนี้ทำไม?ปกติมีเรื่องอะไรก็พูดเรื่องนั้นตรง ๆ วางตัวเหมือนติดต่อกันเรื่องงานมาตลอดไม่ใช่เหรอ?เขาตอบกลับ [มีอะไร?]เจียงจือเซี่ย [มีเรื่องหนึ่ง อยากขอให้นายช่วยหน่อย]สุภาพขนาดนี้เลย?หนิงอี้มองข้อความที่เห็นชัดว่าอีกฝ่ายกำลังเกรงใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกวินาทีต่อมา ข้อความของเจียงจือเซี่ยก็ส่งเข้ามา[จิ้งจอกของฉันหายไปตัวหนึ่ง นี่รูป]รูปภาพหนึ่งเด้งขึ้นมาเป็นภาพตอนเขาอยู่ในร่างจิ้งจอก นอนหงายแผ่พุง กางแขนขาออกเต็มที่หนิงอี้ “……”ใบหูของเขาแดงขึ้น พลางยกมือบีบหว่างคิ้วอย่างพูดไม่ออกเพศเมียคนนี้เก็บรูปเขาแบบนี้ไว้ทำไมกัน?เงียบไปหลายวินาที เขาก็ตอบกลับ [ต้องการให้ผมทำอะไร?]จริง ๆ แล้วเขาพ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 285

    เจียงจือเซี่ยนอนคว่ำอยู่บนเตียง หน้าจอเสมือนของเทอร์มินัลลอยอยู่ตรงหน้าอีกฝั่งของหน้าจอคือคิ้วตาเย็นขรึมของเจียงถิงปัญหาของเผ่าแมลงจัดการได้ไม่ยาก แทบจะในวันเดียวกับที่กองยานจักรวรรดิลงจอด ฝั่งตรงข้ามก็ถูกโจมตีจนโกลาหล ตอนนี้เข้าสู่ช่วงเก็บงานแล้วเพราะงั้นวันนี้เธอถึงได้ติดต่อกับเจียงถิงที่ขาดการติดต่อไปหลายวันเสียทีเพิ่งแยกกันไม่กี่วัน เธอก็เริ่มคิดถึงเขาแล้วแต่ผู้ชายคนนี้กลับยังทำหน้าเย็นชาเหมือนก้อนน้ำแข็ง ดวงตาหลุบต่ำราวกับกำลังอ่านรายงานทางทหาร นาน ๆ ถึงจะเงยตาเหลือบมองเธอสักครั้ง ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าคิดถึงเธออยู่เจียงจือเซี่ยเริ่มไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อยเธอพองแก้ม “พี่ใหญ่ พี่ไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ?”เจียงถิงเงยตาขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่หางตาแดงระเรื่อของเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไรเจียงจือเซี่ยยิ่งน้อยใจ มองเขาตาละห้อยเจียงถิง “……”เขาไม่ถนัดใช้คำพูดแสดงความรู้สึกจริง ๆแต่ดูเหมือนเพศเมียจะไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นท่าทางตัดพ้อของเธอ เขาก็ถอนหายใจแผ่วเบา“คิดถึง”แค่คำเดียวใบหูของเจียงจือเซี่ยแดงขึ้นทันทีกว่าจะทำให้พี่ใหญ่พูดคำนี้ออกมาได้ ไม่ง่ายเลยจริง ๆเธอพึมพำเบา

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 284

    “นายจะทำอะไร?!”แต่มู่หัวเย่เพียงหยุดอยู่ตรงนั้น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างไม่เกรงใจสายตาของเขาจาบจ้วงและตรงไปตรงมาอย่างไม่ปิดบัง“ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ว่าคุณทำยังไงถึงปราบเจียงถิงหมอนั่นได้อยู่หมัด...”เจียงจือเซี่ยชะงักอ้อ จริงสิ หมอนี่ยังคิดว่าเธอเป็นองค์หญิงตัวปลอมอยู่เลยแววตาของเธอเย็นลง “ไม่เกี่ยวกับนาย แล้วก็อย่าพูดถึงพี่ใหญ่เหมือนเขาเป็นสิ่งของ”คนคนนี้พูดจาน่าโมโหจริง ๆปราบอะไรกัน เจียงถิงไม่ใช่สัตว์สักหน่อยมู่หัวเย่เห็นแววปกป้องในดวงตาของเธอ ก็ยิ่งยิ้มอย่างไม่เกรงใจมากขึ้น“คุณคงไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ หรอกนะ?” เขาเอียงศีรษะ “ตั้งแต่แรกผมก็สงสัยแล้วว่า คุณสนิทสนมกับเพศผู้ที่ชาติที่แล้วส่งคุณไปเนรเทศขนาดนี้ได้ยังไง? แล้วยังมีลู่เจวี๋ยอีก คุณถูกเนรเทศไม่ใช่เพราะเขาหรือไง?”“……?”ใครส่งเธอไปเนรเทศ?ใครเป็นต้นเหตุ?เธองงไปชั่วขณะจากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้——สิ่งที่มู่หัวเย่พูดถึงคือจุดจบของ “ตัวเอง” ในเนื้อเรื่องเดิมเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้บอกว่าเจ้าของร่างเดิมถูกเนรเทศเพราะอะไรหรือถูกส่งไปเนรเทศอย่างไร เพียงบอกคร่าว ๆ ว่าเจ้าของร่างเดิมคิดทำร้ายเจียงเหลียน แต่ถูกเจียง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 283

    เหล่าองครักษ์ถูกเสียงเอะอะดึงความสนใจ ต่างคิดว่าในที่สุดก็เจอจิ้งจอกขององค์หญิงแล้ว จึงพากันกรูเข้าไป ถูไม้ถูมือเตรียมจับจิ้งจอกหนิงอี้ถลึงตามอง 666 ที่วิ่งเข้ามาอย่างโมโห ก่อนรีบหันหลังวิ่งหนี!666 เร่งไล่ตามสุดแรง แต่ใต้ก้นของพ่อบ้านประจำบ้านอย่างมันมีแค่สองล้อ จึงไล่ไม่ทันจริง ๆเหล่าองครักษ์ตามมาดู เมื่อพบว่าไม่มีใคร ก็สบตากันอย่างผิดหวัง“พ่อบ้านนี่เสียแล้วมั้ง? ฉันก็บอกแล้วว่ามันเหมือนจะขัดข้องนิดหน่อย”“เฮ้อ ตามหามาทั้งวันแล้ว ยังไม่เจอจิ้งจอกขององค์หญิงเลย”“พูดไปก็น่าเหลือเชื่อ จิ้งจอกตัวเดียวทำไมถึงคล่องแคล่วขนาดนี้ พวกเราตั้งหลายคนเฝ้าอยู่ยังหนีไปได้อีก?”“นั่นสิ ถ้าร่างสัตว์ของเผ่าอสูรไม่ได้มีความดุร้ายและเป็นอันตราย ฉันคงสงสัยแล้วว่านั่นไม่ใช่จิ้งจอก แต่เป็นเพศผู้คนไหนที่พลังจิตพังทลายจนกลายร่าง...”หนิงอี้ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลออกไปชะงักไปเล็กน้อยมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกซับซ้อนวาบผ่านในใจ——ทั้งหวั่นไหว ทั้งปวดหน่วง และยังมีความลนลานที่ยากจะสังเกตอีกเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย...ยังตามหาเขาอยู่เหรอ?ทั้งที่เขาจากเธอไปตั้งหลายครั้ง เธอยังตามหา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status