เข้าสู่ระบบคิมหันต์ที่กลับจากการล่าสัตว์เร่งฝีเท่ากลับบ้านไปทันที เขาลัดเลาะมาตามทางลัดที่ทะลุถึงหลังบ้านเขาพอดิบพอดี ในใจเขาร้อนรนว่าภรรยา ของเขาจะกลับมาแล้วหรือยัง เมื่อมาถึงบ้านเห็นภรรยาของเขาอยู่ในห้องครัวเขาค่อยโล่งใจหน่อย
“หม่อนน้องกลับมานานแล้วหรือยัง” คิมหันต์ถามออกไป
“กลับมานานแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ท่านพี่ได้อะไรมาบ้างเจ้าคะ”
“ไก่ป่าสองตัวและหมูป่าอีกหนึ่งตัวน่ะ”
“เช่นนั้นท่านพี่ ขายแค่หมูพอเจ้าค่ะส่วนไก่ท่านช่วยข้าทำความสะอาดทั้งสองตัวเลยเจ้าค่ะจะได้ทำอาหารค่ำ”
“ได้จ้ะ พี่จะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ แล้วลูกๆ ล่ะตื่นหรือยัง”
“ยังเจ้าค่ะ พี่บัวตองช่วยดูแลให้น่ะเจ้าค่ะ”
“อ่อเช่นนั้นหรือ นอกจากทำความสะอาดไก่แล้วมีอะไรให้พี่ช่วยอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะท่านทำความสะอาดไก่เสร็จก็ไปอาบน้ำได้เลย จะได้มาทานข้าว”
คิมหันต์ถอนขนไก่ควักเครื่องในและล้างทำความสะอาดจากนั้นก็นำมาให้ภรรยาทำมื้อค่ำ เขาไปอาบน้ำที่ลำธารหลังบ้านพร้อมกับซักเสื้อผ้าของตัวเองด้วย ในตอนที่อาบน้ำนั้นคิมหันต์รู้สึกว่าทำไมเมียเขาแปลกๆ จะว่าเปลี่ยนไปก็ไม่เชิงเอาเป็นว่าเปลี่ยนเล็กน้อยก็แล้วกัน อาบน้ำไปสักพักอนันต์ผู้เป็นพี่ชายก็เดินมาอาบน้ำเช่นกันสองพี่น้องคุยกันถึงความเปลี่ยนแปลงของใบหม่อน
“คิม ข้าว่าเมียเจ้าแปลกๆ ไปนะเจ้าคิดเหมือนข้าไหม”
“อืมก็แปลกๆ ไปนะพี่แต่นางเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น อย่างน้อยๆ ก็คงเข้มแข็งขึ้นล่ะมั้ง เพราะนางต้องเลี้ยงลูกตั้งสามคนนางเองคงเปลี่ยนตัวเองล่ะมั้ง”
“แต่ข้าว่านางดูฉลาด รอบรู้ขึ้นไม่รู้สิ เหมือนกับว่าบางเรื่องนางหลงลืมไป บางเรื่องที่คนอื่นไม่รู้แต่นางกลับรู้”
“พูดอะไรของพี่ ยิ่งพูดก็ยิ่ง งง ช่างมันเถอะน่าจะเปลี่ยนไปขนาดไหนข้าก็รักเมียข้าเหมือนเดิมขอแค่ไม่เปลี่ยนจนหย่าขาดจากข้าก็พอ”
“เอ้าๆ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่นางเปลี่ยนไปก็ดีแล้วอาจจะเป็นผลมาจากการคลอดลูกทีเดียวสามคนเลยก็ได้ ใครใช้ให้เจ้ามีลูกแฝดสามกัน เกินหน้าเกินตาจริงๆ”
“พี่ใหญ่ พี่ว่าถ้าหากท่านพ่อกลับมาจากทำงานคุ้มกัน ท่านพ่อจะทำยังไงกับเรื่องของเรา” คิมหันต์อดถามพี่ชายออกมาไม่ได้
“ข้าก็ไม่รู้ แล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจ ว่าจะเชื่อในสิ่งที่เราพูดหรือ เชื่อในสิ่งที่เมียของท่านพ่อพูด”
“อืม ดีเท่าไหร่ที่เราไม่ได้ไปคุ้มกันคาราวานด้วยเพราะเมียท้องแก่ ถ้าเกิดเราสองคนไปด้วยพี่คิดไหมว่าลูกเมียเราจะมีชีวิตรอดหรือเปล่า”
“นั่นสิ โชคดีจริงๆ นางไล่เราออกมาแต่นางคงบอกกับท่านพ่อว่าเราอกตัญญูขอแยกบ้านนั่นแหละ คนอย่างนางหรือจะยอมรับง่ายๆ ดีเท่าไหร่ ที่เรายังมีที่ดินของท่านแม่อยู่ ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เหลือทางรอดหรอก” อนันต์พูดด้วยความเจ็บใจ
“ช่างมันเถอะ ตอนนี้เราก็ออกมาแล้ว หนังสือตัดขาดเราก็ได้มาแล้ว แต่พวกนั้นยังหน้าด้านมาดักแย่งชิงสิ่งของจากพวกเราข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วที่ผ่านมาถือว่าเห็นแก่ท่านพ่อ แต่ตอนนี้ข้ามีครอบครัวที่ต้องดูแลลูกเมียข้าต้องได้กินอิ่มท้อง”
“อืมข้าก็เช่นกันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกเมียข้าได้อีก พรุ่งนี้เจ้าจะเข้าเมืองไปขายของป่าหรือไม่”
“ไปสิพี่ ไม่รู้จะได้กี่เงินวันนี้ข้าได้หมูมาตัวใหญ่เชียวล่ะ”
“คิม วันนี้เมียเจ้าได้เห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานมาเต็มตะกร้า นางบอกว่ามีเกิดจนเต็มป่า พอข้าไปดูตรงจุดที่นางบอก ข้ากลับไม่เจอเห็ดสักดอก เจ้าว่าแปลกหรือไม่”
“ห๊ะ ท่านพูดจริงหรือ พี่ใหญ่ เห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานใช่จะหากันได้ง่ายๆ ท่านล้อเล่นหรือ”
“ไม่เชื่อเจ้าก็ไปดูที่บ้านสิ แถมนางยังให้ข้าไปตัดไม้ไผ่มาให้นางด้วยนางบอกจะลองทำอะไรสักอย่างเอาไว้ล่าสัตว์ด้วย”
“เมียของข้าเปลี่ยนไปจริงๆ นั่นแหละตอนนางเห็นหน้าข้าหลังจากนางคลอดลูกนางก็พาลใส่ข้า พอมาวันนี้นางกลับยิ้มแย้มพูดจาไพเราะกว่าตอนนั้นมาก ข้าทำตัวไม่ถูกอยู่พักใหญ่เลยล่ะ”
“กลับกันเถอะพวกนางคงทำอาหารเสร็จแล้วล่ะ ช่างมันเถอะนางจะเปลี่ยนหรือไม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้คือนางยังเป็นเมียเป็นแม่ของลูกเจ้า”
“อืมข้าเข้าใจแล้ว กลับไปข้าจะไม่ไปถามอะไรนางหากนางอยากบอกก็ให้นางบอกเอง”
สองพี่น้องเดินมาถึงบ้านก็จมูกได้กลิ่นหอมของอาหารทำเอาท้องของทั้งสองคนแข่งกันร้องคำราม ไม่รอช้าทั้งสองสาวเท้าเข้าไปในบ้านทันที
“บัวตองทำอะไรกินหรือหอมมากเลย” อนันต์ถามเมียรัก
“ข้าไม่ได้ทำหรอกท่านพี่ ใบหม่อนเป็นคนทำน่ะ”
“หอมมากเลย ใบหม่อนทำอะไรกินหรือมีอะไรให้พี่ช่วยหรือไม่” คิมหันต์รีบเสนอตัวกับเมียรักทันที
“ท่านพี่ท่านมายกออกไปเลยเจ้าค่ะไม่มีอะไรต้องทำแล้วจะได้กินข้าวกัน”
คิมหันต์เข้าไปยกอาหารตามที่ใบหม่อนบอก เขาเข้าไปในห้องครัว ก็ต้องตกใจกับอาหารวันนี้มาก วันนี้นับเป็นอาหารที่ดีที่สุดตั้งแต่พวกเขาถูกไล่ออกมา
“หอมมากเลย พี่หิวแล้วล่ะ ไปกันเถอะ”
เมื่อยกทุกอย่างออกมาแล้ว ทั้งสี่คนเริ่มลงมือกินกันทันที ใบหม่อนทำผัดเห็ดโคนและน้ำแกงไก่ใส่เห็ดผึ้งหวาน อาหารทุกอย่างที่ผ่านมือนางล้วนอร่อยทุกอย่าง นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปทำอาหารอร่อยขึ้นมากถึงมากที่สุด คิมหันต์กินอาหารอย่างมีความสุข หลังจากกินอาหารเสร็จแล้วคิมหันต์นั่งเอามือลูบท้องป่องๆ ของเขาไปมาการมีอาหารให้ได้กินจนอิ่มท้องนี่ช่างเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ
“ท่านพี่เจ้าคะพรุ่งนี้ท่านพี่จะเอาหมูไปขายในเมืองตอนไหนเจ้าคะ” ใบหม่อนถามสามีสำเร็จรูปของเธอ
“พี่คงไปตั้งแต่เช้ามืดนั่นแหละเจ้าอยากได้อะไรหรือไม่พี่จะซื้อมาให้”
“ท่านพี่ซื้อข้าวสารมาเพิ่มกับพวกเครื่องปรุงเครื่องเทศก็พอเจ้าค่ะ”
“เห็ดที่น้องเก็บมาจะเอาเก็บไว้กินหรือให้พี่เอาไปขายด้วยกันเลย”
“ท่านพี่เอาไปขายเถอะเจ้าค่ะจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น”
“ได้ๆ พี่ซื้อมาให้ครบตามที่เจ้าต้องการ”
“คิม พรุ่งนี้เจ้าให้พี่ไปด้วยหรือไม่”
“พี่ใหญ่ท่านอยู่คอยดูแลทางนี้เถอะข้ากลัวคนบ้านนั้นจะมาราวีเอาตอนที่พวกเราไม่อยู่”
“ท่านไปกันทั้งสองคนนั่นแหละเจ้าค่ะไม่ต้องห่วงข้าเอาตัวรอดได้ต่อไปนี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกได้อีก”
ใบหม่อนพูดขึ้นด้วยดวงตาแข็งกร้าว ได้เวลาฉีกหน้ากากนางแม่เลี้ยงแล้ว ฮึ่ยเสียดายไม่ได้อ่านนิยายจนจบดันปาทิ้งซะก่อนเลยไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ คงต้องเขียนบทเอาเองแล้วล่ะหม่อนเอ๊ย ชะตาข้าลิขิต เอาแบบนี้แหละ คิมหันต์นั่งมองหน้าเมียประเดี๋ยวโมโหประเดี๋ยวยิ้มน้อยๆ เขากับพี่ชายได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กจนใบหม่อนขอตัวไปดูลูกๆ คิมหันต์ถึงได้ลุกเดินตามเมียกลับห้อง
“ข้าขอไปดูลูกๆ ก่อนนะเจ้าคะประเดี๋ยวตื่นมาจะร้องงอแงเพราะหิว”
“ไปเถอะๆ พี่สองคนก็จะเข้านอนแล้ว”
หลังจบการพูดคุยและตกลงกันแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน เช้าวันใหม่คิมหันต์ตื่นมาตั้งแต่เช้ามืดเขาสองคนกับพี่ชายตั้งใจจะเดินเท้าเข้าเมืองเพื่อไปขายของที่หามาได้จึงต้องออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ ถ้าหากขึ้นเกวียนโดยสารในหมู่บ้านเข้าเมืองก็อาจจะเจอคนบ้านแม่เลี้ยง เอาได้ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเขาเกรงกลัวอะไรคนพวกนั้นแต่เพราะลูกยังเล็กเมียเขายังไม่แข็งแรงด้วยกลัวว่าคนพวกนั้นจะพาลไปลงลูกกับเมียของเขา ทั้งสองจึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงก่อน
อนันต์เอาตะกร้าเห็ดขึ้นสะพายใส่หลัง จากนั้นก็ออกเดินทางเข้าเมืองระหว่างทางเนื่องจากวันนี้หมูตัวใหญ่มากทั้งสองคนจึงได้ผลัดกันแบกไปจนถึงในเมือง ทั้งสองมาถึงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสองพี่น้องมุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารที่ตัวเองเคยนำเนื้อสัตว์มาขายเป็นประจำ ไม่รอช้าทั้งสองมุ่งหน้าไปที่เหลาอาหารทันที
“สวัสดีขอรับท่านลุงตง” คิมหันต์เมื่อเดินมาถึงก็เจอเข้ากับท่านลุงตงอยู่หลังร้านพอดี
“อ้าว เป็นพวกเจ้าเองรึคิมหันต์ อนันต์”
“ขอรับพวกข้าเองท่านลุง”
“ทำไมวันนี้มาแต่ไก่โห่เช่นนี้ล่ะ”
“พอดีเมียของข้าคลอดแล้วข้าจะรีบกลับไปดูแลนางขอรับ” คิมหันต์กล่าวออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“โอ้ เช่นนั้นดอกรึ ดีใจกับเจ้าด้วย วันนี้พวกเจ้าได้อะไรมาหรือ”
“หมูป่าหนึ่งตัวขอรับ และก็มีเห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานอีกนิดหน่อยขอรับ”
“เจ้าว่าอะไรนะ เห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานเช่นนั้นรึ รีบเอาออกมาให้เข้าดูเร็วเข้า”
“ขอรับ นี่ขอรับ” อนันต์ยื่นตะกร้าส่งให้ลุงตง
“นี่มันดอกใหญ่และสวยมาก เจ้ายังมีอีกหรือไม่”
“มีแค่นี้ขอรับบังเอิญข้าไปเจอมาก็เลยเก็บมาด้วย”
“ข้าจะรับไว้ทั้งหมด ข้าให้ชั่งละ 1 ทองแดงเจ้ารอสักครู่จะให้เด็กๆ นำไปชั่ง”
“ไม่มากไปหรือขอรับท่านลุงตง”
“ไม่มากมายหรอกเจ้าคิดว่าเห็ดพวกนี้หาได้ง่ายๆ หรือไง ไม่บ่อยนักถึงจะมีคนนำมาขายส่วนหมูของเจ้าข้าให้ชั่งละ 25 อิแปะ เหมือนเดิมหมูตัวนี้หนักทั้งหมด 150 ชั่งเป็นเงิน 37 ทองแดงกับ 50 อิแปะ เห็ดของเจ้าทั้งหมดหนัก 15 ชั่ง เป็นเงิน 15 ทองแดง รวมทั้งหมดเป็นเงิน 52 ทองแดงกับ 50 อิแปะ เจ้าลองดูถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้องขอรับลุงตง ขอบคุณท่านมากข้าสองคนขอตัวก่อน”
“อืม ถ้าเจ้ามีเห็ดอีกอย่าลืมมาขายให้ข้าล่ะรับรองข้าให้ราคาดีแน่”
“ขอรับ ได้ขอรับ”
“คิมไปซื้อของกันเถอะจะได้รีบกลับตอนนี้ยังเช้าอยู่ซื้อเสร็จค่อยจ้างเกวียนไปส่งของ”
“อืม ข้าจะรีบกลับไปวางกับดักเพิ่มเผื่อจะได้อะไรมาขายพรุ่งนี้”
ทั้งสองรีบไปซื้อข้าวสารและเครื่องปรุงเครื่องเทศต่างๆ จากนั้นก็รีบกลับบ้านทันที ตอนแรกตั้งใจว่าจะจ้างเกวียนไปส่งแต่ คิมหันต์เห็นว่าที่หนักก็มีแค่ข้าวสารพวกเขาพี่น้องสามารถแบกกลับไปได้ คิมหันต์ซื้อข้าวสารกลับไปทั้งหมดสามสิบชั่ง ในราคาชั่งละ ห้าสิบอิแปะเป็นเงิน สิบห้าทองแดง และซื้อเครื่องปรุง น้ำตาล เกลือและเครื่องเทศต่างๆ อีก ห้าทองแดง และแป้งสาลีอีก สิบชั่งเป็นเงินอีกสี่ทองแดง ทำให้ตอนนี้เขาเหลือเงินอยู่ ยี่สิบแปดทองแดงกับห้าสิบอิแปะ
เมื่อได้ของครบตามที่ต้องการแล้วสองพี่น้องสาวเท้ามุ่งหน้ากลับบ้านทันที ทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาอาหารเช้าพอดิบพอดี ทั้งสองคนกินอาหารเช้าด้วยความหิวโหยเพราะความรีบทำให้ทั้งสองไม่ได้หาอะไรกินในเมืองก่อนที่จะกลับมา
“ใบหม่อน พี่กลับมาแล้ว”“ไปไหนมาหรือเจ้าคะท่านพี่”“ไปบ้านกล้ามาน่ะ พรุ่งนี้พวกพี่จะเข้าป่าไม่ได้ไปล่าสัตว์นานแล้ว”“ระวังตัวหน่อยนะเจ้าคะท่านพี่ ท่านไม่ใช่อายุ 30 40 ปี เหมือนเช่นเดิมนะเจ้าคะ”“พี่รู้แล้ว ไม่เป็นไรหรอกพวกเราแค่ไปล่าไก่ป่ามาทำอาหารเท่านั้น”“อย่าเข้าไปในป่าลึกนะเจ้าคะ ให้ลูกสามไปด้วยดีหรือไม่ ตอนนี้ก็ว่างอยู่ไม่ได้ทำอะไร”“ดีเหมือนกัน เจ้าสามเองก็กลายเป็นคนตกงานเหมือนพี่ไปเสียแล้ว”“ท่านพี่ไปคุยกับลูกเถอะเจ้าค่ะ นัดแนะเวลากันให้ดี พี่ใหญ่ไปด้วยหรือไม่ แล้วกำจรล่ะไปด้วยหรือเปล่า”“พี่ใหญ่ก็ไปด้วย กำจรก็ไปด้วยเหมือนเดิมนั่นแหละ พวกเราล้วน ไม่มีงานทำแล้ว เจ้าพวกนั้นก็เหลือเกินข้ายังไม่แก่เสียหน่อยทำไมจะต้องไม่ให้ข้าทำงานด้วย ข้าไม่เข้าใจ”“ลูกๆ หลานๆ คงเห็นว่าท่านพี่เหนื่อยมามากแล้วก็เป็นได้นะเจ้าคะ เด็กพวกนั้นจึงอยากให้ท่านพี่พักผ่อนให้สบาย”“พี่เข้าใจ เดี๋ยวพี่ไปหาเจ้าสามที่เรือนก่อนก็แล้วกัน แล้วนี่ อ้ายฉิง ไปไหนวันนี้ไม่เห็นเลย ไปโรงหมอกับกัลยาหรือ”“ใช่เจ้าค่ะท่านพี่ อ้ายฉิงกำลังเรียนรู้วิชาแพทย์กับแม่ของนาง”“อ่อๆ หลานสาวของข้านอกจากจะสวยแล้วยังเก่งมากด้วย รู้จักเ
“ใครเป็นคนต้นคิด บอกมา”“ข้าเปล่านะพี่สาม” เซียวอี้เทียนรีบบอกปฏิเสธทันที“ข้าเองเจ้าค่ะ พี่สาม ทำไมเจ้าคะ ท่านช่วยเลี้ยงดูอบรมลูกชายให้ พี่ใหญ่ได้แล้วลูกชายของน้องสาวเช่นพวกข้าท่านจะไม่ช่วยเลี้ยงดูอบรม สั่งสอนหรือเจ้าคะ” บัววารี“แล้วพวกเจ้าเป็นพ่อเป็นแม่ภาษาอะไร อบรมเลี้ยงดูสั่งสอนลูกของตัวเองไม่ได้รึ ทำไมต้องส่งไปเรือนข้า”“ก็หลานอยากไปอยู่กับพี่สามนี่เจ้าคะ ข้าเองก็สงสารลูกจะไปกล้าขัดใจได้ยังไง”“เจ้าไม่กล้าขัดใจเพราะเจ้าเตรียมการเอาไว้แล้วน่ะสิ”“พี่สาม ไหนๆ ท่านก็ไม่มีลูกไม่มีภรรยาก็เลี้ยงๆ เจ้าพวกนั้นไปเถอะนะเจ้าคะ ถึงจะซนไปหน่อยแต่ทุกคนเป็นเด็กดีนะเจ้าคะ ที่สำคัญหน้าตายังเหมือนท่านด้วย”“เจ้าอย่าเอาเรื่องหน้าตามาอ้าง บัวชมพู พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านพ่อ ล้วนแล้วแต่หน้าตาเหมือนกันทำไมไม่ส่งเจ้าพวกนี้ไปอยู่กับพวกเขาล่ะ ทำไมต้องเป็นข้า”“ก็พี่สามเก่งที่สุดน่ะสิเจ้าคะ ท่านพ่อก็แก่แล้ว พี่ใหญ่ก็งานเยอะ พี่รองก็ต้องดูแลพี่สะใภ้ที่กำลังตั้งท้อง อีกอย่างพี่สี่ก็ไม่อยู่บ้านด้วย พี่สามเหมาะสมแล้วที่จะอบรมสั่งสอนหลานนะเจ้าคะ”“เหอะ แล้วสามีของพวกเจ้าไม่สามารถสั่งสอนลูกของพวกเจ้าได้รึยัง
แต่ขอเป็นโสดอย่างเดียวนะ โสดลูก 5 แบบพี่สามก็ไม่ไหว วายุอดขนลุกไม่ได้ บรรดาหลานๆ ของเขาแสบๆ ทั้งนั้น ที่สำคัญเขายังอดขำตอนที่เห็นหน้าของพี่สามตอนที่ได้รู้ว่ามีคนหน้าเหมือนมาเพิ่มอีก 3 คน วายุต้องรีบวิ่งออกไปหัวเราะหลังบ้านเลยทีเดียวเพลิงกัลป์ที่ตอนนี้กำลังเป็นพ่อลูก 5 นั้น ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างยากลำบากมาก ทำไมทุกคนจะต้องเอาลูกโยนมาให้เขาเลี้ยงด้วย ลูกก็ไม่ใช่ลูกของเขา ไม่เข้าใจพี่ชายน้องสาวของตัวเองเลยจริงๆยังขาดแค่ลูกชายของตะวันเท่านั้น ที่ยังไม่ได้ส่งมาให้เพลิงกัลป์เลี้ยงดู เพราะตอนนี้ภรรยาป้ายแดงของเขาเพิ่งจะตั้งท้องอ่อนๆ เท่านั้นใบหม่อนสงสารลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาก ที่ใครๆ ก็โยนลูกมาให้พี่ชายน้องชายเลี้ยง พวกนี้กลั่นแกล้งคนเกินไปแล้ว เพราะเรื่องนี้ทำให้ ใบหม่อนพาลโกรธคิมหันต์ไปเสียหลายวันขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปลูกชายของนางจะได้แต่งงานหรือไม่ ใครเขาจะมาตบแต่งกับพ่อลูก 5 เช่นเขากัน ทำอะไรไม่คิดถึงหัวอกพี่ชายน้องชายเลย“เสี่ยวเป่าลูกไหวหรือไม่ ให้แม่มาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานให้ดีหรือไม่ ลูกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้”“ยังไหวขอรับท่านแม่”“พวกเจ้าก็เหมือนกัน ทำไมต้องพากันยกโขยงมา
“จับมาได้ขอรับพี่รอง แต่นางยังคงปากแข็ง”“ดี ปากแข็งให้ตลอดก็แล้วกัน ข้าอยากจะดูว่านางจะปากแข็งไปได้สักเท่าไหร่”“พี่รอง พี่สาม ท่านแม่ฝากของมาให้ขอรับ”“ขอบใจมาก เจ้าสี่ เจ้าเองก็ไปพักผ่อนเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ”“ขอรับพี่รอง พี่สามแล้วลูกๆ ท่านไปไหนขอรับ”“เจ้าสี่ อยากตายใช่หรือไม่เดี๋ยวนี้กล้าล้อข้าหรือ สงสัยไม่อยากมีชีวิตอยู่เสียแล้วกระมัง”“พอๆ พวกเจ้าทั้งคู่หยุดได้แล้ว ไปๆ แยกย้าย”“ข้าไปทำอาหารก่อนนะ พี่รองท่านจะอยู่กินข้าวด้วยหรือไม่”“กินสิ ทำเผื่อด้วยก็แล้วกันเดี๋ยวข้าจะไปตรวจงานแทนเจ้าเอง เจ้าเองก็อยู่เลี้ยงลูกของเจ้าไปเถอะ ส่วนงานไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแทนให้”“นี่พี่รอง ท่านก็ด้วยอีกคนหรือ เกินไปแล้วนะ มันจะเกินไปแล้ว ลูกพี่ใหญ่หาใช่ลูกข้าไม่”“ฮ่าๆๆ ลูกเจ้านั่นแหละ ข้าไปล่ะนู่นลูกเจ้าตื่นแล้ว ฮ่าๆๆ เลี้ยงลูกไปนะน้องสาม”เพลิงกัลป์ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ แล้วทำไมเจ้าเด็กสองคนนี้ถึงได้มาตามติดเขาแจขนาดนี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วก็คงต้องปล่อยไป“ท่างพ่อ พวกเยาหิวแย้ว”“นี่เจ้าหมู สายฟ้า ลืมตาตื่นขึ้นมาเจ้าก็หิวแล
“ไปลดความอ้วนมาก่อน ผอมแล้วจะอุ้ม”“จริงนะ พูดจริงๆ นะ”“จริงน่ะสิ ข้าเคยโกหกพวกเจ้าหรือยังไง”“มะเคยเยย”“เอาล่ะเล่นน้ำได้แล้วแต่ห้ามลงไปลึก ข้าจะอยู่ตรงนี้เข้าใจหรือไม่”“เข้าใจขอยับพวกเยาไม่ลงน้ำยึกเยย ท่างพ่อเชื่อใจได้”ในระหว่างที่ทั้งสามคนอาหลานคุยกันอยู่นั้น หลังโขดหินมีหญิงสาวที่ย้ายมากจากหมู่บ้านอื่นแอบอยู่ด้านหลังก้อนหิน และกำลังมองมาที่พวกเขาสามคนด้วยสายตามที่ลุ่มลึก มีแต่ผีเท่านั้นที่รู้ว่านางคิดจะทำอะไรไม่ใช่ว่าเพลิงกัลป์จะไม่รู้ตัวไปเสียทีเดียว เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีที่แสดงออกมารุนแรงมาก เพียงแต่เขาไม่แน่ใจเท่านั้นว่าคนที่แอบอยู่หลังโขดหินนั้นเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่ หากเขามาคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี้กลับมีเด็กมาด้วยถึงสองคน เพลิงกัลป์จึงทำได้เพียงแค่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น“ท่างพ่อ ข้ายักกิงกุ้งเผา ขอยับ” พายุ“ท่างพ่อข้ายักกิงปาเผาล่วย ขอยับ” สายฟ้า“ได้ๆ เดี๋ยวจะทำให้กินทั้งกุ้งทั้งปลานั้นแหละ ตอนนี้เลิกเล่นได้แล้ว รีบกลับบ้านไปอาบน้ำ จะได้กินข้าว”“ขอยับ เย้ๆ กิงข้าวล่ะ กิงข้าว”หลังจากหลานชายทั้งสองวิ่งกลับบ้านไปแล้ว เพลิงกัลป์ที่หิ้วถังตามหลังห
เรื่องของอนาคตก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อมันยังมาไม่ถึง ตอนนี้ก็ทำตอนนี้ให้ดีที่สุดก็พอ หลังจากคิดได้แบบนี้แล้ว เพลิงกัลป์ก็กระเตงหลานเดินเข้าหมู่บ้านไปบ้านริมทะเลที่ท่านพ่อท่านแม่ซื้อเอาไว้ตอนนี้พวกเขาได้ปรับปรุง ต่อเติมให้ใหญ่ขึ้นและสะดวกสบายขึ้น ลูกๆ ทุกคนจะแวะเวียนมาพักผ่อนที่นี่เสมอ และที่แห่งนี้ทำให้พี่ชายอย่างตะวันได้พบกับคู่แห่งโชคชะตาของเขาส่วนเขายังไม่รู้เลยว่าจะเจอคู่แห่งโชคชะตาหรือเปล่า หรืออาจจะ ไม่มีเลยก็เป็นได้ หรือว่าชีวิตนี้เขาคงจะไม่ได้แต่งงานแน่ๆ แล้ว พอมองดูรอบๆ ตัวก็เจอเจ้าลูกหมูสองตัวนี้ ที่ตอนนี้ไม่ยอมเรียกเขาว่าอาสามแล้ว แต่กลับเรียกเขาว่าท่านพ่อแทนเพลิงกัลป์พาเด็กหมูทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้านและไม่ลืมที่จะแวะไปทักทายหัวหน้าหมู่บ้านด้วย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหมู่บ้านน้ำเค็มแห่งนี้เปลี่ยนไปไม่น้อย ตอนนี้ชาวบ้านทำงานให้ครอบครัวของเพลิงกัลป์ เป็นหลัก ส่วนงานรองคือออกทะเลหาปลา“ท่างพ่อเมื่อไหร่จะได้เย่นน้ำขอยับ”“รอให้แดดร่มกว่านี้ก่อน ตอนนี้ยังร้อนอยู่เดี๋ยวไม่สบาย”“ขอยับ”เพลิงกัลป์เดินเข้าไปที่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลก่อน เมื่อเห็นว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาจึ







