LOGIN“ข่าวที่มีการรายงานตามหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเฟยหลิงนักแสดงในสังกัดของเรา เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมดค่ะ” หรงจยากล่าวแถลงการณ์ต่อหน้านักข่าวมากมายเมื่อประโยคเหล่านี้ถูกพูดออกมาทุกคนต่างก็ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง“อย่างนั้นคุณเฟยหลิงตั้งใจจะปิดบังใช่ไหมคะ” นักข่าวท่านหนึ่งเอ่ยถาม“เปล่าค่ะ เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกออกไป” ใช่ที่จริงเฟยหลิงก็ไม่ได้อยากปิดบังตั้งใจจะเปิดเผยด้วยซ้ำ ทว่าวงการบันเทิงก็คือวงการบันเทิงหากว่าเรื่องราวของเฟยหลิงถูกเปิดเผยตั้งแต่วันนั้น ปัจจุบันหญิงสาวอาจจะไม่มีชื่อเสียงเงินทองก็ได้ ยิ่งในตอนนั้นหญิงสาวเลิกกับสามีแล้วด้วย การใช้ชีวิตของเธอต้องใช้เงิน ดังนั้นจะทำอะไรไม่คิดไม่ได้“นี่ไม่ต่างอะไรกับการโกหกเลยนะคะ”“นั้นสิ”“หากจะเป็นแบบนั้นฉันว่ามันไม่ถูกต้องเท่าไหร่นะคะ ฉันว่าการที่เฟยหลิงอยู่เงียบๆ ไม่ได้แปลว่าอยากปิดบัง เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องครอบครัว จู่ๆเฟยหลิงคงไม่พูดออกมาหรอก ว่าตัวเองเคยมีลูกและสามีแล้ว”มันไม่มีจริงๆแหละ นักแสดงหลายคนหากว่าเรื่องไม่แดงขึ้นมาก็ยากที่จะออกมาเปิดเผยเพราะนั้นถือเป็นเรื่องส่วนตั
ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นทางกองถ่ายละครหรือแม้แต่บริษัทต่างก็วุ้นว้ายกันไปหมด เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องราวแบบนี้จะเกิดขึ้น ไม่มีใครคิดว่าดารานักแสดงชื่อดังจะซุกลูกและสามีเอาไว้ที่สำคัญจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้หรือแม้แต่ในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ต่างก็รายงานว่าลูกของดาราสาวท่านนี้โตจนอายุ 7-8 ขวบแล้ว นั้นจึงแสดงว่าตั้งแต่ที่หญิงสาวเข้าวงการมาก็มีลูกและสามีแล้วทว่ากลับมีข่าวเข้ามาอีกระลอกว่าหญิงสาวเลิกรากับสามีและกลายเป็นหญิงหม้ายตั้งแต่ที่เข้าวงการไม่ว่าข่าวจะออกมาแบบไหน ทว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเรื่องดีเลยสักนิด ยิ่งข่าวใหม่ที่ถูกปล่อยออกมาว่าเฟยหลิงได้ทำการหย่าร้างกับสามีแล้ว“คุณจยาคะ คนพวกนี้ต้องตั้งใจกลั่นแกล้งพี่หลิงแน่เลย”“นั้นสิครับ ผมอยู่กับเธอตลอดช่วงที่ทำงาน พี่หลิงไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวว่ามาสักหน่อย” ตอนนี้ทุกคนในบริษัทที่ดูแลหญิงสาวต่างก็ไม่มีใครอยากจะเชื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นพวกเขาทำงานกับเฟยหลิงตั้งแต่ที่หญิงสาวเข้าวงการมาใหม่ๆ หากว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง ทำไมถึงไม่มีใครรู้หรือมีพิรุธอะไรเลยล่ะ“ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น” หญิงสาวที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ข
เช้าวันรุ่งขึ้นเฟยหลิงไม่คิดว่าเรื่องทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ ในหนังสือพิมพ์รายวันตอนนี้มีข่าวของเธออยู่เต็มไปหมด ในข่าวระบุชัดเจนว่าเธอแอบซุกลูกและสามีเอาไว้“คุณโอเคหรือเปล่า” ลู่เหวยเดินเข้ามาหาเธออย่างเป็นห่วง เขาคิดไม่ถึงว่าจะมีคนแอบสะกดรอยตามหญิงสาวแบบนี้และดูเหมือนว่าจุดที่คนเหล่านี้เต้าในข่าวจะเป็นที่บ้านของเขาเองพวกมันมาซุ่มอยู่ที่หน้าบ้านของเขา เพื่อเอาข่าวของคนตัวเล็กและลูกชายของเขาไปเผยแพร่สารเลว!“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” คนที่เธอเป็นห่วงมากในตอนนี้คือพี่หรงจยาและคนที่บริษัท“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมจัดการเอง” เมื่อคืนคนตัวเล็กค้างที่บ้านตระกูลลู่ ไม่ได้ออกไปไหนและหากว่าวันนี้เธอออกไปทำงานนักข่าวมากมายต้องรออยู่ตั้งแต่หน้าบ้านแน่นอนก๊อก!ก๊อก!เพียงไม่นานแม่บ้านวัยกลางคนจึงเดินเข้ามารายงาน ว่าในตอนนี้มีนักข่าวมายืนรออยู่ที่หน้าบ้านตระกูลลู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามอย่างที่ลู่เหวยคาดการณ์เอาไว้จริงๆ“เรื่องงานคุณเลื่อนไปก่อนได้ไหมเฟยหลิง” วันนี้ทั้งลูกและเธอไม่น่าจะไปไหนได้และเขาคงต้องเลื่อนธุระออกไป“คงต้องเป็นอย่างนั้นค่ะ” ในขณะที่พูดกับชายหนุ่ม หญิงสาวพยายามกดมือถือเครื่องเล็กที่เต็มไปด้วยป
ขอโอกาส คำนี้ของเขามันทำให้หญิงสาวตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอไม่รู้ว่าจะตอบเขายังไงดี หากว่ายอมให้โอกาสกับลู่เหวย ชายหนุ่มจะไม่เสียใจอีกอย่างนั้นเหรอ เพราะเธอในตอนนี้ก็แทบจะไม่มีเวลาให้เขาและลูกเลย ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันจะดีใช่ไหม"หลิงหลิง" ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หัวใจของเขาสั่นไหวกลัวว่าคนในอ้อมกอดจะไม่ได้รู้สึกกับเขาเหมือนเดิมอีกแล้ว กลัวว่าเธอจะชอบเส้นทางชีวิตของแม่หม้ายที่ไม่ต้องผูกมัดกับใคร"คะคุณแน่ใจนะคะว่าเราสองคนจะไม่มีปัญหากันอีก" เธอเองก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น เพียงแต่ว่าในตอนนี้หน้าที่การงานของเธอมันไม่เอื้อให้เราสองคนใช้ชีวิตครอบครัว"ผมแน่ใจ" ถ้าหมายถึงเรื่องงานที่ต้องมีฉากเลิฟซีน เรื่องนั้นเขาแยกได้ว่ามันคืองาน เวลาทั้งหมดสามปีที่ผ่านมามันพิสูจน์มากพอแล้วว่าเธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ "......" ต่อจากนี้ไปผมจะพาลูกไปที่ทำงานด้วย หากว่าคุณพร้อมผมก็จะไม่ปิดบังใครว่าเราสองคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ปิดบังเรื่องลูก แต่ว่าลูกน้องในที่ทำงานก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเขามีลูกที่โต 7-8 ขวบแล้ว นั้นเพราะเขายังไม่เคยพาลู่หานไปที่ทำงานเลยสักครั้ง
ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกทานข้าวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ภาพแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วสามปี แม้ว่าสองสามีจะเลิกรากันไปแล้วแต่คนทั้งสองกลับมีเป้าหมายเดียวกันคือ ต่างก็ทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดี"หลิงหลิง หลังทานข้าวเสร็จเธอว่างหรือเปล่า" เขามีเรื่องอยากจะคุยกับคนตัวเล็กกับเรื่องบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าช่วงนี้คนตรงหน้าจะว่างหรือเปล่า "ว่างสิคะ แต่ขอฉันเข้าไปเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนะคะ" นานมากแล้วที่เธอไม่ได้เล่านิทานให้ลูกชายฟังเลย เธอแค่อยากจะชดเชยกับเวลาที่ผ่านมา อยากให้ความอบอุ่นกับลูกให้ได้มากที่สุด หากว่าเรื่องทุกอย่างมันลงตัวแล้วเธอคงจะรับงานน้อยลงและมีเวลาอยู่กับลู่หานมากขึ้น"ครับ" เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ เปลี่ยนไปจนเขาไม่กล้าคิดว่าเธอจะยอมกลับมาเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับเขาอีกหรือเปล่า เขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอคิดยังไงกับเขา แต่ว่าตอนนี้เขารู้สึกรักเธอชอบเธอ ซึ่งไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้กลับมาตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีเขาก็ตกหลุมรักหญิงสาวอีกครั้งแล้วรักที่เธอเป็นแบบนี้ รักที่เธอดูแลลูกและเป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้สิเพียงแต่เวลาที่เขาอยู่ใกล้เธอเขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรกลับสบายใจมากกว่า..............."คุณ
ตลอดเวลาที่เฟยหลิงหย่าร้างกันกับอดีตสามีหนุ่มอย่างลู่เหวย หญิงสาวก็เอาแต่ทำงาน ทำงานตลอดโดยเป้าหมายของเธอคือต้องการหาเงินทองให้ได้มากๆ อนาคตข้างหน้าเธอจะได้มีทรัพย์สินให้ลูกชายด้วย ไม่ใช่พึ่งพิงแค่อดีตสามีแต่เพียงผู้เดียว"มีอะไรเหรอคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามชายวัยกลางคนตรงหน้า ที่พึ่งเข้ามาทำงานกับลู่เหวยได้เพียงไม่นาน ทว่าวันนี้คนของลู่เหวยกลับมาหาเธอที่กองถ่ายละคร"คุณท่านให้ผมมารับคุณหลิงไปทานข้าวครับ" ชายวัยกลางคนได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายให้มารับหญิงสาว "รอแป้บได้ไหม" "ได้ครับคุณหลิง" ที่จริงแล้วช่วงนี้เธอทำงานหนักมาก มากจนไม่มีเวลาไปหาลูกชายเลย แต่ยังโชคดีที่ลู่หานเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่าย เขารู้ว่าเธอต้องทำงานเลยไม่งอแงอยากเจอเธอเท่าไหร่ ในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เธอยุ่งมากเหมือนกัน แต่ว่าต่อให้งานยุ่งมากแค่ไหนเธอก็จะไปหาลูกชายที่บ้านตระกูลลู่ให้ได้"มีอะไรเหรอคะพี่เฟยหลิง" ผู้ช่วยของเธอเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวขอผู้กำกับเร่งถ่ายฉากที่มีซีนของเธออยู่"พี่มีธุระนิดหน่อย จำเป็นต้องเลิกกองเร็ว" "หืม ธะ..." "เป็นธุระส่วนตัว เธอไม่ต้องรู้หรอก" ริมฝีปากอวบที่กำลังจะเอ่ยถาม กล







