Share

ตอนที่ 3 ทะลุมิติ

last update Last Updated: 2026-01-15 13:59:20

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำอุ้มร่างที่ไร้สติขึ้นจากน้ำพอถึงฝั่งก็จับคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่าเพื่อเอาน้ำออกจากปอด จนเธอสำลักน้ำออกมา 

            “อร! อร!” กันวางร่างของเธอลงกับพื้นแล้วเขย่าเบาๆพร้อมกับเรียกชื่ออรซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นชื่อของใคร เธอเริ่มขยับตัวแล้วเอามือกุมที่ศีรษะ เปลือกตายังคงปิดสนิท

            “พ่อ อรฟื้นแล้ว” สำเนียงและภาษาอีสานที่เขาพูดคล้ายๆกับเสียงพ่อคุยกับลุงของเธอไม่มีผิดเพี้ยน ขนตางอนค่อยๆกระพริบช้าๆก่อนจะปรือตาขึ้นมามองคนตรงหน้า สายตาของเธอยังคงพร่ามัว แต่พอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้านี้ แต่ผิวสีเข้มกว่าที่รู้ๆเขาเป็นคนหล่อ 

            ‘ไม่สิจะมาคิดเรื่องหล่ออะไรตอนนี้ มันไม่ได้นะเขม’

แต่เธอจำเขาไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน และเธอยังไม่อยากคิดถึงมันตอนนี้เพราะตอนนี้ในหัวของเธอรู้สึกตื้อไปหมด คนที่เขาเรียกพ่อเดินเข้ามามองดูเธอใกล้ๆ ดูมีอายุกว่าคนที่นั่งข้างๆเธอ ด้วยสายตาที่กังวลระคนห่วงใย 

“มันเป็นหยังหลายบ่อล่ะอ้ายกัน” (มันเป็นอะไรมากมั้ยพี่กัน) สมควรเอ่ยถามอาการพี่สาว

“บ่อน่าเป็นหยังหลาย” (ไม่น่าเป็นอะไรมาก)

            “กัน เอาอินางอรไปเถียงนาก่อน ถ้าแม่มันฮู้พ่อถูกด่าแน่” (กัน เอานังหนูอรไปเถียงนาก่อน ถ้าแม่มันรู้พ่อโดนด่าแน่) สงสัยอาคมจะเป็นคนกลัวเมีย

‘ผู้ชายที่อยู่ข้างๆเธอชื่อกันงั้นเหรอ? ต่อไปนี้ฉันชื่ออร?’

เอมอรเป็นลูกสาวของนางอวนกับนายอาคม ทั้งสองมีลูกสองคนคือสมควรกับเอมอร เอมอรเป็นลูกสาวคนโต เธอเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมาและชอบเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย ไม่ชอบเรียนหนังสือกิริยามารยาทก็ไม่เหมือนผู้หญิง พ่อกับแม่จะให้หมั้นหมายกับกัน ซึ่งมีฐานะใกล้เคียงกัน เรือกสวนไร่นาก็อยู่ติดกัน บ้านอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร

‘ฉันกำลังฝันไป ทำไมความฝันถึงได้เหมือนความจริงขนาดนี้’

 เขาอุ้มร่างที่ยังสะลืมสะลืออยู่ตรงไปที่เขาเรียกว่าเถียงนาเพื่อให้เธอได้นอนพัก เธอกวาดสายตามองไปโดยรอบ เถียงนาที่เขาว่ากันมีลักษณะคล้ายๆที่อยู่นาลุงดำแต่ดูโบราณและเก่ากว่า ลักษณะเป็นเสาไม้หกต้น พื้นยกสูงมีบันไดที่เป็นเหมือนบันไดลิงพาดไว้ประมาณสี่ขั้น 

            ด้านบนมีลักษณะเป็นชานยื่นออกมาพื้นเป็นไม้ทั้งหมด หลังคาก็เป็นไม้ ด้านข้างสามด้านตีกรอบกั้นไว้ด้วยไม้ไผ่ มองไปด้านล่างพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยพืชผักสวนครัว 

            กันวางเธอลงบนพื้นที่มีเสื่อปูไว้แล้ว เสื่อที่น่าจะทำจากต้นกกมีหมอนลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเล็กแต่รู้สึกจะแข็งกว่าหมอนที่เธอเคยหนุนเป็นประจำ แล้วเธอก็หลับไปตอนไหนยังไม่รู้ตัว

            ตื่นมาอีกทีก็มืดแล้ว แสงไฟสว่างภายในห้องนอนจากหลอดไฟขนาดเล็ก เธอกวาดตามองไปโดยรอบ ลักษณะเป็นบ้านไม้แต่หลังคามุงด้วยสังกะสี หน้าต่างเป็นไม้เรียงกันอยู่สี่บาน มีสองบานที่เปิดแง้มไว้ให้ลมเข้ามา และที่สำคัญเธอกำลังนอนอยู่ในมุ้งที่มีเชือกผูกยึดไว้สี่มุม ด้านนอกได้ยินเสียงคนคุยกัน สำเนียงและภาษาไม่ได้ต่างจากพ่อของเธอเท่าไหร่ซึ่งเธอพอฟังรู้เรื่อง และเสียงที่ชัดที่สุดก็น่าจะเป็นเสียงผู้หญิงคนหนึ่ง

            “เจ้าเป็นหยังคือปล่อยให้ลูกตกน้ำ เบิ่งลูกภาษาได๋ กะฮู้อยู่ว่ามันว่ายน้ำบ่อเป็น” (ทำไมคุณถึงปล่อยให้ลูกตกน้ำ ดูแลลูกภาษาอะไร ก็รู้อยู่ว่ามันว่ายน้ำไม่เป็น)

ฟังจากน้ำเสียงแล้วผู้หญิงคนนี้ก็น่าจะอายุราวๆสามสิบปลายๆกำลังพูดด่าทอผู้ชายคิดว่าน่าจะเป็นสามีของเธอ

            “โอ้ย กะข่อยให้มันไปล้างบักจับซือๆ กะบ่อคิดว่ามันสิตกน้ำเนาะ” (โอ้ย ก็ฉันให้มันไปล้างลูกกระจับเฉยๆ ก็ไม่คิดว่ามันจะตกน้ำนี่นา)

เสียงผู้ชายตอบโต้ขึ้นมาเธอก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือเสียงคนที่ช่วยชีวิตเธอ

‘เขาคือพ่อของฉัน?’

 ทั้งสองตอบโต้กันไปอีกหลายประโยค เธอรู้แค่ว่าน้ำเสียงผู้หญิงรู้สึกโกรธมากแต่พ่อก็ไม่ตอบโต้กลับคงกำลังรู้สึกผิด แต่ทำไมเสียงไม่คุ้นเลยนี่เธออยู่ที่ไหน คิดได้แบบนั้นเอมอรก็ควานหากระเป๋าโทรศัพท์ หายังไงก็หาไม่เจอ เธอพึ่งสังเกตตัวเองว่าตอนนี้เธอสวมผ้าถุงและเสื้อคอกระเช้าเหมือนย่าของเธอไม่มีผิด เธอเอามือบิดแขนตัวเองอย่างแรงเพราะคิดว่าอยู่ในความฝัน

“โอ้ย” มันดันเจ็บจริง เธอไม่ได้ฝันไป

            เสียงประตูห้องถูกเปิดเข้ามา หญิงสาวตรงหน้าจ้องมาที่เธอ มุ้งถูกมือของหญิงสาวเปิดขึ้น

            “อร! ตื่นแล้วเบาะ หิวข้าวบ่อ” (อร ตื่นแล้วเหรอหิวข้าวมั้ย)  เธอพยักหน้าเป็นคำตอบ 

            “กระเป๋า” เอมอรพูดขึ้นมาเสียงเบา

            “กระเป๋าหยัง ลุกไปกินข้าวก่อน” (กระเป๋าอะไร ลุกไปกินข้าวก่อน) หรือกระเป๋าใบนั้นมันจะหายไปตอนเธอตกลงไปในสระน้ำที่บ้านลุง ในนั้นมีโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์

            เธออยากจะร้องไห้ เธอรู้สึกคิดถึงพ่อกับแม่ แต่ตอนนี้เธอบอกกับตัวเองว่าเธอกำลังหิวมาก คิดได้ก็ลุกเดินตามคนที่แทนตัวเองว่าแม่ออกไปด้านนอก บ้านนี้มีลักษณะเป็นบ้านไม้มีชานยื่นออกไปจากตัวบ้านคล้ายกับเถียงนาที่เธอเห็นเมื่อตอนกลางวันแต่มีลักษณะใหญ่กว่ามาก ใต้ถุนบ้านยกสูง และดูเหมือนเธอจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างอยู่ใต้ถุนบ้าน มันเป็นเสียงกระดิ่งที่เหมือนมีคนสะบัดไปมาดังสนั่น

            “ตื่นแล้วบ่ออีหล้า มากินข้าวๆ” (ตื่นแล้วเหรอหนู มากินข้าวๆ) เสียงยายแพงเอ่ยทักหลานสาว เธอได้แค่ยิ้มให้แล้วนั่งลงข้างๆยาย

            อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นกว่าที่ที่เธอจากมา ใช่สินี่เป็นวันขึ้นปีใหม่กำลังจะย่างเข้าสู่ปีพ.ศ. 2566 ที่ครอบครัวเธอมาเยี่ยมปู่กับย่าที่ต่างจังหวัดเธอลืมมันไปสนิท เอมอรนั่งแบบขัดสมาธิลงบนเสื่อข้างๆผู้หญิงที่ต่อจากนี้เธอต้องเรียกว่าแม่แล้วคิดถึงเหตุการณ์ก่อนที่เธอจะมานั่งอยู่ตรงนี้ ภาพที่เธอกำลังจะจมน้ำผุดขึ้นมาในหัวก่อนจะตัดไปแล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีต่อหน้าผู้ชายรูปหล่อผิวสีแทนคนนั้น

            ‘แล้วผู้ชายคนนั้นหายไปไหน? เขาพาเธอกลับมาบ้านนี้ได้อย่างไร?’

            “นั่งใหม่ เป็นผู้หญิงอย่านั่งจั่งสั้น” (นั่งใหม่ เป็นผู้หญิงอย่านั่งแบบนั้น) แม่สะกิดเธอเพื่อให้นั่งพับเพียบเหมือนกับยาย 

            ‘เกิดมาเคยนั่งพับเพียบตอนที่ไปวัดกับแม่แค่ไม่กี่ครั้ง แค่ด่านแรกก็อยู่ยากแล้ว จะรอดมั้ยวะไอ้เขม’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 8 ไปตักน้ำดื่ม

    ทุกๆวันช่วงเช้ามืดถึงอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหนเธอก็ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ แรกๆก็ยากหน่อยแต่พอปรับตัวได้ร่างกายเอมอรก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นเองโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาแม่เริ่มสอนให้เธอทำงานบ้านงานเรือนเกือบทุกอย่าง ปัญหาก็คือการทำกับข้าวต้องก่อไฟเองแล้วก็ต้องใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง กว่าจะทำได้ในวันแรกใช้เวลาก่อไฟอยู่เกือบสามสิบนาทีตะวันจะขึ้นอยู่แล้วข้าวยังไม่ได้นึ่ง แต่เธอเกลียดกลิ่นควันไฟเป็นที่สุดมันชอบลอยเข้ามาฝั่งที่มีคนนั่งอยู่ มันเหม็นมากและทำให้น้ำหูน้ำตาเธอไหลไม่หยุด แม่ของเธอบอกว่าเมื่อไปเป็นสะใภ้บ้านโน้นแล้วต้องทำเองทุกอย่าง มันหนักกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า เพราะพ่อใหญ่ศิลามีลูกหลายคนแถมยังมีไร่นาเป็นร้อยไร่ ‘โอ้..ร้องไห้รอเลยได้มั้ย? พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูอยากกลับบ้าน!’ “ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินแหน่” (ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินหน่อย) แม่อวนตะโกนบอกว่าที่ลูกเขยขณะที่เขายังเกี่ยวข้าวอยู่กับเอมอร ‘เรียกทิดกันแสดงว่าเขาบวชแล้วสินะ!’ “ปะอร แม่บอกให้ไปหาบน้ำ” “น้ำอะไร?” “น้ำกิน” ‘หือ? คือ? ทำไมต้องไปหาบแล้วทุกวันนี้เธ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 7 ไปสู่ขอสาว

    ตื่นเช้าขึ้นมาเอมอรปวดร้าวไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะฝ่ามือกำแทบไม่ได้ ยิ่งอากาศหนาวด้วยแล้วมือไม้ก็แข็งไปหมด ตามแขนขาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยแผลที่เกิดจากใบข้าวใบหญ้าบาด โดนน้ำทีแสบไปหมดทั้งหนาวทั้งแสบโคตรแห่งความทรมาน ‘เกิดมาไม่เคยทำงานหนักขนาดเน้!’ ยายกับแม่ของเธอบอกว่าให้ทำทุกวันเดี๋ยวอาการปวดเมื่อยก็จะหายไปเอง‘สงสัยต้องอาศัยโยคะเข้าช่วย แต่ว่าตีสี่ก็ต้องตื่นมาทำงานบ้านอีกจะเอาเวลาไหนไปโยคะ ยากไปมั้ยชีวิต อยากกลับไปเรียนเหมือนเดิมยังจะดีกว่า’สองวันต่อมาหลังกลับจากเกี่ยวข้าว วันนี้แม่กับยายและป้าแจ้งพี่สาวของแม่แล้วก็ญาติๆอีกหลายคนช่วยกันทำอาหารหลายอย่าง เธอไม่รู้ว่าจะมีงานใหญ่อะไร มีผู้ใหญ่หลายคนเดินทางเข้ามาสมทบที่บ้านของเธอ เอมอรมารู้ภายหลังว่าทางบ้านพ่อใหญ่ศิลาซึ่งเป็นพ่อของกันจะมาสู่ขอเธอไปเป็นลูกสะใภ้ ‘ให้ตายเถอะ! ทะลุมิติมาทั้งทีได้มาเป็นสะใภ้ก็ถือว่ายากแล้ว แต่นี่ต้องมาเป็นสะใภ้อีสาน โอ้ยอยากตายแล้วเกิดใหม่จริงโว้ย!’ ‘บ้าไปแล้ว ฉันต้องมาแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดเลยเหรอเนี่ย!’ เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกันหมด มาอยู่ที่นี่เ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 6 เกี่ยวข้าวครั้งแรกในชีวิต

    ชาวบ้านที่มาถึงนาก่อนมุ่งหน้าเกี่ยวข้าวไปก่อนแล้ว ถ้านับไม่ผิดน่าจะเกือบสามสิบคนเป็นอย่างต่ำ ก้มๆเงยๆอยู่ข้างรวงข้าว ‘คนมาช่วยเยอะขนาดนี้เราก็คิดว่าจะเสร็จเร็วแต่เปล่าเลยเสร็จจากนาเราก็ต้องไปช่วยเขาต่อ เหมือนกับที่คนอื่นๆมาช่วยเรา ถ้าเป็นที่บ้านลุงดำของเธอใช้รถเกี่ยวข้าววันสองวันก็เสร็จแต่นี่กว่าจะแล้วเสร็จก็เข้าสู่เดือนกุมภามีนานู่นแหละ’ยายยื่นบางอย่างที่เรียกว่าเคียวให้เธอ มันมีลักษณะโค้งงอและปลายแหลมสมชื่อ ‘งือๆ เกิดมายังไม่เคยจับเคียวสักหนจะให้ไปเกี่ยวข้าว ตายๆไม่ตายวันนี้จะตายวันไหน’ ยายหยิบผ้าขาวม้าและหมวกไว้สำหรับคลุมหน้าให้เธอแล้วทำเป็นตัวอย่าง ส่วนถุงมือยายเอาเศษผ้ามาพันมือให้แทน แดดเริ่มร้อนขึ้นลมก็พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ หมวกก็โดนลมพัดแล้วพัดอีก สรุปคือเอาผ้าคลุมหน้าไว้เฉยๆ เอมอรอยากจะหาครีมกันแดดมาใช้แต่แม่อวนบอกเธอว่าบ้านอยู่ไกลจากตลาดเกือบยี่สิบกิโลเมตร ต้องนั่งเรือยนต์หรือไม่ก็ต้องเดินไป ‘ถามหน่อยใครจะเดิ๊น?’ แม่อวนเดินเข้ามาหลังจากผูกควายไว้ให้กินหญ้าอีกที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวข้าวออกไปแล้ว แม่อวนเริ่มสอนให้เอมอรใช้เคีย

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 5 ยังไงก็ต้องแต่ง

    แม่อวนไปบ้านพ่อใหญ่ศิลาเพื่อคุยกันเรื่องที่ลูกชายของพ่อใหญ่ศิลาช่วยชีวิตลูกสาวของตนไว้ แม่อวนเกรงว่าชาวบ้านจะเอาไปนินทาจึงจะให้รีบไปสู่ขอโดยเร็ว ซึ่งทั้งสองครอบครัวเคยตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้ลูกทั้งสองคนแต่งงานกัน แต่ติดที่ลูกชายของพ่อใหญ่ศิลาที่ไม่ยอมแต่งด้วย เพราะเขามีคนรักอยู่แล้วแต่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยจึงไม่ไปสู่ขอให้ อีกทั้งกันไม่ชอบเอมอรที่เป็นคนไม่เอาไหน กิริยามารยาทก็เหมือนผู้ชาย งานบ้านงานเรือนก็ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง กันเองมีพี่น้องทั้งหมดหกคนเขาเป็นพี่ชายคนโตตอนนี้อายุย่างเข้ายี่สิบสามปี พ่อกับแม่อยากให้ออกเรือน และเห็นว่าเอมอรมีฐานะดีมีไร่นาหลายสิบไร่พ่อกับแม่จึงได้จับจองไว้เป็นลูกสะใภ้ใหญ่ของบ้าน “จั่งได๋ข่อยกะบ่อแต่ง” (ยังไงผมก็ไม่แต่ง) กันยืนกรานกับพ่อแม่ของตัวเองขณะที่แม่ของฝ่ายหญิงกลับไปแล้ว “จั่งได๋มึงกะต้องแต่ง มึงไปอุ้มลูกสาวเพิ่นแล้ว ลูกเพิ่นเสียหาย” (ยังไงมึงก็ต้องแต่ง มึงไปอุ้มลูกเขาแล้ว ลูกเขาเสียหาย) ศิลาดุลูกชายเสียงแข็ง เขาไม่เคยยอมให้ใครมาต่อว่าถึงเรือนฟรีๆ อีกอย่างพ่อกับแม่ของเขาก็ชอบเอมอรยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยนใ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 4 เธอเปลี่ยนไป

    อาหารตรงหน้าคือแกงอ่อมหอยใส่ใบชะพลู เอมอรกินแกงอ่อมหอยได้แต่ที่นี่ไม่ได้ใส่กะทิเหมือนที่แม่เคยทำให้กิน ข้าวมีแต่ข้าวเหนียวอันนี้เธอก็ถนัดเพราะพ่อเคยทำให้กินบ่อยๆ เอมอรถามถึงตาแม่บอกว่าตาเสียไปตั้งแต่เธอยังเด็กแล้วก็หาว่าเธอสมองเสื่อมจำเรื่องตาตัวเองไม่ได้ “แม่คะ ใครพาหนูมาที่นี่คะ” สำเนียงไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาจนผู้เป็นแม่ถึงกับมองหน้า “เว้าภาษาอีหยังของมึง มึงตายน้ำจนเป็นบ้าไปแล้วติ มึงเป็นหยังหลายบ่อคือกระแดะมาเว้าไทย” (พูดภาษาอะไรของมึง มึงจมน้ำจนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ มึงเป็นอะไรมากมั้ยทำไมดัดจริตมาพูดไทย)แม่เข้ามาลูบผมเอมอรเบาๆคิดว่าลูกสาวเป็นบ้าไปแล้ว ยายกับแม่มองหน้ากันแล้วมองหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แม่เล่าให้เธอฟังว่า เอมอรเรียนจบแค่ปอสี่เขียนหนังสือไม่ค่อยเป็นเพราะไม่ค่อยตั้งใจเรียน ความจริงแล้วทุกคนที่นี่ฟังภาษาไทยออกแต่แค่พูดไม่ค่อยได้เท่านั้น ถ้าพูดก็จะตกภาษาอีสานไปด้วย ส่วนมากชาวบ้านเรียนจบปอสี่กันทั้งนั้น จบชั้นสูงสุดก็คงจะเป็นปอหกซึ่งมีไม่กี่คน “บักทิดกันกับพ่อมึงนั่นเด้พามา เอามึงใส่เกวียนมา” (ไอ้ทิดกันกับพ่อมึงนั่นไงพา

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 3 ทะลุมิติ

    ชายหนุ่มรูปร่างกำยำอุ้มร่างที่ไร้สติขึ้นจากน้ำพอถึงฝั่งก็จับคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่าเพื่อเอาน้ำออกจากปอด จนเธอสำลักน้ำออกมา “อร! อร!” กันวางร่างของเธอลงกับพื้นแล้วเขย่าเบาๆพร้อมกับเรียกชื่ออรซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นชื่อของใคร เธอเริ่มขยับตัวแล้วเอามือกุมที่ศีรษะ เปลือกตายังคงปิดสนิท “พ่อ อรฟื้นแล้ว” สำเนียงและภาษาอีสานที่เขาพูดคล้ายๆกับเสียงพ่อคุยกับลุงของเธอไม่มีผิดเพี้ยน ขนตางอนค่อยๆกระพริบช้าๆก่อนจะปรือตาขึ้นมามองคนตรงหน้า สายตาของเธอยังคงพร่ามัว แต่พอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้านี้ แต่ผิวสีเข้มกว่าที่รู้ๆเขาเป็นคนหล่อ ‘ไม่สิจะมาคิดเรื่องหล่ออะไรตอนนี้ มันไม่ได้นะเขม’แต่เธอจำเขาไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน และเธอยังไม่อยากคิดถึงมันตอนนี้เพราะตอนนี้ในหัวของเธอรู้สึกตื้อไปหมด คนที่เขาเรียกพ่อเดินเข้ามามองดูเธอใกล้ๆ ดูมีอายุกว่าคนที่นั่งข้างๆเธอ ด้วยสายตาที่กังวลระคนห่วงใย “มันเป็นหยังหลายบ่อล่ะอ้ายกัน” (มันเป็นอะไรมากมั้ยพี่กัน) สมควรเอ่ยถามอาการพี่สาว“บ่อน่าเป็นหยังหลาย” (ไม่น่าเป็นอะไรมาก) “กัน เอาอินางอรไปเถียงนาก่อน ถ้าแม่มันฮู้พ่อถูกด่าแน่” (

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status