Share

ตอนที่ 7 ไปสู่ขอสาว

last update Last Updated: 2026-01-16 10:17:16

ตื่นเช้าขึ้นมาเอมอรปวดร้าวไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะฝ่ามือกำแทบไม่ได้ ยิ่งอากาศหนาวด้วยแล้วมือไม้ก็แข็งไปหมด ตามแขนขาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยแผลที่เกิดจากใบข้าวใบหญ้าบาด โดนน้ำทีแสบไปหมดทั้งหนาวทั้งแสบโคตรแห่งความทรมาน 

‘เกิดมาไม่เคยทำงานหนักขนาดเน้!’

            ยายกับแม่ของเธอบอกว่าให้ทำทุกวันเดี๋ยวอาการปวดเมื่อยก็จะหายไปเอง

‘สงสัยต้องอาศัยโยคะเข้าช่วย แต่ว่าตีสี่ก็ต้องตื่นมาทำงานบ้านอีกจะเอาเวลาไหนไปโยคะ ยากไปมั้ยชีวิต อยากกลับไปเรียนเหมือนเดิมยังจะดีกว่า’

สองวันต่อมาหลังกลับจากเกี่ยวข้าว วันนี้แม่กับยายและป้าแจ้งพี่สาวของแม่แล้วก็ญาติๆอีกหลายคนช่วยกันทำอาหารหลายอย่าง เธอไม่รู้ว่าจะมีงานใหญ่อะไร มีผู้ใหญ่หลายคนเดินทางเข้ามาสมทบที่บ้านของเธอ เอมอรมารู้ภายหลังว่าทางบ้านพ่อใหญ่ศิลาซึ่งเป็นพ่อของกันจะมาสู่ขอเธอไปเป็นลูกสะใภ้

            ‘ให้ตายเถอะ! ทะลุมิติมาทั้งทีได้มาเป็นสะใภ้ก็ถือว่ายากแล้ว แต่นี่ต้องมาเป็นสะใภ้อีสาน โอ้ยอยากตายแล้วเกิดใหม่จริงโว้ย!’

            ‘บ้าไปแล้ว ฉันต้องมาแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดเลยเหรอเนี่ย!’

            เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกันหมด มาอยู่ที่นี่เธอต้องทำตัวให้ชินกับการใส่ผ้าถุงและการนั่งพับเพียบ ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากสำหรับเธอ เอมอรนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยท่าทางผะอืดผะอม ส่วนกันนั่งหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน สายตามองมาที่เธอครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ วันนี้เขาใส่เสื้อยืดสีขาวและนุ่งโสร่งมองดูแล้วก็หล่อเข้มเหมือนพระเอกในละครหลังข่าว คนที่นี่เขารับรองแขกด้วยยาเส้นซึ่งทำมาจากต้นยาสูบหั่นฝอยแล้วนำมาไปตากแห้ง จากนั้นนำใบตองแห้งมาพันเป็นยาสูบซึ่งกันก็สูบมันเช่นกัน สักพักประเพณีการสู่ขอสาวก็ได้เริ่มขึ้น

            ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง: หมู่เจ้าสิพากันมาอั่นได๋ล่ะพ่อใหญ่? (พวกคุณจะพากันมาธุระเรื่องอันใดล่ะพ่อใหญ่)

            ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย: ว่าสิหยับสวนหม่อนมาซอนสวนหมี่ สิหยับสวนบักมี่มาซ้อนบักขนุน” (ว่าจะมาสู่ขอลูกสาวไปเป็นลูกสะใภ้)

            ‘อือนะภาษาอีสานธรรมดาก็ว่ายากละ…’

เอมอรทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถาม

‘คือเขาคุยภาษาอะไรกัน ต้องแปลภาษาอีสานเป็นอีสานอีกทีหรือไง้!’

            ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย: ฝนตกปีนี้ฟ้าสิฮ้องแฮงปานได๋? (ทางนี้จะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่)

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง: กระบุงครึ่ง (หมื่นห้า)

กว่าจะคุยกันจบคนฟังไม่รู้เรื่องอย่างเธอแทบหืดขึ้นคอ สรุปก็คือมันคือการเรียกค่าสินสอดนั่นเองเล่นเอาซะเอมอรงงเป็นไก่ตาแตก แม่กับยายของเธอเรียกค่าสินสอดไปหมื่นห้านั่นก็คือกระบุงครึ่งซึ่งฝ่ายชายก็ไม่ต่อสักบาท ที่เขาพูดกันเขาเรียกว่าคำผญา กระบุงปกติเอาไว้ตวงข้าวแต่เขาเอามาเปรียบกับค่าสินสอดถ้าหนึ่งกระบุงก็คือหนึ่งหมื่นบาท ลูกสาวบ้านอื่นเขาแต่งกันแค่สิบบาทยี่สิบบาท เอมอรได้ตั้งหมื่นห้าถ้าเทียบสมัยนี้ก็น่าน่าจะหลักแสนหลักล้านล่ะมั้ง ดูท่าว่าที่พ่อแม่สามีคงชอบเธอเอามากๆถึงยอมจ่ายหนักขนาดนี้

‘คิดในแง่ดีไว้ จะได้มีกำลังใจอยู่ต่อ’

“หนูไม่แต่งได้มั้ยคะแม่” เอมอรเอ่ยกับแม่เมื่อแขกเหรื่อกลับไปกันหมดแล้ว

“สิบ่อแต่งได้จั่งได๋ เขาอุ้มมึงปานนั้น เสียหายเหมิด ไผสิอยากมาแต่งนำมึงล่ะบาดนี่” (จะไม่แต่งได้ยังไง เขาอุ้มมึงขนาดนั้น เสียหายหมด ใครเขาจะอยากมาแต่งด้วยล่ะทีนี้)

ดูแม่ของเธอเริ่มมีอารมณ์โกรธคุกรุ่นขึ้นมา

“ก็อุ้มเพื่อช่วยชีวิตปะ ใครๆเขาก็ทำกันไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย ใครไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่งสิแม่ ไม่เห็นจะยากเลย”

“บ่อได้! ภายในสองเดือนนี้มึงต้องแต่งกับบักกันให้ได้ ถ้าบ่อแต่งมันสิผิดประเพณี จั่งได๋เพิ่นกะมาสู่ขอมึงแล้ว กะส่ำมึงเป็นของเขาเคิ่งนึง” (ไม่ได้! ภายในสองเดือนนี้มึงต้องแต่งกับไอ้กันให้ได้ ถ้าไม่แต่งมันจะผิดประเพณี)

“แม่คะแต่หนูไม่ได้รักไอ้คุณกันนั่นนี่คะ และเขาก็ไม่ได้รักหนูด้วย”

“ฮักบ่อฮักอยู่นำกันไปมันกะฮักคือเก่า เบิ่งตะกูกับพ่อมึงกะบ่อได้ฮักกันตะแรก กะยังอยู่นำกันได้จนมาฮอดซุมื้อนี้” (รักไม่รักอยู่ด้วยกันไปมันก็รักเหมือนเดิม ดูอย่างกูกับพ่อมึงก็ไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก ก็ยังอยู่ด้วยกันได้จนมาถึงทุกวันนี้)

“งั้นหนูขอหกเดือน?”

“บ่อ”

“ห้าเดือน?”

“ให้แค่สามเดือน บ่อแต่งกะต้องแต่ง มึงอย่ามาเว้ายาก กูขี้ค้านเว้ากับมึง มาต่อหกต่อห้าอยู่นี่” (ให้แค่สามเดือน ไม่แต่งก็ต้องแต่ง มึงอย่ามามากความ กูขี้เกียจจะคุยกับมึง มาต่อห้าต่อหกอยู่นี่)

‘เฮ้อ! เหนื่อยใจกับแม่ในยุคนี้จัง ถ้าเป็นเหมือนแม่อรพินท์ของเธอในยุคปัจจุบันคงไม่ได้มานั่งเศร้าแบบนี้แฟนก็ไม่เคยมีจะให้แต่งงาน พระเจ้าช่วยกล้วยทอด บันเทิงล่ะงานนี้ แล้วไอ้คุณกันนั่นก็ยอมพ่อกับแม่แต่โดยดีด้วยนะ คิดแล้วมันเศร้าที่ต้องมีสามีตอนอายุสิบแปด แล้วจะต้องตกเป็นภรรยาของชายที่ตัวเองไม่ได้รักอีก’

‘เฮ้อ! เฮ้อ! คิดแล้วอยากถอนหายใจสักล้านรอบ’

เอมอรนั่งเหม่ออยู่หน้าระเบียงตรงทางขึ้นบันไดบ้าน ตอนนี้พ่อกับแม่เข้านอนกันหมดแล้ว เหลือแค่เธอที่ยังนอนไม่หลับ เอมอรจึงแอบย่องเบามานั่งกร่อยอยู่คนเดียว

“มึงบ่ออยากแต่งงานกับอ้ายกันเบาะ” (มึงไม่อยากแต่งงานกับพี่กันเหรอ) สมควรเดินเข้ามาถามพี่สาว เขาคงเห็นสีหน้าเธอเหมือนคนอมทุกข์ เอมอรลืมไปว่าน้องชายพึ่งจะกลับจากไปจีบสาว เด็กหนุ่มวัยสิบหกก็จะประมาณนี้ กินข้าวเย็นเสร็จก็หายแวบไปบ้านผู้หญิง แต่อย่าหวังว่าจะได้ออกไปเที่ยวกันสองต่อสอง ทำได้แค่นั่งจีบกันอยู่บนบ้านฝ่ายหญิงนั่นแหละ

“อือ ก็พี่ไม่ได้รักเขานี่จะให้แต่งได้ยังไง”

“บ่อต้องเว้าม่วนกับกูกะได้” (ไม่ต้องพูดเพราะกับกูก็ได้) น้องชายคงไม่ชินกับน้ำเสียงและคำพูดแบบนี้ของพี่สาว แต่ทุกคนในบ้านคงเล่าเรื่องของเธอให้เขาฟังแล้ว เพราะวันที่เธอจมน้ำเขาก็อยู่ในเหตุการณ์

“ก็เป็นแบบนี้แหละ จะพูดแบบนี้ และจะไม่มีวันเปลี่ยนด้วย”

“แล้วแต่มึง” มันก็ต้องแล้วแต่อยู่แล้วล่ะก็เธอพูดภาษาอีสานไม่ได้จะให้ไปพูดแบบเดิมที่เอมอรเคยพูดก็เห็นจะไม่ได้แล้ว

“ควรคิดว่าพี่ต้องทำยังไงดี”

“กูว่ามึงเป็นอาการจั่งสี้ มึงกะต้องแต่งแล้วล่ะ อ้ายกันลาวเป็นคนดีกะด้อ” (กูว่ามึงเป็นอาการแบบนี้ มึงก็ต้องแต่งแล้วแหละ พี่กันเขาเป็นคนดีจะตาย)

‘อืม..ช่วยตูได้เยอะมากเลย! คนดีแล้วไง รักกับดีมันคนละเรื่องก๊าน!’

“ไปนอนๆ อย่ามานั่งอยู่นี่ผู้เดียว มันเดิกแล้วมันบ่อแมนแนว” (ไปนอนๆ อย่ามานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว มันดึกแล้วมันไม่เหมาะไม่ควร)

น้องชายคงคิดว่าพี่สาวไม่เต็มบาทไปอีกคน อยู่ไปก็คงขายไม่ออก พูดจบน้องชายก็เดินเข้าห้องไป ใจเธอก็อยากจะถามต่อว่าคำสุดท้ายมันแปลว่าอะไรแต่ก็คงไม่ทันแล้ว เก็บไว้เดี๋ยวค่อยไปถามยายทีหลัง

พ่อกับน้องชายมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือทั้งสองคนพูดน้อยเหมือนกันเด๊ะ วันๆนึงได้ยินแต่เสียงแม่อวนบ่นอยู่คนเดียว ในหนึ่งวันพ่อกับน้องชายจะคุยกับเอมอรน้อยมาก แต่พ่อก็เป็นคนที่หวงลูกสาวมากเช่นกัน ยิ่งตอนนี้เอมอรเปลี่ยนไปไม่แก่นแก้วเหมือนเดิมก็ยิ่งทั้งหวงทั้งห่วง แต่พ่อจะชอบสื่อสารผ่านแม่ไม่เคยบอกกับเธอตรงๆสักครั้ง

สรุปน้องชายก็ไม่เข้าใจแถมยังเชียร์ให้รักกับกันอีกต่างหากไม่มีใครช่วยเธอได้ นอกจากเธอต้องช่วยตัวเอง ที่สำคัญหลังจากแต่งงานเธอต้องย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายชายอีก ไม่รู้ต้องทำตัวยังไง ยุคนี้เขายิ่งเรียกสรรพนามกันตามบรรดาศักดิ์ไม่เกี่ยวกับอายุมากน้อย แล้วเธอจะไปเรียกใครว่ายังไงล่ะทีนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 8 ไปตักน้ำดื่ม

    ทุกๆวันช่วงเช้ามืดถึงอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหนเธอก็ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ แรกๆก็ยากหน่อยแต่พอปรับตัวได้ร่างกายเอมอรก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นเองโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาแม่เริ่มสอนให้เธอทำงานบ้านงานเรือนเกือบทุกอย่าง ปัญหาก็คือการทำกับข้าวต้องก่อไฟเองแล้วก็ต้องใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง กว่าจะทำได้ในวันแรกใช้เวลาก่อไฟอยู่เกือบสามสิบนาทีตะวันจะขึ้นอยู่แล้วข้าวยังไม่ได้นึ่ง แต่เธอเกลียดกลิ่นควันไฟเป็นที่สุดมันชอบลอยเข้ามาฝั่งที่มีคนนั่งอยู่ มันเหม็นมากและทำให้น้ำหูน้ำตาเธอไหลไม่หยุด แม่ของเธอบอกว่าเมื่อไปเป็นสะใภ้บ้านโน้นแล้วต้องทำเองทุกอย่าง มันหนักกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า เพราะพ่อใหญ่ศิลามีลูกหลายคนแถมยังมีไร่นาเป็นร้อยไร่ ‘โอ้..ร้องไห้รอเลยได้มั้ย? พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูอยากกลับบ้าน!’ “ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินแหน่” (ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินหน่อย) แม่อวนตะโกนบอกว่าที่ลูกเขยขณะที่เขายังเกี่ยวข้าวอยู่กับเอมอร ‘เรียกทิดกันแสดงว่าเขาบวชแล้วสินะ!’ “ปะอร แม่บอกให้ไปหาบน้ำ” “น้ำอะไร?” “น้ำกิน” ‘หือ? คือ? ทำไมต้องไปหาบแล้วทุกวันนี้เธ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 7 ไปสู่ขอสาว

    ตื่นเช้าขึ้นมาเอมอรปวดร้าวไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะฝ่ามือกำแทบไม่ได้ ยิ่งอากาศหนาวด้วยแล้วมือไม้ก็แข็งไปหมด ตามแขนขาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยแผลที่เกิดจากใบข้าวใบหญ้าบาด โดนน้ำทีแสบไปหมดทั้งหนาวทั้งแสบโคตรแห่งความทรมาน ‘เกิดมาไม่เคยทำงานหนักขนาดเน้!’ ยายกับแม่ของเธอบอกว่าให้ทำทุกวันเดี๋ยวอาการปวดเมื่อยก็จะหายไปเอง‘สงสัยต้องอาศัยโยคะเข้าช่วย แต่ว่าตีสี่ก็ต้องตื่นมาทำงานบ้านอีกจะเอาเวลาไหนไปโยคะ ยากไปมั้ยชีวิต อยากกลับไปเรียนเหมือนเดิมยังจะดีกว่า’สองวันต่อมาหลังกลับจากเกี่ยวข้าว วันนี้แม่กับยายและป้าแจ้งพี่สาวของแม่แล้วก็ญาติๆอีกหลายคนช่วยกันทำอาหารหลายอย่าง เธอไม่รู้ว่าจะมีงานใหญ่อะไร มีผู้ใหญ่หลายคนเดินทางเข้ามาสมทบที่บ้านของเธอ เอมอรมารู้ภายหลังว่าทางบ้านพ่อใหญ่ศิลาซึ่งเป็นพ่อของกันจะมาสู่ขอเธอไปเป็นลูกสะใภ้ ‘ให้ตายเถอะ! ทะลุมิติมาทั้งทีได้มาเป็นสะใภ้ก็ถือว่ายากแล้ว แต่นี่ต้องมาเป็นสะใภ้อีสาน โอ้ยอยากตายแล้วเกิดใหม่จริงโว้ย!’ ‘บ้าไปแล้ว ฉันต้องมาแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดเลยเหรอเนี่ย!’ เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกันหมด มาอยู่ที่นี่เ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 6 เกี่ยวข้าวครั้งแรกในชีวิต

    ชาวบ้านที่มาถึงนาก่อนมุ่งหน้าเกี่ยวข้าวไปก่อนแล้ว ถ้านับไม่ผิดน่าจะเกือบสามสิบคนเป็นอย่างต่ำ ก้มๆเงยๆอยู่ข้างรวงข้าว ‘คนมาช่วยเยอะขนาดนี้เราก็คิดว่าจะเสร็จเร็วแต่เปล่าเลยเสร็จจากนาเราก็ต้องไปช่วยเขาต่อ เหมือนกับที่คนอื่นๆมาช่วยเรา ถ้าเป็นที่บ้านลุงดำของเธอใช้รถเกี่ยวข้าววันสองวันก็เสร็จแต่นี่กว่าจะแล้วเสร็จก็เข้าสู่เดือนกุมภามีนานู่นแหละ’ยายยื่นบางอย่างที่เรียกว่าเคียวให้เธอ มันมีลักษณะโค้งงอและปลายแหลมสมชื่อ ‘งือๆ เกิดมายังไม่เคยจับเคียวสักหนจะให้ไปเกี่ยวข้าว ตายๆไม่ตายวันนี้จะตายวันไหน’ ยายหยิบผ้าขาวม้าและหมวกไว้สำหรับคลุมหน้าให้เธอแล้วทำเป็นตัวอย่าง ส่วนถุงมือยายเอาเศษผ้ามาพันมือให้แทน แดดเริ่มร้อนขึ้นลมก็พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ หมวกก็โดนลมพัดแล้วพัดอีก สรุปคือเอาผ้าคลุมหน้าไว้เฉยๆ เอมอรอยากจะหาครีมกันแดดมาใช้แต่แม่อวนบอกเธอว่าบ้านอยู่ไกลจากตลาดเกือบยี่สิบกิโลเมตร ต้องนั่งเรือยนต์หรือไม่ก็ต้องเดินไป ‘ถามหน่อยใครจะเดิ๊น?’ แม่อวนเดินเข้ามาหลังจากผูกควายไว้ให้กินหญ้าอีกที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวข้าวออกไปแล้ว แม่อวนเริ่มสอนให้เอมอรใช้เคีย

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 5 ยังไงก็ต้องแต่ง

    แม่อวนไปบ้านพ่อใหญ่ศิลาเพื่อคุยกันเรื่องที่ลูกชายของพ่อใหญ่ศิลาช่วยชีวิตลูกสาวของตนไว้ แม่อวนเกรงว่าชาวบ้านจะเอาไปนินทาจึงจะให้รีบไปสู่ขอโดยเร็ว ซึ่งทั้งสองครอบครัวเคยตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้ลูกทั้งสองคนแต่งงานกัน แต่ติดที่ลูกชายของพ่อใหญ่ศิลาที่ไม่ยอมแต่งด้วย เพราะเขามีคนรักอยู่แล้วแต่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยจึงไม่ไปสู่ขอให้ อีกทั้งกันไม่ชอบเอมอรที่เป็นคนไม่เอาไหน กิริยามารยาทก็เหมือนผู้ชาย งานบ้านงานเรือนก็ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง กันเองมีพี่น้องทั้งหมดหกคนเขาเป็นพี่ชายคนโตตอนนี้อายุย่างเข้ายี่สิบสามปี พ่อกับแม่อยากให้ออกเรือน และเห็นว่าเอมอรมีฐานะดีมีไร่นาหลายสิบไร่พ่อกับแม่จึงได้จับจองไว้เป็นลูกสะใภ้ใหญ่ของบ้าน “จั่งได๋ข่อยกะบ่อแต่ง” (ยังไงผมก็ไม่แต่ง) กันยืนกรานกับพ่อแม่ของตัวเองขณะที่แม่ของฝ่ายหญิงกลับไปแล้ว “จั่งได๋มึงกะต้องแต่ง มึงไปอุ้มลูกสาวเพิ่นแล้ว ลูกเพิ่นเสียหาย” (ยังไงมึงก็ต้องแต่ง มึงไปอุ้มลูกเขาแล้ว ลูกเขาเสียหาย) ศิลาดุลูกชายเสียงแข็ง เขาไม่เคยยอมให้ใครมาต่อว่าถึงเรือนฟรีๆ อีกอย่างพ่อกับแม่ของเขาก็ชอบเอมอรยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยนใ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 4 เธอเปลี่ยนไป

    อาหารตรงหน้าคือแกงอ่อมหอยใส่ใบชะพลู เอมอรกินแกงอ่อมหอยได้แต่ที่นี่ไม่ได้ใส่กะทิเหมือนที่แม่เคยทำให้กิน ข้าวมีแต่ข้าวเหนียวอันนี้เธอก็ถนัดเพราะพ่อเคยทำให้กินบ่อยๆ เอมอรถามถึงตาแม่บอกว่าตาเสียไปตั้งแต่เธอยังเด็กแล้วก็หาว่าเธอสมองเสื่อมจำเรื่องตาตัวเองไม่ได้ “แม่คะ ใครพาหนูมาที่นี่คะ” สำเนียงไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาจนผู้เป็นแม่ถึงกับมองหน้า “เว้าภาษาอีหยังของมึง มึงตายน้ำจนเป็นบ้าไปแล้วติ มึงเป็นหยังหลายบ่อคือกระแดะมาเว้าไทย” (พูดภาษาอะไรของมึง มึงจมน้ำจนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ มึงเป็นอะไรมากมั้ยทำไมดัดจริตมาพูดไทย)แม่เข้ามาลูบผมเอมอรเบาๆคิดว่าลูกสาวเป็นบ้าไปแล้ว ยายกับแม่มองหน้ากันแล้วมองหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แม่เล่าให้เธอฟังว่า เอมอรเรียนจบแค่ปอสี่เขียนหนังสือไม่ค่อยเป็นเพราะไม่ค่อยตั้งใจเรียน ความจริงแล้วทุกคนที่นี่ฟังภาษาไทยออกแต่แค่พูดไม่ค่อยได้เท่านั้น ถ้าพูดก็จะตกภาษาอีสานไปด้วย ส่วนมากชาวบ้านเรียนจบปอสี่กันทั้งนั้น จบชั้นสูงสุดก็คงจะเป็นปอหกซึ่งมีไม่กี่คน “บักทิดกันกับพ่อมึงนั่นเด้พามา เอามึงใส่เกวียนมา” (ไอ้ทิดกันกับพ่อมึงนั่นไงพา

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 3 ทะลุมิติ

    ชายหนุ่มรูปร่างกำยำอุ้มร่างที่ไร้สติขึ้นจากน้ำพอถึงฝั่งก็จับคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่าเพื่อเอาน้ำออกจากปอด จนเธอสำลักน้ำออกมา “อร! อร!” กันวางร่างของเธอลงกับพื้นแล้วเขย่าเบาๆพร้อมกับเรียกชื่ออรซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นชื่อของใคร เธอเริ่มขยับตัวแล้วเอามือกุมที่ศีรษะ เปลือกตายังคงปิดสนิท “พ่อ อรฟื้นแล้ว” สำเนียงและภาษาอีสานที่เขาพูดคล้ายๆกับเสียงพ่อคุยกับลุงของเธอไม่มีผิดเพี้ยน ขนตางอนค่อยๆกระพริบช้าๆก่อนจะปรือตาขึ้นมามองคนตรงหน้า สายตาของเธอยังคงพร่ามัว แต่พอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้านี้ แต่ผิวสีเข้มกว่าที่รู้ๆเขาเป็นคนหล่อ ‘ไม่สิจะมาคิดเรื่องหล่ออะไรตอนนี้ มันไม่ได้นะเขม’แต่เธอจำเขาไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน และเธอยังไม่อยากคิดถึงมันตอนนี้เพราะตอนนี้ในหัวของเธอรู้สึกตื้อไปหมด คนที่เขาเรียกพ่อเดินเข้ามามองดูเธอใกล้ๆ ดูมีอายุกว่าคนที่นั่งข้างๆเธอ ด้วยสายตาที่กังวลระคนห่วงใย “มันเป็นหยังหลายบ่อล่ะอ้ายกัน” (มันเป็นอะไรมากมั้ยพี่กัน) สมควรเอ่ยถามอาการพี่สาว“บ่อน่าเป็นหยังหลาย” (ไม่น่าเป็นอะไรมาก) “กัน เอาอินางอรไปเถียงนาก่อน ถ้าแม่มันฮู้พ่อถูกด่าแน่” (

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status