Home / แฟนตาซี / ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80 / ตอนที่ 8 ไปตักน้ำดื่ม

Share

ตอนที่ 8 ไปตักน้ำดื่ม

last update Last Updated: 2026-01-16 10:17:48

ทุกๆวันช่วงเช้ามืดถึงอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหนเธอก็ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ แรกๆก็ยากหน่อยแต่พอปรับตัวได้ร่างกายเอมอรก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นเองโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลา

แม่เริ่มสอนให้เธอทำงานบ้านงานเรือนเกือบทุกอย่าง ปัญหาก็คือการทำกับข้าวต้องก่อไฟเองแล้วก็ต้องใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง กว่าจะทำได้ในวันแรกใช้เวลาก่อไฟอยู่เกือบสามสิบนาทีตะวันจะขึ้นอยู่แล้วข้าวยังไม่ได้นึ่ง แต่เธอเกลียดกลิ่นควันไฟเป็นที่สุดมันชอบลอยเข้ามาฝั่งที่มีคนนั่งอยู่ มันเหม็นมากและทำให้น้ำหูน้ำตาเธอไหลไม่หยุด แม่ของเธอบอกว่าเมื่อไปเป็นสะใภ้บ้านโน้นแล้วต้องทำเองทุกอย่าง มันหนักกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า เพราะพ่อใหญ่ศิลามีลูกหลายคนแถมยังมีไร่นาเป็นร้อยไร่ 

            ‘โอ้..ร้องไห้รอเลยได้มั้ย? พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูอยากกลับบ้าน!’

            “ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินแหน่” (ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินหน่อย) แม่อวนตะโกนบอกว่าที่ลูกเขยขณะที่เขายังเกี่ยวข้าวอยู่กับเอมอร

            ‘เรียกทิดกันแสดงว่าเขาบวชแล้วสินะ!’

            “ปะอร แม่บอกให้ไปหาบน้ำ” 

            “น้ำอะไร?”

            “น้ำกิน”

            ‘หือ? คือ? ทำไมต้องไปหาบแล้วทุกวันนี้เธอดื่มน้ำอะไร’

            เอมอรเดินตามกันไปไกลพอสมควร เขาเป็นผู้ชายที่เดินเร็วจนเอมอรเดินตามแทบไม่ทัน ที่สำคัญคือต้องเดินเลียบไปตามแนวป่าช้า

            “ย่างเร็วๆดู๊ คือย่างซ้าแท้” (เดินเร็วๆหน่อยสิ ทำไมเดินช้าจัง) กันพูดเสียงดุแล้วหยุดเดินเพื่อรอเอมอร อย่าว่าแต่เดินช้าตอนนี้เธอเริ่มจะก้าวขาไม่ออก ทางข้างหน้ามีแต่ดินทรายทั้งนั้น เหยียบเท้าลงไปทีดินก็ไหลมากองอยู่เต็มหลังเท้า ก้าวขาลำบากสุดๆ กว่าจะดึงรองเท้าขึ้นมาได้แต่ละก้าวแถมทรายก็ดีดขึ้นมาด้านหลังอีก

แล้วเขาล่ะไหนจะต้องหาบน้ำกลับมาอีกตั้งสองถังเดินบนดินทรายอีกอารมณ์เหมือนอยู่ในทะเลทรายร้อนเท้าก็ร้อน รองเท้าก็มีแต่แตะคีบ 

‘สุดจริงขอบอก!’

 เขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอมาก หนุ่มสาวสมัยนี้ทำงานเก่ง ทนทานต่อแดดฝนเธอแทบไม่ได้ครึ่งแม้แต่ขี้เล็บของพวกเขาเหล่านั้น เห็นจะชนะได้คนเดียวก็คือเอมอรคนก่อนที่เธอจะมาอยู่ในร่างนี้ ตอนเธอเกี่ยวข้าวยังไม่ถึงไหนเดี๋ยวก็วิ่งเข้าไปหลบในร่ม ดีแต่ที่ไม่หยุดทำไปเลย

พอมาถึงบ่อน้ำดื่มมันเป็นบ่อดินที่เกิดจากการขุดของเจ้าของที่นาหรือภาษาอีสานเรียกว่าส่าง ซึ่งลึกประมาณสองถึงสามเมตรพื้นที่โดยรอบเป็นดินเหลืองลึกลงไปเป็นหินเขาเล่าว่าบ่อน้ำนี้ใช้จอบกับเสียมขุด กันยังเล่าต่อว่าที่นาคนอื่นลึกกว่านี้ก็มี

            ‘คนเรานี่ก็เก่งเนอะ! ใช้จอบใช้เสียมขุดได้ลึกขนาดนี้’

 น้ำในบ่อใสมากกันบอกว่าที่ตรงนี้เป็นที่นาของเขาเอง เอมอรพึ่งรู้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอดื่มน้ำบ่อมาตลอด รสชาติมันออกเปรี้ยวนิดหนึ่ง

            ‘เอาวะคนอื่นกินแล้วไม่ตายเราก็คงไม่ตายเหมือนกัน วงเล็บบ่อน้ำอยู่ทางทิศใต้ของป่าช้า น้ำจากป่าช้าไหลลงมาตรงนี้เกือบทั้งหมดเพราะพื้นที่มันลาดลงมาทางนี้’

            ดินบริเวณนี้กันบอกว่ากินได้ด้วย ซึ่งเธอก็ไม่อยากรู้หรอกว่ารสชาติมันเป็นยังไง ไม่ต้องสรรหามาให้เธอลอง

            ‘อึ๋ย..แค่คิดก็เสียวฟัน จะเอามาให้กิน อย่าแม้แต่จะคิด’

เขาใช้ไม้ไผ่ที่มีตะขอตรงโคนเกี่ยวหูหิ้วถังน้ำแล้วตักน้ำขึ้นมา แล้วสาวไม้ไผ่ยาวอย่างชำนาญเอมอรมองดูแล้วถ้าเธอทำบ้างถังน้ำคงหลุดลงไปก้นบ่อเป็นแน่ สองมือแกร่งยกไม้คานที่มีถังน้ำอยู่เต็มทั้งสองข้างขึ้นบ่าอย่างง่ายดาย

            ตอนขามาว่าเขาเดินเร็วแล้วตอนกลับแทบจะวิ่ง เขาบอกว่าหาบของหนักจะมาเดินช้าไม่ได้ ขาก็ยาวแถมมาวิ่งอีก

            ‘จะรออะไรล่ะ ก็วิ่งนำหน้าไปเลยสินี่มันป่าช้าน้า!’

            กันต้องเหนื่อยคูณสองทั้งหาบน้ำทั้งขำท่าทางกลัวผีของเอมอร เขาเริ่มมองเห็นอนาคตของตัวเองขึ้นมาลางๆเมื่อต้องมีเมียกลัวผีแม้แต่ตอนกลางวันอย่างเธอ กลับไปถึงเถียงนาเอมอรนั่งหอบแฮ่กๆ

            “แล่นเฮ็ดหยัง เป็นสาวเป็นแส้” (วิ่งทำไมเป็นสาวเป็นแส้) ยายแพงเอ่ยถามเอมอรเมื่อเห็นหลานสาววิ่งกระหืดกระหอบมา มือข้างหนึ่งก็จับชายผ้าถุงขึ้น มืออีกข้างถือรองเท้า ส่วนที่เอวไม่ต้องจับเพราะเธอใช้เชือกผูกมันไว้เป็นอย่างดี

            ‘เอ๊า เป็นสาวห้ามวิ่งอันนี้เธอพึ่งรู้’

            “กลัวผี” เอมอรตอบยายเสียงหอบ

            “ผีหยังสิมายามมื้อเวน” (ผีอะไรจะมาตอนกลางวัน)

            ‘ปัดโธ่! คนมันกลัวผีจะเลือกเวลามั้ยล่ะยาย พูดแบบนี้แสดงว่าตอนกลางคืนมีผีงั้นสิ?’

            เอมอรเดินไปดูหม้อแกงที่ตั้งอยู่บนเตาไฟ เตาที่นาแม่ใช้เป็นหินสามก้อนขนาดกลางเพื่อพยุงหม้อไว้ 

            “อรซิมเบิ่งดุ๊ แซบไป่” (อรชิมดูหน่อยสิ อร่อยยัง) แม่อวนยื่นทัพพีให้เธอ แม่เริ่มไว้ใจกับรสชาติอาหารที่เธอทำขึ้นมาบ้างแล้ว ในหม้อมันคือแกงปลาใส่สายบัวที่เธอชอบแต่อาหารที่แม่ทำไม่ได้ใส่กะทิสักอย่างแต่แกงทุกอย่างที่นี่ต้องใส่ปลาร้า ซึ่งปลาร้าที่แม่อวนหมักไว้กินเองต้องใช้เวลาหมักแรมปี เห็นสายบัวแล้วก็คิดถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ถ้าเธอไม่อยากเก็บสายบัวเธอก็คงไม่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้ เอมอรยืนนิ่งเหม่อมองแกงในหม้อ น้ำตาก็ไหลออกมาเหมือนสั่งได้ กันเดินตามมาเงียบๆแล้วหยุดยืนอยู่ข้างเธอ

            “ไห้เฮ็ดหยัง” (ร้องไห้ทำไม) เขาพูดขึ้นมาเสียงอ่อนโยนราวกับว่าอยากจะปลอบเธอ เอมอรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตา

            “ไม่ได้ร้อง ควันมันเข้าตา อะชิมให้หน่อย” เอมอรพูดเสียงสั่นเครือแล้วยื่นทัพพีให้ชายหนุ่มต่อ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากตรงนั้นเพื่อจัดการกับน้ำตาของตัวเอง กันมองตามร่างบางด้วยแววตาที่แฝงไว้ด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง เขามองดูผู้หญิงคนนี้นับวันก็ยิ่งแปลกไปจากเอมอรคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก บางครั้งก็ดูสดใสแต่บางครั้งก็ดูเศร้าจนน่าใจหาย

            สถานที่กินข้าวช่วงลงแขกแบบนี้ก็ไม่ต้องพิธีรีตองมาก ถ้ามีแต่คนในครอบครัวก็คงนั่งกินบนเถียงนา แต่นี่คนเยอะก็นั่งบนพื้นดินพื้นหญ้าเรียงเป็นสองแถวแล้วหันหน้าเข้าหากัน ทุกคนเอาอาหารที่ห่อมาจากบ้านวางตรงกลางแค่นี้ก็อร่อยที่สุดแล้ว

            ช่วงบ่ายทุกคนลงไปเกี่ยวข้าวช่วยกันอีกครั้ง ที่นาของเธอคงใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะเกี่ยวเสร็จ เพราะข้าวงามเกินไปต้นข้าวปูลาดไปกับพื้นด้วยแรงลมแถมบางพื้นที่รวงข้าวสลับไขว้กันไปคนละทิศทางเอมอรแทบจะคลานเข่าเพราะก้มๆเงยๆเอวแทบหลุด และกว่าจะได้เก็บเข้ายุ้งฉางก็คงใช้เวลาอีกเป็นเดือน

            ตอนนี้เธอต้องทำใจให้ชินกับทุกอย่างไปก่อน แม้กระทั่งตอนปวดหนักปวดเบาเวลาอยู่ทุ่งนา ห้องน้ำที่ดีและปลอดภัยที่สุดก็คือตอซังข้าวหรือกอหญ้าหรือไม่ก็ต้นไม้ก็ว่าไปสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือผ้าถุง ทำเหมือนสุ่มครอบไก่แล้วก็จัดการมันตรงนั้นเลย อารมณ์นั้นไม่ได้สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น

            ทุกวันนี้ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้เรื่องที่เอมอรพูดจาแปลกไปจากคนในหมู่บ้านเดียวกัน ชาวบ้านก็พากันนินทาไปต่างๆนานา บ้างก็ว่าเธอเป็นบ้า บ้างก็ว่าสมองเสื่อม บ้างก็ว่าผีเข้า แต่เอมอรก็ไม่ได้สนใจคำพูดของใครทั้งสิ้นสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือจะหาทางกลับไปยังยุคปัจจุบันของเธอได้อย่างไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 8 ไปตักน้ำดื่ม

    ทุกๆวันช่วงเช้ามืดถึงอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหนเธอก็ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ แรกๆก็ยากหน่อยแต่พอปรับตัวได้ร่างกายเอมอรก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นเองโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาแม่เริ่มสอนให้เธอทำงานบ้านงานเรือนเกือบทุกอย่าง ปัญหาก็คือการทำกับข้าวต้องก่อไฟเองแล้วก็ต้องใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง กว่าจะทำได้ในวันแรกใช้เวลาก่อไฟอยู่เกือบสามสิบนาทีตะวันจะขึ้นอยู่แล้วข้าวยังไม่ได้นึ่ง แต่เธอเกลียดกลิ่นควันไฟเป็นที่สุดมันชอบลอยเข้ามาฝั่งที่มีคนนั่งอยู่ มันเหม็นมากและทำให้น้ำหูน้ำตาเธอไหลไม่หยุด แม่ของเธอบอกว่าเมื่อไปเป็นสะใภ้บ้านโน้นแล้วต้องทำเองทุกอย่าง มันหนักกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า เพราะพ่อใหญ่ศิลามีลูกหลายคนแถมยังมีไร่นาเป็นร้อยไร่ ‘โอ้..ร้องไห้รอเลยได้มั้ย? พ่อจ๋าแม่จ๋าหนูอยากกลับบ้าน!’ “ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินแหน่” (ทิดกันพาน้องไปหาบน้ำมากินหน่อย) แม่อวนตะโกนบอกว่าที่ลูกเขยขณะที่เขายังเกี่ยวข้าวอยู่กับเอมอร ‘เรียกทิดกันแสดงว่าเขาบวชแล้วสินะ!’ “ปะอร แม่บอกให้ไปหาบน้ำ” “น้ำอะไร?” “น้ำกิน” ‘หือ? คือ? ทำไมต้องไปหาบแล้วทุกวันนี้เธ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 7 ไปสู่ขอสาว

    ตื่นเช้าขึ้นมาเอมอรปวดร้าวไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะฝ่ามือกำแทบไม่ได้ ยิ่งอากาศหนาวด้วยแล้วมือไม้ก็แข็งไปหมด ตามแขนขาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยแผลที่เกิดจากใบข้าวใบหญ้าบาด โดนน้ำทีแสบไปหมดทั้งหนาวทั้งแสบโคตรแห่งความทรมาน ‘เกิดมาไม่เคยทำงานหนักขนาดเน้!’ ยายกับแม่ของเธอบอกว่าให้ทำทุกวันเดี๋ยวอาการปวดเมื่อยก็จะหายไปเอง‘สงสัยต้องอาศัยโยคะเข้าช่วย แต่ว่าตีสี่ก็ต้องตื่นมาทำงานบ้านอีกจะเอาเวลาไหนไปโยคะ ยากไปมั้ยชีวิต อยากกลับไปเรียนเหมือนเดิมยังจะดีกว่า’สองวันต่อมาหลังกลับจากเกี่ยวข้าว วันนี้แม่กับยายและป้าแจ้งพี่สาวของแม่แล้วก็ญาติๆอีกหลายคนช่วยกันทำอาหารหลายอย่าง เธอไม่รู้ว่าจะมีงานใหญ่อะไร มีผู้ใหญ่หลายคนเดินทางเข้ามาสมทบที่บ้านของเธอ เอมอรมารู้ภายหลังว่าทางบ้านพ่อใหญ่ศิลาซึ่งเป็นพ่อของกันจะมาสู่ขอเธอไปเป็นลูกสะใภ้ ‘ให้ตายเถอะ! ทะลุมิติมาทั้งทีได้มาเป็นสะใภ้ก็ถือว่ายากแล้ว แต่นี่ต้องมาเป็นสะใภ้อีสาน โอ้ยอยากตายแล้วเกิดใหม่จริงโว้ย!’ ‘บ้าไปแล้ว ฉันต้องมาแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดเลยเหรอเนี่ย!’ เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกันหมด มาอยู่ที่นี่เ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 6 เกี่ยวข้าวครั้งแรกในชีวิต

    ชาวบ้านที่มาถึงนาก่อนมุ่งหน้าเกี่ยวข้าวไปก่อนแล้ว ถ้านับไม่ผิดน่าจะเกือบสามสิบคนเป็นอย่างต่ำ ก้มๆเงยๆอยู่ข้างรวงข้าว ‘คนมาช่วยเยอะขนาดนี้เราก็คิดว่าจะเสร็จเร็วแต่เปล่าเลยเสร็จจากนาเราก็ต้องไปช่วยเขาต่อ เหมือนกับที่คนอื่นๆมาช่วยเรา ถ้าเป็นที่บ้านลุงดำของเธอใช้รถเกี่ยวข้าววันสองวันก็เสร็จแต่นี่กว่าจะแล้วเสร็จก็เข้าสู่เดือนกุมภามีนานู่นแหละ’ยายยื่นบางอย่างที่เรียกว่าเคียวให้เธอ มันมีลักษณะโค้งงอและปลายแหลมสมชื่อ ‘งือๆ เกิดมายังไม่เคยจับเคียวสักหนจะให้ไปเกี่ยวข้าว ตายๆไม่ตายวันนี้จะตายวันไหน’ ยายหยิบผ้าขาวม้าและหมวกไว้สำหรับคลุมหน้าให้เธอแล้วทำเป็นตัวอย่าง ส่วนถุงมือยายเอาเศษผ้ามาพันมือให้แทน แดดเริ่มร้อนขึ้นลมก็พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ หมวกก็โดนลมพัดแล้วพัดอีก สรุปคือเอาผ้าคลุมหน้าไว้เฉยๆ เอมอรอยากจะหาครีมกันแดดมาใช้แต่แม่อวนบอกเธอว่าบ้านอยู่ไกลจากตลาดเกือบยี่สิบกิโลเมตร ต้องนั่งเรือยนต์หรือไม่ก็ต้องเดินไป ‘ถามหน่อยใครจะเดิ๊น?’ แม่อวนเดินเข้ามาหลังจากผูกควายไว้ให้กินหญ้าอีกที่หนึ่งซึ่งเกี่ยวข้าวออกไปแล้ว แม่อวนเริ่มสอนให้เอมอรใช้เคีย

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 5 ยังไงก็ต้องแต่ง

    แม่อวนไปบ้านพ่อใหญ่ศิลาเพื่อคุยกันเรื่องที่ลูกชายของพ่อใหญ่ศิลาช่วยชีวิตลูกสาวของตนไว้ แม่อวนเกรงว่าชาวบ้านจะเอาไปนินทาจึงจะให้รีบไปสู่ขอโดยเร็ว ซึ่งทั้งสองครอบครัวเคยตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้ลูกทั้งสองคนแต่งงานกัน แต่ติดที่ลูกชายของพ่อใหญ่ศิลาที่ไม่ยอมแต่งด้วย เพราะเขามีคนรักอยู่แล้วแต่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยจึงไม่ไปสู่ขอให้ อีกทั้งกันไม่ชอบเอมอรที่เป็นคนไม่เอาไหน กิริยามารยาทก็เหมือนผู้ชาย งานบ้านงานเรือนก็ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง กันเองมีพี่น้องทั้งหมดหกคนเขาเป็นพี่ชายคนโตตอนนี้อายุย่างเข้ายี่สิบสามปี พ่อกับแม่อยากให้ออกเรือน และเห็นว่าเอมอรมีฐานะดีมีไร่นาหลายสิบไร่พ่อกับแม่จึงได้จับจองไว้เป็นลูกสะใภ้ใหญ่ของบ้าน “จั่งได๋ข่อยกะบ่อแต่ง” (ยังไงผมก็ไม่แต่ง) กันยืนกรานกับพ่อแม่ของตัวเองขณะที่แม่ของฝ่ายหญิงกลับไปแล้ว “จั่งได๋มึงกะต้องแต่ง มึงไปอุ้มลูกสาวเพิ่นแล้ว ลูกเพิ่นเสียหาย” (ยังไงมึงก็ต้องแต่ง มึงไปอุ้มลูกเขาแล้ว ลูกเขาเสียหาย) ศิลาดุลูกชายเสียงแข็ง เขาไม่เคยยอมให้ใครมาต่อว่าถึงเรือนฟรีๆ อีกอย่างพ่อกับแม่ของเขาก็ชอบเอมอรยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยนใ

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 4 เธอเปลี่ยนไป

    อาหารตรงหน้าคือแกงอ่อมหอยใส่ใบชะพลู เอมอรกินแกงอ่อมหอยได้แต่ที่นี่ไม่ได้ใส่กะทิเหมือนที่แม่เคยทำให้กิน ข้าวมีแต่ข้าวเหนียวอันนี้เธอก็ถนัดเพราะพ่อเคยทำให้กินบ่อยๆ เอมอรถามถึงตาแม่บอกว่าตาเสียไปตั้งแต่เธอยังเด็กแล้วก็หาว่าเธอสมองเสื่อมจำเรื่องตาตัวเองไม่ได้ “แม่คะ ใครพาหนูมาที่นี่คะ” สำเนียงไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาจนผู้เป็นแม่ถึงกับมองหน้า “เว้าภาษาอีหยังของมึง มึงตายน้ำจนเป็นบ้าไปแล้วติ มึงเป็นหยังหลายบ่อคือกระแดะมาเว้าไทย” (พูดภาษาอะไรของมึง มึงจมน้ำจนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ มึงเป็นอะไรมากมั้ยทำไมดัดจริตมาพูดไทย)แม่เข้ามาลูบผมเอมอรเบาๆคิดว่าลูกสาวเป็นบ้าไปแล้ว ยายกับแม่มองหน้ากันแล้วมองหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แม่เล่าให้เธอฟังว่า เอมอรเรียนจบแค่ปอสี่เขียนหนังสือไม่ค่อยเป็นเพราะไม่ค่อยตั้งใจเรียน ความจริงแล้วทุกคนที่นี่ฟังภาษาไทยออกแต่แค่พูดไม่ค่อยได้เท่านั้น ถ้าพูดก็จะตกภาษาอีสานไปด้วย ส่วนมากชาวบ้านเรียนจบปอสี่กันทั้งนั้น จบชั้นสูงสุดก็คงจะเป็นปอหกซึ่งมีไม่กี่คน “บักทิดกันกับพ่อมึงนั่นเด้พามา เอามึงใส่เกวียนมา” (ไอ้ทิดกันกับพ่อมึงนั่นไงพา

  • ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ยุค 80   ตอนที่ 3 ทะลุมิติ

    ชายหนุ่มรูปร่างกำยำอุ้มร่างที่ไร้สติขึ้นจากน้ำพอถึงฝั่งก็จับคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่าเพื่อเอาน้ำออกจากปอด จนเธอสำลักน้ำออกมา “อร! อร!” กันวางร่างของเธอลงกับพื้นแล้วเขย่าเบาๆพร้อมกับเรียกชื่ออรซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นชื่อของใคร เธอเริ่มขยับตัวแล้วเอามือกุมที่ศีรษะ เปลือกตายังคงปิดสนิท “พ่อ อรฟื้นแล้ว” สำเนียงและภาษาอีสานที่เขาพูดคล้ายๆกับเสียงพ่อคุยกับลุงของเธอไม่มีผิดเพี้ยน ขนตางอนค่อยๆกระพริบช้าๆก่อนจะปรือตาขึ้นมามองคนตรงหน้า สายตาของเธอยังคงพร่ามัว แต่พอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้านี้ แต่ผิวสีเข้มกว่าที่รู้ๆเขาเป็นคนหล่อ ‘ไม่สิจะมาคิดเรื่องหล่ออะไรตอนนี้ มันไม่ได้นะเขม’แต่เธอจำเขาไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน และเธอยังไม่อยากคิดถึงมันตอนนี้เพราะตอนนี้ในหัวของเธอรู้สึกตื้อไปหมด คนที่เขาเรียกพ่อเดินเข้ามามองดูเธอใกล้ๆ ดูมีอายุกว่าคนที่นั่งข้างๆเธอ ด้วยสายตาที่กังวลระคนห่วงใย “มันเป็นหยังหลายบ่อล่ะอ้ายกัน” (มันเป็นอะไรมากมั้ยพี่กัน) สมควรเอ่ยถามอาการพี่สาว“บ่อน่าเป็นหยังหลาย” (ไม่น่าเป็นอะไรมาก) “กัน เอาอินางอรไปเถียงนาก่อน ถ้าแม่มันฮู้พ่อถูกด่าแน่” (

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status