Masuk
ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลกู้ ตระกูลแพทย์ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นต่างรู้ดีว่าหมอกู้จ้าน หมอหนุ่มสุดหล่ออนาคตไกลมีพันธสัญญากับคนตระกูลเสิ่น เขาถูกผู้ใหญ่วางตัวให้หมั้นหมายกับเสิ่นหว่านอิน ลูกสาวคนเล็กของท่านนายพลเสิ่น ผู้บังคับบัญชากองกำลังปฏิวัติ
เธออายุห่างจากกู้จ้านเกือบสิบปี แถมยังมีรูปร่างอวบอ้วน ใบหน้ากลมกลึงไปด้วยเนื้อแก้ม กระนั้นก็ยังมีเค้าโครงความสวย หากมองดูดีๆ เธอนับว่าเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง เสียก็แต่อวบอ้วนกว่าผู้หญิงทั่วไป สำหรับกู้จ้านแล้วเขาไม่ได้สนใจรูปร่างของเธอสักนิด ต่อให้เธอผอมบางกว่านี้ มันก็ไม่สามารถทำให้เขากลับมาสนใจเธอได้ ด้วยว่าเขามีผู้หญิงที่เขาหลงรักอยู่แล้ว เธอคนนั้นเป็นภรรยาของลูกพี่ลูกน้องเขา นับตั้งแต่สบตากันครั้งแรกเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าเธอคือคนที่เขาตามหามานาน ในตอนที่เธอตอบรับคำเชิญของเขาว่าจะไปดูละครเวทีด้วยกัน เขารู้สึกอิ่มเอมใจมาก คิดว่าถึงอย่างไรเธอก็ต้องขอหย่ากับสามีสักวัน แต่ใครจะคิดเล่าว่า...วันนั้นกลับเป็นเขาเสียเองที่ถูกทอดทิ้ง เธอไม่ยอมมาพบเขา เพราะเลือกที่จะใช้ยามค่ำคืนนั้นอยู่ด้วยกันกับสามี เพราะเสียใจที่ถูกเหมยหลินเมินเฉยความรู้สึก เขาจึงดื่มหนักเพื่อให้ลืมเลือนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอ ระหว่างที่กำลังขาดสติได้ที่ ผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเงยมองหน้าอีกฝ่าย พลันเห็นเป็นใบหน้าของเหมยหลิน เธอกำลังส่งยิ้มมาให้เขาพร้อมเรียกชื่อเขาเสียงหวาน ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปดึงร่างอีกฝ่ายเข้ามาแนบชิด บั้นท้ายกลมกลึงแตะสัมผัสลงบนหน้าตักแกร่ง ลำแขนกำยำโอบรัดร่างนุ่มนิ่มไม่ให้ขยับหนี พายุฝนพัดโหมกระหน่ำ ทำให้ไม่ได้ยินเสียงของกันและกัน ไอเย็นแผ่กระจายไปรอบด้าน มีเพียงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายชายหนุ่มที่พอทำให้เธออบอุ่นได้บ้าง ทั้งสองสบตากันพลันเกิดประกายบางอย่างอยู่ในแววตา สองร่างโผทะยานเข้าหากันอย่างโหยหา ริมฝีปากคมชัดเปล่งเสียงเรียกชื่อหญิงสาวในดวงใจไม่หยุดหย่อน กระทั่งบทรักสุดท้ายจบลง เขาจึงได้หมดสติและหลับไป... แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านม่านสีขาวกระทบลงบนพื้นไม้ขัดเงา สะท้อนไปยังเตียงสี่เสาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง บนนั้นมีสองร่างกำลังนอนกกกอดกันอยู่ เพราะแสงที่สว่างจ้าเกินไป จึงทำให้ร่างนุ่มนิ่มเริ่มขยับตัว ผละใบหน้าออกห่างจากแผงอกกำยำที่กำลังซบอิงอยู่ แพขนตายาวกะพริบถี่ค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า พลางปรับภาพตรงหน้าให้คมชัด และพอเห็นว่าใครนอนอยู่ข้างกาย ร่างอวบอิ่มก็รีบลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ กวาดสายตามองร่างกายเปลือยเปล่าของตนเองและรอบๆ ห้องด้วยความตื่นตระหนก เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างทาง แล้วจากนั้นก็มีรถยนต์คันหนึ่งพุ่งมายังจุดที่เธอนั่งอยู่ " นี่มันอะไรกัน ทำไมฉันอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ " เธอรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่าง ระหว่างที่เธอกำลังแตกตื่น ร่างกำยำก็ค่อยๆ พลิกตัว ครั้นเขาลืมตาตื่นก็ถึงกับผงะด้วยตกใจ " เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง " กู้จานลุกพรวดขึ้น เพ่งสายตามองร่างขาวอวบของหญิงสาวที่เผยให้เห็นเพียงแผ่นไหล่เรียบเนียน คนถูกถามหันมองหน้าอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด เพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร " ฉันสิต้องถามคุณมากกว่า ว่าคุณทำอะไรกับฉันไปบ้าง " ดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะใช่การนอนทั่วไป ที่สำคัญทำไมตัวเธอดูใหญ่ขึ้น แถมหน้าอกก็ใหญ่เกือบเท่าหัวเด็กทั้งที่เมื่อก่อนเล็กเท่าฝาขวดน้ำ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะสิ่งที่เธอสงสัยที่สุดคือเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร กู้จ้านรู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันทีเมื่อจำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ แถมยังเอาแต่เรียกผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยชื่ออื่น " คือฉัน...." เขาไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไร กระอักกระอ่วนเกินกว่าจะบอกว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ " ทำไมไม่ตอบล่ะ " เธอรบเร้าเขาให้พูด เพื่อที่เธอจะได้ทำความเข้าใจ ทว่า.... ยังไม่ทันได้พูดสิ่งใดมากนัก เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงของผู้ชายวัยกลางคนที่พูดขึ้นมาว่า " ลูกสาวฉันอยู่ที่ไหน ไปเรียกหมอกู้มาฉันต้องการพบเขาเดี๋ยวนี้ " " ไม่ได้นะคะ ท่านนายพลขึ้นไปข้างบนไม่ได้นะคะ " หัวหน้าแม่บ้านอาวุโสรีบเข้ามาขวางคนที่ตั้งท่าจะก้าวขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง " ทำไมฉันจะขึ้นไปไม่ได้ ฉันจะไปตามหาลูกสาวฉัน เมื่อวานเธอต้องมาที่นี่ไม่ผิดแน่ " นายพลเสิ่นใช้มือดันหัวหน้าแม่บ้านให้หลีกทาง ก่อนจะพุ่งตัวไปที่ชั้นสองด้วยความรวดเร็ว เมื่อวานลูกสาวเขาบอกว่าอยากนำขนมบ๊ะจ่างมาให้ว่าที่สามีได้ลองชิม เนื่องด้วยเธอได้มีโอกาสลงครัวด้วยตนเองเป็นครั้งแรก จึงอยากให้กู้จ้านได้ลิ้มลองรสชาติขนมที่เธอทำ ซึ่งเขาก็อนุญาตให้เธอมา เพราะเห็นว่าคฤหาสน์ตระกูลกู้กับตระกูลเสิ่นอยู่ไม่ไกลกัน ตอนแรกเขานึกว่าบุตรสาวจะรอให้ฝนหยุดเสียก่อนจึงค่อยกลับ แต่พอเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีทีท่าว่าเสิ่นหว่านอินจะกลับบ้านเสียที เขาร้อนใจอยากออกมาตามหาเธอตั้งแต่เมื่อคืน แต่กลับถูกภรรยาห้ามไว้ อีกฝ่ายบอกว่าเสิ่นหว่านอินไม่ใช่เด็กแล้วย่อมดูแลตนเองได้ ที่สำคัญหากปั่นจักรยานกลับไม่ได้จริง คนสกุลกู้ย่อมให้การช่วยเหลือ หากไม่ไปส่งก็คงให้พักที่นี่สักคืน ดังนั้นพอเห็นพระอาทิตย์ส่องแสง เขาก็รีบบึ่งรถยนต์มาที่นี่ทันที เพื่อมาพาตัวลูกสาวกลับไป ชายวัยกลางคนเดินไปเคาะประตูทุกห้อง จนกระทั่งเห็นห้องหนึ่งแง้มประตูเปิดไว้ เขาร้อนใจจนลืมมารยาทไปหมดสิ้นรีบผลักประตูเปิดเข้าไป และก็ได้เห็นว่าลูกสาวคนเล็กที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าชีวิตนั่งอยู่บนเตียงกับผู้ชายในสภาพไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ " เสิ่นหว่านอิน!" เขาแผดเสียงลั่นจนทุกคนตกใจไปตามๆ กัน โดยเฉพาะเจ้าของชื่อที่สะดุ้งวาบอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นชายวัยกลางคนยืนหน้าแดงก่ำอยู่หน้าประตูกู้จ้านกับเสิ่นหว่านอินถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงของสกุลเจี่ยง เนื่องในโอกาสลูกเขยของอีกฝ่ายได้เลื่อนตำแหน่ง เดิมทีสกุลเจี่ยงกับสกุลเสิ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่แล้ว เสิ่นหว่านอินจึงมาเป็นตัวแทนของพ่อแม่กล่าวคำยินดีให้แก่เจ้าของงานส่วนกู้จ้านรู้จักบุตรสาวคนรองของสกุลเจี่ยง อีกฝ่ายมักแวะไปหาเขาที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธไม่ให้เข้าพบอยู่เรื่อยไป ด้วยว่าสถานะของเขาในตอนนี้ไม่ใช่หนุ่มโสดที่จะให้ใครเข้าพบก็ได้ ถึงแม้ว่าเขากับเสิ่นหว่านอินจะไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องให้เกียรติเธอ และทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา" พร้อมไหม " เขายื่นแขนให้ภรรยาใช้ควงขณะเดินเข้างานเสิ่นหว่านอินยิ้ม ก่อนยกมือนุ่มนิ่มจับที่แขนของสามี วันนี้เธอมาในชุดกี่เพ้าสีชมพูสดใส กระโปรงแหวกขึ้นเหนือหัวเข่าเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน ทรงผมถูกเกล้าขึ้นและประดับด้วยปิ่นไข่มุกที่กู้จ้านเคยซื้อให้ แม้เธอไม่ได้ผอมเพรียวเหมือนผู้หญิงคนอื่นในงาน ทว่าความสวยของเธอกลับทำหลายคนตกตะลึง โดยเฉพาะผู้เป็นสามีที่คอยลอบมองหน้าภรรยาอยู่ตลอดเวลา" ตื่นเต้นจังเลยค่ะ " เธอเง
ร่างนุ่มนิ่มผลักประตูเปิดเข้าไปอย่างเชื่องช้า เธอชะเง้อหน้าเข้าไปก่อน เพื่อให้สามีได้เห็นชัดๆ ว่าเป็นเธอใบหน้าหล่อเหลาเงยมองผู้ที่กำลังก้าวขาเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอารมณ์ใด แม้เป็นเช่นนั้นแต่ใบหน้าของเสิ่นหว่านอินกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงโต๊ะทำงาน ก่อนลากเก้าอี้มานั่ง" วันนี้ฉันอบคุกกี้มาให้คุณด้วยนะคะ " มือเรียวค่อยๆ เปิดปิ่นโตออก ก่อนนำมาจัดเรียงไว้ตรงหน้าผู้เป็นสามี โดยไม่ถามสักคำว่าเขาหิวแล้วหรือยังกู้จ้านยื่นมือไปจับตะเกียบมาถือ " ไม่เอามันหวานเกินไป "เขาไม่ชอบของหวาน ลำพังแค่กินอาหารที่เธอทำ น้ำหนักของเขาก็พุ่งสูงกว่าปกติแล้ว" กินหน่อยนะ ฉันไม่ได้ทำมาบ่อยๆ สักหน่อย " มันเป็นคุกกี้ที่เธอจะทำขาย ดังนั้นจึงอยากได้คำแนะนำจากเขาครั้นเห็นสีหน้าออดอ้อนของภรรยา ชายหนุ่มก็พลันใจอ่อนยวบ อยากยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มนั้น แต่ก็ต้องหักห้ามใจ ด้วยไม่อยากล้ำเส้นที่เคยขีดไว้" ก็ได้ แต่ขอกินข้าวก่อนนะ "เสิ่นหว่านอินพยักหน้าอย่างร่าเริงระหว่างกำลังพูดคุยกันด้วยเรื่องทั่วไปอยู่นั้น ประตูห้องของกู้จ้านก็ค่อยๆ เปิดออก พร้อมร่างสูงใหญ่ที่สวมเสื้อคลุมสีขาวแบบเดียวก
หลังย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์สกุลกู้ ห้องนอนของเสิ่นหว่านอินกับกู้จ้านก็แยกจากกันชัดเจน เขาอยู่ทางปีกซ้าย ส่วนเธออยู่ทางปีกขวา มีบ้างที่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน กระนั้นความสัมพันธ์ก็ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็ว่าได้" คุณชอบทานอาหารอะไรเป็นพิเศษไหมคะ "เธอถามเขา หลังนำน้ำชากับของว่างมาให้บนศาลาที่สามีกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เธอพยายามเข้าหาเขาเพราะไม่มีเพื่อนคุย ในคฤหาสน์หลังนี้นอกจากกู้จ้านแล้วคนอื่นก็ดูเกร็งๆ เวลาอยู่ใกล้เธอแปลกๆ ทำเหมือนว่าเธอจะดุด่าอย่างไรอย่างนั้น" อะไรก็ได้ " กู้จ้านตอบอย่างเฉยชา เขาไม่แม้แต่จะปิดหนังสือเพื่อเงยหน้าขึ้นมาพูดกับภรรยาเสียด้วยซ้ำ ซึ่งสำหรับเสิ่นหว่านอินถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้นชินแล้ว" งั้นวันนี้กินปลาผัดเปรี้ยวหวานดีไหม แล้วก็เพิ่มหมู่ตุ๋นซีอิ๊วด้วยอันหนึ่ง ไม่สิเอาเป็นต้มปลาใส่ผักกาดดองดีกว่า " เธอพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงอาหารที่โปรดปรานเมื่อก่อนเธอเคยเป็นเชฟทำอาหารในภัตตาคารอาหารจีนแห่งหนึ่ง ดังนั้นจึงมีความถนัดในการทำอาหารจีนอยู่มาก ตอนนั้นเธอทำงานจนหัวหมุนไม่มีเวลาได้นั่งพักเสียด้วยซ้ำ แต่พอมาอยู่ใ
ทั้งสองถูกพาตัวมานั่งในห้องรับแขก ร่างกำยำของชายวัยกลางคนกำลังยืนกอดอกจ้องมองปฏิกิริยาของหนุ่มสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่สไตล์คลาสสิกผู้เป็นบุตรสาวนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาบิดา ส่วนชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์นั่งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อนร่างกาย เพราะกำลังครุ่นคิดหาวิธีรับมือกับความโกรธของท่านนายพลเสิ่น" เขาบังคับลูกหรือเปล่า " น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามบุตรสาว แต่สายตากลับจดจ้องไปที่หมอกู้เสิ่นหว่านอินส่ายหน้า " ไม่ค่ะ เขาไม่ได้บังคับหนู "แม้เธอจะยังจำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็มั่นใจว่าเจ้าของร่างนี้ไม่ได้ถูกบังคับขืนใจแน่นอน" หมอกู้ คุณคิดจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง ลูกสาวผมถูกคุณล่วงเกินไปแล้ว แบบนี้ยังจะปฏิเสธการแต่งงานอีกหรือ "สองเดือนก่อนเขาเคยส่งภรรยามาพูดคุยถึงเรื่องแต่งงานกับกู้จ้านว่าจะจัดในช่วงเดือนไหน พออีกฝ่ายได้ฟังก็ปฏิเสธภรรยาเขาเสียงหนักแน่นว่าจะไม่แต่งงานกับลูกสาวเขาในเร็วๆ นี้แน่นอน แถมยังบอกอีกว่าตนเองมีคนรักอยู่แล้วครั้นเขาได้ฟังดังนั้นก็พยายามบอกบุตรสาวให้หักห้ามใจ อย่าได้คาดหวังว่าจะได้แต่งงานกับหมอกู้เด็ดขาด เพราะมีหลายส่วนที่อีกฝ่ายจะไม่ยอมตกลง แม้เขาจะพยายามเกลี้ยกล่อมบุ
ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลกู้ ตระกูลแพทย์ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นต่างรู้ดีว่าหมอกู้จ้าน หมอหนุ่มสุดหล่ออนาคตไกลมีพันธสัญญากับคนตระกูลเสิ่น เขาถูกผู้ใหญ่วางตัวให้หมั้นหมายกับเสิ่นหว่านอิน ลูกสาวคนเล็กของท่านนายพลเสิ่น ผู้บังคับบัญชากองกำลังปฏิวัติเธออายุห่างจากกู้จ้านเกือบสิบปี แถมยังมีรูปร่างอวบอ้วน ใบหน้ากลมกลึงไปด้วยเนื้อแก้ม กระนั้นก็ยังมีเค้าโครงความสวย หากมองดูดีๆ เธอนับว่าเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง เสียก็แต่อวบอ้วนกว่าผู้หญิงทั่วไปสำหรับกู้จ้านแล้วเขาไม่ได้สนใจรูปร่างของเธอสักนิด ต่อให้เธอผอมบางกว่านี้ มันก็ไม่สามารถทำให้เขากลับมาสนใจเธอได้ ด้วยว่าเขามีผู้หญิงที่เขาหลงรักอยู่แล้วเธอคนนั้นเป็นภรรยาของลูกพี่ลูกน้องเขา นับตั้งแต่สบตากันครั้งแรกเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าเธอคือคนที่เขาตามหามานานในตอนที่เธอตอบรับคำเชิญของเขาว่าจะไปดูละครเวทีด้วยกัน เขารู้สึกอิ่มเอมใจมาก คิดว่าถึงอย่างไรเธอก็ต้องขอหย่ากับสามีสักวัน แต่ใครจะคิดเล่าว่า...วันนั้นกลับเป็นเขาเสียเองที่ถูกทอดทิ้ง เธอไม่ยอมมาพบเขา เพราะเลือกที่จะใช้ยามค่ำคืนนั้นอยู่ด้วยกันกับสามีเพราะเสียใจที่ถูกเหมยหลินเมินเฉยความรู้สึก เขาจึงดื่ม







