Beranda / รักโบราณ / ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ / ตอนที่ 4 เตรียมเครื่องปรุง

Share

ตอนที่ 4 เตรียมเครื่องปรุง

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 08:30:38

วันที่สองของการอาศัยที่จวนสกุลโจว เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าติงเซียงเตรียมอ่างล้างหน้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

            “ข้าอาบน้ำตอนเช้าได้หรือไม่” เอ๋ยเอ้ยเอ่ยถามสาวใช้ร่างเล็ก สายตาคาดหวังกับคำตอบอย่างมาก

            ติงเซียงขมวดคิ้วสงสัย ใบหน้างุนงง “อาบได้เจ้าค่ะ แค่ไม่ค่อยมีผู้ใดอาบน้ำตอนเช้ากัน”

            บีลีฟอมยิ้มขบขัน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยต่อทันที

“ถ้าอาบน้ำตอนเช้าได้พวกเราสองคนก็จะอาบทุกวัน อ่อ วันละสองครั้งด้วยนะ เช้าเย็น”

            ติงเซียงฟังคำของบีลีฟ มองหน้าคนทั้งสองแล้วพยักหน้ารับคำ “เจ้าค่ะ ข้าไปเตรียมน้ำอุ่นก่อนนะเจ้าคะ”

            หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวกันแล้ว เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟก็เข้าไปในครัวทันที เมื่อวานฝากติงเซียงบอกคนครัวเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้

            ห้องครัวใหญ่ของจวนสกุลโจวมีวัตถุดิบแทบทุกอย่างให้เลือกสรร ราวกับซูเปอร์มาร์เก็ตในยุคปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน

            บนโต๊ะตัวหนึ่งมีกะละมังใส่ปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกตัดหัว ตัดครีบ ขูดเกล็ด ควักเครื่องในและล้างอย่างสะอาด ด้านข้างมีสับปะรดที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก น้ำตาล เกลือเม็ด ข้าวสาร โหลแก้วและไหเปล่าสองใบ

            หญิงสาวทั้งสองยิ้มแย้มชอบใจ สิ่งที่พวกเธอต้องการถูกเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันตั้งแต่เช้า

            “ดีมาก” เอ๋ยเอ้ยกล่าวชม ทั้งสายตาและริมฝีปากส่งยิ้มจริงใจให้กับติงเซียงและผู้ที่ทำงานในห้องครัว

            บีลีฟเดินไปยังโต๊ะ ดวงตาสุกสกาวราวกับดวงดาราบนฟ้ามองปลาในกะละมังแล้วก็ยิ้มกว้าง

            “รอดแล้ว” มือเรียวก็เริ่มหยิบจับสิ่งของเหล่านั้น “ขอบคุณทุกคนมากๆ นะ” เธอไม่ลืมที่จะพูดขอบคุณก่อนหยิบข้าวสารไปที่กระทะใบใหญ่

            “คุณหนูซิ่นซินจะทำอะไรหรือเจ้าคะ ข้าทำให้” สาวใช้คนหนึ่งรีบก้าวเท้ามาหาด้วยความเร็ว

            บีลีฟตกใจเล็กน้อย ไม่นานนักก็ขำออกมา

“ข้าจะคั่วข้าวสาร ไม่ได้เผาครัวหรอก หรือเจ้าจะช่วยข้าทำ”

            “เจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นั้นรับข้าวสาร นางจุดฟืนใส่เตาอย่างคล่องแคล่วแล้วก็เทข้าวสารใส่กระทะ มือจับตะหลิวคั่วข้าวสารโดยไม่ต้องสอน

            เอ๋ยเอ้ยเห็นดังนั้นก็ไปล้างมือก่อนกลับมาที่โต๊ะ มือบางคว้าโหลแก้วมาวางใกล้ตัว หยิบสับปะรดมาเรียงใส่ในโหลแก้ว ติงเซียง มองด้วยความสนใจเข้ามาเป็นลูกมือด้วยความกระตือรือร้น

            บรรดาผู้ที่ทำงานในครัวก็เข้ามาช่วยทั้งสอง แต่ละคนมีสีหน้าตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ อาหารใหม่ที่พวกเขาไม่เคยลิ้มลอง กรรมวิธีถนอมอาหารรูปแบบใหม่นี้อาจจะประยุกต์นำมาใช้กับวัตถุดิบอื่นๆ ได้

              ไม่นานนักโหลแก้วก็ถูกบรรจุด้วยสับปะรดที่หมักด้วยน้ำตาลและน้ำสะอาด หมักทิ้งไว้หนึ่งเดือนก็จะได้น้ำส้มสายชูที่นำมาประกอบอาหารได้ ส่วนไหสองใบนั้นก็เต็มไปด้วยปลาตัวเล็กที่ถูกคลุกเคล้าด้วยเกลือและข้าวคั่ว ปิดฝาไหสนิททิ้งไว้อย่างน้อยสามเดือนขึ้นไปก็จะกลายเป็นปลาร้า เมนูที่ทำให้ผู้คนน้ำลายสอเจริญอาหาร

            “เรียบร้อยไปหนึ่งอย่าง” เอ๋ยเอ้ยสบตากับบีลีฟอย่างมีความสุข

            “เดี๋ยวพอได้น้ำส้มสายชูก็แบ่งเอามาทำกระเทียมดอง ปลาร้าแบ่งมาทำน้ำปลา ไม่อยากจะนึกถึงวันที่ทำเสร็จทุกอย่างเลย ฟินสุด”

บีลีฟคิดถึงภาพอาหารต่างๆ ลอยตรงหน้าก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที

            “วันนี้ทำอะไรกินดี”

            เอ๋ยเอ้ยเดินสำรวจรอบห้องครัว ผ่านไปชั่วพริบตาสองมือก็ถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยผักและเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด

            “กุ้งทอดกระเทียม ไก่ผัดพริกหม่าล่า หมูผัดเปรี้ยวหวาน เนื้อผัดน้ำมันหอย ผัดถั่วแขก ซุปหัวไชเท้า” เธอบอกกับบีลีฟราวกับเตรียมทำอาหารสำหรับเลี้ยงโต๊ะจีน

            มากเกินไปแล้ว !

            เอ๋ยเอ้ยเห็นสีหน้าเพื่อนสาวก็เดาความหมายของอีกฝ่ายออก “ทำเผื่อท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นๆ ด้วยไง ไม่มากไปหรอก”

            มุมปากบีลีฟยกขึ้นเล็กน้อย “งั้นก็เพิ่มปลานึ่งซีอิ๊ว ยำเห็ดหูหนูดำ มะเขือเทศผัดไข่ด้วย จะได้ครบเก้าอย่าง เลขมงคลพอดี”

            “ได้” เอ๋ยเอ้ยพยักหน้ารับ

หลังจากนั้นพวกเธอและคนอื่นๆ ที่อยู่ในครัวต่างก็ลงมือทำเมนูดังกล่าว บางอย่างก็เป็นอาหารที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่บางอย่างพวกเขาก็ไม่เคยได้ยิน ทำได้แค่เพียงมองเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟลงมือทำด้วยความตั้งใจ

            เมื่อหญิงสาวทั้งสอง ติงเซียงและสาวใช้คนอื่นๆ ยกสำรับไปจัดวางที่โต๊ะ โจวฮูหยินหรือต้วนหยาอันก็เรียกพวกเธอไปพบพอดี

            เพราะเมื่อข่าวแพร่กระจายไปว่าโจวโหวหยวนรับบุตรสาวบุญธรรมมาเลี้ยงดู บรรดาฮูหยินแต่ละตระกูลต่างก็รีบมาทักทายทำความรู้จัก

            พวกนางเห็นอาหารที่ถูกจัดแต่งบนจานอย่างประณีตต่างก็ลอบกลืนน้ำลายอย่างอดไม่อยู่ อาหารทุกจานนอกจากจะสวยงามถูกตาแล้ว กลิ่นก็หอมยั่วให้ร่างกายหลั่งน้ำลายน้ำย่อยอย่างควบคุมไม่ได้

            ต้วนหยาอันยิ้มแย้ม มองบีลีฟและเอ๋ยเอ้ยด้วยความเอ็นดู

“ซิ่นซิน อ๋ายอ้าย พวกเจ้าทำความเคารพบรรดาฮูหยินด้วยนะ แล้วก็แนะนำอาหารที่พวกเจ้าปรุงด้วย” นางเปิดโอกาสให้บุตรบุญธรรมทั้งสองแสดงความสามารถของตนเองโดยไม่ปิดบัง

            เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อได้รับโอกาสก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไป เรื่องนำเสนอขอให้บอก พูดแนะนำโน้มน้าวพวกเธอไม่เคยพลาด ถือว่าเป็นมืออาชีพก็ว่าได้

            เมื่อคืนพวกเธอพูดคุยกันแล้วว่าอยากเปิดร้านอาหารไทย-จีนที่ยุคนี้ แม้ว่าเครื่องปรุงน้ำยำตำดองจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่เมนูอื่นๆ รับรองว่าไม่ผิดหวัง หญิงสาวทั้งสองจึงแนะนำด้วยความกระตือรือร้น

            หลังจากนั้นไม่นาน โจวโหวหยวนก็ออกมาจากห้องหนังสือ เขาเห็นท่าทางและการพูดที่มั่นใจของบุตรบุญธรรมก็อดที่จะมาร่วมฟังด้วยไม่ได้ สายตาเหลือบมองหาตะเกียบอย่างว่องไว

            อาหารเมืองอิ๋นตูยุคโบราณที่ส่วนใหญ่มีรสชาติเค็มกับจืด เมื่อโจวโหวหยวน ต้วนหยาอันและบรรดาฮูหยินตระกูลต่างๆ ได้ชิมฝีมือการปรุงรสของเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟ ‘เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม’ กลมกล่อมกำลังดี ทำให้แต่ละคนต่างลืมสำรวมกิริยา กินอาหารตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อย

            “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” บีลีฟเลียบเคียงถาม แววตาประกายสว่างไสวรอคำตอบที่จะได้รับ

            “อร่อย” “อร่อยมาก” “ยอดเยี่ยม”

คำตอบที่ได้รับไม่เกินความคาดหมาย พวกเธอทั้งสองตั้งใจแล้วว่าหลังจากวันนี้ไปต้องปรับปรุงสูตรอาหารให้ถูกปากของคนที่นี่ยิ่งขึ้น  

            “ฝีมือดีเช่นนี้ หากตระกูลข้าได้พวกนางเป็นสะใภ้คงดีไม่ใช่น้อย” กงฮูหยินเอ่ยปากถึงวัตถุประสงค์ของการมาเป็นคนแรก

            ฮูหยินตระกูลอื่นมองนางด้วยความหมั่นไส้ การเริ่มพูดโดยไม่ปรึกษาผู้ใด ใช้ได้ที่ไหนกัน

            โจวโหวหยวนรีบลุกขึ้นขอตัวลา เขาปล่อยให้ต้วนหยาอันเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นี้ด้วยตัวคนเดียว เรื่องแบบนี้นางมีประสบการณ์มานักต่อนักแล้ว

            “แหม ท่านพี่ล่ะก็ ข้าเพิ่งรับลูกสาวมาอยู่ด้วย พวกท่านจะให้นางจากอ้อมอกข้ารวดเร็วเช่นนี้ ไม่เห็นใจข้าบ้างหรือไร ข้ากับท่านโจวไม่มีบุตรเป็นของตัวเอง รับพวกนางมาเลี้ยงก็อยากให้พวกนางอยู่ด้วยกันนานกว่านี้หน่อย” ต้วนหยาอันเริ่มเปิดปากอย่างมีชั้นเชิง

            “ใช่เจ้าค่ะ ข้าเพิ่งมาอยู่ได้วันเดียว ต้องอยู่กับท่านพ่อท่านแม่นานๆ จะได้แสดงความกตัญญูมากกว่านี้”

            “จริงเจ้าค่ะ พวกข้ายังมีสิ่งอื่นอยากทำมากกว่าออกเรือน และอยากให้ท่านพ่อท่านแม่เห็นข้าสองคนประสบความสำเร็จก่อน จากนั้นถึงจะออกเรือนได้อย่างสบายใจ”

            หญิงสาวทั้งสองตอบรับพร้อมเพรียงราวกับเตี๊ยมกันไว้

            ต้วนหยาอันได้ฟังก็อมยิ้ม ไม่เสียแรงที่สามีรับพวกนางมาเป็นบุตรบุญธรรม ฉลาดช่างเจรจา กตัญญูเสียจริง

            “พวกท่านคงต้องให้บุตรชายหลานชายของตระกูลมาเกี้ยวพวกนางด้วยตนเอง หากบุตรสาวข้าไม่ตกหลุมรักผู้ใด ก็คงไม่คิดออกเรือนแน่”

นางพูดให้ความหวังของแขกเหรื่อที่กำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด

            “จริงด้วย ลูกชายตัวดีของข้าจะมีหวังหรือไม่นะ ข้าต้องไปเคี่ยวเข็ญเสียแล้ว” ฮูหยินตระกูลเต๋อพูดออกมาพลางส่ายศีรษะเอือมระอา

            ท่าทางเช่นนี้ทำให้เหล่าฮูหยินที่นั่งตรงนั้นหัวเราะออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย ในใจของพวกนางกำลังคิดหาวิธีให้ลูกหลานตระกูลของตนอย่างเงียบๆ

            กลับไปต้องวางแผนดีๆ เสียแล้ว

            หลังจากแขกเหรื่อทยอยกลับ ต้วนหยาอันก็รั้งเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟให้อยู่พูดคุยกันต่อสักพัก

            “ซิ่นซิน อ๋ายอ้าย พวกเจ้าอยากเรียนสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่” สายตาอ่อนโยนมองหญิงสาวทั้งสอง

            บีลีฟเปิดกระเป๋าสะพายของตน หยิบกระดาษที่จดเมื่อคืนเปิดกางออก

“ท่านแม่ ข้าสองคนอยากเรียนพู่กัน ดีดพิณกู่ฉิน เล่นหมาก ขี่ม้าเจ้าค่ะ”

            “พวกเจ้าช่างขยันยิ่งนัก สิ่งเหล่านี้สมควรรู้ไว้อย่างยิ่ง เช่นนั้นข้าจะบอกบิดาของพวกเจ้าให้จัดการหาอาจารย์มาให้ อ่อ แล้วเรื่องเย็บปักถักร้อยกับแต่งกลอนล่ะ”

            เอ๋ยเอ้ยหัวเราะแห้ง

“เย็บปักถักร้อยพอทำได้ในระดับพื้นฐาน แบบพื้นฐานสุดๆ เจ้าค่ะ ส่วนแต่งกลอนปล่อยไปเถอะเจ้าค่ะ ยากเกินความสามารถของข้า”

            บีลีฟยิ้มหวาน “แต่งกลอนกับทำผม ข้าว่ายากพอกันเลยเจ้าค่ะ”

            “พวกเจ้านี่นะ” ต้วนหยาอันอดขำไม่ได้

“เอาเถอะๆ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างหรอก แค่ทำในสิ่งที่ชอบให้ดีที่สุดก็พอ”

            “เจ้าค่ะ” “ยอดเยี่ยมเลยเจ้าค่ะ”

หญิงสาวทั้งสองตอบรับแทบจะพร้อมเพรียงกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 6 แอบดู

    “จะเปิดดูทุกไหเลยหรือไม่” เอ๋ยเอ้ยถามฝูเทียนเหวินด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ทำให้มองไม่ออกถึงเป้าหมายที่แท้จริง ฝูเทียนเหวินกลั้นหายใจปั้นหน้าเคร่งขรึม“นี่เจ้าจะหลอกใช้ข้าสินะ เฮอะ ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก” เขาเก็บดาบเตรียมชวนเสวียนอิงจากไป “เดี๋ยวสิ” มือเรียวของบีลีฟดึงแขนเสื้อของเสวียนอิง“ไม่คิดจะรับผิดชอบเลยหรือ นิสัยไม่ดีเลยนะ” เสวียนอิงมองมือหญิงสาวที่ดึงแขนเสื้อตน เขาอยากไปจากตรงนี้เร็วๆ หนีให้ไกลจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ “จะให้พว

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 5 เปิดไห

    หลังจากวันนั้น จวนสกุลโจวก็มีบรรดาแม่สื่อและบุรุษมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนแทบทุกวัน ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครได้พบหน้าบุตรบุญธรรมของโจวโหวหยวนเลยสักคน เพราะต้วนหยาอันได้สั่งให้ผู้เฝ้าประตูบอกแขกเหรื่อที่ไม่ได้เชื้อเชิญเหล่านั้นว่าบุตรสาวทั้งสองอยู่ในช่วงศึกษาความรู้ในศาสตร์แขนงต่างๆ ได้ยินข้อความดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใดขุ่นข้องหมองใจ แต่ละคนกลับมีใจอยากเอาชนะได้ผูกมิตรเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลโจวมากยิ่งขึ้น ในช่วงเช้าของวันหนึ่งที่ไม่มีวิชาเรียน เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟปรึกษากันอย่างจริงจัง “อีกไม่กี่วันจะเปิดไหปลาร้าแล้ว น้ำส้มสายชู กระเทียมดอง แหนมซี่โครง แหนมหมู แหนมเห็ด แหนมเอ็นข้อไก่ตอนนี้มีครบ น้ำปลายังไม่มีแต่ก็ใช้เกลือกับซีอิ๋วขาวแทนได้ เท่ากับว่าเราเตรียมเปิดร้านได้แล้วนะ”บีลีฟตวัดข้อมือลงปลายพู่กันด้วยความชำนาญ เรียนมาหลายเดือน หัดคัดทุกวันจนตอนนี้สามารถตวัดปลายพู่กันเขียนตัวอักษรต่อเนื่องกันโดยแทบไม่ต้องยกมือขึ้นก็ยังได้ “ดีที่เราหมักเครื่องปรุงเพิ่มตลอด ไม่ต้องกลัวของหมด เช่นนั้นเราก็ไปเดินเล่นตลาดกันดีกว่า เผื่อเจอทำเลที่เหมาะกับการเ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 4 เตรียมเครื่องปรุง

    วันที่สองของการอาศัยที่จวนสกุลโจว เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าติงเซียงเตรียมอ่างล้างหน้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว “ข้าอาบน้ำตอนเช้าได้หรือไม่” เอ๋ยเอ้ยเอ่ยถามสาวใช้ร่างเล็ก สายตาคาดหวังกับคำตอบอย่างมาก ติงเซียงขมวดคิ้วสงสัย ใบหน้างุนงง “อาบได้เจ้าค่ะ แค่ไม่ค่อยมีผู้ใดอาบน้ำตอนเช้ากัน” บีลีฟอมยิ้มขบขัน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยต่อทันที“ถ้าอาบน้ำตอนเช้าได้พวกเราสองคนก็จะอาบทุกวัน อ่อ วันละสองครั้งด้วยนะ เช้าเย็น” ติงเซียงฟังคำของบีลีฟ มองหน้าคนทั้งสองแล้วพ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 3 เข้าจวนสกุลโจว

    จวนสกุลโจวหากมองจากกำแพงภายนอกอาจดูไม่ใหญ่โตเท่าใดนัก แต่เมื่อเข้ามาด้านในกลับพบว่าบริเวณกว้างขวางอย่างมาก มีเรือนเล็กใหญ่หลายหลัง โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้ สวนไผ่ สวนหินและสระน้ำหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีน้ำตกขนาดย่อมอยู่ภายในจวน ช่างสวยงามยิ่งนัก“นายท่านพาบุตรบุญธรรมกลับมาแล้ว” เสียงของบรรดาสาวใช้พูดคุยกันขณะที่มองบีลีฟและเอ๋ยเอ้ยด้วยความตื่นเต้น“เอ่อ พวกนาง ปกติใช่หรือไม่”จากเสียงที่ดังกลายเป็นเสียงกระซิบเมื่อเห็นทรงผมและกระเป๋าสะพายข้างของหญิงสาวทั้งสองเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟได้ยิน พวกเธอหันมองหน้ากันแล้วก็ส่งยิ้มหวานให้พวกสาวใช้ประหนึ่งว่าตนเองเป็นนางงามที่ได้รับมงกุฎและสายสะพาย ในใจพลางคิด เดี๋ยวรอให้ทำผมเป็นก่อนเถอะ จะเป็นคนสวยแบบปกติให้ดูสองสา

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 2 บุตรบุญธรรม

    เมื่อออกมาที่ประตูใหญ่หน้าวัด เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รับรู้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน ถนนคอนกรีตกลายเป็นทางลูกรัง ร้านค้าและสวนหย่อมบริเวณหน้าวัดหายไป เหลือเพียงแต่ต้นไม้กอหญ้าที่ขึ้นข้างทาง มองบนถนนจนสุดสายตาก็เห็นรถม้าวิ่งสวนกันด้วยความเร็ว“ซวยแล้ว” บีลีฟสบถอย่างลืมตัว เธอหันมองเอ๋ยเอ้ยที่ยืนนิ่งเงียบด้วยความตกใจ “เอาไงดี”เอ๋ยเอ้ยยืนเม้มปากใบหน้าซีดขาว “เข้าวัดกันก่อนดีกว่า”สถานการณ์เช่นนี้อย่างไรก็ต้องพึ่งวัดพวกเธอกลับเข้าไปในวัดอีกรอบ เดินหาพระภิกษุกับแม่ชีที่พบเจอเพื่อซักถาม พอจับต้นชนปลายได้ก็เข่าอ่อนเหมือนคนสิ้นหวัง“แก ฮือ เข้าส้วมแป๊บเดียวย้อนมายุคโบราณเฉยเลย”“ฮือ ทำไงดี ที่นี่ไม่มีซีรีส์ ไม่มีแอร์ ไม่มีห้าง ไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ท่องโลกกว้าง” ทั้งสองกอดกันแล้วทรุดนั่งร้อ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ย้อนเวลามากะทันหัน

    คอนโดมิเนียมโครงการหรูข้างมหาวิทยาลัยเมืองอิ๋นตูณ ห้อง A 19 – 2 ห้องพักขนาดใหญ่ 3 ห้องนอน 1 ห้องรับแขก ภายในแต่ละห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับต่างๆ ล้วนมีราคาแพง บ่งบอกถึงรสนิยมเจ้าของห้องได้อย่างดีเจ้าของห้องนี้เป็นหญิงสาวสองคนที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเมืองอิ๋นตูได้ไม่ถึงสามเดือน แม้ตอนนี้พวกเธออยู่ในระหว่างหางานทำ แต่ก็ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ทั้งสองใช้จ่ายเงินของครอบครัวอย่างฟุ่มเฟือยถึงหญิงสาวทั้งสองจะใช้จ่ายมากเพียงใด คนในครอบครัวก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่เพียงนิดเดียว ไม่ใช่เพราะพวกเธอเป็นลูกสาวหรือหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูล แต่เพราะเป็นบุตรหลานที่อยู่นอกสายตา คนในตระกูลรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเธอมีมากเสียจนไม่สามารถนับนิ้วมือรวมกับนิ้วเท้าได้ ดีที่ธุรกิจของตระกูลอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศ กำไรมากมายมหาศาล ทำให้สามารถส่งลูกหลานแต่ละคนไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็ก ไม่กลับประเทศก็ไม่มีใคร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status