Beranda / รักโบราณ / ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ / ตอนที่ 4 เตรียมเครื่องปรุง

Share

ตอนที่ 4 เตรียมเครื่องปรุง

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 08:30:38

วันที่สองของการอาศัยที่จวนสกุลโจว เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าติงเซียงเตรียมอ่างล้างหน้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

            “ข้าอาบน้ำตอนเช้าได้หรือไม่” เอ๋ยเอ้ยเอ่ยถามสาวใช้ร่างเล็ก สายตาคาดหวังกับคำตอบอย่างมาก

            ติงเซียงขมวดคิ้วสงสัย ใบหน้างุนงง “อาบได้เจ้าค่ะ แค่ไม่ค่อยมีผู้ใดอาบน้ำตอนเช้ากัน”

            บีลีฟอมยิ้มขบขัน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยต่อทันที

“ถ้าอาบน้ำตอนเช้าได้พวกเราสองคนก็จะอาบทุกวัน อ่อ วันละสองครั้งด้วยนะ เช้าเย็น”

            ติงเซียงฟังคำของบีลีฟ มองหน้าคนทั้งสองแล้วพยักหน้ารับคำ “เจ้าค่ะ ข้าไปเตรียมน้ำอุ่นก่อนนะเจ้าคะ”

            หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวกันแล้ว เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟก็เข้าไปในครัวทันที เมื่อวานฝากติงเซียงบอกคนครัวเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้

            ห้องครัวใหญ่ของจวนสกุลโจวมีวัตถุดิบแทบทุกอย่างให้เลือกสรร ราวกับซูเปอร์มาร์เก็ตในยุคปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน

            บนโต๊ะตัวหนึ่งมีกะละมังใส่ปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ถูกตัดหัว ตัดครีบ ขูดเกล็ด ควักเครื่องในและล้างอย่างสะอาด ด้านข้างมีสับปะรดที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก น้ำตาล เกลือเม็ด ข้าวสาร โหลแก้วและไหเปล่าสองใบ

            หญิงสาวทั้งสองยิ้มแย้มชอบใจ สิ่งที่พวกเธอต้องการถูกเตรียมไว้อย่างพิถีพิถันตั้งแต่เช้า

            “ดีมาก” เอ๋ยเอ้ยกล่าวชม ทั้งสายตาและริมฝีปากส่งยิ้มจริงใจให้กับติงเซียงและผู้ที่ทำงานในห้องครัว

            บีลีฟเดินไปยังโต๊ะ ดวงตาสุกสกาวราวกับดวงดาราบนฟ้ามองปลาในกะละมังแล้วก็ยิ้มกว้าง

            “รอดแล้ว” มือเรียวก็เริ่มหยิบจับสิ่งของเหล่านั้น “ขอบคุณทุกคนมากๆ นะ” เธอไม่ลืมที่จะพูดขอบคุณก่อนหยิบข้าวสารไปที่กระทะใบใหญ่

            “คุณหนูซิ่นซินจะทำอะไรหรือเจ้าคะ ข้าทำให้” สาวใช้คนหนึ่งรีบก้าวเท้ามาหาด้วยความเร็ว

            บีลีฟตกใจเล็กน้อย ไม่นานนักก็ขำออกมา

“ข้าจะคั่วข้าวสาร ไม่ได้เผาครัวหรอก หรือเจ้าจะช่วยข้าทำ”

            “เจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นั้นรับข้าวสาร นางจุดฟืนใส่เตาอย่างคล่องแคล่วแล้วก็เทข้าวสารใส่กระทะ มือจับตะหลิวคั่วข้าวสารโดยไม่ต้องสอน

            เอ๋ยเอ้ยเห็นดังนั้นก็ไปล้างมือก่อนกลับมาที่โต๊ะ มือบางคว้าโหลแก้วมาวางใกล้ตัว หยิบสับปะรดมาเรียงใส่ในโหลแก้ว ติงเซียง มองด้วยความสนใจเข้ามาเป็นลูกมือด้วยความกระตือรือร้น

            บรรดาผู้ที่ทำงานในครัวก็เข้ามาช่วยทั้งสอง แต่ละคนมีสีหน้าตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ อาหารใหม่ที่พวกเขาไม่เคยลิ้มลอง กรรมวิธีถนอมอาหารรูปแบบใหม่นี้อาจจะประยุกต์นำมาใช้กับวัตถุดิบอื่นๆ ได้

              ไม่นานนักโหลแก้วก็ถูกบรรจุด้วยสับปะรดที่หมักด้วยน้ำตาลและน้ำสะอาด หมักทิ้งไว้หนึ่งเดือนก็จะได้น้ำส้มสายชูที่นำมาประกอบอาหารได้ ส่วนไหสองใบนั้นก็เต็มไปด้วยปลาตัวเล็กที่ถูกคลุกเคล้าด้วยเกลือและข้าวคั่ว ปิดฝาไหสนิททิ้งไว้อย่างน้อยสามเดือนขึ้นไปก็จะกลายเป็นปลาร้า เมนูที่ทำให้ผู้คนน้ำลายสอเจริญอาหาร

            “เรียบร้อยไปหนึ่งอย่าง” เอ๋ยเอ้ยสบตากับบีลีฟอย่างมีความสุข

            “เดี๋ยวพอได้น้ำส้มสายชูก็แบ่งเอามาทำกระเทียมดอง ปลาร้าแบ่งมาทำน้ำปลา ไม่อยากจะนึกถึงวันที่ทำเสร็จทุกอย่างเลย ฟินสุด”

บีลีฟคิดถึงภาพอาหารต่างๆ ลอยตรงหน้าก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที

            “วันนี้ทำอะไรกินดี”

            เอ๋ยเอ้ยเดินสำรวจรอบห้องครัว ผ่านไปชั่วพริบตาสองมือก็ถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยผักและเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด

            “กุ้งทอดกระเทียม ไก่ผัดพริกหม่าล่า หมูผัดเปรี้ยวหวาน เนื้อผัดน้ำมันหอย ผัดถั่วแขก ซุปหัวไชเท้า” เธอบอกกับบีลีฟราวกับเตรียมทำอาหารสำหรับเลี้ยงโต๊ะจีน

            มากเกินไปแล้ว !

            เอ๋ยเอ้ยเห็นสีหน้าเพื่อนสาวก็เดาความหมายของอีกฝ่ายออก “ทำเผื่อท่านพ่อท่านแม่และคนอื่นๆ ด้วยไง ไม่มากไปหรอก”

            มุมปากบีลีฟยกขึ้นเล็กน้อย “งั้นก็เพิ่มปลานึ่งซีอิ๊ว ยำเห็ดหูหนูดำ มะเขือเทศผัดไข่ด้วย จะได้ครบเก้าอย่าง เลขมงคลพอดี”

            “ได้” เอ๋ยเอ้ยพยักหน้ารับ

หลังจากนั้นพวกเธอและคนอื่นๆ ที่อยู่ในครัวต่างก็ลงมือทำเมนูดังกล่าว บางอย่างก็เป็นอาหารที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่บางอย่างพวกเขาก็ไม่เคยได้ยิน ทำได้แค่เพียงมองเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟลงมือทำด้วยความตั้งใจ

            เมื่อหญิงสาวทั้งสอง ติงเซียงและสาวใช้คนอื่นๆ ยกสำรับไปจัดวางที่โต๊ะ โจวฮูหยินหรือต้วนหยาอันก็เรียกพวกเธอไปพบพอดี

            เพราะเมื่อข่าวแพร่กระจายไปว่าโจวโหวหยวนรับบุตรสาวบุญธรรมมาเลี้ยงดู บรรดาฮูหยินแต่ละตระกูลต่างก็รีบมาทักทายทำความรู้จัก

            พวกนางเห็นอาหารที่ถูกจัดแต่งบนจานอย่างประณีตต่างก็ลอบกลืนน้ำลายอย่างอดไม่อยู่ อาหารทุกจานนอกจากจะสวยงามถูกตาแล้ว กลิ่นก็หอมยั่วให้ร่างกายหลั่งน้ำลายน้ำย่อยอย่างควบคุมไม่ได้

            ต้วนหยาอันยิ้มแย้ม มองบีลีฟและเอ๋ยเอ้ยด้วยความเอ็นดู

“ซิ่นซิน อ๋ายอ้าย พวกเจ้าทำความเคารพบรรดาฮูหยินด้วยนะ แล้วก็แนะนำอาหารที่พวกเจ้าปรุงด้วย” นางเปิดโอกาสให้บุตรบุญธรรมทั้งสองแสดงความสามารถของตนเองโดยไม่ปิดบัง

            เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อได้รับโอกาสก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไป เรื่องนำเสนอขอให้บอก พูดแนะนำโน้มน้าวพวกเธอไม่เคยพลาด ถือว่าเป็นมืออาชีพก็ว่าได้

            เมื่อคืนพวกเธอพูดคุยกันแล้วว่าอยากเปิดร้านอาหารไทย-จีนที่ยุคนี้ แม้ว่าเครื่องปรุงน้ำยำตำดองจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่เมนูอื่นๆ รับรองว่าไม่ผิดหวัง หญิงสาวทั้งสองจึงแนะนำด้วยความกระตือรือร้น

            หลังจากนั้นไม่นาน โจวโหวหยวนก็ออกมาจากห้องหนังสือ เขาเห็นท่าทางและการพูดที่มั่นใจของบุตรบุญธรรมก็อดที่จะมาร่วมฟังด้วยไม่ได้ สายตาเหลือบมองหาตะเกียบอย่างว่องไว

            อาหารเมืองอิ๋นตูยุคโบราณที่ส่วนใหญ่มีรสชาติเค็มกับจืด เมื่อโจวโหวหยวน ต้วนหยาอันและบรรดาฮูหยินตระกูลต่างๆ ได้ชิมฝีมือการปรุงรสของเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟ ‘เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม’ กลมกล่อมกำลังดี ทำให้แต่ละคนต่างลืมสำรวมกิริยา กินอาหารตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อย

            “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” บีลีฟเลียบเคียงถาม แววตาประกายสว่างไสวรอคำตอบที่จะได้รับ

            “อร่อย” “อร่อยมาก” “ยอดเยี่ยม”

คำตอบที่ได้รับไม่เกินความคาดหมาย พวกเธอทั้งสองตั้งใจแล้วว่าหลังจากวันนี้ไปต้องปรับปรุงสูตรอาหารให้ถูกปากของคนที่นี่ยิ่งขึ้น  

            “ฝีมือดีเช่นนี้ หากตระกูลข้าได้พวกนางเป็นสะใภ้คงดีไม่ใช่น้อย” กงฮูหยินเอ่ยปากถึงวัตถุประสงค์ของการมาเป็นคนแรก

            ฮูหยินตระกูลอื่นมองนางด้วยความหมั่นไส้ การเริ่มพูดโดยไม่ปรึกษาผู้ใด ใช้ได้ที่ไหนกัน

            โจวโหวหยวนรีบลุกขึ้นขอตัวลา เขาปล่อยให้ต้วนหยาอันเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นี้ด้วยตัวคนเดียว เรื่องแบบนี้นางมีประสบการณ์มานักต่อนักแล้ว

            “แหม ท่านพี่ล่ะก็ ข้าเพิ่งรับลูกสาวมาอยู่ด้วย พวกท่านจะให้นางจากอ้อมอกข้ารวดเร็วเช่นนี้ ไม่เห็นใจข้าบ้างหรือไร ข้ากับท่านโจวไม่มีบุตรเป็นของตัวเอง รับพวกนางมาเลี้ยงก็อยากให้พวกนางอยู่ด้วยกันนานกว่านี้หน่อย” ต้วนหยาอันเริ่มเปิดปากอย่างมีชั้นเชิง

            “ใช่เจ้าค่ะ ข้าเพิ่งมาอยู่ได้วันเดียว ต้องอยู่กับท่านพ่อท่านแม่นานๆ จะได้แสดงความกตัญญูมากกว่านี้”

            “จริงเจ้าค่ะ พวกข้ายังมีสิ่งอื่นอยากทำมากกว่าออกเรือน และอยากให้ท่านพ่อท่านแม่เห็นข้าสองคนประสบความสำเร็จก่อน จากนั้นถึงจะออกเรือนได้อย่างสบายใจ”

            หญิงสาวทั้งสองตอบรับพร้อมเพรียงราวกับเตี๊ยมกันไว้

            ต้วนหยาอันได้ฟังก็อมยิ้ม ไม่เสียแรงที่สามีรับพวกนางมาเป็นบุตรบุญธรรม ฉลาดช่างเจรจา กตัญญูเสียจริง

            “พวกท่านคงต้องให้บุตรชายหลานชายของตระกูลมาเกี้ยวพวกนางด้วยตนเอง หากบุตรสาวข้าไม่ตกหลุมรักผู้ใด ก็คงไม่คิดออกเรือนแน่”

นางพูดให้ความหวังของแขกเหรื่อที่กำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด

            “จริงด้วย ลูกชายตัวดีของข้าจะมีหวังหรือไม่นะ ข้าต้องไปเคี่ยวเข็ญเสียแล้ว” ฮูหยินตระกูลเต๋อพูดออกมาพลางส่ายศีรษะเอือมระอา

            ท่าทางเช่นนี้ทำให้เหล่าฮูหยินที่นั่งตรงนั้นหัวเราะออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย ในใจของพวกนางกำลังคิดหาวิธีให้ลูกหลานตระกูลของตนอย่างเงียบๆ

            กลับไปต้องวางแผนดีๆ เสียแล้ว

            หลังจากแขกเหรื่อทยอยกลับ ต้วนหยาอันก็รั้งเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟให้อยู่พูดคุยกันต่อสักพัก

            “ซิ่นซิน อ๋ายอ้าย พวกเจ้าอยากเรียนสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่” สายตาอ่อนโยนมองหญิงสาวทั้งสอง

            บีลีฟเปิดกระเป๋าสะพายของตน หยิบกระดาษที่จดเมื่อคืนเปิดกางออก

“ท่านแม่ ข้าสองคนอยากเรียนพู่กัน ดีดพิณกู่ฉิน เล่นหมาก ขี่ม้าเจ้าค่ะ”

            “พวกเจ้าช่างขยันยิ่งนัก สิ่งเหล่านี้สมควรรู้ไว้อย่างยิ่ง เช่นนั้นข้าจะบอกบิดาของพวกเจ้าให้จัดการหาอาจารย์มาให้ อ่อ แล้วเรื่องเย็บปักถักร้อยกับแต่งกลอนล่ะ”

            เอ๋ยเอ้ยหัวเราะแห้ง

“เย็บปักถักร้อยพอทำได้ในระดับพื้นฐาน แบบพื้นฐานสุดๆ เจ้าค่ะ ส่วนแต่งกลอนปล่อยไปเถอะเจ้าค่ะ ยากเกินความสามารถของข้า”

            บีลีฟยิ้มหวาน “แต่งกลอนกับทำผม ข้าว่ายากพอกันเลยเจ้าค่ะ”

            “พวกเจ้านี่นะ” ต้วนหยาอันอดขำไม่ได้

“เอาเถอะๆ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างหรอก แค่ทำในสิ่งที่ชอบให้ดีที่สุดก็พอ”

            “เจ้าค่ะ” “ยอดเยี่ยมเลยเจ้าค่ะ”

หญิงสาวทั้งสองตอบรับแทบจะพร้อมเพรียงกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (2)

    “เอ่อ สตรีในจวนใต้เท้า ใช่ว่าข้าจะไม่สนใจ” เขาพูดอ้อมแอ้ม ท่าทางเคอะเขินจนจับสังเกตได้ “หา พี่ชายข้าสนใจสตรีด้วยหรือ” เยว่ชุนน้องชายอุทานด้วยความตื่นเต้น “ข้าอยากเห็นจังว่าสตรีนางใดทำให้ภูเขาน้ำแข็งคนนี้หวั่นไหวได้” “เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่” ผู้เป็นมารดาหรี่ตาจับผิดบุตรชายบ้านตน “เอ่อ อันที่จริงข้าก็พานางมาที่นี่ด้วย เพียงแต่คืนนี้ให้นางพักที่โรงเตี๊ยม” เยว่ชิวตอบ ใบหูเริ่มแดงชัดเจน “ข้าอยากเห็นๆ” เยว่ชุนร้องโวยวายไม่ต่างจากเด็กน้อย&n

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (1)

    ความเดิมตอนที่แล้ว“ฮือ ฮือ ฮือ”เสียงร้องไห้ทั้งวันและเกือบทุกวันของติงเซียงรบกวนโสตประสาทของเยว่ชิว ชายหน้านิ่งที่ถูกสั่งให้เฝ้าห้องน้ำวัด“รบกวนเงียบได้หรือไม่” เขากล่าวเสียงเรียบกับสตรีน้อยด้านข้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดปากพูดกับหญิงสาว“ไม่ได้” ติงเซียงเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยใบหน้าโศกเศร้าเจือหงุดหงิด“คุณหนูหายไปหลายวันแล้วไม่กลับมาสักที ข้าคิดถึง ใต้เท้าทั้งสองก็คงคิดถึงไม่ต่างกัน”“คุณหนูเจ้าแค่หายตัวไป ไม่ได้ตายเสียหน่อย”เยว่ชิวยังคงเอ่ยเสียงเรียบ ไม่สะทกสะท้านกับความน่าสงสารของสตรีเลยแม้แต่น้อย“ปากเสีย อย่าพูดเรื่องตายเชียวนะ ตบปากเจ้าซะ”

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 26 ทำเซอร์ไพรส์

    เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อถูกสามีตามไปเฝ้าถึงในห้องน้ำก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงจะเป็นคนยุคใหม่ แต่เรื่องนี้มันก็น่าอายนะแต่เมื่อคิดว่าต่อไปในอนาคต หากสามีภรรยาไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บป่วย ก็ต้องดูแลกันถึงในห้องน้ำอยู่ดี ดูแลกันแม้ยามเจ็บป่วยแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันทั้งชีวิตพวกเธอจึงไม่ไล่สามีของตนออกจากห้องน้ำ เพียงแค่บอกให้เขายืนหันหลังก็พอหลังจากหญิงสาวทั้งสองทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว พวกเธอก็ออกมายืนพิจารณาหน้าห้องน้ำห้องน้ำทั้งสองห้องนี้ถูกสร้างไว้ด้วยความวิจิตรบรรจง ประตูและหน้าต่างถูกแกะสลักประณีตงดงาม ลวดลายที่ถูกแกะสลักก็หนีไม่พ้นนกยวนยาง (เป็ดแมนดาริน) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ จับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต“ประทับใจใช่หรือไม่” เสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเอ่ยถามภรรยาของตนพร้อมกันราวกับเตี๊ยมกันมา

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 25 ห้องน้ำส่วนตัว

    กลับมาถึงเมืองอิ๋นตู ก็มีเรื่องต้องประหลาดใจ ความจริงก็ไม่ต่างจากที่เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟคาดไว้เท่าใดนักวันที่พวกเธอกลับมาถึงจวน เยว่ชิวหรือพี่หน้านิ่งก็จูงมือติงเซียงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่และขออนุญาตแต่งงานโดยบอกว่าพวกเขาทั้งสองได้คบหาดูใจมาสักระยะหนึ่งแล้วได้ยินดังนั้น เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รีบจูงติงเซียงออกมาซักถามเป็นการส่วนตัว“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เอ๋ยเอ้ยเป็นคนเปิดประเด็กถามสาวใช้ตัวน้อยติงเซียงยืนบิดตัวด้วยความเขินอาย“ก็ตั้งแต่เฝ้าคุณหนูหน้าห้องน้ำน่ะเจ้าค่ะ” นางเงียบไปพักหนึ่งก่อนเล่าต่อ“ข้าร้องไห้หน้าห้องน้ำ พี่เยว่ชิวเลยคอยพาข้าเดินวนรอบวัด คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าญาติข้าเสียในห้องน้ำ”เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟนิ่งเงียบพร้อมกัน เธอควรขำหรือร้องไห้ตามดีพาไปเดินวนรอบวัดหรือพาไปเดินจงกรมกันแน่ ส่วนที่ว่าญาติเสียในห้องน้ำหมายถึงพวกเธอใช่หรือไม่เฮ้อ จะมีใครย้อนเวลามาทางนี้แบบพวกเธอบ้างช่างน่าอายเสียจริง“พวกเจ้าสองคนได้เสียกันหรือยัง” บีลีฟเปลี่ยนเรื่องถามเช่นผู้ใหญ่ถามเด็กอย่างไรเสียเธอก็อาบน้ำร้อนมาก่อนใบหูของติงเซียงเริ่มแดงขึ้นมาทันใดจากนั้นก็ลามไปทั่วใบหน้า หญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อน

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 24 ฮันนีมูน

    เมืองจินไห่ เมืองท่าติดทะเลริมชายหาดส่วนตัวแห่งหนึ่ง มีกระโจมสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก กระโจมทั้งสองนี้หันหน้าเข้าหาทะเล ด้านหน้ากระโจมมีพรมผืนใหญ่ปูอยู่ บนพรมตั้งโต๊ะเตี้ย รอบล้อมด้วยเก้าอี้สี่ตัวพวกเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟมาฮันนีมูนนอกสถานที่กันเพียงสี่คน ไม่ได้ให้คนอื่นติดตามมาปล่อยให้พี่หน้านิ่งเยว่ชิวกับติงเซียงมีเวลากันมากขึ้น เผื่อจะมีข่าวดีเร็วๆ“สุกแล้ว”เอ๋ยเอ้ยส่งเสียงบอกแต่ละคน เธอหยิบปลาหมึกตัวใหญ่ที่ย่างจนสุกมาหั่นแล้วจัดใส่จานส่วนบีลีฟกำลังทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาเหลือบมองเสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเป็นระยะเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังแกะหอยนางรมด้วยความขะมักเขม้นไม่รู้ว่าชอบกินหรือจะโด๊ปกันแน่เ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 23 บรรพชนของเรา

    อีกฝั่งของป่า บนก้อนหินก้อนใหญ่ มีร่างของชายหนุ่มหญิงสาวนั่งพิงไหล่กัน มองดวงดาวที่ส่องประกายแสงบนท้องฟ้าท่ามกลางราตรีที่มืดมิด“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”ฝูเทียนเหวินบอกเอ๋ยเอ้ยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์คะนึงหา“ข้าก็คิดถึงเจ้า ว่าแต่ ข้าหายไปนานขนาดไหนหรือ”เอ๋ยเอ้ยถามสามีตน มือเล็กกอดแขนบุรุษไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะต้องจากกันอีกครั้ง“ประมาณสี่เดือน” ฝูเทียนเหวินตอบ เป็นสี่เดือนที่ทรมานใจเหลือเกิน ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันหายไปในเวลาที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ข้างนอกหากไม่ต้องทำงานเขาอยากจะเป็นคนเฝ้าห้องน้ำที่วัดเองด้วยซ้ำไปเอ๋ยเอ้ยซบไหล่ชายหนุ่ม ซักพักก็กอดเขา ฝูเทียนเหวินไม่รีรอรวบร่างของเธอในอ้อมแขนแล้วกอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status