Share

ตอนที่ 5 เปิดไห

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-24 07:23:24

หลังจากวันนั้น จวนสกุลโจวก็มีบรรดาแม่สื่อและบุรุษมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนแทบทุกวัน ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครได้พบหน้าบุตรบุญธรรมของโจวโหวหยวนเลยสักคน เพราะต้วนหยาอันได้สั่งให้ผู้เฝ้าประตูบอกแขกเหรื่อที่ไม่ได้เชื้อเชิญเหล่านั้นว่าบุตรสาวทั้งสองอยู่ในช่วงศึกษาความรู้ในศาสตร์แขนงต่างๆ ได้ยินข้อความดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใดขุ่นข้องหมองใจ แต่ละคนกลับมีใจอยากเอาชนะได้ผูกมิตรเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลโจวมากยิ่งขึ้น

            ในช่วงเช้าของวันหนึ่งที่ไม่มีวิชาเรียน เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟปรึกษากันอย่างจริงจัง

            “อีกไม่กี่วันจะเปิดไหปลาร้าแล้ว น้ำส้มสายชู กระเทียมดอง แหนมซี่โครง แหนมหมู แหนมเห็ด แหนมเอ็นข้อไก่ตอนนี้มีครบ น้ำปลายังไม่มีแต่ก็ใช้เกลือกับซีอิ๋วขาวแทนได้ เท่ากับว่าเราเตรียมเปิดร้านได้แล้วนะ”

บีลีฟตวัดข้อมือลงปลายพู่กันด้วยความชำนาญ

            เรียนมาหลายเดือน หัดคัดทุกวันจนตอนนี้สามารถตวัดปลายพู่กันเขียนตัวอักษรต่อเนื่องกันโดยแทบไม่ต้องยกมือขึ้นก็ยังได้

            “ดีที่เราหมักเครื่องปรุงเพิ่มตลอด ไม่ต้องกลัวของหมด เช่นนั้นเราก็ไปเดินเล่นตลาดกันดีกว่า เผื่อเจอทำเลที่เหมาะกับการเปิดร้าน”

            “ได้ ออกข้างนอกตอนนี้เลยดีมั้ย”

            สองสาวเห็นพ้องต้องกันจึงเตรียมดินสอกับกระดาษใส่กระเป๋าก่อนแอบออกจากประตูหลังของจวน

            พวกเธอแต่งกายด้วยชุดสีพื้น ทรงผมเรียกติงเซียงและสาวใช้คนอื่นมาช่วยจัดการ เวลาอยู่ภายนอกจะได้ไม่เป็นที่สนใจของคนทั่วไปเท่าใดนัก

            เมื่อเจอทำเลที่ถูกใจก็วาดแผนที่และลักษณะร้านคร่าวๆ นอกจากนั้นพวกเธอยังมองหาบ้านหลังเล็กที่อยู่ห่างไกลผู้คนอีกหลังหนึ่ง

            ต้องย้ายไหหมักปลาร้ามาบ้านหลังใหม่ เพราะถ้าเปิดฝาไหตักปลาออกมาต้ม กลิ่นหอมคงยั่วยวนชวนยกมือขึ้นมาปิดจมูกอย่างเสียไม่ได้

            แม้อาณาบริเวณของจวนสกุลโจวจะกว้างขวางใหญ่โต แต่เรื่องกลิ่นก็คงหนีไม่พ้นที่จะกระจายทั่วจวนอยู่ดี

            เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟเดินสำรวจจากในตลาดจนมาถึงบริเวณชานเมือง เจอบ้านหลังไม่ใหญ่มากแต่พื้นที่ภายในรั้วบ้านกว้างขวางเหมาะกับการใช้ลานบ้านทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งสองจึงเข้าไปสอบถามจนได้ความว่าบ้านหลังนี้เจ้าของปล่อยขายมานานแล้วเพราะย้ายไปอยู่ต่างเมือง

            บีลีฟมองไปโดยรอบ พร้อมกับดูพื้นที่ใกล้เคียง ในหัวเริ่มคิดคำนวณต้นทุนกำไร

“ถ้าเราอยู่ตรงนี้ก็สามารถเปิดเป็นโรงน้ำชาแล้วก็ขายอาหารไปในตัว สร้างเหมือนร้านเพิงที่ขายส้มตำอาหารอีสาน”

เธอเอ่ยปากพูดคุยกับเอ๋ยเอ้ย

“ก็เข้าท่านะ ให้กลิ่นหอมของอาหารลอยออกไปเชิญชวนลูกค้า แถวนี้ไม่มีโรงน้ำชาให้คนเดินทางแวะพัก อีกอย่างเราก็จัดร้านเหมือนที่ไทยเลย โชว์วัตถุดิบ ปรุงให้ดูกันจานต่อจาน”

“งั้นเราไปคุยกับท่านพ่อท่านแม่กันเถอะ”

พวกเธอพูดคุยเรื่องราคาซื้อขายกับคนดูแลต่ออีกสักพักแล้วรีบเดินทางกลับจวนสกุลโจว

ตอนแรกที่เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟบอกเรื่องนี้กับโจวโหวหยวนเขาก็ค่อนข้างอยากจะคัดค้านอยู่บ้าง ด้วยคิดว่าบ้านหลังนั้นไกลเกินไปไม่เหมาะให้หญิงสาวเปิดกิจการเท่าใดนัก แต่ต้วนหยาอันกลับสนับสนุนความคิดของบุตรบุญธรรม นางกล่าวว่าความคิดที่แปลกใหม่จะเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าจากทั่วสารทิศให้มาเอง ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็แค่ส่งคนของจวนไปช่วยดูแลความเรียบร้อย

โจวโหวหยวนจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับความคิดเห็นของสตรีทั้งสามนาง

เมื่อได้รับอนุญาตและทำสัญญาซื้อขายบ้านหลังนั้นเรียบร้อยแล้ว เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟก็เตรียมตัวขนอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ รวมถึงไหหมักปลาร้าที่พวกเธอทยอยทำ ตอนนี้ก็มีถึงยี่สิบไห

โจวโหวหยวนส่งคนไปซ่อมแซมทำความสะอาดพร้อมกับสร้างโรงน้ำชาด้านหน้าของบ้าน เขาเห็นแบบแปลนที่เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟวาดไว้ก็รู้สึกประหลาดใจมาก ภาพร่างที่วาดเมื่อมองก็เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น เหมือนสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีครบครันทั้งบรรยากาศและอาหารคอยต้อนรับ

ปกติเขาเคยเห็นแต่ภัตตาคารหรูที่อยู่ภายในสวน ผู้มีฐานะเท่านั้นจึงเข้าไปกินดื่มได้ แต่หากเป็นโรงน้ำชา ก็จะกลายเป็นสถานที่คนหลายระดับสามารถเข้าถึงได้

หญิงสาวทั้งสองลงแรงในการออกแบบร้านและตกแต่งสวน พวกเธอเน้นความเป็นมินิมอลและธรรมชาติผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

“โรงน้ำชาบรรยากาศคาเฟ่ ถ้ามีกาแฟด้วยจะครบวงจรเลยนะ” เอ๋ยเอ้ยกวาดสายตามองด้วยความภูมิใจ

“ทำของเล่นเด็กพวก ชิงช้า ม้าโยก ที่ลื่น ไม้กระดกด้วยดีมั้ย” บีลีฟชี้นิ้วเรียวไปตรงมุมสวนที่ยังมีพื้นที่ว่าง

“ก็ดีนะ ให้เด็กน้อยมาเล่นได้”

ช่วงเวลาที่ซ่อมแซมปรับปรุงตัวบ้านและตกแต่งโรงน้ำชานั้น เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟก็อดทนรอไม่ไหว อยากจะขนย้ายไหหมักปลาร้าที่สำคัญยิ่งในชีวิตไปยังร้าน พวกเธอจะได้ลองต้มปลาร้าไหแรกเสียที

ตำไหลบัว ยำคอหมูทอด ยำข้าวโพดกุ้งสด ใส่น้ำปลาร้าแซ่บนัว แค่คิดก็น้ำลายแทบจะหก 

            “แก จะมีแค่เราสองคนที่รู้สึกอร่อยหรือเปล่า” เอ๋ยเอ้ยเริ่มหวาดหวั่นกลัวร้านที่จะเปิดไม่มีคนอุดหนุน

            บีลีฟสูดลมหายใจเข้าจนสุดก่อนปล่อยออกช้าๆ

“อาหารไทยดังไกลทั่วโลก ไม่อร่อยจะมีร้านขายแทบทุกประเทศได้ยังไง ทีเต้าหู้เหม็น หลัวซือเฝิ่นยังกินกันอร่อยเลย ปลาร้าเราก็ต้องอร่อยสิ”

            “ก็จริง เราไปขนไหปลาร้ามาเองเลยมั้ย ไม่ต้องรอติงเซียงแล้ว”

            พวกเธอสองคนรีบไปยังจวนสกุลโจวขนไหหมักปลาร้าที่ดูแลประหนึ่งลูกรักนำกลับมาไว้ที่โรงน้ำชาทันที

            เส้นทางระหว่างจวนสกุลโจวและโรงน้ำชาแม้ไม่ไกลกันมากแต่ก็ยังใช้เวลาเดินเท้าเกือบสองเค่อ หญิงสาวสองคนไม่ได้บอกทางโจวโหยวหยวนขอใช้รถม้าขนย้าย พวกเธอเลือกใช้รถเข็นบรรทุกไหปลาร้า ทั้งสองค่อยๆ ประคบประหงมมาตลอดทางไม่ให้ไหทั้งหลายได้รับความกระเทือนหรือร่วงตกแตก

            ท่าทางการเข็นรถและระมัดระวังมองถนนทีมองไหที ทั้งยังเสียงดังตกใจเวลาเจอถนนขรุขระไม่เรียบสร้างความสนใจแก่ผู้พบเห็นจำนวนมาก

            ........

            “เจ้าว่าพวกนางมีลับลมคมนัยหรือไม่” ฝูเทียนเหวิน บุรุษรูปร่างค่อนข้างบางสูงโปร่งดุจต้นสน ใบหน้าหล่อเหลาแกมอ่อนหวานถามคนข้างกาย

            “ท่าทางพิลึกพิลั่น การแต่งกายก็แปลก ดูทรงผมพวกนางสิ ไหนจะกระเป๋านั่นอีก รองเท้าก็ด้วย ข้าว่าเป็นพวกสติไม่สมประกอบหรือไม่ก็...” เสวียนอิง บุรุษรูปร่างกำยำสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อคมเข้ม หรี่ตาตนเองจ้องมองราวกับนัยน์ตาเหยี่ยว

            “หรือไม่ก็ปิดบังอำพรางทำเรื่องผิดกฎหมายอยู่”

            พวกเขามองหน้ากันจากนั้นก็พุ่งตรงเข้าหาเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟโดยไม่รอช้า

            “แม่นางทั้งสอง พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกัน”

เสวียนอิงกวาดตามองสตรีทั้งสอง เขาจ้องจับผิดในทุกด้านไม่ว่าจะที่ตัวคนหรือของบนรถเข็น

            ขณะที่ฝูเทียนเหวินเดินเข้าใกล้ไหหมักปลาร้า เขาจับดาบชี้ที่ไหปลาร้าทำท่าจะเปิดฝาเพื่อดูสิ่งของภายใน

            “อย่า” เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟร้องอย่างตกใจพร้อมกัน

            “ถ้าพวกเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ทำไมต้องกลัวการตรวจค้น” เสวียนอิงถลึงตาดุใส่พวกเธอ

            “ไม่ผิด แต่เจ้าก็ไม่ควรเปิดของผู้อื่นโดยพละการ”

บีลีฟถลึงตาตอบเขา เธอตาโตกว่าเขาเยอะ ยังไงก็ชนะเห็นๆ แต่บุรุษก็ไม่ยอมแพ้ แม้ดวงตาเขาจะเล็กแต่ก็ดุดันกว่าสตรีนางนี้

            เอ๋ยเอ้ยถอนหายใจ มันใช่เวลาแข่งกันมั้ย เธอเดินไปขวางฝูเทียนเหวิน

            “หากเจ้าไม่อยากถูกจับก็ปล่อยให้ข้าเปิดดูของภายในซะ” ฝูเทียนเหวินกดเสียงต่ำขู่หญิงสาว

            เอ๋ยเอ้ยส่งสายตาไปที่บีลีฟ ริมฝีปากยกยิ้มชั่วร้ายเล็กน้อย จากนั้นก็ทำท่าทางเสียใจ

            “ของในนี้พวกข้าหญิงสาวสองคนทำเองกับมือทุกขั้นตอน อ่อ ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน แม้ว่าจะมีบรรดาพ่อครัวแม่ครัวช่วยทำ แต่ก็ถือว่าเป็นลูกรักของพวกข้าอยู่ดี” เธอเงียบเล็กน้อย จ้องตาบุรุษตรงหน้าอย่างจริงจัง

            “แต่ว่าก่อนเปิด เรียนเชิญคุณชายผู้นั้นมาดูพร้อมกันทีเดียว จะได้รีบเปิดรีบปิด”

            บีลีฟพยักเพยิดหน้าใส่เสวียนอิง “ได้ยินแล้วใช่หรือไม่ คนของทางการจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้มาวางอำนาจใส่พวกข้า นี่เห็นว่าของในไหนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งอิ๋นตู ข้าก็จะให้พวกเจ้าสองคนได้ยลเป็นพวกแรก”

            บีลีฟเดินไปยืนข้างเอ๋ยเอ้ย ส่วนเสวียนอิงเดินไปข้างฝูเทียนเหวิน สายตาบุรุษทั้งสองจ้องมองที่ไหปลาร้าอย่างตั้งใจ

            ฝูเทียนเหวินสะบัดปลายดาบ ฝาของไหปลาร้าถูกเปิดกระเด็นออกมา กลิ่นของปลาร้าที่ถูกหมักไว้เกือบห้าเดือนกระจายคละคลุ้งออกมาจากปากไห

            แก๊สที่อยู่ภายในไหกระทบใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสอง พวกเขาเบือนหน้าหนี สีหน้าผะอืดผะอมทันที

            เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดจมูกทัน พวกเธอชะโงกหน้าดูภายในไหด้วยความกระตือรือร้น

            “เย้ ไม่มีหนอน ต้องอร่อยแน่นอน”

            “วันนี้ก็ต้มได้แล้ว โอ้ย น้ำลายไหล”

            เสวียนอิงกับฝูเทียนเหวินที่เก็บอาการไม่ให้ตัวเองอาเจียนออกมาต่างมองหน้ากัน

สิ่งมหัศจรรย์ที่กลิ่นสามารถฆ่าคนตายได้เนี่ยนะ อร่อยจนน้ำลายไหล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (2)

    “เอ่อ สตรีในจวนใต้เท้า ใช่ว่าข้าจะไม่สนใจ” เขาพูดอ้อมแอ้ม ท่าทางเคอะเขินจนจับสังเกตได้ “หา พี่ชายข้าสนใจสตรีด้วยหรือ” เยว่ชุนน้องชายอุทานด้วยความตื่นเต้น “ข้าอยากเห็นจังว่าสตรีนางใดทำให้ภูเขาน้ำแข็งคนนี้หวั่นไหวได้” “เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่” ผู้เป็นมารดาหรี่ตาจับผิดบุตรชายบ้านตน “เอ่อ อันที่จริงข้าก็พานางมาที่นี่ด้วย เพียงแต่คืนนี้ให้นางพักที่โรงเตี๊ยม” เยว่ชิวตอบ ใบหูเริ่มแดงชัดเจน “ข้าอยากเห็นๆ” เยว่ชุนร้องโวยวายไม่ต่างจากเด็กน้อย&n

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (1)

    ความเดิมตอนที่แล้ว“ฮือ ฮือ ฮือ”เสียงร้องไห้ทั้งวันและเกือบทุกวันของติงเซียงรบกวนโสตประสาทของเยว่ชิว ชายหน้านิ่งที่ถูกสั่งให้เฝ้าห้องน้ำวัด“รบกวนเงียบได้หรือไม่” เขากล่าวเสียงเรียบกับสตรีน้อยด้านข้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดปากพูดกับหญิงสาว“ไม่ได้” ติงเซียงเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยใบหน้าโศกเศร้าเจือหงุดหงิด“คุณหนูหายไปหลายวันแล้วไม่กลับมาสักที ข้าคิดถึง ใต้เท้าทั้งสองก็คงคิดถึงไม่ต่างกัน”“คุณหนูเจ้าแค่หายตัวไป ไม่ได้ตายเสียหน่อย”เยว่ชิวยังคงเอ่ยเสียงเรียบ ไม่สะทกสะท้านกับความน่าสงสารของสตรีเลยแม้แต่น้อย“ปากเสีย อย่าพูดเรื่องตายเชียวนะ ตบปากเจ้าซะ”

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 26 ทำเซอร์ไพรส์

    เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อถูกสามีตามไปเฝ้าถึงในห้องน้ำก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงจะเป็นคนยุคใหม่ แต่เรื่องนี้มันก็น่าอายนะแต่เมื่อคิดว่าต่อไปในอนาคต หากสามีภรรยาไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บป่วย ก็ต้องดูแลกันถึงในห้องน้ำอยู่ดี ดูแลกันแม้ยามเจ็บป่วยแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันทั้งชีวิตพวกเธอจึงไม่ไล่สามีของตนออกจากห้องน้ำ เพียงแค่บอกให้เขายืนหันหลังก็พอหลังจากหญิงสาวทั้งสองทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว พวกเธอก็ออกมายืนพิจารณาหน้าห้องน้ำห้องน้ำทั้งสองห้องนี้ถูกสร้างไว้ด้วยความวิจิตรบรรจง ประตูและหน้าต่างถูกแกะสลักประณีตงดงาม ลวดลายที่ถูกแกะสลักก็หนีไม่พ้นนกยวนยาง (เป็ดแมนดาริน) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ จับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต“ประทับใจใช่หรือไม่” เสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเอ่ยถามภรรยาของตนพร้อมกันราวกับเตี๊ยมกันมา

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 25 ห้องน้ำส่วนตัว

    กลับมาถึงเมืองอิ๋นตู ก็มีเรื่องต้องประหลาดใจ ความจริงก็ไม่ต่างจากที่เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟคาดไว้เท่าใดนักวันที่พวกเธอกลับมาถึงจวน เยว่ชิวหรือพี่หน้านิ่งก็จูงมือติงเซียงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่และขออนุญาตแต่งงานโดยบอกว่าพวกเขาทั้งสองได้คบหาดูใจมาสักระยะหนึ่งแล้วได้ยินดังนั้น เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รีบจูงติงเซียงออกมาซักถามเป็นการส่วนตัว“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เอ๋ยเอ้ยเป็นคนเปิดประเด็กถามสาวใช้ตัวน้อยติงเซียงยืนบิดตัวด้วยความเขินอาย“ก็ตั้งแต่เฝ้าคุณหนูหน้าห้องน้ำน่ะเจ้าค่ะ” นางเงียบไปพักหนึ่งก่อนเล่าต่อ“ข้าร้องไห้หน้าห้องน้ำ พี่เยว่ชิวเลยคอยพาข้าเดินวนรอบวัด คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าญาติข้าเสียในห้องน้ำ”เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟนิ่งเงียบพร้อมกัน เธอควรขำหรือร้องไห้ตามดีพาไปเดินวนรอบวัดหรือพาไปเดินจงกรมกันแน่ ส่วนที่ว่าญาติเสียในห้องน้ำหมายถึงพวกเธอใช่หรือไม่เฮ้อ จะมีใครย้อนเวลามาทางนี้แบบพวกเธอบ้างช่างน่าอายเสียจริง“พวกเจ้าสองคนได้เสียกันหรือยัง” บีลีฟเปลี่ยนเรื่องถามเช่นผู้ใหญ่ถามเด็กอย่างไรเสียเธอก็อาบน้ำร้อนมาก่อนใบหูของติงเซียงเริ่มแดงขึ้นมาทันใดจากนั้นก็ลามไปทั่วใบหน้า หญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อน

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 24 ฮันนีมูน

    เมืองจินไห่ เมืองท่าติดทะเลริมชายหาดส่วนตัวแห่งหนึ่ง มีกระโจมสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก กระโจมทั้งสองนี้หันหน้าเข้าหาทะเล ด้านหน้ากระโจมมีพรมผืนใหญ่ปูอยู่ บนพรมตั้งโต๊ะเตี้ย รอบล้อมด้วยเก้าอี้สี่ตัวพวกเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟมาฮันนีมูนนอกสถานที่กันเพียงสี่คน ไม่ได้ให้คนอื่นติดตามมาปล่อยให้พี่หน้านิ่งเยว่ชิวกับติงเซียงมีเวลากันมากขึ้น เผื่อจะมีข่าวดีเร็วๆ“สุกแล้ว”เอ๋ยเอ้ยส่งเสียงบอกแต่ละคน เธอหยิบปลาหมึกตัวใหญ่ที่ย่างจนสุกมาหั่นแล้วจัดใส่จานส่วนบีลีฟกำลังทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาเหลือบมองเสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเป็นระยะเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังแกะหอยนางรมด้วยความขะมักเขม้นไม่รู้ว่าชอบกินหรือจะโด๊ปกันแน่เ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 23 บรรพชนของเรา

    อีกฝั่งของป่า บนก้อนหินก้อนใหญ่ มีร่างของชายหนุ่มหญิงสาวนั่งพิงไหล่กัน มองดวงดาวที่ส่องประกายแสงบนท้องฟ้าท่ามกลางราตรีที่มืดมิด“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”ฝูเทียนเหวินบอกเอ๋ยเอ้ยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์คะนึงหา“ข้าก็คิดถึงเจ้า ว่าแต่ ข้าหายไปนานขนาดไหนหรือ”เอ๋ยเอ้ยถามสามีตน มือเล็กกอดแขนบุรุษไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะต้องจากกันอีกครั้ง“ประมาณสี่เดือน” ฝูเทียนเหวินตอบ เป็นสี่เดือนที่ทรมานใจเหลือเกิน ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันหายไปในเวลาที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ข้างนอกหากไม่ต้องทำงานเขาอยากจะเป็นคนเฝ้าห้องน้ำที่วัดเองด้วยซ้ำไปเอ๋ยเอ้ยซบไหล่ชายหนุ่ม ซักพักก็กอดเขา ฝูเทียนเหวินไม่รีรอรวบร่างของเธอในอ้อมแขนแล้วกอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status