เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ

เล่ห์รักบุปผาซ่อนพิษ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-26
Oleh:  มายุมายูมายาBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
90Bab
3.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เกริ่น สายลับมือหนึ่งอย่างเธอ!! ตายละเกิดใหม่ทั้งที ทำไมต้องมาเกิดในร่างคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้อ่อนเเอขี้โรคเช่นนี้! เท่านั้นไม่พอความจำเจ้าของร่างเดิมช่างเลือนราง เเถมยังถูกลักพาตัวมา? บ้านตัวเองอยู่ไหน? ใครก็ได้ช่วยบอกที!!! แต่ด้วยทักษะตีเนียนการันตีด้วยอันดับหนึ่งขององค์กรสายลับนานาชาติ บอกเลยต่อให้ต้องเป็นคนใช้? จอมยุทธ? หรือเเม้กระทั่งขอทาน? ไป๋ซูเมิ่งคนนี้ก็ไม่เคยเกี่ยง!!! เเต่เอ...คงไม่ถึงขนาดต้องเอาตัวเข้าเเลกเพื่อความอยู่รอดหรอกกระมัง

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ (1)

บทนำ

            ไป๋ซูเมิ่งลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกมึนหัว เธอหลับตาลงไปอีกรอบและลืมตาขึ้นมาใหม่มองไปรอบ ๆ เธอพบกับปัญหาเข้าให้แล้ว ตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนกองฟางสกปรกกองหนึ่ง รอบตัวเป็นความรู้สึกเหมือนสัมผัสเนื้อไม้ที่ถูกประกอบขึ้นเป็นกล่องสีเหลี่ยมขนาดประมาณสองคนอยู่ได้ และที่สำคัญเธอกำลังอยู่ในกล่องที่ว่านี้!

            …และที่สำคัญไปกว่านั้นเธอและเจ้ากล่องไม้สี่เหลี่ยมกำลังเคลื่อนที่อยู่!!

            รอบข้างมีเสียงล้อที่ทำจากไม้กำลังหมุนเคลื่อนที่บนพื้นขรุขระ มีเสียงเท้าของม้า วัว และเสียงคนพูดคุยกันมีทั้งใกล้และไกลดังขึ้นรอบตัว เเสงแดดลอดผ่านช่องเล็กๆระหว่างเเผ่นไม้เข้ามากระทบตาไป๋ซูเมิ่งทำให้เจ้าตัวได้สติ ร่างไร้เรี่ยวแรงเขยิบเข้าหาช่องนั้นมองลอดออกไปด้านนอก

            บ้านเรือนทรงโบราณ ผู้คนสวมชุดแปลกตา รถถูกลากด้วยม้าและวัว สิ่งที่เห็นราวกับเธอกำลังอยู่ในกองถ่ายละครโบราณที่เคยดูผ่านตา!!! 

            “อีกราวหนึ่งก้านธูป[1]น่าจะออกจากอาณาเขตของซีหนานเข้าสู่ซีเปียน ก่อนผ่านออกประตูเมืองเจ้าอย่าลืมนำยาไปให้นางกินด้วยล่ะ หากเลย12ชั่วยามละนางรู้สึกตัวมาจะเกิดเรื่องยุ่งยาก”

            เสียงแหบใหญ่ของบุรุษพูดขึ้นไม่ดังมากเเต่ก็ดังพอให้เธอที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่ข้างในได้ยิน

            “ขอรับ ข้าน้อยใส่ลงในอาหารเรียบร้อยแล้ว จะรีบนำไปให้นางกินขอรับ”

            สิ้นเสียง สิ่งที่ไป๋ซูเมิ่งกำลังนอนอยู่ก็หยุดเคลื่อนที่ ไม่นานเเผ่นไม้ด้านหน้าก็เปิดออกเป็นช่องเล็กขนาดพอให้สอดจานข้าวเข้ามาได้

            “ตื่นได้แล้ว และกินซะ ถ้าไม่อยากอดตาย”

            เสียงที่เพิ่งได้ยินดังขึ้นพร้อมจานขนาดเท่าฝ่ามือถูกวางกระเเทกจนเม็ดข้าวพุ่งกระจาย ผักสีซีดไม่กี่ชิ้นกระดอนขึ้นลง

            …จากนั้นแผ่นไม้ก็ถูกปิดลงอีกครั้ง พร้อมกับกล่องไม้นี้เริ่มเคลื่อนที่ตามเดิม

            ตอนนี้สิ่งที่ไป๋ซูเมิ่งสนใจไม่ใช่จานข้าว หรือผักสีซีดเบื้องหน้า เเต่เป็นสิ่งที่เธอได้เห็นตอนที่แสงลอดผ่านเข้ามาเมื่อครู่ต่างหาก

            …ชุดที่เธอใส่อยู่ไม่ใช่รูปแบบที่คุ้นเคย ใช้มือลูบรู้สึกลื่นนุ่ม ชุดยาวเกะกะ ไม่ใช่ชุดรัดรูปทะมัดทะแมงที่เธอใส่ในความจำล่าสุด!

            เดี๋ยวนะ! เท่าที่เธอจำได้ ล่าสุดเธอกำลังลอบออกจากโรงแรมหรูใจกลางเมืองในสภาพสาวนักท่องราตรี หลังจากทำภารกิจล้วงข้อมูลสำเร็จในค่ำคืนหนึ่ง และกำลังบึ่งรถคู่ใจกลับไปฐานลับไม่ใช่หรือ?!

            ใช่! ระหว่างทางเธอถูกไล่ตามจากรถหลายสิบคัน เธอเลี้ยววนหลายซอยจนค่อย ๆ สลัดรถเหล่านั้นพ้นไปทีละคัน จนสุดท้ายเหลือเพียงรถของเธอพียงคันเดียวแล่นบนถนน และเบรกก็ใช้งานไม่ได้! หลังจากหาทางเเก้อยู่นาน รถของเธอก็พุ่งเข้าชนรั้วเหล็กและตกลงไปในทะเล! 

            เธอตายแล้ว! งั้นตอนนี้เธอมาอยู่นี่ที่ได้ไง?

            “ข้างในนั้นมีอะไร!”

            เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้นไม่ไกลพร้อมกับกล่องไม้สี่เหลี่ยมนี้หยุดเคลื่อนที่ ในขณะที่คนข้างในกล่องที่กำลังคิดทบทวนและสับสนอยู่กับตัวเองก็สะดุ้งได้สติ

            “เป็นหมูตัวอ้วนตัวนึงขอรับ ข้าน้อยจะเอาไปฝากญาติที่ต่างแดน แหะ แหะ" คนตอบเสียงสั่นเล็กน้อย

            เจ้าของคำถามเดินเข้ามาใกล้ ใช้ดาบยาวเคาะเล็กน้อย

            “ไยปิดมิดชิดเยี่ยงนี้ มิกลัวมันตายรึ”

            “อ่อ พอดีข้าน้อยอยากเก็บเป็นความลับไม่ให้ญาติรู้ขอรับ และอีกอย่างเป็นหมูพันธุ์หายาก ข้าน้อยอยากให้ภรรยาข้าน้อยที่ซีเปียนดีใจ”

            ไม่พูดเปล่ามือหยาบกร้านล้วงหยิบถุงเงินยัดใส่มืออีกฝ่าย

            ทหารเจ้าของเสียงแรกก้มหน้ามองของในมือ จ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง สุดท้ายจึงยิ้มกว้าง

            “เห็นแก่ความรักอับแสนบริสุทธิ์ของเจ้า รีบไปเถอะ เดี๋ยวภรรยาเจ้ารอนาน” พูดจบก็เดินหลบปล่อยให้รถม้าเคลื่อนผ่านไป

            ขบวนคนและรถม้าบรรทุกหมูที่ว่าเคลื่อนไปสักพัก ไหล่ที่เกร็งของคนเกือบสิบรอบรถม้าก็คลายลง

            “ดีที่นายท่านมอบเงินให้ข้ามาเยอะ ผ่านประตูเมืองนี้ได้ ผ่านป่านี้ไป ข้างหน้าก็อาณาเขตข้าแล้ว ไร้อุปสรรค! ฮ่า ฮ่า”

            เสียงแหบหัวเราะสะใจ เอามือหยาบกร้านตบบ่าคนตัวเล็กข้างๆ

            “เสียดายที่แม้เเต่เส้นผมข้าก็ไม่ได้ยลก็ต้องส่งถึงมือนายท่าน”

            พูดไปก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากแตกแห้งอย่างเสียดายเเม่นางที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหมูข้างในรถม้า หลายครั้งที่มีการขนส่งเเม่นางไปขายที่หอบุปผาก็ไม่เคยต้องปิดมิดชิดเยี่ยงนี้มาก่อน อย่างน้อยเขาต้องได้ยลโฉมให้ชื่นใจ แต่ครั้งนี้แม้ปลายผมก็ยังไม่ได้เห็น ตอนได้สินค้านี้มาก็อยู่ในรถม้าปิดทึบเช่นนี้เรียบร้อยแล้ว

            “งั้นเราพักยลโฉมแม่นางสักหน่อยดีไหมขอรับ ข้าน้อยว่าต้องงามเป็นเลิศแน่" 

            “ไม่ได้!” พูดจบมือหยาบกร้านก็ตบลงบนหัวคนตัวเล็กกว่าดังป้าบ

            “เจ้าจำไม่ได้รึ นายท่านบอกห้ามแตะต้อง ถ้ามีอะไรผิดพลาดเจ้าตายแน่”

            เขายังจำเสียงเย็นนั้นได้ ดวงตาคู่นั้นของคนที่มาส่งรถม้าคันนี้ให้พวกเขาช่างเหี้ยมโหด ทั้งยังกำชับว่าให้รีบเดินทางออกจากเมืองต้นทางให้เร็วที่สุด

            “ข้าว่านางต้องเป็นลูกหลานตะกูลใหญ่เป็นแน่ ไม่ทำผิดร้ายแรงก็ไปเหยียบหางผู้มีอำนาจที่ไหนเข้าจึงถูกขายมาเป็นนางในหอนางโลมเช่นนี้”

            “จะใหญ่แค่ไหนสุดท้ายก็ต้องอยู่ใต้ล่างพวกเราอยู่ดี ฮ่าฮ่า” ชายร่างเล็กหัวเราะเสียงแหลม

            “เจ้าคิดว่าจะตกมาถึงเจ้ารึ ข้าว่านายท่านต้องนำนางไปประมูลเป็นแน่ คงได้เงินอย่างงาม หึ”

            “โอ้ ข้าเห็นด้วย ฮ่าฮ่า” 

            เสียงสนทนาเหล่านั้นดังเข้าโสดประสาทไป๋ซูเมิ่ง สมองอันชาญฉลาดประมวลอย่างเร็วจึงพอประติดประต่อเรื่องทั้งหมดได้

            …นี่นางกำลังจะถูกเอาไปขาย!!!

            ตอนนี้ถึงไม่ตายก็อยากตายเสียแล้ว เเต่ก็ทำได้เพียงคิดเท่านั้นเพราะแรงแม้ขยับตัวยังแทบไม่มี ร่างกายอ่อนปวกเปียก อ้าปากจะร้องก็ไร้เสียง ใช่! เธอต้องได้รับยาที่ทำให้ร่างกายไม่มีแรง ที่พวกมันบอกว่าเอาใส่ข้าวให้กิน ละก่อนหน้านี้คงกินไปแล้ว คิดพลางลองพยายามนึกเหตุการณ์ก่อนหน้า พลันความทรงจำมากมายทั้งความรู้สึกนึกคิดหลั่งไหลเข้าสู่สมอง…

            ความทรงจำนี้น่าจะเป็นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม นางชื่อไป๋ซูเมิ่งเหมือนกัน เป็นคุณหนูตระกูลไป๋ มีพี่ชายพ่อแม่เดียวกันสองคนซึ่งรักน้องสาวคนนี้มาก แต่ด้วยเหตุที่ตระกูลไป๋เป็นฝ่ายบู๊ทำให้ทั้งท่านพ่อและพี่ชายต้องออกไปทำศึกที่ชายแดนนานครั้งจึงกลับมาหานางผู้เป็นน้องสาว ส่วนพี่ชายอีกคนสังกัดฝ่ายบุ๋นต้องเข้าราชการทิ้งให้นางอยู่กับท่านย่าและญาติผู้หญิงในเรือนเป็นส่วนใหญ่ ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องในเรือนด้วยเหตุที่ร่างกายไม่แข็งแรงป่วยไม่เว้นวัน มีโรคติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดผสานกับถูกพิษเป็นว่าเล่น นับได้ว่าผู้ใดอยากแก้แค้นหรือทำร้ายท่านพ่อ พี่ชาย หรือคนในตระกูลก็จะมาลงที่นางเสียหมด ด้วยเหตุว่าทำเจ้าตัวไม่ได้ก็มาลงที่กล่องดวงใจแทนแล้วกัน

            …ไป๋ซูเมิ่งผู้นี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก

            แต่ถึงชีวิตจะอาภัพเพียงใดแต่นางก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่เจ้าของร่างเดิมใช้เป็นแรงขับเคลื่อนให้ตนมีชีวิตอยู่มาจนถึงบัดนี้ ก็คือนางมีการหมั้นหมายกับองค์รัชทายาทเเห่งแคว้นที่นางอยู่ซึ่งเป็นคนที่นางแอบชอบตั้งเเต่เเรกเห็น ทุกครั้งนางจะตามเขาติดเมื่อไปเจอกันที่งานชุมนุมต่าง ๆ และครั้งล่าสุดระหว่างทางที่นางกำลังไปร่วมงานฉลองพระราชสมภพขององค์รัชทายาท นางก็ถูกตีจนสลบและถูกลักพาตัวมาจนถึงตอนนี้

            แต่ร่างนี้ตายได้ไงนั้นเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมได้ยินคนที่ลักพาตัวด้านนอกคุยกัน พอรู้ว่าตนจะถูกนำไปขายเป็นนางโลมก็ตรอมใจ พอมีแรงก็ตัดสินใจเอาหัวกระแทกกับผนังรถตายคาที่ พลันไป๋ซูเมิ่งลองยกมืออันขาวซีดดังหิมะขึ้นจับหน้าผาก

            ซี๊ด เจ็บจริงด้วย โหนกลูกโตบนหน้าผากและคราบเลือดเหนียวเหนอะเป็นพยานชั้นดี

            จากนั้นไป๋ซูเมิ่งที่มีชื่อเดียวกับเจ้าของร่างนี้ก็จับพลัดจับพลู วิญญาณมาเข้าร่างนี้และฟื้นคืนชีพขึ้นมา

            ชาติที่แล้วนางตายในหน้าที่ที่เลือกไม่ได้ เมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง แม้ร่างนี้จะไร้ความสามารถมากเพียงใด อาภัพแค่ไหน นางไป๋ซูเมิ่ง สายลับมือหนึ่งแห่งโลกปัจจุบัน ไม่มีใครเทียบได้เรื่องทักษะการเอาตัวรอด จะรับช่วงต่อเอง

            คิดได้ดังนั้นแววตาสับสนพลันเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นทันใด ชาติก่อนนางถูกโชคชะตาบังคับกับสถานะที่เลือกไม่ได้ แต่โชคดีที่ชาตินี้นางได้รับโอกาสให้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา นางจะรักษาโอกาสนี้ให้ดีที่สุด

            …ถึงแม้จะอาภัพตั้งแต่ต้นก็เถอะ

            ด้วยความที่ซูเมิ่งมักได้รับภารกิจเกี่ยวกับล้วงความลับเสียส่วนใหญ่มากถึงเก้าส่วนของงานทั้งหมด งานฆ่าคนตกเป็นของสายลับคนอื่นเสียมากกว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการล้วงความลับคือต้องพาตัวเองออกมาเพื่อนำส่งความลับเหล่านั้นให้ถึงมือเป้าหมาย ทักษะการเอาตัวรอดจึงสำคัญมาก แน่นอนว่าแค่เรื่องตรงหน้านี้ไม่ยากเกินความสามารถนางแน่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

มายุมายูมายา
มายุมายูมายา
เรื่องนี้ลงจบแล้วค่า
2026-04-12 22:44:33
0
0
ปิยมาภรณ์ สป.อว.
ปิยมาภรณ์ สป.อว.
จบไหมค่ะ กี่ตอนจบ
2026-01-16 09:49:30
1
0
มายุมายูมายา
มายุมายูมายา
เรื่องนี้สายนางเอกเก่ง ทะลุมิติ จัดการคนในตระกูล พระเอกคลั่งรัก
2026-01-01 16:09:01
1
0
90 Bab
บทนำ (1)
บทนำ ไป๋ซูเมิ่งลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกมึนหัว เธอหลับตาลงไปอีกรอบและลืมตาขึ้นมาใหม่มองไปรอบ ๆ เธอพบกับปัญหาเข้าให้แล้ว ตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนกองฟางสกปรกกองหนึ่ง รอบตัวเป็นความรู้สึกเหมือนสัมผัสเนื้อไม้ที่ถูกประกอบขึ้นเป็นกล่องสีเหลี่ยมขนาดประมาณสองคนอยู่ได้ และที่สำคัญเธอกำลังอยู่ในกล่องที่ว่านี้! …และที่สำคัญไปกว่านั้นเธอและเจ้ากล่องไม้สี่เหลี่ยมกำลังเคลื่อนที่อยู่!! รอบข้างมีเสียงล้อที่ทำจากไม้กำลังหมุนเคลื่อนที่บนพื้นขรุขระ มีเสียงเท้าของม้า วัว และเสียงคนพูดคุยกันมีทั้งใกล้และไกลดังขึ้นรอบตัว เเสงแดดลอดผ่านช่องเล็กๆระหว่างเเผ่นไม้เข้ามากระทบตาไป๋ซูเมิ่งทำให้เจ้าตัวได้สติ ร่างไร้เรี่ยวแรงเขยิบเข้าหาช่องนั้นมองลอดออกไปด้านนอก บ้านเรือนทรงโบราณ ผู้คนสวมชุดแปลกตา รถถูกลากด้วยม้าและวัว สิ่งที่เห็นราวกับเธอกำลังอยู่ในกองถ่ายละครโบราณที่เคยดูผ่านตา!!! “อีกราวหนึ่งก้านธูป[1]น่าจะออกจากอาณาเขตของซีหนานเข้าสู่ซีเปียน ก่อนผ่านออกประตูเมืองเจ้าอย่าลืมนำยาไปให้นางกินด้วยล่ะ หากเลย12ชั่วยามละนางรู้สึกตัวมาจะเกิดเรื่องยุ่งยาก”
Baca selengkapnya
บทนำ (ต่อ)
บทนำ (ต่อ) จากคำกล่าวที่พวกโจรลักพากล่าวก่อนหน้าคือพวกมันใส่ยาลงในอาหารมาให้นางทานเพื่อให้ร่างกายนางไร้เรี่ยวแรงขัดขืน เเต่จะมีฤทธิ์อย่างอื่นอีกไหมนางไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆยานี้น่าจะมีผลราว12ชั่วยาม[2] มันจึงต้องเอายามาใส่ให้ในจานข้าวนี้ ซึ่งถ้านางกินก็จะไร้เรี่ยวเเรงต่อ แต่ถ้าไม่กินก็จะเป็นการเพิ่มความระแวง ดังนั้นไป๋ซูเมิ่งจึงเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีหยิบจานข้าวเบื้องหน้ามา เทข้าวกว่าครึ่งลงจากนั้นเอาฟางใต้ร่างนางกลบไว้และนำจานที่เหลือข้าวไม่มากไปไว้ใกล้ ๆที่เดิม ตอนนี้เรี่ยวแรงของนางค่อยๆเพิ่มขึ้นจากเดิมแล้ว เเต่ก็ยังไม่พอหากนางต้องต่อสู้กับโจรข้างนอกที่น่าจะมีจำนวนราว ๆ 7-8 คน นางต้องหาทางหนีไปช่วงที่ยังเดินทางผ่านป่า ไม่เช่นนั้นหากเข้าสู่เมืองแล้วนางอาจยากที่จะรอด ไป๋ซูเมิ่งรอจนเรี่ยวเเรงกลับมาหกถึงเจ็ดส่วนก่อนใช้มือเคาะผนังไม้ด้านข้าง ก๊อก ๆ ๆ ชายร่างกำยำคนใกล้สุดชะงักฝีเท้าพลางหันไปมองหน้าชายอีกคนที่ได้ยินเสียงเช่นกัน “เจ้ามีอะไรรึ?” เขาเดินเข้ามาใกล้ถามหญิงสาวข้างในรถม้าหลังได้รับการพยักหน้าจากชายหัวหน้า
Baca selengkapnya
บทที่ 1
#####บทที่ 1 รอบข้างมืดมิดมีเพียงเเสงจากดวงจันทร์รำไร เสียงจิ้งหรีดร้องระงม ลมพัดใบไม้กระทบกันฟังดูวังเวงยิ่งนัก ไป๋ซูเมิ่งใช้แขนเรียวยาวของตนกอดตัวเองคลายหนาว เสื้อผ้าที่เเต่เดิมสกปรกติดคราบดำจากฟางบนรถม้าครั้นนางกระโดดขึ้น ๆลง ๆจากต้นไม้ถูกกิ่งไม้เกี่ยวขาดหลายรอย ผิวขาวดุจหิมะเผยออกมาบางเเห่งดูล่อเเหลมยิ่งนัก ดีที่รอบกายนางไร้ซึ่งผู้ใด พลันเท้าบางหยุดชะงักนางยกมือขึ้นเกาตามตัวลามจนไปถึงใบหน้างาม ทรมานยิ่งนัก! สองมือเรียวงามเกาทั่วตัวผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้ายับยู่ยี่ถึงกระนั้นความคันก็ยังไม่คลายไป ไป๋ซูเมิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปภายในป่าลึกมากขึ้น สายตาสอดส่องหาสิ่งที่สามารถคลายอาการคันของนางได้ เดินไปราวหนึ่งเค่อ พลันสองหูก็ได้ยินเสียงน้ำไหล สองเท้าจึงก้าวไปทางเสียงตามสัญชาตญาณ “นี่ขอรับคุณชาย” ก่อนที่นางจะเดินไปถึงลำธารพลันได้ยินเสียงของบุรุษดังขึ้น ไม่ห่างจากลำธารมากนักมีชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่ ชายคนตัวใหญ่กว่าสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีเทากำลังเดินนำบางอย่างในมือมุ่งไปหาชายอีกคนที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย เสื้อผ้าเนื้อเงาสีขาว
Baca selengkapnya
บทที่ 1 (ต่อ)
#####บทที่ 1 (ต่อ) “เจ้าหิวหรือ เอานี่ไปสิ” ริมฝีปากบางหยักยิ้ม เย่หยางเหวินยื่นเนื้อปลาที่ตนเพิ่งกินไปไม่ถึงครึ่งให้หญิงสาวตรงหน้า หลังจากสังเกตหญิงสาวมาสักพักก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร ติดจะน่าสงสารด้วยซ้ำ “คุณชาย! ท่านกินไปนิดเดียวเองนะ” ชิงซางรีบประท้วง นายของเขาคนนี้ไม่ได้มีดีเพียงหน้าตา อุปนิสัยก็ดี ชาติตะกูลก็ดี ถึงขั้นได้รับฉายาว่าเป็นคุณชายอันดับหนึ่งเเห่งเมืองซีเปียนเชียวหนา ชิงซาท้วงยังไม่ทันจบประโยค มือเรียวยาวที่เปรอะคราบสกปรกก็ยื่นออกมารับปลาอย่างไม่เกรงใจพลางส่งยิ้มยีฟันไปให้ “ขอบใจท่านชายรูปหล่อ” พูดจบไปซูเมิ่งก็อ้าปากงาบเนื้อปลาทีเดียวครึ่งตัวทันที เย่หยางเหวินเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวนางไหนมีกริยาเช่นนี้มาก่อน บ่าวขั้นต่ำสุดของเค้ายังกริยาดีกว่านี้มาก แม่นางคนนี้อาจเป็นบ่าวจากตะกูลพ่อค้าเมืองไหนสักตะกูลล่ะมั้ง คิดได้ดังนั้นเขาก็ละสายตาจากร่างบางรับกระเป๋าน้ำที่ชิงซายื่นให้มาล้างปาก จากนั้นโน้มตัวไปกระซิบสั่งงานบางอย่างให้ชิงซาก่อนลุกขึ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
#####บทที่ 2 “เจ้ามัวยืนบื้ออันใด ยกถังน้ำตามข้ามาได้แล้ว!" เสียงตะคอกดังขึ้นข้างใบหูของสาวน้อยร่างบอบบาง ผิวขาวดุจหิมะ แขนเรียวยาว ใบหน้ารูปไข่ สีตาดำสนิทแต่ดูราวมีม่านหมอกบดบังชั้นหนึ่ง ทำให้ยากจะรู้ว่าเจ้าของดวงตาเรียวนั้นคิดอะไรอยู่ องค์ประกอบบนใบหน้าดีไปหมดทุกอย่างติดก็ตรงรอยผื่นแดงบนใบหน้าและตามตัว ทำให้ใครเห็นก็ต่างเบือนหน้าหนีแทบจะทันที …และเจ้าของผื่นเเดงที่ว่านี้ก็คือนางเอง คุณหนูไป๋ผู้สูงศักดิ์!!! ใช่แล้ว ตอนนี้นางกำลังยกถังน้ำใบโตและเดินตามหญิงอวบอ้วนวัยกลางคนผู้ที่เป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้จอมสั่งการคนหนึ่งไปทำความสะอาดห้องของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเย่ หลังจากที่นางอ้อนวอนขอติดตามเย่หยางเหวินเพื่อมาทำงานชดใช้ที่โทษฐานนางทำชุดที่เขาให้ยืมเสียหาย นางติดตามชายทั้งสองออกจากป่ามุ่งหน้าสู่เมืองซีเปียน ซึ่งเป็นเมืองที่จวนสกุลเย่ตั้งอยู่ พอถึงจวนสกุลเย่ ชิงซาก็พานางไปฝากกับพ่อบ้านหลิวให้หางานให้ทำ พร้อมส่งหมอประจำตระกูลคนหนึ่งมารักษาอาการผื่นเเดงของนางเพื่อยืนยันว่านางไม่ได้เป็นโรคติดต่อ มิเช่นนั้นนางคงต้องถูกระเห็ดออกจากจวน แม้เเ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 (ต่อ)
#####บทที่ 2 (ต่อ) สิ้นเสียง ทิศทางประตูก็ปรากฎหญิงสาวร่างเพรียวระหงก้าวเข้ามา ร่างบอบบางในชุดสีดอกกุ้ยฮวา สีชุดส่งเสริมให้ใบหน้าออกกลมดูเปล่งปลั่งสดใส ยามยิ้มมีลักยิ้มเล็กขึ้นกลางแก้ม นางย่อคารวะผู้อาวุโสทั้งสอง …โดยรวมถือว่าเป็นหญิงสาวน่ารักนางหนึ่ง ประกอบกับน้ำเสียงใสดุจระฆังทำให้คนได้ยินพากันนึกเอ็นดู “ลุกเถอะหลานรัก" ฮูหยินใหญ่ก้าวเข้ามาจับมือพยุงลุกขึ้น แววตาอบอุ่นขึ้นหลายส่วนตั้งเเต่คนตรงหน้าปรากฎ “ไยมาเรือนยายได้ล่ะ แม่นางกุ้ยอิน” ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้าระอาไปทางสะใภ้ใหญ่ของตนที่ออกอาการโปรดปรานหลานสาวนอกสายเลือดจนออกนอกหน้า กุ้ยอินยิ้มหวานก่อนเอ่ย “ข้าตามท่านพ่อมาเจ้าค่ะ ท่านพ่อมีงานที่จำเป็นต้องหารือกับท่านลุงใหญ่เย่” หญิงวัยกลางคนพยักหน้าเข้าใจ พ่อของกุ้ยอินเป็นสหายกับลูกชายตน มักจะมาที่จวนเย่เพื่อร่ำสุรากันหรือไม่ก็เล่นหมากรุกตามประสาบุรุษ นอกจากนี้เเม่ของกุ้ยอินก็เป็นน้องของสะใภ้ใหญ่นางเช่นกัน ทำให้นางมักจะเห็นหญิงสาวมาที่จวนสกุลเย่บ่อยครั้ง “นั่งก่อนเถิด”
Baca selengkapnya
บทที่ 3
#####บทที่ 3 พอยามเว่ยไป๋ซูเมิ่งจำเป็นต้องลากสังขารตัวเองมายืนท้าแดดกลางลานรวมกับบ่าวคนอื่น ก่อนหน้านี้นางกลับห้องไปเติมหน้านิดหน่อยเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกเลือกในวันนี้ ใช่แล้ว! นางไม่อยากถูกเลือก เพราะขนาดนางเป็นบ่าวรับใช้ถูเรือนอันต่ำต้อย หน้าตาอัปลักษณ์ไปวัน ๆไม่เคยหาเรื่องใคร แต่ก็ยังเป็นที่เดียดฉันท์ขนาดนี้ หากขึ้นเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายเย่หยางเหวินชีวิตคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ และที่บอกว่ากลับห้องไปเติมหน้าไม่ใช่แต่งหน้าให้สวยเเต่อย่างใด นางกลับไปเติมผื่นแดงต่างหาก!!! ผื่นแดงบนหน้าและตามตัวเริ่มเลือนหายเเล้ว บนใบหน้าเหลือแค่รอยเเดงเท่านั้น ตอนนางส่องคันฉ่องพบว่าจากใบหน้าอัปลักษณ์ก่อนหน้าเริ่มส่อเค้าโครงโฉมสคราญเสียแล้ว หลังจากอยู่กับร่างนี้มาหลายวันก็พบว่าร่างนี้นอกจากจะรูปร่างบอบบางแล้วยังเป็นเจ้าเเม่แห่งอาการแพ้ด้วย แค่นางเดินเฉี่ยวดอกหญ้าชนิดหนึ่งฝ่ามือก็คันยุบยิบไม่นานก็ขึ้นผื่นเเดง ดังนั้นพอเห็นรอยผื่นแดงบนใบหน้าเริ่มเลือนหายจึงคิดเอาเจ้าดอกหญ้านั้นมาถูหน้าและตามตัวเพื่ออำพรางใบหน้าโฉมสะคราญตรงหน้า แต่เสียดายที่อาการแพ้กับด
Baca selengkapnya
บทที่ 3 (ต่อ)
#####บทที่ 3 (ต่อ) “ข้าเเค่จะมาตรวจชีพจรให้เจ้าเท่านั้น" พอเขาเห็นหญิงสาวตรงหน้าแววตาเปลี่ยนกลับมาปกติจึงยื่นมือไปจับข้อมือตรงจุดชีพจร มือเรียวยาวขาวดั่งหยกเนื้องามมีรอยแดงแต้มน้อยลงกว่าครั้งเจอกันครั้งเเรก ผิวพรรณเนียนนุ่มไม่เหมือนบ่าวไพร่ พอมองไปยังฝ่ามือบางเห็นรอยปุ่มหยาบแดงแซมซึ่งน่าจะเป็นรอยใหม่ …คลำอยู่นาน ใบหน้าฉายแววเเปลกใจ “ชีพจรเจ้าปกตินะ แต่ไยผื่นแดงจึงเลือนหายเพียงน้อยนิด” “เอ่อ คือข้าก็ทายาที่ท่านหมอให้อยู่ทุกวันนะเจ้าคะ แต่เอ่อ …มันคงไม่ถูกกับข้าน้อยกระมัง” ซูเมิ่งรีบชักมือออกจากมือหนาของคนตรงหน้า กระถดตัวถอยหลังสองคืบทำให้หยางเหวินรู้สึกตัว เขาลุกขึ้นละเดินไปนั่งที่เดิม “อืม งั้นข้าให้ยาทาอีกอันเจ้าละกัน แล้วเจ้าชื่ออะไรนะ" “ข้าน้อย เหมยฮวาเจ้าค่ะ” “งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้ามาทำหน้าที่รับใช้ข้างกายข้าแล้วกัน วันนี้เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวข้าให้ชิงซาเอายาไปให้แล้วก็สอนงานเจ้าด้วย” สิ้นประโยค หยางเหวินก็เดินไปหลังฉากกั้นเตรียมตัวอาบน้ำทันท
Baca selengkapnya
บทที่ 4
#####บทที่ 4 เบื้องหน้าเป็นอาคารหินอ่อนสูงตระหง่านตา ลายริ้วหินไล่เรียงไม่เป็นระเบียบทว่ายามแสงส่องกลับงดงามแปลกตา ทำเลที่ตั้งของหอเเห่งนี้โดดเด่นมาก ตั้งกลางเเยกทำให้ทางเดินซื้อของเเยกเป็นสองทางล้อมรอบ บริเวณด้านข้างเว้นพื้นที่โล่งกว้างไว้สำหรับจอดรถม้า ตรงประตูทางเข้ามีสาวรับใช้หน้าตาสะสวยยืนยิ้มต้อนรับ …ดูท่าเจ้าของหอสรรพสิ่งจะมีเงินใช้เหลือเฟือ ขนาดหอสาขาย่อยยังยิ่งใหญ่เพียงนี้ แล้วหอในเมืองหลวงจะตระการตาขนาดไหนเนี่ย!!! “แม่นางเหมยฮวารีบตามข้ามาเร็ว!" เสียงเรียกของชิงซาดึงสาวน้อยที่เพิ่งออกมาเผชิญโลกนอกจวนครั้งแรกหลุดออกจากภวังค์ พอนางหันกลับไปก็สบเข้ากับสายตาหลายคู่ที่มองมายังทางนางอย่างล้อเลียน “เเฮะ ๆ ข้าทำให้ขายหน้าแล้ว” นางรีบก้มหน้าก้มตาวิ่งเข้าไปหาคุณชายเย่ “คุณชายมีอะไรให้บ่าวช่วยไหมเจ้าคะ?” เย่หยางเหวินยื่นกล่องหน้าตาเรียบแต่ดูหรูหราให้ทั้งที่ใบหน้ายังประดับไปด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคอยตามข้าและถือของเถอะ” หลังจากบ่าวบุรุษทั้งสามคนช่วยกันขนของเรียบร้อยแล้ว เย่
Baca selengkapnya
บทที่ 4 (ต่อ)
#####บทที่ 4 (ต่อ) “อ่อว ข้าน้อยช่างเบาปัญญา งั้นเหตุใดคุณชายไม่ประมูลด้วยล่ะเจ้าคะ หรือว่า…” ...ไม่มีเงิน สามคำหลังจากเอ่ยในใจแต่ใครได้มองสบตานางก็รู้ว่าต้องการจะพูดอะไรทั้งสิ้น ทำให้คนที่ถูกดูถูกถึงกลับเลือดขึ้นหน้า “เจ้า ๆ ….” “เหมยฮวา” หยางเหวินเอ่ยเตือนน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่เหมือนการดุว่าแต่เป็นการช่วยเสียมากกว่า “เหตุใดเจ้าเข้าข้างนางบ่าวนี่ล่ะ ข้าสหายเจ้านะ!!” เจียฉวี่ลุกขึ้นหันไปจ้องเขม็งเจ้าของบ่าวที่พูดดูถูกเขาอย่างมิสมเป็นบ่าว “ข้าน้อยก็เป็นบ่าวของคุณชายเหวินเหมือนกัน นอนเรือนเดียวกันด้วย ชิ” สิ้นคำของนางทุกคนเบิกตาตกตะลึงประโยคก่อนหน้า ส่วนเจ้าคนเจ้าของคำพูดก็อดกอดอกทำหน้าภูมิใจไม่ได้ …ฮ่า ฮ่า เป็นไงล่ะอึ้งไปเลย “ฮะเเฮ่ม เอ่อ ใช่น่ะสิ เป็นบ่าวรับใช้ข้าก็ต้องนอนในเรือนบ่าวรับใช้ของเรือนข้าอยู่แล้ว เจ้าอย่าถือสานางเลยนางยังเด็ก” หยางเหวินใบหน้าขึ้นสีเลือดฝาด แต่ก็รีบปรับสีหน้าก่อนหันมาปรามสหายตน “เห็นว่าเจ้าเป็นเด็ก
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status