Share

ตอนที่ 6 แอบดู

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-25 08:30:58

“จะเปิดดูทุกไหเลยหรือไม่” เอ๋ยเอ้ยถามฝูเทียนเหวินด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ทำให้มองไม่ออกถึงเป้าหมายที่แท้จริง

            ฝูเทียนเหวินกลั้นหายใจปั้นหน้าเคร่งขรึม

“นี่เจ้าจะหลอกใช้ข้าสินะ เฮอะ ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก” เขาเก็บดาบเตรียมชวนเสวียนอิงจากไป

            “เดี๋ยวสิ” มือเรียวของบีลีฟดึงแขนเสื้อของเสวียนอิง

“ไม่คิดจะรับผิดชอบเลยหรือ นิสัยไม่ดีเลยนะ”

            เสวียนอิงมองมือหญิงสาวที่ดึงแขนเสื้อตน เขาอยากไปจากตรงนี้เร็วๆ หนีให้ไกลจากกลิ่นไม่พึงประสงค์

            “จะให้พวกข้ารับผิดชอบอย่างไร จ่ายเงินหรือ ฝันไปเถอะ ข้าไม่จับเจ้าเข้าคุกก็บุญแล้ว” เขาสะบัดแขนเสื้อให้หลุดจากมือของบีลีฟ จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ฝูเทียนเหวินหนีไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว

            “เฮ้ย จะหนีไปไหนน่ะ หล่อซะเปล่าดันนิสัยเสีย” เอ๋ยเอ้ยตะโกนตามหลัง

            “คนที่ถลึงตาใส่ฉันตัวล่ำเชียว หาความหล่อไม่เห็นจะได้”

บีลีฟเบ้ปากบ่น นิสัยก็ไม่ดี หน้าตาก็ไม่ใช่สเป็ก ถึงจะหล่อในสายตาของคนอื่นแต่ไม่หล่อในสายตาของเธอ

            “เออ ไม่หล่อก็ไม่หล่อ” เอ๋ยเอ้ยเดินไปเก็บฝาที่ตกอยู่บนพื้น เธอเอาผ้าสะอาดมาเช็ดก่อนปิดปากไหให้สนิทอีกครั้ง

            “อารมณ์ไม่ดี อยากบวกเลยเนี่ย” บีลีฟยกมือทั้งสองจับรถเข็นก่อนออกแรงดันรถเข็นให้เคลื่อนไปข้างหน้า

“ต้องใช้แรงจะได้ไม่หงุดหงิด” เธอไม่รอให้เอ๋ยเอ้ยมาช่วยเข็น แค่ให้เพื่อนสาวคอยระวังไม่ให้ไหปลาร้าเอียงหล่นจากรถเข็นก็พอ      

            เข็นรถมาถึงร้านพวกเธอก็เอาเข้าไปเก็บที่ลานหลังบ้าน ป้องกันไม่ให้กลิ่นลอยรบกวนถึงบริเวณโรงน้ำชาหลังน้อย

            “ลองต้มสักไห อีกไหเอามาทำน้ำปลาเลยดีมั้ย” เอ๋ยเอ้ยเอ่ยถามบีลีฟ

            บีลีฟที่อารมณ์ยังไม่หายหงุดหงิดจากบุรุษหุ่นล่ำ

“ทำน้ำเป็นปลาร้าปรุงรสไปเลย ไหนๆ ก็เอาเครื่องปรุงมาที่นี่หมดแล้ว”

            “แกหั่นสับปะรดนะ ฉันหั่นอ้อยเอง” พูดจบบีลีฟก็เดินไปหอบเอาอ้อยมาประมาณสี่ถึงห้าลำ มือบางคว้ามีดอีโต้ฟันลำต้นของอ้อยอย่างเอาเป็นเอาตาย

            “เฮ้ย ระวังมือด้วย” เอ๋ยเอ้ยส่ายหน้าระอาเพื่อนตัวเอง

            เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง เวลาเจอผู้ชายที่ทำให้หงุดหงิดไม่พอใจ

            เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วยาม กลิ่นปลาร้าที่ถูกต้มก็ลอยกระจายทั่วทั้งบริเวณพื้นที่ของบ้าน

            “โอ้ย กลิ่นนี้แหละที่รอคอย” บีลีฟมองภายในหม้อของตนเองที่กำลังทำน้ำปลา พอเห็นสับปะรด อ้อยและปลาร้าถูกต้มจนเปื่อย จากอารมณ์ที่หงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีขึ้นมา

            “แก พรุ่งนี้ไปหาปูเอามาดองน้ำปลากันเถอะ”

            “ได้” เอ๋ยเอ้ยตะโกนตอบ เธอกำลังต้มน้ำปลาร้าปรุงรส คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยเนื่องจากใช้ส่วนผสมมากกว่าทำน้ำปลา เธอใส่น้ำตาล ปลาร้า กระเทียมดอง สับปะรดและใบหม่อนครบแล้ว

            “ไม่มีกะปินะ ลืมไปเลยว่าต้องใส่” เธอบอกบีลีฟ

            “ไม่เป็นไร ค่อยชิมรสทีหลังว่าจะเพิ่มอะไรแทน ทีพริกแกงเจยังไม่ใส่กะปิเลย ถือว่าเราทำน้ำปลาร้าเจก็ได้” บีลีฟตอบเสียงดัง

            “มันไม่เจตั้งแต่ใส่ปลาร้าแล้ว” เอ๋ยเอ้ยตอบ บางทีเธอก็งงกับคำพูดบีลีฟอยู่เหมือนกัน

“ทำน้ำปลาร้าเจจริงๆ ด้วยเลยมั้ย ใช้แค่เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาวและข้าวคั่วเอง”  

            “ไว้ทีหลัง มันบ่แซ่บ” บีลีฟยกหม้อขึ้น เธอกำลังตักน้ำปลาที่ต้มได้กรองผ้าขาวบางใส่ขวดโหลใบน้อย

            “แต่ทำไว้ก็ดีนะ เอาไปถวายท่านอาแม่ชี ทำน้ำปลาเจ น้ำปลาร้าเจให้ที่โรงทานด้วย” เอ๋ยเอ้ยพูดชักชวนพลางพยายามจำสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม

            ........

            ละแวกโรงน้ำชาของเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟ บุรุษสองคนกำลังสืบสวนคดีเพื่อหาตัวคนร้าย พวกเขาปลอมตัวให้ดูคล้ายคุณชายที่ไม่มีพิษมีภัยเดินผ่านทางมา

            “ข้าว่ากลิ่นนี้คุ้นๆ นะ” บุรุษรูปร่างสูงโปร่งหน้าใบหล่อแกมหวานทำจมูกฟุดฟิดบอกคนข้างกาย

            “ก็ยังหอมกว่ากลิ่นปลาในไหของหญิงเพี้ยนสองนางนั้น” บุรุษรูปร่างกำยำสูงใหญ่กล่าวเสียงเรียบ

            “หรือว่ากลิ่นนี้ฝีมือของพวกนาง” ฝูเทียนเหวินไม่รอช้ารีบตามกลิ่นไปทันที

            “จะตามทำไม อยากเจอพวกนางขนาดนั้นเชียว” เสวียนอิงส่ายศีรษะก่อนก้าวเท้าไปยังทิศที่ฝูเทียนเหวินพุ่งตัวไป

            พวกเขาทั้งสองกระโดดขึ้นบนกิ่งไม้สูงที่ใกล้กับรั้วบ้าน มองเห็นเอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟต้มน้ำปลาร้าอย่างขะมักเขม้น คำสนทนาของคนทั้งสองพวกเขาได้ยินชัดเต็มสองหู

            “นั่นมันอาหารหรือยาพิษ” เสวียนอิงมองเห็นของเหลวขุ่นสีน้ำตาลเข้มที่กำลังไหลลงไหเปล่าใบหนึ่ง พลางเหลือบมองดูขวดโหลที่มีของเหลวใสสะอาดสีน้ำตาลอ่อนบรรจุอยู่เต็ม

            “ข้าชักอยากรู้ว่าพวกนางนำสิ่งนั้นมากินอย่างไร”

สายตาเป็นประกายสงสัยของฝูเทียนเหวินจ้องมองสตรีสองนางอย่างไม่วางตา เขาเห็นเอ๋ยเอ้ยหายเข้าไปภายในบ้านอยู่ครู่หนึ่งสักพักก็ถือชามใบใหญ่ออกมาสองใบ

            บีลีฟรับชามเปล่าจากเอ๋ยเอ้ย จากนั้นก็จับช้อนตักน้ำตาลใส่ในลงชาม หยิบกระบวยตักของเหลวสีน้ำตาลใสและของเหลวสีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งกรองเสร็จใส่ลงในชามผสมให้เข้ากัน

            เอ๋ยเอ้ยเทพริกที่โขลกแล้ว บีบส้มจี๊ดอีกหลายลูกใส่ในชามที่บีลีฟถือ เธอใช้ช้อนคันเล็กคนก่อนตักน้ำที่ปรุงรสในชามนั้นมาชิมด้วยแววตาตื่นเต้น

            บุรุษสองคนที่แอบดูอยู่บนต้นไม้อมยิ้มโดยไม่รู้ตัว ท่าทางของสตรีสองนางนั้นช่างน่าขันเสียจริง แล้วไอ้น้ำสีน้ำตาลที่ไหหนึ่งขุ่นเข้มอีกโหลหนึ่งสีอ่อนใสมันคืออะไรกันนะ

            “อร่อย” เธอพูดพลางตักอีกช้อนป้อนใส่ปากของบีลีฟ

            “อืม แซ่บกำลังดี” บีลีฟยิ้มให้เอ๋ยเอ้ย “ใส่เครื่องลงมาเลย”

            เอ๋ยเอ้ยพยักหน้า มือเรียวคีบหมูทอดที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำใส่ลงในชามนั้น แล้วก็หยิบหอมแขกที่หั่นแล้วและผักชีฝรั่งใส่ปิดท้าย

            บีลีฟใช้ทัพพีคลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เธอนำชามใบใหญ่นั้นไปวางบนโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

            ชั่วเวลาที่ไม่ทันกระพริบตา ในมือของเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็มีตะเกียบพร้อมคีบอาหารในชาม ความเร็วตั้งแต่มือเปล่าจนกระทั่งมีตะเกียบนั้นราวกับใช้เวทมนต์เสกขึ้นมา

            จากนั้นในสายตาของบุรุษทั้งสองก็เห็นหญิงสาวคีบหมูเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สำรวมกิริยา

            “ข้าว่า ในนั้นใส่ยาที่ทำให้เสพติดลงไป” เสวียนอิงเปรียบเทียบพฤติกรรมของหญิงสาวกับผู้ติดยาที่ตนเคยได้พบเจอ

            “ฮ่าฮ่า เจ้าก็คิดแง่ร้ายเกินไป พวกนางกำลังจะเปิดโรงน้ำชา ไว้มีเวลาพวกเราก็ลองมาอุดหนุนละกัน” นัยน์ตาคมจับจ้องที่เอ๋ยเอ้ยไม่วางตา “ไปทำงานต่อได้แล้ว นี่เรามาปฏิบัติภารกิจอยู่นะ” เขาพูดพลางขยับตัวจะกระโดดลงจากต้นไม้

            “เฮอะ บอกตัวเองเถอะ” เสวียนอิงแสดงสีหน้าเย็นชาใส่ญาติผู้พี่ คนที่รีบมาดูก็คือเจ้าตัวนั่นแหละ ทำมาเป็นพูดดีว่าเสียเวลางาน แต่เขาก็เหลือบมองบีลีฟก่อนกระโดดลงสู่พื้นด้านล่าง

            สตรีนางนี้มีสีผิวที่เข้มกว่าสตรีโดยทั่วไป ผมก็เป็นลอนเล็กน้อย ดูแตกต่างแต่กลับมองแล้วเพลินตา เสียอย่างเดียวคือดุเหมือนเสี่ยวไป๋ สุนัขที่บ้านเขาไม่มีผิดเพี้ยน

            ตั้งแต่พวกเขาทั้งสองคนมาจนกระทั่งจากไป เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟต่างไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

            ........

             “เหนื่อยจังเลย วันนี้จะนอนที่นี่หรือจะกลับไปนอนที่จวน” บีลีฟนั่งยืดเหยียดขา สองมือยกสูงเหนือศีรษะ

            “แบ่งเอาน้ำปลาร้ากับน้ำปลาที่ได้กลับจวน ทำอาหารให้ท่านพ่อท่านแม่กัน”

........

จวนสกุลโจว

ติงเซียงรีบวิ่งมาหาเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองเดินเข้าประตูจวน

“คุณหนูกลับมาแล้ว นายท่านกำลังรับแขกอยู่เลยเจ้าค่ะ” สตรีน้อยกล่าวพลางแย่งรถเข็นจากมือของบีลีฟ

“แขกหรือ งั้นพวกข้าทำอาหารต้อนรับนะ” เอ๋ยเอ้ยสายตาประกายแวววาวเหมือนแมวที่มองเห็นเหยื่ออันโอชะ

“เก็บอาการหน่อย” บีลีฟเตือน

“ทำไมหรือเจ้าคะ คุณหนูจะทำอาหารแปลกๆ ใช่ไหมเจ้าคะ” ติงเซียงทำตาโต คุณหนูของนางทำอาหารอร่อยทุกครั้ง วันนี้น่าจะมีลาภปากอีกแล้ว

สองสาวยิ้มรับติงเซียงแทนคำตอบ พวกเธออุ้มโหลคนละใบเดินไปทางห้องครัวของจวน คนในห้องครัวต่างมองที่โหลทั้งสองใบ พวกเขารู้ว่านั่นคือปลาที่คุณหนูหมักจนสำเร็จแล้ว

“วันนี้ทำสองรายการแกงเห็ดกับยำคอหมูทอดน้ำปลาร้าดีมั้ย” บีลีฟหันหน้าถามเอ๋ยเอ้ย

“ก็ดีนะเมนูน้ำอย่างแห้งอย่าง แล้ววันนี้ในครัวทำกับข้าวอื่นหรือยัง” เมื่อเอ๋ยเอ้ยพูดจบ ติงเซียงก็ตอบแทนพ่อครัวทันที “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ อาหารคาวหวานทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว”

ยังไม่ทันได้ลงมือทำ สาวใช้ตัวน้อยอีกคนก็เข้ามาในครัวแล้วเอ่ยน้ำเสียงดีใจ

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านบอกว่าให้ทำอาหารเผื่อด้วยเจ้าค่ะ แขกของนายท่านจะเอากลับไปฝากคนที่จวน”

เอ๋ยเอ้ยกับบีลีฟมองหน้ากันทันที พวกเธอส่งสายตาราวกับสื่อสารกันทางกระแสจิตได้

เอ๋ยเอ้ย  ‘เอาไปฝากก็ต้องโชว์ฝีมือสินะ’

บีลีฟ     ‘เต็มที่เลย จะได้เรียกแขกเข้าร้าน’

จากนั้นพวกเธอก็เรียกคนที่อยู่ในครัวมาช่วยกันเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารในปริมาณมาก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (2)

    “เอ่อ สตรีในจวนใต้เท้า ใช่ว่าข้าจะไม่สนใจ” เขาพูดอ้อมแอ้ม ท่าทางเคอะเขินจนจับสังเกตได้ “หา พี่ชายข้าสนใจสตรีด้วยหรือ” เยว่ชุนน้องชายอุทานด้วยความตื่นเต้น “ข้าอยากเห็นจังว่าสตรีนางใดทำให้ภูเขาน้ำแข็งคนนี้หวั่นไหวได้” “เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่” ผู้เป็นมารดาหรี่ตาจับผิดบุตรชายบ้านตน “เอ่อ อันที่จริงข้าก็พานางมาที่นี่ด้วย เพียงแต่คืนนี้ให้นางพักที่โรงเตี๊ยม” เยว่ชิวตอบ ใบหูเริ่มแดงชัดเจน “ข้าอยากเห็นๆ” เยว่ชุนร้องโวยวายไม่ต่างจากเด็กน้อย&n

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (1)

    ความเดิมตอนที่แล้ว“ฮือ ฮือ ฮือ”เสียงร้องไห้ทั้งวันและเกือบทุกวันของติงเซียงรบกวนโสตประสาทของเยว่ชิว ชายหน้านิ่งที่ถูกสั่งให้เฝ้าห้องน้ำวัด“รบกวนเงียบได้หรือไม่” เขากล่าวเสียงเรียบกับสตรีน้อยด้านข้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดปากพูดกับหญิงสาว“ไม่ได้” ติงเซียงเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยใบหน้าโศกเศร้าเจือหงุดหงิด“คุณหนูหายไปหลายวันแล้วไม่กลับมาสักที ข้าคิดถึง ใต้เท้าทั้งสองก็คงคิดถึงไม่ต่างกัน”“คุณหนูเจ้าแค่หายตัวไป ไม่ได้ตายเสียหน่อย”เยว่ชิวยังคงเอ่ยเสียงเรียบ ไม่สะทกสะท้านกับความน่าสงสารของสตรีเลยแม้แต่น้อย“ปากเสีย อย่าพูดเรื่องตายเชียวนะ ตบปากเจ้าซะ”

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 26 ทำเซอร์ไพรส์

    เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อถูกสามีตามไปเฝ้าถึงในห้องน้ำก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงจะเป็นคนยุคใหม่ แต่เรื่องนี้มันก็น่าอายนะแต่เมื่อคิดว่าต่อไปในอนาคต หากสามีภรรยาไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บป่วย ก็ต้องดูแลกันถึงในห้องน้ำอยู่ดี ดูแลกันแม้ยามเจ็บป่วยแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันทั้งชีวิตพวกเธอจึงไม่ไล่สามีของตนออกจากห้องน้ำ เพียงแค่บอกให้เขายืนหันหลังก็พอหลังจากหญิงสาวทั้งสองทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว พวกเธอก็ออกมายืนพิจารณาหน้าห้องน้ำห้องน้ำทั้งสองห้องนี้ถูกสร้างไว้ด้วยความวิจิตรบรรจง ประตูและหน้าต่างถูกแกะสลักประณีตงดงาม ลวดลายที่ถูกแกะสลักก็หนีไม่พ้นนกยวนยาง (เป็ดแมนดาริน) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ จับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต“ประทับใจใช่หรือไม่” เสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเอ่ยถามภรรยาของตนพร้อมกันราวกับเตี๊ยมกันมา

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 25 ห้องน้ำส่วนตัว

    กลับมาถึงเมืองอิ๋นตู ก็มีเรื่องต้องประหลาดใจ ความจริงก็ไม่ต่างจากที่เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟคาดไว้เท่าใดนักวันที่พวกเธอกลับมาถึงจวน เยว่ชิวหรือพี่หน้านิ่งก็จูงมือติงเซียงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่และขออนุญาตแต่งงานโดยบอกว่าพวกเขาทั้งสองได้คบหาดูใจมาสักระยะหนึ่งแล้วได้ยินดังนั้น เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รีบจูงติงเซียงออกมาซักถามเป็นการส่วนตัว“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เอ๋ยเอ้ยเป็นคนเปิดประเด็กถามสาวใช้ตัวน้อยติงเซียงยืนบิดตัวด้วยความเขินอาย“ก็ตั้งแต่เฝ้าคุณหนูหน้าห้องน้ำน่ะเจ้าค่ะ” นางเงียบไปพักหนึ่งก่อนเล่าต่อ“ข้าร้องไห้หน้าห้องน้ำ พี่เยว่ชิวเลยคอยพาข้าเดินวนรอบวัด คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าญาติข้าเสียในห้องน้ำ”เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟนิ่งเงียบพร้อมกัน เธอควรขำหรือร้องไห้ตามดีพาไปเดินวนรอบวัดหรือพาไปเดินจงกรมกันแน่ ส่วนที่ว่าญาติเสียในห้องน้ำหมายถึงพวกเธอใช่หรือไม่เฮ้อ จะมีใครย้อนเวลามาทางนี้แบบพวกเธอบ้างช่างน่าอายเสียจริง“พวกเจ้าสองคนได้เสียกันหรือยัง” บีลีฟเปลี่ยนเรื่องถามเช่นผู้ใหญ่ถามเด็กอย่างไรเสียเธอก็อาบน้ำร้อนมาก่อนใบหูของติงเซียงเริ่มแดงขึ้นมาทันใดจากนั้นก็ลามไปทั่วใบหน้า หญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อน

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 24 ฮันนีมูน

    เมืองจินไห่ เมืองท่าติดทะเลริมชายหาดส่วนตัวแห่งหนึ่ง มีกระโจมสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก กระโจมทั้งสองนี้หันหน้าเข้าหาทะเล ด้านหน้ากระโจมมีพรมผืนใหญ่ปูอยู่ บนพรมตั้งโต๊ะเตี้ย รอบล้อมด้วยเก้าอี้สี่ตัวพวกเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟมาฮันนีมูนนอกสถานที่กันเพียงสี่คน ไม่ได้ให้คนอื่นติดตามมาปล่อยให้พี่หน้านิ่งเยว่ชิวกับติงเซียงมีเวลากันมากขึ้น เผื่อจะมีข่าวดีเร็วๆ“สุกแล้ว”เอ๋ยเอ้ยส่งเสียงบอกแต่ละคน เธอหยิบปลาหมึกตัวใหญ่ที่ย่างจนสุกมาหั่นแล้วจัดใส่จานส่วนบีลีฟกำลังทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาเหลือบมองเสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเป็นระยะเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังแกะหอยนางรมด้วยความขะมักเขม้นไม่รู้ว่าชอบกินหรือจะโด๊ปกันแน่เ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 23 บรรพชนของเรา

    อีกฝั่งของป่า บนก้อนหินก้อนใหญ่ มีร่างของชายหนุ่มหญิงสาวนั่งพิงไหล่กัน มองดวงดาวที่ส่องประกายแสงบนท้องฟ้าท่ามกลางราตรีที่มืดมิด“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”ฝูเทียนเหวินบอกเอ๋ยเอ้ยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์คะนึงหา“ข้าก็คิดถึงเจ้า ว่าแต่ ข้าหายไปนานขนาดไหนหรือ”เอ๋ยเอ้ยถามสามีตน มือเล็กกอดแขนบุรุษไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะต้องจากกันอีกครั้ง“ประมาณสี่เดือน” ฝูเทียนเหวินตอบ เป็นสี่เดือนที่ทรมานใจเหลือเกิน ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันหายไปในเวลาที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ข้างนอกหากไม่ต้องทำงานเขาอยากจะเป็นคนเฝ้าห้องน้ำที่วัดเองด้วยซ้ำไปเอ๋ยเอ้ยซบไหล่ชายหนุ่ม ซักพักก็กอดเขา ฝูเทียนเหวินไม่รีรอรวบร่างของเธอในอ้อมแขนแล้วกอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status