Share

ตอนที่ 7 ขอพร

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 09:13:32

จวนสกุลเสวียน

“อิงเอ๋อร์ เหวินเอ๋อร์ พวกเจ้ากลับกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้านำอาหารที่ลูกบุญธรรมของท่านโจวโหวหยวนกลับมาให้พวกเจ้าลองชิม”

เสียงของสตรีวัยกลางคนใบหน้ายิ้มแย้มพูดกับบุตรและหลานชายของตน

“ทำไมหรือท่านแม่ ที่จวนเราไม่มีอาหารถึงต้องไปขอจากจวนท่านโจวเลยหรือ” เสวียนอิงสีหน้าเรียบเฉยเอ่ยกับมารดา

มารดาของเขาพยายามจับคู่ให้เขามาแล้วหลายครั้ง และก็ถูกเขาปฏิเสธทุกครั้ง

วันนี้ก็ดูจะมีเป้าหมายใหม่อีกแล้ว ช่างมีความพยายามเสียจริง

“รอบนี้ท่านโจวรับบุตรบุญธรรมมาสองคนเชียวนะ พวกนางช่างน่ารักมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนชาวแคว้นเราเท่าไหร่ น่าจะถูกใจพวกเจ้า”

ฝูเทียนเหวินหัวเราะขบขัน “ท่านป้าคิดว่าพวกข้าชอบสตรีง่ายดายหรืออย่างไร อีกอย่างที่จวนพ่อครัวทำกับข้าวไม่เป็นหรือ ถึงต้องไปเอามาจากบ้านท่านโจวด้วย”

มารดาของเสวียนอิงก็คือป้าแท้ๆ ของฝูเทียนเหวิน ช่วงนี้ชายหนุ่มทั้งสองคนมาสืบราชการลับที่เมืองอิ๋นตู พวกเขาเลยมาพักที่จวนสกุลเสวียน

มาอยู่ยังไม่ถึงสามวัน ก็เริ่มถูกจับคู่เสียแล้ว

“พวกเจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร บุตรบุญธรรมของท่านโจวคราวนี้ทำอาหารเก่งทีเดียว ที่สำคัญนะ พวกนางทั้งสองทำอาหารที่แปลกใหม่ รสชาติไม่เหมือนที่พวกเจ้าเคยกินมาหรอก” เสวียนฮูหยินกล่าวพลางยกมือส่งสัญญาณให้สาวใช้ยกอาหารขึ้นโต๊ะ

จากการพูดโน้มน้าว ฝูเทียนเหวินและเสวียนอิงจึงเดินไปชิมอาหารที่โต๊ะอย่างเสียไม่ได้

“นี่มันอะไร” ฝูเทียนเหวินมองแกงเห็นที่อยู่ในชาม น้ำแกงสีน้ำตาลทำให้เขาหวั่นใจเล็กน้อย

“สีเหมือนน้ำยาสมุนไพร แต่กลิ่นไม่ใช่ ในชามก็หอมดีอยู่หรอก แต่ในจานนี้ดูแปลกอยู่นะ” เสวียนอิงจ้องจานยำคอหมูทอดน้ำปลาร้าไม่วางสายตา

“ข้าว่าจานนี้คุ้นๆ” เขาชี้นิ้วไปที่จานพร้อมเหลือบตามองฝูเทียนเหวิน

“คล้ายกับที่สตรีสองนางนั้นทำ” ฝูเหวินเทียนตอบ นัยน์ตาเขาราวกับกระแสน้ำในมหาสมุทร ลึกลับและคาดเดาไม่ได้

แต่ไม่ใช่กับเสวียนอิงที่รู้จักเขามาตั้งแต่เล็ก

“สตรีเพี้ยนทำแน่นอน เจ้าอยากลองชิมก็ได้โอกาสแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอุดหนุนพวกนางที่ร้าน” ชายหนุ่มรูปร่างกำยำหยิบตะเกียบคีบไปที่ชิ้นหมูทอดในยำจานนั้น

เขานิ่งราวกับทำใจอยู่สักพัก

“ก็ไม่ได้ยินว่ามีใครกินแล้วตาย” ก่อนคีบหมูเข้าปากก่อนฝูเทียนเหวิน

มุมปากฝูเทียนเหวินยกยิ้มเล็กน้อย แหม ไอ้ญาติผู้น้องคนนี้ ทำเป็นวิจารณ์นั่นนี่ แต่กลับเอาเข้าปากก่อนใคร

เขามองปฏิกิริยาของเสวียนอิงตอนที่เคี้ยวหมูแล้วกลืนลงคอ เห็นท่าทางและสายตาของชายหนุ่มทำเหมือนกับเจอเรื่องที่เหลือเชื่อก็เลยลองชิมบ้าง

คอหมูที่ถูกชุบแป้งทอดกรอบ ถึงจะถูกคลุกด้วยน้ำยำก็ยังคงความกรอบอยู่ น้ำยำที่มีครบรส เค็มหวานเปรี้ยวเผ็ด แต่ละรสชาติซึมซาบอยู่ในโพรงปาก อร่อยจนต้องตกตะลึง

“มิน่า พวกนางจึงไม่สำรวมกิริยาตอนกินอาหารนี้” เขาพูดจบก็มองเสวียนอิง แต่เห็นเสวียนอิงใช้ช้อนตักแกงเห็ดใส่ในถ้วยของตนเองแล้ว

“แหม รีบเชียวนะ” เขาเอ่ยแซว มือหนาของเขาก็ส่งถ้วยของตนให้เสวียนอิง “ตักให้ข้าด้วย”

นัยน์ตาคมของเสวียนอิงมองกลับทันที “ตักเอง”

พวกเขาทั้งสองคีบเห็ดเข้าปากพร้อมกัน เมื่อรับรู้ว่ารสชาติไม่แย่อย่างที่คิดจึงลองหยิบช้อนตักน้ำแกงในถ้วย กลั้นหายใจเล็กน้อยแล้วก็ยกช้อนเข้าปากอีกครั้ง

“หืม ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด” ฝูเทียนเหวินทำตาโตประหลาดใจ     

ส่วนเสวียนอิงตักคำที่สองชิมไปแล้ว กำลังตักคำที่สาม

“ใส่สมุนไพรที่ทำให้เสพติดแน่ๆ”

“น้อยๆ หน่อย เพิ่งเคยกินของอร่อยก็วิจารณ์ซะเสียหาย”

เสวียนฮูหยินหรือมารดาของเสวียนอิงเดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงเอ็ดลูกชายบ้านตน

“ท่านแม่เห็นบุตรบุญธรรมท่านโจวดีกว่าบุตรตัวเองหรือ” เสวียนอิงทำเสียงเคร่งขรึมแกล้งมารดา

“เจ้าอย่าทำเป็นเล่นไป ตอนนี้หลายตระกูลต่างอยากได้แม่หนูอ๋ายอ้ายและแม่หนูซิ่นซินเป็นสะใภ้ทั้งนั้น ตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงก็เริ่มมาทาบทามแล้ว”

“เหอะ คล้ายกับคนเพี้ยนเช่นนั้น คุณชายบ้านไหนเลยจะชอบ” เสวียนอิงพูดพลางรีบคีบหมูใส่ในถ้วยของตน เพราะตอนนี้ฝูเทียนเหวินไม่พูดไม่จา กินคนเดียวไปหลายคำแล้ว

 เสวียนฮูหยินทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย บุตรชายตนพูดราวกับว่าเคยเจอสตรีสองนางแล้ว แต่ไม่มีที่ท่ารีบปฏิเสธเหมือนกับทุกครั้ง เห็นทีครานี้มีหวังจะได้สะใภ้เข้าบ้าน

นางรีบเดินออกไปทันที ต้องบอกสามีตนและเขียนจดหมายไปบอกน้องสาวกับน้องเขย เรื่องนี้รอช้าไม่ได้

........

วัดผิงอัน

บรรยากาศยามเช้าที่วัดผิงอันดูงดงามเหมือนวัดที่อยู่บนสวรรค์ อากาศเย็นสบายมีเมฆหมอกปกคลุมค่อนข้างมากทำให้เหล่าภิกษุและแม่ชีที่เดินไปมาเหมือนกับเทพเซียนที่ลอยได้

เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟต่างใส่ชุดเสื้อผ้าสีสดใส วันนี้พวกเธอตั้งใจมาไหว้พระขอพรอีกทั้งนำน้ำปลาเจและน้ำปลาร้าเจมาให้โรงทาน อารมณ์จึงดีเป็นพิเศษ

รู้สึกเหมือนสิ่งดีๆ กำลังจะเข้ามาในชีวิต

“ขอพรอะไรทำไมนานจัง” บีลีฟถามเอ๋ยเอ้ยที่เพิ่งลืมตาหลังจากทำปากขมุบขมิบอยู่นานสองนาน

“บอกไม่ได้เดี๋ยวไม่ศักดิ์สิทธิ์” เอ๋ยเอ้ยตอบ “แล้วแกขออะไร”

“ขอให้รวย ขอให้ได้กลับบ้าน ขอผู้ชายหล่อ” บีลีฟตอบโดยไม่ต้องคิด

“แกนี่ย้อนแย้ง ขอรวย ขอผู้ชาย ขอกลับบ้าน ทำอย่างกับจะแบกเงินพร้อมหิ้วผู้ชายกลับบ้านได้ ถ้าได้ผู้แล้วจะทิ้งไว้ที่นี่หรือไง” เอ๋ยเอ้ยถอนหายใจใส่เพื่อนสาว

“เออ ถ้าได้กลับบ้านจะได้แล้วทิ้งก็ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียส”

บีลีฟพูด หญิงสาวเชิดหน้ามั่นใจไม่เสียดายในสิ่งที่ตนพูดออกมา

เอ๋ยเอ้ยรีบหลับตาแล้วอธิษฐานในใจต่อทันที

‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเจ้าคะ ถ้าลูกช้างจะมีสามีก็ขอให้ได้กับเนื้อคู่นะเจ้าคะ แบบที่ไม่พลัดพรากจากกัน ส่วนเงินก็ขอให้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีแต่เงินไหลมาเทมา’ มือเรียวที่พนมอยู่ยกขึ้นแตะที่หว่างคิ้วก่อนก้มกราบลงพื้น

“จริงจังเลยนี่หว่า” บีลีฟมองเอ๋ยเอ้ย รอจนเอ๋ยเอ้ยอธิษฐานเสร็จจึงออกจากวัดพร้อมกัน

“วันนี้มาทำบุญ ไม่ไปจับปูแล้ว” บีลีฟบอกคนข้างกาย

“ได้ยินว่าไม่ไกลจากวัดมีหมู่บ้านผีสิง ไปดูกันดีมั้ย” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของเอ๋ยเอ้ยส่งให้บีลีฟ

“แหนะ หาเรื่องลึกลับมาเล่าในร้านหรือไง ไว้ไปตอนเย็นละกัน”

บีลีฟพูดก่อนเดินนำเอ๋ยเอ้ยไปพูดคุยกับแม่ชีโจวรุ่ยและบรรดาแม่ชีน้อยทั้งหลาย กว่าจะคุยเสร็จก็ล่วงเข้ายามเซิน (15.00 - 16.59 น.)

หญิงสาวทั้งสองออกจากวัดก็เดินตามเส้นทางที่ได้ยินข่าวมา ใบหน้าของคนทั้งคู่ไม่มีวี่แววหวาดกลัวแต่อย่างใด

จากถนนที่ยังพบผู้สัญจรร่วมทางก็ค่อยๆ กลายเป็นถนนที่ไร้ผู้คน ต้นไม้ใหญ่เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เมื่อทางเดินแคบลงจนเหลือเพียงแค่ถนนสำหรับคนเดิน แสงสว่างก็เริ่มถูกกิ่งก้านต้นไม้ใบไม้แผ่มาบดบังจนแทบจะมืดมิด

“หูย บรรยากาศเริ่มได้ล่ะ” เอ๋ยเอ้ยมองทั่วทิศ ราวกับกำลังจดจำเส้นทางเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน

“มีอะไรก็ใส่เกียร์น้องหมาวิ่งเลยนะ ทางใครทางมัน” บีลีฟบอกล่วงหน้าเพื่อป้องกันไว้ก่อน

ฟังเรื่องผีทั้งแบบแห้งและสดมาก็เยอะ ไปตระเวนตอนกลางคืนตามเรื่องที่ฟังก็ไม่ใช่น้อย จนตอนนี้รู้ว่าหากเจออะไรต้องวิ่งก็วิ่งเลย ไม่ต้องมารอกัน

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ตรงหน้าของหญิงสาวทั้งสองก็เริ่มมองเห็นหมู่บ้านรกร้างอาถรรพณ์ตามคำเล่าลือ สภาพบ้านแต่ละหลังค่อนข้างชำรุดทรุดโทรม บนพื้นมีใบไม้แห้งและสิ่งของเครื่องใช้ผุพังที่ถูกพัดปลิวตามลม

เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟค่อยๆ เดินสำรวจบ้านหลังแรกที่ใกล้ที่สุด เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจก็เปลี่ยนไปบ้านหลังอื่นเรื่อยๆ

จนกระทั่งเข้าไปภายในบ้านหลังที่สี่ บ้านหลังนี้มีเรือนไม้ภายในหลายหลัง ในสวนมีบ่อน้ำเก่าตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ด้านหลังบ่อน้ำมีต้นไม้ขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ความรู้สึกวังเวงและขนลุกไปพร้อมกัน

เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟค่อยๆ ย่องให้เสียงเดินของพวกเธอเบาที่สุดตามสัญชาตญาณ แม้ว่ายังมองไม่เห็นและยังไม่ได้ยินสิ่งใด แต่ในใจมีเค้าลางบอกว่าให้ระวังตัว

ยังเดินไม่ทันถึงบ่อน้ำ หญิงสาวทั้งสองก็ถูกรวบตัว ริมฝีปากบางถูกมือหนาปิดแน่น ก่อนที่ทั้งร่างจะถูกอุ้มออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างเงียบเชียบ

พวกเธอถูกรวบตัวหายไปท่ามกลางดวงตาหลายคู่ที่กำลังซุ่มมองทางบ่อน้ำ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (2)

    “เอ่อ สตรีในจวนใต้เท้า ใช่ว่าข้าจะไม่สนใจ” เขาพูดอ้อมแอ้ม ท่าทางเคอะเขินจนจับสังเกตได้ “หา พี่ชายข้าสนใจสตรีด้วยหรือ” เยว่ชุนน้องชายอุทานด้วยความตื่นเต้น “ข้าอยากเห็นจังว่าสตรีนางใดทำให้ภูเขาน้ำแข็งคนนี้หวั่นไหวได้” “เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่” ผู้เป็นมารดาหรี่ตาจับผิดบุตรชายบ้านตน “เอ่อ อันที่จริงข้าก็พานางมาที่นี่ด้วย เพียงแต่คืนนี้ให้นางพักที่โรงเตี๊ยม” เยว่ชิวตอบ ใบหูเริ่มแดงชัดเจน “ข้าอยากเห็นๆ” เยว่ชุนร้องโวยวายไม่ต่างจากเด็กน้อย&n

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (1)

    ความเดิมตอนที่แล้ว“ฮือ ฮือ ฮือ”เสียงร้องไห้ทั้งวันและเกือบทุกวันของติงเซียงรบกวนโสตประสาทของเยว่ชิว ชายหน้านิ่งที่ถูกสั่งให้เฝ้าห้องน้ำวัด“รบกวนเงียบได้หรือไม่” เขากล่าวเสียงเรียบกับสตรีน้อยด้านข้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดปากพูดกับหญิงสาว“ไม่ได้” ติงเซียงเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยใบหน้าโศกเศร้าเจือหงุดหงิด“คุณหนูหายไปหลายวันแล้วไม่กลับมาสักที ข้าคิดถึง ใต้เท้าทั้งสองก็คงคิดถึงไม่ต่างกัน”“คุณหนูเจ้าแค่หายตัวไป ไม่ได้ตายเสียหน่อย”เยว่ชิวยังคงเอ่ยเสียงเรียบ ไม่สะทกสะท้านกับความน่าสงสารของสตรีเลยแม้แต่น้อย“ปากเสีย อย่าพูดเรื่องตายเชียวนะ ตบปากเจ้าซะ”

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 26 ทำเซอร์ไพรส์

    เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อถูกสามีตามไปเฝ้าถึงในห้องน้ำก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงจะเป็นคนยุคใหม่ แต่เรื่องนี้มันก็น่าอายนะแต่เมื่อคิดว่าต่อไปในอนาคต หากสามีภรรยาไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บป่วย ก็ต้องดูแลกันถึงในห้องน้ำอยู่ดี ดูแลกันแม้ยามเจ็บป่วยแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันทั้งชีวิตพวกเธอจึงไม่ไล่สามีของตนออกจากห้องน้ำ เพียงแค่บอกให้เขายืนหันหลังก็พอหลังจากหญิงสาวทั้งสองทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว พวกเธอก็ออกมายืนพิจารณาหน้าห้องน้ำห้องน้ำทั้งสองห้องนี้ถูกสร้างไว้ด้วยความวิจิตรบรรจง ประตูและหน้าต่างถูกแกะสลักประณีตงดงาม ลวดลายที่ถูกแกะสลักก็หนีไม่พ้นนกยวนยาง (เป็ดแมนดาริน) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ จับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต“ประทับใจใช่หรือไม่” เสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเอ่ยถามภรรยาของตนพร้อมกันราวกับเตี๊ยมกันมา

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 25 ห้องน้ำส่วนตัว

    กลับมาถึงเมืองอิ๋นตู ก็มีเรื่องต้องประหลาดใจ ความจริงก็ไม่ต่างจากที่เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟคาดไว้เท่าใดนักวันที่พวกเธอกลับมาถึงจวน เยว่ชิวหรือพี่หน้านิ่งก็จูงมือติงเซียงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่และขออนุญาตแต่งงานโดยบอกว่าพวกเขาทั้งสองได้คบหาดูใจมาสักระยะหนึ่งแล้วได้ยินดังนั้น เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รีบจูงติงเซียงออกมาซักถามเป็นการส่วนตัว“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เอ๋ยเอ้ยเป็นคนเปิดประเด็กถามสาวใช้ตัวน้อยติงเซียงยืนบิดตัวด้วยความเขินอาย“ก็ตั้งแต่เฝ้าคุณหนูหน้าห้องน้ำน่ะเจ้าค่ะ” นางเงียบไปพักหนึ่งก่อนเล่าต่อ“ข้าร้องไห้หน้าห้องน้ำ พี่เยว่ชิวเลยคอยพาข้าเดินวนรอบวัด คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าญาติข้าเสียในห้องน้ำ”เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟนิ่งเงียบพร้อมกัน เธอควรขำหรือร้องไห้ตามดีพาไปเดินวนรอบวัดหรือพาไปเดินจงกรมกันแน่ ส่วนที่ว่าญาติเสียในห้องน้ำหมายถึงพวกเธอใช่หรือไม่เฮ้อ จะมีใครย้อนเวลามาทางนี้แบบพวกเธอบ้างช่างน่าอายเสียจริง“พวกเจ้าสองคนได้เสียกันหรือยัง” บีลีฟเปลี่ยนเรื่องถามเช่นผู้ใหญ่ถามเด็กอย่างไรเสียเธอก็อาบน้ำร้อนมาก่อนใบหูของติงเซียงเริ่มแดงขึ้นมาทันใดจากนั้นก็ลามไปทั่วใบหน้า หญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อน

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 24 ฮันนีมูน

    เมืองจินไห่ เมืองท่าติดทะเลริมชายหาดส่วนตัวแห่งหนึ่ง มีกระโจมสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก กระโจมทั้งสองนี้หันหน้าเข้าหาทะเล ด้านหน้ากระโจมมีพรมผืนใหญ่ปูอยู่ บนพรมตั้งโต๊ะเตี้ย รอบล้อมด้วยเก้าอี้สี่ตัวพวกเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟมาฮันนีมูนนอกสถานที่กันเพียงสี่คน ไม่ได้ให้คนอื่นติดตามมาปล่อยให้พี่หน้านิ่งเยว่ชิวกับติงเซียงมีเวลากันมากขึ้น เผื่อจะมีข่าวดีเร็วๆ“สุกแล้ว”เอ๋ยเอ้ยส่งเสียงบอกแต่ละคน เธอหยิบปลาหมึกตัวใหญ่ที่ย่างจนสุกมาหั่นแล้วจัดใส่จานส่วนบีลีฟกำลังทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาเหลือบมองเสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเป็นระยะเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังแกะหอยนางรมด้วยความขะมักเขม้นไม่รู้ว่าชอบกินหรือจะโด๊ปกันแน่เ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 23 บรรพชนของเรา

    อีกฝั่งของป่า บนก้อนหินก้อนใหญ่ มีร่างของชายหนุ่มหญิงสาวนั่งพิงไหล่กัน มองดวงดาวที่ส่องประกายแสงบนท้องฟ้าท่ามกลางราตรีที่มืดมิด“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”ฝูเทียนเหวินบอกเอ๋ยเอ้ยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์คะนึงหา“ข้าก็คิดถึงเจ้า ว่าแต่ ข้าหายไปนานขนาดไหนหรือ”เอ๋ยเอ้ยถามสามีตน มือเล็กกอดแขนบุรุษไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะต้องจากกันอีกครั้ง“ประมาณสี่เดือน” ฝูเทียนเหวินตอบ เป็นสี่เดือนที่ทรมานใจเหลือเกิน ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันหายไปในเวลาที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ข้างนอกหากไม่ต้องทำงานเขาอยากจะเป็นคนเฝ้าห้องน้ำที่วัดเองด้วยซ้ำไปเอ๋ยเอ้ยซบไหล่ชายหนุ่ม ซักพักก็กอดเขา ฝูเทียนเหวินไม่รีรอรวบร่างของเธอในอ้อมแขนแล้วกอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status