Share

ตอนที่ 8 ลวนลาม

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-28 07:21:36

“ตอบคำถามมา เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

น้ำเสียงดุดันถามบีลีฟข้างหู ตอนนี้ร่างของผู้ถามและผู้ถูกถามใกล้กันจนเรียกแนบชิดก็ยังได้

“มาล่าท่าผี” บีลีฟพยายามมองหน้าผู้ถามแต่ก็มองไม่ถนัด เธอพยายามจะขยับตัวหนีจากการถูกจับกุม แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ถูกอีกฝ่ายกอดแน่นจนขยับไม่ได้

“แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ใช่พวกเดียวกับโจรเก็บภูผา ถ้าโกหก ข้าจะจับเจ้าไปทรมานในคุก” ชายหนุ่มใช้เสียงต่ำกดดันหญิงสาว

บีลีฟเริ่มหงุดหงิดควันออกหู “จะเย็บบุปผาหรือจะเด็ดบุปผาก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้า เจ้าอยากไปเย็บบุปผาก็ไปหอโคมเขียวสิ เอ๊ะหรือว่าหอโคมแดง เออ เหมือนกันน่ะแหละ”

บุรุษได้ฟังหัวคิ้วก็เริ่มขมวดกันจนเป็นปม จากโจรเก็บภูผานี่นางฟังเป็นเย็บบุปผา เด็ดบุปผา เด็ดบุปผาเขายังพอเข้าใจว่าหมายความว่าอะไร แต่เย็บบุปผานี่สิ งานฝีมือของสตรีหรือ

“เย็บบุปผาแปลว่าอะไร” เขาถามด้วยความสนใจใคร่รู้

บีลีฟตอบทันทีโดยไม่คิด “ก็พวกผู้ชายหื่นกามจับผู้หญิงไปเล่นจ้ำจี้ เอ่อ จับผู้หญิงไปสนองความใคร่ สนองความอยาก สนองตัณหานั่นแหละ เข้าใจหรือไม่” ที่จริงอยากจะบอกต่อว่าสนองความเงี่..แต่ว่าผู้ชายคนนี้คงไม่เข้าใจอยู่ดี ไม่พูดเสียดีกว่า ขี้เกียจอธิบาย

บุรุษได้ฟังก็ทำหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธ สตรีนางนี้ทำให้เข้ามีโทสะแทบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ที่ตัวแนบชิด นอกจากโทสะแล้วยังมีสิ่งอื่นที่รู้สึกแปลกประหลาดเพิ่มขึ้นมา

ตอนแรกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองจนได้ยินเสียงของสตรีในอ้อมแขน

“ไอ้หื่นกาม นี่ตกลงเจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือโจรกันแน่ เอาไอ้ตรงนั้นมาดุนหน้าขาข้าอยู่ได้ ไอ้ทะลึ่ง”

นี่นางถึงกับว่าเขาว่าเป็นไอ้หื่นกาม เขาไม่ได้โรคจิตเสียหน่อย แถมตอนนี้ก็ไม่ได้มีอารมณ์อะไร เพียงแต่ความเป็นชายของเขามันใหญ่โตอวดบารมีให้สตรีรับรู้ก็เท่านั้น เขาผิดตรงไหนไม่ทราบ

ที่รู้สึกแปลกๆ เพราะความยิ่งใหญ่ของตนสัมผัสกับเนื้อนุ่มๆ นั่นเอง

“ข้าไม่ได้ทะลึ่งและข้าไม่ได้ลวนลามเจ้า” เขาบอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย

บีลีฟใช้ศีรษะตนกระแทกคางของเขา เธอเอนหน้าออกมาแล้วจ้องที่ใบหน้าชายหนุ่ม

“เป็นเจ้าหรือนี่ โรคจิตมากสินะ” เธอพยายามใช้แขนและมือที่ขยับได้เพียงเล็กน้อยหาหลักฐานเข้าข้างตน

มือเล็กควานอยู่แถวเอวตัวเอง เมื่อเจอสิ่งที่ดุนหน้าขาก็คว้าหมับทันที

“นี่ไง เห็นมั้ย จะมีหน้ามาบอกว่าไม่ใช่โรคจิตอีกหรือ”

“ใช่ ข้าไม่ใช่โรคจิต แต่ถ้าเจ้าจับแน่นกว่านี้ หรือขยับมือไปมาบ่อยๆ ก็ไม่แน่แล้ว” ตอนนี้บุรุษพยายามสะกดอารมณ์เต็มกำลัง

บีลีฟไม่เชื่อคำของเขา เธอลองขยับมืออยู่สามสี่ครั้ง เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของสิ่งที่อยู่ในมือก็เริ่มตกใจ

‘หา เมื่อกี้คือมันยังไม่ตื่นหรือนี่ เต็มๆ มือเลยนะ’

ใบหน้าของเธอเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ เธอปล่อยมือที่จับกุมของหลวงออกทันที

“ก็ไม่เท่าไหร่ ข้าไม่รู้สึกอะไรหรอก ถือว่าข้าไม่เคยจับละกัน” เธอพูดแก้เก้อ

เมื่อได้ยินว่า ‘ก็ไม่เท่าไหร่’ แขนแกร่งของบุรุษก็คลายออกทันใด แต่มือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ทั่วร่างกายของหญิงสาว ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเธอ

มืออีกข้างของเขาเชยคางของเธอให้เงยหน้าขึ้น เขาส่งริมฝีปากลงประกบริมฝีปากของเธอโดยไม่รอช้า ส่วนมืออีกข้างก็จับหน้าอกของหญิงสาวก่อนที่จะขยับมือบีบด้วยความลืมตัว

บีลีฟที่เพิ่งเคยถูกสัมผัสหน้าอกก็เผลอครางออกมา ทำให้บุรุษร่างกำยำส่งลิ้นร้อนของตนเข้าสำรวจภายในโพรงปากของเธอในช่วงจังหวะนี้

อืม มันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ

ได้ลองชิมรสครั้งแรกก็ชักจะติดใจ แถมในมือก็นุ่มเสียจนไม่อยากสัมผัสผ่านเนื้อผ้า

บ้าจริงเชียว ตอนนี้เขาสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานอยู่ด้วย หากเขาพานางหลบไปตอนนี้คงถูกทำโทษแน่

เอาเป็นว่าปล่อยนางไปก่อนก็แล้วกัน เขารู้แล้วว่านางอยู่ที่ใด ถ้าไม่อยู่ที่โรงน้ำชาก็คงอยู่ที่จวนสกุลโจว

ครั้งหน้าคงไม่ปล่อยง่ายๆ แบบนี้

“ของเจ้าเองก็ไม่เท่าไหร่ ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเลย” เขาพูดเอาคืนหวังให้สตรีตรงหน้าโมโหบ้าง

บีลีฟถึงปากอยากจะบ่นแถมในใจก็ขุ่นเคือง บุรุษผู้นี้ไม่ตรงสเป็กของตนเลยแม้แต่น้อย สูงล่ำแถมน่าจะมีก้ามปูอีก ช่างน่าขนลุกเกินไปแล้ว

อีกอย่างช่างกล้าว่า ‘ไม่เท่าไหร่’ นี่ของแท้แม่ให้มาเชียวนะ เหอะ ดูถูกกันดีนัก ไว้ได้เห็นดีกัน

แต่ว่าการที่ถูกลุกล้ำสัมผัสเช่นนี้ก็ดีอยู่นะ มิน่า เพื่อนและรุ่นพี่บางคนถึงแอบไปอยู่กับแฟนหลังเลิกเรียน

เมื่อร่างกายพ้นจากพันธนาการของเขา เธอก็รีบออกตัววิ่งทันที อยู่นานไม่ได้ กลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะเผลอใจแล้วจับเขากินแทน

ดีที่บุรุษนั้นไม่รู้ มิเช่นนั้นอาจจะอุ้มเธอไปศึกษาเล่าเรียนเรื่องบนเตียงให้ลึกซึ้งกว่านี้

........

ส่วนเอ๋ยเอ้ยก็ถูกรวบตัวไปสอบถามเช่นเดียวกัน คำถามไม่แตกต่างกับบีลีฟ ที่แตกต่างคือส่วนล่างของชายหนุ่มหญิงสาวไม่ได้แนบชิดเท่ากับคู่ของบีลีฟ

“เจ้าเป็นอะไรกับโจรเก็บภูผา” เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงสาว

“ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ข้าแค่มาสำรวจหมู่บ้านผีสิง” เอ๋ยเอ้ยตอบ ร่างบางขยับตัวชิดร่างแกร่งของเขาอย่างลืมตัว

เพราะตอนนี้หลังเธอพิงกำแพงอยู่ ทำให้ปลายด้ามพู่กันทิ่มหลัง เอ๋ยเอ้ยจึงต้องขยับตัวเพื่อให้พู่กันขยับเข้าที่เดิม

แต่การขยับตัวของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มสงสัย มือหนาของเขาสัมผัสทั่วทั้งร่างของเธอทันที

“อย่าขยับ หากไม่ได้ทำผิดก็อยู่นิ่งๆ ให้ข้าค้นตัว”

ฝ่ามือของบุรุษลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาว น้ำหนักมือไม่แรงและไม่เบา ทำให้บางส่วนก็รู้สึกสบาย บางส่วนก็รู้สึกวาบหวิว

“อ้า” เอ๋ยเอ้ยเผลอครางด้วยความลืมตัว เสียงที่เปล่งออกมาสามารถทำให้คนฟังหน้าแดงด้วยความเขินอายได้

ริมฝีปากบางของชายหนุ่มเม้มเข้าหากัน เขาได้ยินเสียงของหญิงสาวก็เริ่มว้าวุ่นใจ

สัมผัสเพียงแค่นี้นางก็ส่งเสียงวาบหวามจนเขาอยากลองทำมากกว่านี้เสียแล้ว

เขาเก็บอาการของตนเอง เมื่อสำรวจแล้วไม่พบอะไรก็ผละจากร่างบางของเธอ แต่เมื่อมองใบหน้าแดงของหญิงสาวที่มีอาการคล้ายกับหอบ เขาก็อมยิ้มลืมตัว ร่างสูงโปร่งของเขาก้มลงกระซิบข้างหูหญิงสาว

“ไว้คราวหน้าข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขกว่านี้”

เอ๋ยเอ้ยเห็นใบหน้าหล่อเหลาและขี้เล่นของเขาก็โกรธไม่ลง

“เชอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะกล้า”

ความหมายที่เธอพูดคือต้องการดูถูกเขา แต่พอเข้าหูของบุรุษกลายเป็นเชิญชวนเขาโดยไม่รู้ตัว

“งานข้าเสร็จเมื่อไหร่จะมาหาเจ้าแน่ๆ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ก่อนจากไปอย่างรวดเร็ว

ต้องรีบทำงานให้เสร็จ จะได้มาเจอนางตามที่พูด

‘ถ้าไม่มาได้เห็นดีกัน’ เอ๋ยเอ้ยลอบกล่าวในใจ

........

“ใต้เท้า” บรรดาองครักษ์เสื้อแพรต่างส่งเสียงเรียกบุรุษทั้งสอง พวกเขาเห็นฝูเทียนเหวินกับเสวียนอิงจับสตรีสองนางไปด้านนอกรั้วบ้าน ไม่รู้ว่าพาไปถึงไหนและทำอะไรบ้าง

ดูสภาพของฝูเทียนเหวินพวกเขาก็ยังไม่รู้สึกอะไร เหมือนไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่เสวียนอิงช่างดูประหลาดตาไปเล็กน้อย

ฝูเทียนเหวินมองตามสายตาของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา เขามองเสวียนอิงอย่างละเอียดอีกครั้งก็ลากชายหนุ่มเลี่ยงออกไปครู่หนึ่ง

“เจ้าไปทำอะไรมา” เขาเค้นถามญาติผู้น้องของตน

“เปล่า” เสวียนอิงตอบสีหน้าเรียบเฉย

“อย่าโกหก เสื้อผ้าก็ยับ โดยเฉพาะตรงนั้น”

นิ้วเรียวของฝูเทียนเหวินชี้ไปยังบริเวณที่บีลีฟใช้มือขยุ้มจนเห็นผ้ายับชัดเจน

“แถมริมฝีปากเจ้าก็มีสีแดงของชาดทาปากสตรีเปื้อนอยู่ เวลาเพียงไม่กี่ถ้วยน้ำชา เจ้าช่าง เก่งเสียจริง”

เสวียนอิงมองฝูเทียนเหวินด้วยความสงสัย ตกลงเขากำลังถูกตำหนิหรือว่าถูกชมเชยอยู่กันแน่ เขายกหลังมือเช็ดริมฝีปากของตน ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

“เจ้าอย่าพูดดีไป แม้เสื้อผ้าเจ้าจะไม่ยับ แต่ข้าก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคราง” สายตาคมกวาดตามองคู่สนทนาอย่างจ้องจับผิด

“ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่ตรวจค้นว่ามีสิ่งของผิดปกติหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

ฝูเทียนเหวินทำหน้านิ่งก่อนกลับไปหาเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่รออยู่

ส่วนองครักษ์เสื้อแพรคนอื่นต่างนึกในใจ รองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรของตนแม้ว่าจะดูดุดัน แต่สุดท้ายก็แพ้แก่สตรีอยู่ดี แล้วสตรีทั้งสองนางบุตรสาวบ้านใดกันนะ ถึงทำให้รองผู้บัญชาการใช้เวลางานไปจู๋จี๋ด้วยได้

ครองตัวเป็นโสดมาได้ตั้งหลายปี ไม่แน่ว่าอาจจะใกล้มีข่าวดีแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (2)

    “เอ่อ สตรีในจวนใต้เท้า ใช่ว่าข้าจะไม่สนใจ” เขาพูดอ้อมแอ้ม ท่าทางเคอะเขินจนจับสังเกตได้ “หา พี่ชายข้าสนใจสตรีด้วยหรือ” เยว่ชุนน้องชายอุทานด้วยความตื่นเต้น “ข้าอยากเห็นจังว่าสตรีนางใดทำให้ภูเขาน้ำแข็งคนนี้หวั่นไหวได้” “เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่” ผู้เป็นมารดาหรี่ตาจับผิดบุตรชายบ้านตน “เอ่อ อันที่จริงข้าก็พานางมาที่นี่ด้วย เพียงแต่คืนนี้ให้นางพักที่โรงเตี๊ยม” เยว่ชิวตอบ ใบหูเริ่มแดงชัดเจน “ข้าอยากเห็นๆ” เยว่ชุนร้องโวยวายไม่ต่างจากเด็กน้อย&n

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนพิเศษ (1)

    ความเดิมตอนที่แล้ว“ฮือ ฮือ ฮือ”เสียงร้องไห้ทั้งวันและเกือบทุกวันของติงเซียงรบกวนโสตประสาทของเยว่ชิว ชายหน้านิ่งที่ถูกสั่งให้เฝ้าห้องน้ำวัด“รบกวนเงียบได้หรือไม่” เขากล่าวเสียงเรียบกับสตรีน้อยด้านข้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดปากพูดกับหญิงสาว“ไม่ได้” ติงเซียงเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยใบหน้าโศกเศร้าเจือหงุดหงิด“คุณหนูหายไปหลายวันแล้วไม่กลับมาสักที ข้าคิดถึง ใต้เท้าทั้งสองก็คงคิดถึงไม่ต่างกัน”“คุณหนูเจ้าแค่หายตัวไป ไม่ได้ตายเสียหน่อย”เยว่ชิวยังคงเอ่ยเสียงเรียบ ไม่สะทกสะท้านกับความน่าสงสารของสตรีเลยแม้แต่น้อย“ปากเสีย อย่าพูดเรื่องตายเชียวนะ ตบปากเจ้าซะ”

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 26 ทำเซอร์ไพรส์

    เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟเมื่อถูกสามีตามไปเฝ้าถึงในห้องน้ำก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ถึงจะเป็นคนยุคใหม่ แต่เรื่องนี้มันก็น่าอายนะแต่เมื่อคิดว่าต่อไปในอนาคต หากสามีภรรยาไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บป่วย ก็ต้องดูแลกันถึงในห้องน้ำอยู่ดี ดูแลกันแม้ยามเจ็บป่วยแก่เฒ่า อยู่ด้วยกันทั้งชีวิตพวกเธอจึงไม่ไล่สามีของตนออกจากห้องน้ำ เพียงแค่บอกให้เขายืนหันหลังก็พอหลังจากหญิงสาวทั้งสองทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว พวกเธอก็ออกมายืนพิจารณาหน้าห้องน้ำห้องน้ำทั้งสองห้องนี้ถูกสร้างไว้ด้วยความวิจิตรบรรจง ประตูและหน้าต่างถูกแกะสลักประณีตงดงาม ลวดลายที่ถูกแกะสลักก็หนีไม่พ้นนกยวนยาง (เป็ดแมนดาริน) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ จับคู่เพียงตัวเดียวตลอดชีวิต“ประทับใจใช่หรือไม่” เสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเอ่ยถามภรรยาของตนพร้อมกันราวกับเตี๊ยมกันมา

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 25 ห้องน้ำส่วนตัว

    กลับมาถึงเมืองอิ๋นตู ก็มีเรื่องต้องประหลาดใจ ความจริงก็ไม่ต่างจากที่เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟคาดไว้เท่าใดนักวันที่พวกเธอกลับมาถึงจวน เยว่ชิวหรือพี่หน้านิ่งก็จูงมือติงเซียงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่และขออนุญาตแต่งงานโดยบอกว่าพวกเขาทั้งสองได้คบหาดูใจมาสักระยะหนึ่งแล้วได้ยินดังนั้น เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟก็รีบจูงติงเซียงออกมาซักถามเป็นการส่วนตัว“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เอ๋ยเอ้ยเป็นคนเปิดประเด็กถามสาวใช้ตัวน้อยติงเซียงยืนบิดตัวด้วยความเขินอาย“ก็ตั้งแต่เฝ้าคุณหนูหน้าห้องน้ำน่ะเจ้าค่ะ” นางเงียบไปพักหนึ่งก่อนเล่าต่อ“ข้าร้องไห้หน้าห้องน้ำ พี่เยว่ชิวเลยคอยพาข้าเดินวนรอบวัด คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าญาติข้าเสียในห้องน้ำ”เอ๋ยเอ้ยและบีลีฟนิ่งเงียบพร้อมกัน เธอควรขำหรือร้องไห้ตามดีพาไปเดินวนรอบวัดหรือพาไปเดินจงกรมกันแน่ ส่วนที่ว่าญาติเสียในห้องน้ำหมายถึงพวกเธอใช่หรือไม่เฮ้อ จะมีใครย้อนเวลามาทางนี้แบบพวกเธอบ้างช่างน่าอายเสียจริง“พวกเจ้าสองคนได้เสียกันหรือยัง” บีลีฟเปลี่ยนเรื่องถามเช่นผู้ใหญ่ถามเด็กอย่างไรเสียเธอก็อาบน้ำร้อนมาก่อนใบหูของติงเซียงเริ่มแดงขึ้นมาทันใดจากนั้นก็ลามไปทั่วใบหน้า หญิงสาวอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อน

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 24 ฮันนีมูน

    เมืองจินไห่ เมืองท่าติดทะเลริมชายหาดส่วนตัวแห่งหนึ่ง มีกระโจมสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก กระโจมทั้งสองนี้หันหน้าเข้าหาทะเล ด้านหน้ากระโจมมีพรมผืนใหญ่ปูอยู่ บนพรมตั้งโต๊ะเตี้ย รอบล้อมด้วยเก้าอี้สี่ตัวพวกเอ๋ยเอ้ยและบีลีฟมาฮันนีมูนนอกสถานที่กันเพียงสี่คน ไม่ได้ให้คนอื่นติดตามมาปล่อยให้พี่หน้านิ่งเยว่ชิวกับติงเซียงมีเวลากันมากขึ้น เผื่อจะมีข่าวดีเร็วๆ“สุกแล้ว”เอ๋ยเอ้ยส่งเสียงบอกแต่ละคน เธอหยิบปลาหมึกตัวใหญ่ที่ย่างจนสุกมาหั่นแล้วจัดใส่จานส่วนบีลีฟกำลังทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาเหลือบมองเสวียนอิงและฝูเทียนเหวินเป็นระยะเห็นชายหนุ่มสองคนกำลังแกะหอยนางรมด้วยความขะมักเขม้นไม่รู้ว่าชอบกินหรือจะโด๊ปกันแน่เ

  • ทะลุเวลามาเป็นแม่ค้าขายยำ   ตอนที่ 23 บรรพชนของเรา

    อีกฝั่งของป่า บนก้อนหินก้อนใหญ่ มีร่างของชายหนุ่มหญิงสาวนั่งพิงไหล่กัน มองดวงดาวที่ส่องประกายแสงบนท้องฟ้าท่ามกลางราตรีที่มืดมิด“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”ฝูเทียนเหวินบอกเอ๋ยเอ้ยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์คะนึงหา“ข้าก็คิดถึงเจ้า ว่าแต่ ข้าหายไปนานขนาดไหนหรือ”เอ๋ยเอ้ยถามสามีตน มือเล็กกอดแขนบุรุษไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะต้องจากกันอีกครั้ง“ประมาณสี่เดือน” ฝูเทียนเหวินตอบ เป็นสี่เดือนที่ทรมานใจเหลือเกิน ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่กี่วันหายไปในเวลาที่ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ข้างนอกหากไม่ต้องทำงานเขาอยากจะเป็นคนเฝ้าห้องน้ำที่วัดเองด้วยซ้ำไปเอ๋ยเอ้ยซบไหล่ชายหนุ่ม ซักพักก็กอดเขา ฝูเทียนเหวินไม่รีรอรวบร่างของเธอในอ้อมแขนแล้วกอด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status