Mag-log inและแล้วก็มาถึงสุดสัปดาห์ วันนี้ตรงกับวันเกิดของเด็กอ้วนอย่างน้องอบอุ่นซึ่งวันนี้เจ้าตัวตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะจะได้ออกไปฉลองวันเกิดข้างนอกเป็นปีแรก หลังจากที่คุณแม่ของเธอจัดให้ที่บ้านทุกปี และวันนี้กุลนิดาก็ขอลางาน 1 วันเพื่อมาดูแลและให้ความสำคัญกับคนที่เธอรักมากที่สุด
" คุณแม่ขา วันนี้น้องอบอุ่นน่ารักไหมคะ " เด็กหญิงกมลทิพย์เอ่ยถามคุณแม่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูเพราะวันนี้เธอใส่ชุดวันเกิดเป็นชุดเจ้าหญิงสีชมพูที่กุลนิดาตั้งใจซื้อให้ในวันเกิดของลูกสาว " น่ารักมากเลยค่ะ วันนี้น่ารักแล้วอย่าลืมเป็นเด็กดีด้วยนะคะลูก " กุลนิดาบอกกับลูกสาวที่วันนี้จะต้องออกไปข้างนอกด้วยกัน เพราะทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกลูกของเธอมักจะสร้างตำนานกลับมาทุกครั้ง เขาว่ากันว่าเด็กดื้อคือเด็กฉลาดตอนนี้แม่ก็เริ่มไม่มั่นใจแล้ว " น้องอบอุ่นสัญญาค่ะว่าวันนี้จะไม่ดื้อไม่ซนนะคะคุณแม่ นั่นไงรถลุงอิฐมาแล้วค่ะ " เด็กอ้วนบอกหลังจากที่เพิ่งบอกว่าจะไม่ดื้อไม่ซนแต่พอได้ยินเสียงรถลงอิฐกลับวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตออกไปหาเลย " ระวังลูก... " กุลนิดาส่ายหน้าให้กับคนที่ตั้งใจจะเป็นเด็กดีแต่ก็เป็นได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เธอจึงเดินตามลูกออกไปตอนนี้เจ้าเด็กอ้วนอยู่ในอ้อมกอดของลุงอิฐเรียบร้อยแล้ว " ฝากเด็กอ้วนแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวกุลรีบไปแต่งตัว ไม่เกิน 10 นาทีแน่นอนค่ะ " ร่างเล็กบอกกับอิทธิฤทธิ์หลังจากที่เธอมัวแต่แต่งตัวให้กับลูกสาวตัวน้อยของเธอจนตัวเธอเองยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลยด้วยซ้ำ " ไปเถอะครับ เดี๋ยวพี่ดูลูกให้เอง " อิทธิฤทธิ์บอกพร้อมกับหันมาเล่นกับเจ้าเด็กอ้วนที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก เขาเฝ้าดูการเติบโตของกมลทิพย์จนตอนนี้หลงรักหัวปักหัวปำไปแล้ว กุลนิดาใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ถึง 10 นาทีจริงๆก็ออกมาจากตัวบ้านพร้อมกับชุดเดรสสีครีมเก่าๆ ที่อิทธิฤทธิ์เคยซื้อให้ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว เอาจริงๆตั้งแต่เธอมีลูกสาวเธอแทบไม่ซื้อของอะไรให้ตัวเองเลยมีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น รวมถึงเรื่องแต่งหน้าลืมไปได้เลยเพราะนอกจากเธอไม่มีเวลาแล้วเธอยังต้องเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เอาไว้ให้ลูกอีกด้วย ในวันที่เธอจากมาเธอออกมาแค่ตัว สภาพคุณหนูกุลนิดาจึงเป็นแค่ความทรงจำในอดีตเท่านั้น เพื่อนไฮโซปลอมๆหรือใครที่เคยรู้จักเธอรับรองไม่มีใครจำเธอได้แน่ อิทธิฤทธิ์มองดูคนตัวเล็กตรงหน้าที่กลับเข้าไปแต่งตัวอย่างรวดเร็วแล้วกลับออกมาพร้อมกับชุดเดรสตัวเก่าที่เขาเคยซื้อให้ตั้งแต่พาเธอมาอยู่ที่นี่แรกๆ เขาคิดเอาไว้แล้วว่าเธอจะต้องไม่ซื้ออะไรให้ตัวเองจริงๆเขาจึงเดินไปข้างหลังรถของตัวเองและหยิบกล่องกระดาษที่เขาเตรียมมาแล้วยื่นให้เธอ " สำหรับกุลครับ พี่เตรียมมาให้ อย่าปฏิเสธนะครับพี่อยากให้เรา" กุลนิดามองดูกล่องกระดาษที่อิทธิฤทธิ์ยื่นมาให้ ในนั้นมีชุดเดรสสีชมพูที่เข้ากันกับชุดของลูกสาวเธอ ก็เพราะวันที่ไปซื้อชุดของลูกสาวเธอไปด้วยกันกับอิทธิฤทธิ์นั่นแหละเขาคงสังเกตุตั้งแต่ตอนนั้นเลยซื้อมาซะเหมือนกันเลย " พี่อิฐ ไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองเลยค่ะ กุลใส่อะไรก็ได้ค่ะ " ร่างเล็กบอกออกไปอย่างเกรงใจเพราะเขาดีกับเธอจนเธอไม่รู้จะตอบแทนยังไงไหวแล้ว เขาดีกับเธอมากกว่าพ่อแท้ๆของเธอเสียอีก " เอาน่า ยังไงซะวันนี้ก็เป็นวันดีๆของเด็กอ้วน พี่อยากให้เธอและลูกมีความสุขมากที่สุดและพี่ก็มองว่าชุดนี้มันเข้ากับชุดของน้องอบอุ่นมากนะ พี่อุตส่าห์ตั้งใจเลือกอย่าให้ความตั้งใจของพี่สูญเปล่าเลย ไปเปลี่ยนเถอะครับ " กุลนิดายกมือไหว้เอ่ยขอบคุณอีกครั้งพร้อมกับรับถุงกระดาษนั้นมาแล้วก็เข้าไปเปลี่ยนชุดในเวลาอันรวดเร็วและพอเธอเดินออกมาอิทธิฤทธิ์ก็มองคนตัวเล็กที่ใส่ชุดที่เขาซื้อให้ได้พอดีแถมยังสวยมากอีกด้วยเขายืนตกตะลึงนิ่งค้างอยู่แบบนั้นไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวจนเจ้าเด็กอ้วนที่เขากำลังอุ้มอยู่ต้องหยิกแก้มเขาหนักๆเขาถึงรู้สึกตัว " นี่แหนะ ลุงอิฐ คุณแม่สวยจนต้องตกตะลึงเลยหรอคะ เห็นไหมว่าคุณแม่ของน้องอบอุ่นสวยที่สุดเลย น้องอบอุ่นก็สวย " เด็กสาวพูดให้คุณแม่ของตัวเองได้เขินอาย กุลนิดาทำอะไรไม่ถูกเมื่อโดนจ้องมองจากอิทธิฤทธิ์แบบไม่วางตา แถมยังโดนเจ้าลูกตัวแสบแซวเข้าให้อีก " ครับ สวย สวยมาก " อิทธิฤทธิ์เมื่อหลุดจากภวังค์ก็เอ่ยชมคนตรงหน้าออกมาทันที ความรู้สึกของเขาตอนนี้มันยิ่งชัดเจนทวีคูณเมื่อได้เห็นคนตรงหน้าที่สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าทั้งๆที่ทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายปี " ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวรถติดนะ " ร่างเล็กบอกแก้เก้อ และอิทธิฤทธิ์ก็เดินไปเปิดประตูรถให้กับกุลนิดาพร้อมทั้งให้เจ้าเด็กอ้วนนั่งบนตักของคุณแม่ และตัวเขาก็รีบมานั่งอีกฝั่งและทะยานออกไปยังจุดหมายปลายทางความรู้สึกตอนนี้เหมือนกับพ่อแม่ลูกกำลังจะไปทานข้าวนอกบ้านด้วยกัน หากคนข้างนอกมองเข้ามาก็คงเข้าใจแบบนั้น เมื่อมาถึงร้านอาหารที่เขาจองเอาไว้อาจจะไม่ได้หรูหราสำหรับคนมีเงินแต่สำหรับกุลนิดาในตอนนี้ก็คงจะต้องแพงมากอยู่ดี " กุลเกรงใจจังเลยค่ะพี่อิฐ จริงๆเราไปร้านธรรมดากันก็ได้นะคะ หมูกะทะกุลก็ไม่ติดนะ " ร่างเล็กบอกติดตลกเพราะเธอไม่อยากให้เขาสิ้นเปลืองนี่คือวินาทีสุดท้ายที่เขาจะเปลี่ยนใจได้แล้ว " ที่นี่ก็มีหมูกระทะนะครับ ถ้ากุลจะกินพี่ก็ไม่ติดเหมือนกันนะ " อิทธิฤทธิ์บอกพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ชวนให้สาวๆทั่วทั้งเมืองหลงใหล เขาจัดเป็นผู้ชายประเภทครบเครื่องทั้งเรื่องหน้าตา ชาติตระกูล ฐานะที่ร่ำรวย พร้อมทั้งธุรกิจโรงแรมหลายแห่งของที่บ้านที่กำลังไปได้สวยซึ่งมีเขานั่งแท่นผู้บริหาร " หมูกระทะหรอคะ คุณแม่น้องอบอุ่นอยากกินหมูกระทะค่ะ " เมื่อพูดถึงหมูกระทะของโปรดของเด็กอ้วน เจ้าตัวก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที นานๆทีเธอจะพาลูกไปกินหมูกระทะสักครั้งหนึ่งซึ่งทุกครั้งที่ไปน้องอบอุ่นก็จะมีความสุขทุกครั้ง " เรากินอะไรกันก็ได้นะคะลูก เกรงใจลุงอิฐเขานะลูก " กุลนิดาปรามลูกสาวไม่ให้ไม่ให้ร้องขอคนตรงหน้าจนเสียมารยาทเกินไป แต่เด็กก็คือเด็กคิดยังไงก็พูดออกมาแบบนั้น " อยากกินหมูกระทะหรอครับ งั้นวันนี้เรากินหมูกระทะกันดีไหม " อิทธิฤทธิ์ตามใจเด็กอ้วนของเขา จริงๆเขาก็ไม่เคยขัดใจเลยสักครั้งนั่นแหละ ด้วยท่าทางขี้อ้อนและหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มมีหรือที่เขาจะปฏิเสธได้ลง มีแต่จะสรรหามาให้เพราะอยากเอาใจนั่นแหละ " เย้! ดีมากๆเลยค่ะลุงอิฐ "เวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็นของวัน ตอนนี้บอดี้การ์ดของเขาพาเด็กๆ กลับเข้ามาในบ้านพักแล้วแต่บ้านกลับเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เด็กๆ จึงเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วก็เจอเข้ากับคุณพ่อและคุณแม่ที่นอนกอดกันอยู่โดยที่มีแค่ผ้าห่มผืนเดียวที่ปกปิดร่างกายเอาไว้" คุณพ่อครับคุณแม่ครับผมกับน้องๆ เล่นน้ำกันเสร็จแล้วอยากอาบน้ำครับพาผมกับน้องๆ ไปอาบน้ำหน่อย คุณพ่อกับคุณแม่แอบมากอดกันอีกแล้ว "เป็นอิคคิวที่มาเขย่าแขนของพ่อตัวเอง นั่นจึงทำให้คิมหันต์สะดุ้งตื่น เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหลับไปตั้งแต่ตอนไหน วิถีคุณพ่อลูกสามก็แบบนี้ เขาและเธอเลี้ยงลูกกันเองจึงแทบจะไม่ค่อยได้นอนมีแค่บางเวลาเท่านั้นที่ฝากไว้กับบอดี้การ์ดอย่างเช่นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้" อืมม เล่นน้ำกันเสร็จแล้วเหรอลูก ไปครับเดี๋ยวพ่อพาไป ปล่อยให้คุณแม่นอนก่อนนะครับคุณแม่เพลียมาก "คิมหันต์บอกอย่างงัวเงียพร้อมกับให้ลูกๆ ไปรอในห้องน้ำ ส่วนเขาก็จับผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวมาพันรอบเอวเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำอาบน้ำให้เด็กๆ ทั้ง2 คนส่วนน้องอบอุ่นที่เริ่มโตเป็นสาวแล้วก็ไปจัดการตัวเองอีกห้องหนึ่ง เขาทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงปลูกให้กุลนิดาตื่
คิมหันต์ครอบครองริมฝีปากสวยของเธออยู่เนิ่นนานพร้อมกับเรียวลิ้นที่หยอกล้อกันไปมาระหว่างหนุ่มสาว พร้อมกันนั้นร่างสูงก็ดันเธอไปจนถึงเตียงนอนและขึ้นคร่อมเธอเอาไว้ให้เธออยู่ใต้ร่างของเขาเช่นเคย เขาซุกไซส์ซอกคอหอมกรุ่นของเธอจนทั่วอย่างพอใจและฝากรอยรักเอาไว้เพียงเบาๆ ขยับมาเรื่อยๆ จนลงมาถึงปลายเนินอกไม่ลืมที่จะใช้ลิ้นเลียและดื่มดั่มกัดขบเม้มที่ยอดปทุมถันสีชมพูคู่งามของเธอ ไม่ว่าเขาจะสัมผัสรสหวานจากเม็ดตุ่มไตของเธอสักกี่ครั้งก็ไม่เคยพอ" อื้ม.....อื้อ.... "เสียงครางหวานจากกุลนิดาที่เผลอครางออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะคนตัวโตเล่นสัมผัสปลุกเร้าจนเธอแทบคลั่งปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่โดนสัมผัสจากเขาเธอเองนั้นชอบใจไม่น้อย มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาลูบไล้พร้อมทั้งขย้ำศีรษะของคนตัวโตอย่างเอาแต่ใจ ก็เขาทั้งกัดทั้งดูดไปทุกส่วนที่สัมผัส แบบนี้แล้วเธอจะต้านทานไหวได้อย่างไรคนตัวโตเลื้อยลงมาเรื่อยๆ จนถึงเนินอวบเขาจ้องมองอย่างหิวกระหายพร้อมกับปลายนิ้วที่สะกิดปลายยอดถันของเธออยู่ ลิ้นอุ่นๆ เริ่มละเลงอยู่บนเนินขาวอวบไปมา พร้อมกับดึงรั้งเอวกิ่วให้ยกสูงขึ้นมารับกับลิ้นร้ายของเขาที่เข้าไปหยอกล้อกับช่องทางรักของเ
5 ปีต่อมา" อิคคิว อะชิ เบาๆ ลูกระวังเดี๋ยวล้ม ระวังพี่อบอุ่นด้วยนะลูก "กุลนิดาเอ็ดลูกชายที่ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นไล่จับกันกับพี่สาวอย่างน้องอบอุ่น ตอนนี้เรียกน้องอบอุ่นไม่ได้แล้วสิต้องเรียกว่าพี่อบอุ่นแทนเพราะเธอคือพี่สาวคนโตหลังจากที่ได้น้องชายฝาแฝดมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนี้อิคคิวกับอะชิอายุได้ 4 ขวบกว่าส่วนน้องอบอุ่นตอนนี้ 10 ขวบกว่าแล้ว พอเริ่มโตเป็นสาวคุณพ่ออย่างคิมหันต์ก็เริ่มไว้หนวดแล้วเช่นกันพร้อมกับหวงลูกสาวหนักมาก และในตอนนี้ครอบครัวของเธอมาเที่ยวเล่นกันที่ทะเลทางภาคใต้ของไทยพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบคนเพราะคิมหันต์ห่วงความปลอดภัยของลูกๆ" ครับคุณแม่ ผมจะเล่นระวังๆ ไม่ให้น้องอะชิกับพี่อบอุ่นเจ็บตัวครับ ผมจะดูแลเอง "อิคคิวผู้เป็นพี่ชายตะโกนตอบกลับแม่หลังจากที่พวกเขาพากันวิ่งเล่นกันไปไกลพอสมควร แต่ถึงจะรับปากแต่ก็ยังเล่นกันแรงอยู่ดีทั้งสองคนชอบเล่นอะไรที่ใช้กำลังในขณะที่คนเป็นพี่อย่างน้องอบอุ่นซึ่งเป็นสาวเรียบร้อยได้เลือดแม่มาเต็มๆ ต้องร้องไห้อยู่บ่อยครั้งเพราะเจ็บตัวก็ยังอยากฝืนเล่นกับน้องๆ แต่เด็กๆ ในวันนี้ก็ยังอยู่ในระยะสายตาที่คิมหันต์สามารถดูลูกๆ ได้" ผมก็จะดูแลพี่อิคคิวแล้
หลังจากที่วันนั้นคิมหันต์บอกกับคุณพ่อและคุณแม่พร้อมทั้งครอบครัวของพี่ชายจนรับรู้ร่วมกันแล้วว่าอยากทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง พ่อกับแม่ของเขาก็ไฟเขียวทันทีพร้อมกับจัดแจงทุกอย่างให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เนรมิตงานขึ้นมาภายในเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ที่เขาไม่อยากรอนานเพราะว่าตอนนี้กุลนิดากำลังมีลูกให้เขาอีกหนึ่งคน ถ้าหากรอไปนานมากกว่านี้คงไม่ดีแน่ แถมแม่ของเขาก็เห่อเอามากๆ บ่นตลอดว่าอยากอุ้มหลานแล้ว บรรยากาศภายในงานแต่งงานเต็มไปด้วยแขกเหรื่อเหล่าบรรดาไฮโซเซเลบต่างๆที่อยากรู้จักกับแก๊งแบล็คฟีนิกส์ต่างทยอยกันมาร่วมงานพร้อมทั้งกล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวที่ตอนนี้ยืนรอถ่ายรูปต้อนรับทุกคนอยู่ที่หน้างาน เอาจริงๆกุลนิดายังไม่ชินกับเพื่อนของเขาสักทีเพราะตอนที่เจอกันก็เหตุการณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างมันก็ต้องค่อยๆปรับกันไป เธอได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนๆของเขา" เหนื่อยไหมครับคนดี " คิมหันต์ถามภรรยาของเขาเพราะตอนนี้เธอยืนรับแขกกับเขามาสักพักแล้ว พร้อมกับลูกสาวก็ยืนต้อนรับด้วยเช่นกัน" ไม่เหนื่อยเลยค่ะ " กุลนิดาส่ายหน้าให้เป็นคำตอบพร้อมกับยิ้มอย่างสดใสแม้วัน
ในเช้าของวันถัดมาหลังจากที่คิมหันต์กินกุลนิดาแทบจะทั้งคืนไปแล้ว เขาก็พาเธอรีบกลับมาที่กรุงเทพฯเพื่อที่จะพาเธอและลูกไปพบกับพ่อและแม่ของเขาซึ่งเขานัดทานข้าวเอาไว้แล้วในช่วงเย็นของวันนี้ คิมหันต์พากุลนิดาเข้ามาที่คฤหาสน์คันธทรัพย์อีกครั้ง กุลนิดามองบ้านหลังนี้ที่เธอเคยเข้าออกบ่อยๆเมื่อหลายปีก่อนด้วยความกังวลว่าคนในบ้านจะยังยินดีต้อนรับเธออีกหรือเปล่า" ไม่ต้องกลัวนะพี่จะอยู่ข้างๆเธอ "คิมหันต์บอกในขณะที่ตัวเองกำลังอุ้มน้องอบอุ่นอยู่แนบอก" คุณพ่อคิมขานี่บ้านใครหรอคะหลังใหญ่จังเลย มีสนามเด็กเล่นด้วยน้องอบอุ่นอยากไปวิ่งเล่นจังเลยค่ะ " น้องอบอุ่นถามผู้เป็นพ่อของตัวเองพร้อมทั้งชี้ไปที่สนามหญ้าหน้าบ้านที่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดีทำให้เตะตาลูกสาวของเขาเข้า" เดี๋ยวคุณพ่อพามาเล่นนะครับ ตอนนี้เราไปหาคุณปู่กับคุณย่ากันก่อนดีกว่า " น้องอบอุ่นรับฟังผู้เป็นพ่อเงียบๆเธอไม่ค่อยเข้าใจหรอกปู่กับย่าคือใคร" แล้วคุณปู่กับคุณย่าคือใครหรอคะคุณพ่อคิมขา "" ก็เป็นพ่อแล้วก็แม่ของคุณพ่อไงครับลูก เหมือนกับที่พ่อแล้วก็แม่เป็นพ่อกับแม่ของน้องอบอุ่นไงครับ " คิมหันต์อธิบายให้ลูกสาวฟังแต่ดูเหมือนลู
คิมหันต์จับไปที่ใบหน้าของกุลนิดาด้วยมือหนาทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็ก้มลงมาบดจูบกลีบปากบางเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวที่เธอทำเรื่องขัดใจเขาเสียทุกอย่างแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเขาเองที่ยอมเธอทุกทีเหมือนกัน" อื้อ.... " ร่างเล็กครางออกมาเบาๆหลังจากที่โดนเขาตะโบมจูบอย่างตั้งตัวไม่ทัน จูบนี้แสดงให้เห็นถึงความออดอ้อนและต้องการเธออย่างเห็นได้ชัด กุลนิดาใจเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆเพราะจูบนั้นมันเริ่มรุนแรงจนสุดท้ายเมื่อตั้งรับได้ทันเธอก็บดจูบเขาคืนเช่นกัน หลังจากหลายเดือนที่ผ่านมาเธอไม่ใช่กุลนิดาที่อ่อนต่อโลกอีกแล้ว" จูบเก่งจังนะ " คิมหันต์พูดออกมา หลังจากที่เขาเปิดประสบการณ์ให้เธอมากมายจนตอนนี้เธอจะเก่งกว่าเขาเสียแล้ว นี่มันศิษย์ล้างครูชัดๆ" ก็ใครกันล่ะที่เป็นคนสอนกุลถ้าไม่ใช่คนตรงหน้าหื้ม " ร่างเล็กบอกเมื่อเขาละจูบออกมาพร้อมกันนั้นก็ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาบีบจมูกเขาเบาๆ คิมหันต์เลยจูบไปที่มือของเธออีกครั้ง" กุลน่ารักกับพี่จัง " สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอากุลนิดาถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัยนี่เขาแทนตัวเองว่าพี่งั้นหรอ" ว่าอะไรนะคะ พี่หรอ? "คิมหันต์เขินอายเบาๆกับสรรพนามแทน







