LOGINกุลนิดาเดินตามอิทธิฤทธิ์พร้อมกับลูกสาวตัวแสบของเธอเข้ามาในบ้านและภาพที่เห็นเป็นประจำก็คืออิทธิฤทธิ์จะนั่งเล่นกับลูกสาวเธอพร้อมกับที่เธอต้องปลีกตัวไปทำมื้อเย็นให้กับทั้งสองคนทาน
" อาหารเสร็จแล้วค่ะ พี่อิฐน้องอบอุ่นมากินข้าวก่อนค่ะ " อิทธิฤทธิ์กับเด็กอ้วนของเขาจึงละจากการเล่นของเล่นตรงหน้าแล้วไปยังโต๊ะอาหารที่มีกุลนิดารออยู่ก่อนแล้ว " ว๊าว...น่ากินจังเลยค่ะคุณแม่ขา ของโปรดน้องอบอุ่นทั้งนั้นเลย " เด็กอ้วนตาโตเมื่ออาหารมื้อนี้เป็นของโปรดของตัวเองทุกเมนู เพราะวันนี้เป็นสุดสัปดาห์ลุงอิฐของเธอจึงซื้อแต่วัตถุดิบที่ใช้ทำเมนูโปรดของเธอมาทั้งนั้น " ไหน ของโปรดที่ว่ามีเมนูอะไรบ้างคะ " กุลนิดาถามลูกสาวเพื่อทบทวนความจำ น้องอบอุ่นกำลังอยู่ในวัยเรียนรู้เธอจึงอยากสอนทุกอย่างที่แม่อย่างเธอสามารถที่จะสอนลูกได้ ถามบ่อยๆเด็กจะเรียนรู้ได้เร็ว " แกงจืดหมูสับ ไข่เจียวกุ้ง แล้วก็เกี๊ยวน้ำหมูสับค่ะ " น้องอบอุ่นบอกเมนูได้ถูกทุกเมนู พร้อมกับยิ้มให้คนเป็นแม่ด้วยรอยยิ้มที่ภูมิใจ อาหารแทบทุกมื้อที่เธอทานมักจะเป็นอาหารอ่อนๆที่ลูกสาวของเธอสามารถทานด้วยได้ เธอจำไม่ได้แล้วว่าอาหารรสจัดเธอทานครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอชอบทานแต่อาหารรสจัดจ้านทั้งนั้น รวมทั้งการแต่งตัวของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตอนนี้เธอกลายเป็นมนุษย์แม่ที่แต่งตัวง่ายๆสบายๆเน้นรวดเร็วและสะดวกต่อการเลี้ยงลูก เสื้อผ้าของเธอจึงไม่ได้หวือหวาเหมือนเมื่อก่อนในตอนที่เธอยังเป็นคุณหนูลูกสาวมาเฟีย ตอนนี้เธอเป็นแค่คนที่พยายามไร้ตัวตน เพราะก่อนหน้าที่เธอจะมีอิสระแบบนี้เธอต้องหนีหัวซุกหัวซุนแทบเอาตัวไม่รอดมาก่อน " เก่งมากเลยค่ะลูกสาว งั้นกินเยอะๆนะคะ แผลจะได้หายเร็วๆ " กุลนิดาบอกกับลูกสาวหลังจากที่แผลที่หัวเข่าอิทธิฤทธิ์เป็นคนทายาให้กับน้องอบอุ่นลูกสาวของเธอ ในตอนที่เธอเข้าไปทำมื้อเย็นให้ทั้งสองคน " พี่อิฐเบื่อไหมคะ ถ้าอยากกินอะไรแซ่บๆบอกกุลได้นะ ทานแต่อาหารเด็กแบบนี้กุลก็เกรงใจ กุลพอทำเป็นนะคะแต่ต้องฝึกสักหน่อย " กุลนิดาบอกอิทธิฤทธิ์ เธอรู้อยู่หรอกว่าเขาเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย แต่ในบางครั้งอาหารเด็กก็ไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใหญ่เท่าไหร่นัก อย่างเช่นอิทธิฤทธิ์ทีแรกเธอก็ไม่รู้ว่าเขาชอบอาหารรสจัด จนพี่ที่ทำงานเล่าให้ฟังเธอถึงได้มารู้ทีหลังเมื่อไม่กี่วันมานี้เองว่าที่เขากินอาหารกับเธอได้นั้นเพียงเพราะเขาอยากเข้ากันได้กับเธอและลูก ตัวเธอเองก็พอรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเธอ แต่เธอก็ยังทำเป็นเหมือนไม่รู้เรื่องเพราะไม่อยากเสียพี่ชายไป เธอคิดกับเขาเพียงแค่นั้นและปฏิเสธเขามาโดยตลอดทางการกระทำ แต่เขาก็เป็นคนที่มีความอดทนเก่งเช่นเดียวกัน ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 5 ปีเขาทำทุกอย่างอย่างสม่ำเสมอดูแลทั้งเธอและลูกสาว จนตอนนี้เธอนับถือเขาเป็นคนในครอบครัวไปแล้วแต่ว่าก็ในฐานะพี่ชายเท่านั้น เธอไม่อยากเปิดใจให้ใครอีกมันทรมานเกินไปกว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ " อาหารเด็กก็อร่อยออกครับ เห็นไหมน้องอบอุ่นยังทานได้ตั้งเยอะ พี่ทานอะไรก็ได้ครับอย่าคิดมากเลย กุลทำอะไรก็อร่อยสำหรับพี่ทั้งนั้น " อิทธิฤทธิ์บอกกับคนตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่มีให้เธอเสมอ เขาชอบเธอตั้งแต่แรกเห็นจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว เธอก็ปฏิเสธเขามาโดยตลอดแต่เขาก็ยังไม่ละความพยายามมาที่บ้านของเธอทุกวันและพยายามเอาชนะใจเธอด้วยการที่เข้ากับลูกของเธอได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่มีวี่แววจะใจอ่อนกับเขาเลย " ขอบคุณนะคะที่ดูแลกุลกับลูกมาโดยตลอดทั้งๆที่.... " กุลนิดาละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเธอจะไม่มีทางใจอ่อนกับเขาซึ่งเรื่องนี้เราคุยกันไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง " พี่เข้าใจ พี่จะรอจนกว่าเราจะเปิดใจเลย เราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยดีกว่า สัปดาห์หน้าก็เป็นวันเกิดครบ 4 ขวบของน้องอบอุ่นแล้วปีนี้พี่พาไปทานอาหารนอกบ้านนะ " อิทธิฤทธิ์เสนอเพราะปกติแล้วเราฉลองกันเล็กๆที่บ้านโดยการที่กุลนิดาจะลงทุนทำเค้กให้กับลูกสาวในทุกๆปี เขาพยายามชวนเธอออกไปข้างนอกแต่เธอก็เกรงใจ ได้แต่บอกว่าสิ้นเปลือง เขาเข้าใจสถานะการเงินเธอดีแต่วันเกิดเจ้าเด็กอ้วนก็แค่ปีละครั้งเอง " แต่... " กุลนิดากำลังจะเอ่ยปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันอิทธิฤทธิ์เสียหรอก " นะครับ ปีนี้ไปเถอะนะ พี่อยากพาเจ้าเด็กอ้วนไปเปิดหูเปิดตา " กุลนิดาจุกในอก เพราะฐานะที่ไม่เหมือนแต่ก่อนทำให้เธอไม่สามารถพาลูกไปในสถานที่ดีๆได้ ที่ประจำของเธอก็คือสวนสาธารณะใกล้บ้านเท่านั้นที่พอจะมีสนามเด็กเล่นเอาไว้ให้ลูกสาวของเธอได้วิ่งเล่นเสริมสร้างพัฒนาการ " เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณพี่อิฐมากเลยนะคะ " คนตัวเล็กซึ้งในน้ำใจของเขา ถ้าหากไม่มีเขาเธอก็ไม่รู้เลยว่าเธอกับลูกจะเป็นแบบไหน เขาช่วยเหลือเธอทุกอย่างแม้กระทั่งในตอนที่เธอทำงานเขาก็ยังเอาน้องอบอุ่นไปเลี้ยงหลังเลิกเรียนเพื่อรอเธอเลิกงานอยู่ทุกวัน แม้เธอจะรู้สึกเกรงใจแต่ด้วยภาระหน้าที่และเธอไม่อาจจ้างพี่เลี้ยงได้เพราะลำพังเงินเดือนของเธอใช้จ่ายภายในบ้านก็แทบหมดแล้ว เธอจึงต้องอาศัยอิทธิฤทธิ์เป็นคนช่วยเลี้ยงอีกแรง เขาจึงเป็นเหมือนพ่อทูนหัวของน้องอบอุ่นไปแล้ว " เด็กอ้วนอาทิตย์หน้าลุงอิฐจะพาไปกินขนมเค้กอร่อยๆอยากไปไหมครับ " อิทธิฤทธิ์เอ่ยถามน้องอบอุ่นที่ตอนนี้ตั้งใจกินข้าวอยู่ แทบไม่ได้ฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่คุยกันเลยเพราะเด็กอย่างเธอฟังไม่รู้เรื่องหรอกยังจับใจความยาวๆไม่ได้ " เย้ๆ ไปค่ะ ลุงอิฐใจดีที่สุดเลย น้องอบอุ่นตื่นเต้นจังเลยค่ะ อยากกินเค้กแล้ว เค้กก้อนโตๆ " เมื่อลูกสาวเธอทำท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าคนเป็นแม่ก็ถึงกับจุกในอก หากเธอไม่จนขนาดนี้ได้งานดีๆทำตามวุฒิการศึกษาที่จบมาก็คงดี ป่านนี้น้องอบอุ่นคงมีชีวิตที่สุขสบายไปแล้ว แต่ในตอนนี้เธอเลือกที่จะเป็นเพียงแค่แม่บ้านทำความสะอาดในโรงแรมของอิทธิฤทธิ์เท่านั้น ไม่มีวุฒิการศึกษาใดๆ มีเพียงแค่อิทธิฤทธิ์ที่รับเธอเข้าทำงานด้วยเงินเดือนแม่บ้านทั่วไป 15,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่เธอไม่อยากเจออีกตลอดชีวิตหาเจอ " ถ้าหนูอยากไปต้องรีบรักษาแผลที่เข่าให้หายเร็วๆนะคะแล้วคุณแม่กับลุงอิฐจะพาไปค่ะ "เวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็นของวัน ตอนนี้บอดี้การ์ดของเขาพาเด็กๆ กลับเข้ามาในบ้านพักแล้วแต่บ้านกลับเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เด็กๆ จึงเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วก็เจอเข้ากับคุณพ่อและคุณแม่ที่นอนกอดกันอยู่โดยที่มีแค่ผ้าห่มผืนเดียวที่ปกปิดร่างกายเอาไว้" คุณพ่อครับคุณแม่ครับผมกับน้องๆ เล่นน้ำกันเสร็จแล้วอยากอาบน้ำครับพาผมกับน้องๆ ไปอาบน้ำหน่อย คุณพ่อกับคุณแม่แอบมากอดกันอีกแล้ว "เป็นอิคคิวที่มาเขย่าแขนของพ่อตัวเอง นั่นจึงทำให้คิมหันต์สะดุ้งตื่น เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหลับไปตั้งแต่ตอนไหน วิถีคุณพ่อลูกสามก็แบบนี้ เขาและเธอเลี้ยงลูกกันเองจึงแทบจะไม่ค่อยได้นอนมีแค่บางเวลาเท่านั้นที่ฝากไว้กับบอดี้การ์ดอย่างเช่นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้" อืมม เล่นน้ำกันเสร็จแล้วเหรอลูก ไปครับเดี๋ยวพ่อพาไป ปล่อยให้คุณแม่นอนก่อนนะครับคุณแม่เพลียมาก "คิมหันต์บอกอย่างงัวเงียพร้อมกับให้ลูกๆ ไปรอในห้องน้ำ ส่วนเขาก็จับผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวมาพันรอบเอวเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำอาบน้ำให้เด็กๆ ทั้ง2 คนส่วนน้องอบอุ่นที่เริ่มโตเป็นสาวแล้วก็ไปจัดการตัวเองอีกห้องหนึ่ง เขาทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงปลูกให้กุลนิดาตื่
คิมหันต์ครอบครองริมฝีปากสวยของเธออยู่เนิ่นนานพร้อมกับเรียวลิ้นที่หยอกล้อกันไปมาระหว่างหนุ่มสาว พร้อมกันนั้นร่างสูงก็ดันเธอไปจนถึงเตียงนอนและขึ้นคร่อมเธอเอาไว้ให้เธออยู่ใต้ร่างของเขาเช่นเคย เขาซุกไซส์ซอกคอหอมกรุ่นของเธอจนทั่วอย่างพอใจและฝากรอยรักเอาไว้เพียงเบาๆ ขยับมาเรื่อยๆ จนลงมาถึงปลายเนินอกไม่ลืมที่จะใช้ลิ้นเลียและดื่มดั่มกัดขบเม้มที่ยอดปทุมถันสีชมพูคู่งามของเธอ ไม่ว่าเขาจะสัมผัสรสหวานจากเม็ดตุ่มไตของเธอสักกี่ครั้งก็ไม่เคยพอ" อื้ม.....อื้อ.... "เสียงครางหวานจากกุลนิดาที่เผลอครางออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะคนตัวโตเล่นสัมผัสปลุกเร้าจนเธอแทบคลั่งปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่โดนสัมผัสจากเขาเธอเองนั้นชอบใจไม่น้อย มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาลูบไล้พร้อมทั้งขย้ำศีรษะของคนตัวโตอย่างเอาแต่ใจ ก็เขาทั้งกัดทั้งดูดไปทุกส่วนที่สัมผัส แบบนี้แล้วเธอจะต้านทานไหวได้อย่างไรคนตัวโตเลื้อยลงมาเรื่อยๆ จนถึงเนินอวบเขาจ้องมองอย่างหิวกระหายพร้อมกับปลายนิ้วที่สะกิดปลายยอดถันของเธออยู่ ลิ้นอุ่นๆ เริ่มละเลงอยู่บนเนินขาวอวบไปมา พร้อมกับดึงรั้งเอวกิ่วให้ยกสูงขึ้นมารับกับลิ้นร้ายของเขาที่เข้าไปหยอกล้อกับช่องทางรักของเ
5 ปีต่อมา" อิคคิว อะชิ เบาๆ ลูกระวังเดี๋ยวล้ม ระวังพี่อบอุ่นด้วยนะลูก "กุลนิดาเอ็ดลูกชายที่ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นไล่จับกันกับพี่สาวอย่างน้องอบอุ่น ตอนนี้เรียกน้องอบอุ่นไม่ได้แล้วสิต้องเรียกว่าพี่อบอุ่นแทนเพราะเธอคือพี่สาวคนโตหลังจากที่ได้น้องชายฝาแฝดมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนี้อิคคิวกับอะชิอายุได้ 4 ขวบกว่าส่วนน้องอบอุ่นตอนนี้ 10 ขวบกว่าแล้ว พอเริ่มโตเป็นสาวคุณพ่ออย่างคิมหันต์ก็เริ่มไว้หนวดแล้วเช่นกันพร้อมกับหวงลูกสาวหนักมาก และในตอนนี้ครอบครัวของเธอมาเที่ยวเล่นกันที่ทะเลทางภาคใต้ของไทยพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบคนเพราะคิมหันต์ห่วงความปลอดภัยของลูกๆ" ครับคุณแม่ ผมจะเล่นระวังๆ ไม่ให้น้องอะชิกับพี่อบอุ่นเจ็บตัวครับ ผมจะดูแลเอง "อิคคิวผู้เป็นพี่ชายตะโกนตอบกลับแม่หลังจากที่พวกเขาพากันวิ่งเล่นกันไปไกลพอสมควร แต่ถึงจะรับปากแต่ก็ยังเล่นกันแรงอยู่ดีทั้งสองคนชอบเล่นอะไรที่ใช้กำลังในขณะที่คนเป็นพี่อย่างน้องอบอุ่นซึ่งเป็นสาวเรียบร้อยได้เลือดแม่มาเต็มๆ ต้องร้องไห้อยู่บ่อยครั้งเพราะเจ็บตัวก็ยังอยากฝืนเล่นกับน้องๆ แต่เด็กๆ ในวันนี้ก็ยังอยู่ในระยะสายตาที่คิมหันต์สามารถดูลูกๆ ได้" ผมก็จะดูแลพี่อิคคิวแล้
หลังจากที่วันนั้นคิมหันต์บอกกับคุณพ่อและคุณแม่พร้อมทั้งครอบครัวของพี่ชายจนรับรู้ร่วมกันแล้วว่าอยากทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง พ่อกับแม่ของเขาก็ไฟเขียวทันทีพร้อมกับจัดแจงทุกอย่างให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เนรมิตงานขึ้นมาภายในเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ที่เขาไม่อยากรอนานเพราะว่าตอนนี้กุลนิดากำลังมีลูกให้เขาอีกหนึ่งคน ถ้าหากรอไปนานมากกว่านี้คงไม่ดีแน่ แถมแม่ของเขาก็เห่อเอามากๆ บ่นตลอดว่าอยากอุ้มหลานแล้ว บรรยากาศภายในงานแต่งงานเต็มไปด้วยแขกเหรื่อเหล่าบรรดาไฮโซเซเลบต่างๆที่อยากรู้จักกับแก๊งแบล็คฟีนิกส์ต่างทยอยกันมาร่วมงานพร้อมทั้งกล่าวอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวที่ตอนนี้ยืนรอถ่ายรูปต้อนรับทุกคนอยู่ที่หน้างาน เอาจริงๆกุลนิดายังไม่ชินกับเพื่อนของเขาสักทีเพราะตอนที่เจอกันก็เหตุการณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ทุกอย่างมันก็ต้องค่อยๆปรับกันไป เธอได้แต่หวังว่าสักวันเธอจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนๆของเขา" เหนื่อยไหมครับคนดี " คิมหันต์ถามภรรยาของเขาเพราะตอนนี้เธอยืนรับแขกกับเขามาสักพักแล้ว พร้อมกับลูกสาวก็ยืนต้อนรับด้วยเช่นกัน" ไม่เหนื่อยเลยค่ะ " กุลนิดาส่ายหน้าให้เป็นคำตอบพร้อมกับยิ้มอย่างสดใสแม้วัน
ในเช้าของวันถัดมาหลังจากที่คิมหันต์กินกุลนิดาแทบจะทั้งคืนไปแล้ว เขาก็พาเธอรีบกลับมาที่กรุงเทพฯเพื่อที่จะพาเธอและลูกไปพบกับพ่อและแม่ของเขาซึ่งเขานัดทานข้าวเอาไว้แล้วในช่วงเย็นของวันนี้ คิมหันต์พากุลนิดาเข้ามาที่คฤหาสน์คันธทรัพย์อีกครั้ง กุลนิดามองบ้านหลังนี้ที่เธอเคยเข้าออกบ่อยๆเมื่อหลายปีก่อนด้วยความกังวลว่าคนในบ้านจะยังยินดีต้อนรับเธออีกหรือเปล่า" ไม่ต้องกลัวนะพี่จะอยู่ข้างๆเธอ "คิมหันต์บอกในขณะที่ตัวเองกำลังอุ้มน้องอบอุ่นอยู่แนบอก" คุณพ่อคิมขานี่บ้านใครหรอคะหลังใหญ่จังเลย มีสนามเด็กเล่นด้วยน้องอบอุ่นอยากไปวิ่งเล่นจังเลยค่ะ " น้องอบอุ่นถามผู้เป็นพ่อของตัวเองพร้อมทั้งชี้ไปที่สนามหญ้าหน้าบ้านที่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดีทำให้เตะตาลูกสาวของเขาเข้า" เดี๋ยวคุณพ่อพามาเล่นนะครับ ตอนนี้เราไปหาคุณปู่กับคุณย่ากันก่อนดีกว่า " น้องอบอุ่นรับฟังผู้เป็นพ่อเงียบๆเธอไม่ค่อยเข้าใจหรอกปู่กับย่าคือใคร" แล้วคุณปู่กับคุณย่าคือใครหรอคะคุณพ่อคิมขา "" ก็เป็นพ่อแล้วก็แม่ของคุณพ่อไงครับลูก เหมือนกับที่พ่อแล้วก็แม่เป็นพ่อกับแม่ของน้องอบอุ่นไงครับ " คิมหันต์อธิบายให้ลูกสาวฟังแต่ดูเหมือนลู
คิมหันต์จับไปที่ใบหน้าของกุลนิดาด้วยมือหนาทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็ก้มลงมาบดจูบกลีบปากบางเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวที่เธอทำเรื่องขัดใจเขาเสียทุกอย่างแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเขาเองที่ยอมเธอทุกทีเหมือนกัน" อื้อ.... " ร่างเล็กครางออกมาเบาๆหลังจากที่โดนเขาตะโบมจูบอย่างตั้งตัวไม่ทัน จูบนี้แสดงให้เห็นถึงความออดอ้อนและต้องการเธออย่างเห็นได้ชัด กุลนิดาใจเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆเพราะจูบนั้นมันเริ่มรุนแรงจนสุดท้ายเมื่อตั้งรับได้ทันเธอก็บดจูบเขาคืนเช่นกัน หลังจากหลายเดือนที่ผ่านมาเธอไม่ใช่กุลนิดาที่อ่อนต่อโลกอีกแล้ว" จูบเก่งจังนะ " คิมหันต์พูดออกมา หลังจากที่เขาเปิดประสบการณ์ให้เธอมากมายจนตอนนี้เธอจะเก่งกว่าเขาเสียแล้ว นี่มันศิษย์ล้างครูชัดๆ" ก็ใครกันล่ะที่เป็นคนสอนกุลถ้าไม่ใช่คนตรงหน้าหื้ม " ร่างเล็กบอกเมื่อเขาละจูบออกมาพร้อมกันนั้นก็ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาบีบจมูกเขาเบาๆ คิมหันต์เลยจูบไปที่มือของเธออีกครั้ง" กุลน่ารักกับพี่จัง " สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอากุลนิดาถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัยนี่เขาแทนตัวเองว่าพี่งั้นหรอ" ว่าอะไรนะคะ พี่หรอ? "คิมหันต์เขินอายเบาๆกับสรรพนามแทน







