Share

ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า
ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า
Penulis: ซาชิกิวาราชิ

ตอนที่ 1 ข้าอยากตาย

last update Tanggal publikasi: 2025-02-20 17:19:02

ทารกที่ 1

ข้าอยากตาย

หมูบ้านหลิวชิ่ง ไม่ไกลจากอำเภอไท่หัง แม้จะอยู่ใกล้ตัวเมือง แต่ความเป็นอยู่ชาวบ้านแถบนี้ยังคงกันดารมาก แต่ละวันเมิ่งจื่อต้องนำเสื้อผ้าของของตนและของน้องชายไปซัก หอบหิ้วไปที่แม่น้ำไท่ซุย ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของนางเอง

หากแต่ตอนนี้นางไม่มีหน้าโผล่ไปที่นั่นแล้ว…

บนเนินเขาลาดชัน เมิ่งจื่อเดินร่ำไห้หลั่งน้ำตานองหน้า นางอับอายจนไม่คิดมีชีวิตอยู่ต่อไป

นี่เป็นเส้นทางหลังบ้านนางเอง สมัยก่อนนางมักจะขึ้นเขาด้วยทางลัดนี้ เสาะหาผักป่ากับน้องชายด้วยความเริงร่า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หากแต่ตอนนี้กับไม่ใช่ ในใจของนางเจ็บมาก เจ็บจนไม่อยากพบผู้ใดอีก แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่อยากพบ เลยเดินขึ้นเขากลางดึกโดยที่ในมือมีเชือกหนึ่งเส้น คิดว่าตายๆ ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไป

ย้อนเวลากลับไปครึ่งเดือนก่อน ความจริงอีกสามเดือนข้างหน้าจะเป็นกำหนดแต่งงานของเมิ่งจื่อ แต่ยังไม่ถึงวันแต่งก็ราวกับสายฟ้าฟาด คู่หมั้นของนางส่งผู้ใหญ่มาถอนหมั้น จนคนทั้งหมู่บ้านซุบซิบนินทากันไปทั่ว ว่านางมีปัญหาอันใดกันแน่

ยังคงเป็นบนเนินเขา เมิ่งจื่อเดินเหม่อลอยไปเรื่อยๆ เป้าหมายของนางอยู่ที่ต้นเฟิงต้นนั้น ต้นที่พี่เสิ่นจูบนางครั้งแรก และเป็นครั้งเดียวในชีวิตของนาง

เมิ่งจื่อเกิดมาสิบสี่ปีไม่เคยลิ้มรสรัก แต่ปีก่อนจู่ๆ ท่านพ่อพาคนผู้หนึ่งมาที่บ้าน นางมิทราบพวกเขาคุยอันใดกัน แต่รู้ตัวอีกทีตนก็มีคู่หมั้นแล้ว จากนั้นพี่เสิ่นก็วนเวียนมาบ้านนางเรื่อยๆ หยอกเย้าจนนางหน้าแดงเขินอาย เขาเป็นนักศึกษาแก่เรียน นางพบว่าเขาร่ายกลอนมากมายก็นึกชอบ ถึงกับเผลอมอบจูบแรกให้ แล้วไฉนเขาทำกับนางเช่นนี้

ชื่อเสียงอิสตรีสำคัญยิ่ง ทันทีที่ถูกถอนหมั้นคนทั้งหมู่บ้านก็รับรู้ หญิงสาวรุ่นเดียวกับนางก็พากันยิ้มเยาะ ถากถางว่า “คิดกลายเป็นหงส์หรือ ตกลงมาจากฟ้ารู้สึกยังไงบ้าง คิก คิก”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในความเลวร้าย เพราะหลังจากนั้นนางยังถูกเหยียดหยาม โดยถูกเศรษฐีผู้หนึ่งสู่ขอให้ลูกชายปัญญาอ่อน กลายเป็นที่ขบขันของผู้คน!

“ฮือ ฮือ” เสียงร่ำไห้ของเมิ่งจื่อดังขึ้นที่ใต้ต้นเฟิง นางทำกรรมอันใดไว้หนอ ไฉนทุกคนรังแกนางเช่นนี้ หากเป็นเมื่อก่อนไม่เคยสัมผัสรสรักก็แล้วไป แต่ตอนนี้นางคิดถึงพี่เสิ่นมาก เขาสัญญาอะไรกับนางไว้ตั้งมาก บอกว่าหากสอบติดจิ่นสือจะพานางไปดูงิ้วที่เมืองหลวง แล้วจะทำให้นางมีบ่าวไพร่ล้อมหน้าล้อมหลัง เป็นภรรยาขุนนางที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งของแผ่นดิน

ใช่แล้ว! พี่เสิ่นเป็นบัณฑิตชิวไฉ เขาอายุสิบห้าก็สอบได้ จัดเป็นผู้มีอนาคตไกลคนหนึ่งในอำเภอไท่หัง ขณะเมิ่งจื่อนึกถึงความหลัง นางก็สะอึกสะอื้นมัดเชือกเข้ากับกิ่งต้นเฟิง นำหินมาต่อกันจนสูง คิดปลิดชีพตนเองให้จบๆ ไป

“หวังว่าท่านพ่อท่านแม่จะให้อภัยข้า”

ก่อนรู้จักพี่เสิ่น เมิ่งจื่อใช้ชีวิตเลอะเลือนไปวันๆ นางไม่เคยคิดถึงการแต่งงานซักนิด แม้แต่บุรุษก็ไม่ชายตามอง ทั้งไม่ทราบว่าความรักระหว่างหนุ่มสาวคืออะไร

จนกระทั่งตอนนี้นางก็ยังมิทราบ...

เพียงแต่เมิ่งจื่อรู้สึกปวดใจ นางผิดหวัง ทั้งยังอับอายมาก เมิ่งจื่ออยู่ในหมู่บ้านไม่มีสหาย ทั้งนางก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมหญิงสาวคนอื่นรังเกียจนางนัก ทั้งๆ ที่นางก็โตมาพร้อมๆ กับทุกคน

***

สูงจากพื้นไปราวหัวเข่า เมิ่งจื่อปลายเท้าสั่นกระตุก นางเตะขาของตนไปทั่ว ดิ้นกระแด่วกระแด่วห้อยอยู่บนกิ่งไม้ เพราะตอนนี้นางได้แขวนคอตายแล้ว!

“อืมมม อืมมม อืมมม” ในเวลาสุดท้าย สองมือนางตะกุยไปที่เส้นเชือก นี่เป็นปฏิกิริยาเอาตัวรอดของร่างกาย แม้นางจะอยากตายแค่ไหนก็ตามที

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดพลันเกิดขึ้น!

“แครก! โอ้ย! ตุบ!”

ท่ามกลางความมืดของป่าเขา แสงจันทร์เพียงน้อยนิดสาดส่องลอดกิ่งไม้ น่าสมเพชเมิ่งจื่อยิ่งนัก นางฆ่าตัวตายไม่สำเร็จซ้ำยังฉี่ราด ถูกเส้นเชือกที่ขาดทำให้ตกกระแทกพื้น สลบเหมือดไปทั้งอย่างนั้นเลย “…”

วันรุ่งขึ้น แสงตะวันแยงตาทำหน้าที่ปลุกเมิ่งจื่อ นางตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นปัสสาวะเหม็นคลุ้ง นี่เป็นนางเผลอปล่อยออกมาตอนควบคุมตนเองมิได้

“ฮือ! ฮือ! สวรรค์ พวกท่านรังแกข้า พวกท่านรังแกข้า!” เมิ่งจื่อพอรู้สึกตัว นางก็คร่ำครวญอีกครั้ง ถึงขั้นคิดว่าแม้แต่ทวยเทพยังกลั่นแกล้ง หรือยังเห็นหญิงสาวในหมู่บ้านรังแกนางไม่พออีก

พริบตานั้นอารมณ์อยากตายพลันปะทุขึ้น บนเนินสูงเหลียวมองลงมาก็พบกับแม่น้ำ ที่นั่นอยู่ไม่ไกลจากบ้านนางมาก เมิ่งจื่อมั่นใจอย่างยิ่ง หากโดดลงไป นางต้องตายสมใจอย่างแน่นอน

ณ บ้านตระกูลเมิ่ง

ครอบครัวเมิ่งจื่อมีอยู่ด้วยกันเพียงสี่ชีวิต เมิ่งไท่อี้ประกอบอาชีพนายพราน แต่ละวันขึ้นเขาล่าสัตว์ หากเป็นปกติ ยามนี้คงปลุกบุตรีของตนไปซักผ้า บางครั้งก็ให้นางช่วยไปเก็บกับดักเป็นเพื่อนบนเขา

“ท่านพี่ จื่อจื่อยังไม่ตื่นอีกหรือ คงมิใช่นางคิดสั้นผูกคอตายอีกแล้วนะ!”

นางเมิ่งซือผู้เป็นมารดา ถามสามีที่ผ่าฟืนอยู่ตรงลานหน้าบ้าน สายตาก็จ้องมองไปที่ประตูกระท่อมของบุตรสาว เพราะตะวันสายโด่งขนาดนี้ นางยังไม่เปิดประตูออกมา

“จื่ออี เจ้าไปเรียกพี่สาวออกมา”

เมิ่งจื่ออีผู้เป็นน้องชายวางงานในมือลง เดินก้มหน้าก้มตาไปเรียก เขารู้ว่าหลายวันนี้พี่สาวทุกข์ใจมาก ในใจก็นึกสงสาร ไฉนเกิดเรื่องเลวร้ายกับนางแบบนี้

หลายวันก่อนผู้พี่ของเขาถึงขั้นผูกคอตาย!

นับตั้งแต่ถอนหมั้น ความจริงเมิ่งจื่อก็เสียใจอยู่แล้ว แต่นางยังคงเป็นเพียงเด็กสาวแรกแย้ม ไหนเลยรู้จักคำว่าน้ำลายฆ่าคนได้ จนกระทั่งนางนำเสื้อผ้าไปซักที่แม่น้ำตามปกติ หลังจากนั้นนางถึงได้รู้ ว่าคำพูดเสียดแทงสามารถฆ่าคนได้จริงๆ

ตอนแรกเมิ่งจื่อแม้เสียใจ แต่นางยังมิได้ถึงขั้นร่ำไห้ฟูมฟาย หากแต่วันรุ่งขึ้น นางนำผ้าไปซัก หญิงสาวในหมู่บ้านสิบกว่าคนก็อยู่ที่นั่น พวกนางถึงกับรุมถากถางรังแกนางไปทั่ว ซ้ำยังมีพี่สาวผู้หนึ่งกล่าวว่า เห็นนางจูบกับพี่เสิ่นบนเนินเขา แล้วพูดเยาะเย้ยว่า ต้องเป็นเพราะนางเป็นหญิงใจง่ายแน่ๆ คุณชายเสิ่นพอทราบว่านางไม่บริสุทธิ์ถึงได้ถอนหมั้น หรือไม่ก็เป็นเพราะเขาเล่นนางจนเบื่อแล้ว

นี่เป็นความลับ เป็นความลับของเมิ่งจื่อ!!!

ทั้งๆ ที่มั่นใจว่าไม่มีผู้คนอยู่แถวนั้นแท้ๆ เมิ่งจื่อจึงเผลอปล่อยตัวมอบจูบแรกให้เขา แต่กับคิดไม่ถึงว่ามีผู้พบเห็น ซ้ำยังนำมาเป็นเรื่องถมถุยใสนาง จากคราแรกเพียงเสียใจเล็กน้อยเท่านั้น พอถูกเปิดโปงความลับ เมิ่งจื่อพลันร้องไห้โฮออกมา

ที่ริมแม่น้ำ หญิงสาวชาวบ้านหัวเราะคิกคัก พวกนางสะใจมาก ปกติเมิ่งจื่อก็เป็นที่ขัดตาอยู่แล้ว ยิ่งช่วงเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา นางถึงกับหมั้นหมายคุณชายเสิ่น แต่ละคนก็ยิ่งอิจฉาจนแทบอกแตกตาย!

หมู่บ้านหลิวชิ่งเล็กแค่ไหน ชายหนุ่มรุ่นเล็กมีใครบ้างอ่านออกเขียนได้ ทั้งเขายังสอบชิวไฉได้ตั้งแต่อายุน้อย ดังนั้นจึงเป็นที่หมายปองของเหล่าสาวๆ ในหมู่บ้าน และริษยาเมิ่งจื่อที่วาสนาดี

หลังจากถูกรังแกตอนไปซักผ้าหนึ่งรอบ เมิ่งจื่อยังมีเรื่องให้ทุกข์ใจเพิ่มขึ้น วันต่อมาข่าวของนางก็ดังไปทั่วหมู่บ้าน ทุกคนต่างกล่าวว่านางมิใช่หญิงบริสุทธิ์ เป็นนางแพศยาน้อยที่ใครๆ ก็ขึ้นขี่ได้!

เมิ่งจื่อยังมิถึงวัยปักปิ่นเสียด้วยซ้ำ นางอายุเท่าไรกันเชียว มีหรือจะรับคำกล่าวหาร้ายแรงเช่นนี้ได้ ต่อจากนั้นอีกสามวันก็มีแม่สื่อมาหานางที่บ้าน บอกว่าต้องการสู่ขอไปให้ลูกชายพ่อค้าหมูคนหนึ่ง

วันนั้นบิดานางข่มความโกรธแค้น ไล่แม่สื่อกลับไปอย่างสุภาพ แต่วันรุ่งขึ้นก็มีมาอีก ถึงกับทาบทามนางให้แต่งกับชายแก่กว่าพ่อ ทั้งยังเสนอสินสอดเพียงแค่แป้งสาลีกระสอบเดียว!

แต่ละวันของเมิ่งจื่อผ่านไปด้วยคราบน้ำตา ในที่สุดความอดทนของนางขาดสะบั้น เมื่อเศรษฐีในอำเภอส่งพ่อบ้านมาหาท่านพ่อ บอกว่าต้องการแต่งนางให้บุตรชายของเขา ทั้งๆ ที่ใครๆ ต่างก็ทราบ ว่าเจ้าคนผู้นั้นอายุสามสิบกว่าแล้ว แต่เพราะปัญญาอ่อนจึงยังไม่แต่งเมีย

ค่ำคืนนั้น เมิ่งจื่อคิดสั้นเป็นครั้งแรก นางผูกคอตนเองกับขื่อกระท่อม เพราะนางทนถูกคนใจร้ายพวกนั้นรังแกไม่ไหวแล้วจริงๆ

ชื่อเสียงของนางป่นปี้ นางมิกล้าแม้แต่จะออกจากบ้าน ไม่กล้าเผชิญหน้าผู้คน เพราะว่าพวกเขาใจร้ายกับนางเหลือเกิน

เพียงแต่สิ่งที่ไม่คาดคิดพลันเกิดขึ้น ขื่อกระท่อมของนางกับหักลงมา “…”

นี่คือแม่น้ำไท่ซุย ชาวบ้านหลิวชิ่งกว่าพันชีวิตอาศัยแม่น้ำสายนี้ ไม่ว่าจะหาบไปใช้สอยหรือซักผ้า ล้วนตักมาจากสายน้ำแห่งนี้เอง

ความกว้างสิบกว่าวา หากข้ามสะพานก็จะไปยังอำเภอภูไถ เมิ่งจื่อกลัวถูกผู้คนพบเห็นจึงเดินเรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ หวังจะไปกระโดดฆ่าตัวตายตรงชะง่อนหิน ตรงที่นางเคยมานั่งตกปลากับน้องชายเป็นประจำ

“ฮือ! ฮือ! ข้าไม่ผูกคอตายแล้ว ดูว่าพวกท่านยังจะรังแกข้าได้อีกหรือไม่!” “…”

เมิ่งจื่อเดินร่ำไห้พึมพำ พวกท่านที่ว่าย่อมหมายถึงเทวดานางฟ้า ในความเข้าใจของสาวน้อย นางคิดว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง แม้แต่เทพเซียนสวรรค์ยังรังแกนาง

น่าเวทนาเมิ่งจื่อยิ่งนัก ในวัยไม่เต็มสิบห้า นางกับหัวใจแตกสลายสิ้นหวัง แม้แต่ตนเองก็ไม่เข้าใจไฉนสิ้นหวังเช่นนี้ เป็นเพราะถูกยกเลิกการหมั้นหมาย หรือถูกข่มเหงเหยียดหยามรังแก

“ฮือ! ฮือ! ฮือ!” !!!

บนชะง่อนหิน เมิ่งจื่อพอมาถึงก็ต้องทรุดตัวลงกอดเข่าร้องไห้โฮ นี่มันสวรรค์กลั่นแกล้งชัดๆ ขนาดเปลี่ยนมาเป็นโดดน้ำ ยังรังแกนางอีกหรือ

ห่างไปราวสิบกว่าวา กลางแม่น้ำตอนบน เมิ่งจื่อแทบไม่อยากจะเชื่อ ตรงนั้นมีศพลอยอยู่ในน้ำ เป็นศพคนไม่ผิดอย่างแน่นอน!

เสียงร้องโหยหวนของเมิ่งจื่อดังลั่น นางไม่อยากตายแล้ว นางไม่อยากตายแล้ว!

เมื่อเห็นศพลอยขึ้นอืด จู่ๆ เมิ่งจื่อที่โง่งม พลันไม่อยากตายแล้วจริงๆ

ตรงหน้าสาวน้อยเป็นศพไร้ญาติ เมิ่งจื่อพอคิดถึงสภาพของตน หากโดดลงไปก็คงเป็นเช่นนี้ อุบาทจนทนดูไม่ได้เลย “…”

***

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 26 ต้องสนใจหรือ?

    ทารกที่ 26ต้องสนใจหรือ?หลังจากจบคดี แม้เซียวกว๋อกงจะประกาศลั่นว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งนางเมิ่งจื่อเข้าจวน หากแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเดือนกว่า เย่หลิงเอ๋อและสาวๆ ในเมืองจินหลิงหลายคน ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าดูบ้านเช่าของสกุลเมิ่งอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบเห็นกว๋อกงจะติดต่อมาหานางเลยซักครั้ง ปกติงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้ว แม้แต่พ่อบ้านหรือบ่าวไพร่ในจวนซักคนก็ไม่เคยย่างเท้ามาพบคนสกุลเมิ่งซักคนเดียวหรือพวกเขาไม่ต้องส่งของหมั้นหมายกัน?สามหนังสือหกพิธีการ จะอย่างไรการเตรียมงานพวกนี้วุ่นวายมาก เป็นไปไม่ได้หากกว๋อกงจะแต่งจริงแล้วไม่ติดต่อบ้านฝ่ายหญิงไปซักครั้ง ยิ่งเวลากระชั้นชิดแบบนี้ การที่เขาไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาลั่นวาจากลางศาลวันนั้น คงเพราะโกรธจัดและเสียหน้ามากแน่ๆ ผ่านมาถึงวันนี้คงสงบสติอารมณ์ได้ อย่างมากก็มอบเงินให้สกุลเมิ่งเป็นค่าปลอบขวัญซักหลายพันตำลึง...ยังคงอยู่ที่หน้าร้านอวิ๋นเสียง สาวใช้ส่วนตัวคุณหนูหกนางกักเมิ่งจื่อไว้กลางวงล้อม หนึ่งในคนสูงที่สุดเห็นสายตานายสาวจากโต๊ะข้างๆ ก็ทราบว่าเป็นสัญญาณให้ลงมือได้ ฉับพลันนางพุ่งตัวไปคิดใช้ไหล่กระแทก แต่แล้วเสียงแหวกอ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 25 ปิ่นหงส์

    ทารกที่ 25ปิ่นหงส์วันเวลาผ่านไปเดือนกว่า นับแต่จบคดีที่ศาลเมิ่งจื่อก็แทบจะยิ้มไม่หุบ เนื่องจากนางไม่รู้มาก่อนว่าสามีจะทำแบบนี้ ถึงกับขอนางแต่งงานกลางศาล ที่จริงนางคิดมากแทบตายกลัวเขาทอดทิ้ง จะอยากไรนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เขาเป็นใครกัน นางยังต่อรองเรียกร้องอะไรกับเขาได้ ถึงกับคิดไปว่าหากถูกเขาเลี้ยงเป็นเมียน้อยอย่างลับๆ ก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้ว…“จูเอ๋อ! ไปดูปิ่นหงส์กันหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าที่ร้านอวิ๋นเสียงมีปิ่นหงส์ด้วยละ”เมิ่งจื่อและจูเอ๋อวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ทั้งสองราวกับผีเสื้อน้อยเริงร่า เมิ่งจื่อหลังจากคุยกับบิดาให้ซื้อตัวจูเอ๋อไว้ใช้สอย เมิ่งไท่อี้พอกล่าวออกไปซ่งเทียนต้าไหนเลยไม่กล้าขาย เขายินดีอย่างยิ่งเพราะเมิ่งไท่อี้ซื้อนางในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงนี่เป็นความต้องการของจูเอ๋อเองแม้จะซื้อมาเป็นบ่าว แต่เมิ่งจื่ออยู่เมืองหลวงไม่มีเพื่อน ดังนั้นจูเอ๋อเป็นคนที่นางสนิทด้วยที่สุด ความแค้นเก่าก่อนอะไรไม่มีแล้ว ทั้งจูเอ๋อและเมิ่งจื่อล้วนโตขึ้น พวกนางผ่านอะไรมาตั้งมาก สุดท้ายขอเลือกความสุขให้กับตัวเองในแบบที่ต้องการ“จื่อจื่อ จะไปจริงหรือ แต่เจ้ายังไม่ทันแต่งเข้าจวนนะ นี่ยังส

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 24 เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่

    ทารกที่ 24เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่ตะวันคล้อยบ่าย อารมณ์ชาวจินหลิงถูกคดีกว๋อกงฉาวโฉ่ชักนำขึ้นสู่ยอดไม้ บทสรุปที่คิดว่าจบแล้วกับไม่จบ จู่ๆ ขุนนางสำนักฮั่นหลินเสิ่นจงถูกฟ้องต่อ ด้วยข้อกล่าวหาที่หนักหนาสาหัส คือว่าจ้างให้ใส่ร้ายขุนนางใหญ่ ทั้งพยานและผู้ฟ้องยังเป็นขุนนางซุยกวนขั้นห้า ใต้เท้าหนิงซึ่งเป็นคนของที่ว่าการเมือง“เสิ่นจง ที่ใต้เท้าหนิงกล่าวมาเจ้ายอมรับหรือไม่!”ผู้คนต่างร่ำร้อง อะไรวะเนี่ย! นี่มันบ้าอะไรกัน!เสนาบดีหวังนั่งไม่ติดแล้ว ไม่รอให้บุตรเขยปฏิเสธ เขาก็ลุกขึ้นประท้วง! บอกว่าหนิงซุยกวนกล่าวเหลวไหล ต่อให้เสิ่นจงโง่กว่านี้ เขาก็ไม่มีทางจ้างอดีตคู่หมั้นตนให้ใส่ร้ายป้ายสีเสนาบดีเย่!ใช่แล้ว! ใส่ร้ายเสนาบดีเย่!คนในศาลและนอกศาลพอรับฟัง ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดี ตอนแรกเปิดศาลมาด้วยคดีเจ้าพระยาขั้นหนึ่งทอดทิ้งลูกเมีย หากแต่ไต่สวนไปๆ มาๆ มิทราบไฉนกลายเป็นขุนนางฮั่นหลินจ้างคนใส่ร้ายเสนาบดีขั้นสองไปได้ พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มือเขียนบทละครงิ้วหลายสิบคนที่มายืนคอยรับฟังตอนจบ ต่างก็พากันร่ำร้องเฮลั่น เรื่องราวหักมุมผู้คนกำลังชอบ ชั่วพริบตาเสียงตะโกนชาวบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหว

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 23 เขยแต่งเข้า!

    ทารกที่ 23เขยแต่งเข้า!ยังคงเป็นภายในศาลว่าการ เจ้าหน้าที่จัดโต๊ะพร้อมน้ำชาของว่าง นี่เป็นอภิสิทธิ์สำหรับเซียวกว๋อกงเท่านั้น จะอย่างไรเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด แต่ต่อให้ผิดจริงก็มิใช่คดีอาญาใหญ่โตอะไร ไหนเลยมีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าในศาลเสียงเปิดการไต่สวนไม่นานก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเป็นมือปราบสาวทั้งสี่นำตัวเมิ่งจื่อเข้ามา หญิงสาวถูกสั่งให้คุกเข่าลงกับพื้น อ้อมกอดยังคงอุ้มทารกน้อยของตนอยู่เหมือนเดิมภายใต้การจับจ้องของผู้มีอำนาจและชาวบ้านในเมืองจินหลิง เจ้ากรมอาญาตบหัวพยัคฆ์ดังปัง! กล่าวว่า “นางเมิ่งจื่อ มาถึงตอนนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่!”เมิ่งจื่อในชุดกระโปรงเนื้อหยาบท่าทีหวาดกลัวยิ่ง บอกว่า “ข้าจำผิดจริงๆ เจ้าคะ”ทุกคนในศาลต่างก็หันมองไปทางกว๋อกง เห็นเขายังจิบชานิ่งเฉย พลันได้ยินเสียงเจ้ากรมอาญากล่าวว่า “เบิกตัวราษฎรชาวหลิวชิ่งออกมาซักถามให้การ!”เสียงฮือฮาอื้ออึง เมื่อผู้เข้าชมเห็นเจ้าหน้าที่หลายคน ทยอยนำชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนเข้ามาในศาล คนเหล่านี้ดูไปยากจนข้นแค้น ทั้งหน้าตามองดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครอบครัวซ่งและหงตัวสั่นงั

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 22 ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว

    ทารกที่ 22ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว“ท่านแม่ดูไก่ขอทานนี่สิ หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ขายในอำเภอเรา ไฉนรสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซ่งจูเอ๋อแกะใบบัวที่ห่อไก่ขอทานออก นางเอาอกเอาใจมารดายิ่งนัก ส่วนของตนก็แบ่งให้กว่าครึ่ง สมัยก่อนนางก็มิได้เป็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะนางถูกสามีหย่าส่งกลับบ้านเก่า บวกกับเจ็บช้ำน้ำใจมามาก เลยกลายเป็นเติบโตขึ้นกว่าเดิมใช่แล้ว! จูเอ๋อหย่าแล้ว!นางถูกหลี่ต้าหย่าด้วยข้อหาดุร้ายไม่เชื่อฟังสามีทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทาง ครอบครัวซ่งและหงรวมกันสิบกว่าชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกับสกุลเมิ่ง สามวันก่อนจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาจากเมืองหลวง กึ่งข่มขู่กึ่งบังคับพวกเขา สอบถามความเป็นมาเมิ่งจื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกนำตัวมาด้วย เพื่อไปยังเมืองหลวงให้การต่อหน้าศาลจูเอ๋อหวาดกลัวมาก นางกลับมาบ้านก็ถูกท่านพ่อตีหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่าจะหาคนมาแต่งนางออก ต่อให้เป็นชายแก่อายุครึ่งร้อย นางก็ต้องแต่งออกไปโชคดีมีเหตุการณ์แทรกซ้อน มิทราบเมิ่งจื่อไปก่อเรื่องอะไร ขนาดที่ทางการต้องให้คนจากหลิวชิ่งไปให้ปากคำ หากเป็นเมื่อก่อนจูเอ๋อคงสะใจในคราเคราะห์เมิ่งจื่อ แต่ตอนนี้นางไม่คิดแบบนั้น เพียงคิดว่า

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 21 บุรุษล้วนไม่มีตัวดี

    ทารกที่ 21บุรุษล้วนไม่มีตัวดีนอกวัดถ่านเจ๋อ เสิ่นจงกลับขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์เสีย เขาคิดไม่ถึงนางจะปากแข็งขนาดนี้ สมัยก่อนนางไม่เป็นแบบนี้ซักนิด เพียงแค่คำพูดหว่านล้อมไม่กี่คำ ก็สามารถจูบปากนางได้แล้วเมื่อครู่ ขนาดเขาบอกจะรับนางเป็นภรรยา นางก็ยังปฏิเสธว่าไม่มีผู้คนว่าจ้าง เป็นนางเข้าใจผิดเอง เซียวกว๋อกงหน้าเหมือนสามีนาง เขาโมโหแทบคลั่ง จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมรับ คิดว่าคนอื่นโง่เง่าเหมือนกับนางหรือ ที่จะดูสถานการณ์ไม่ออกหากไม่ติดว่านางเอาแต่ร้องไห้ เขากลัวคนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน คงต้องลงมือตบนางซักครั้ง หญิงอะไรสมควรฆ่านัก หรือนางไม่รู้ว่าการฟ้องร้องหน้าด้านๆ ครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างแค่ไหน อย่างน้อยก็มีเขาแล้วหนึ่งคน ถ้าหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนคนของกรมอาญากลับมา คงจะเป็นเขาและท่านพ่อตาที่กลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดข้อหาบงการหญิงชาวบ้าน ให้มาใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงเซียวกว๋อกงหลังจากคุยกับพ่อตา เสิ่นจงถึงรู้ว่า นี่เป็นแผนยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว การที่เมิ่งจื่อถูกจ้างให้มาฟ้องร้องเซียวกว๋อกง ความจริงผู้บงการคงรู้แต่แรก ว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์หมั้นหมายมาก่อน ดังนั้นคนที่อย

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 7 เจ้าหน้าที่ทางการ

    ทารกที่ 7เจ้าหน้าที่ทางการยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมิ่งจื่อซักผ้าเสร็จแล้ว นางก้มลงหยิบถังไม้หันกลับขึ้นฝั่ง ดวงตาหญิงสาวไม่มีน้ำตาประดับอยู่ซักนิด ราวกับเมื่อครู่นางมิได้ร่ำไห้อันใด“นี่! เป็นไร! แค่นี้ก็ตอบไม่ได้หรือว่าของใครดีกว่ากัน?” จูเอ๋อไม่คิดปล่อยอริไปโดยง่าย นางพอเห็นเมิ่งจื่อจะเดินหนีก็ต

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 6 ต้นหลิว 18+

    ทารกที่ 6ต้นหลิวเซียวเฟิงรอจนเมิ่งจื่อรับประทานเสร็จ จากนั้นบอกท่านลุงทั้งสองว่าขอตัวกลับก่อน แล้วจับจูงมือภรรยาเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันออก ระหว่างทางก็แวะแผงขายเครื่องประดับ เลือกซื้อปิ่นปักผมราคาถูกให้เมิ่งจื่อสองอันนี่เป็นปิ่นไม้ขัดจนเงาไม่มีราคาค่างวด แต่เซียวเฟิงพบเห็นแ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 5 ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้ว 18+

    ทารกที่ 5ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้วฟูกที่นอนอ่อนยวบ เปลวเทียนถูกลมหายใจเป่าดับ สายตาเมิ่งจื่อตกอยู่ในความมืด จากนั้นนางรู้สึกว่าผ้าห่มที่ปลายเท้าถูกเลิกขึ้น ตามมาด้วยไอเย็นปะทะเข้ากลางหว่างขา เพราะกระโปรงชุดแต่งงานของนางถูกถอดออกเมิ่งจื่อสะดุ้งเฮือก นางขัดขืนเพราะขาทั้งสองถูกมือเย็นๆ จับแยก สาวน้อยไ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 4 เซียวอัน

    ทารกที่ 4เซียวอัน“อะไรนะ! เมื่อกี้ท่านแม่กล่าวว่าอะไร!”เมิ่งจื่อถึงกับสะดุ้ง เพราะท่านแม่บอกว่าจะแต่งเขยเข้าบ้าน แบบนี้นางต้องไม่ถูกสามีรังแกแน่นอน“เด็กโง่ แม่ย่อมคิดอ่านแทนเจ้า”นางเมิ่งซือลูบเส้นผมบุตรสาว กล่าวปลอบโยนนางต่อไปเรื่อยๆ อธิบายข้อดี บอกว่าแต่งแล้วก็ยังได้อยู่ที่บ้าน ทั้งยังไม่ต้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status