Partager

การกลับมาของหานไท่หยาง

Auteur: WangFei
last update Date de publication: 2025-08-16 02:18:57

หรูหรงหาซื้อขมิ้นชันมาจากตลาดสมุนไพรในเมืองได้เป็นจำนวนมาก แม้นางจะสงสัยว่าคุณหนูของตนเองต้องการนำขมิ้นชันมาทำสิ่งใด แต่ก็มิกล้าเอ่ยถามออกไปด้วยเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องของตนที่ควรรู้

            จางอวิ๋นซีรับห่อขมิ้นชันที่ยังเป็นแท่งมิได้หั่นออกเป็นแว่นหรือบดเป็นผงจากหรูหรง แม้ว่านางจะเป็นหมอสาวที่ใช้วิทยาการตะวันตกมาช่วยรักษาคน แต่เรื่องสมุนไพรนั้นเธอก็รู้มากอยู่มิใช่น้อย ทั้งสรรพคุณข้อดีและข้อเสียของสมุนไพรแต่ละชนิด นางล้วนศึกษามาอย่างละเอียดยิบจนจำได้ขึ้นใจ

            สาเหตุที่นางให้หรูหรงหาซื้อขมิ้นชันมานี้ เพราะว่าขมิ้นชันมีสรรพคุณช่วยบำรุงและรักษาเชื้อดื้อยาของผู้ที่เป็นวัณโรคปอดและวัณโรคร้ายแรงชนิดต่างๆ แต่ทว่าการใช้สมุนไพรในการแพทย์สมัยใหม่นั้นเป็นเพียงการบรรเทาอาการเท่านั้น หากจางฮูหยินได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โอกาสหายจากวัณโรคปอดนั้นย่อมมีมากนัก

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าขมิ้นชันนี้ของดีนัก” จางอวิ๋นซีวางขมิ้นชันตรงหน้าหรูหรงพลางยิ้มกว้าง

            หรูหรงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “อย่างไรหรือเจ้าคะ”

            จางอวิ๋นซีเลี่ยงที่จะพูดถึงยุคปัจจุบันของนาง หญิงสาวกล่าวเพียงแค่สิ่งที่

กล่าวได้เท่านั้น

            “ขมิ้นชันสามารถช่วยบรรเทาอาการดื้อยาของท่านแม่ได้”

            หรูหรงนางไม่เข้าใจความหมายของคำว่าดื้อยานัก สังเกตได้จากคิ้วที่ขมวดกันเป็นปมราวกับคนมีคำถามในใจ จางอวิ๋นซีจึงไขข้อข้องใจให้กับอีกฝ่าย

            “อาการดื้อยาก็คือ การที่ยาตัวนั้นไม่ตอบสนองต่อการรักษาแล้วยังไงล่ะ ก็เลยจำเป็นต้องใช้ยาสมุนไพรตัวใหม่เพื่อลดอาการดื้อยา ซึ่งขมิ้นชันนี้ได้ผลดีนัก” จางอวิ๋นซียิ้ม

            สีหน้าของหรูหรงราวกับร้อง ‘อ๋อ’ ทันที

            “แล้วคุณหนูจะเอาให้ฮูหยินกินหรือเจ้าคะ”

            จางอวิ๋นซียิ้มรับแทนการตอบหรูหรง “เดี๋ยวไปถึงบ้านแล้วเจ้าก็เอาขมิ้นชันนี้บดเป็นผงนะ ปั้นเป็นลูกกลอนให้ท่านแม่ข้า”

            “แต่ว่าเหลือเพลาไม่มากแล้วนะเจ้าคะคุณหนู อีกไม่กี่ชั่วยามคุณหนูก็จะต้องไปร่วมงานล่องเรือชมบงกช ในวันพระราชสมภพของไทเฮา” หรูหรงเตือนขึ้นมา

            “งานอะไรหรือ?” จางอวิ๋นซีนางไม่ยักจะจำได้ หรืออาจจะเป็นเพราะตอนที่นางฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ความทรงจำเดิมก็หลุดหายไปกับเจ้าของร่างเดิมที่เธอสิงอยู่ 

            หรูหรงอยากจะเอามือเขกศีรษะตนเองสักร้อยทีนัก

            “เมื่อไม่กี่วันก่อนที่คุณหนูจะหายออกไปจากจวน ไทเฮาทรงส่งจดหมายมาเชิญคุณหนูและฮูหยินใหญ่กับทุกคนไปร่วมงานล่องเรือชมบงกชนะเจ้าคะ ข้าได้ยินข่าวลือหนาหูมาว่าฝ่าบาทจะทรงคัดเลือกพระชายาให้กับองค์ชายแต่ละองค์ด้วยเจ้าค่ะ”

            “คัดเลือกพระชายา?” จางอวิ๋นซีถาม

            หรูหรงยิ้มน้อยๆ “คุณหนูเองก็ถูกวางตัวให้เป็นว่าที่พระชายาเหมือนกันนะเจ้าคะ น่าจะเป็นท่านอ๋องไท่หยางแน่ๆ”

            “เจ้าผู้ชายหน้าตายนั่นน่ะหรือ?!” จางอวิ๋นซีถามเสียงดัง นางเอามือกุมขมับ สุดท้ายแล้วเรื่องการคิดจับคลุมถุงชนก็ยังมีมาทุกยุคทุกสมัยจริงๆ

            แต่ทว่าจางอวิ๋นซียังพอจะเข้าใจเรื่องขนบธรรมเนียมการแต่งงานกับบุตรสาวขุนนาง เพื่อรักษาฐานอำนาจและสืบทอดอำนาจทางราชวงศ์ให้มั่นคง แต่มีสิ่งเดียวที่นางไม่เข้าใจคือเหตุใดต้องเจาะจงถึงนางโดยเฉพาะ

            หรูหรงมองซ้ายมองขวาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย นางกลัวว่าจะมีคนของทางวังหลวงมาได้ยินและติฉินนินทาคุณหนูของนางได้ “คุณหนูอย่าเอ็ดดังไปสิเจ้าคะ หน้าต่างมีหูประตูมีช่องเจ้าค่ะ”

            จางอวิ๋นซีปรับสีหน้าและอารมณ์ให้เป็นปกติ

            “เจ้าอ๋องหน้าตายนั่นน่ะหรือที่เจ้าบอกว่าฮองเฮาหมายตาให้ข้า”

            “ประมาณนั้นเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นที่โปรดปรานของไทเฮากับฮองเฮามาก และก็อาจเป็นอีกประเด็นที่ฮูหยินรองกับคุณหนูใหญ่ชอบรังแกคุณหนู” หรูหรงพูด

            “เจ้านี่ก็รู้เยอะเหมือนกันเนอะ” หรูหรงยิ้มแหยๆ กับคำกล่าวกึ่ง

ประชดของผู้เป็นนาย

            “ก็นิดหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อก่อนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูบ่าวจะเป็นคนช่วยจัดการทั้งหมด แต่ตอนนี้คุณหนูฟื้นมาดูแลตัวเองได้ บ่าวก็ดีใจนักเจ้าค่ะ” หรูหรงยิ้มพลางจับมือของจางอวิ๋นซีอย่างออดอ้อน หลังจากนั้นพวกนางทั้งสองจึงออกจากโรงน้ำชากลับจวนสกุลจาง

            ตำหนักคุนหนิง

                หานไท่หยางเดินทางกลับมาถึงพระราชวังในยามบ่ายคล้อย เฉินหรงทำหน้าที่นำอาชาคู่ใจไปพักที่โรงม้าหลวง ส่วนตนเองนั้นเดินทางมาเข้าเฝ้าพระราชมารดาที่ตำหนักพระราชฐานฝ่ายใน ซึ่งมีตำหนักคุนหนิงเป็นตำหนักที่ใหญ่ที่สุดในเขตวังหลัง

            หลิวฮองเฮากำลังปักอาภรณ์ลายประณีตงดงาม พระนางทรงตั้งใจจะพระราชทานอาภรณ์นี้ให้เป็นของขวัญหากหานไท่หยางได้อภิเษกจางอวิ๋นซีมาเป็นพระชายาเอก

            “เสด็จแม่...” หานไท่หยางกล่าวเรียกพระมารดาด้วยความดีใจ นานนับเกือบปีแล้วที่เขาไม่ได้พบพระมารดา มีเพียงแค่ผ้าเช็ดหน้าที่พระมารดาเย็บปักให้เท่านั้นที่เป็นสิ่งของแสดงแทนความคิดถึงและความห่วงใย ชายหนุ่มสวมกอดผู้เป็นมารดาแน่น ราวกับต้องการซึมซับไออุ่นจากอ้อมกอดพระมารดาที่เขาโหยหามานาน

            เขาจากบ้านเมือง จากพระมารดาไปนานนับปี ความคิดถึงที่เฝ้าสั่งสมมาจึงถูกระบายพร้อมกับอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้

            หลิวฮองเฮาคลายอ้อมกอดเบาๆ พระนางทรงมองพระโอรสองค์เดียวด้วยสายตาแห่งความคิดถึงห่วงหา

“อยู่ที่ซ่างจิ่ง เจ้าสบายดีหรือไม่”

            น้ำเสียงของผู้เป็นมารดาสั่นเครือยามได้สัมผัสบุตรชายอีกครั้ง ฝ่ามืออันสั่นเทาของพระนางลูบพระพักตร์ผู้เป็นโอรสอย่างรักใคร่ถนอม

            “กระหม่อมสบายดีพะยะค่ะ แล้วเสด็จย่ากับเสด็จแม่เล่าพะยะค่ะ ทรงเป็นอย่างไรบ้าง” หานไท่หยางถามถึงไทเฮาผู้เป็นพระอัยยิกาแท้ๆ ของตน

            หลิวฮองเฮาคลี่ยิ้ม “เสด็จย่าของเจ้าทรงสบายดี แล้วเจ้าเล่าได้เจอกับจางอวิ๋นซีแล้วหรือไม่”

            หานไท่หยางยิ้มอ่อนๆ ตอบ หลิวฮองเฮาทรงรู้ดีว่าบุตรชายของพระนางนั้นยากแท้ที่จะแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา ภายใต้ใบหน้าที่เย็นชานี้ กลับมีสิ่งปกปิดที่ไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้มากมาย แม้กระทั่งมารดาอย่างพระนางก็ไม่อาจเข้าถึงความคิดภายในใจของบุตรชายได้

            “เอาล่ะ แม่จะไม่ถามเจ้า แต่เจ้านั้นทราบหรือยังจุดประสงค์การจัดงานล่องเรือชมบงกชครั้งนี้” หลิวฮองเฮาทรงถามหยั่งเชิง

            อันที่จริงการจัดงานล่องเรือชมบงกชยามค่ำคืนนี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการคัดเลือกพระชายาให้องค์ชายแต่ละองค์ของไทเฮาเท่านั้น พระนางทรงเลือกจัดงานนี้ตรงกับวันพระราชสมภพพอดี เพื่อประกาศข่าวดีนี้ให้กับเหล่าขุนนางและประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน อีกทั้งสกุลจางกับฮองเฮานั้นก็มีความสัมพันธ์อันดีฉันญาติมิตรกันมาเนิ่นนาน น้องสาวของพระนางเองก็แต่งงานเป็นฮูหยินเอกของจางเยี่ยน การที่บุตรของทั้งสองจะสมรสกันนั้นย่อมเป็นเรื่องที่สมควร

            ฮองเฮากับจางฮูหยินนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิทสนมกันพอสมควร เมื่อต่างฝ่ายต่างออกเรือนไป พระนางจึงทรงหมายมั่นพระทัยอยากให้ธิดาของจางฮูหยินเป็นพระชายาเอกของบุตรชาย และหากภายภาคหน้าบุตรชายได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาท หลานสาวผู้นี้ก็จะมีศักดิ์เป็นฮองเฮา!

            “เสด็จย่าคงหมายพระทัยคัดเลือกคู่ครองให้ลูกกับบรรดาพี่น้องทุกคน” หานไท่หยางตอบ

            หลิวฮองเฮาเลียบๆ เคียงๆ ถาม “แล้วเจ้าคิดว่าจางอวิ๋นซีนั้นเป็นอย่างไร”

            คำถามของพระมารดาพาลให้หานไท่หยางหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในตลาดของพ่อค้าต่างชาติ ภาพที่จางอวิ๋นซีกำลังยืนโต้ตอบกับพ่อค้าชาวเปอร์เซียกลุ่มนั้น ทำให้หานไท่หยางรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก จางอวิ๋นซีปกติเป็นสตรีที่สงบปากสงบคำ พูดน้อยกิริยาวาจาสำรวม อีกทั้งใบหน้าที่ดูเศร้าหม่นตลอดเวลา แต่เพลานี้นางที่เขาเจอเป็นสตรีที่มีทุกอย่างตรงกันข้ามสิ้นเชิง

            นางทั้งปากไว โต้เถียงกับพ่อค้าเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว!

            ความเป็นกุลสตรีหาได้มีในตัวนางสักนิด!

            พฤติกรรมที่นางแสดงออกมานั้นไม่เหมือนสตรีสูงศักดิ์ที่ได้รับการอบรมเลยสักนิดเดียว หากเขาได้นางมาเป็นชายาคงมีเรื่องปวดหัวให้ไม่เว้นแต่ละวันเป็นแน่

            หานไท่หยางเลี่ยงที่จะตอบมารดา

            “ลูกขอตัวไปเข้าเฝ้าเสด็จย่าก่อนพะยะค่ะ”

            ชายหนุ่มไม่ต้องการจะอยู่สนทนาต่อ เนื่องด้วยตนเองกลัวว่าจะหลุดวาจากล่าวร้ายต่อสตรีที่พระมารดาทรงโปรดปราน เขาไปทำศึกรบที่ตำบลซ่างจิ่งทางแดนเหนือมาเกือบหนึ่งปี แต่ไม่คาดคิดนักว่าภายในเวลาหนึ่งปีนี้จางอวิ๋นซีจะเปลี่ยนไปมากเช่นนี้ นางเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนที่เขาไม่คุ้นเคย

            หลิวฮองเฮาทรงถอนพระทัยเฮือกใหญ่ นานมากแล้วแต่หานไท่หยางก็ยังคงเมินเฉยต่อบิดาของตนเอง หวังกูกูจึงประคองร่างของพระนางลงบนเก้าอี้ลายหินอ่อนหน้าพระตำหนัก นางเป็นกูกูที่คอยถวายการรับใช้มานาน จึงย่อมเข้าใจ

ทุกความคิดของหลิวฮองเฮาดี

            “หากองค์ชายทรงเมินเฉยต่อฝ่าบาทเช่นนี้ จะเป็นการดีหรือเพคะฮองเฮา หากอ๋องใหญ่โอรสหยางเต๋อเฟยได้รับการสถาปนาเป็นรัชทายาท แล้วท่านอ๋องไท่หยางเล่าเพคะ” สิ่งที่หวังกูกูกล่าวมาทั้งหมด หลิวฮองเฮาเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายกล่าวด้วยความเป็นห่วง หวังกูกูรับใช้ฮองเฮามานานนับตั้งแต่หลิวฮองเฮายังเป็นธิดาเจ้ากรมกลาโหมหลิวฉาง จนกระทั่งได้รับการคัดเลือกเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทและฮองเฮาตามลำดับ

            ระหว่างทางที่หานไท่หยางกำลังเดินทางไปเข้าเฝ้าหานไทเฮาผู้เป็นเสด็จย่านั้น อ๋องหนุ่มก็ต้องเจอกับบุคคลที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุดในเพลานี้ถึงสองคน คืออ๋องใหญ่และฮ่องเต้ซึ่งเป็นบิดาผู้ให้กำเนิด ท่าทีสนิทสนมของทั้งสองพ่อลูกนั้น หานไท่หยางรู้สึกเจ็บแปลบในอกเป็นอย่างยิ่ง

            หานอี้หรืออ๋องใหญ่เป็นโอรสพระองค์ใหญ่ของฮ่องเต้ที่ประสูติจากหยางเต๋อเฟย กำลังเดินประคองหานฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดากลับจากตำหนักของหานไทเฮา หานไท่หยางคาดเดาได้ไม่ยากว่าทั้งสองคงมาถวายพระพรล่วงหน้าก่อนเพลาจัดงานล่องเรือชมบงกช

            “นั้นอาหยางพะยะค่ะเสด็จพ่อ” หานอี้เห็นไท่หยางคนแรกจึงกล่าวกับบิดาของตนเอง เขาส่งรอยยิ้มทักทายผู้เป็นน้องชายอย่างมีไมตรี แต่กลับได้รับสีหน้าเรียบเฉยราวกับคนหยิ่งยโสจากหานไท่หยางมาแทน

            “ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงพระเกษมสำราญดีหรือไม่” หานไท่หยางคำนับอีกฝ่ายตามธรรมเนียม เขาไม่สนิทใจนักที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าเสด็จพ่อได้เต็มปากเหมือนกับหานอี้

            ฮ่องเต้หานทรงตอบรับเล็กน้อย “ข้าสบายดี แล้ว...”

            “กระหม่อมขอตัวก่อนพะยะค่ะ” หานไท่หยางไม่อยากเสียเวลาอยู่สนทนาต่อ อ๋องหนุ่มเดินไปยังตำหนักของหานไทเฮา หากเขาได้อยู่ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับบิดาเกรงว่าเขาอาจจะอยากอาเจียนออกมาก็ได้

            เรื่องราวแต่หนหลัง ความขัดแย้งระหว่างบิดากับบุตรจะมีผู้ใดเข้าใจ

ดีกว่าหานไท่หยางและฮ่องเต้หานผู้เป็นบิดา

            “น้องรอง เหตุใดเจ้าจึงใจร้ายกับเสด็จพ่อนัก เสด็จพ่อทรงรอเจ้ากลับมา แต่เจ้ากลับทำแบบนี้เช่นนั้นรึ?!” เป็นอ๋องอี้ที่ไม่พอใจกับท่าทีปฏิบัติต่อบิดาของหานไท่หยาง

            หานไท่หยางหยุดเดิน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปตอบหานอี้ผู้เป็นพี่ชายต่างมารดา โดยมิได้หันมามองแววตาของผู้เป็นบิดาที่มีแต่ความเสียใจ

            “เจ้าควรดีใจมากกว่า ที่ได้เป็นลูกชายคนโปรดของเขา” หานไท่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แต่เป็นน้ำเสียงประชดประชันที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจบิดายิ่งนัก

            ใครจะรู้ว่าเขานั้นถูกบิดาทอดทิ้งตั้งแต่ยังเด็ก ทอดทิ้งให้อยู่ห่างจากอกมารดานานนับสิบปี ครั้นเมื่อได้กลับมาเมืองหลวงก็ยังหาเหตุไล่เขาออกไปอยู่แดนไกลเกือบหนึ่งปีเต็ม หากเขามิใช้ความรู้ความสามารถที่มีเอาตัวรอดมาได้ เกรงว่าทั้งกองทัพทั้งหมดก็คงต้องพ่ายแพ้ต่อศัตรูและไม่อาจกลับมาแผ่นดินบ้านเกิด ไม่อาจกลับมาพบเสด็จย่าและเสด็จแม่ของเขาได้อีก

            เสด็จพ่อของเขารักมั่นต่อหยางเต๋อเฟยพระมารดาของอ๋องใหญ่มากนัก ความรักทั้งหมดถูกทุ่มเทที่หานอี้มากกว่าบุตรธิดาองค์อื่น หากเขาไม่โชคดีเกิดเป็นว่าที่โอรสสวรรค์ เขาคงถูกกำจัดตั้งแต่ยังเยาว์วัยก็ได้

            ภายในแววตาของฮ่องเต้หานเพลานี้ ปรากฏแต่ความผิดหวังระคนเสียใจ เขาอยากอธิบายและขอโทษต่อบุตรชายสำหรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากยังสามารถแก้ไขและบุตรชายยอมรับฟังเขาสักนิด

            “เสด็จพ่อ” หานอี้ประคองผู้เป็นบิดาที่เกือบทรุดลงกับพื้นหญ้า

            “ไม่ต้อง” ฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ปรามหานอี้ ทรงประคองพระองค์เองให้ก้าวเดินกลับพระตำหนักใหญ่ ภายในใจมีเป็นล้านคำมากมายที่อยากอธิบายต่อหานไท่หยาง แต่สำหรับหานไท่หยางแล้ว เขามีทิฐิในใจสูงเป็นอย่างยิ่ง ความหยิ่งทะนงในตนเองทำให้อีกฝ่ายยากที่จะเปิดใจรับฟังผู้ใด ความขัดแย้งนี้จึงสั่งสมมาเนิ่นนานจนยากจะหาทางแก้

            “น้องรองเพิ่งกลับมาจากศึกที่ชายแดน ขอเสด็จพ่อทรงให้เวลาเขาสัก

หน่อยเถิดพะยะค่ะ” หานอี้พยายามปลอบใจผู้เป็นบิดาให้คลายความเศร้าระหว่างทางพากลับตำหนักใหญ่

            “ข้าเกรงว่า หากอาหยางแต่งพระชายา ชีวิตจะไม่ยืนยาวนัก

หากยังถือทิฐิในใจตนเช่นนี้” เมื่อได้ยินฮ่องเต้ผู้เป็นบิดากล่าวเช่นนี้ ในใจของหานอี้ยิ่งรู้สึกผิดต่อตนเองและหานไท่หยางนัก

            “ข้าเชื่อว่าอาหยางมีเหตุผลมากพอ สักวันเขาจะต้องเข้าใจเสด็จพ่อพะยะค่ะ” หานอี้ตอบ สายตาของอ๋องใหญ่ผู้เป็นโอรสองค์โตนั้นหันกลับไปมองทิศทางที่หานไท่หยางเดินไป

            เมื่อใดกันหนอที่ความขัดแย้งภายในครอบครัวนี้จะสิ้นสุดเสียที

            “ลูกงดงามหรือยังเจ้าคะท่านแม่...” จางเซียวหรูหมุนตัวให้มารดาชื่นชม หลังจากที่นางได้ซื้อเสื้อตัวใหม่จากร้านตัดเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

            “งดงามมาก ลูกแม่จะต้องงดงามกว่าใคร ให้เป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋องทุกองค์” หลี่ฮูหยินลูบศีรษะบุตรสาวอย่างอ่อนโยน นางหมายมั่นจะให้บุตรสาวงดงามที่สุดในงานวันพระราชสมภพของไทเฮา ที่มีการจัดดอกบัวเรืองแสงงดงามในสระหลวงของวัง เป็นงานชมบงกชยามค่ำคืนที่เป็นประเพณีประจำปีของแคว้นหาน ในทุกๆ วันพระราชสมภพของหานไทเฮา

            “แต่ว่าก็ไม่อาจงดงามสู้ชุดพระราชทานของไทเฮาที่มอบให้จางอวิ๋นซีได้” จางเซียวหรูกระแทกตนนั่งบนตั่งด้วยความริษยา ชุดที่จางอวิ๋นซีสวมใส่ในวันนี้ เป็นถึงชุดพระราชทานจากไทเฮาถูกตัดเย็บโดยช่วงหลวงฝีมือประณีตของวังหลวง ทุกอณูเนื้อผ้านั้นล้วนทำจากผ้าไหมอย่างดีของพ่อค้าชาวอินเดียผู้เลื่องชื่อ

            “เมื่อกลางวันแม่ได้ยินมาล่ะ ว่านางน่ะก่อวีรกรรมโต้เถียงกับพวกฝรั่งแขนลายที่ตลาดต่างชาติ ต่อให้นางจะใส่ชุดงดงามของไทเฮา แต่ถ้าหากเทียบกับกิริยาอันงดงามแล้ว นางเทียบลูกแม่ไม่ได้เลยสักนิด” หลี่ฮูหยินกล่าวชื่นชมบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจ

            “นั่นสิเจ้าคะ...” จางเซียวหรูกระหยิ่มยิ้มอย่างภาคภูมิใจ นางมั่นใจนักว่านางจะต้องงดงามสะดุดตาท่านอ๋องใหญ่หานอี้อย่างแน่นอน

            หานอี้เป็นโอรสที่เกิดจากสนมเอกก็จริงอยู่ แต่ทว่าได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้มากนัก มากกว่าหานไท่หยางผู้เป็นโอรสที่ถือกำเนิดจากฮองเฮาเสียอีก หากนางสามารถชนะใจหานอี้และอีกฝ่ายได้รับตำแหน่งรัชทายาท นางก็จะกลายเป็นพระชายาเอกองค์รัชทายาท และหากหานอี้ได้เป็นฮ่องเต้ นางก็จะกลายเป็นฮองเฮาแคว้นหาน!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 54 ตัดขาดความสัมพันธ์

    หยางเต๋อเฟยบีบปลายคางของหลิวฮองเฮาจนนางเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ทรงต่อสู้ในวังหลวงกับหยางเต๋อเฟยมาตลอด แต่สุดท้ายกลับพลาดท่าเสียทีให้กับคนชั่วช้าคนนี้ที่ต้องการยึดอำนาจของนาง นางมองเห็นสีหน้าสะใจของหยางเต๋อเฟยแล้วอยากสังหารยิ่งนัก! “พระนางทำสายตานั้นกับหม่อมฉันได้แค่วันนี้เท่านั้นล่ะเพคะ นับแต่นี้ต่อไปจะไม่มีวันได้ทำสายตาแบบนี้ใส่ข้าอีก!” หยางเต๋อเฟยปล่อยปลายคางของอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ ยิ่งนางพยายามยั่วยุหลิวฮองเฮามากเท่าไหร่ พิษสลายกระดูกก็เริ่มออกฤทธิ์รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น สังเกตได้จากท่าทีนอนดิ้นทุรนทุรายของนางอย่างเจ็บปวดทรมาน เดิมทียาชนิดนี้ใช้ประหารนักโทษคดีร้ายแรงเท่านั้น สามารถออกฤทธิ์เห็นผลได้ทันที แต่พระนางต้องการให้หลิวฮองเฮาค่อยๆ ตายอย่างทรมานเท่านั้น จึงได้ให้ใช้ยาในปริมาณที่ไม่มากแต่ให้สะสมเข้าในร่างกายทุกวัน จะได้ไม่มีใครมาสงสัยสาเหตุการตายของฮองเฮาผู้นี้ แต่ทุกคนจะเข้าใจเป็นเพราะจางอวิ๋นซี นางเจ็บป่วยไม่สบายเช่นนี้ ย่อมหาเหตุผลได้ว่านางละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ให้ฮ่องเต้ทรงรับทราบ เท่านี้คำกล่าวของจางอวิ๋นซีก็ไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 53 หยางเต๋อเฟย

    หานไท่หยางที่ทราบอาการป่วยของพระมารดาจากจางกูกู พร้อมกับรับสั่งให้จางอวิ๋นซีรีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ทั้งสองจึงต้องเร่งเข้าวังเป็นการด่วน โชคดีนักที่จำนวนคนป่วยที่เหลืออยู่นั้นอาการไม่รุนแรงเท่าใด นางจึงแจ้งให้ผู้ช่วยหมอหลวงควบคุมสถานการณ์แทนนางจนกว่าจะกลับมา คำสั่งเร่งด่วนของฮ่องเต้เป็นสิ่งที่ไม่อาจขัดได้ จางอวิ๋นซีรู้ดีว่านางกับหรูหรงมีเรื่องร้ายแรงติดตัวอยู่ และหากงานนี้ทำพลาดนางคงไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อมาถึงวังหลวง สิ่งแรกที่นางทำคือไปที่ตำหนักคุนหนิงให้เร็วที่สุด นางเห็นหานฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ด้านในกับหลิวฮองเฮาที่นอนหมดสติบนพระแท่นบรรทม ยามนี้หัวหน้าหมอหลวงประจำราชสำนักก็ไม่อยู่ในวัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบังเอิญหรือความกะทันหันหรือไม่นางเองก็ไม่แน่ใจ “ฮองเฮาทรงหมดสติไปเพคะพระชายา หลังจากทรงดื่มชาในงานเลี้ยงน้ำชากับคุณหนูหนิงรื่อหง” จางกูกูกล่าว นางลอบหันไปสบตากับจางฮูหยินเพียงครู่หนึ่ง แม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่จำเป็นต้องรักษาชีวิตฮองเฮาเอาไว้ให้ได้ จางอวิ๋นซีจับชีพจรของหลิวฮองเฮาอย่างถี่ถ้วน และสั่งให

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 52 หลอกใช้

    จางเซียวหรูทราบว่าหนิงรื่อหงได้เดินทางกลับบ้านเกิด ไม่มีใครทราบเรื่องอาการป่วยของหนิงรื่อหงเลยสักนิด แม้กระทั่งจางเซียวหรู ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ที่วุ่นวายยังไม่ปกติเท่าใด แต่หนิงรื่อหงกลับขอตัวกลับบ้านตนเองก่อน แสดงว่านางต้องมีเรื่องอะไรปิดบังแน่นอน “สารถี ไปที่จวนเจ้ากรมอาญา” นางสั่งคนขับรถม้าของนาง รถม้ามุ่งออกจากวังอ๋องหานอี้มุ่งสู่จวนเจ้ากรมอาญา ระหว่างทางจางเซียวหรูพยายามคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเหตุใดหนิงรื่อหงจึงต้องกลับบ้านในเพลาเช่นนี้ จะว่าเกี่ยวกับเรื่องที่จางอวิ๋นซีควบคุมโรคระบาดได้ก็คงไม่น่าใช่ทั้งหมด คนอย่างหนิงรื่อหงทำอะไรมักไม่เคยให้ใครต้องมาสงสัยหรือมีคำถาม แต่ครั้งนี้แปลกพิลึกนัก รถม้าของวังอ๋องจอดสนิทหน้าจวนเจ้ากรมอาญา เพลานี้หนิงเฟิ่งกับหนิงเจี้ยนอยู่ในวังหลวง ฉะนั้นคนที่อยู่ในจวนก็คงมีเพียงพ่อบ้านและหนิงฮูหยินเท่านั้น “ถวายพระพรพระชายา” หนิงฮูหยินก้มตัวเล็กน้อยคำนับอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท ครอบครัวของนางไม่เคยรู้จักหรือสนิทชิดเชื้อกับจางเซียวหรูมาก่อน การมาเยือนของอีกฝ่ายทำให้ฮูหยินใหญ่ผู้นี้แปลกใจยิ่งนัก

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 51 ยืมดาบสังหารคน

    นางกำนัลคนหนึ่งที่หานไท่หยางส่งไปแฝงตัวในตำหนักของหนิง รื่อหงนั้น กลับมารายงานสิ่งที่เขาพอใจอย่างยิ่ง ในที่สุดแผนการที่เขาวางเอาไว้ดักจับหนิงรื่อหงก็ใกล้จะได้เวลาเก็บแหเสียที หลังจากที่อดทนรอมาเนิ่นนานเกือบหนึ่งเดือน เขารู้ตั้งแต่แรกว่าหนิงรื่อหงมีท่าทีเป็นปรปักษ์ ต่อต้านวิธีการป้องกันโรคของจางอวิ๋นซีอย่างชัดเจน แม้นางจะเก็บตนอยู่แต่ในตำหนัก แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถป้องกันตนเองได้ตลอดเวลา อย่างน้อยคนที่เข้าออกตำหนักของนางบ่อยๆ อย่างลี่จูก็ต้องมีอาการเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามาอย่างแน่นอน ในเมื่อนางคิดร้ายลอบร่วมมือกับจางเซียวหรู ยั่วยุให้อีกฝ่ายแนะนำหานอี้อพยพคนติดเชื้อขึ้นมา เพื่อหวังให้ชายาของเขาถูกประหารชีวิต พวกมันต้องชดใช้ด้วยชีวิตของตนเองจึงจะสาสม! “ในเมื่อนางไม่อยากให้ใครรู้ ก็ปิดเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด เข้าใจหรือเปล่า” หานไท่หยางย้ำกับคนของตนเอง “เพคะ” นางกำนัลผู้นั้นก้มหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะถอยหลังเดินกลับไป นางเป็นคนที่หานไท่หยางส่งไปแฝงตัวกับคนของหนิงรื่อหง นางทำงานได้ยอดเยี่ยมอย่างไม่มีที่ติยิ่งนัก ‘รอให้เสี่ยวซีจัดการโรคระบา

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 50 แขวนหัวแพะ ขายเนื้อสุนัข

    หรูหรงที่เพิ่งหายป่วยไม่กี่วัน นางเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาขวางหน้าเจ้านายของตนเอง นางได้ยินมาว่าเรื่องระบาดนี้หานอี้โทษว่าเป็นเพราะนางที่นำโรคมาติดต่อสู่คนอื่น หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ สมควรหรือที่พระชายาจางอวิ๋นซีจะมาขอโทษชาวบ้านเหล่านี้แทนนาง ควรเป็นนางที่ต้องเอ่ยคำขอโทษนั้นแทน “ไม่เพคะพระชายา เรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากพระชายาเลย มันเกิดจากหม่อมฉันทั้งหมด หากหม่อมฉันรู้ตัวเองสักนิดว่าติดโรคระบาดจะไม่ทำให้พระชายาเดือดร้อนเลย” หรูหรงคุกเข่าต่อหน้าจางอวิ๋นซี นางคำนับชาวบ้านทุกคนอย่างขออภัยกับพื้นดิน พร้อมกับเขกศีรษะลงกับพื้นสามที “เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะข้า พระชายาทรงช่วยชีวิตพวกเราทุกคนเอาไว้ ขอให้พวกเจ้ามั่นใจในพระนาง ทำตามที่พระนางทรงเอ่ย เพราะข้ากับสหายนางกำนัลทั้งหมดหายป่วยได้ ก็เพราะพระเมตตาของพระชายา ตอนนี้พระนางทำเต็มที่แล้ว ขอพวกเจ้าให้ความร่วมมือกับพระนาง อย่าได้คิดต่อต้านหรือโกรธเคืองพระนางเลย หากจะคิดว่าเรื่องนี้ใครผิด คนผิดคนนั้นคือข้าที่ไม่ระวังตนเอง...” หรูหรงกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ หากไม่ใช่เพราะนางจางอวิ๋นซีคงไม่ต้องมาเดือดร้อนและเสื่อมเสียเกียรติเช่นนี้ จางอวิ๋นซีเข้าไปประ

  • ทาสรัก ท่านอ๋องอำมหิต (ตอนที่ 1 - ปัจจุบัน)   ตอนที่ 49 หานอี้

    หลังออกมาจากวังหลวงไม่นาน หานฮ่องเต้ทรงมีพระบรมราชโองการให้เจ้าเมืองลั่วหยาง จัดการอพยพประชาชนเข้ามารักษาที่เมืองหลวง ไม่สนใจคำทัดทานของจางอวิ๋นซีกับหานไท่หยางเลยสักนิดเดียว หนิงรื่อหงเห็นโอกาสที่จะกำจัดจางอวิ๋นซีได้ นางจึงให้ลี่จูปลุกปั่นคนจำนวนหนึ่งให้มีท่าทีต่อต้านจางอวิ๋นซี ท่ามกลางความวุ่นวายขนาดนี้ต่อให้จางอวิ๋นซีเก่งแค่ไหนนางก็ไม่สามารถรักษาโรคระบาดนี้ได้แน่ นับวันอาการของหรูหรงและนางกำนัลคนอื่นๆ เริ่มดีขึ้นมาก ด้วยเพราะตัวยาสมุนไพรที่จางอวิ๋นซีให้กินผนวกกับยาลดไข้แบบแผนตะวันตก ทำให้อาการของพวกนางทั้งหลายเริ่มดีขึ้นตามลำดับจนหายเกือบเป็นปกติ ตอนนี้พวกนางจึงเหลือแค่พักฟื้นให้ร่างกายหายดีเท่านั้น “วิธีของพระชายาได้ผลยิ่งนักเพคะ ไม่กี่วันพวกนางก็เริ่มหายเป็นปกติกันแล้ว” หมอหญิงผู้หนึ่งกล่าวอย่างดีใจ นางเป็นหนึ่งในหมอหลวงที่คอยดูแลรักษาคนป่วยเหล่านี้ จางอวิ๋นซีพอยิ้มออกมาได้บ้าง อย่างน้อยนางก็ยังมีความหวังว่าวิธีการรักษาของนางยังเห็นผลที่น่าพอใจ “หลังจากนี้ ให้พวกเจ้าทุกคนจัดสถานที่ในตำหนักหลันเป่าให้เรียบร้อย ข้าจะย้ายพวกนางที่หายดีแล้วไปพักฟื้นที่เรือนในตำหนักหลันเป่า” นางหั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status