LOGINในคืนต่อมากุสุมามาทำงานตามปกติในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ แต่เธอถูกกดดันรอบด้านทั้งอาหารที่ต้องจ่ายซื้อทานเองและรวีเรียกใช้งานเธอเป็นอย่างหนักทำให้กุสุมานั้นแทบทนไม่ไหว
เธอไม่มีเวลาแม้แต่เวลาจะเข้าไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำ มันช่างเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจ ที่มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตที่มาทำงานนี้
“ลูกค้าวีไอพีสนใจเธอ เปลี่ยนเสื้อผ้าไปนั่งคุยกับเขาหน่อยสิ” รวีเดินเข้ามาบอกด้วยท่ากอดอกที่ดูเป็นต่ออยู่หลายขั้น
“แต่ว่า..”
“เธอเลือกเอกก็แล้วกันนะ จะยอมดีๆ หรือจะต้องถูกบีบจนตัวแตกถึงจะยอม ไม่แน่ว่าคืนนี้ฉันอาจจะส่งการ์ดขึ้นไปสอนบทเรียนให้เธอสักสองคน เผื่อติดใจแล้วอยากทำงานนี้” รวีพูดข่มขู่ออกมาอย่างนั้นทำให้กุสุมารู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
ถ้าไม่รับงานนี้อย่างไรคืนนี้ก็ต้องลูกน้องของที่นี่ยัดเยียดสิ่งที่น่ารังเกียจนั้นให้กับเธออยู่ดี สู้เธอยอมทำงานนี้ด้วยความเต็มใจจะไม่ดีกว่าหรือ
“แล้วแก้วต้องทำยังไงบ้างคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับคนหมดหนทางที่จะสู้ต่อไปแล้ว ศักดิ์ศรีของเธอได้จบสิ้นลงไปแล้วในคืนนี้
“ไปเปลี่ยนชุดกับฉันก่อนสิ แขกคนนี้มาที่นี่ครั้งแรกเขาเป็นเพื่อนกับเจ้าของคลับนี้ เธอต้องดูแลเขาให้ดีไม่แน่นะถ้าเขาพอใจเธอแล้วยอมซื้อตัวเธอไปเป็นเมียของเขาชีวิตเธออาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็ได้” รวีแกล้งพูดให้หญิงสาวมีความหวัง
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครอยากซื้อตัวหญิงขายบริการออกไปจากที่นี่ ยกเว้นพวกพี่ต้องการพาไปขายต่อที่อื่นเท่านั้น
กุสุมาที่ได้ยินอย่างนั้นเธอจึงมีความหวังว่าผู้ชายคนนี้จะพาเธอให้ออกไปจากที่นี่และได้รับอิสรภาพตามที่เธอต้องการ จึงยอมตามรวีไปที่ห้องแต่งตัวด้านหลังโดยมีสายตาของเพื่อนๆ มองเธอเหมือนกับสมเพชที่ในที่สุดเธอก็ยอมเหมือนกันกับพวกเขา
หลังจากนั้นหญิงสาวถูกนำตัวขึ้นไปยังชั้นสองของคลับในห้องวีไอพีที่ด้านไหนเป็นโซฟาขนาดใหญ่ด้านหน้ามีโต๊ะวางเครื่องดื่มและกับแกล้มจำนวนหนึ่ง พร้อมกับมีชายหนุ่มรูปร่างกำยำหน้าตาคมเข้มกระเดียดออกไปทางเชื้อสายแขก แต่งกายด้วยชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่เข้ารูปดูสง่าเป็นอย่างมาก
“ที่ผมเลือกไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้นี่” เขาหันมาถามรวี
ในตอนนั้นเองกุสุมาถึงรู้ว่าเธอโดนรวีหลอกล่อให้มาทำงานนี้โดยที่ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ต้องการเธอเลยสักนิด
“คนนี้มาใหม่ค่ะทำงานคืนแรก รับรองว่าคุณชารุกจะต้องถูกใจเธออย่างแน่นอน”
ชารุกได้ยินอย่างนั้นก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน รูปแบบการขายบริการมักจะแอบอ้างว่าเป็นการทำงานครั้งแรกอย่างนี้เสมอเพื่อเรียกค่าตัวให้ดูแพงขึ้น
“ก็ดี งั้นผมขออยู่กันตามลำพังก็แล้วกัน” ชารุกไล่รวีออกไปทางอ้อม เธอจึงต้องรีบออกไปอย่างเอาใจ
“มานั่งนี่ก่อนสิ” ชายหนุ่มพูดกับกุสุมาเมื่อเห็นว่าเธอยืนนิ่งทำตัวไม่ถูกตรงนั้น
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อว่าแก้ว” เธอเข้าไปนั่งข้างเขาแล้วแนะนำตัวเองเพราะไม่รู้จะพูดอะไร
“ชงเหล้าให้หน่อยสิ” เขาบอกเธอ แต่กุสุมานิ่งไปเธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ปกติเธอมีแต่รับเครื่องดื่มและอาหารไปเสิร์ฟที่โต๊ะเท่านั้น
“ขอโทษด้วยนะคะ แก้วทำไม่เป็นจริงๆ” เธอพูดเสียงเบาทำให้ชารุกรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังพยายามทำตัวไร้เดียงสาเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับตนเอง
เขาชงเครื่องดื่มแล้วดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วก่อนที่จะดึงเธอให้เข้ามาชิดกับเขา
“คุณมาที่นี่บ่อยหรือเปล่าคะ” เธอถามเขาเพราะไม่รู้ว่ารวีโกหกหรือพูดจริงที่ว่าเขามาที่นี่เป็นครั้งแรก
“ครั้งแรก ปกติผมไม่ค่อยชอบเที่ยวสถานที่แบบนี้หรอก แต่ก็อยากลองดูสักครั้ง” เขาพูดแล้วก้มลงมองที่หน้าอกของเธอที่ตอนนี้มันแทบจะล้นเสื้อเกาะอกออกมาแล้ว
“เรามาเริ่มกันดีกว่าไหม” เขาพูดแล้วใช้มือลูบไล้ที่ต้นขาของเธอทำให้กุสุมาตัวสั่นเทาด้วยความหวัดกลัวปนตื่นเต้น
“คุณรวยหรือเปล่าคะ” เธอตื่นกลัวไปหมดจนถามเขาขึ้นมาอย่างนั้นโดยที่ยังไม่ได้เรียบเรียงคำพูดดีๆ
“ทำไมล่ะกลัวผมให้ทิปน้อยหรือยังไง ไม่ต้องห่วงหรอกอยากได้เท่าไรก็ลองเสนอมาก็แล้วกัน ผมไม่เคยเที่ยวแบบนี้ไม่รู้ว่าต้องจ่ายเท่าไร”
“เปล่าค่ะ แก้วแค่อยากรู้ว่าถ้าคุณ...เอ่อ ติดใจแก้วแล้วคุณจะซื้อตัวแก้วไปอยู่กับคุณหรือเปล่า” เธอถามเขาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นและมีความหวัง ทำให้ชารุกเลิกคิ้วสูงว่าหญิงขายบริการคนนี้มาไม้ไหนกับเขากันแน่
“ซื้อตัวคุณออกไปนะเหรอ”
“ใช่ค่ะ แก้วอยากให้คุณประทับใจแล้วซื้อตัวแก้วออกไปอยู่กับคุณ” เธอบอกเสียงเบา ในสมองเรียบเรียงประโยคที่จะพูดกับเขาด้วยความตื่นเต้น
“อยู่ที่นี่ได้เงินน้อยไปเหรอ ทำไมถึงไม่อยากอยู่ต่อ”
“จริงๆ แก้วเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟค่ะ แต่ถูกกดดันทุกอย่าง กว่าจะรู้ความจริงว่าถูกหลอกให้มาขายตัวก็ถอนตัวออกไปจากที่นี่ไม่ได้แล้ว ต้องอาศัยอยู่ตึกที่ด้านหลังมีคนคอยคุมไม่ให้หลบหนี เงินเดือนก็ไม่ได้ บีบให้ทำงานทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้ทนไม่ไหวจนต้องยอมมาขายตัวแบบนี้ และคุณเป็นแขกคนแรกของแก้ว” เธอเล่าเรื่องคร่าวๆ ใครเขาฟัง
ชารุกรู้สึกว่านิทานของเธอนั้นน่าสนใจดี มันคงเป็นเทคนิคในการทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับการเป็นคนแรกของเธอ ทั้งที่เธอคงผ่านมาหลายคนแล้ว
“เอาเป็นว่าถ้าผมพอใจคุณจริงๆ ผมจะซื้อตัวคุณกลับไปให้บริการแบบส่วนตัวก็ได้”
“จริงๆ เหรอคะ คุณจะซื้อตัวแก้วจริงๆ เหรอคะ”
“ยังก่อน ผมแค่บอกว่า ‘ถ้า’ คุณทำให้ผมพอใจ ผมถึงจะซื้อตัวคุณกลับไปต่างหากล่ะ” เขายอมเล่นตามน้ำ รู้สึกตื่นเต้นกับลีลาการชวนคุยของเธอเหลือเกิน
“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยค่ะ คุณต้องการให้ฉันทำอะไรก็บอกเลยนะคะ เพราะฉันไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นยังไง” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่แสดงความหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่
ชารุกยิ้มที่มุมปาก เขาชอบลูกไม้ของเธอที่พยายามทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องเล่าที่น่าสงสารนั้น เขาไม่ตอบเธอว่าจะให้เธอทำอย่างไรแต่พุ่งเข้าไปจู่โจมจูบเธออย่างเร่าร้อน
กุสุมาไม่ได้ขัดขืน เธอหลับตาปี๋เม้มปากแน่นแต่ก็ถูกเขามอบจุมพิตที่แสนดูดดื่มให้จนสำเร็จ สำหรับชารุกแล้วคิดว่ามันเป็นการเสแสร้งและเล่นละครเป็นคนที่ไร้เดียงสาได้สมบทบาท กระตุ้นให้เขายิ่งรู้สึกมีความปรารถนาได้ดีเป็นอย่างมาก
ชารุกจัดการให้เขาและเธออยู่ในสภาพเปลือยท่อนล่าง จัดการสวมใส่เครื่องป้องกันแล้วล่วงล้ำเข้าไป หญิงสาวก็ทำหน้าตาบิดเบ้ดันหัวไหล่เขาออกไปด้วยความอึดอัด ในขณะที่เขาเองก็รู้สึกได้ว่าเป็นคนแรกของเธอจริงๆ จึงหยุดชั่วคราว
“นี่เธอไม่เคยจริงๆ นะเหรอ” เขาถามเธอเสียงต่ำเพราะยังอยู่ในห้วงปรารถนา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ทำงานในสถานที่แบบนี้จะอยากคงความบริสุทธิ์ไว้ได้อยู่
“ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าฉันไม่เคย ได้โปรดช่วยฉันออกไปจากที่นี่ด้วย อย่างน้อยเป็นของคุณคนเดียวก็ยังดีกว่าตกเป็นของผู้ชายหลายสิบหลายร้อยคน ได้โปรดเถอะ” เธออ้อนวอนเสียงสั่น
ชารุกโน้มลงไปจูบที่ริมฝีปากสั่นระริกนั้นแล้วจัดการต่อให้จบด้วยลีลาที่นุ่มนวลในครั้งแรกของเธอ ไปพร้อมๆ กับการดับไฟความปรารถนาของตนเองที่แทบจะควบคุมไม่ไหวเพราะความตื่นเต้นที่ได้เป็นคนแรกของหญิงสาว จนกระทั่งทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยความสุขสมทั้งสองฝ่าย
หลังจากเหตุการณ์ที่แสนสุขผ่านพ้นไปแล้ว ชารุกจึงให้เธอเล่าเรื่องราวโดยละเอียดให้เขาฟัง
กุสุมาเริ่มต้นเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ ตั้งแต่ที่รวีรับตัวเธอมาจากบ้าน วันแรกที่เธอมาถึงสถานบันเทิงนี้จนถึงตอนนี้ที่โดยหลอกมาให้เขาเชยชม ให้เขาฟังโดยละเอียดทั้งน้ำตา
ชารุกกำมือแน่นไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคลับของเพื่อนตัวเอง แม้เขาก็พอรู้ว่าบ้างว่าเป็นธุรกิจสีเทา แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีเบื้องหลังอย่างนี้
“ได้ ผมจะซื้อตัวคุณกลับไปเอง แต่มีข้อแม้” เขาตัดสินใจที่จะทำอย่างนั้น เมื่อมองดูหน้าตาที่สะสวยของเธอที่เปื้อนน้ำตา และปัญหากวนใจที่เขากำลังเผชิญอยู่
“ข้อแม้อะไรคะ”
“เราออกไปจากที่นี่ก่อน เดี๋ยวผมจะเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟังเอง”
กุสุมามองไปยังผู้ชายตรงหน้าด้วยความซึ้งใจ
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยเหลือฉัน ฉันจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลย” เธอบอกเขาด้วยความดีใจ
ไม่รู้ว่าชายตรงหน้ามีข้อแม้อะไรหรือว่าจะพาเธอไปที่ไหน แต่ตอนนี้ขอให้ได้ออกจากนรกขุมนี้ได้เสียก่อนแล้วค่อยหาทางเจรจากับเขาอีกที ถ้าเขายอมช่วยเธอขนาดนี้คิดว่าเขาก็คงเป็นคนจิตใจดีไม่ใช่น้อย
**********************
กุสุมามองดูลูกชายกับลูกสาวฝาแฝดของตนเองเล่นกันอยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านด้วยสายตาที่รักและเอ็นดู เด็กวัยสามขวบที่กำลังพูดจาฉอเลาะเก่งทำให้เธอหัวหมุนไม่ใช่น้อยทันทีที่รถของสามีขับมาจอดที่โรงจอดรถ เด็กๆ ก็กระโดดโลดเต้นเป็นการใหญ่ พอชารุกเดินเข้ามาใกล้ก็วิ่งไปหาอ้อมอกของคนเป็นพ่อทันที“สองวันมานี้แก้วไม่ได้ไปช่วยงานคุณเลย คงเหนื่อยน่าดู” กุสุมาบ่นออกมาด้วยความรู้สึกผิด เพราะพ่อกับแม่ของเธอกลับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด จึงต้องเลี้ยงสองแสบเอง“แค่ไม่กี่วันไม่เป็นไรหรอก ผมก็แค่คิดถึงแก้วมากจนไม่เป็นอันทำงานก็แค่นั้นเอง” ชารุกอ้อนภรรยาเสียงหวาน“ขี่คอหน่อยค้าบ” ชารันบอกบิดาด้วยเสียงเล็กๆ ของเขาชารุกหันไปอุ้มเขาขึ้นมาขี่คอแล้วเดินไปรอบๆ ทำให้ชารันหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ“พี่รินขี่ด้วยสิคะ” ชารินอ้อนบิดาบ้างชารุกจึงวางลูกชายลงแล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมาทำแบบเดียวกัน สักพักก็วางลงแล้วอุ้มทั้งสองขึ้นมาไว้คนละข้าง“ให้คุณพ่อไปอาบน้ำก่อนนะ พี่รินน้องรันมาอยู่กับแม่มา” กุสุมาบอกลูกๆ แล้วอ้าแขนรับ แต่เด็กๆ กอดคอบิดาเอาไว้แน่น“วันนี้คูมแม่ดุพี่รินด้วยค่ะ น้องรันก็โดนดุ” ชารินฟ้องบิดาแล้วซบหน้าลงที่ไหล่หลบ
เมื่อกุสุมาเรียนจบในระดับปริญญาตรีสมใจแล้ว ชารุกก็รีบหาฤกษ์ฉลองงานวิวาห์หลังจากจดทะเบียนสมรสกันมาแล้วกว่าสี่ปีภาพถ่ายใบทะเบียนสมรสและงานแต่งเล็กๆ ในจังหวัดบ้านเกิดของกุสุมาเมื่อสี่ปีที่แล้วถูกตั้งแสดงหน้าบริเวณงานแต่งงานเพื่อตอกย้ำให้แขกรับรู้ว่าพวกเขาจัดงานแต่งงานมาแล้วก่อนหน้านี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวยิ้มให้กันอย่างชื่นมื่น แขกในงานก็มาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก มีบุฟเฟต์อาหารทะเลและเครื่องดื่มจัดเต็ม มีซุ้มอาหารนานาชาติไว้คอยบริการแขกเหรื่อ มีไม้พาเลทรองพื้นทรายและปูทับด้วยผ้าใบเพื่อให้แขกเดินได้สะดวกเต็นท์บังแดดขนาดใหญ่เรียงรายกันยาวตามแนวชายหากมากกว่าห้าสิบเมตร อำนวยความสะดวกให้แขกที่มาร่วมงานให้สะดวกสบายที่สุดกุสุมารู้ว่ามีแขกหลายคนที่อาจจะพกปืนมาในงาน เธอจึงให้มีตำรวจมาคอยดูแลความสงบในงาน ที่สามีใช้พื้นริมชายหาดของรีสอร์ต เนรมิตเป็นงานแต่งงานริมทะเลที่อลังการแปลกตรงที่ว่าคนแถบนี้นั้นมีความนักเลงมากกว่าเป็นมาเฟีย ดูอย่างสามีเธอที่มักพกปืนไปไหนมาไหน แต่ไม่มีบอดี้การ์ดทั้งๆ ที่เขาร่ำรวยมาก และคนอื่นๆ ก็เช่นกัน แม้จะมีสมุนมือซ้ายมือขวา แต่ก็ไม่ได้มีบอดีการ์ดตามเป็นพรวนอย่างมาเฟียใ
หลังจากที่ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้อย่างลงตัวแล้วชารุกก็พากุสุมากลับเข้าบ้านของตนเองอีกครั้งในฐานะนายหญิงของบ้านอย่างเป็นทางการข่าวลือที่อัญรัตน์ปล่อยเกี่ยวกับกุสุมาไม่มีใครกล้าพูดถึงและชารุกก็ไม่ได้แก้ข่าวให้กับเธอเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่อัญรัตน์ทำมันไม่มีใครเชื่อถือในคำพูดของเธออยู่แล้ว และการที่เขาให้เกียรติกุสุมาต่อหน้าทุกคนก็เป็นการแสดงความรักต่อเธออย่างชัดเจนในตอนเช้ากุสุมาไปช่วยงานของเขาที่บริษัทเหมือนอย่างปกติแต่สีหน้าของเธอนั้นดูกังวลเป็นอย่างมาก ทำให้นายหัวหนุ่มถามด้วยความห่วงใย“เป็นอะไรไปแก้วหน้าเครียดเชียว”“แก้วยังโทรหาพ่อกับแม่ไม่ติดเลยค่ะตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ท่านคงลืมชาร์จแบตอีกแน่ๆ เลย”“ไม่เป็นไรหรอก วันก่อนแก้วก็บอกพ่อกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอว่าอาทิตย์หน้าเราจะไปเยี่ยมท่านด้วยกัน” เขาถามเสียงนุ่มขณะที่กำลังจอดรถที่ลานจอดรถของรีสอร์ต“ค่ะ แต่แกก็อดเป็นห่วงพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ดี”“ตอนเย็นค่อยลองโทรอีกก็ได้” เขาบอกเธอแล้วเอามือลูบศีรษะด้วยความรักใคร่ปนเอ็นดูชาลุกเดินควงแขนคนรักไปที่ห้องทำงานของตน แต่เขายังไม่ให้เธอไปนั่งโต๊ะ แต่กลับดึงเธอไปนั่งตักเขาบนโซฟาแทน“ปล่อยแก้วเล
ในตอนเช้ากุสุมาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของนายหัวหนุ่ม เธอรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังนอนทับแขนซ้ายของเขา แก้มของเธอชนที่หน้าอกของเขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมือขวาของชารุกพาดกอดที่เอวของเธอ ขาขวาของเขาก่ายกอดเธอเอาไว้ราวกับว่ากลัวเธอจะหนีเขาไป หญิงสาวยิ้มให้กับท่านอนกอดเธอของเขาแล้วมุดหน้าซุกลงที่อกเพื่อที่จะนอนหลับต่อไปในอ้อมแขนนั้นสักพักเมื่อเธอจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้แล้วลืมตาเบิกโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่านายหัวหนุ่มมองเธออยู่ก่อนแล้ว“คุณถอดเฝือกออกทำไมคะ” หญิงสาวถามขึ้นมาแล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ“ยังเช้าอยู่เลยนอนต่อก่อนสิ ผมยังง่วงอยู่เลย” เขาบอกเธอแล้วลุกนั่งยกมือขึ้นทั้งสองข้างขึ้นบิดขี้เกียจแล้วหมุนคอไปมากุสุมานั่งมองเขาทำตาปริบๆ พึ่งสังเกตดูว่าผ้าที่พันศีรษะนั้นก็ถูกถอดออกไปและไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่นิดเดียว รวมถึงบาดแผลตามร่างกายเขาก็ไม่มี เธอน่าจะเอะใจตั้งแต่ที่เช็ดตัวให้เขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว“นี่คุณไม่ได้รถคว่ำใช่ไหมคะ” เธอถามออกมาอย่างนั้นเมื่อนึกออกชารุกหันมายิ้มให้เธอ แล้วดึงเธอมากอดไว้แนบอก“ปล่อยแก้วนะคะ” เธอดิ้นรนออกจากเขาแ
กุสุมาดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับชารุกในตอนเย็น เธอดูแลเขาด้วยความเต็มใจและเขาเองก็ยอมให้เธอดูแลเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นจนเธอถึงกับแกล้งบ่นออกมา“แก้วควรจะรู้สึกดีใจที่คุณไว้วางใจให้แก้วได้ดูแลคุณ หรือควรจะรู้สึกเสียใจดีคะ เพราะดูเหมือนว่าคุณกำลังแกล้งให้แก้ว”“ทำไมล่ะไม่อยากดูแลผมแล้วเหรอ” เขาถามเสียงนุ่ม หลังจากตื่นนอนมาในตอนหัวค่ำ เขาก็ดูสดชื่นและอารมณ์ดีขึ้นมาก“อยากดูแลสิคะและแก้วก็เต็มใจด้วย แต่ว่าคุณตัวหนักมากเลยแก้วจะยกขึ้นไปนอนบนเตียงได้ยังไงคะ” เธอบ่นให้เขากับขนาดตัวที่เธอต้องพาเขาไปนอน“ผมพยุงตัวเองไปได้”“แล้วดูสิคะ ออกมาจากโรงพยาบาลวันเดียวก็ดูแข็งแรงขึ้นขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อเลย นี่ถ้าเป็นในละครแก้วคงคิดว่าคุณแกล้งป่วยไปแล้วนะคะ”“เอาอีกแล้ว เอาผมไปเปรียบกับในละครอีกแล้ว คุณนี่ติดละครหลังข่าวมากเกินไปแล้วนะ นี่ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร” เขาพูดออกมาแล้วยิ้มให้กับเธอ“ที่ผมดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะว่ามีแก้วอยู่ใกล้ๆ ไงล่ะ และที่ผมอยากให้แก้วดูแลผมแค่คนเดียว มันก็เพราะว่าแก้วคือกำลังใจเดียวที่ผมมี” เขาพูดเสียงนุ่มนวลและสื่อถึงความรู้สึกที่มีต่อเธอ“รู้ตัวหรือเปล่าคะว่าพูดอะไรออกมา อย่าลืม
ในตอนเช้ากุสุมาก็ได้มาถึงท่ารถในจังหวัด เธอโทรหาบุหงาอีกครั้งเพื่อให้มารับเธอเพราะไม่คุ้นกับเส้นทางในจังหวัดนี้แต่คนที่มารับเธอคือชารียาและภาคิน กุสุมาไม่ได้สนใจว่าตนเองอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่ดูซอมซ่อ แต่ถึงอย่างนั้นชารียาและภาคินก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน พวกเขาพาเธอไปหาชารุกที่โรงพยาบาลทันที“คุณชารุกเป็นยังไงบ้างคะ”“บุหงาเล่าให้ฟังว่าพี่ชารุกจะออกไปตามแก้วกลับมาหลังจากที่ได้ที่อยู่ของแก้ว ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นแบบนี้” ชารียาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าทำให้กุสุมาแทบใจจะขาดกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับชารุก“แต่ฉันไม่ได้โทษเธอหรอกนะแก้ว ฉันรู้ว่าพี่ชารุกอารมณ์ร้ายไม่มีใครอยู่กับเขาได้นานหรอก และฉันก็รู้มาว่าที่จริงแล้วเขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายไล่แก้วออกจากบ้านเอง ไม่ต้องโทษตัวเองนะ” เธอพูดเสียงสั่น ภาคินจึงยื่นมือไปกุมมือของภรรยาเอาไว้เพื่อปลอบใจกุสุมารู้สึกเหมือนว่าหัวใจหล่นวูบลงไปจนถึงปลายเท้า เป็นห่วงชารุกและใจหายกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก“แก้วไม่มีค่าพอให้คุณชารุกต้องมาเจ็บตัวเพราะแก้วแบบนี้” เธอพูดออกมาเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้ออกมา“แก้วจะเป็นใครหรือมาจากที่ไหนฉันก็ไม่สนหรอกนะ







