เข้าสู่ระบบ03
แหลกสลาย
สายตาที่ทอดมองมาตลอดทั้งวันทำให้อี้เฟิงรู้สึกอึดอัด ตั้งแต่เกิดเรื่องหลายวันมานี้ แม้หยางหมิงแทบจะไม่ได้เข้ามาวุ่นวายหรือกลั่นแกล้งแบบวันนั้นอีกเลย แต่ก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบ อย่างเช่นวันนี้…
“ทาสในจวนข้ามีเรี่ยวแรงทำงานได้เพียงเท่านี้เองหรือ เสียแรงเปล่าจริง ๆ ที่ข้าอุตส่าห์เสียเงินซื้อมา” มือหนาหยิบถ้วยน้ำชายกขึ้นดื่ม พร้อมกับปรายตามองร่างบอบบางที่กำลังนั่งขุดดินตรงสวนบริเวณหลังจวน
อี้เฟิงได้แต่กลอกตามองบน ตั้งแต่เช้าเขาถูกใช้งานสารพัดไม่มีกระทั่งเวลาพักหรือเวลาที่จะปลีกตัวไปดูแลอี้หลาน ซ้ำยามบ่ายแดดแรงจัดขนาดนี้ยังถูกหยางหมิงใช้ให้มาทำงานกลางแจ้งในสวน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมีสิทธิ์ปฏิเสธเสียเมื่อใด ทำได้เพียงทำตามคำสั่งให้อีกฝ่ายพอใจย่อมดีกว่าถูกหยางหมิงข่มเหงอีกเป็นไหน ๆ เพราะแบบนั้นอี้เฟิงจึงก้มหน้าก้มตาทำงาน แม้จะเหนื่อยและรู้สึกอึดอัดก็ตามที
“ไม่รู้มาก่อนว่าคุณชายตระกูลอี้จะขุดดินเป็นกับเขาเสียด้วย” ร่างหนายืนค้ำศีรษะอี้เฟิงสายตามองร่างที่นั่งราบไปกับพื้นดินสกปรกอย่างดูแคลน มุมปากแสยะยิ้มพอใจที่ได้เห็นว่าอี้เฟิงยามนี้เนื้อตัวแดงก่ำ ซ้ำใบหน้ายังเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“ข้าไม่ใช่คุณชายตระกูลอี้” อี้เฟิงปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ร่างกายจะมีสายเลือดของตระกูลอี้จริงก็ตาม “คุณชายอี้ผู้นั้นตายไปตั้งนานแล้ว ที่อยู่ตรงนี้มีเพียงแค่อี้เฟิง ทาสที่คุณชายหยางซื้อมาก็เท่านั้น”
“หึ เจ้ารู้ตัวเช่นนั้นก็ดี ข้าจะไม่ได้ต้องย้ำอีก” พูดจบหยางหมิงก็สะบัดตัวหันเดินกลับไปนั่งจิบชาดังเดิม
อี้เฟิงได้แต่ถอนหายใจ มือเรียวยกขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดตามกรอบใบหน้าเพราะความเหน็ดเหนื่อยและอากาศร้อน ใบหน้าซูบผอมแหงนมองท้องฟ้าก่อนจะสลับกลับไปมองบุรุษที่นั่งจิบชาบนศาลา
ช่างแตกต่างเหลือเกิน…นั่นคือสิ่งที่เขารับรู้
อี้เฟิงรู้ดีว่าหยางหมิงผู้นี้กับหยางหมิงคนรักของเขาอย่างไรก็เป็นคนคนเดียวกันแน่ แต่ที่เขาไม่อาจเข้าใจคือเหตุใดจึงแตกต่างกันนัก
เวลาเพียงแค่สามปี เจ้าเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวหรือ….
กว่าที่อี้เฟิงจะได้พักเหนื่อยก็ล่วงเลยมาเสียเกือบค่ำ หลังจากถูกเฝ้าให้ขุดดินตลอดช่วงบ่าย ตกเย็นก็ถูกให้ไปช่วยงานในครัวต่อ ชีวิตก่อนหน้านี้อี้เฟิงจะเคยผ่านความลำบากมาไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจมาเป็นทาสจะลำบากเหน็ดเหนื่อยมากถึงขนาดนี้ ทว่าอี้เฟิงทนทำทุกสิ่งได้ นั่นก็เพื่ออี้หลาน…
มือเรียวจุ่มลงในถังอาบน้ำ ก่อนจะโรยกลีบดอกไม้แห้งกลิ่นเดิมเฉกเช่นที่ทำอยู่ทุกวัน การเตรียมน้ำให้คุณชายหยางอาบกลายเป็นหน้าที่ประจำของอี้เฟิง แม้ในใจนึกหวาดหวั่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะกลั่นแกล้งเหมือนคราวก่อนอยู่บ้าง แต่สุดท้ายอี้เฟิงก็โล่งใจ เพราะนอกจากถ้อยคำดูแคลนที่หยางหมิงสาดใส่ก็ไม่มีสิ่งใดอื่นนอกจากนั้น
“ออกไปรอข้าด้านนอก” เสียงทุ้มเอ่ยบอกคนที่เอาแต่ใช้แขนวนเล่นในถังน้ำอย่างเหม่อลอย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของ
อี้เฟิง “หรือเจ้าอยากนั่งแช่น้ำกับข้าอีกกัน” นั่นเป็นเหตุให้อี้เฟิงสะดุ้งตัวรีบลุกขึ้นจนไม่ทันระวัง ทำให้เซถลาจนเกือบจะล้มลงไปในถังน้ำ เคราะห์ดีหยางหมิงเข้ามาคว้าเอวบางไว้ได้ทัน
“หากเจ้าอยากลงแช่น้ำกับข้าไม่เห็นต้องทำทีกลบเกลื่อนเสียมากมาย”
อี้เฟิงรีบผละตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่ง “ขะ…ขออภัยคุณชายหยาง” เขาละล่ำละลักซ้ำยังก้มหน้าไม่สบตามองหยางหมิงก่อนรีบเดินออกจากตรงนั้นในทันที
ร่างผอมบางทิ้งกายนั่งลงตรงมุมหนึ่งของห้อง ทั้งศีรษะรู้สึกปวดร้าวและหนักอึ้ง อี้เฟิงรู้ดีว่ายามนี้ตนเองกำลังจะป่วย หากก็ต้องกัดฟันทนเพื่อทำหน้าที่ให้เสร็จ ที่จริงแล้วเขาอยากพักผ่อนเต็มทีแต่ก็รู้ดีว่าคงดึกดื่นนักกว่า หยางหมิงจะปล่อยให้เขากลับไปหาอี้หลาน เป็นเช่นนี้ติดต่อกันมาหลายวันแล้ว...
ดวงตาที่เคลิ้มจะหลับเพราะผลจากความเหน็ดเหนื่อยพลันเป็นอันต้องตื่นตัวเพราะบุคคลที่อี้เฟิงต้องระวังเป็นพิเศษเดินออกมาจากหลังฉากเรียบร้อยแล้ว ร่างหนาเปียกโชกด้วยหยาดน้ำเกาะพราวเต็มเรือนร่าง ท่อนล่างพันด้วยผ้าผืนเบาบางที่อี้เฟิงจัดเตรียมไว้ให้ หยางหมิงหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้อง เรื่องหลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของอี้เฟิงที่ต้องปรนนิบัติ
หยางหมิงมองดูร่างบางที่ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของคุณชายหยางแสดงออกชัดถึงความไม่พอใจเท่าใดนัก เพราะรู้สึกว่าร่างผ่ายผอมตรงหน้าเขาช่างทำอะไรอืดอาดเหลือเกิน "ชักช้า” เขาสบถออกมา
อี้เฟิงได้แต่ถอดถอนหายใจ เขาเองก็มีเรี่ยวแรงเพียงเท่านี้ อีกทั้งคำพูดลักษณะเมื่อครู่เขาก็ได้ยินได้ฟังชินเสียแล้ว เขารู้ดีว่าหยางหมิงคงไม่มีทางหยุดต่อว่าเขาเพียงเท่านี้
“หรือข้าจะเสียเงินเปล่า อุตส่าห์เลือกทาสทั้งที เหตุใดจึงได้ทากมาแทน” ร่างบางทำเป็นไม่ได้ยินเช่นเดิม สองเท้ารีบเดินไปหยิบผ้าก่อนจะเดินอ้อมไปเช็ดแผ่นหลังให้หยางหมิงอย่างเบามือ หยางหมิงยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้อี้เฟิงเช็ดหยาดน้ำตามเนื้อตัว สัมผัสของอี้เฟิงแผ่วเบา มันทำให้เขารู้สึกสบาย
หลังเช็ดกายให้คุณชายหยางเรียบร้อย อี้เฟิงก็นำอาภรณ์ที่เตรียมไว้ให้กับหยางหมิงมาวางใกล้ ๆ ซ้ำยังต้องช่วยร่างหนานี้แต่งกายจนเสร็จ ทำตัวราวกับเด็กเล็กที่แม้กระทั่งแต่งกายเองยังทำไม่ได้ อี้เฟิงคิดว่าอี้หลานยังเก่งเสียกว่าคุณชายหยางผู้นี้เป็นไหน ๆ
“ให้ข้าดับไฟเลยหรือไม่” อี้เฟิงเอ่ยถามขณะที่นั่งมองหยางหมิงเดินกลับไปนั่งบนเตียง
“ยังไม่ดึกเท่าไหร่ เจ้าจะรีบไปไหน การที่อยู่ใกล้ข้ามันทำให้เจ้าลำบากใจอย่างนั้นหรือ”
อี้เฟิงอยากตอบเหลือเกินว่าใช่ ทว่าเขาเลือกที่จะตอบอีกอย่างเพื่อตัดปัญหา “ข้าเป็นห่วงอี้หลาน”
“บุตรชายของเจ้านั่นหรือ”
“ขอรับ”
“ภรรยาเจ้ารู้หรือไม่ ว่าครั้งหนึ่งเจ้าเคยพลีกายให้แก่บุรุษ” หยางหมิงยิ้มเยาะก่อนจะเน้นถ้อยคำต่อจากนั้นให้อี้เฟิงได้ยินชัด ๆ “และบุรุษผู้นั้นเองก็เป็นข้า”
อี้เฟิงไม่ได้ตอบ เขาได้แต่ขบเม้มริมฝีปากเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง ไม่ผิดหรอกที่อีกฝ่ายพูดเช่นนั้นเขารู้อยู่แก่ใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อี้เฟิงยืนยันได้นั่นก็คือคนที่เขาพลีกายให้ไม่ใช่หยางหมิงคนตรงหน้า
“หึ ไม่ปฏิเสธแปลว่าเจ้ายอมรับ” หยางหมิงพูดจบก็ย่างกรายเข้ามาใกล้ ๆ มือหนาเอื้อมบีบปลายคางของคนที่เอาแต่หลบสายตาให้เงยหน้าขึ้นมอง ทว่าดวงตาแข็งกร้าวของอี้เฟิงทำให้เขารู้สึกคุกรุ่น “เช่นนั้นหากพลีกายให้ข้าอีกสักรอบ เจ้าคงไม่ปฏิเสธ”
“ปล่อยข้า” อี้เฟิงดิ้นรนเมื่อถูกอีกฝ่ายกระชากท่อนแขนให้ลุกขึ้น จากนั้นก็ถูกหยางหมิงช้อนกายอุ้มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะโดนโยนลงกับเตียงกว้าง ความเจ็บแปลบแล่นไปตามเอวบางเพราะกระแทกกับเตียงอย่างจัง หยางหมิงไม่แม้แต่จะโอนอ่อน เขาโถมกายคร่อมทับอี้เฟิงในทันที
ริมฝีปากบางถูกช่วงชิงจากคนเอาแต่ใจ เขาถูกขบกัดบังคับให้ยอมรับเรียวลิ้นที่สอดแทรกเข้ามา อี้เฟิงได้แต่หลับตา สัมผัสที่หยางหมิงมอบให้ในยามนี้หาได้มีความรู้สึกดี ๆ ไม่ มันขมปร่าเสียจนอยากจะคายออก เขาเจ็บแสบไปทั่วริมฝีปากทว่ากลับไม่มีแรงจะขัดขืน เนิ่นนานจนอี้เฟิงแทบจะขาดใจก่อนที่หยางหมิงจะปล่อยริมฝีปากบวมช้ำให้เป็นอิสระ
อี้เฟิงเคยคิดว่าต่อให้เป็นหยางหมิงผู้นี้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยคนที่ฉุดเขาขึ้นจากหลุมที่ดำมืดมิดก็คือหยางหมิง ต่อให้อีกฝ่ายสาดพ่นถ้อยคำดูถูกต่าง ๆ นานา เขานั้นย่อมทนได้หากอี้หลานสุขสบาย แต่ไม่คิดว่าหยางหมิงจะเหยียบย่ำเขาถึงเพียงนี้
ก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ อี้เฟิงกล้ำกลืนมันลงไป เขากะพริบตาช้า ๆ ขับไล่หยาดน้ำตาที่กำลังจะรินไหล ฝืนใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดผลักหยางหมิงออกจากห่างกาย ดันให้อีกฝ่ายเอนกายลงกับเตียงนอน ก่อนที่ตนเองจะเป็นฝ่ายคร่อมทับร่างหนาเอาไว้แทน
หยางหมิงประหลาดใจ เมื่อจู่ ๆ อี้เฟิงก็เปลี่ยนไป แม้จะไม่สบอารมณ์ทว่าก็ยินยอมให้อีกฝ่ายกระทำ มือเรียววางทาบทับบนอกแกร่ง ก่อนจะค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ของหยางหมิงที่ตนเองเป็นคนสวมใส่ให้ออก จากนั้นอี้เฟิงก็เริ่มปลดอาภรณ์ของตนเองออกด้วยเช่นกัน ใบหน้าซูบเซียวเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ทว่าสายตากลับจ้องมองมายังร่างหนาที่นอนอยู่ใต้ร่างอย่างไม่วางตา
อี้เฟิงถอดอาภรณ์ออกจนหมด เหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่า หยางหมิงลอบกลืนน้ำลายลงคอ หยัดยิ้มอย่างพอใจที่อีกฝ่ายยอมสยบให้
“หึ นี่หรือตัวตนของเจ้า ไม่ต่างจากนายโรม เจ้าคงใช้เรือนร่างนี้เสียจนชำนาญจนข้าแทบแยกไม่ออก” อี้เฟิงไม่ได้โต้ตอบ ยิ่งทำให้หยางหมิงได้ใจ เขาไล่สายตาจ้องมองอี้เฟิงตั้งแต่ใบหน้าซูบเซียว ลำคอระหง ไหล่ลาดที่มีแต่กระดูก กระทั่งเมื่อไล่สายตามาถึงหน้าท้องแบนราบ คิ้วหนาก็ขมวดขึ้นจนแทบจะพันกัน
“รอยนี่” มือหนายกขึ้นหมายจะแตะลอยกรีดยาว ๆ ตรงหน้าท้องของอี้เฟิง สายตาแข็งกร้าววูบไหวเล็กน้อยก่อนจะดึงสติให้กลับมาสนใจร่างหนาตรงหน้า
“รอยนี่คงไม่ทำให้คุณชายหยางนึกรังเกียจข้า” พูดจบอี้เฟิงก็โน้มใบหน้ากดจูบลงกับริมฝีปากหนาอย่างที่หยางหมิงเคยกระทำกับตน ทว่าอี้เฟิงอ่อนโยนกว่านั้น เขาไม่ทำรุนแรงเหมือนกับที่หยางหมิงทำ เรียวลิ้นค่อย ๆ แตะเบา ๆ หยอกล้อจนอีกฝ่ายเผลอไผลยอมให้อี้เฟิงสอดแทรกเป็นคนไล่ต้อน หยางหมิงอ่อนไหวกับสัมผัสที่อี้เฟิงมอบให้อย่างมัวเมา
ผิดกับอี้เฟิง ก้อนสะอื้นที่กลืนลงไปกลับจุกขึ้นมาอีกครั้ง หยาดน้ำตาที่พยายามข่มกลั้นกลับพังทลาย ค่อย ๆ หยดลงบนใบหน้าหล่อเหลาทีละนิด หยางหมิงรู้สึกถึงอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนของคนบนร่าง เขาผลักใบหน้าของอี้เฟิงออก ครั้นลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าอี้เฟิงมองเขาอยู่ก่อนแล้ว หยดน้ำตาของคนด้านบนรินไหลจนหยางหมิงรู้สึกปวดหนึบที่อกด้านซ้าย
“ขออภัยคุณชายหยาง” อี้เฟิงยกท่อนแขนขึ้นปาดหยาดน้ำตา “ขะ…ข้าจะปรนนิบัติคุณชายต่อ” พูดจบอี้เฟิงก็เอื้อมมือเอี้ยวตัวไปด้านหลัง มือเรียวจับแท่งร้อนที่แข็งชันให้จดจ่อกับช่องทางอ่อนนุ่มของตนเอง ก่อนจะค่อย ๆ กดกายตนเองลงให้ช่องทางกลืนท่อนรักของหยางหมิงจนหมด ความฝืดเคืองทำให้อี้เฟิงต้องสะกดกลั้นความเจ็บ
“อี้เอ๋อร์ พอแล้ว” หยางหมิงตวาดลั่นหยัดกายลุกขึ้นหมายจะผลักให้อี้เฟิงลุกออกจากกาย ทว่าอี้เฟิงกลับใช้อีกมือดันหน้าอกแกร่งเอาให้ไม่ให้ลุกขึ้น ก่อนจะฝืนกายกดสะโพกอีกครั้งจนช่องทางด้านหลังกลืนกินตัวตนของหยางหมิงจนมิด หยางหมิงกัดฟันกรอดเพราะรู้สึกฝืดเคืองไม่ต่างกัน
อี้เฟิงเจ็บร้าวจนแทบขยับกายไม่ได้ ใบหน้าซูบผอมเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่นอนนิ่วหน้าพร้อมกับหยัดยิ้มให้หยางหมิง จู่ ๆ อี้เฟิงก็ฟุบใบหน้าลงแนบกับอกแกร่ง
“พอใจเจ้าหรือยังเสี่ยวหมิง” อี้เฟิงเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา เพราะรู้ดีว่าร่างกายตนเองหมดแรง ไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นจากอ้อมแขนที่หยางหมิงกำลังกกกอดอยู่
“หากเจ้าอยากทำตามใจข้าก็ไม่ขัดขืน ชีวิตข้าเหลือเพียงแค่ร่างกายที่ไม่มีวิญญาณก็เท่านั้น”
แสงสลัวจากเปลวเทียนบ่งบอกว่ายามนี้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในห้องทำงานยังไม่ได้พักผ่อน อี้เฟิงที่พาอี้หลานเข้านอนแล้วเดินมาตามสามีเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายเข้านอนด้วยเช่นกัน ทว่าไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดผู้ที่นั่งอยู่ก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน “ข้าขอโทษ” “ขอโทษข้าด้วยเรื่องใดกัน” อี้เฟิงเอ่ยถามพร้อมกับยืนมองสามีที่กำลังจัดแจงหาหมอนนุ่มมารองที่นั่งเพื่อให้ภรรยาได้นั่งลง อี้เฟิงคลี่ยิ้มให้กับท่าทีใส่ใจแม้ว่าภายในใจของหยางหมิงยามนี้จะว้าวุ่นก็ตาม “ข้าไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นกับอี้หลาน หากข้าจัดแจงทุกอย่างให้ดีกว่านี้ อี้หลานคง…” “ข้าเองก็ไม่คิด แต่มันไม่ใช่ความผิดเจ้าเสี่ยวหมิง เรื่องราวมันผ่านไปแล้วเจ้าแก้ไขสิ่งใดไม่ได้ทว่าเจ้าก็ทำได้ดีมากแล้วเช่นกัน” อี้เฟิงเอ่ยปลอบใจสามีพร้อมกับเอื้อมมือไปกอบกุมมือหนาเอาไว้ “หากเปลี่ยนจากฝ่ามือเจ้าเป็นอ้อมกอดข้าคงยินดีกว่านี้” “แต่หากเจ้าเรื่องมากนักแม้แต่ฝ่ามือข้าเจ้าก็จะมิได้สิ่งใดสักอย่าง” แต่ทว่าไม่ทันไรก็เถียงกันเสียแล้ว แม้อี้เฟิงจะเอ่ยเช่นนั้นทว่าเมื่อเห็นหยางหมิงทิ้งกายลงนอน ใช้ตักของตนเองแท
“หากอี้หลานทำสิ่งใดผิดต่อฮูหยินข้าขออภัยด้วยขอรับ หากอยากให้ข้ารับผิดชอบสิ่งใดข้าก็ยินดีแต่อย่าได้เอาความกับอี้หลานเลย” อี้เฟิงเอ่ยขอร้องเพราะยามนี้เป็นห่วงอี้หลานเสียมากกว่า เด็กน้อยสั่นเทาและไม่ยอมคลายอ้อมกอดที่กอดบิดาเอาไว้ ทว่าดูเหมือนฮูหยินตรงหน้าจะไม่ยอมเสียง่าย ๆ“อี้เฟิง อี้หลาน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินอย่างรีบร้อนทว่าไม่ทันที่อี้เฟิงจะได้ขานรับก็ถูกฮูหยิงตัดหน้าเสียก่อน“คุณชายหยางมาก็ดีแล้ว บ่าวใช้สองพ่อลูกคู่นี้นิสัยเสียยิ่งนัก” นางรีบพูดตัดหน้า ทว่าผู้ที่มาใหม่กลับได้สนใจคำพูดของนาง หยางหมิงรีบเดินเข้ามาประคองร่างอี้เฟิงโดยทันที “เด็กคนนั้นวิ่งชนข้าซ้ำยังพูดจากราวกับมิได้รับคำสั่งสอนจากบิดามารดา ข้าคิดว่าคุณชายไม่ควรที่จะเลี้ยงบ่าวใช้เช่นนี้ไว้ในจวน”“เป็นเช่นนั้นหรือ” หยางหมิงเอ่ยถามกับอี้เฟิงว่าจริงหรือไม่ที่นางพูดมาทั้งหมดอี้เฟิงพยักหน้ารับว่าอี้หลานวิ่งชนนางจริง“เห็นแล้วใช่หรือไม่คุณชายหยางว่าบุตรชายของบ่าวใช้ผู้วิ่งชนข้า”“ข้าเข้าใจแล้ว ฮูหยินว่าใจเถิด” หยางหมิงเอ่ยด้วยท่าทีราบเรียบ ก่อนจะย่อกายลงด้านข้างอี้หลานที่เอาแต่กอดอี้เฟิง ซุกใบหน้าเอาไว้ไม่ยอมเงยหน้
สายลมพัดพลิ้วแผ่วเบาพอให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวในยามบ่ายได้ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่นั่งพักอยู่นานก็ได้เวลาลงมือทำขนมให้อี้หลานตามที่ได้ให้สัญญาเอาไว้ อี้เฟิงตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำ*ยู่หยวนเป็นขนมมงคลที่นิยมทานในเทศกาลปีใหม่ ทำจากแป้งผสมกับหัวมันปั้นให้เป็นทรงแล้วนำไปต้ม มีรสชาติหวานและเหนียวนุ่ม ปกติแล้วจะทานคู่กับน้ำขิงทว่าวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน อี้เฟิงจึงเปลี่ยนจากน้ำขิงเป็นน้ำตาลเคี่ยวพักให้เย็นและลอยด้วยดอกไม้กลิ่นหอมแทน“ท่านพ่อข้าขอเป็นคนไปเก็บดอกไม้ในสวนได้หรือไม่ขอรับ” อี้หลานเอ่ยถามผู้เป็นบิดาที่กำลังนั่งปั้นแป้งอยู่ ใบหน้าเด็กน้อยยู้ลงเมื่อเห็นว่าในมือของบิดาปั้นแป้งเป็นรูปดอกไม้ต่าง ๆ อย่างสวยงาม ผิดกับตนเองที่ทำได้แต่เพียงทรงกลม ๆ เท่านั้น มือเล็ก ๆ ยื่นไปด้านหน้าโชว์ผลงานของตนเองพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “ท่านพ่อดูสิ ข้าทำไม่สวยเลยให้ข้าไปเก็บดอกไม้เถิดขอรับ”อี้เฟิงมองก้อนแป้งกลม ๆ ขนาดไม่เท่ากันหลายลูกบนมือของบุตรชายก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ เอ่ยอนุญาตให้อี้หลานไปเก็บดอกไม้ในสวนแทน เด็กน้อยที่ดีใจรีบลุกขึ้นวิ่งไปทันทีโดยที่มีพี่เลี้ยงและบ่าวใช้ลุกตามไปด้วยติด
แสงสลัวจากเปลวเทียนส่องกระทบเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลา กองบันทึกรายงานมากมายตั้งวางอยู่บนโต๊ะไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย แม้ว่าผู้ที่ใช้เวลาทั้งวันในการอ่านสิ่งตรงหน้าจะเหนื่อยล้ามากแล้วก็ตามที หลังจากที่ตัดสินใจรับตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาแม้ว่าจะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากมายเสียจนเขาไม่มีเวลาดูแลภรรยาของตน “ยังไม่นอนหรือ” ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นจากกองบันทึก ส่งยิ้มให้กับร่างบางที่กำลังถือถาดน้ำชาเดินมาหา เมื่อเห็นดังนั้นผู้เป็นสามีก็รีบลุกขึ้นไปประคองร่างบางที่ยามนี้หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่เพราะกำลังตั้งครรภ์บุตรของเขาอย่างระมัดระวัง “ไม่เห็นต้องถือมาเองลำบากเจ้าเปล่า ๆ” “ข้าก็ไม่ได้อยากมาตามเจ้านักหรอก เพียงแค่คิดว่าหากเจ้าเป็นอันใดขึ้นมาแล้วข้าต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังตั้งสองคน ข้าคงเหนื่อยไม่น้อย” “ได้ยินว่าเจ้าเป็นห่วงเช่นนี้ข้าก็ตายตาหลับ” แม้ว่าที่อี้เฟิงเอ่ยออกมาจะเป็นการประชด แต่สำหรับหยางหมิงเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายความเช่นไร ผู้ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งอ๋องหมาด ๆ รับถาดน้ำชาในมือของภรรยาไปวางไว้ ก่อนจะกลับมาประคองร่างบางให้นั่งลงข
“สวยหรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาสื่อความหมายให้อี้เฟิงมองไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้า “เจ้าเคยบอกข้าว่าอยากได้จวนที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ ถึงยามเช้าเจ้าก็จะออกมาเดินเล่นและดูแลเหล่าดอกไม้ที่เจ้าเป็นคนปลูก ตกเย็นเจ้าก็จะเก็บดอกไม้เอามาประดับไว้ในที่ต่าง ๆ ในจวนให้เต็มไปหมด” หยางหมิงหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าคนด้านข้างที่กำลังมองมาทางเขาอย่างตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังพูด ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหันกลับไปมองตรงหน้าและเอ่ยต่อในสิ่งที่เขาค้างไว้“ข้าทำทุกสิ่งที่เจ้าเคยบอกเอาไว้ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างราวกับว่าเป็นแค่เพียงฝุ่นอากาศสิ่งที่ข้าทำไว้เพื่อเจ้าในวันนั้นกลับกลายเป็นความว่างเปล่า เจ้าทอดทิ้งข้า หันหลังให้กับข้าแม้จะเป็นเช่นนั้นทว่าข้าก็ยังเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้าเอาไว้ แม้ว่าข้าจะต้องปล่อยมือจากเจ้าก็ตาม”“จนกระทั่งวันนั้น วันที่ข้าได้พบกับเจ้าสิ่งที่ข้าคิดว่าถ้าหากวันหนึ่งข้าได้พบเจ้า เจ้าจะต้องมีความสุขใบหน้าของเจ้าจะประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของข้า ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นกลับทำให้ข้ารู้สึกโกรธแค้น เหตุใดเจ้าที่หันหลังให้ข้ากลับมีชีว
สายลมยามเย็นพัดพลิ้วเบา ๆ กระทบกับร่างผ่ายผอมที่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ภายในสวนหลังจวนของตระกูลหยาง อี้เฟิงกระชับผ้าคลุมผืนบางห่อกายเล็กน้อยเพื่อบรรเทาความเย็นจากสายลม สายตาทอดมองไปยังแปลงดอกไม้ต่างสีสันที่อยู่ตรงหน้าราวกับคนเหม่อลอยตลอดเวลาที่รักษาตัวและดูแลอี้หลานอยู่ในจวนของหยางหมิง เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทุกอย่างจะเป็นเพียงเพราะการจัดฉากของตระกูลอี้ กระดาษเพียงแผ่นเดียวสามารถทำให้เขาและหยางหมิงบาดหมางกันได้ถึงเพียงนี้ แม้ว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย หยางหมิงก็รู้เรื่องที่เขาปิดบังมาตลอดเกี่ยวกับอี้หลานด้วยแล้ว แต่เขาก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่าจะทำเช่นไรต่อจากนี้คิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าตนเองจะตั้งครรภ์อีกครั้ง หากมิใช่เพราะโดนวางยาในคราวนั้นเห็นทีเขาเองก็ไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ทำให้อี้เฟิงคิดหนักเห็นทีจะมิใช่เรื่องที่ผ่านมา…หลังจากเรื่องในคืนนั้นหยางหมิงกลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ซ้ำยังปฏิบัติกับเขาและอี้หลานเป็นอย่างดีจนเขาเองก็นึกแปลกใจไม่น้อย ครั้นพอรักษาตัวจนหายดีอี้เฟิงจึงตัดสินใจว่าจะกลับไปอยู่บ้านของตนเอง ทว่าก็โดนหยางหมิงปฏิเสธและรั้งเขากับลูกเอาไว้ทุกวิถีทาง แต่ทุกอย่างจะไม่เป็นสิ่งใดเลยหา
02กลั่นแกล้งความโกลาหลเล็ก ๆ เกิดขึ้นกับอี้เฟิง อาจจะเพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าทำให้ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหมดสติไปตั้งแต่ยามใด รู้ตัวอีกที่ก็ตอนที่เขาถูกใครบางคนปลุกให้ตื่นขึ้นมา“ข้าเพิ่งรู้ว่าทาสในจวนข้าทำตัวสบายราวกับเจ้าของจวนเช่นนี้” หยางหมิงนั่งอยู่บนเตียงกว้าง สายตาจับจ้องมองร่างบอบบางที่กำลัง
“ท่านพี่ นี่ใช่คนที่ข้าวิ่งชนเมื่อวันก่อนหรือไม่ ข้าไม่ทันได้ขอโทษ เขาก็วิ่งออกไปเสียแล้ว” เฟยฮวาเอ่ยถามเมื่อจำใบหน้าของอี้เฟิงได้แม้นเพียงคลับคล้ายคลับคลา “ก็แค่บ่าวใช้ เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษให้มากความ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ พร้อม ๆ กับสายตาที่เบนมาทางอี้เฟิง “เจ้าเองก็ไม่ถือความใช่ห
แม้ว่าแสงอาทิตย์ในยามเย็นจะเบาบางลงบ้างแล้ว ทว่าร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ดูแลสวนหลังจวนของคุณชายหยาง กลับมีสภาพไม่ต่างจากเพิ่งลงแช่ในน้ำมาหมาด ๆ อี้เฟิงอยู่ในสภาพเนื้อกายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดิน ซ้ำยังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หลังจากที่เพิ่งฟื้นไข้ อี้เฟิงก็กลับมาทำหน้าที่ของตนเองตามเดิม แม
04ตัดขาด“คุณชายท่านนี้มีไข้สูงนัก ร่างกายซูบผอมและอ่อนเพลีย ยามนี้ไม่เป็นอันใดมากแล้ว พักผ่อนและกินยาตามที่ข้าให้ไว้เพียงเท่านี้ก็จะหายดี คุณชายหยางโปรดวางใจ” หมอที่ถูกตามมารักษาคนป่วยเอ่ยบอกกับหยางหมิง“ท่านหมอ” ดวงตาคมฉายแววกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุด หยางหมิงก็เลือกที่จะเอ่ยถามสิ่งที่สงสัย



![What is a divorce? [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



