LOGINถ้าพูดถึงแก๊งตองแปดปีสี่ ใครก็รู้ว่ามันโคตรจะเถื่อนแต่... มีข่าวลือหนาหูว่าคนในกลุ่มมีซัมติงกันจนความวายพุ่งทะลุเพดาน จะเป็นไปได้ยังไงวะ!! sds ไอ้พวกหน้าโหดตัวเท่าควายพวกนี้อะนะ จะมาแอบคบกันเองตลกสิ้นดี... ทั่วมหาลัยเขาเม้าท์กันสนั่นหวั่นไหว ซุบซิบจนฝุ่นตลบว่ามีเด็กช่างแอบแซ่บกัน แต่กลับไม่มีใครในแก๊งตองแปดรู้เลยว่าใครในแก๊งคบกัน ยิ่งหัวหน้าแก๊งอย่างโจ้ออกตัวประกาศกร้าวด้วยความมั่นหน้ามั่นโหนกว่ากลุ่มพวกกูแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ ลูกน้องในแก๊งก็เออออห่อหมกซะดิบดี ...ทว่าเพื่อนซี้ที่ยกพวกตีกะชาวบ้านอย่างโหดกำลังแอบกินกันดุเดือดลับหลังคนทั้งแก๊งตลอดเวลา~
View Moreแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนภายในอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ทอดยาวกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์เปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง กลิ่นอายเฉพาะตัวของสนิมเหล็ก น้ำมันหล่อลื่น และยางรถยนต์ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นลมหนาวในยามค่ำคืน เป็นกลิ่นแห่งหยาดเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อยที่พวกเขาสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือ หลังจากผ่านพ้นวัยเรียนจบและแยกย้ายกันไปเผชิญโลกกว้าง ในที่สุดพายุและใบลานก็ตัดสินใจทำตามความฝันร่วมกันด้วยการลงขันเปิด "อู่ซ่อมรถ" เป็นของตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาบ้านหลังเดียวกัน กินนอน ทำงาน และตัวติดกันราวกับปาท่องโก๋มาตลอดไม่เคยห่าง จนกลายเป็นภาพจำแสนคุ้นตาของ "แก๊งตองแปด" ไม่ว่าเพื่อนฝูงจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็จะพบพายุในชุดเลอะคราบน้ำมันกับใบลานที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างกายเสมอ ราวกับว่าโลกใบนี้มีแค่พวกเขาสองคนค่ำคืนนี้ บรรยากาศในอู่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นวงเหล้าขนาดย่อมหลังเลิกงาน ขวดแก้ว แม่โขง โซดา และน้ำแข็งวางเกลื่อนกลาดอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาว เสียงเพลงเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะครึกครื้นตามประสาเพื่อนฝูงที่ไม่ได้มารวมตัวกันครบแก๊งแบบนี้มานานนับปี ความทรงจำเก่าๆ สมัย
แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งถึงวันเรียนจบ ภาพของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิมในสายตาของเพื่อนกลุ่มแปดคนโจ้ยังคงเป็นหัวหน้าแก๊งผู้ซื่อบื้อที่ไม่เคยล่วงรู้ความจริงเลยแม้แต่น้อย ส่วนคนทั้งมหาวิทยาลัยรู้กันหมดแล้ว แค่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดความจริงออกมาตรงๆ ว่าพายุและใบลานแอบล้ำเส้นคำว่าเพื่อนไปไกลโขแล้วแสงแดดบ่ายสาดส่องสะท้อนผ่านหน้าต่างกระจกใสของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะหลบไปซ่อนตัวที่มุมลับตาคนในห้องสมุด หรือหลีกหนีผู้คนไปตามซอกตึก เสียงกระซิบกระซาบและสายตาจากรอบข้างมักจะจับจ้องมาที่พายุและใบลานอยู่เสมอ ข่าวลือหนาหูในหมู่นักศึกษาหญิงและรุ่นน้องปีล่างๆ ต่างลือกันปากต่อปากอย่างสนุกปากว่าสองหนุ่มคู่ซี้คู่นี้แอบแซ่บกันลับหลัง แต่สำหรับ "แก๊งตองแปด" ที่ตัวติดกันหนึบหนับสนิทสนมมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ความจริงข้อนี้กลับถูกกั้นเอาไว้ด้วยเกราะกำบังที่หนาเตอะ นั่นคือความ "ซื่อบื้อระดับบรม" ของผองเพื่อนที่ปักใจเชื่อฝังหัวอย่างสนิทใจว่าทั้งคู่เป็น "ชายแท้" ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางเบี่ยงเบนบรรยากาศเดิมๆ ย้ายมาอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ตัวเดิม จุดรวมพลประจำแก๊งที่พวกมันชอบมาสิงสถิต พายุและใบลานนั่งเ
“เอาลิ้นป้ะ” “ไอ้ใบถ้ามึงกวนตีนกูจะไม่ให้เย็ด!” พายุตวัดสายตาขุ่นขวางใส่ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกกวนประสาทกลางคัน ทั้งที่ช่วงล่างกำลังปวดหนึบด้วยความเงี่ยนกระสัน “เกรี้ยวกราดมาก อยากได้ก็บอกซี้~” ใบลานแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความหื่นกระหายไม่ปิดบัง ใบลานไม่รอช้า จับร่างของพายุพลิกคว่ำให้กดแนบลงกับพื้นดินชื้นแฉะในท่าคลานเข่าโก้งโค้ง อวดสะโพกกลมกลึงที่ลอยเด่นท้าทายสายตา ท่ามกลางบรรยากาศป่ามืดทึบที่อวลไปด้วยกลิ่นดินและกลิ่นคาวโลกีย์ ใบลานทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าซ้อนอยู่ด้านหลัง ซุกใบหน้าหล่อเหลาเข้าหากลุ่มสะโพกอวบอย่างหิวกระหายราวกับสัตว์ป่า สองมือหนาตะปบลงบนแก้มก้นนิ่ม ออกแรงบีบขยำจนเนื้อปลิ้นเป็นรอยนิ้วมือก่อนจะจับแยกออกกว้าง เผยให้เห็นร่องสวาทสีสดที่กำลังขมิบตอดรับลมหนาว ใบลานแลบลิ้นร้อนชื้นตวัดเลียลงไปบนรอยจีบอย่างบ้าคลั่งและตะกละตะกลาม “แผล้บบ จ๊วบบบ” ปลายลิ้นหนาตวัดรัวสลับกับแทงทะลวงเข้าออกรูแคบอย่างตะบี้ตะบันจนเกิดเสียงดูดดุนและเสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังก้องลั่นป่า พายุสะดุ้งสุดตัวจนแผ่นหลังบางแอ่นโค้ง สะโพกสั่นระริกตอบรับสัมผัสสยิว ครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านรุนแรงจ
แสงไฟสีส้มสลัวจากกองไฟหน้าเต็นท์สาดประกายวับวาม ท่ามกลางบรรยากาศการตั้งแคมป์กลางป่าเงียบสงบและมืดสนิท แก๊งตองแปดยังคงนั่งล้อมวงดื่มเหล้าหัวเราะร่ากันอย่างเมามัน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามดึกดื่น โจ้และเพื่อนคนอื่นๆ เริ่มคอพับคออ่อนลากกันเข้าเต๊นนอนทีละคนสองคนจนหมดสภาพ “พายุ…” “อือ” “ไปเพื่อนในป่าหน่อย” “ไม่ไป ไปทำไม กูจะนอน!” “กูกลัวงู” “ปัญญาอ่อน!” ใบลานปลุกพายุขึ้นมากลางดึก เดินเลี่ยงออกจากลานกางเต๊นเงียบๆ ลึกเข้าไปในความมืดสลัวของผืนป่าที่ห่างไกลจากสายตาของคนอื่นจนมั่นใจว่าปลอดคน บรรยากาศรอบตัววังเวงและเงียบงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกันกราวกับเสียงกระซิบ และแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาสาดกระทบแผ่นดินให้เห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ ท่ามกลางความมืดและกลิ่นอายดิบเถื่อนของผืนป่า ความเงียบงันยิ่งขับเน้นเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ให้ดังชัดเจนขึ้นในความรู้สึก ทันทีที่พ้นรัศมีแสงไฟ แผ่นหลังหนาของพายุถูกดันเข้าแนบชิดติดกับลำต้นไม้ใหญ่เนื้อหยาบที่หยาบกร้านและเย็นเฉียบ ใบลานพุ่งเข้าประชิดตัวในทันที มือหนากำชับเอวสอบของพายุเอาไว้แน่นไม่ให้ขยับหนี ก่





