LOGIN02
กลั่นแกล้ง
ความโกลาหลเล็ก ๆ เกิดขึ้นกับอี้เฟิง อาจจะเพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าทำให้ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหมดสติไปตั้งแต่ยามใด รู้ตัวอีกที่ก็ตอนที่เขาถูกใครบางคนปลุกให้ตื่นขึ้นมา
“ข้าเพิ่งรู้ว่าทาสในจวนข้าทำตัวสบายราวกับเจ้าของจวนเช่นนี้” หยางหมิงนั่งอยู่บนเตียงกว้าง สายตาจับจ้องมองร่างบอบบางที่กำลังนอนอยู่ เท้าอีกข้างก็แสร้งสะกิดเบาที่บั้นเอวของอี้เฟิง
“ข้าตื่นแล้ว ช่วยขยับเอาเท้าของคุณชายออกไปด้วยขอรับ” อี้เฟิงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นเย็นเฉียบ เขาเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อคืนตนเองนอนอยู่ที่พื้น ซ้ำยังไม่มีแม้กระทั่งผ้าปูรองหรือผ้าห่มคลุมกาย ใบหน้าซูบผอมปรายตามองผู้ที่เป็นถึงคุณชายอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนี ไม่สนใจรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลา
“เจ้าพอใจกับที่นอนของเจ้าหรือไม่”
“ข้าเป็นแค่ทาส มีสิทธิ์บอกไม่ชอบใจด้วยหรือ”
หยางหมิงหยัดยิ้มพอใจกับคำตอบที่ได้รับ เขาลุกขึ้นจากเตียงกว้าง อาภรณ์ที่สวมไว้ยามนอนเพียงหลวม ๆ ลู่ตกลงกับพื้น เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำ ร่างหนาสืบเท้าเดินเข้าไปหาอี้เฟิงที่นั่งอยู่
ประสบการณ์คืนก่อนทำให้อี้เฟิงนึกระวังตัว เมื่อมือหนาเอื้อมมาหมายจะคว้าร่างของเขา นั่นทำให้อี้เฟิงขยับถอยหนีอย่างทันท่วงที
“ไม่คิดว่าเพิ่งผ่านไปไม่นาน คุณชายอี้ก็ชื่นชอบความรุนแรงเสียแล้ว” คำพูดของหยางหมิงทำให้อี้เฟิงหวาดหวั่น ทว่ามีหรือที่หยางหมิงจะยอมให้อี้เฟิงขยับกายหนีอีกเป็นครั้งที่สอง เขาคว้าท่อนแขนเรียวได้ก็กระชากให้ร่างบอบบางนั่นลุกขึ้น
“ข้าเจ็บ…ขอรับ” อี้เฟิงกัดฟันพูด ดวงตาจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาไม่ลดละ ใช่ว่าเขาไม่รู้ฐานะของตนเองในยามนี้ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมให้อีกฝ่ายข่มเหงเช่นกัน
“หึ…คิดว่าข้าอยากแตะต้องตัวเจ้านักหรือ” พูดจบหยางหมิงก็สะบัดท่อนแขนที่กอบกุมเอาไว้ทิ้ง อี้เฟิงไม่ทันตั้งตัว จึงเซถลาไปเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ถึงกับล้มลง “ข้าจะอาบน้ำ จากนี้ไปนี่ก็เป็นหน้าที่ของเจ้า” อาภรณ์ผืนสุดท้ายถูกปลดออกจากช่วงล่างต่อหน้าต่อตาอี้เฟิง
อี้เฟิงเบิกตากว้าง ก่อนจะหมุนกายหันหลังให้กับหยางหมิง ลำคอแห้งผากร่างกายพลันรู้สึกร้อนขึ้นมาราวกับมีไข้ ไม่คิดว่าหยางหมิงจะหน้าด้านหน้าทนเช่นนี้
“ห้องน้ำอยู่ทางใด” อี้เฟิงกัดฟันถาม
ทว่าเสียงที่เอ่ยตอบกับทำให้อี้เฟิงต้องขนลุก เมื่อหยางหมิงเข้ามาประชิดตัวด้านหลังตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ “ด้าน…หลัง”
ร่างผ่ายผอมสะดุ้งกายเล็กน้อย จากนั้นก็รีบวิ่งไปทันที แต่เสียงหัวเราะที่ดังไล่ตามหลังก็ยังทำให้อี้เฟิงรู้สึกขนลุกอยู่ดี
น้ำถูกผสมเติมจนเต็มถัง อี้เฟิงจุ่มมือลงไปเพื่อดูว่าร้อนเกินควรหรือไม่ หลังจากนั้นก็หยิบดอกไม้แห้งโปรยลงพอให้ส่งกลิ่นหอม ร่างบางเผลอสูดกลิ่นละมุนอย่างลืมตัว เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างเปลือยเปล่าก้าวเท้าเข้ามาพอดี อี้เฟิงรีบหันหน้าหนีเพราะไม่ต้องการมองเรือนร่างของหยางหมิง
หยางหมิงลอบมองท่าทีของอี้เฟิงแล้วมุมปากหยัดยิ้ม เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าลงแช่กายในถัง อี้เฟิงที่หันหลังอยู่ไม่รู้เลยว่าตนเองอยู่ในระยะที่อีกฝ่ายเอื้อมมือถึง รู้ตัวอีกทีอี้เฟิงก็หงายหลังตกลงไปในถังเดียวกับที่หยางหมิงกำลังแช่กาย อี้เฟิงดิ้นรนหนีเพราะตื่นตกใจ ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับโอบรัดเอวบางรั้งร่างเขาให้กระชับแนบกับแผงอกร้อน
“ปล่อยขอรับคุณชาย”
“หึ หากไม่อยากให้ข้าต้องใช้กำลัง เจ้าควรอยู่เฉย ๆ” น้ำเสียงเนิบนาบกระซิบข้างใบหูของอี้เฟิง ร่างบางที่ดิ้นไปมายอมสงบลงและนั่งนิ่ง ๆ เมื่อเห็นว่าอี้เฟิงไม่ขัดขืน หยางหมิงจึงคลายวงแขนเล็กน้อย “ว่าง่ายเช่นนี้ก็ดี”
หาใช่ง่ายดายเช่นคำที่หยางหมิงเพิ่งพูด คนควรเชื่อฟังพยายามลุกหนีในทันที แต่มีหรือที่หยางหมิงปล่อยให้ทำได้ ใบหน้าหล่อเหลาหยัดยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมคว้าฉุดร่างของอี้เฟิงให้นั่งลงอีกครั้งอย่างทันท่วงทีและครั้งนี้ท่าทางของพวกเขาทั้งคู่ช่างล่อแหลมอันตรายนัก
ร่างบางทรุดกายลงนั่งบนตักแกร่งตามแรงดึง ต้นคอของอี้เฟิงถูกมือหนากดบังคับให้โน้มลงหา ริมฝีปากบางถูกประกบครอบครองทั้งที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นคาวเลือดอบอวลไปทั่วโพรงปาก อี้เฟิงนิ่วหน้าเพราะจังหวะที่ถูกดูดดึงเรียวลิ้น ริมฝีปากของเขากระแทกกับหยางหมิงจนเกิดแผล ส่วนคนที่กระทำเรื่องอุกอาจอย่างหยางหมิงกลับหาได้สะทกสะท้าน คุณชายหยางยังคงใช้เรียวลิ้นไล่ต้อนอี้เฟิงอย่างตามชอบใจ แม้นอี้เฟิงจะพยายามดิ้นรนขัดขืนเท่าใดก็ตาม
เมื่อสัมผัสร้อนแรงแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ร่างบางบนตักก็ค่อย ๆ หยุดดิ้นรนขัดขืน อี้เฟิงโอนอ่อนคล้อยตามอารมณ์ จากหลีกหนีก็เริ่มตอบรับสัมผัสวาบหวามด้วยการส่งเรียวลิ้นของตนเองให้หยางหมิงสัมผัสอย่างว่าง่าย ท่าทีเช่นนั้นส่งเสริมให้หยางหมิงยิ่งกว่าได้ใจ มือหนาค่อย ๆ ยกขึ้นลูบไล้ไปตามสะโพกกลมกลึง บีบเคล้นแรง ๆ จนอี้เฟิงรู้สึกร้อนประหลาดไปทั้งตัว
ยอดอกแบนราบถูกดูดดึงจนตุ่มไตแข็งชัน กายอี้เฟิงพลันสั่นสะท้านด้วยความเสียดเสียวจนเกินกว่าจะควบคุม ท่อนแขนเรียวโอบกอดลำคอแกร่ง พร้อมกับจิกนิ้วมือลงบนแผ่นหลังกว้างของหยางหมิงเพื่อระบายความเสียวซ่าน
ใบหน้าหล่อเหลาของหยางหมิงผละออกจากยอดอกที่ยามนี้มีรอยขบกัดจนขึ้นสีแดงดูน่าหวาดหวั่น หยางหมิงแสยะยิ้มพอใจกับการกลั่นแกล้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตนเอง
“อ๊ะ…”
“อี้เอ๋อร์ ร่างกายของเจ้าช่างซื่อตรงต่อความรู้สึกดีจริง ๆ ดูเถิดด้านล่างของเจ้าดูดกลืนนิ้วของข้าเข้าไปราวกับอดอยาก ตรงนี้ของเจ้าคงจะผ่านใครต่อใครมาไม่น้อย” นิ้วเรียวขยับสอดแทรกเข้าไปทางช่องทางอ่อนนุ่ม ความเจ็บแปลบที่ด้านหลังเรียกสติที่เผลอไผลของอี้เฟิงให้กลับคืนมา ใบหน้าซูบเซียวแดงระเรื่อ ริมฝากปากบวมช้ำเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธเคือง
โกรธที่ตนเองเผลอไผลไปกับสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายกระทำ…
โกรธที่ลึก ๆ ยังหวาดฝันคิดว่าอีกฝ่ายคือหยางหมิงคนรักเก่าคนนั้น...
เพียะ!!!
มือเรียวตบเข้าอย่างแรงที่ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาทั้งสองข้างของอี้เฟิงเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา หากไม่ใช่เพราะคำพูดของหยางหมิงเมื่อครู่ เขาคงสิ้นสติปล่อยกายให้อีกฝ่ายข่มเหงรังแกไปเสียแล้ว
“หากข้าปล่อยกายให้ชายอื่นชื่นชมแล้วจะทำไม อย่างไรเสียชายผู้นั้นก็จะไม่มีวันเป็นเจ้าอีกแน่ หยางหมิง” อี้เฟิงหยัดกายลุกขึ้น ร่างผ่ายผอมเปียกโซก ยังดีที่ว่าหยางหมิงยังมิได้ปลดเปลื้องอาภรณ์ของเขาจนหมด เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาพลางบังคับสองเท้าให้วิ่ง “วิ่งหนีไปให้ไกล...” ทั้งในหัวเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธถาโถมเข้าใส่
ลึก ๆ อี้เฟิงมีความหวัง… ความหวังว่าอีกฝ่ายยังเป็นหยางหมิงคนเก่าคนนั้น หยางหมิงที่ยินดีช่วยเขาให้หลุดพ้นจากสภาพชีวิตแสนตกต่ำ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าการปล่อยตัวเองหลงดีใจไปเช่นนั้น กลับกลายเป็นสาเหตุให้อี้เฟิงรู้สึกว่าหยางหมิงกำลังทำให้เขาดูตกต่ำไปเสียยิ่งกว่าเดิมอีก
ร่างบอบช้ำก้าวเท้าไปตามทางเดิน ดวงตาทั้งสองข้างยังคงแดงก่ำแม้ว่าเขาจะหยุดร้องไห้ไปแล้วก็ตาม อี้เฟิงไม่รู้ว่าตนเองจะต้องเดินไปที่ใด จึงได้เลือกที่จะเดินไปยังห้องที่เขาตื่นขึ้นมาเมื่อวันก่อน
มือเรียวค่อย ๆ ผลักบานประตูเบา ๆ เพื่อดูว่ายังเข้าไปได้หรือไม่ เมื่อประตูเปิดออก อี้เฟิงก็โล่งใจ อย่างน้อยก็มีที่ให้เขาหลบหน้าหยางหมิงได้สักพัก
“ท่านพ่อท่านกลับมาแล้ว” เสียงเล็ก ๆ เรียกขาน อี้เฟิงไม่คิดว่าอี้หลานจะอยู่ที่นี่ เด็กน้อยวิ่งเข้ามาหาบิดาพร้อมสวมกอดด้วยสีหน้ายินดี “เหตุใดท่านจึงตัวเปียกเล่า” อี้หลานผละออกเอียงคอถามอย่างสงสัย
“ข้าไปอาบน้ำให้ลูกม้ามา ดูสิเปียกไปหมดเลย” อี้เฟิงเลือกที่จะโกหก แต่เรื่องโกหกของเขาก็ยังสามารถทำให้อี้หลานยิ้มร่าหัวเราะชอบใจออกมา เขาย่อกายอุ้มเด็กน้อยวัยสามขวบขึ้นก่อนจะหอมแก้มซูบ ๆ ของอีกฝ่ายให้หายคิดถึง
“คิกคิก…ท่านพ่อ ข้าเปียกหมดแล้ว”
“เจ้าตัวเหม็น หัดอาบน้ำเสียบ้าง” เขาหยอกล้อลูกชายพร้อมพากันเดินเข้าไปภายในห้อง
“ข้าไม่เหม็นเสียหน่อย ท่านพูดเกินไปแล้ว” อี้หลานเถียงกลับบิดาและทำท่าทีแง่งอนใส่ อี้เฟิงได้แต่หัวเราะก่อนจะหอมแก้มซูบ ๆ นั่นอีกหนึ่งครั้ง
“เช่นนั้นไปอาบน้ำกันเถิด ตัวเจ้าจะได้หอม ๆ ดีหรือไม่”
“ดีขอรับ”
สองพ่อลูกก็พากันไปอาบน้ำกว่าจะเสร็จก็เป็นเวลาเกือบเย็น อี้เฟิงได้เอ่ยถามกับลูกชายว่าเหตุใดเจ้าตัวถึงมาอยู่ที่นี่ โชคดีอี้หลานทั้งเลี้ยงง่ายและไม่งอแง ก่อนพวกเขาจะขายตัวเป็นทาส ยามที่อี้เฟิงต้องออกไปรับจ้างทำงานเพื่อแลกข้าวมาเลี้ยงอี้หลาน เด็กน้อยไม่เคยสักครั้งจะปริปากร้องไห้เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาไม่พบเขา และครั้งนี้ก็เหมือนกัน
อี้หลานบอกอี้เฟิงว่ามีท่านน้าคนหนึ่งพาเจ้าตัวมารออยู่ที่ห้องนี้พร้อมกำชับอีกว่าไม่ให้เขาดื้อเพราะบิดากำลังทำงานอยู่ อี้หลานรับรู้จึงได้คอยอยู่ในห้องอย่างว่าง่าย อี้เฟิงไม่ได้ถามซักไซ้อะไรต่อ เขาไม่แน่ใจนักว่าท่านน้า ที่อี้หลานกล่าวถึงนั่นคือใคร คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นบ่าวใช้คนใดคนหนึ่งในจวน เพราะไม่มีทางเสียหรอกที่จะเป็นหยางหมิงที่ทำเช่นนั้น
ยิ่งนึกถึงหยางหมิง ความโกรธเคืองก็พลันเริ่มก่อตัว อี้เฟิงถอนหายใจหนัก ๆ หนึ่งคราเพื่อสงบสติอารมณ์ อย่างไรเสียตราบใดที่ยังอยู่ในจวนแห่งนี้ก็ดูเหมือนเขาคงจะหนีไม่พ้น เมื่อคิดทบทวนจนได้ข้อสรุป ร่างบางจึงได้แต่พยายามทำใจและหันไปสนเด็กน้อยอี้หลานแทนที่จะคิดเรื่องอื่นต่อ
เพราะต่อให้คิดมากก็หามีสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้ นอกจากอดทน...
แสงสลัวจากเปลวเทียนบ่งบอกว่ายามนี้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในห้องทำงานยังไม่ได้พักผ่อน อี้เฟิงที่พาอี้หลานเข้านอนแล้วเดินมาตามสามีเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายเข้านอนด้วยเช่นกัน ทว่าไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดผู้ที่นั่งอยู่ก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน “ข้าขอโทษ” “ขอโทษข้าด้วยเรื่องใดกัน” อี้เฟิงเอ่ยถามพร้อมกับยืนมองสามีที่กำลังจัดแจงหาหมอนนุ่มมารองที่นั่งเพื่อให้ภรรยาได้นั่งลง อี้เฟิงคลี่ยิ้มให้กับท่าทีใส่ใจแม้ว่าภายในใจของหยางหมิงยามนี้จะว้าวุ่นก็ตาม “ข้าไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นกับอี้หลาน หากข้าจัดแจงทุกอย่างให้ดีกว่านี้ อี้หลานคง…” “ข้าเองก็ไม่คิด แต่มันไม่ใช่ความผิดเจ้าเสี่ยวหมิง เรื่องราวมันผ่านไปแล้วเจ้าแก้ไขสิ่งใดไม่ได้ทว่าเจ้าก็ทำได้ดีมากแล้วเช่นกัน” อี้เฟิงเอ่ยปลอบใจสามีพร้อมกับเอื้อมมือไปกอบกุมมือหนาเอาไว้ “หากเปลี่ยนจากฝ่ามือเจ้าเป็นอ้อมกอดข้าคงยินดีกว่านี้” “แต่หากเจ้าเรื่องมากนักแม้แต่ฝ่ามือข้าเจ้าก็จะมิได้สิ่งใดสักอย่าง” แต่ทว่าไม่ทันไรก็เถียงกันเสียแล้ว แม้อี้เฟิงจะเอ่ยเช่นนั้นทว่าเมื่อเห็นหยางหมิงทิ้งกายลงนอน ใช้ตักของตนเองแท
“หากอี้หลานทำสิ่งใดผิดต่อฮูหยินข้าขออภัยด้วยขอรับ หากอยากให้ข้ารับผิดชอบสิ่งใดข้าก็ยินดีแต่อย่าได้เอาความกับอี้หลานเลย” อี้เฟิงเอ่ยขอร้องเพราะยามนี้เป็นห่วงอี้หลานเสียมากกว่า เด็กน้อยสั่นเทาและไม่ยอมคลายอ้อมกอดที่กอดบิดาเอาไว้ ทว่าดูเหมือนฮูหยินตรงหน้าจะไม่ยอมเสียง่าย ๆ“อี้เฟิง อี้หลาน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินอย่างรีบร้อนทว่าไม่ทันที่อี้เฟิงจะได้ขานรับก็ถูกฮูหยิงตัดหน้าเสียก่อน“คุณชายหยางมาก็ดีแล้ว บ่าวใช้สองพ่อลูกคู่นี้นิสัยเสียยิ่งนัก” นางรีบพูดตัดหน้า ทว่าผู้ที่มาใหม่กลับได้สนใจคำพูดของนาง หยางหมิงรีบเดินเข้ามาประคองร่างอี้เฟิงโดยทันที “เด็กคนนั้นวิ่งชนข้าซ้ำยังพูดจากราวกับมิได้รับคำสั่งสอนจากบิดามารดา ข้าคิดว่าคุณชายไม่ควรที่จะเลี้ยงบ่าวใช้เช่นนี้ไว้ในจวน”“เป็นเช่นนั้นหรือ” หยางหมิงเอ่ยถามกับอี้เฟิงว่าจริงหรือไม่ที่นางพูดมาทั้งหมดอี้เฟิงพยักหน้ารับว่าอี้หลานวิ่งชนนางจริง“เห็นแล้วใช่หรือไม่คุณชายหยางว่าบุตรชายของบ่าวใช้ผู้วิ่งชนข้า”“ข้าเข้าใจแล้ว ฮูหยินว่าใจเถิด” หยางหมิงเอ่ยด้วยท่าทีราบเรียบ ก่อนจะย่อกายลงด้านข้างอี้หลานที่เอาแต่กอดอี้เฟิง ซุกใบหน้าเอาไว้ไม่ยอมเงยหน้
สายลมพัดพลิ้วแผ่วเบาพอให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวในยามบ่ายได้ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่นั่งพักอยู่นานก็ได้เวลาลงมือทำขนมให้อี้หลานตามที่ได้ให้สัญญาเอาไว้ อี้เฟิงตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำ*ยู่หยวนเป็นขนมมงคลที่นิยมทานในเทศกาลปีใหม่ ทำจากแป้งผสมกับหัวมันปั้นให้เป็นทรงแล้วนำไปต้ม มีรสชาติหวานและเหนียวนุ่ม ปกติแล้วจะทานคู่กับน้ำขิงทว่าวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน อี้เฟิงจึงเปลี่ยนจากน้ำขิงเป็นน้ำตาลเคี่ยวพักให้เย็นและลอยด้วยดอกไม้กลิ่นหอมแทน“ท่านพ่อข้าขอเป็นคนไปเก็บดอกไม้ในสวนได้หรือไม่ขอรับ” อี้หลานเอ่ยถามผู้เป็นบิดาที่กำลังนั่งปั้นแป้งอยู่ ใบหน้าเด็กน้อยยู้ลงเมื่อเห็นว่าในมือของบิดาปั้นแป้งเป็นรูปดอกไม้ต่าง ๆ อย่างสวยงาม ผิดกับตนเองที่ทำได้แต่เพียงทรงกลม ๆ เท่านั้น มือเล็ก ๆ ยื่นไปด้านหน้าโชว์ผลงานของตนเองพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “ท่านพ่อดูสิ ข้าทำไม่สวยเลยให้ข้าไปเก็บดอกไม้เถิดขอรับ”อี้เฟิงมองก้อนแป้งกลม ๆ ขนาดไม่เท่ากันหลายลูกบนมือของบุตรชายก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ เอ่ยอนุญาตให้อี้หลานไปเก็บดอกไม้ในสวนแทน เด็กน้อยที่ดีใจรีบลุกขึ้นวิ่งไปทันทีโดยที่มีพี่เลี้ยงและบ่าวใช้ลุกตามไปด้วยติด
แสงสลัวจากเปลวเทียนส่องกระทบเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลา กองบันทึกรายงานมากมายตั้งวางอยู่บนโต๊ะไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย แม้ว่าผู้ที่ใช้เวลาทั้งวันในการอ่านสิ่งตรงหน้าจะเหนื่อยล้ามากแล้วก็ตามที หลังจากที่ตัดสินใจรับตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาแม้ว่าจะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากมายเสียจนเขาไม่มีเวลาดูแลภรรยาของตน “ยังไม่นอนหรือ” ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นจากกองบันทึก ส่งยิ้มให้กับร่างบางที่กำลังถือถาดน้ำชาเดินมาหา เมื่อเห็นดังนั้นผู้เป็นสามีก็รีบลุกขึ้นไปประคองร่างบางที่ยามนี้หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่เพราะกำลังตั้งครรภ์บุตรของเขาอย่างระมัดระวัง “ไม่เห็นต้องถือมาเองลำบากเจ้าเปล่า ๆ” “ข้าก็ไม่ได้อยากมาตามเจ้านักหรอก เพียงแค่คิดว่าหากเจ้าเป็นอันใดขึ้นมาแล้วข้าต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังตั้งสองคน ข้าคงเหนื่อยไม่น้อย” “ได้ยินว่าเจ้าเป็นห่วงเช่นนี้ข้าก็ตายตาหลับ” แม้ว่าที่อี้เฟิงเอ่ยออกมาจะเป็นการประชด แต่สำหรับหยางหมิงเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายความเช่นไร ผู้ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งอ๋องหมาด ๆ รับถาดน้ำชาในมือของภรรยาไปวางไว้ ก่อนจะกลับมาประคองร่างบางให้นั่งลงข
“สวยหรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาสื่อความหมายให้อี้เฟิงมองไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้า “เจ้าเคยบอกข้าว่าอยากได้จวนที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ ถึงยามเช้าเจ้าก็จะออกมาเดินเล่นและดูแลเหล่าดอกไม้ที่เจ้าเป็นคนปลูก ตกเย็นเจ้าก็จะเก็บดอกไม้เอามาประดับไว้ในที่ต่าง ๆ ในจวนให้เต็มไปหมด” หยางหมิงหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าคนด้านข้างที่กำลังมองมาทางเขาอย่างตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังพูด ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหันกลับไปมองตรงหน้าและเอ่ยต่อในสิ่งที่เขาค้างไว้“ข้าทำทุกสิ่งที่เจ้าเคยบอกเอาไว้ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างราวกับว่าเป็นแค่เพียงฝุ่นอากาศสิ่งที่ข้าทำไว้เพื่อเจ้าในวันนั้นกลับกลายเป็นความว่างเปล่า เจ้าทอดทิ้งข้า หันหลังให้กับข้าแม้จะเป็นเช่นนั้นทว่าข้าก็ยังเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้าเอาไว้ แม้ว่าข้าจะต้องปล่อยมือจากเจ้าก็ตาม”“จนกระทั่งวันนั้น วันที่ข้าได้พบกับเจ้าสิ่งที่ข้าคิดว่าถ้าหากวันหนึ่งข้าได้พบเจ้า เจ้าจะต้องมีความสุขใบหน้าของเจ้าจะประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของข้า ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นกลับทำให้ข้ารู้สึกโกรธแค้น เหตุใดเจ้าที่หันหลังให้ข้ากลับมีชีว
สายลมยามเย็นพัดพลิ้วเบา ๆ กระทบกับร่างผ่ายผอมที่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ภายในสวนหลังจวนของตระกูลหยาง อี้เฟิงกระชับผ้าคลุมผืนบางห่อกายเล็กน้อยเพื่อบรรเทาความเย็นจากสายลม สายตาทอดมองไปยังแปลงดอกไม้ต่างสีสันที่อยู่ตรงหน้าราวกับคนเหม่อลอยตลอดเวลาที่รักษาตัวและดูแลอี้หลานอยู่ในจวนของหยางหมิง เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทุกอย่างจะเป็นเพียงเพราะการจัดฉากของตระกูลอี้ กระดาษเพียงแผ่นเดียวสามารถทำให้เขาและหยางหมิงบาดหมางกันได้ถึงเพียงนี้ แม้ว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย หยางหมิงก็รู้เรื่องที่เขาปิดบังมาตลอดเกี่ยวกับอี้หลานด้วยแล้ว แต่เขาก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่าจะทำเช่นไรต่อจากนี้คิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าตนเองจะตั้งครรภ์อีกครั้ง หากมิใช่เพราะโดนวางยาในคราวนั้นเห็นทีเขาเองก็ไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ทำให้อี้เฟิงคิดหนักเห็นทีจะมิใช่เรื่องที่ผ่านมา…หลังจากเรื่องในคืนนั้นหยางหมิงกลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ซ้ำยังปฏิบัติกับเขาและอี้หลานเป็นอย่างดีจนเขาเองก็นึกแปลกใจไม่น้อย ครั้นพอรักษาตัวจนหายดีอี้เฟิงจึงตัดสินใจว่าจะกลับไปอยู่บ้านของตนเอง ทว่าก็โดนหยางหมิงปฏิเสธและรั้งเขากับลูกเอาไว้ทุกวิถีทาง แต่ทุกอย่างจะไม่เป็นสิ่งใดเลยหา
“ฟื้นแล้วหรือ ข้ารู้สึกว่าคุณชายกับข้าเจอกันบ่อยเหลือเกิน” ท่านหมอเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าคนป่วยที่เขากำลังรักษาลืมตาขึ้น“ขะ…ปวดท้อง” เป็นสิ่งหนึ่งที่อี้เฟิงสัมผัสได้หลังจากที่ตนเองตื่น ความเจ็บร้าวที่ท้องน้อยทำเอาใบหน้าซีดเซียวนิ่วหน้า“ช่างน่ายินดี ๆ” ท่านหมอพูดวนซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะคลี่ยิ้มให้กับอี้เฟิ
หากอี้เฟิงโดนมอมเมาด้วยฤทธิ์ยาแล้ว เห็นทีหยางหมิงก็คงจะถูกอี้เฟิงมอมเมาต่ออีกทอดหนึ่ง ใจที่คิดจะกลั่นแกล้งเพียงเล็กน้อยและช่วยอี้เฟิงปลดปล่อยอาการกระสันแปรเปลี่ยน เพราะยามนี้ความพยายามอดทนอดกลั้นความปวดตึงตรงแก่นกายพังทลายหายไปจนสิ้นแล้วตอนที่เห็นว่าร่างผ่ายผอมตรงหน้านี้อาจหาญเชิญชวนยั่วยวนถึงเพียง
“ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”หลังจากที่อี้เฟิงกลับมาถึงห้องนอนของตนเอง ร่างผ่ายผอมก็เดินเข้าไปกอดเด็กน้อยที่นอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงอย่างรักใคร่ เขาแทบจะไม่มีเวลาได้ดูแลอี้หลานเลย ถึงอย่างนั้นอี้หลานก็ไม่เคยงอแง อี้เฟิงนึกตำหนิตนเองว่าไม่ได้ทำหน้าที่ของบิดาที่ดีมากพอนัก เขาจุมพิตลงบนแก้
เรือนรับรองขนาดเล็กไม่ไกลจากเรือนของคุณชายหยาง ถูกใช้เป็นที่เรือนรับรองของคุณหนูเฟยฮวาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน หลังจากวันที่อี้เฟิงได้พบกับนางหลายวันมานี้ก็ไม่ได้เจอนางอีกเลยจนกระทั่งเช้าวันนี้อี้เฟิงเดินตามเฟยฮวาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่แน่ชัดว่าที่นางเอ่ยเมื่อครู่นั้นใช่เรื่องที่เขากำลังกังวล






![The Feast of Casier มื้อค่ำของคาเซียร์[Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
