เข้าสู่ระบบแม้ว่าแสงอาทิตย์ในยามเย็นจะเบาบางลงบ้างแล้ว ทว่าร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ดูแลสวนหลังจวนของคุณชายหยาง กลับมีสภาพไม่ต่างจากเพิ่งลงแช่ในน้ำมาหมาด ๆ อี้เฟิงอยู่ในสภาพเนื้อกายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดิน ซ้ำยังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หลังจากที่เพิ่งฟื้นไข้ อี้เฟิงก็กลับมาทำหน้าที่ของตนเองตามเดิม แม้ว่าจะมีบางสิ่งเปลี่ยนไปก็ตามที
ว่ากันว่าบุรุษรูปงามย่อมควรคู่กับสตรีที่งดงามเช่นกันข้อนี้อี้เฟิงไม่เถียง อี้เฟิงมองทั้งคู่เดินเคียงคู่กันในสวน ปฏิเสธมิได้เลยว่าทั้งคู่ช่างเหมาะสม แม้ว่าภายในใจยามนี้จะรู้สึกหน่วงจนแทบอยากหลบไปให้พ้นจากสายตา ทว่าหลบไป…แล้วอย่างไร ในเมื่อทั้งเขาและหยางหมิงเราต่างจบความสัมพันธ์กันไปเสียหมดสิ้นแล้ว แต่เขาก็ปฏิเสธมิได้อีกเช่นกันว่าไม่หลงเหลือความรู้สึกที่มีต่อหยางหมิง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเกลียดชังเขาก็ตามที
อี้เฟิงไม่รู้เลยว่าเพราะเหตุใดหยางหมิงจึงเกลียดเขาเช่นนั้น ทุกครั้งที่อยู่ตามลำพังกับหยางหมิง เขามักจะโดนอีกฝ่ายดูแคลน ทั้งยังสาดพ่นถ้อยคำดูถูกต่าง ๆ นานา อี้เฟิงไม่เข้าใจว่าเมื่อสามปีก่อนตนผิดพลาดตรงไหน
“ท่านพ่อ ฟังข้าอธิบายก่อนขอรับ” เศษกระดาษใบหนึ่งถูกเขวี้ยงใส่หน้าของอี้เฟิงที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เขาถูกลากตัวมายังลานหน้าจวนตระกูลอี้ก่อนจะถูกบิดาต่อว่า
“เจ้ามันเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิด เป็นแค่บ่าวใช้ชั้นต่ำสันดานไม่ทิ้งแถว เจ้าจะอธิบายว่าอย่างไร ในจดหมายนี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
อี้เฟิงลอบกลืนน้ำลาย ค่อย ๆ หยิบแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออกดู เขาบรรจงอ่านข้อความในกระดาษนั่นอย่างถี่ถ้วน หยาดน้ำตาที่รินไหลอยู่ก่อนค่อย ๆ ทะลักออกมาราวกับสายฝนที่ตกลงมาจากบนฟ้า แม้ถูกต่อว่าจากบิดาอี้เฟิงกลับไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดเท่ากับการได้อ่านสิ่งที่อยู่ในกระดาษแผ่นนี้
“เจ้าจะบอกว่าบุรุษเช่นนี้หรือตั้งครรภ์ เจ้าเป็นบุรุษ ชอบพอมีใจให้แก่บุรุษก็ทำให้ตระกูลอี้ขายหน้ามากเกินพอแล้ว เจ้ายังจะแต่งเรื่องว่าเจ้าตั้งครรภ์ได้อีกอย่างนั้นหรือ”
“ขะ…ข้า” อี้เฟิงไม่อาจตอบคำถามของบิดาได้ ลำพังเกิดมาในตระกูลอี้แม้จะได้ชื่อว่าคุณชายอี้ แต่ทว่าความสำคัญของอี้เฟิงก็ไม่ต่างจากบ่าวใช้ในจวนเสียมากกว่า ต่างก็แค่เขาได้ใช้แซ่อี้ก็เท่านั้น เขาไม่รู้ว่าการที่มีคนรักเป็นบุรุษจะทำให้ผู้คนเกลียดชังเช่นนี้ หากเลือกได้เขาเองก็ไม่อยากให้เป็น แต่ในเมื่อทั้งหัวใจเขามอบให้แก่คนผู้นั้นไปจนหมด หากให้เขากลับใจคงมีแต่ความปวดร้าว
“ออกไปจากตระกูลอี้เสีย ต่อไปนี้ข้าไม่มีบุตรชายที่ชื่ออี้เฟิงอีก”
“นี่!! เจ้า” เสียงตะโกนข้างหูทำให้อี้เฟิงตกใจหลุดออกจากภวังค์ ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินหันไปมองผู้ที่เอ่ยเรียกอย่างลุกลี้ลุกลน “เป็นอันใดของเจ้า ข้าเห็นนั่งเหม่ออยู่นานแล้ว”
“ขะ…ข้าไม่เป็นอันใด แม่นางมีอันใดกับข้าหรือ”
“เรียกข้าว่าซูเจียวก็ได้ ข้าเองก็เป็นบ่าวใช้ที่นี่ ว่าแต่เจ้ารู้จักคุณหนูที่เดินอยู่ข้าง ๆ คุณชายหยางหรือไม่ ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” นางชี้ให้อี้เฟิงดูทางที่หยางหมิงและคุณหนูคนที่ว่ายืนอยู่
“คุณหนูเฟยฮวา” อี้เฟิงไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายอย่างใดนัก เพียงแต่เพราะเมื่อคราก่อนที่ถูกคุณหนูเฟยฮวาวิ่งชน เขาเองก็รีบหลบออกมาจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใด แต่เพราะได้ยินหยางหมิงหลุดชื่อของนางตอนที่เข้ามาประคองก็เท่านั้น
“เจ้าก็ไม่รู้จักนางหรือ” ซูเจียวถามซ้ำอีกครั้ง ทว่าอี้เฟิงเองก็ไม่รู้เช่นกัน ต่อให้ถามซ้ำอีกกี่รอบเขาก็ไม่รู้อยู่ดี จึงทำได้เพียงส่ายหน้าตอบกลับเท่านั้นและอี้เฟิงคิดว่าการไม่รู้อะไรเลยนั่นคงจะดีเสียกว่า
แม้กระทั่งหยางหมิงเอง อี้เฟิงก็ไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายดีเท่าใดนัก ความสัมพันธ์ของเขาและหยางหมิงเป็นไปอย่างฉาบฉวยอี้เฟิงคิดเช่นนั้น แม้จะล่วงเลยมากว่าสามปีทว่าความรักของเขาและหยางหมิงเกิดขึ้นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ
ตอนนั้นหยางหมิงเป็นเพียงพ่อค้าต่างแคว้นที่เขาบังเอิญพบกันในที่ที่ไม่สมควร ใครเลยจะรู้ว่านั่นจะเป็นเหตุให้พวกเขาสานความสัมพันธ์ ที่ทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากในเวลาต่อมา
หากวันนั้นเขาไม่เผลอใจไปรักอีกฝ่าย ชีวิตเขาจะเป็นเช่นไรบ้าง…
แสงสลัวจากเปลวเทียนบ่งบอกว่ายามนี้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในห้องทำงานยังไม่ได้พักผ่อน อี้เฟิงที่พาอี้หลานเข้านอนแล้วเดินมาตามสามีเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายเข้านอนด้วยเช่นกัน ทว่าไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดผู้ที่นั่งอยู่ก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน “ข้าขอโทษ” “ขอโทษข้าด้วยเรื่องใดกัน” อี้เฟิงเอ่ยถามพร้อมกับยืนมองสามีที่กำลังจัดแจงหาหมอนนุ่มมารองที่นั่งเพื่อให้ภรรยาได้นั่งลง อี้เฟิงคลี่ยิ้มให้กับท่าทีใส่ใจแม้ว่าภายในใจของหยางหมิงยามนี้จะว้าวุ่นก็ตาม “ข้าไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นกับอี้หลาน หากข้าจัดแจงทุกอย่างให้ดีกว่านี้ อี้หลานคง…” “ข้าเองก็ไม่คิด แต่มันไม่ใช่ความผิดเจ้าเสี่ยวหมิง เรื่องราวมันผ่านไปแล้วเจ้าแก้ไขสิ่งใดไม่ได้ทว่าเจ้าก็ทำได้ดีมากแล้วเช่นกัน” อี้เฟิงเอ่ยปลอบใจสามีพร้อมกับเอื้อมมือไปกอบกุมมือหนาเอาไว้ “หากเปลี่ยนจากฝ่ามือเจ้าเป็นอ้อมกอดข้าคงยินดีกว่านี้” “แต่หากเจ้าเรื่องมากนักแม้แต่ฝ่ามือข้าเจ้าก็จะมิได้สิ่งใดสักอย่าง” แต่ทว่าไม่ทันไรก็เถียงกันเสียแล้ว แม้อี้เฟิงจะเอ่ยเช่นนั้นทว่าเมื่อเห็นหยางหมิงทิ้งกายลงนอน ใช้ตักของตนเองแท
“หากอี้หลานทำสิ่งใดผิดต่อฮูหยินข้าขออภัยด้วยขอรับ หากอยากให้ข้ารับผิดชอบสิ่งใดข้าก็ยินดีแต่อย่าได้เอาความกับอี้หลานเลย” อี้เฟิงเอ่ยขอร้องเพราะยามนี้เป็นห่วงอี้หลานเสียมากกว่า เด็กน้อยสั่นเทาและไม่ยอมคลายอ้อมกอดที่กอดบิดาเอาไว้ ทว่าดูเหมือนฮูหยินตรงหน้าจะไม่ยอมเสียง่าย ๆ“อี้เฟิง อี้หลาน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินอย่างรีบร้อนทว่าไม่ทันที่อี้เฟิงจะได้ขานรับก็ถูกฮูหยิงตัดหน้าเสียก่อน“คุณชายหยางมาก็ดีแล้ว บ่าวใช้สองพ่อลูกคู่นี้นิสัยเสียยิ่งนัก” นางรีบพูดตัดหน้า ทว่าผู้ที่มาใหม่กลับได้สนใจคำพูดของนาง หยางหมิงรีบเดินเข้ามาประคองร่างอี้เฟิงโดยทันที “เด็กคนนั้นวิ่งชนข้าซ้ำยังพูดจากราวกับมิได้รับคำสั่งสอนจากบิดามารดา ข้าคิดว่าคุณชายไม่ควรที่จะเลี้ยงบ่าวใช้เช่นนี้ไว้ในจวน”“เป็นเช่นนั้นหรือ” หยางหมิงเอ่ยถามกับอี้เฟิงว่าจริงหรือไม่ที่นางพูดมาทั้งหมดอี้เฟิงพยักหน้ารับว่าอี้หลานวิ่งชนนางจริง“เห็นแล้วใช่หรือไม่คุณชายหยางว่าบุตรชายของบ่าวใช้ผู้วิ่งชนข้า”“ข้าเข้าใจแล้ว ฮูหยินว่าใจเถิด” หยางหมิงเอ่ยด้วยท่าทีราบเรียบ ก่อนจะย่อกายลงด้านข้างอี้หลานที่เอาแต่กอดอี้เฟิง ซุกใบหน้าเอาไว้ไม่ยอมเงยหน้
สายลมพัดพลิ้วแผ่วเบาพอให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวในยามบ่ายได้ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่นั่งพักอยู่นานก็ได้เวลาลงมือทำขนมให้อี้หลานตามที่ได้ให้สัญญาเอาไว้ อี้เฟิงตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำ*ยู่หยวนเป็นขนมมงคลที่นิยมทานในเทศกาลปีใหม่ ทำจากแป้งผสมกับหัวมันปั้นให้เป็นทรงแล้วนำไปต้ม มีรสชาติหวานและเหนียวนุ่ม ปกติแล้วจะทานคู่กับน้ำขิงทว่าวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน อี้เฟิงจึงเปลี่ยนจากน้ำขิงเป็นน้ำตาลเคี่ยวพักให้เย็นและลอยด้วยดอกไม้กลิ่นหอมแทน“ท่านพ่อข้าขอเป็นคนไปเก็บดอกไม้ในสวนได้หรือไม่ขอรับ” อี้หลานเอ่ยถามผู้เป็นบิดาที่กำลังนั่งปั้นแป้งอยู่ ใบหน้าเด็กน้อยยู้ลงเมื่อเห็นว่าในมือของบิดาปั้นแป้งเป็นรูปดอกไม้ต่าง ๆ อย่างสวยงาม ผิดกับตนเองที่ทำได้แต่เพียงทรงกลม ๆ เท่านั้น มือเล็ก ๆ ยื่นไปด้านหน้าโชว์ผลงานของตนเองพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “ท่านพ่อดูสิ ข้าทำไม่สวยเลยให้ข้าไปเก็บดอกไม้เถิดขอรับ”อี้เฟิงมองก้อนแป้งกลม ๆ ขนาดไม่เท่ากันหลายลูกบนมือของบุตรชายก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ เอ่ยอนุญาตให้อี้หลานไปเก็บดอกไม้ในสวนแทน เด็กน้อยที่ดีใจรีบลุกขึ้นวิ่งไปทันทีโดยที่มีพี่เลี้ยงและบ่าวใช้ลุกตามไปด้วยติด
แสงสลัวจากเปลวเทียนส่องกระทบเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลา กองบันทึกรายงานมากมายตั้งวางอยู่บนโต๊ะไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย แม้ว่าผู้ที่ใช้เวลาทั้งวันในการอ่านสิ่งตรงหน้าจะเหนื่อยล้ามากแล้วก็ตามที หลังจากที่ตัดสินใจรับตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาแม้ว่าจะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากมายเสียจนเขาไม่มีเวลาดูแลภรรยาของตน “ยังไม่นอนหรือ” ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นจากกองบันทึก ส่งยิ้มให้กับร่างบางที่กำลังถือถาดน้ำชาเดินมาหา เมื่อเห็นดังนั้นผู้เป็นสามีก็รีบลุกขึ้นไปประคองร่างบางที่ยามนี้หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่เพราะกำลังตั้งครรภ์บุตรของเขาอย่างระมัดระวัง “ไม่เห็นต้องถือมาเองลำบากเจ้าเปล่า ๆ” “ข้าก็ไม่ได้อยากมาตามเจ้านักหรอก เพียงแค่คิดว่าหากเจ้าเป็นอันใดขึ้นมาแล้วข้าต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังตั้งสองคน ข้าคงเหนื่อยไม่น้อย” “ได้ยินว่าเจ้าเป็นห่วงเช่นนี้ข้าก็ตายตาหลับ” แม้ว่าที่อี้เฟิงเอ่ยออกมาจะเป็นการประชด แต่สำหรับหยางหมิงเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายความเช่นไร ผู้ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งอ๋องหมาด ๆ รับถาดน้ำชาในมือของภรรยาไปวางไว้ ก่อนจะกลับมาประคองร่างบางให้นั่งลงข
“สวยหรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาสื่อความหมายให้อี้เฟิงมองไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้า “เจ้าเคยบอกข้าว่าอยากได้จวนที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ ถึงยามเช้าเจ้าก็จะออกมาเดินเล่นและดูแลเหล่าดอกไม้ที่เจ้าเป็นคนปลูก ตกเย็นเจ้าก็จะเก็บดอกไม้เอามาประดับไว้ในที่ต่าง ๆ ในจวนให้เต็มไปหมด” หยางหมิงหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าคนด้านข้างที่กำลังมองมาทางเขาอย่างตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังพูด ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะหันกลับไปมองตรงหน้าและเอ่ยต่อในสิ่งที่เขาค้างไว้“ข้าทำทุกสิ่งที่เจ้าเคยบอกเอาไว้ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างราวกับว่าเป็นแค่เพียงฝุ่นอากาศสิ่งที่ข้าทำไว้เพื่อเจ้าในวันนั้นกลับกลายเป็นความว่างเปล่า เจ้าทอดทิ้งข้า หันหลังให้กับข้าแม้จะเป็นเช่นนั้นทว่าข้าก็ยังเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้าเอาไว้ แม้ว่าข้าจะต้องปล่อยมือจากเจ้าก็ตาม”“จนกระทั่งวันนั้น วันที่ข้าได้พบกับเจ้าสิ่งที่ข้าคิดว่าถ้าหากวันหนึ่งข้าได้พบเจ้า เจ้าจะต้องมีความสุขใบหน้าของเจ้าจะประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของข้า ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นกลับทำให้ข้ารู้สึกโกรธแค้น เหตุใดเจ้าที่หันหลังให้ข้ากลับมีชีว
สายลมยามเย็นพัดพลิ้วเบา ๆ กระทบกับร่างผ่ายผอมที่กำลังยืนชื่นชมดอกไม้ภายในสวนหลังจวนของตระกูลหยาง อี้เฟิงกระชับผ้าคลุมผืนบางห่อกายเล็กน้อยเพื่อบรรเทาความเย็นจากสายลม สายตาทอดมองไปยังแปลงดอกไม้ต่างสีสันที่อยู่ตรงหน้าราวกับคนเหม่อลอยตลอดเวลาที่รักษาตัวและดูแลอี้หลานอยู่ในจวนของหยางหมิง เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทุกอย่างจะเป็นเพียงเพราะการจัดฉากของตระกูลอี้ กระดาษเพียงแผ่นเดียวสามารถทำให้เขาและหยางหมิงบาดหมางกันได้ถึงเพียงนี้ แม้ว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย หยางหมิงก็รู้เรื่องที่เขาปิดบังมาตลอดเกี่ยวกับอี้หลานด้วยแล้ว แต่เขาก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่าจะทำเช่นไรต่อจากนี้คิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าตนเองจะตั้งครรภ์อีกครั้ง หากมิใช่เพราะโดนวางยาในคราวนั้นเห็นทีเขาเองก็ไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ทำให้อี้เฟิงคิดหนักเห็นทีจะมิใช่เรื่องที่ผ่านมา…หลังจากเรื่องในคืนนั้นหยางหมิงกลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ซ้ำยังปฏิบัติกับเขาและอี้หลานเป็นอย่างดีจนเขาเองก็นึกแปลกใจไม่น้อย ครั้นพอรักษาตัวจนหายดีอี้เฟิงจึงตัดสินใจว่าจะกลับไปอยู่บ้านของตนเอง ทว่าก็โดนหยางหมิงปฏิเสธและรั้งเขากับลูกเอาไว้ทุกวิถีทาง แต่ทุกอย่างจะไม่เป็นสิ่งใดเลยหา
“ฟื้นแล้วหรือ ข้ารู้สึกว่าคุณชายกับข้าเจอกันบ่อยเหลือเกิน” ท่านหมอเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าคนป่วยที่เขากำลังรักษาลืมตาขึ้น“ขะ…ปวดท้อง” เป็นสิ่งหนึ่งที่อี้เฟิงสัมผัสได้หลังจากที่ตนเองตื่น ความเจ็บร้าวที่ท้องน้อยทำเอาใบหน้าซีดเซียวนิ่วหน้า“ช่างน่ายินดี ๆ” ท่านหมอพูดวนซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะคลี่ยิ้มให้กับอี้เฟิ
“ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”หลังจากที่อี้เฟิงกลับมาถึงห้องนอนของตนเอง ร่างผ่ายผอมก็เดินเข้าไปกอดเด็กน้อยที่นอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงอย่างรักใคร่ เขาแทบจะไม่มีเวลาได้ดูแลอี้หลานเลย ถึงอย่างนั้นอี้หลานก็ไม่เคยงอแง อี้เฟิงนึกตำหนิตนเองว่าไม่ได้ทำหน้าที่ของบิดาที่ดีมากพอนัก เขาจุมพิตลงบนแก้
เรือนรับรองขนาดเล็กไม่ไกลจากเรือนของคุณชายหยาง ถูกใช้เป็นที่เรือนรับรองของคุณหนูเฟยฮวาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน หลังจากวันที่อี้เฟิงได้พบกับนางหลายวันมานี้ก็ไม่ได้เจอนางอีกเลยจนกระทั่งเช้าวันนี้อี้เฟิงเดินตามเฟยฮวาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่แน่ชัดว่าที่นางเอ่ยเมื่อครู่นั้นใช่เรื่องที่เขากำลังกังวล
ริมฝีปากบางถูกครอบครองโดยคนที่กำลังบันดาลโทสะ ความเจ็บแปลบที่ถูก หยางหมิงขบกัดอย่างเอาแต่ใจทำให้อี้เฟิงต้องยินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แม้นหยาดน้ำตาจะไหลรินด้วยความเจ็บหน่วงภายในจิตใจกับการกระทำนั้นของหยางหมิง แต่อี้เฟิงก็ไม่คิดจะเอ่ยห้ามอีก มือหยาบหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของอี้เฟิงอย่างหยาบโลน หยางหมิงไม







