LOGINย้อนความเมื่อครั้งที่พวกเราได้พบพานเป็นครั้งแรก ในขณะนายแพทย์แห่งขักรวรรดิญี่ปุ่นเร่งเดินตรวจตราเหล่าคนเจ็บโดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก จนมาเจอทหารไทยหน้าตาเด๋อด๋าคนหนึ่งบนเตียงดูไม่เป็นเดือดเป็นร้อน ทำหน้ายิ้มถามอาการคนไข้ท่านอื่นไปทั่ว “นอกจากแผลถลอกสองจุดนี้ มีตรงไหนอีกไหมครับ?” “ไหล่หลุดครับ...” “ครับ” ขณะที่คุณหมอนึกรำคาญ นายทหารคนนั้นกลับฝันหวาน ตกหลุมรักอดีตศัตรูคนงาม
View Moreปีพุทธศักราช ๒๔๙๐ ห้วงเวลายามสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดพาเข้ามาเหนือผืนแผ่นดินไทย แม้เสียงปืนใหญ่จากสงครามโลกครั้งที่ ๒ เพิ่งสงบลงไปไม่นาน ทว่า ณ อีกฟากหนึ่งของโลก อุดมการณ์ที่แตกต่างกำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบ ก่อเกิดเป็นคลื่นใต้น้ำส่งผลสะเทือนมาถึงดินแดนไทยที่เพิ่งฟื้นตัวจากบาดแผลของความขัดแย้งใหญ่
๑ ปีหลัง ‘สงครามเย็น’ ปะทุขึ้น ‘อุดมการณ์คอมมิวนิสต์’ กำลังแผ่ขยายอิทธิพลในภูมิภาค ในทางตรงกันข้าม ‘อุดมการณ์เสรีนิยม’ ซึ่งนำโดยชาติตะวันตกก็เริ่มไหลบ่าเข้ามาพร้อมกับแนวคิดทุนนิยมที่ปะปนกับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและกำลังทหาร
ภายในประเทศไทยเองนั้นพึ่งผ่านความระส่ำระสายมาได้ไม่นานนัก เนื่องจากเมื่อปีกลายเกิดรัฐประหารโดยคณะทหารแห่งชาติ ซึ่งมาพร้อมคำประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราวที่แก้ไขนับครั้งไม่ถ้วน ต่อด้วยการรัฐประหารเงียบซึ่งเป็นเส้นทางการกลับมาของ ‘จอมพล’ อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อกลางปีนี้
ด้วยเหตุดังกล่าวบรรยากาศทางการเมืองในพระนครจึงอึมครึม และแฝงไปด้วยความเปราะบาง มีสายตาจากมุมอับ สอดส่องไปมาราวกับจะค้นหาเงาที่มองไม่เห็นของภัยคุกคามที่กระซิบกระซาบอยู่ตามวงสนทนาลับ ๆ หรือบทความในหนังสือพิมพ์ซึ่งถูกอำพรางอย่างเข้มงวด
กระนั้นชาวสยามหาได้ยี่หระต่อความขัดแย้งไม่ ยิ่งเงินทองนับวันช่างหายากขึ้นทุกที ระหว่างปัญหาระดับประเทศ กับอาหารสามมื้อต่อวัน คนเป็นแรงงานย่อมรู้ดีว่าควรให้ค่าแก่สิ่งใดมากกว่า ด้วยสภาพเช่นนี้เองชีวิตของประชาชนจึงต้องดำเนินต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
แสงโคมระย้าจากหลอดไฟดวงเล็กที่ห้อยอยู่กลางร้านยังคงส่องสว่างเรืองรองบนเก้าอี้มากมายซึ่งยังไม่ถูกเก็บ ชายหนุ่มตาเล็กหยีร่างสันทัด ผิวเกรียมแดดกวาดมองไปรอบร้านอย่างถี่ถ้วน พลางใช้ผ้าหมาดน้ำเช็ดถูโต๊ะไม้เนื้อแข็งอายุหลายสิบปีทีละตัวอย่างพิถีพิถัน โดยมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำยาทำความสะอาดผสมผสานกับกลิ่นชาที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศลอยปะทะจมูกเป็นระยะ
ภายนอกร้าน แสงตะวันยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแรงลงทอดเงายาวทาบทับลงบนพื้นถนนดินแดงที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง เสียงรถลากและรถสามล้อถีบที่ผ่านไปมายังคงดังแว่วผสานกับเสียงจอแจของผู้คนที่กำลังเร่งรีบกลับบ้านเรือนท่ามกลางซอยเยาวราช
ชั้นวางของที่เคยเต็มไปด้วยขวดโหลใส่ขนมเปี๊ยะ ขนมงาและขนมลูกกวาด บัดนี้กลับว่างเปล่า มีเพียงร่องรอยของเศษน้ำตาลที่ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นหย่อม รวมไปถึงหม้อไหจานชามกองพะเนินในครัวใหญ่จากการต้อนรับลูกค้ารอบสุดท้ายของวัน
“เอ้า! ร้านปิดแล้วเหรอ”
“จ้ะ พอดีของหมดก่อน”
สุภาพสตรีมีอายุในชุดภูมิฐานสวมส้นสูงเดินผ่านป้าย ‘วิภาโภชนา’ เข้ามากะจะนั่งทานอาหารจีนแต้จิ๋ว ฝีมือลูกชายเจ้าของร้านเป็นรางวัลปิดท้ายของสัปดาห์ ทว่ากลับต้องมายืนเคี้ยวแห้วแทนเสียอย่างนั้น
“เห็นปลื้มกลับมาแล้วฉันเลยอยากมานั่งกินสักหน่อย”
“พี่พูดแบบนี้ป๊าผมคงน้อยใจแย่”
ชายหนุ่มคู่สนทนายกยิ้มหวานมอบแด่พี่สาวคนขยัน กระนั้นจะให้เจ้าหล่อนกลับไปมือเปล่าก็เสียดายแย่ จึงขอเวลาเธอสักครู่เพื่อเดินไปหลังครัว ก่อนจะกลับมาพร้อมขนมหวานถุงน้อย
“ฉันกำลังหัดทำขนมตัวใหม่ พี่ลองเอาไปกินสิ แล้วครั้งถัดไปกลับมาให้ความคิดเห็นด้วยนะจ๊ะ”
“ชิ้นนี้เท่าไรเหรอ?”
“ผมให้ ไหน ๆ พี่อุตส่าห์มาแล้ว”
“แหม ปลื้มก็”
หญิงเจ้ารับไปก็ดีอกดีใจที่มาไม่เสียเที่ยว ไหนเด็กคนนี้ยังเรียกเธอว่าพี่อีก เอาอกเอาใจลูกค้าเก่งแบบนี้จะให้เธอตัดขาดจากร้านนี้ไปได้อย่างไร ว่าแล้วเจ้าหล่อนจึงขอตัวลาด้วยสัญญาว่าจะกลับมาเยือนร้านอีก
โรงพยาบาลรัฐ เขตชานเมืองพระนคร พ.ศ.๒๔๗๒‘คุณ...เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกันรึเปล่าครับ’เครื่องรางชิ้นนั้นทำให้เขารู้จักกับ 岡田 大貴 (โอคาดะ ไดกิ) ที่ต่อมาจะกลายเป็นคนรักคนแรกของเขา ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าตัวเองจะหันมาสนใจเพศเดียวกันจนกระทั่งมีอีกฝ่ายเข้ามาในชีวิต โอคาดะบอกว่าตัวเองเป็นช่างภาพที่เดินทางมาสยามเพื่อท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานส่งรูปภาพไปยังญี่ปุ่นก่อนที่อีกไม่นานหลังเขาย้ายจากโรงพยาบาลมาทำงานสถานอนามัยใกล้บ้าน จึงได้มาทราบทีหลังว่าอีกฝ่ายเป็นถึงนายทหารพันตรี ได้โอกาสจึงลางานมาพักร้อนที่ไทยก่อนจะโชคร้ายประสบอุบัติเหตุ“軍の医者として、入隊する気はあるか。” สนใจมาเข้าร่วมกองทัพในฐานะแพทย์ไหมคนข้างเตียงกล่าวถามขึ้นหลังเสร็จกิจ ตัวเขาที่เปลือยเปล่าจึงหันกลับมามองด้วยความใคร่สงสัย นอกจากจะปิดบังอาชีพตัวเองแล้วยังมาชวนกันดื้อ ๆ แบบนี้อีก“なぜでしょうか。そちらには、既に専属の医師がいらっしゃるのではありませんか。” ทำไมล่ะ ที่นั่นน่าจะมีหมอประจำอยู่แล้วนี่“俺は、お前と日本へ帰りたい。” ฉันอยากให้เรากลับไปญี่ปุ่นด้วยกันอาซามิฟังคนรักพูดก็เข้าใจหัวอก เพร
“ฉันอยากพาน้องไปเที่ยวงานวัด ตาพาฉันไปได้ไหมจ๊ะ”พี่หนึ่งเป็นคนเข้าถึงง่าย อัธยาศัยดี ตรงข้ามกับเขาที่เป็นเด็กขี้อายไม่กล้าสู้หน้าคน กระทั่งคนรู้จัก“จริง ๆ เลย รีบไปรีบกลับล่ะ แล้วก็เอาเงินไป”“ขอบคุณมากเลยนะจ๊ะ”วันนั้นเป็นวันที่ตัวเขาเรียนจบ ม.๘ ส่วนพี่หนึ่งที่เรียนจบมาก่อนก็สอบเข้าเพื่อทำงานราชการได้ดิบได้ดี และส่งเงินกลับมายังสถานรับเลี้ยงอยู่เป็นประจำแล้วก็เป็นวันนั้นเองที่เกิดเหตุการณ์ให้เขาใจสลายอีกครั้ง เพราะเมื่อกลับมาจากงานวัด สถานเด็กกำพร้ากลับจมอยู่ในกองเพลิงในขณะที่ตัวเขาและพี่ชายช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แม้ร้องไห้แสดงความโศกเศร้าเสียใจก็ไม่อาจทำได้เพราะผู้วางเพลิงคือโจรผู้ร้ายใจโฉดที่ยกโขยงมาเป็นกลุ่มมาทราบในภายหลังว่ากลุ่มคนเหล่านั้นคือ ‘กองโจรเสือหิน’ ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรที่โฉดฉกรรจ์ที่สุดในประวัติศาสตร์ และสาเหตุที่อีกฝ่ายถึงขั้นเผาสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไปพร้อมกับชีวิตในนั้น เนื่องมาจากคุณยายไปกู้ยืมเงินมาส่งเสียพี่หนึ่งและตัวเขา เพราะเงินเก่านั้นหมดไปตั้งแต่เขาอยู่ ม.๖ คราวจะหยิบยืมคุณตาที่พึ่งพามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนคงเป็นที่ล
สมัยเด็กนานมาแล้วตั้งแต่สามสิบกว่าปีก่อน บิดามารดาแท้ ๆ เล่าให้เขาฟังว่าท่านทั้งสองหนีการคลุมถุงชนของแต่ละคนมาอยู่อาศัยในประเทศสยามที่ต้อนรับชาวต่างชาติ และให้กำเนิดเขาในดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นตัวเขาจึงสามารถพูดได้ทั้งไทยและญี่ปุ่นท่านทั้งสองพกเงินติดตัวมาพอประมาณเพื่อเปิดสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นแด่ผู้ที่สนใจหลังสามารถพูดภาษาไทยได้ในระดับหนึ่ง กลายเป็นว่ามีเงินมีทองจนสามารถส่งตัวเขาเข้าเรียนตามเกณฑ์ได้กระนั้นผ่านไปสามปีนับตั้งแต่เขาเข้าเรียนชั้นประถม ๑ อุปสรรคก็มาเยือนยังครอบครัว ในวัยนั้นเขาไม่ทราบว่าพ่อแม่ระแวงสิ่งใด แต่มันคงอันตรายหากมีเด็กอยู่ด้วย ดังนั้นพวกท่านจึงนำตัวเขามาฝากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยมอบเงินรายเดือนสำหรับตัวเขาและอีกจำนวนหนึ่งแยกไว้สำหรับทำนุบำรุงสถานรับเลี้ยงดีที่พวกท่านมักหาเวลามาพบปะลูกชายอย่างเขาอยู่บ้างเดือนละครั้งสองครั้ง ทว่านานวันเข้าจำนวนเริ่มลดน้อยถอยลง จาก ๑๒ ครั้งต่อปี กลายเป็น ๑๐ ครั้ง ๖ ครั้ง ๔ ครั้ง ๑ ครั้ง และไม่มาอีกเลยไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเขาจึงได้ทราบ ว่าบิดาแท้ ๆ ของตนเองเคยเป็นทหารมียศของกองทัพ
‘วิภาโภชนา’ ถ.เยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ จ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ.๒๔๙๑“ถ้าเป็นไปได้...ขอเลือกนอนที่นี่ได้ไหม?”“ไม่ใช่ว่าคุณน้ำมีคนรักอยู่แล้วเหรอครับ?”ปลื้มถามด้วยความกระอักกระอ่วน หากอีกฝ่ายยังมีเจ้าของอยู่แล้วมาทำแบบนี้ เขาจะไม่เล่นด้วยเป็นอันขาด ยิ่งฝั่งนั้นมียศสูง ต่อให้เป็นผู้แพ้สงครามก็คงมีอำนาจเหลืออยู่ในมือ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ไม่ใช่ตัวเขาหรอกที่มีปัญหา คุณหมอต่างหากจะเป็นอันตราย“เรียกพี่ก่อนสิ เดี๋ยวเล่ารายละเอียดให้ฟัง”เอาละ จะให้เขาตายวันนี้ให้ได้เลยใช่ไหม คิดว่าสวยน่ารักแล้วจะทำตามใจได้หรือไร“พี่อยากนอนที่นี่ใช่ไหมครับ”“อื้อ!”เอาเลย จะทำอะไรก็ทำไปเลย เขาจะยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้เอง“ถ้าบอกว่าให้นอนห้องผม จะรังเกียจไหมครับ”“เรารู้แล้วนี่ว่าพี่มาที่นี่เพราะอะไร ยังต้องถามอีกเหรอ?”ปลื้มอยากจะตะโกนออกมาเหลือเกิน เป็นกรรมของเขาหรือไรที่เคยไปตามจีบคุณหมอเจ้าตั้งแต่เมื่อก่อน จนตอนนี้อีกฝ่ายกลับมาเอาคืน ยิ้มแบบนั้นท





