Masukคนที่กำลังปูที่นอนรีบผุดลุกหลังชนข้างฝาหน้าตาตื่นเมื่อเห็นคนตัวโตเดินโชว์แผงกล้ามเข้ามาข้างใน ทำไมเขาถึงได้สวมใส่เพียงก่งเกงขาก๊วยสีดำตัวเดียวล่ะ
“ทำไมไม่ใส่เสื้อ”
“ทำไม หวั่นไหวกับกล้ามของผมหรือไง” เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มเอ่ยหน้าตาเฉย
“ไม่ใช่สักหน่อย”
“มันร้อน”
“ร้อนก็ต้องใส่ เกิดใครมาเห็นนายในสภาพนี้แล้ว...”
“แล้วอะไร แล้วจะคิดว่าผมได้กับคุณแล้วรึไง”
“เลิกพูดจาหยาบๆ แบบนี้ได้ไหม”
“ผมก็พูดอ้อมๆ แล้วนะคุณ ถ้าหยาบมันจะอีกคำนึง”
“นี่...ไม่ต้องพูด หยุดพูด จะถอดเสื้อใส่เสื้อก็เรื่องของนาย” พิมแพรทองจิกหมอนจนแทบขาด ไม่ได้เขินแต่โมโหจนต้องหาที่ระบาย หากผู้ชายคนนี้เกิดเป็นหลานคุณยายของเธอมีหวังได้ถูกตำหนิอยู่ทุกเวลาเป็นแน่
รณภพนอนตะแคงจ้องมองสาวเจ้าที่อยู่อีกฟากของมุ้งหลังใหญ่ ดูเธอจะระแวงเขาไม่หาย ไม่อย่างนั้นคงไม่หาผ้ามาคลุมตัวจนเป็นมัมมี่แบบนั้น
“เรานอนไกลกันเกินไปรึเปล่าคุณ”
พิมแพรทองกรอกตาถอนหายใจ ดูเขาพูดออกมาได้ว่านอนไกลกันเกินไป เธอว่าเขาใกล้เธอมากเกินไปมากกว่า หากเขาลุกยืนแล้วก้าวขาเพียงสองก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว ยังดีที่มีผ้าขนหนูหลายผืนเอาไว้พันตัว ทั้งยังมีผ้าห่มคลุมอีกชั้น ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้เลยว่าจะหลับตาลงหรือเปล่า
“ผมถามทำไมไม่ตอบ”
“ฉันจะนอนแล้วไม่อยากพูด”
“ผมดีใจนะที่คุณนอนหลับลงได้”
พิมแพรทองมองค้อนคนที่นอนอยู่ฝั่งตรงข้ามครั้งแล้วครั้งเล่า เธอไม่อยากจะโต้ตอบอะไรกับเขาแล้ว เพราะรู้ได้จากสีหน้าของรณภพว่าเขารู้ว่าเธอกำลังรู้สึกอะไร ทว่าก็ยังจะพูดจายียวนกวนเธออยู่ได้
“ผมจะดับไฟแล้วนะ ถ้าคุณอยากจะลุกไปห้องน้ำก็ปลุกผมได้ แต่ถ้าผมสะลึมสะลือตื่นมาเผลอกอดคุณก็อนย่าถือสาผมล่ะ” เอ่ยจบก็ดับตะเกียงดวงน้อยลง
ตอนนี้มืดสนิทไร้แสงของสิ่งใดเล็ดลอดเข้ามาข้างใน พิมแพรทองกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ยิ่งมืดเธอยังข่มตาหลับไม่ลงจริงๆ มือทั้งสองตอนนี้ก็กำหมัดเอาไว้แน่น หากได้ยินเสียงไม้ลั่นหรือมีมือของใครมาแตะต้องตัวของเธอ เธอก็พร้อมสู้เต็มที่
“คุณหนูผู้ดีเขาตื่นสายเหมือนกันทุกคนรึเปล่า”
ลืมตาขึ้นมาได้พิมแพรทองก็ต้องหน้าหงิก หากไม่ใช่ว่าเธอระแวงเขาเมื่อคืน เธอไม่ทีทางตื่นสายแน่
“รีบไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมจะพาคุณไปเก็บผัก แล้วก็จะได้ไปทำกับข้าวให้เด็กอ้วนนั่น ป่านนี้หิวตายแล้วมั้ง”
พิมแพรทองผุดลุกออกจากมุ้งไม่พูดไม่จา เธอรีบเก็บมุ้งมือเป็นระวิง ไม่ใช่ว่ารีบจะไปทำอาหาร ทว่าไม่อยากอยู่ในกระท่อมสองต่อสองกับรณภพนานมากกว่านี้ต่างหาก
“คนที่นี่เขาปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่กันเป็นด้วยเหรอ คิดว่าจะปล้นจะจี้เขาเอาเงินมาใช้อย่างเดียว” สาวเจ้าเอ่ยขึ้นขณะกำลังย่อตัวตัดคะน้าต้นอวบๆ ใส่ตะกร้า ไม่คิดว่าใกล่กระท่อมของเธอจะมีแปลงผักหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัวหลายชนิด อีกทั้งแต่ละชนิดยังเป็นแปลงใหญ่ รวมไปถึงต้นผลไม้หลายอย่าง แถมยังมีโรงเรือนที่เอาไว้เลี้ยงไก่ไข่อีก
“แล้วที่กำลังตัดอยู่ไม่ใช่ผักหรือไงล่ะ ถ้าใช่ก็แปลว่าคนที่นี่ปลูกผักกินเป็น ไม่น่าถามคำถามไม่ฉลาดเลย”
พิมแพรทองเงยหน้าค้อนขวับให้กับคนที่ยืนกอดอก “ถ้านายฉลาดก็น่าจะรู้นะว่าเมื่อกี้ที่ฉันพูด ฉันประชด”
“อ้อ...ประชด ชอบจังเลยคนชอบประชด อยากรู้จังเลยว่าคนที่ปากดีประชดเก่งๆ เวลาอยู่บนเตียงกับผมจะปากดีแบบตอนนี้ไหมนะ”
“พอแล้ว ฉันจะไปทำกับข้าวแล้ว” สาวเจ้ารีบลุกยืนถอยหนีก่อนจะรีบปรี่ตรงไปยังบ้านของเขา ใครจะอยู่ให้เขาแทะโลมเล่น คำพูดคำจาของคนไร่อารยะนั้นไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็แสลงหูของเธอที่สุด
เดินมาถึงครัวพิมแพรทองก็เห็นต้นน้ำกำลังนั่งดื่มน้ำจนหมดแก้ว อีกทั้งตรงหน้ายังมีถ้วยข้าวต้มที่เพิ่งหมดไปหมาดๆ ด้วย
“อ้าวต้นน้ำ กินข้าวแล้วเหรอ”
“เรียบร้อยแล้วครับ พี่คนนี้ทำให้กิน” เด็กชายชี้ไปยังชายหนุ่มรูปหล่อแสนสุขุมที่กำลังเดินเข้ามายิ้มให้กับเธอ
“สวัสดีครับคุณแพร ผมทำข้าวต้มกุ้งเอาไว้ ถ้าคุณหิวก็กินได้เลยนะครับ”
“ขอบคุณ” เธอเอ่ยตอบอีกฝ่ายเสียงห้วนเพราะยังไม่ค่อยไว้ใจอีกฝ่ายเท่าไร แต่ก็ยอมรับว่าชายหนุ่มตรงหน้ามารยาทและมีท่าทีที่ดูเป็นมิตรกว่ารณภพเยอะ
“ขอบใจมากเอก”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“อืม”
รณภพกอดอกยืนมองพิมแพรทองไม่วางตาหลังจากเอกภาพได้เดินออกจากบ้านของเขาไป
“ทำไมมองคนของผมแบบนั้น”
“คนของนาย”
“ใช่ ทำไม”
“เปล่า ไม่มีอะไร” อยากจะพูดเหลือเกินว่าลูกน้องมารยาทดีกว่าเจ้านายหลายเท่า แต่เธอขอไม่หาเรื่องใส่ตัวดีกว่า
“ถ้าหิวก็กินข้าวต้มก่อนก็ได้”
“ฉันทำกับข้าวเสร็จแล้วค่อยกินดีกว่า”
“ตามใจคุณ ผมกินหมดไม่รู้ด้วย”
จะกินหมดหรือไม่หมดเธอก็ไม่คิดจะแตะของที่ไม่ได้ทำกินเองอยู่ดี ขึ้นชื่อว่าคนในชุมโจรถึงจะดูมีมารยาทแต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ เห็นทีเธอต้องเตือนต้นน้ำแล้วว่าอย่ากินอะไรของใครสุ่มสี่สุ่มห้า
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







