LOGINหลังจากไข่เจียวหอมๆ เสร็จไปไม่นานนักต้มจืดเต้าหู้หมูสับกับหมูสามชั้นทอดหอมๆ ก็มาเสริฟอยู่ตรงหน้าหนุ่มน้อยกับหนุ่มใหญ่ สายตาของคนที่กินข้าวไข่เจียวกันไปแล้วคนละจานมองอาหารที่มีควันกรุ่นตรงหน้าตาเป็นมัน
“หอมมากเลยครับ”
“กินเยอะๆ เลยนะต้นน้ำ” พิมแพรทองตักข้าวใส่จานเด็กชายจนพูนจาน เมื่อวางทัพพีลงหมายจะตักหมูทอดใส่จานให้ต้นน้ำ ทว่ารณภพชิงทำสิ่งนั้นตัดหน้าของเธอไปแล้ว
สาวเจ้ามองจ้องคนตรงข้ามด้วยแววตาฉงน เขามีมุมนี้ด้วยเหรอ บทจะเป็นมีมารยาทขึ้นมาก็มีมาเสียดื้อๆ ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเอาเสียเลย
“มองอะไร”
“เปล่า” เมื่อรู้ว่าถูกจับได้ก็ก้มหน้าก้มตาตักข้าวใส่จานของตัวเอง
“พูดจาให้มีหางเสียงให้สมกับที่เป็นคุณหนูหน่อยสิคุณ เปล่าค่ะ พูดเป็นเหรอครับ”
“ฉันมีมารยาทกับคนที่ควรจะมีมารยาทด้วยเท่านั้นแหละ”
“ผมตักให้คุณ ผมมีมารยาทกับคุณแล้วนะ ผู้ใหญ่ตักอาหารให้ แล้วคนที่เด็กกว่าต้องพูดว่ายังไงนะต้นน้ำ”
“ขอบคุณไงครับ”
“ขอบคุณ ค่ะ” พิมแพรทองเน้นคำสุดท้ายเสียงแข็ง ไม่ว่าจะเวลาไหนเขาก็จะต้องเอาชนะเธอให้ได้สินะ
สาวเจ้าถอนหายใจอ่อนแล้วก้มหน้าก้มตารับประทานข้าวในจานแม้จะรู้สึกฝืดคออยู่เต็มทีก็ตาม เธอจะต้องอยู่ที่นี่อย่างคนที่แข็งแกร่งและแข็งแรง จะต้องมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้ ยิ่งทุกคนติดต่อเธอไม่ได้เธอมั่นใจว่าไม่นานพ่อกับแม่ของเธอก็ต้องตามหาเธอแน่นอน
ร่วมสองชั่วโมงที่พิมแพรทองง่วนอยู่ที่บ้านของรณณภพ หลังจากรับประทานอาหารและล้างถ้วยล้างจานเสร็จรณภพก็เดินมาส่งเธอที่กระท่อมกลางป่าที่ตอนนี้มีเพียงตะเกียงเจ้าพายุให้แสงสว่างอยู่สองดวง
พิมแพรทองยืนอยู่หน้ากระท่อมไม่ยอมเดินเข้าไปข้างในเพราะคนที่เดินมาส่งไม่คิดจะกลับไปเสียที “กลับไปสิ จะมารออยู่ทำไมล่ะฉันไม่หนีหรอก”
“ผมจะนอนเฝ้าคุณที่นี่”
สาวเจ้ามุ่นคิ้วเข้าหากันแทบผูกโบอีกครั้ง พูดออกมาได้ว่าจะนอนที่นี่หน้าตาเฉย ถ้าเขาอยู่แล้วเธอจะกล้านอนได้อย่างไรกัน
“ไม่ต้อง บอกแล้วไงว่าไม่ได้คิดจะหนี”
“อยากนอนที่นี่แล้วให้พวกคนของผมย่องมาหาคุณน่ะเหรอ อยากมีผัวหลายคนหรือไงคุณ พวกเนี้ยกลัดมันทั้งนั้นนะครับจะบอกให้ อยากรู้ไหมว่าถ้าพวกนั้นเข้ามาหาคุณทีเดียวทุกคนอะไรจะเกิดขึ้น”
“นี่ หยุดพูดนะ”
“ผมรู้ว่าคุณกลัวผม แต่ผมขอบอกไว้ก่อนว่าตอนนี้ยังไม่ได้พิศวาสคุณเท่าไร วางใจได้”
พิมแพรทองเงียบไปครู่หนึ่ง ให้เธอเลือกทางไหนก็ไม่ใช่ทางที่ดีสักทาง ทว่าหากเป็นเขาเฝ้าอยู่คนเดียวแล้วเกิดเขาทำอะไร เธอก็อาจจะสู้ได้มากกว่ามีผู้ชายหลายคน โอ้ย...เธอต้องเลือกให้เขานอนกับเธอที่นี่จริงๆ ใช่ไหม
“แล้วนายจะนอนตรงไหน”
“นอนกับคุณไง”
“อ้าว ไหนบอกว่าไม่พิศวาสฉันไง”
“ก็แค่นอน นอนหลับ คุณหมายถึงนอนแบบไหนครับ”
“โอ้ย...” พิมแพรทองอยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“แล้วต้นน้ำล่ะ นายไม่เอามานอนที่นี่ด้วยเหรอ”
“ผมให้ต้นน้ำนอนกับคนของผมที่บ้าน ที่นี่มีแค่เราสองคน คุณจะถามอะไรนักหนาไปอาบน้ำซะทีเถอะ กลิ่นเริ่มเปรี้ยวแล้วนะครับ”
“นายนี่มัน หึ่ย...” พิมแพรทองเดินหน้าบูดบึ้งเข้าไปหยิบเสื้อผ้าจากในกระท่อม จากนั้นก็ตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ข้างหลังกระท่อม
“อย่าอาบนานนะคุณ เดี๋ยวงูเงี้ยวเขี้ยวขอมันจะเลื้อยมาฉกเอา เดี๋ยวผมก็ต้องไปดูดพิษให้อีก”
“เงียบไปเลย”
“หึ่...” รณภพขำในลำคอ จะว่าไปการปั่นประสาทพิมแพรทองเล่นนี่ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน หากถึงวันที่ต้องปล่อยเธอไปก็ไม่รู้ว่าจะหาใครให้แกล้งแล้วสนุกได้เท่าเธออีก
สาวเจ้าออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดเสื้อคอกระเช้าสีน้ำตาลและผ้าถุงสีดำ “เสื้อผ้าที่มันใส่ง่ายๆ ไม่มีหรือไง”
“บ่นอะไร”
“อ๊าย...” พิมแพรทองตกใจจนตัวโยนหน้าเหยเก ไม่คิดว่ารณภพจะโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้
“ตกใจอะไร” คนตัวโตยังคงตั้งคำถามหน้าซื่อ
“มายืนทำไมอยู่ตรงนี้เล่า” จู่ๆ เขาก็พุ่งออกมาหาเธอดื้อๆ เธอก็นึกว่าผีที่ไหนโผล่มาจากหลังต้นไม้น่ะสิ
“ก็มายืนเฝ้าคุณน่ะสิ แล้วบ่นอะไร ใส่ไม่ได้หรือไงเสื้อผ้าพวกนี้น่ะ”
“ใส่ได้ แต่...” เธอจะพูดออกไปได้ยังไงว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันดูถอดง่าย ไม่เหมาะกับการใส่นอนกับผู้ชายแปลกหน้าเลยสักนิด
“แต่อะไร ดูท่าคุณก็ใส่เป็นนี่” เขามองแล้วเธอก็สวมใส่ผ้าถุงได้แน่นหนาดี แล้วทำไมยังมีสีหน้ากังวลอยู่อีก หรือว่า...
“อ๋อ กลัวผมจะถลกผ้าถุงคุณงั้นสิ กางเกงในไม่ได้ใส่หรือไง”
“ไอ้บ้า พูดจาแบบนี้กับผู้หญิงได้ยังไง”
“ก็พูดตรงๆ ไงครับ คุณจะได้ไม่ต้องกังวล เข้ากระท่อมไปได้แล้ว เดี๋ยวผมจะอาบน้ำบ้าง”
พิมแพรทองเดินจ้ำอ้าว ส่ายหัวพัลวันให้กับคนเถื่อน เธออยากจะกรี๊ดให้กับคำพูดของคนที่โตมาไร้อารยะวันละหลายร้อยรอบ หากเธอต้องอยู่ที่นี่นานแรมเดือนมีหวังได้อกแตกตายเพราะคำพูดขวานผ่าซากไร้มารยาทของเขาแน่
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่







