Masukก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูถูกเคาะจากด้านนอก
“มิลิน! ลูกหลับหรือเปล่า! วันนี้หนูไม่ไปทำงานเหรอ?”
ธีรยากำลังร้องเรียกลูกสาว เธอออกไปข้างนอกเพื่อไปส่งผ้าให้กับลูกค้า และแวะไปเดินตลาดเพื่อเลือกซื้อของ กลับเข้ามาก็พบว่าห้องนอนของลูกสาวถูกปิดล็อค เธอเลยเรียก เผื่อว่าลูกของเธอจะนอนหลับจนเพลินลืมตื่น
“ค่ะ...แม่” เสียงอันแหบแห้งพยายามเปล่งออกมาให้ดูปกติอย่างที่สุด ปุณณดากลับจากบ้านหลังนั้นด้วยสภาพที่อิดโรย ชายใจร้ายคนนั้นข่มขืนเธออย่างเลือดเย็น หนำซ้ำเขายังขู่ปุณณดาก่อนออกมาอีกด้วย
‘จะบอกใครฉันไม่ว่า! แต่ถ้าฉันเรียก! ต้องมา!’ เสียงดุดันนั้นยังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ เขาขู่เธอไว้ ถ้าเธอไม่ทำตามที่เขาบอกอีก เขาจะเอาเรื่องนี้ไปบอกทุกคน รวมกระทั่งแม่ของเธอ
“ลูกเป็นอะไร? ไม่สบายหรือเปล่า? เปิดประตูให้แม่หน่อย ตังเมโทรหาหนูหลายรอบแล้วไม่รับสาย...”
“หนูลางานค่ะแม่...รู้สึกไม่สบายค่ะ”
ปุณณดาโกหกแม่ของเธอโดยไม่ยอมที่จะลุกขึ้นไปเปิดประตู ถ้าแม่ของเธอเห็นเธอในสภาพนี้ แม่จะต้องตกใจอย่างแน่นอน
“ลุกมาเปิดประตูให้แม่ไม่ได้เลยเหรอ แล้วลูกกินยาหรือยัง แม่เป็นห่วงลูกนะมิลิน...เปิดประตูให้แม่หน่อย”
“...” ปุณณดาไม่อาจที่จะทำแบบนั้นได้ สภาพของเธอตอนนี้ยับเยินสิ้นดี รอยแดงเป็นจ้ำๆ ตามร่างกายของเธอแทบจะไม่ว่างเว้น ริมฝีปากบางบวมเจ่อ เจ็บระบมไปทั่วร่างกาย
“แม่คะ! มิลินเป็นยังไงบ้างคะ”
เสียงของกันยกรโผล่แทรกเข้ามา เธอโทรหาเพื่อนไม่รับสาย กันยกรจึงรีบบึ่งมาที่นี่ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอ ว่าปุณณดาจะต้องมีเรื่องอะไรแน่นอน
“อยู่ข้างใน แม่เรียกก็ไม่ยอมเปิด เห็นบอกว่าไม่สบาย ตังลองเรียกดูหน่อย เดี๋ยวแม่จะไปหาข้าวในครัวก่อน มิลินไม่สบายกินข้าวและกินยาจะได้พักผ่อน”
“ค่ะ”
“มิลิน! แกได้ยินฉันมั้ย! เปิดประตูให้หน่อย!”
สองนาทีต่อมา...
แกร็ก! เสียงประตูถูกเปิดออก
“มิลิน!!” กันยกรรีบรับร่างของเพื่อนเอาไว้ เมื่อปุณณดากำลังเซถลาลงมา
“แกปิดประตูก่อน ล็อคด้วยนะ”
เสียงอันแหบเบาสั่งเพื่อนทันที เรื่องนี้คนแรกที่ปุณณดาอยากให้รู้คือ กันยกรเท่านั้น
“แกเป็นอะไร!! ใครทำแกมิลิน!!”
กันยกรตกใจสุดขีด เมื่อเห็นใบหน้าและเรือนร่างของเพื่อนเธอ สภาพของปุณณดาตอนนี้ราวกับโดนทำร้ายอย่างหนัก
“แก...ช่วย”
ปุณณดาพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมา แต่ทว่าลำคอเธอกลับตื้นตัน ขอบตาร้อนผ่าว ปุณณดาผ่านการร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด เพราะการกระทำอันชั่วร้ายของชายคนนั้น
“โธ่...มิลิน แกค่อยๆ บอกฉันก็ได้”
กันยกรสงสารเพื่อนจับใจ ร่างกายอันบอบช้ำ ดวงตาแดงบวมผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ฉันโดนข่มขืน...”
ปุณณดาเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก น้ำเสียงอันสั่นเครือพยายามที่จะอธิบายกับเพื่อนของเธอ น้ำตาไหลเอ่อล้นออกมาจากดวงตาอันแดงช้ำ
“ใครทำ แก!”
กันยกรตกใจเป็นรอบที่สอง เธอไม่คิดว่าสิ่งที่เพื่อนเธอเอ่ยออกมาจะเป็นแบบนี้
“ลูกชายคุณนาย!”
“ละ-แล้วเขา...” กันยกรตกตะลึงจนไม่สามารถที่จะเอ่ยอะไรออกมาได้เลย เธอรู้สึกช็อคเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เพื่อนของเธอบอก
“ตัง...ฉันไม่อยากให้แม่ฉันรู้ แกช่วยฉันหน่อย”
ปุณณดาจับมือเพื่อนสาวเอาไว้ สิ่งที่เธอกลัวมากที่สุด คือความเสียใจของผู้เป็นแม่เธอ แม่ลำบากมาตลอดตั้งแต่เธอจำความได้ ตอนนี้เรื่องราวทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้น รวมทั้งอาการเจ็บป่วยของแม่เธอ
ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างทั้งสองสะดุ้งทันที
“ค่ะแม่...ตังอยู่กับมิลินค่ะ” กันยกรตะโกนออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้แม่ของปุณณดาเข้ามา
“แม่จะมาบอกว่า แม่ทำข้าวต้มให้มิลินเสร็จแล้วนะลูก ออกมากินข้าวก่อนนะ”
“ค่ะแม่ เดี๋ยวตังดูแลมิลินเองค่ะ”
“อืม...” ธีรยาเดินจากไปทันที เธอรู้ว่าเพื่อนรักของลูกสาวเธอนี้ รักลูกของเธอมากเพียงใด ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน ธีรยาก็ยังเป็นเพื่อนกับมาลินีแม่ของกันยกรด้วยเช่นกัน แต่เธอกับเพื่อนก็ไม่ค่อยได้พบปะเจอกันสักเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างทำมาหากินจนไม่มีเวลา
“แกเป็นไข้ใช่ไหม?”
กันยกรวางมือบนหน้าผากของเพื่อนสาว ความรักและความห่วงใยที่กันยกรให้กับเพื่อนคนนี้นั้นมากเหลือเกิน ปุณณดาคือเพื่อนรักของกันยกร เพื่อนเจ็บปวด กันยกรก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
“ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงทำแบบนั้นกับแก...เขาใจร้ายกับแกมากเลยนะมิลิน...”
“แกจะต้องช่วยฉันนะตัง แม่ฉันจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ฉันสงสารแม่ ฉันกลัวแม่จะเสียใจ แม่เจ็บปวดมาตลอดกับการโดนกระทำ”
“แล้วแกจะทำยังไง...กับเขา...ถ้าไม่ให้แม่แกรู้ ก็เท่ากับว่าเราจะแจ้งความจับเขาก็ไม่ได้งั้นสิ”
“ไม่! ฉันทำไม่ได้ แม่ของเขารู้เรื่องนี้ล่ะก็ ฉัน แม่ และน้องจะต้องหาที่อยู่ใหม่แน่นอน”
“แก...ฉันสงสารแกจัง แกเจ็บตรงไหนบ้าง วันนี้แกนอนพักไปก่อนนะ ฉันจะลางานให้แกเอง แกหยุดพักสักสองสามวันนะ”
กันยกรไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกไปได้อีก ความรู้สึกทุกอย่างมันจุกอยู่ในอกของเธอไปหมดแล้ว เธอสงสารเพื่อนของเธอ ที่ต้องโชคร้ายเจอแต่เรื่องร้ายๆ มาตลอด
………………..
สองวันต่อมา...
“พี่มิลินไม่สบาย...ดีขึ้นหรือยังครับ”
กันต์ธีเอ่ยถามผู้เป็นพี่ เขาทราบจากแม่ว่าพี่สาวของเขาไม่สบาย วันนี้กันต์ธีไม่ได้ไปทำงานพิเศษ เลยมีเวลาว่างที่จะถามไถ่อาการของพี่สาว
“อืม...ดีขึ้นแล้ว พรุ่งนี้พี่ว่าจะไปเรียน หยุดเรียนกับงานมาสองสามวันแล้ว...”
รอยฟกช้ำเริ่มเลือนหาย อาการของปุณณดาดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะส่วนนั้นของร่างกาย ซึ่งระบมแทบจะนั่งไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“ถ้าพ่อยังอยู่...พี่ก็คงไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ ถ้ากายโตขึ้น กายจะดูแลพี่กับแม่เองนะครับ”
“อืม...กายต้องตั้งใจเรียนนะ ถึงแม้ว่าพี่อาจจะไม่ได้เรียนหนังสือต่อ แต่พี่เองก็จะส่งกายเรียนนะ...แล้วกายวางแผนไว้หรือยังว่าจบปวช.สายช่างที่กายอยากเรียน แล้วกายจะเรียนอะไรต่อ”
“กายอยากเรียนต่อวิศวกรรมเครื่องกลครับ กายชอบเครื่องจักร อยากทำงานเป็นวิศวกร นายท่านอดัมเคยคุยกับกายไว้ครับ ว่าอยากให้กายเรียนสายนี้ ท่านบอกว่าจะส่งกายเรียนด้วยครับพี่มิลิน แต่นายท่านไม่ให้บอกใคร นายท่านกลัวว่าพวกเราจะเดือดร้อนครับ...แล้วนายท่านอดัมได้คุยกับพี่มิลินบ้างมั้ยครับ”
“เธอคงจะรักนนท์มากมั้งน้ำขิง...ความรักทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ฉันเองก็แรงกับเธอไปมากเหมือนกัน พอฉันมาคิดดู เจตนาของเธอมีอยู่เรื่องเดียวคือ นนท์ เธอรักนนท์มันคือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล” “งั้นเราหายกันนะ...ยัยตังเธอก็เลิกด่าฉันได้แล้วนะ” “อือ...ถ้าเธอไม่ทำเรื่องงี่เง่านะ...ฉันไม่ด่าเธอแน่น้ำขิง” “ฉันสัญญาก็แล้วกัน...อืม งั้นวันนี้เราไปฉลองกันมั้ย” “ห๊ะ! นี่เธอจะมาฉลองเรื่องอะไรอีก! ยัยน้ำขิง” “ก็ฉลองเรื่องของมิลินไง...มิลินกับท่านประธานคบกัน และอีกไม่นานก็จะแต่งงานกันแล้ว ฉันดีใจด้วยนะมิลิน” “อืม...ขอบใจนะน้ำขิง” “เอิ่ม...ปล่อยให้เป็นเรื่องเขาสองคนเถอะน้ำขิง...ไอ่เรื่องฉลองเนี่ยข้ามไปก่อนได้ไหม...” “วันหลังก็ได้...หรือจะตอนปาร์ตี้สละโสดมิลินก็ได้นะ...ฉันจะได้เตรียมตัว เตรียมชุดไว้ก่อน และอีกอย่าง %&%$#@#@” “เธอนี่มันจริงๆ เลยนะน้ำขิง”................... @ โรงแรมหรูแห่งหนึ่งกลางเมืองกรุง... “ทำไมคุณถึงนัดผมมาที่นี่...จริงๆ ร้านอาหารก็ได้นี่”กันต์ธีรู้สึกงงกับณิศราที่วันนี้เธอมาแปลก
“แต่...” นุชวราพยายามจะโต้ตอบ แต่บางอย่างก็แล่นมาจุกอกของเธอ ‘ลูกของตาแม็กซ์ หลานของเธองั้นหรือ’ “คุณพ่อครับ...ผมจะเคลียร์เรื่องทุกอย่างเองครับ คุณพ่ออย่าว่าคุณแม่เลยนะครับ เรื่องทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมกับมิลินเราคุยกันแล้วครับพ่อ ผมรักเธอครับ ผมจะแต่งงานกันเธอเร็วๆนี้ครับ” “ดีมากแม็กซ์...ลูกเป็นลูกผู้ชาย กล้าทำก็ต้องกล้ารับ เรื่องนี้พ่อจะไม่ติดใจอะไรกับลูก แต่พ่อต้องไปเคลียร์เรื่องนี้กับธีรยาด้วยตัวเอง เราทำผิดกับเธอมากเหลือเกิน พ่อต้องไปขอโทษเธอ”อดัมหันไปมองภรรยาของเขา ที่นิ่งเงียบไม่ยอมปริปากอะไรอีกเลย “ลูกด้วยค่ะคุณพ่อ ลูกจะไปกับคุณพ่อด้วย...ลูกเองก็ทำผิดเหมือนกันนะคะ” “ใช่...ริต้า...ลูกเองก็ต้องไปขอโทษธีรยานะ เพราะสิ่งที่ลูกชายเขาแค้นและทำกับลูก นั่นก็เพราะลูกทำกับครอบครัวเขาก่อน”กันต์ธีพึ่งจะสารภาพเรื่องทั้งหมดกับอดัมไปเมื่อวาน ทำให้เขาทราบเรื่องนี้ อดัมไม่โกรธกันต์ธีเลยที่ทำแบบนั้น ตอนแรกเขากะจะให้กันต์ธีทำงานกับลูกเลี้ยงเขา คอยสั่งสอนลูกสาวเขา แต่ไม่คิดว่ากันต์ธีจะเลยเถิดเกินเลยถึงขั้นมีอะไรกันเกิดขึ้น กันต์ธีคงรู้สึกผิดต่ออดัม ซึ่งเข
“อือ...ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น...แล้วเรื่องแกกับพี่ไลลาล่ะว่ายังไงบ้าง เห็นแกบอกว่าได้คุยกับพี่เขาแล้วนี่ เล่ามาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ” “เรื่องฉันกับพี่เขาน่ะเหรอ...เวลาเท่านั้นมิลิน...ฉันกับเขามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับฉันเองก็ทำใจไว้แล้ว นานแล้วด้วย ฉันเป็น LGBTQ ซึ่งมันยากมากที่คนทั่วไปจะยอมรับที่ฉันเป็นแบบนี้ ถึงแม้พี่ไลลาเขาจะรับได้ และใจตรงกันกับฉัน แต่พ่อกับแม่เขาสิ และอีกอย่างสังคมของพี่เขาอีก เขาเป็นหมอ เขามีหน้าที่การงานมีสังคมที่ดี สำหรับฉันมันไม่ใช่แบบนั้นเลยมิลิน” “ตัง...ฉันว่าแกอย่าพึ่งคิดมากนะ บางอย่างก็อาจต้องใช้เวลาอย่างที่แกบอกนะ ฉันรู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ แกอย่าพึ่งถอดใจนะ ฉันเชื่อว่าพี่ไลลาเขาก็คงมีวิธีที่จะอธิบายเรื่องของพี่เขาให้กับพ่อแม่ฟังนะ...เชื่อฉันสิ...วันหนึ่งถ้าแกไม่มีใครจริงๆ แกก็ยังมีฉันเสมอนะตัง ฉันไม่ทิ้งแกแน่นอน ฉันมีแก และแกก็มีฉันนะ” “ขอบใจแกมากนะมิลิน แกเองก็ดูแลฉันมาตลอด ถ้าไม่มีแกฉันก็คงเรียนไม่จบ เพราะไม่มีใครให้ลอกการบ้าน ^^ ฮ่า ฮ่า” “^-^”...........
“อุ้ย!” ปุณณดาคิดว่าเขากำลังหลับอยู่ ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ เขาก็ดันลืมตาขึ้นมาจนทำให้เธอตกใจ “ปล่อยเถอะค่ะ...เราคงต้องกลับกันแล้ว วันนี้คุณบอกว่าจะพาฉันกลับนี่คะ รีบลุกเถอะค่ะสายมากแล้ว”ปุณณดาหลบสายตาคมดุ พยายามดันตัวเองให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขา ‘การร่วมรักครั้งหลังที่เกิดขึ้น...มันไม่ได้เป็นเพราะการบังคับ...แต่มันเป็นการสมยอมของเธอด้วย’ ปุณณดาเขินอายกับการกระทำของตัวเอง “ได้สิ...วันนี้ผมพาคุณกลับถึงบ้าน พร้อมส่งที่หน้าบ้านแม่ของคุณแน่นอน” เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูเธอ “อุ้ย! คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ แม่ฉันต้องตกใจแน่เลยค่ะ ส่งฉันแค่ปากซอยเข้าบ้านก็พอค่ะ ฉันอยากค่อยๆ คุยกับแม่ก่อนค่ะ” “ก็ได้ครับ...ผมให้เวลาคุณอธิบายกับครอบครัวคุณ เพื่อนคุณ และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคุณหนึ่งสัปดาห์...ส่วนตัวผมก็จะกลับไปเคลียร์เรื่องทั้งหมดของตัวผมเองเหมือนกัน” “ทำไมคุณให้เวลาน้อยจังคะ ขอเวลาสักสองเดือนได้ไหม ไหนจะเรื่องงานอีกเยอะแยะเต็มไปหมดค่ะ” “ไม่น้อยเลยที่รัก สิบกว่าปีที่ผ่านมาผมทำเลวกับคุณไว้มากมาย เวลาต่อจากนี้ผมจะรักและดูแลคุณครับ”แม็กซ์พูดด้วย
“เดี๋ยวตาแม็กซ์กลับมาคุณก็รู้เอง ตอนนี้ที่ผมบอกคุณ ก็เพราะอยากให้คุณทำใจไว้บ้าง ปล่อยให้เป็นเรื่องของลูกเถอะ คุณควรจะปล่อยวางเรื่องพวกนี้ได้แล้วนะวรา ก่อนที่คุณจะไม่เหลือใคร ผมบอกคุณเป็นร้อยครั้ง ว่าผมกับธีรยาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน แต่คุณก็ไม่เคยเชื่อ สุดท้ายเป็นยังไง คุณต้องโทษตัวเองมากกว่านะ ที่คุณทำให้ลูกต้องเป็นคนไม่ดี ไปข่มเหงลูกสาวธีรยา มันไม่ควรเลยที่แม็กซ์เวลจะไปรังแกเขาแบบนั้น”อดัมรู้เรื่องราวทุกอย่าง ทั้งลูกชายและลูกสาว ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเรื่องของเวรกรรม แต่มันเป็นเรื่องของพรหมลิขิตต่างหากที่ทำให้ลูกทั้งสองของเขาได้เจอกัน บนท่ามกลางความขัดแย้ง “วราไม่ยอมเด็ดขาด ตาแม็กซ์จะต้องเชื่อแม่ อีนังผู้หญิงคนนั้นมันเป็นลูกของอีนังธีรยา วราจะไม่ยอมให้มันชนะวราได้อีก วราไม่ยอม!” “งั้นคุณอยากทำอะไรก็แล้วแต่คุณแล้วกันนะวรา ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี ผมรักคุณผมถึงบอกคุณ ถ้าคุณอยากจะใช้ชีวิตปั้นปลายที่เหลืออย่างมีความสุขล่ะก็ คุณต้องลดทิฐิลง ใช้ใจมองอย่าใช้อารมณ์และความรู้สึกของตัวเองจนเกินไป ถ้ายังไม่ปล่อยวาง ชีวิตคุณจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่สิ่งที่คุณรักมากที่สุด..
อะไรบางอย่างแล่นมากระทบใจเขาจนสั่นสะเทือน แม็กซ์เวลรู้สึกโทษตัวเองอย่างที่สุด เขาไม่ควรได้รับการอภัยจากใครทั้งนั้น สิ่งที่เขาทำนั้นมันมากเกินไปจริงๆ ความรู้สึกผิดหวังกับตัวเองพลันถาโถมสู่กลางใจ“ใช่ค่ะ และเธอก็เป็นพี่สาวที่ดีกับฉันมาตลอด ถ้าคุณจะทำร้ายจิตใจของเธอล่ะก็ ฉันไม่ยอมแน่นอนค่ะ”“ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง...ผมต้องขอบคุณเธอด้วยซ้ำ ที่คอยดูแลคุณมาทั้งที่ควรจะเป็นผมมากกว่า...ผมกับไลลาเราไม่ได้รักกันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เพราะฉะนั้นผมกับไลลาไม่คิดที่จะแต่งงานกันอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่มีโอกาสที่มีเวลาได้เคลียร์กันก็เท่านั้น”“งั้น...คุณก็ควรไปเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยค่ะ และอีกอย่างฉันขอเวลาสักพัก ขอฉันได้มีเวลาคิดและทบทวนเรื่องต่างๆ นี้บ้างค่ะ...คุณพาฉันกลับบ้านเถอะค่ะ...ฉันอยากกลับบ้าน”“...” แม็กซ์เวลนิ่ง เขาต้องให้เวลาเธอใช่ไหม? เธอเจอเรื่องเลวร้ายที่สุดที่เขาเป็นคนกระทำ จริงๆ แล้วเขาไม่ควรได้รับการอภัยด้วยซ้ำ แต่จะทำอย่างไรดี? แม็กซ์เวลกลัวใจของเธอเหลือเกิน กลัวว่าเธอนั้นจะหันหลังให้กับเขาตลอดกาล......................@ แผนกไอที บริษัทเอ็กซ์คลูซีฟเอนจิเนียร์ จำกัด “สวั







