LOGINเมื่อนางต้องทำงานทั้งวันเป็นครั้งแรก ร่างกายอันบอบบางก็เริ่มทนไม่ไหว ร่างที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงเล็กจนครางฮือๆ ขึ้นในตอนกลางดึก
ชายหนุ่มลุกขึ้นมองด้วยความรำคาญระคนห่วงใย เมื่อเห็นนางครางไม่หยุด ทั้งยังเรียกชื่อก็ไม่ขานจึงได้ลุกขึ้นมาดู
“เจ้านอนเงียบๆ ไม่ได้หรือไร ” ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นมาดูหญิงสาวแต่กลับพบว่าร่างกายของนางร้อนรุ่มและยังครางอยู่เป็นระยะ
“เจ้าบอบบางเสียจริง เพิ่งทำงานไม่เท่าไหร่ก็ป่วยเสียแล้ว”
มู่หลี่เฉียงให้สาวใช้เข้ามาดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพื่อคลายพิษไข้ให้นาง จากนั้นเขาก็ไปหยิบขวดกระเบื้องใส่ยาลูกกลอนออกมา ประคองร่างนางให้นั่งพิงอกแล้วกระซิบบอก
“เจ้าอ้าปากกินยาสักหน่อยเถอะ พรุ่งนี้เจ้าจะได้หายป่วย”
เปลือกตานางขยุกขยิกเพื่อได้ยินเสียงเขาแต่ไม่มีแรงจะตอบรับ ชายหนุ่มจ่อน้ำดื่มที่ริมฝีปากให้จิบแล้วค่อยป้อนยาลูกกลอนลงไปจากนั้นก็ให้นางจิบน้ำอีกครั้งหนึ่ง
เขานั่งเฝ้าอยู่ครู่ใหญ่จนร่างกายของนางความร้อนเริ่มลดลงจึงเดินกลับขึ้นเตียงใหญ่ไปนอน ทว่าหญิงสาวกลับครางขึ้นอีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจช้อนร่างนั้นไปยังเตียงใหญ่แล้วห่มผ้าให้
“เจ้านอนใกล้ๆ ข้าก็แล้วกันเผื่อจะดีขึ้น” เขาพึมพำพลางล้มตัวลงนอน
จางเลี่ยงหวงตื่นขึ้นในยามดึกเหงื่อกาฬของนางแตกพลั่ก อาการไข้ค่อยๆ ดีขึ้น ทว่าอากาศยามกลางคืนเย็นนัก นางที่ไม่ยอมลืมตาคว้าไปรอบๆ เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นข้างกายจึงขยับเข้าไปใกล้ ขณะนั้นมู่หลี่เฉียงรู้สึกว่ามือเล็กๆ ของคนที่นอนข้างเหนี่ยวเอวของเขาไว้แน่น ทั้งยังกระเถิบเข้ามาหาเข้าจึงโอบกอดนางไว้ด้วยความเต็มใจ
หน้าอกของนางอวบหยุ่นเบียดอยู่กับแผงอกของเขา ชายหนุ่มรู้สึกร่างกายรุ่มร้อนขึ้น เขาพยายามข่มใจและข่มตาให้หลับลง ทว่ากลับทำได้ยากเย็น
“คุณหนูจาง ข้ายังไม่อยากกลายร่างเป็นหมีป่าที่อยากจะผสมพันธุ์ยามนี้หรอกนะ”
เขาพยายามดันขาของนางมิให้เข้ามาเสียดสีกับต้นขาของตนมากนัก มิฉะนั้นความรุ่มร้อนในยามนี้อาจจะปะทุออกมาจนกลายเป็นดินระเบิดได้ เมื่อเห็นว่าเรียกนางแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว เขาจึงลุกขึ้นไปเอาผ้าห่มผืนเล็กมาพันช่วงล่างตนเองไว้มิให้เบียดกับร่างกายของนาง
‘ค่อยยังชั่ว ไม่เช่นนั้นข้ากับนางเห็นทีก็ไม่พ้นคืนนี้แน่’
จางเลี่ยงหวงลืมตาขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่ในอ้อมกอดของรองแม่ทัพมู่อีกครั้งก็ร้องเสียงหลง ทำเอาชายหนุ่มผวาตื่นขึ้นมา
“เจ้าจะร้องเสียงดังทำไมกัน ผู้อื่นก็แตกตื่นพอดี”
ด้วยความที่เขาเป็นคนเสียงดังและท่าทางถมึงทึง ทำเอาหญิงสาวผงะด้วยความกลัว มู่หลี่เฉียงจึงค่อยรู้สึกว่าตนเองทำเกินไป เขายื่นมือมาแตะหน้าผากนางเบาๆ
“เจ้าหายเป็นไข้แล้วนี่ ตอนเที่ยงคืนเห็นเหงื่อออกเยอะแยะ คงดีขึ้นแล้วกระมัง ดีเหมือนกันจะได้ไปฝึกทำงานต่อเสียที”
เขาลุกขึ้นจากเตียงเรียกให้บ่าวข้างนอกนำน้ำร้อนเข้ามาส่ง
บ่าวรับใช้หันมามองหญิงสาวบนเตียงของรองแม่ทัพแล้วก้มหน้ายิ้มน้อยๆ จนจางเลี่ยงหวงใบหน้าร้อนผ่าว นางรู้ว่าบ่าวรับใช้ผู้นั้นกำลังคิดสิ่งใด
“วางอ่างน้ำไว้ตรงนั้นแล้วก็ออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึม
บ่าวรับใช้รีบวางอ่างน้ำทองเหลืองและผ้าสำหรับเช็ดตัว วางไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียงนอนแล้วกลับออกไป
คนทั้งจวนนี้ล้วนพูดกันว่านางเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของเจ้าหมีป่าเพราะสภาพของนางตั้งแต่วันมาจนถึงวันนี้ดูอย่างไรก็คล้ายกับสตรีของเขา นางจำยอมต้องปล่อยให้ทุกคนเชื่อในภาพที่เห็นกันต่อไป
“เจ้าลุกเช็ดตัวไหวหรือไม่ หรือจะให้ข้าช่วย”
คำพูดของเขาทำเอานางสะดุ้ง ใจก็อยากจะขว้างหมอนปาใส่หน้าเขานัก บ่าวรับใช้ยังไม่พ้นประตูห้อง เขาพูดเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของทุกคน
“ไม่ ไม่ต้อง ข้าทำเอง” นางรีบลุกขึ้นเข้าไปหลังฉากเพื่อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
“วันนี้ข้าจะกลับมาช้าหน่อย เจ้าช่วยแม่นมเจียงทำงานให้ดีเล่า” เขายืนรอให้นางมาสวมเสื้อผ้าช่วย
จางเลี่ยงหวงก้มหน้าลงเบ้ปากน้อยๆ เกิดมานางยังไม่เคยต้องช่วยผู้ใดแต่งตัว มีเพียงผู้อื่นที่ต้องมาช่วยกันดูแลนาง แต่บัดนี้นางกลับต้องมารับใช้เจ้าคนเถื่อนผู้นี้
‘หรือว่าสวรรค์จะลงโทษที่ข้าเอาแต่ใจมาตลอด’
“ข้าไม่อยู่กินข้าวเช้านะ จะต้องรีบเข้าค่ายแล้ว”
ชายหนุ่มเดินดุ่มออกไปหน้าจวน คนภายนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาถึงเรือนท้ายจวนแห่งนี้ เพราะฉะนั้นต่อให้คนทั้งกองทัพออกตามหานางก็ไม่มีวันเจอ
นางทำความสะอาดเรือนเรียบร้อยตามที่แม่นมเจียงแนะนำก็ออกมานั่งพักอยู่ด้านหน้าเรือน รอจังหวะที่แม่นมไปงีบหลับคิดจะหนีออกจากที่นี่ เรือนส่วนหลังของเขามีคนอารักขาอยู่ไม่กี่คน และยามนี้ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดอยู่ นางจึงค่อยๆ เล็ดลอดออกไปยังป่าไผ่ข้างหน้า...ทว่าผู้เฝ้ารอบจวนของเขาช่างตาไวนัก เมื่อเห็นนางลับๆ ล่อๆ อยู่ก็พากันล้อมจับในทันที
“อย่าให้นางหนีไปได้!”
มู่หลี่เฉียงที่รู้สึกคิดถึงคุณหนูจางรีบเร่งทำงานเพื่อจะกลับจวนจนทุกคนในค่ายพยัคฆ์เหินแปลกใจ ขณะที่เขาเร่งฝีเท้ามาถึงป่าไผ่ที่ปลูกคั่นระหว่างเรือนใหญ่กับเรือนท้ายจวนก็เห็นคนอารักขาเรือนกำลังล้อมจับหญิงสาวที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปในป่าไผ่ เขากระโจนด้วยกำลังภายในใช้เท้าแตะลำต้นไผ่พุ่งไปจนถึง ตัวนาง
“เจ้าคิดจะหนีไปไหนหรือจางเลี่ยงหวง!”
หญิงสาวตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาเร็วถึงเพียงนี้
“ขะ ข้าก็แค่อยากออกมาดูรอบๆ จวนแค่นั้นเอง”
เขากระโจนเข้าไปแบกนางขึ้นพาดบ่า เดินดุ่มๆ กลับเรือนท้ายจวนในทันที “เห็นทีข้าคงจะใจดีกับเจ้ามากเกินไป หรือว่าเจ้าอยากให้ข้าล่ามเจ้า”
“ไม่ๆ ต่อไปข้าจะไม่ขัดคำสั่งของท่านอีกแล้ว”
“จริงหรือ ว่าแต่ที่เจ้าเข้าไปวิ่งวนอยู่ในป่าไผ่ก็ไม่ใช่เพราะคิดจะหนีแน่นะ” เขาวางนางลงบนเตียงใหญ่ ยื่นหน้าเข้ามาข่มขู่ “หากเจ้าคิดจะไปโดยข้าไม่อนุญาต อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มฝากบุตรชายไว้กับแม่นมเจียงและแม่นมคนใหม่“แม่นมเจียง ข้าฝากลูกข้าด้วย ข้าจะเร่งมือมีบุตรสาวอีกสักคน”แม่นมเจียงยิ้มกว้าง “คุณชาย ต้องรอให้ร่างกายนางพักฟื้นฟูเสียก่อนนะเจ้าคะ”“ไม่ต้องห่วง ผ่านเข้าเดือนที่สี่แล้ว ข้าบำรุงร่างกายของนางอย่างเต็มที่ เหมาะที่จะลงมือแล้ว”มู่หลี่เฉียงพาภรรยาหายขึ้นเขาไปเป็นระยะๆ ส่วนวันที่เหลือก็คอยแย่งเวลากับบุตรชายคนโต ผ่านไปหกเดือน นางก็ตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง จางเลี่ยงหวงบ่นกระปอดกระแปดที่ต้องท้องติดๆ กัน นางขอร้องให้สามีเว้นช่วงระยะไปสักปี แต่มู่หลี่เฉียงกลับไม่ยอม บังเอิญเกิดเหตุกบฏอ๋องสี่ขึ้นเสียก่อนเขาจึงต้องเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งภารกิจการปราบปรามอ๋องสีหนักหนาสาหัสยิ่งนัก หลังจาปราบกบฎลงได้ หมิงฮ่องเต้จึงทรงดำรงให้ตั้งค่ายทหารที่นอกเมืองฉู่จิ้งเพื่อป้องกันการซ่องสุมกำลังพลของผู้มีอิทธิพลในภาคตะวันตกซึ่งเป็นดินแดนที่กว้างไกล ต่อไปกับแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งมีชนเผ่าในทะเลทรายมากมายอาศัยอยู่ กว่าจะเสร็จภารกิจการจัดตั้งค่ายทหารเมืองฉู่จิ้งได้ก็ปาไปครึ่งปีมู่หลี่เฉียงกลับมาถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกครั้งก็พบว่า บุตรชายคนโตก็เรียกท่านพ่อได้อ้อแอ้แ
แม้จะแต่งงานผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทั้งมู่หลี่เฉียงยังขยันขันแข็งร่วมรักกับนางอยู่ไม่เว้นวาย จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งครรภ์เสียทีจนนางนึกกังวล“ท่านพี่หรือว่าร่างกายของข้าจะไม่ดี”“เจ้าอย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวข้าจะหาหมอเก่งๆ มาตรวจร่างกายของเราสองคน ดูไปแล้ว เจ้ากับข้าก็ร่างกายปกติทุกอย่าง หมอสี่ห้าคนที่เคยตรวจมาก็ไม่เคยทักเรื่องร้ายเลยสักครั้ง”จางเลี่ยงหวงกังวลอย่างมาก นางเขียนจดหมายขอให้ทางครอบครัวเดิมส่งยาชั้นดีมาให้หลายขนานเจ้าหมีป่าเองก็เสาะหาท่านหมอที่เก่งกาจในละแวกนั่นมาตรวจร่างกายทั้งตนและภรรยาหลายคนแล้วก็พบว่าปกติ แต่จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งท้องเสียทีสุดท้ายจึงได้เรียกหมอทหารมาตรวจอาการของจางเลี่ยงหวงพบว่าร่างกายของนางต้องบำรุงเพิ่มธาตุหยินให้มากขึ้นเพื่อให้สมดุลมู่หลี่เฉียงจึงคอยประคบประหงมภรรยาเป็นอย่างดี จากนั้นอีกหลายเดือนเขาก็ได้มีโอกาสเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าเฝ้าพระชายาฟ่านซิ่วอิงที่เพิ่งคลอดแฝดสี่มู่หลี่เฉียงเห็นเด็กทารกทั้งสี่ก็รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เขาเก็บเอาไว้นั่งฝันนอนฝันอยากจะมีบุตรธิดากับจางเลี่ยงหวงเยอะๆ เช่นนี้บ้างเมื่อกลับถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกคร
เกาหลินเจี๋ยสีหน้าไม่สู้ดีนัก นับตั้งแต่เขาจูบซ่งไป๋หลานในคืนนั้น นางก็หายหน้าหายตาไป แม้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาจะส่งแม่สื่อไปทาบทามและทำสัญญาหมั้นหมายกันเรียบร้อยตามขั้นตอนแต่นางก็ไม่มาปรากฏตัวให้เห็น นายกองเกาผู้เอะอะโผงผางอยู่เป็นนิจถึงกับต้องบากหน้าไปปรึกษารองแม่ทัพมู่ผู้เป็นนาย “นี่เจ้าดูเหมือนคนอดนอนมาหลายคืนแล้ว มีทุกข์ใดนักหรือ ” มู่หลี่เฉียงประหลาดใจที่คนจะได้แต่งงานอย่างนายกองเกากลับไม่รื่นเริงสักนิด “หรือว่าเจ้าเองก็ถูกซ่งไป๋หลานข่มเหงด้วยเหมือนกัน” เรื่องของเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังคนซื่อกลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งค่ายทหาร เพราะเกาเฉี่ยนคนงามปล้ำจูบเสี่ยวหวังในคืนเทศกาลบูชาเทพธิดาปฐพี ทำให้นางเสนอตัวรับผิดชอบเสี่ยวหวัง ทั้งคู่กำลังจะแต่งงานในไม่ช้า “มิได้ๆ เป็นข้านั่นล่ะที่ข่มเหงนาง ท่านมู่ แม้นางจะยอมแต่งงานกับข้าแต่ท่านดู! นางไม่ยอมออกมาให้ข้าได้พบหน้าสักนิด ตั้งแต่คืนนั้นนางก็เงียบหายไปเลย ข้าให้เกาเฉี่ยนไปหลอกล่อนางออกมาแล้วนางก็ไม่มา” มู่หลี่เฉียงยกยิ้มมุมปาก “จะพูดให้ยากไปทำไม ไหนๆ เจ้ากับนางก็จะแต่งงานกันแล้ว ทำแทนพูดจะตกลงกัน
“ถ้าหากเขาไม่ยอมมาขอโทษข้า ก็แสดงว่าเขาเป็นบุรุษที่ใช้ไม่ได้เจ้าค่ะ” จางเลี่ยงหวงพยักหน้า “จริงของเจ้า หากว่าเขาไม่ยอมมาขอโทษเจ้า วันหน้าก็คงจะเป็นสามีภรรยาที่เคารพกันและกันไม่ได้” นางหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบแล้วพลันนึกถึงเกาเฉี่ยนขึ้นมา “พูดเรื่องแม่นางเกา ข้าคิดว่านางมาชอบท่านพี่ของข้าเสียอีก แต่เจ้าบอกว่านางไปกับเสี่ยวหวัง” “เจ้าค่ะ นางชอบเสี่ยวหวังมาตั้งแต่แรกแล้ว หาได้เคยคิดจะชอบท่านรองแม่ทัพไม่”จางเลี่ยงหวงชะงัก เกาเฉี่ยนรูปร่างหน้าตางดงามหากอยากจะคิดเป็นอนุภรรยาของ มู่หลี่เฉียงก็ไม่แปลกแต่กลับไปฝังใจชอบเสี่ยวหวังที่วันๆ ไม่พูดไม่จา “เรื่องในโลกนี้ บางอย่างเกินคาดจริงๆ” จางเลี่ยงหวงเอ่ยออกมา “เจ้าค่ะนายหญิง ข้าได้ยินทีแรกยังแทบไม่เชื่อหู แต่เรื่องนี้นายกองเกาเองก็ได้ยินเช่นกัน” ซ่งไป๋หลานเล่าเรื่องราวระหว่างเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังให้นายหญิงของตนฟังจนหมดสิ้น “เจ้าช่วยนางก็ถูกแล้ว ว่าแต่เสี่ยวหวังยอมรับนางหรือไม่เล่า” จางเลี่ยงหวงรู้สึกเห็นใจเกาเฉี่ยนขึ้นมา “ไม่ทราบเจ้าค่ะ เพราะข้ามัวแต่ทะเลาะกับนายกองเกา ดังนั้นจึ
สองสามีภรรยาเดินยิ้มๆ ไปหารือกันสองสามประโยคก่อนจะจูงมือกันออกนอกจวน“เช่นนั้นข้าคงต้องรีบไปหารือกับท่านเกา บิดาของนายกองเกาตอนนี้เลยก่อนที่คนจะลือกันเสียหายมากกว่านี้” ท่านแม่ของเกาหลินเจี๋ยได้ยินเรื่องราวก็ตบเข่าดังฉาด นางยิ้มกว้างด้วยความพอใจ “ข้าว่าแล้วเชียว! ไม่มีไฟจะเกิดควันได้อย่างไร พวกเขาสองคนไม่ยอมรับกระทั่งมีคนจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ แม้จะเป็นเรื่องน่าอาย แต่ข้าก็ยินดีนัก จะได้จัดการเรื่องให้ชัดเจนไปเสียที ท่านรองแม่ทัพเดี๋ยวตอนสายข้าจะให้แม่สื่อทำตามประเพณีทุกประการไม่ให้พวกท่านเสียหน้าอย่างเด็ดขาด!” ส่วนท่านเกาผู้เป็นบิดาก็ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะพออกพอใจที่บุตรชายถึงคราวต้องจำนนกับหลักฐานเสียที ที่ผ่านมาชายหนุ่มเอาแต่บ่ายเบี่ยงและอ้างว่าตนเองต้องไปรบทัพจับศึกไม่มีเวลาหาภรรยา “เสี่ยวเจี๋ยมีภรรยาเสียที ข้ากับฮูหยินปวดหัวเรื่องนี้กันมานานแล้ว บังคับเขาแต่งงานทีไรก็อ้างว่าต้องออกไปฝึกทหาร” มู่หลี่เฉียงแยกกับภรรยาก็กลับไปยังค่ายทหาร เขายังข้องใจเรื่องเกาเฉี่ยนไม่หาย ครั้นเห็นเสี่ยวหวังนั่งดวงตาเหม่อลอยจึงเข้าไปไถ่ถามถึงเรื่อง
เกาหลินเจี๋ยขยับเข้ามารั้งร่างบางเข้าแนบชิด ประกบริมฝีปากจูบนางในทันที ซ่งไป๋หลานตกใจดิ้นอึกอักแต่ชายหนุ่มร่างกำยำกับกอดนางไว้แน่น เขาจูบทั้งปาก ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา และใบหูของนาง “ไอหยา!” เสียงอุทานของคนที่ยืนมุงดูอยู่บนสะพานทำเอานายกองเกาปล่อยมือจากแม่นางคนงามแทบไม่ทัน ซ่งไป๋หลานกับเกาหลินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นทหารกลุ่มใหญ่กำลังยืนดูอยู่ด้วยสายตาตกตะลึง “นายกองซ่ง!” “นี่พวกเจ้า!” “ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ พวกเราก็มาเดินลาดตระเวนตามปกติ ผู้ใดจะไปรู้เล่าว่าพวกเจ้าสองคนจะร้อนแรงถึงเพียงนี้” สหายของเกาหลินเจี๋ยรีบส่งเสียงขอโทษขอโพยพลางหันไปไล่ลูกน้องทั้งหลายให้หลบไปจากบริเวณนั้น “พวกเจ้าตามสบายเถอะ ข้าไล่พวกเขาไปหมดแล้ว” ซ่งไป๋หลานใบหน้าซีดเซียวแทบจะลมจับ คราวนี้นับว่านางหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมกับเกาหลินเจี๋ยแล้ว เรื่องเก่าๆ ก็ยังพอจะเรียกได้ว่าความเข้าใจผิดและบังเอิญได้ แต่ครั้งนี้เขา...เขาจูบนางเข้าไปจริงๆ ยากจะแก้ต่างให้ตัวเองได้อีกต่อไป “ข้าจะกลับแล้ว!” นางผุดลุกขึ้นวิ่งออกจากศาลาด้วยความโกรธและความอาย “ช้าก







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)