LOGINหวืด หวืด
รามินทร์เหวี่ยงเข็มขัดไปด้านหน้า เข็มขัดหนังตัดผ่านอากาศส่งเสียงดังหวืด พิมพ์พลอยตัวงอลงทันที
“คุณรามินทร์อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ ปล่อยหนูไปเถอะ”
“คนทำผิดต้องลงโทษ ฉันคงปล่อยเธอไปแบบไม่มีแผลไม่ได้…” เขาจับเธอให้หันหลัง พิมพ์พลอยตัวสั่น
“เอามือกอดอกไว้!”
“ฮือ…” เธอทำตามที่เขาสั่ง รามินทร์เหวี่ยงแขนลงแรงไปเต็มที่
เพี๊ยะ!
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องปนกับเสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นจากหญิงสาว รามินทร์ง้างเข็มขัดขึ้นอีก
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ
“กรี๊ด! อ๊าย! ฮือ…”
รามินทร์ใช้เข็มขัดฟาดก้นและแผ่นหลังซ้ำรอยเดิมของเธอไปสิบครั้ง พิมพ์พลอยทรุดกายลงนั่งกับพื้น เจ็บระบมไปหมดทั้งกาย เธอร้องไห้ออกมาจนหายใจติดขัด
“นี่แค่สั่งสอนเบาๆ หวังว่าคราวหน้าเธอคงจะไม่ทำอีก”
“ฮือ…”
“ถ้าเธออยากรู้ ฉันจะบอกเธอให้ก็ได้ ไอ้เพชรระยำเม็ดนั้นน่ะ นอกจากมันจะเป็นเพชรประจำตระกูลแล้ว มันถูกเจียระไนเป็นรหัสลับของสารเคมีที่ใช้ผลิตยาเสพติดชนิดหนึ่ง ปู่ของปู่ทวดฉันเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นอัจฉริยะด้านการศึกษาค้นคว้าสารเคมีที่ใช้ผลิตยารักษาโรค แล้วบังเอิญได้สูตรยาชนิดนี้มาจากการทดลองทำยารักษาโรคทางจิตประสาท ไอ้ยาเสพติดชนิดนี้มันถูกตั้งชื่อว่า YOLL หากเสพไปในช่วงแรกจะมีความสุข สุขแบบลืมทุกข์ไปชั่วขณะ สุขแบบลุ่มลึกเกือบถึงขั้นนิพพาน ในบันทึกระบุหากเสพไปแล้วจะต้องเสพอีก เสพทุกวัน แค่วันละครั้งก็มีฤทธิ์อยู่ได้ถึง 24 ชั่วโมง คนเสพจะไม่ทำงานทำการ จะดื่มด่ำกับความสุขเงียบๆ คนเดียวในห้อง จะกินอาหารได้น้อยลง แต่ถ้าหากว่าขาดยาจะมีอาการคุ้มคลั่ง ควบคุมความคิด ควบคุมการกระทำของตัวเองไม่ได้ สัญชาตญาณดิบภายในตัวเองจะถูกปลดปล่อยออกมา ทำได้แม้กระทั่งสังหารคนที่รัก หากไม่ได้เสพยาเกิน 3 วันคนนั้นจะตาย” เขาเน้นย้ำถ้อยคำสุดท้าย พิมพ์พลอยเบิกตากว้าง ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“ตาย… ตายเลยเหรอคะ ไม่มีวิธีไหนรักษาเหรอคะ”
“ไม่มี! ไม่มียาตัวไหนรักษาอาการนี้ได้ ถ้าไม่ได้เสพก็ตาย แค่นั้น…”
“ทำไมบรรพบุรุษของคุณถึงได้สลักรหัสสารเคมีไว้บนเพชรแบบนั้นล่ะคะ ทำไมไม่ทิ้งสูตรนั้นไป”
“เพราะมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไงล่ะ ไม่มีใครคิดยาร้ายแรงแบบนั้นได้นอกจากบรรพบุรุษของฉัน เลยต้องการจะเก็บไว้เพื่อให้ลูกหลานคนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อ แต่… พอมีคนรู้มากขึ้น ใครๆ ก็อยากจะได้สูตรยานี้ไป บางคนอยากได้ไปศึกษา แต่บางคนอยากได้เพื่อไปผลิตยาเสพติดจำหน่าย ลองคิดดูสิ… ถ้ามีคนสุดโต่งสักคนผลิตยานั่นแล้วทำให้คนติดจะทำยังไง ต้องมีคนคลุ้มคลั่ง ลัก ปล้น ชิง ฆ่า เพื่อเอาเงินมาซื้อยาเสพติดมากมายขนาดไหน ต่อไปประเทศชาติจะเป็นยังไง ฉันถึงต้องเก็บรักษาดูแลเพชรเม็ดนี้อย่างดีที่สุด ไม่ให้คนพวกนั้นได้ไปไว้ในครอบครอง” รามินทร์จ้องมองไปที่แท่นไม้ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของเพชรเม็ดดังกล่าว พิมพ์พลอยนิ่งเงียบไปอย่างใช้ความคิด
เพราะแบบนี้ใช่ไหมพ่อเธอถึงได้ถูกยิงตาย…
เพราะแบบนี้ใช่ไหมรามินทร์ถึงได้แค้นพ่อเธอนัก…
เพราะแบบนี้ใช่ไหมเธอกับแม่ถึงได้ถูกตามไล่ฆ่า…
น้ำตาไหลลงมาอาบสองแก้มนวล เสียงสะอื้นน้อยๆ ดังขึ้นจากเด็กสาว ความไม่เข้าใจในตัวบิดาแล่นพล่านในหัวสมองเธอ
ทำไม… พ่อเธอขโมยเพชรเม็ดนั้นไปทำไม
เอาไปขาย… แน่นอนว่าถ้าขายต้องได้เงินจำนวนมหาศาล แต่พ่อไม่คิดเลยสักนิดเหรอว่าสูตรยาอันตรายแบบนั้นมันจะทำลายคนในชาติ
“ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังสับสนกับตัวเอง สับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตเธอ แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับเธอคือ… ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะดูแลเธอเอง แม้ว่าฉันจะดุร้าย ร้ายกาจ ชอบใช้ความรุนแรง แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาฆ่าเธอแน่นอน เพราะฉันรับปากกับพ่อเธอไว้แล้วว่าจะดูแลเธอตามที่พ่อเธอขอร้องไว้ก่อนตาย” รามินทร์เดินเข้ามาใกล้ประชิดตัวหญิงสาว พิมพ์พลอยก้มหน้างุด
“หลังจากนี้ฉันจะต้องออกตามล่าเอาเพชรเม็ดนั้นกลับคืนมาเพื่อทำลายทิ้งให้สิ้นซาก เพราะฉะนั้นหากเธอพอรู้เบาะแส รู้ว่าพ่อเธอสนิทกับใคร เธอช่วยบอกฉันด้วย ฉันไม่ต้องการให้เพชรเม็ดนั้นไปอยู่ในมือคนชั่ว เข้าใจไหม” เขาจับปลายคางเธอเชิดขึ้นให้มองสบตาเขา พิมพ์พลอยพยักหน้าน้อยๆ เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น
“ค่ะ”
“ว่าง่ายแบบนี้ค่อยดีหน่อย เธอกลับไปนอนที่ห้องเธอได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะเรียกนุชให้มาทำแผลทายาให้” เขาตบไหล่เธอเบาๆ พิมพ์พลอยใจชื้น ถึงแม้ว่าเขาจะลงโทษเธอ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอตาย เขายังคงมีน้ำใจและเมตตาเธออยู่เสมอ
พิมพ์พลอยได้ไปเรียนตามปกติ รามินทร์แจ้งเหตุผลในการหยุดเรียนให้เธอว่าเป็นอีสุกอีใส พอมาถึงโรงเรียนเพื่อนๆ ตามถามด้วยความแปลกใจ เพราะมีเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกันพยายามจะโทรหา แต่ก็โทรไม่ติด ติดต่อไม่ได้ ซึ่งเธอก็ต้องหาเหตุผล บอกไปว่าโทรศัพท์เสียเอาไปเข้าศูนย์ซ่อมพอดี
เหนื่อย… เป็นเด็กในสังกัดของเขานี่เหนื่อยจริงๆ
เธอนั่งเท้าคางถอนหายใจเฮือกๆ ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ลมเย็นๆ พัดโชยมาทำให้ผมยาวสีดำขลับที่ถูกรวบเป็นหางม้าปลิวไสว พิมพ์พลอยเหม่อมองไปด้านหน้าจนไม่รู้ตัวว่ามีเพื่อนชายคนหนึ่งเข้ามานั่งใกล้ๆ
“เธอนี่เป็นอีสุกอีใสแล้วแผลหายไวดีจังเลยนะ ดูสิ… ที่หน้าไม่มีร่องรอยแผลหลงเหลืออยู่เลย” อะตอม… เพื่อนในห้องเดียวกันเปรยขึ้น พิมพ์พลอยสะดุ้ง กระเถิบกายถอยห่างโดยอัตโนมัติ เพราะรู้ว่าอะตอมเป็นเพื่อนที่ชอบเธอมาก ชอบถึงขั้นหลงรัก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนๆ จะมีของขวัญจากเขามาให้เธอตลอด ขนาดวันนี้… วันที่เธอหายป่วย เขายังเอาช็อกโกแลตกล่องใหญ่มาให้เธอเลย แถมยังเป็นคนที่รู้ใจเธอทุกอย่าง รู้ด้วยว่าเธอชอบกินไวท์ช็อกโกแลตมาก เลยซื้อแต่ไวท์ช็อกโกแลตมาให้
“พอดีว่าตอนเด็กฉันเคยฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสน่ะ เลยเป็นไม่เยอะ ไม่ค่อยขึ้นที่หน้า ส่วนใหญ่จะไปขึ้นที่หลังมากกว่า” เธอเอาคำตอบที่รามินทร์คิดให้เมื่อเช้านี้มาตอบอะตอม จริงอย่างที่รามินทร์บอก มันต้องมีใครสักคนสงสัยว่าทำไมเธอเป็นอีสุกอีใสแล้วถึงไม่มีรอยแผลเป็น
“ดีแล้ว หน้าเธอสวยใสแบบนี้ ถ้ามีรอยแผลเป็นจากอีสุกอีใสนี่เสียดายแย่เลย” อะตอมเอามือยื่นมาด้านหน้า หวังจะจับแก้มเธอ แต่พิมพ์พลอยลุกขึ้นยืนพร้อมเดินหนีได้ทุกเมื่อ
“เอ่อ… ฉันลืมไปว่าวันนี้ฉันจะต้องรีบกลับบ้าน ต้องรีบกลับไปทำการบ้านส่งอาจารย์น่ะ หยุดเรียนไปเป็นอาทิตย์ๆ การบ้านเยอะมากเลย ไปก่อนนะ บาย!” เธอโบกมือบ๊ายบาย เอากระเป๋าเป้สะพายไหล่แล้วหอบกล่องช็อกโกแลตเดินลิ่วๆ ไป อะตอมมองตามด้วยความเสียดาย
พอมีจังหวะก็ได้คุยแค่นิดเดียว… พิมพ์พลอยนี่ใจแข็งชะมัด ไม่เหมือนกับสาวๆ คนอื่นเลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน แต่เธอกลับไม่สนใจ ไม่ตื่นเต้นอะไรกับเขาเลย ทำไม…
หรือว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว…
สารพัดความคิดผุดขึ้นมาเต็มหัวสมองของเด็กหนุ่ม เขาหันหลังเดินคอตกกลับไปเตะบอลกับเพื่อนๆ เหมือนเดิม ต้องมีสักวันเถอะน่า… ต้องมีสักวันที่เขาจะเอาชนะใจพิมพ์พลอยให้ได้!
เขาปล่อยให้เธอเลียจนพอใจ จากนั้นจึงเดินมาคร่อมร่างบางของเธอไว้แล้วสอดกายเข้าไปในรูสวาทด้านหน้าของเธอ พิมพ์พลอยเกร็งสะท้านไปทั่วทั้งกาย อยากจะบิดเร่าให้ขาดใจแต่ตอนนี้ร่างกายของเธอกลับถูกพันธนาการไว้หมดทุกส่วน ได้แต่ปล่อยให้เขาแทงแก่นกายเข้ามายังรูรักของเธอเรื่อยๆ แทงจนเธอเสร็จไปอีกหลายรอบเขาถึงปล่อยน้ำรักออกมา“อู้ว!”เหมือนว่ารามินทร์ยังไม่พอใจในการเล่นกับร่างกายหญิงสาว เขาแก้เชือกที่มัดมือมัดเท้าออก พิมพ์พลอยร่วงลงไปนอนลงกับพื้น เธอหอบถี่ๆ มองดูชายหนุ่มที่ยืนเปลือยอยู่เหนือร่างของเธอ เขาเดินตรงไปหยิบไม้แทงสนุ๊ก แต่ปลายไม้มีอวัยวะเพศชายปลอมสวมไว้อยู่ พอหยิบได้ก็เดินมาหาเธอ“อ้าขา” เขาสั่ง พิมพ์พลอยนอนหงายชันขาขึ้นแล้วก็อ้าขาตามที่เขาต้องการ รามินทร์สอดอวัยวะเพศปลอมเข้าไปในรูสวาทของเธอ เขานั่งคุกเข่าแล้วแทงไม้เข้าๆ ออกๆ เสียงร้องครวญครางและเรือนร่างบางที่ดีดดิ้นทำให้รามินทร์สนุกมาก ยิ่งเห็นเธอกรีดร้องเขายิ่งแทงไม้เข้าไปในรูสวาทของเธออีก“อ๊าๆๆๆๆๆ อ๊าย! อ๊าย! กรี๊ด!”สิ้นสุดเสียงหวีดร้อง พิมพ์พลอยเกร็งร่างขึ้นกระตุกวาบไหวตัวสั่นไปหมด รามินทร์ฉีกยิ้มสะใจ เขาดึงไม้สนุ๊กออกจากร่างกายของเธอ
เขาฉุดเธออย่างแรง ตรงไปที่ขื่อเหล็กที่มีเชือกสีน้ำตาลขนาดใหญ่ รามินทร์จับมือเธอชูขึ้นเหนือศีรษะแล้วใช้เชือกมัดมือเธอไว้กับขื่อเหล็ก พิมพ์พลอยมองชายหนุ่มตาเยิ้ม“พี่มินทร์...”เขาเดินตรงไปที่รอก หมุนไปด้านหลังเพื่อปล่อยให้เชือกยาวลงมา พิมพ์พลอยนั่งลงคุกเข่า เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน รามินทร์ปลดผ้าขนหนูตัวเองทิ้ง เขาใช้มือชักแท่งเอ็นขนาดใหญ่เข้าๆ ออกๆ ก่อนจะจ่อไปที่โพรงปากเล็ก“อืม...”ทันทีที่ความเป็นชายเข้าไปสู่โพรงปาก เขาก็ร้องครางออกมาเสียงดัง ใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความเสียวซ่านสุขสมที่สุด พิมพ์พลอยเลียแท่งเอ็นดุ้นใหญ่จนเปียกแฉะไปหมด จากนั้นค่อยเลียไต่ลงมาเรื่อยๆ ยังไข่สองใบ เธอค่อยๆ ขบเม้มเนื้อนุ่มที่ห่อหุ้มไข่ทั้งสองใบเอาไว้“อูย... ซี๊ดส์... อ่าส์...”เธอทั้งเลียและอมสลับกัน เลียเรื่อยลงไปยังรูก้นของเขา เธอเลียให้เขาอย่างไม่รังเกียจ พิมพ์พลอยเลียไปมองสบตาชายหนุ่มไปด้วย ทำให้เขาเสียวสุดถึงขั้วหัวใจ“อูย... อู้ว!”อ๊อกๆๆๆๆเขากระแทกแท่งเอ็นเข้าไปยังโพรงปากของเธอ พิมพ์พลอยอ้าปากกว้างรอรับแท่งเอ็นขนาดใหญ่ เธอดูดกลืนเข้าไปจนมิดด้าม รามินทร์จับศีรษะเธอเอาไว้แน่นแล้วอัดกระแทกสุดแรง
“กลับไป… หนูก็…” เธอพูดค้างเอาไว้แล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะโผกายกอดชายหนุ่มไว้แน่น “กลับไปหนูจะแต่งงานกับพี่มินทร์ก่อนเป็นอันดับแรกไงคะ เดี๋ยวพี่มินทร์ไปเห็นสาวๆ เมืองเหนือแล้วจะติดอกติดใจทิ้งหนูไปจะทำยังไง ยิ่งหล่อๆ อยู่ด้วย” เธอทำหน้าทำตาทะเล้น รามินทร์หัวเราะชอบใจ “ดีๆ พี่ล่ะอยากให้เธอจองตัวตั้งนานแล้ว”“พอเราแต่งงานเสร็จ เราก็มีลูกกันสักคนก่อนดีไหมคะ พอลูกโตแล้วหนูค่อยทำงาน หนูอยากทำงานโรงพยาบาลในเชียงใหม่นั่นแหละค่ะ ใกล้ๆ บ้านดี ไม่อยากอยู่กรุงเทพ แออัด วุ่นวาย” คำตอบของเธอทำให้รามินทร์โล่งใจ สบายใจมากขึ้น หมดห่วงไปอีกเปราะ นึกว่าเธอจะทิ้งเขาไปเสียแล้ว “ดีมาก!” “หนูรักพี่มินทร์ หนูอยากอยู่กับพี่มินทร์ ไม่อยากห่างพี่มินทร์ไปเลยแม้แต่วันเดียว” เธอเอาหัวมาถูๆ แขนเขา รามินทร์ลูบผมเธอเบาๆ “พี่ก็ไม่อยากห่างเธอเลยแม้แต่วันเดียวเหมือนกัน พี่ไม่คิดเลยว่าเธอจะรักพี่ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้… ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก พี่ทำร้ายเธอ ข่มขืนเธอ ทำให้เธออับอาย…”“เรื่องนั้น… หนูเข้าใจค่ะว่าพี่มินทร์แค้นพ่อหนูมาก แต่หลังจากนั้นพี่มินทร์ก็ดูแลหนูเป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนหนูรักพี่… รักมาก” “บางทีนะ…
“เอาสิ… ถึงพี่เหนื่อยแต่พี่ก็ไหว…” “พูดถึง… หนูก็คิดถึงห้องลับของเราสองคนนะคะ ตอนนั้นชีวิตเราตื่นเต้นดี มาอยู่ที่นี่จะโจ่งครึ่มมากก็ไม่ได้ เกรงใจแม่” เธอพูดไปบิดตัวไป รามินทร์หลุดหัวเราะออกมา“อยากได้ไหมล่ะ พี่จะจัดให้” “ง่า… ไม่เอาดีกว่าค่ะ ที่นี่อเมริกาไม่เหมือนบ้านเราที่เมืองไทย” “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า… บ้านใหม่ของเราที่ไทยพี่ทำห้องลับไว้เรียบร้อยแล้ว รับรองว่าจะตื่นเต้นยิ่งกว่าห้องลับห้องเก่าอีก” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วบอก พิมพ์พลอยยิ้มกว้าง“พี่มินทร์นี่รู้ใจหนูจริงๆ เลย” “พี่เป็นผัวเธอนี่ คนเป็นผัวก็ต้องรู้ใจเมียเป็นธรรมดาอยู่แล้ว” “ค่ะ” “จะถอดเสื้อผ้าเองหรือจะให้พี่ถอดให้ หรือว่า… จะเอาทั้งชุดแบบนี้เลย” รามินทร์ถามพร้อมกับเอื้อมมือไปขยำเต้านมอวบอัด พิมพ์พลอยหัวเราะคิกคัก สนุกสนานกับความหยาบโลนของเขา“ให้พี่ถอดให้ดีกว่าค่ะ แต่อย่าหนักมือนักนะคะ เดี๋ยวคุณแม่จะแปลกใจว่าทำไมเสื้อผ้าขาดบ่อยๆ” “จะพยายามแล้วกันนะ” เขาถอดเสื้อยืดของตัวเองออก พิมพ์พลอยยิ้มหวานไล่มองมัดกล้ามตามเนื้อตัวร่างกายของเขา เขาเป็นผู้ชายที่มีเรือนร่างกำยำสวยงามมาก มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ พอเห็นเขาถอดเสื้อแล้
ข่าวการจับกุมศุภชัยดังไปทั่วประเทศ ประเด็นคือดังตรงที่เขาถูกซ้อมจนเข้าห้อง ICU ต่างหาก พิมพ์พลอยเห็นข่าวในโทรทัศน์แล้วก็หันมองชายหนุ่มที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือข้างๆ อย่างใช้ความคิด“ฝีมือพี่มินทร์หรือเปล่าคะ” “หืม…?”“ในข่าวน่ะค่ะ ใช่ฝีมือพี่มินทร์หรือเปล่า” “แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ” “โธ่… พี่มินทร์ไม่น่าทำกับเขาอย่างนี้เลยนะคะ แค่จับตัวส่งให้ตำรวจแค่นั้นก็พอแล้ว หลักฐานมีอยู่ทนโท่แบบนั้นให้ตายยังไงก็ไม่รอด” “แต่มันไม่สะใจพี่ ก่อนเข้าคุกมันต้องโดนให้สาสมกับที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว” “พี่มินทร์…”“ขอโทษที… พี่เป็นคนรักแรงเกลียดแรง ถ้ารักใครแล้วรักจริง แต่ถ้าเกลียดใครก็อย่างที่เห็น…” เขาพูดแล้วสบสายตาเธอนิ่ง พิมพ์พลอยคลี่รอยยิ้มออกมา“เรื่องนั้นพี่มินทร์ไม่ต้องบอกหนูก็พอรู้อยู่หรอกค่ะ” “รู้ไว้ก็ดีแล้ว และอย่าทรยศกับความรักของพี่ล่ะ” “ไม่มีวันค่ะ หนูไม่มีวันทรยศพี่มินทร์แน่นอน ว่าแต่พี่มินทร์เถอะ อย่าแอบหนีหนูไปมีสาวที่ไหนก็แล้วกัน!” “พี่เป็นลูกผู้ชาย พี่รักษาคำพูด” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง รามินทร์ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปหาหญิงสาวช้าๆ พิมพ์พลอยเอามือดันหน้าอกเขาเบาๆ “อย่าเพิ่งค่ะพี่ม
“ไม่ใช่ปากดีอย่างเดียวนะคะ อย่างอื่นก็ดีด้วย...” เธอลากเสียงยาว ล้อเลียนคนเป็นสามี รามินทร์ส่ายหน้าระอา เขาตักโจ๊กขึ้นมาใหม่แล้วป้อน เธออ้าปากกินอย่างหิวโหย“อร่อยจังเลยค่ะ”“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ กินแล้วก็นอนพักผ่อน”“พี่มินทร์รู้ไหมคะว่าใครต้องการจะฆ่าพี่” พิมพ์พลอยถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ เป็นคำถามที่ถูกโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“รู้!”“รู้... แล้วพี่มินทร์จะทำยังไงต่อไปคะ แจ้งตำรวจ...”“ตอนนี้พี่ได้ตัวคนทำแล้ว มันมาอยู่ในเงื้อมมือพี่แล้ว”“อ้าว! ทำไมพี่มินทร์ไม่ส่งตำรวจ”“เดี๋ยวค่อยส่ง หาอะไรทำสนุกๆ ก่อนแล้วค่อยส่งตำรวจ” เขาพูดไปยิ้มไป เป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ทำให้คนมองอย่างพิมพ์พลอยรู้สึกขนลุกที่แผ่นหลัง ไม่ต้องบอกเธอก็พอจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเหยื่อคนนี้!ผลั๊วะ! ตุ๊บ! เพี๊ยะ!เสียงหมัดเสียงเท้ากระทบกับร่างกายกำยำของชายผิวขาว เขานอนคุดคู้อยู่บนพื้นโกดังริมทะเล แม้เสียงคลื่นจะซัดสาดแต่ไม่อาจกลบเกลื่อนเสียงหมัดที่กระทบลงมายังตัวตนของเขาได้ ตอนนี้เขาเจ็บปวดทรมานไปหมดทั้งตัวซ่า!“อ๊ากกกกกก!!!”รามินทร์สาดน้ำเกลือลงไปยังร่างของชายคนนั้น เขาดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน ขณะที่รามินทร์ได้แ







