LOGINเพชรน้ำหนึ่งกัดฟันพลิกตัวเองนอนตะแคงแล้วกอดร่างเปลือยเปล่าของตัวเองอย่างอดสู หัวใจเจ็บร้าว กระบอกตาปวดแสบ ริมฝีปากแตกจนเลือดไหลซึม ร่างกายมีแต่ร่องรอยโหดร้าย ยิ่งกายสาวยิ่งปวดแสบปวดร้อนจนแทบขยับไม่ได้
“ทำเป็นรังเกียจ เมื่อกี้ร้องครางเรียกร้องให้ฉันเอา” เควินวางมือบนบ่าแล้วชะโงกหน้าไปกระซิบอย่างเย้ยหยัน
ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างสาว ทำให้ชายหนุ่มยิ่งหงุดหงิด เขากระชากทีเดียวอย่างไม่ปรานีให้เธอหันมาเผชิญหน้า ใจหนุ่มกระตุกวูบ ใจหายวาบเมื่อเห็นดวงตาเลื่อนลอยของคนตรงหน้า เธอกัดฟันเสียงดัง กายสั่นระริก
“เพชรน้ำหนึ่ง เป็นอะไร นี่เธออย่ามาใจเสาะชิงตายไปซะก่อนนะ” ชายหนุ่มตบแก้มเรียกสติ แต่หญิงสาวก็ยังเลื่อนลอย ดวงตาลอยคว้างเศร้าสลดอย่างน่าใจหาย
“หรือว่าเธอช็อก ยัยบ้าเอ๊ย” เควินก้มลงจูบปากช้ำแผ่วเบาอ่อนหวาน ดูดดื่มอย่างเรียกร้องเพื่อเรียกคืนสติ สัมผัสอ่อนโยนทำให้ความป่าเถื่อนที่ได้รับค่อยเลือนหาย
“อื้อ...” เพชรน้ำหนึ่งผลักใบหน้าของเควินออกห่างเมื่อเธอแทบสำลักหายใจไม่ทัน
“ตื่นแล้วเหรอ ทีหลังอย่าทำท่าทางใจเสาะอีก” เขาแอบโล่งใจที่เธอฟื้นคืนสติมาได้
“ฮึกๆๆ ฮือๆๆๆ” พอได้สติก็ร้องไห้โฮ ทำไมเธอไม่ตายๆ ไปซะ
“อย่าคิดทำอะไรแบบนี้อีก ถ้าฉันยังไม่อยากให้เธอตาย เธอก็ห้ามตาย รู้ไหม” เควินลุกขึ้นทั้งที่ยังเปลือยเปล่า
เพชรน้ำหนึ่งหลับตาหนีทันทีด้วยความอาย
“ทำเป็นไม่เคยเห็นไปได้ สำออย” ชายหนุ่มพูดอย่างหยามหยัน
“นายสมใจแล้วใช่ไหม สมใจแล้วก็ปล่อยฉันไปสิ” เธอกัดฟันพูดเสียงสั่น รู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกขาดออกจากกัน มันร้อนผ่าวเหมือนจะเป็นไข้
“ใครบอกกันล่ะ เดี๋ยวฉันจะกลับมา... เอาเธออีก เมื่อกี้ยังไม่หนำใจเลยนะ” พูดจบร่างสูงก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดีว่าคนบนเตียงจะมีสภาพเป็นเช่นไร
ปัง!!!
เสียงประตูห้องที่ปิดลงทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้ง ร้องครางด้วยความเจ็บร้าว เธอคงทนอยู่ไม่ได้สักวินาทีเดียว ทนให้เขามาย่ำยีไม่ได้อีกแล้ว
ร่างสูงออกไปแล้ว แต่ร่างน้อยยังนอนร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว คนที่รักก็มาจากไปหมดสิ้น เธอจะมีหน้าอยู่ไปทำไมอีก
“แม่จ๋า หนูไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ถึงอยู่ไปก็ต้องตายอยู่ดี เพราะหนูติดโรคร้าย ต่อไปคงทรมานกว่านี้ สู้ตายไปซะดีกว่านะคะ หนูจะตามแม่ไปอยู่ด้วยนะคะ พ่อก็ไม่รักเราอีกแล้ว เขามีเมียใหม่ มีลูกใหม่ ฮึกๆๆ ฮือๆๆ”
เพชรน้ำหนึ่งสะอื้นฮักๆ ร่างกายอ่อนแอพร้อมด้วยหัวใจที่อ่อนแอยิ่งกว่า หญิงสาวกัดฟันลุกจากเตียงด้วยร่างอันสั่นเทา ร่องรอยโหดร้ายทำให้เธอหวาดกลัว ถ้าเขากลับมาก็จะขืนใจเธออีก มันต้องทรมานมากกว่านี้เพราะตอนนี้เธอแทบทานทนไม่ไหว เธอไม่พร้อมที่จะให้เขากลับมาร่วมรักได้อีก
“โอ๊ย!”
หญิงสาวร้องด้วยความเจ็บเมื่อกายบางทรุดฮวบลงกับพื้นเพราะแขนขาที่อ่อนแรง น้ำตารินไหลออกมาไม่ขาดสายแทบจะหลั่งออกเป็นสายเลือด ร่างกายที่เจ็บร้าวฝืนคลานไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมา เธอหัวเราะให้กับความโชคร้ายของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ผูกเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นต่อเข้าหากันด้วยมืออันสั่นเทา
“ความตายไม่ได้น่ากลัวเลยนะจ๊ะแม่จ๋า เวลาตายแล้วเราก็ไม่รู้สึกอะไรใช่ไหม นะ... หนูไม่เห็นกลัวสักนิด เดี๋ยวจะตามแม่ไปอยู่ด้วยนะคะ เราจะอยู่ด้วยกันแม่ลูก มีความสุขด้วยกันสองคน ไม่มีคนใจร้ายพวกนี้อีก”
หญิงสาวร้องไห้เบาๆ ก่อนจะคลานไปที่หน้าต่างห้อง บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้มีกรงเหล็กติดอยู่รอบหน้าต่าง เธอคล้องเชือกกับเหล็กดัดหน้าต่าง ก่อนจะผูกปมเข้าด้วยกัน รอยยิ้มหยันบังเกิดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสวยที่ตอนนี้บวมช้ำมีเลือดแห้งกรังติดอยู่จนทั่ว
มือบางดึงเศษผ้าที่ทำเป็นบ่วงพวกนั้นเอาไว้ก่อนจะคล้องเข้าที่คอ เธอหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ปล่อยมือที่ถือบ่วงและวางคอลงไปอย่างอ่อนแรง!!!
หนึ่งอาทิตย์ก่อน...
“แม่ยาไม่ต้องร้องไห้แล้วนะครับ น้องไปดีแล้ว” เควินปลอบมารดาเลี้ยง
“เคน แม่ทำใจไม่ได้ ตารักษ์ไม่น่าอายุสั้นถึงเพียงนี้ เพราะผู้หญิงใจร้ายคนนั้น”
“นี่เขาใจร้ายถึงขนาดไม่มาไหว้ศพรักษ์เลยเหรอครับ”
“ลูกอยากให้มันมาหรือไง แม่ไม่อยากให้ตระกูลนั้นมาเหยียบงานศพของตารักษ์” อารยาเสียงแข็ง
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่สงสัย ข่าวของนายรักษ์ดังเสียขนาดนี้ ครอบครัวนั้นเขาไม่มาขอขมาศพของนายรักษ์บ้างหรือไง ช่างใจดำนัก”
“ถึงมาแม่ก็ไม่ให้เข้ามา อย่าไปพูดถึงคนใจร้ายพวกนั้นเลย” อารยาตัดบท เควินเห็นความเศร้าโศกของบิดามารดาแล้วนึกเจ็บแค้นคนที่เป็นต้นเหตุ และไม่เคยรู้เลยว่ามารดาเลี้ยงสั่งให้ลูกน้องของบิดากันของคนเลิศวรเกียรติเอาไว้ทุกคน ไม่ให้เข้ามาในงานศพของคุณารักษ์ได้...
เควินทอดสายตามองร่างที่สลบไสลไม่ได้สติ โชคดีที่เขาเข้าไปพบเสียก่อน หากช้าไปกว่านี้เธอคงจะตายจริงๆ ผู้หญิงบ้าอะไรสิ้นคิด จะฆ่าตัวตายหนีความผิด มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ
“ไอ้เคน ฉันว่าแกล้มเลิกเรื่องนี้เสียเถิด ฉันสงสารเขาว่ะ ความแค้นมันจะทำให้แกร้อนเป็นไฟ หาความสุขไม่ได้นะเคน”
รุจน์ส่ายหน้าไปมา เขาเป็นหมอแต่ร่วมมือกับเพื่อนทำความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แม้ไม่ได้ลงมือเองแต่ก็ถือว่าสมรู้ร่วมคิดและช่วยเหลือส่งเสริมให้เพื่อนทำความผิด
“ฉันไม่เปลี่ยนใจแน่นอน ชีวิตของน้องฉันทั้งคน แกไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก”
“ฉันเข้าใจ แต่นายรักษ์ตายไปแล้ว แกจะอาฆาตพยาบาทให้มันได้อะไรขึ้นมา”
รุจน์พยายามเตือนเพื่อนให้ลดละเลิกความแค้นที่มีอยู่ในใจ เขาเองถึงแม้จะไม่ได้ช่วยจับตัวเธอมาแต่ก็รู้เห็นทุกอย่าง วันก่อนเขาเองถูกเพื่อนขอร้องให้ตรวจสุขภาพหญิงสาวอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่สำส่อนจนมีโรคร้ายติดมาด้วย แต่ตอนนั้นเขาแค่ได้ฟังเพื่อนเล่าประวัติของหญิงสาวคร่าวๆ ก็คิดว่าเธอเหลวแหลกจริงๆ แต่มาวันนี้เขาเพิ่งตรวจสุขภาพของเธออีกครั้ง แผลจากช่องคลอดที่ฉีกขาดเพราะไม่เคยร่วมเพศมาก่อน เลือดที่ติดเกรอะกรังไปตามเรียวขาทำให้เขาอนาถใจยิ่งนักกับการกระทำของเพื่อนรัก
“การกระทำของแกเหมือนอาชญากรนะโว้ย เขาบอบบางมาก แกขืนใจเขาอย่างรุนแรง และถ้าแกยังรุนแรงแบบนี้อีก รับรองว่าเขาอาจจะตายคาร่างแกไม่ใช่ตายเพราะผูกคอตายแบบนี้อีก”
รุจน์หน้าเครียดเมื่อเอ่ยถึงสภาพของหญิงสาว ร่างน้อยบอบบางชอกช้ำเพราะน้ำมือของเพื่อน มันรุนแรงเกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะรับได้
“แกหุบปากไปเลย ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต เขาไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม งั้นแกกลับไปได้แล้ว”
“เฮ้ย! ไอ้บ้า แกมันตามืดบอด ใจบอด แกคิดจะทำร้ายเขาอีกเหรอ” รุจน์ลังเลเมื่อเห็นสภาพของเพชรน้ำหนึ่ง
“ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายน้องชายของฉันก่อน” เควินดวงตาแข็งกร้าว ตัดความสงสารทิ้งไปอย่างหมดสิ้น
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับแกแล้วไอ้บ้า” รุจน์พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นอกจากความสงสารแล้ว เขามีความรู้สึกอย่างอื่นเกิดขึ้นมาด้วย แม้จะพยายามปัดความรู้สึกนั้นออกไป แต่ก็ไม่สำเร็จ
“แกไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่เฉยๆ ฉันจะทำเอง”
“นี่แกจะทำอะไรอีก” รุจน์ถามอย่างตกใจ
“ฉันจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ท้องไม่มีพ่อ ทำให้เสียชื่อเสียง เหมือนที่หล่อนเคยทำกับนายรักษ์” เควินยิ้มร้าย
“แกจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว นั่นมันลูกแกที่กำลังจะเกิดมานะโว้ย” รุจน์ไม่เห็นด้วยกับแผนการของเพื่อน
“พอเธอคลอดฉันค่อยเอาลูกคืน และปล่อยเธอไปตามทางของเธอ ฉันไม่ฆ่าก็บุญขนาดไหนแล้ว” เควินพูดอย่างเลือดเย็น
“แกต้องบ้าไปแล้วแน่นอน ไม่มีแม่ที่ไหนจะทิ้งลูกได้ลงคอหรอก” รุจน์พยายามเตือนสติเพื่อน
“แกพูดเหมือนแกเป็นแม่คน” เควินประชดเพื่อน
“ฉันเป็นหมอ ฉันรู้ดีว่าแม่รักลูกมากแค่ไหน ต่อไปลูกแกจะมีปัญหา ถ้าเขาถามว่าแม่อยู่ไหน แกจะตอบว่าไงวะ”
เธอหันมาพูด“คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ” สิงห์ถามหยั่งเชิง“ทำไมคะ เห็นพิมพ์เป็นคนยังไง” พอถูกยั่วเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจนัก เหมือนเขาหาว่าเธอดูถูกคนที่ตัวเองรัก ไม่ไว้ใจกัน“เห็นเป็นเมียที่น่ารักไง บ้านหลังนี้ของพี่เอง ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอก”“เอ๊ะ! นี่พี่สิงห์หลอกพิมพ์อีกแล้ว” เธอหน้ามู่ในขณะที่เขาดึงไปกอดรัดอย่างแสนรัก“เปล่าหรอก แค่ไม่พูดความจริง” เขามองสบตาและไล่สายตาไปตามผิวผ่องก่อนจะหยุดที่ร่องอกอวบอัด“อุ๊ย! งั้นพิมพ์อาบน้ำก่อนนะคะ” เธอผลักเขาออกห่างเมื่อเห็นสายตาของเขา“มาปลดให้” สิงห์กดร่างภรรยานั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะปลดผมให้อย่างเบามือ พิมพ์พรรณทำท่าจะห้ามแต่ก็ชะงักไป ก่อนที่เขาจะรูดซิปชุดแต่งงานให้เป็นลำดับสุดท้าย เธอสัมผัสได้ว่าเขาสัมผัสผิวเนื้อด้านหลังของเธอ“ขอบคุณนะคะ” พิมพ์พรรณรีบรวบชุดขึ้นแล้วหนีเข้าห้องน้ำ เธอไม่กล้าหันไปมองว่าเขาแสดงสีหน้าอย่างไร พอเข้ามาถึงห้องน้ำได้ก็ถึงกับยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองด้วยความโล่งใจ มองตัวเองในกระจกแล้วหน้าแดงหญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเพราะจะได้ให้เขามาอาบบ้าง พอออกมาก็เห็นเขายืนอยู่ที่ริมระเบียงห้อง“พี่สิงห์ไปอาบน้ำสิคะ”เธอกระแอมแล้วบ
คนที่นี่มีน้ำใจ พูดคุยทักทายกันอย่างจริงใจแถมยังยิ้มง่ายอีกด้วย“เอ่อ... นายไม่ต้องกินก็ได้นะ คือฉันเองยังไม่กล้ากินเลย” พิมพ์พรรณยืนบิดไปบิดมาเมื่อจนแล้วจนรอดเธอก็ยังทำอาหารไม่ได้เรื่อง ตกลงเหลือไข่อยู่แค่สองฟองเลยทำไข่เจียว แถมมันยังไหม้จนแทบกินไม่ได้อีกสิงห์ไม่ได้ตำหนิเธอ และเขาก็ไม่พูดอะไรสักคำเดียว แต่ลุกเข้าครัวไปจัดการกับข้าวของมากมายที่เขาซื้อมาก่อนหน้า พิมพ์พรรณตามเขาเข้าไป มองอย่างละล้าละลังเพราะไม่รู้ว่าจะต้องช่วยทำอะไรบ้าง คนหน้านิ่งเป็นนิจมองอย่างเข้าใจก่อนจะพยักหน้าให้เธอทำตาม พิมพ์พรรณหายเงอะงะรีบช่วยเขาโดยเร็วพลันหญิงสาวชะเง้อมองเขาทำอาหารอย่างสนอกสนใจ ไม่คิดว่าผู้ชายหน้านิ่งจะทำอาหารได้คล่องขนาดนี้“ว้าว ข้าวห่อไข่ ทำไมนายทำหอมจัง” พิมพ์พรรณเบียดกายไปจนชิดกับชายหนุ่ม“หน้าคุณจะหล่นลงไปในกระทะแล้ว” เขาแซว หญิงสาวรีบถอยออกมาเมื่อรู้ตัว“นายทำเผื่อฉันด้วยเหรอ” เธอมองข้าวห่อไข่สองจานนั้นตาเป็นประกาย แถมท้องยังร้องประจานเสียดัง“ถ้าอยากกินเรียกผมว่าพี่สิงห์ และแทนตัวเองว่าน้องพิมพ์”“ทำไมล่ะ มันไม่ชินนี่นา” เธอหน้างอมองข้าวห่อไข่ตาละห้อย“งั้นก็ไม่ต้องกิน”“โอ๊ย ไม่ได้นะ
คุณกรรัมภายิ้มให้บุตรสาวของนางขณะยืนรอลูกเลี้ยงสาว นางปลงได้ในหลายเรื่อง และดีใจที่ตัวเองคิดได้ นางปล่อยวางทุกอย่าง ไม่มีความคิดร้ายกาจทำลายล้างใครอีกแล้ว และค้นพบว่าทำให้ตัวเองมีความสุขขึ้น คนเราถ้ารู้จักละทิ้งความคิดร้ายๆ อิจฉาริษยาคนอื่น จะมีความสุขเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทีเดียวเยื้องไปอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นเก้าอี้ที่จัดให้สำหรับญาติผู้ใหญ่และแขกเรื่อ คุณคฑาและคุณอารยายืนอยู่ตรงนั้นด้วยความปลาบปลื้มที่เควินจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเพื่อนเจ้าบ่าวเข้าโบสถ์มาแล้ว มีเพื่อนเจ้าบ่าวรูปหล่อซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเควินคือรุจน์ คุณหมอหนุ่มเนื้อหอมอนาคตไกล และถัดไปเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเพชรน้ำหนึ่งเดินตามมา ถัดมาเป็นกลุ่มเด็กๆ ผู้หญิงทำหน้าที่โปรยดอกไม้และผู้ชายทำหน้าที่ถือแหวน... และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เสียงเพลงไพเราะบรรเลงขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของไพฑูรย์และเพชรน้ำหนึ่ง ภาพสองพ่อลูกเดินควงแขนกันเข้ามาในโบสถ์ ทำให้ไพฑูรย์รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่บุตสาวได้มีคนคอยดูแล ทุกคนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ประทับใจกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนมน้อยที่แอบเช็ดน้ำตาอย่างปลาบปลื้มใจหญิงสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวราวเจ้า
ลิ้นเล็กแลกรัดกับลิ้นหนาตามที่เขาต้องการ เควินครางอย่างพึงพอใจ มือหนาลูบไล้อกอิ่มก่อนจะสอดเข้าไปสู่ใจกลางหว่างขาสาว สัมผัสกับรอยแยกกลีบดอกไม้อ่อนละมุนเพชรน้ำหนึ่งสะท้านวาบด้วยความเสียวซ่านที่นิ้วร้อนๆ สัมผัสกับกายของเธอ เขากระซิบจนเธอหน้าแดงอีกครั้ง เมื่อประโยคของเขาเป็นประโยควอนขอ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาได้ล่วงเกินเธอไปมากกว่าจะขออย่างมีมารยาทเช่นนี้ เขาหัวเราะถูกใจเมื่อเห็นใบหน้าแดงเรื่อของเธอหญิงสาวเผลอกอดรัดร่างสูงใหญ่ด้วยความเสียวซ่าน ความวาบหวิวในช่องท้องตีตื้นไปทั่วสรรพางค์กาย เธอแอ่นอกรับมือหนาของเขาที่กอบกุมลงมา เควินใช้ศอกยันที่นอนเอาไว้ เพื่อให้เขาได้ไล่สายตามองดูเรือนร่างเปลือยผุดผ่องอันงดงามได้ถนัดโดนจ้องมากๆ เข้าเพชรน้ำหนึ่งก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธอตะแคงหน้าหนีเขาด้วยร่างสะท้าน เธอยิ่งสะท้านขึ้นไปอีกเมื่อเขานอนแนบมาทางด้านหลัง ความร้อนจากร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของเขาทำให้หญิงสาวตัวสั่นไร้แรงขัดขืน“สัมผัสพี่สิ แล้วจะรู้ว่าพี่ต้องการหนึ่งมากแค่ไหน”เขาจับมือน้อยที่จิกกับเตียงนอนมาสัมผัสกับแก่นกายร้อนผ่าว เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งมือไม้สั่น เสียววาบไปตามช่องท้องเมื่อคิดว่าเธอจะเ
“รักตั้งแต่เมื่อไหร่คะ อื้อ...” ถามไปครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ตั้งแต่แรกที่เจอมั้ง”“ตั้งแต่แรกที่เจอ ตอนที่โหดใส่หนึ่งน่ะเหรอคะ ไม่เชื่อหรอก คนอะไรซาดิสม์ โอ๊ะ!”เธอสะดุ้งเมื่อโดนกระแทกดังกึก เข้ามาจนซอกทางรักเสียดสีรุนแรงเพราะลงโทษที่เธอไม่เชื่อในคำพูดของเขา“ตอนนี้ก็ยังร้ายกาจ ดูสิ” เธอพ้อเสียงสั่นด้วยความเสียวซ่านจวนเจียนใกล้จะถึงสวรรค์อยู่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า“ที่ผับคืนนั้นไงที่หนึ่งเมา แต่หนึ่งคงจำพี่ไม่ได้หรอก”เควินเฉลย ยอมเปิดปากเล่าว่าเขาตกหลุมรักแฟนน้องชายตั้งแต่ที่ผับคืนนั้น แม่สาวน้อยที่กลายร่างเป็นนางเมรีขี้เมาจนต้องถูกเพื่อนลากออกไปจากผับ แล้วเขาต้องขับรถตามไปด้วยความเป็นห่วง“ที่ผับเหรอคะ” เหตุการณ์ทุกอย่างถูกรำลึกถึงอีกครั้ง เธอจำได้แล้ว ผู้ชายท่าทางกวนๆ คนนั้น แต่เธอจำหน้าเขาไม่ได้หรอก“พี่เคนเป็นผู้ชายกวยโอ๊ยคนนั้นเหรอคะ” เพชรน้ำหนึ่งมองสบตาผ่านกระจกอย่างเป็นคำถาม“ใช่ เด็กอะไรก็ไม่รู้ขี้เมา ไม่ถูกลากไปทำมิดีมิร้ายก็บุญเท่าไหร่แล้ว” เควินลงโทษโดยการสับสะโพกเป็นการยืนยันความจริงเพชรน้ำหนึ่งหัวเราะคิกคักเมื่อนึกออกในที่สุด แต่เธอหัวเราะได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสีย
แค่มองเขาก็มีความต้องการที่มากล้น ลำคอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมานานแรมปี มือหนารีบกระชากเสื้อผ้าออกจากกายอย่างรวดเร็วเพื่อตามเธอเข้าห้องน้ำชายหนุ่มถึงกับร้อนผ่าวเมื่อเห็นเมียสาวกำลังยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัว แทบกระโดดเข้าตะครุบร่างอวบอิ่มนั้นแล้วจับเธอกลืนลงท้องซะตอนนี้เลย สายตาคมสีฟ้าครามมจดจ้องเรือนร่างอวบอัดกระชากใจชาย แม้ว่าเธอจะตั้งครรภ์แต่มิได้อ้วนน่าเกลียด แต่กลับอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ เขามองหน้าท้องที่ยังเห็นไม่เด่นชัดนักอย่างเอ็นดูลูกน้อยของเขาคงนอนขดตัวอ้อนแม่อยู่ในนั้นสินะ เขานึกไปว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ลูกของเขาจะแข็งแรงหรือเปล่า ลูกของเขาจะฉลาด ช่างเจรจาหรือไม่นะเควินยืนยิ้มคนเดียวเมื่อนึกจินตนาการถึงลูกน้อย เขาเห็นเธอหยิบครีมอาบน้ำทำท่าจะเทใส่ฝ่ามือ จึงเคลื่อนกายเข้าหา แผ่นกายร้อนวาบทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งก่อนจะครางเบาๆ เมื่อฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ครีมอาบน้ำไปทั่วกายเธอเสียเองทุกอณูเนื้อที่ลูบไล้ทำให้อารมณ์เตลิดไปด้วยไฟเสน่หา ความร้อนผ่าวลากผ่านประดุจดั่งเชื้อเพลิงสวาทชั้นดี กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนตื่นตัวก่อนที่จะผ่อนคลายเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา ศีรษะเล็กพิงไปกับแผ่นอกก
ทำไมมีแต่คนกล่าวหาว่าเธอเสียๆ หายๆ และทำไมเธอถึงทำตัวให้คนอื่นเข้าใจแบบนั้น“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้คุณตัดสินใจว่าจะทำเช่นไรกับคุณหนูต่อไป นมรู้ว่าคุณเป็นคนฉลาด น่าจะรู้ว่าควรทำยังไง เพราะนมอยากสืบหาความจริงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน”นมน้อยพูดอย่างจริงจังก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างไม่ปิ
หลังจากรุจน์กลับไปแล้ว ลูกน้องทั้งสองของเขายังเอาเรื่องที่เขาเคยเข้าใจผิดมาแจ้งให้รับรู้ เรื่องเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่ที่จริงๆ แล้วเธอโดนหลอกให้ไปหาเท่านั้น แต่ก็เอาตัวรอดหนีออกมาได้ทุกครั้ง รูปพวกนั้นเป็นเพียงแค่เปลือกนอกในขณะที่เธอไปพบกับใครๆ เท่านั้น และเขาก็เข้าใจแบบนั้นมาตลอด แต่จริงๆ กลับไม่มีอะไ
พิมพ์พรรณหันไปเหยียดยิ้มกับมารดาอย่างสาแก่ใจก่อนจะคล้องแขนกันขึ้นไปนอนหลับอย่างสบายอกสบลายใจ “คุณกลับไปซะเถอะค่ะ อย่ามายุ่งกับคุณหนูอีกเลย คุณจะไล่เราออกจากบ้าน ไม่ต้องนะคะ พวกเราจะไปเอง”นมน้อยพูดเสียงแข็ง ส่วนนายสนได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่โต้เถียงอะไรเควินนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก นึกย้อนไปถึงตอนที
และหลังจากนั้น... ทุกค่ำคืนเพชรน้ำหนึ่งต้องคอยบำเรอรักให้เควินทุกค่ำคืน และเธอก็ยังไปทำงานกับเขาเป็นปกติ เวลาจากวันสัปดาห์ เป็นเดือน ผ่านไปเกือบสองเดือนเธอยังต้องทำหน้าที่นางบำเรออย่างอดสูใจ หญิงสาวพยายามไม่ให้ใครสงสัยเรื่องเธอตั้งครรภ์ แม้ช่วหลังจะไม่สบายบ่อยจนนมน้อยอดสงสัยไม่ได้ แต่เธอก็พยายามบอก







