Se connecterรุจน์ให้เหตุผลโน้มน้าวให้เพื่อนล้มเลิกความคิด แม้จะรู้ดีว่าเควินนั้นหัวดื้อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าคิดจะทำอะไรต้องทำให้ได้ ทำให้สำเร็จ ใครห้ามก็ไม่ฟัง ต้องปล่อยให้ตกเหวเองแล้วก็หาทางปีนขึ้นมาเอง ใครโยนเชือกลงไปให้ก็ไม่รับ
“ฉันจะไม่ยอมให้ลูกฉันมีปัญหาเด็ดขาด แกกลับไปได้แล้ว”
เมื่อโดนไล่หลายครั้ง รุจน์จึงจำต้องไปจริงๆ แต่ก่อนไปยังมิวายหันไปเตือนสติเพื่อน
“แกจะทำอะไรก็คิดว่าเขาเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะโว้ย อีกอย่างฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก” รุจน์พูดอย่างโมโหเพื่อน
“ฉันรู้ว่าแกต้องมา ถ้าแกไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ตาย เพราะถ้าแกไม่มา ฉันจะปล่อยให้เธอตาย”
“แก! อย่าเอาเรื่องนี้มาขู่ฉัน” รุจน์โมโหจนควันออกหูเมื่อเพื่อนรู้จุดอ่อนของเขา ใช่! เขาไม่มีวันเห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตาได้ เพื่อมนุษยธรรมและอาชีพที่เขารัก เขาต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเพื่อให้รอดชีวิต
“ฉันไม่ได้ขู่ ฉันรู้ว่าแกต้องมา” เควินพูดทิ้งท้ายเอาไว้มองตามร่างสูงของเพื่อนรักไปอย่างหนักใจ แต่เขารู้ว่าเพื่อนต้องกลับมาแน่นอนเมื่อเขาต้องการ มันอาจจะเป็นวิธีที่เลวร้ายที่เขาใช้เรื่องนี้บีบบังคับ แต่เขาก็จำเป็นต้องทำ
ทางด้านเพชรน้ำหนึ่ง เธอฟื้นนานพอที่จะได้ยินประโยคทุกอย่างจากปากของคนทั้งสอง เธอเพิ่งรู้ว่ามีหมอให้ความร่วมมือกับโจรชั่วที่พรากพรหมจรรย์โดยการขืนใจเธอด้วย ความหวาดกลัวแล่นมาจับขั้วหัวใจ ร่างกายสั่นระริก ฟันกระทบกันกึกๆ ทำไมเธอไม่ตายไปเสีย จะมีชีวิตอยู่ไปทำไมกัน ทำไมไม่จากโลกอันโหดร้ายใบนี้ไปให้พ้นๆ และเขาเอ่ยชื่อคุณารักษ์ เขาสองคนเป็นอะไรกันนะ
“ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงเหี้ยมที่ดังมาจากประตูทำให้ร่างน้อยสั่นเทา เธอกัดฟันข่มความเจ็บปวดแต่เพียงแค่ขยับก็รวดร้าวไปทั้งกาย
“โอ๊ย!!!”
เควินเดินมาหยุดยืนข้างเตียงไม้แข็งๆ ที่เธอนอนอยู่ ก่อนจะแสแยะยิ้มน่ากลัว
“ร่างกายเธอยังไม่พร้อมจะให้ฉัน... เอาหรอกนะ อย่าเพิ่งหักโหมไป ยังไงฉันจะตอบสนองเธอให้ถึงพริกถึงขิงแน่นอน”
“คนสารเลว!” เธอมองเขาตาเขม็ง ไม่คิดหวาดกลัวอะไรอีก ในเมื่อชีวิตเธอก็ไร้ค่าเพียงพอแล้ว
“ฉันเลวได้มากกว่านี้อีก เลวอย่างที่เธอไม่คาดคิดเลยล่ะ”
ดวงตาแข็งกร้าวของเขาทำให้เธอกลัวจับจิตจับใจ
“ฉันก็เลวพอๆ กับความเลวของเธอนั่นแหละ”
“ฉันไปทำอะไรให้แก ทำไมต้องทำร้ายกันถึงขนาดนี้”
“เธอเคยจำอะไรได้บ้างล่ะ เคยทำอะไรใครต่อใคร แล้วจำได้บ้างไหม” เขากระชากไหล่ทั้งสองข้างมาเขย่าจนหญิงสาวหัวสั่นหัวคลอน
“โอ๊ย! ฉันเจ็บ ฮือๆๆๆ” หญิงสาวร้องไห้โฮเมื่อเพียงแค่ขยับกายเธอก็รวดร้าวกายแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
“เจ็บสิดี จะได้รู้สึกสำนึกในสิ่งที่ทำเอาไว้ ว่าเธอมันเลวขนาดไหน”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรใคร ไม่เคย ฮึกๆ ฮือๆๆๆ” เธอพูดเสียงแผ่ว ดวงตาพร่าเลือน
“อย่ามาโกหก ทำตัวไร้เดียงสาว่าไม่รู้อะไรๆ ฉันไม่เชื่อน้ำหน้าคนอย่างเธอหรอก” เควินเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน แต่กลับไม่ได้ยินน้ำเสียงโต้เถียงอะไรของเธออีก มือหนาชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวคอพับคออ่อน
“สำออยนักนะ ฉันไม่หลงเชื่อเธอหรอก” เควินปล่อยร่างบางอย่างไม่ไยดี แต่เธอกลับซวนเซล้มลงบนเตียงอย่างหมดท่า
เขาชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กสงบนิ่ง ศีรษะกระแทกกับพื้นเตียงเต็มแรง
“เพชรน้ำหนึ่ง นี่เธอ โธ่โว้ย บอบบางจริงนะ”
เควินสบถอย่างหัวเสียก่อนจะเดินไปหาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลแล้วกลับมาจัดการเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาว ในระหว่างนั้นเขาก็พิจารณาเธอไปด้วย ความนึกคิดของเขาย้อนกลับไปเมื่อปีก่อนตอนนั้นเพชรน้ำหนึ่งยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาเท่านั้น
เควินนึกถึงคำพูดของมารดาเลี้ยงได้ดีเมื่อท่านโทรมาปรึกษาเรื่องคุณารักษ์ที่กำลังติดพันธุ์อยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำตัวไม่ดี เขาจึงตามไปสืบเสาะหาข้อเท็จจริง และในวันนั้นเขาก็ได้เจอกับแฟนของน้องชายในผับแห่งหนึ่งที่เธอมักไปเที่ยวเสมอๆ
เธอกำลังเมามายไม่ได้สติอยู่ในผับแห่งนั้น แทบไม่เป็นผู้เป็นคน แถมเธอยังมีพฤติกรรมเหวี่ยงวีนก้าวร้าว และไม่ใช่ผู้หญิงที่น่ารักนัก หากเขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของน้องชาย เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายโตแล้ว จะมีก็เพียงแค่เตือนสติเท่านั้น ทำให้มารดาเลี้ยงเองก็เลิกคาดคั้นให้เขาจับทั้งคู่แยกออกจากกัน
เขากลับมาทำงานของตัวเอง... แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อได้รับข่าวร้ายว่าคุณารักษ์เสียชีวิตเพราะผู้หญิงที่ทำตัวเหลวแหลกคนนั้น คนที่เขาคิดว่าไม่อยากยุ่งเพราะเป็นคนที่น้องชายรัก...
“สะใจจริงๆ เลยค่ะคุณแม่ ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายขนาดนี้” พิมพ์พรรณหัวเราะสะใจกับผู้เป็นมารดา
“จริงด้วยลูก ต่อไปเราก็ใส่ไฟคุณพ่อได้สบาย ว่ามันหนีตามผู้ชายไป หรือไม่ก็กลัวบ้านนพกิจเกรียงไกรจะเล่นงานเลยหนีไปกบดาน เราจะได้ครอบครองทุกอย่างที่นี่ ทุกอย่างจะเป็นของเราแล้วลูก” กรรัมภาพูดเสียงรื่นเริงเมื่อกำจัดลูกเลี้ยงสาวไปได้
“คนของคุณแม่ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ ไว้วันหลังเราเรียกใช้งานอีกนะคะ”
“แม่ให้มันหนีไปกบดานแล้วลูก ถ้ามีอะไรเราค่อยติดต่อมันไป” กรรัมภาบอกยิ้มๆ นางและบุตรสาวจ้างให้คนไปฉุด เพชรน้ำหนึ่งแล้วพาไปทำยังไงก็ได้ให้หายสาบสูญ ตอนนี้ไม่มีใครสงสัยโดยเฉพาะไพฑูรย์บิดาของเพชรน้ำหนึ่ง เพราะคิดว่าบุตรสาวหนีข่าวฉาวที่ทำเอาไว้
“แล้วแม่ซาร่าอะไรนั่นไม่สงสัยลูกใช่ไหม”
“โอ๊ย!!! คุณแม่คะ เวลาติดต่อมันเป็นชื่อของนังเพชรน้ำหนึ่ง จะสงสัยได้ยังไง แต่คุณพ่อทุ่มเงินปิดข่าว อีกทั้งทางนพกิจเกรียงไกรก็ทุ่มเงินปิดข่าว แบบนี้เป็นผลดีกับเรานะคะ จะได้ไม่มีใครขุดคุ้ย นังเพชรน้ำหนึ่งมันก็ถูกสังคมพิพากษาไปแล้วละค่ะว่าเลวและชั่ว ประเทศไทยก็อย่างนี้แหละ อีกหน่อยข่าวเงียบก็ลืมไปเอง ลืมไปพร้อมกับชีวิตของมันที่หายสาบสูญไปด้วย กว่าทุกคนจะรู้ มันก็กลายเป็นปุ๋ยไปแล้วค่ะคุณแม่”
“แม่ดีใจที่ได้กำจัดเสี้ยนหนามอย่างนังเพชรน้ำหนึ่งไปได้ ต่อไปพ่อของพิมพ์ก็จะมีแค่เราสองแม่ลูกเท่านั้น ทรัพย์สมบัติของคุณพ่อก็จะเป็นของเรา ไม่ต้องแบ่งให้นังกาฝากนั่นอีก”
“จริงด้วยค่ะคุณแม่ พูดแล้วสะใจจริงๆ” พิมพ์พรรณหัวเราะร่วนประสานกับมารดาอย่างมาดร้าย
ช่วยไม่ได้นะคะพี่รักษ์ พี่ไม่สนใจพิมพ์เอง!!!
“อื้อ...”
ร่างน้อยที่ครวญครางด้วยความเจ็บร้าว ค่อยๆ ขยับตัว แค่เพียงเคลื่อนไหวร่างกาย ความทรมานกลับถาโถมเข้ามาจนต้องนอนนิ่งๆ ไว้แบบนั้น
“นะ... น้ำ ขะ... ขอน้ำ นะ...หน่อย” เสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นทำให้เสือกับสิงห์ คนสนิททั้งสองของเควินแทบจะเหาะไปอยู่ข้างเตียง
“ไอ้เสือ คุณเขาขอน้ำว่ะ” สิงห์รีบบอกน้องชายฝาแฝด
“น้ำเหรอ เออๆๆ” เสือหัวหมุนหันไปหยิบน้ำมาถือเอาไว้
“ป้อนสิไอ้เสือ ท่าทางจะไม่ไหว” สิงห์เห็นอาการไม่ตอบสนองของหญิงสาวบนเตียงก็นึกอนาถใจ
“เคยป้อนเสียที่ไหน ฉันทำไม่เป็นโว้ย” เสือโวยวายเงอะๆ งะๆ ด้วยเกรงว่าจะทำรุนแรงจนร่างบอบบางชอกช้ำไปมากกว่านี้
“เดี๋ยวฉันเอง แกนี่ไม่ได้เรื่อง” สิงห์รับน้ำมาถือเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างอ่อนแรงขึ้นสู่อ้อมแขน
“แกสองคนทำอะไร บอกให้เฝ้าเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ!!!”
เสียงคำรามราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นที่ประตู สิงห์ยังไม่ยอมปล่อยร่างน้อย แต่ก็ยังไม่ป้อนน้ำไปที่ปากคนในอ้อมแขน
“ป้อนน้ำให้คุณเขาครับเจ้านาย” สิงห์ตอบเสียงนิ่ง เสือมองพี่ชายแล้วแทบหลุดขำในท่าทีไม่เกรงกลัวนั้น แต่จริงๆ รู้ว่าพี่ชายกำลังยั่วผู้เป็นนาย
“สำออย แค่นี้ทำไมไม่กินเอง” คำพูดประโยคนั้นตามมาด้วยร่างสูงที่แทรกเข้ามาดึงร่างน้อยไปสู่อ้อมแขนเสียเอง สิงห์ยอมแต่โดยดี ก่อนจะส่งน้ำยัดใส่มือให้ผู้เป็นนาย
“ไอ้สิงห์!” เควินคำรามในการกระทำกวนโมโหของลูกน้อง
“เจ้านายอยากป้อนเองก็ไม่บอก กระผมสองคนขอออกไปก่อนนะครับ” เสือหันไปยักคิ้วให้สิงห์ สองฝาแฝดมองสบตากันอย่างรู้ใจ
เธอหันมาพูด“คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ” สิงห์ถามหยั่งเชิง“ทำไมคะ เห็นพิมพ์เป็นคนยังไง” พอถูกยั่วเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจนัก เหมือนเขาหาว่าเธอดูถูกคนที่ตัวเองรัก ไม่ไว้ใจกัน“เห็นเป็นเมียที่น่ารักไง บ้านหลังนี้ของพี่เอง ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอก”“เอ๊ะ! นี่พี่สิงห์หลอกพิมพ์อีกแล้ว” เธอหน้ามู่ในขณะที่เขาดึงไปกอดรัดอย่างแสนรัก“เปล่าหรอก แค่ไม่พูดความจริง” เขามองสบตาและไล่สายตาไปตามผิวผ่องก่อนจะหยุดที่ร่องอกอวบอัด“อุ๊ย! งั้นพิมพ์อาบน้ำก่อนนะคะ” เธอผลักเขาออกห่างเมื่อเห็นสายตาของเขา“มาปลดให้” สิงห์กดร่างภรรยานั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะปลดผมให้อย่างเบามือ พิมพ์พรรณทำท่าจะห้ามแต่ก็ชะงักไป ก่อนที่เขาจะรูดซิปชุดแต่งงานให้เป็นลำดับสุดท้าย เธอสัมผัสได้ว่าเขาสัมผัสผิวเนื้อด้านหลังของเธอ“ขอบคุณนะคะ” พิมพ์พรรณรีบรวบชุดขึ้นแล้วหนีเข้าห้องน้ำ เธอไม่กล้าหันไปมองว่าเขาแสดงสีหน้าอย่างไร พอเข้ามาถึงห้องน้ำได้ก็ถึงกับยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองด้วยความโล่งใจ มองตัวเองในกระจกแล้วหน้าแดงหญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำไม่นานเพราะจะได้ให้เขามาอาบบ้าง พอออกมาก็เห็นเขายืนอยู่ที่ริมระเบียงห้อง“พี่สิงห์ไปอาบน้ำสิคะ”เธอกระแอมแล้วบ
คนที่นี่มีน้ำใจ พูดคุยทักทายกันอย่างจริงใจแถมยังยิ้มง่ายอีกด้วย“เอ่อ... นายไม่ต้องกินก็ได้นะ คือฉันเองยังไม่กล้ากินเลย” พิมพ์พรรณยืนบิดไปบิดมาเมื่อจนแล้วจนรอดเธอก็ยังทำอาหารไม่ได้เรื่อง ตกลงเหลือไข่อยู่แค่สองฟองเลยทำไข่เจียว แถมมันยังไหม้จนแทบกินไม่ได้อีกสิงห์ไม่ได้ตำหนิเธอ และเขาก็ไม่พูดอะไรสักคำเดียว แต่ลุกเข้าครัวไปจัดการกับข้าวของมากมายที่เขาซื้อมาก่อนหน้า พิมพ์พรรณตามเขาเข้าไป มองอย่างละล้าละลังเพราะไม่รู้ว่าจะต้องช่วยทำอะไรบ้าง คนหน้านิ่งเป็นนิจมองอย่างเข้าใจก่อนจะพยักหน้าให้เธอทำตาม พิมพ์พรรณหายเงอะงะรีบช่วยเขาโดยเร็วพลันหญิงสาวชะเง้อมองเขาทำอาหารอย่างสนอกสนใจ ไม่คิดว่าผู้ชายหน้านิ่งจะทำอาหารได้คล่องขนาดนี้“ว้าว ข้าวห่อไข่ ทำไมนายทำหอมจัง” พิมพ์พรรณเบียดกายไปจนชิดกับชายหนุ่ม“หน้าคุณจะหล่นลงไปในกระทะแล้ว” เขาแซว หญิงสาวรีบถอยออกมาเมื่อรู้ตัว“นายทำเผื่อฉันด้วยเหรอ” เธอมองข้าวห่อไข่สองจานนั้นตาเป็นประกาย แถมท้องยังร้องประจานเสียดัง“ถ้าอยากกินเรียกผมว่าพี่สิงห์ และแทนตัวเองว่าน้องพิมพ์”“ทำไมล่ะ มันไม่ชินนี่นา” เธอหน้างอมองข้าวห่อไข่ตาละห้อย“งั้นก็ไม่ต้องกิน”“โอ๊ย ไม่ได้นะ
คุณกรรัมภายิ้มให้บุตรสาวของนางขณะยืนรอลูกเลี้ยงสาว นางปลงได้ในหลายเรื่อง และดีใจที่ตัวเองคิดได้ นางปล่อยวางทุกอย่าง ไม่มีความคิดร้ายกาจทำลายล้างใครอีกแล้ว และค้นพบว่าทำให้ตัวเองมีความสุขขึ้น คนเราถ้ารู้จักละทิ้งความคิดร้ายๆ อิจฉาริษยาคนอื่น จะมีความสุขเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทีเดียวเยื้องไปอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นเก้าอี้ที่จัดให้สำหรับญาติผู้ใหญ่และแขกเรื่อ คุณคฑาและคุณอารยายืนอยู่ตรงนั้นด้วยความปลาบปลื้มที่เควินจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเพื่อนเจ้าบ่าวเข้าโบสถ์มาแล้ว มีเพื่อนเจ้าบ่าวรูปหล่อซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเควินคือรุจน์ คุณหมอหนุ่มเนื้อหอมอนาคตไกล และถัดไปเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเพชรน้ำหนึ่งเดินตามมา ถัดมาเป็นกลุ่มเด็กๆ ผู้หญิงทำหน้าที่โปรยดอกไม้และผู้ชายทำหน้าที่ถือแหวน... และเวลาที่รอคอยก็มาถึง เสียงเพลงไพเราะบรรเลงขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของไพฑูรย์และเพชรน้ำหนึ่ง ภาพสองพ่อลูกเดินควงแขนกันเข้ามาในโบสถ์ ทำให้ไพฑูรย์รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่บุตสาวได้มีคนคอยดูแล ทุกคนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ประทับใจกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนมน้อยที่แอบเช็ดน้ำตาอย่างปลาบปลื้มใจหญิงสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวราวเจ้า
ลิ้นเล็กแลกรัดกับลิ้นหนาตามที่เขาต้องการ เควินครางอย่างพึงพอใจ มือหนาลูบไล้อกอิ่มก่อนจะสอดเข้าไปสู่ใจกลางหว่างขาสาว สัมผัสกับรอยแยกกลีบดอกไม้อ่อนละมุนเพชรน้ำหนึ่งสะท้านวาบด้วยความเสียวซ่านที่นิ้วร้อนๆ สัมผัสกับกายของเธอ เขากระซิบจนเธอหน้าแดงอีกครั้ง เมื่อประโยคของเขาเป็นประโยควอนขอ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาได้ล่วงเกินเธอไปมากกว่าจะขออย่างมีมารยาทเช่นนี้ เขาหัวเราะถูกใจเมื่อเห็นใบหน้าแดงเรื่อของเธอหญิงสาวเผลอกอดรัดร่างสูงใหญ่ด้วยความเสียวซ่าน ความวาบหวิวในช่องท้องตีตื้นไปทั่วสรรพางค์กาย เธอแอ่นอกรับมือหนาของเขาที่กอบกุมลงมา เควินใช้ศอกยันที่นอนเอาไว้ เพื่อให้เขาได้ไล่สายตามองดูเรือนร่างเปลือยผุดผ่องอันงดงามได้ถนัดโดนจ้องมากๆ เข้าเพชรน้ำหนึ่งก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธอตะแคงหน้าหนีเขาด้วยร่างสะท้าน เธอยิ่งสะท้านขึ้นไปอีกเมื่อเขานอนแนบมาทางด้านหลัง ความร้อนจากร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของเขาทำให้หญิงสาวตัวสั่นไร้แรงขัดขืน“สัมผัสพี่สิ แล้วจะรู้ว่าพี่ต้องการหนึ่งมากแค่ไหน”เขาจับมือน้อยที่จิกกับเตียงนอนมาสัมผัสกับแก่นกายร้อนผ่าว เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งมือไม้สั่น เสียววาบไปตามช่องท้องเมื่อคิดว่าเธอจะเ
“รักตั้งแต่เมื่อไหร่คะ อื้อ...” ถามไปครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ตั้งแต่แรกที่เจอมั้ง”“ตั้งแต่แรกที่เจอ ตอนที่โหดใส่หนึ่งน่ะเหรอคะ ไม่เชื่อหรอก คนอะไรซาดิสม์ โอ๊ะ!”เธอสะดุ้งเมื่อโดนกระแทกดังกึก เข้ามาจนซอกทางรักเสียดสีรุนแรงเพราะลงโทษที่เธอไม่เชื่อในคำพูดของเขา“ตอนนี้ก็ยังร้ายกาจ ดูสิ” เธอพ้อเสียงสั่นด้วยความเสียวซ่านจวนเจียนใกล้จะถึงสวรรค์อยู่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า“ที่ผับคืนนั้นไงที่หนึ่งเมา แต่หนึ่งคงจำพี่ไม่ได้หรอก”เควินเฉลย ยอมเปิดปากเล่าว่าเขาตกหลุมรักแฟนน้องชายตั้งแต่ที่ผับคืนนั้น แม่สาวน้อยที่กลายร่างเป็นนางเมรีขี้เมาจนต้องถูกเพื่อนลากออกไปจากผับ แล้วเขาต้องขับรถตามไปด้วยความเป็นห่วง“ที่ผับเหรอคะ” เหตุการณ์ทุกอย่างถูกรำลึกถึงอีกครั้ง เธอจำได้แล้ว ผู้ชายท่าทางกวนๆ คนนั้น แต่เธอจำหน้าเขาไม่ได้หรอก“พี่เคนเป็นผู้ชายกวยโอ๊ยคนนั้นเหรอคะ” เพชรน้ำหนึ่งมองสบตาผ่านกระจกอย่างเป็นคำถาม“ใช่ เด็กอะไรก็ไม่รู้ขี้เมา ไม่ถูกลากไปทำมิดีมิร้ายก็บุญเท่าไหร่แล้ว” เควินลงโทษโดยการสับสะโพกเป็นการยืนยันความจริงเพชรน้ำหนึ่งหัวเราะคิกคักเมื่อนึกออกในที่สุด แต่เธอหัวเราะได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็นเสีย
แค่มองเขาก็มีความต้องการที่มากล้น ลำคอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมานานแรมปี มือหนารีบกระชากเสื้อผ้าออกจากกายอย่างรวดเร็วเพื่อตามเธอเข้าห้องน้ำชายหนุ่มถึงกับร้อนผ่าวเมื่อเห็นเมียสาวกำลังยืนอาบน้ำอยู่ใต้ฝักบัว แทบกระโดดเข้าตะครุบร่างอวบอิ่มนั้นแล้วจับเธอกลืนลงท้องซะตอนนี้เลย สายตาคมสีฟ้าครามมจดจ้องเรือนร่างอวบอัดกระชากใจชาย แม้ว่าเธอจะตั้งครรภ์แต่มิได้อ้วนน่าเกลียด แต่กลับอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ เขามองหน้าท้องที่ยังเห็นไม่เด่นชัดนักอย่างเอ็นดูลูกน้อยของเขาคงนอนขดตัวอ้อนแม่อยู่ในนั้นสินะ เขานึกไปว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ลูกของเขาจะแข็งแรงหรือเปล่า ลูกของเขาจะฉลาด ช่างเจรจาหรือไม่นะเควินยืนยิ้มคนเดียวเมื่อนึกจินตนาการถึงลูกน้อย เขาเห็นเธอหยิบครีมอาบน้ำทำท่าจะเทใส่ฝ่ามือ จึงเคลื่อนกายเข้าหา แผ่นกายร้อนวาบทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งก่อนจะครางเบาๆ เมื่อฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ครีมอาบน้ำไปทั่วกายเธอเสียเองทุกอณูเนื้อที่ลูบไล้ทำให้อารมณ์เตลิดไปด้วยไฟเสน่หา ความร้อนผ่าวลากผ่านประดุจดั่งเชื้อเพลิงสวาทชั้นดี กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนตื่นตัวก่อนที่จะผ่อนคลายเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากเขา ศีรษะเล็กพิงไปกับแผ่นอกก
“ไม่นะ ไอ้บ้าอื้อๆๆๆ” มือหนาตะปบเอาไว้ไม่ให้เธอร้อง เขาหยิบบราเซียร์ที่กระชากออกมาเมื่อครู่ มัดปากเธอเอาไว้ ถ้าปล่อยให้ร้องอาจจะเป็นเรื่องได้ มือน้อยจิกทึ้งเนื้อกายชายจนสิงห์สะดุ้งเฮือก แต่ความต้องการที่มากล้นอัดแน่นอยู่ในกายทำให้เขาปัดมือออกอย่างไม่สนใจ“อื้อๆๆๆๆ” พิมพ์พรรณส่ายหน้าไปมาเมื่อเขาจับเ
เธอไม่สน โยนกระถางต้นไม้หล่นลงจนแตกกระจัดกระจาย“จุ๊ๆ พูดผิดพูดใหม่ได้นะครับ บ้านหลังนี้เป็นของเจ้านายผม”“หึ! ต่อไปก็ต้องเป็นของฉัน เพราะฉันไม่ยอมปล่อยพี่เคนให้หลุดมือไปได้แน่นอน”“ผู้หญิงอะไร ประกาศว่าจะจับผู้ชายอย่างน่าไม่อาย”“ด้านได้อายอด แต่มันก็เรื่องของฉัน นายยุ่งอะไรด้วย ไอ้ขี้ข้า แหวะ!”พ
พวกนักข่าวที่ทำงานเกี่ยวกับแวดวงไฮโซและทายาทนักธุรกิจตามข่าวนี้กันจนฉันแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง ยามที่คอนโดฯ คุณรักษ์ยอมรับว่าเห็นฉันกับคุณรักษ์ขึ้นห้องไปจริงๆ และฉันก็กลับออกมาเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงต่อจากนั้น”“แล้วคุณรักษ์ก็ขาดการติดต่อจากฉันไป มีข่าวว่าเขาติดโรคร้ายจากฉัน ใกล้เวลาผ่าตัดยายเข้า
เควินสรุปเสร็จสรรพไม่อยากเห็นน้ำตาของคนในอ้อมแขน เพชรน้ำหนึ่งสะอื้นฮักๆ พยายามดิ้นรนก็สู้แรงไม่ไหวจนหลับไปในอ้อมแขนแกร่งเควินก้มมองคนในอ้อมแขนที่หลับไปทั้งน้ำตา เขารู้สึกหดหู่ใจชะมัดที่ต้องทำอะไรร้ายกาจแบบนี้“ขอโทษนะ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะรั้งเธอเอาไว้เพชรน้ำหนึ่ง ถ้าฉันสารภาพรัก กลัวเธอหัวเราะเยา







